monk

ภาพประทับใจ…เณรวัดพระธาตุช้างค้ำ ช่วยเหลือชาวบ้านประสบภัยน้ำท่วม

ภาพประทับใจ เณรช่วยเหลือชาวบ้าน นี้ถูกแชร์มาจากเฟซบุ๊กของคุณ “กาล ไม่เคยโกรธใคร” เผยภาพเหล่าเณรและพระภิกษุสงฆ์ช่วยกันยกของหนีน้ำ และร่วมทำอาหารแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน อ.เมือง จ.น่าน ซึ่งกำลังเผชิญน้ำท่วมอยู่ ณ เวลานี้ สร้างความดีใจให้กับชาวบ้าน และพุทธศาสนิกชน จ. อื่น ร่วมอนุโมทนาบุญด้วย

เณรช่วยเหลือชาวบ้าน

02

03

04

08

 

อ่านเรื่อง “ภาพประทับใจ…เณรช่วยเหลือชาวบ้าน

ประสบภัยน้ำท่วม” คลิกหน้า 2

เสี่ยงเป็นโรคไซนัส

โรคไซนัสอักเสบ เพราะอากาศชื้น ต้องระวัง

ไซนัส คือ โพรงอากาศในจมูกที่มีรูระบาย ถ้าไซนัสเกิดการอุดตัน ทำให้เกิด โรคไซนัสอักเสบ สาเหตุมาจาก ไข้หวัด ภูมิแพ้ เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ เนื้องอกในโพรงจมูก ริดสีดวงในโพรงจมูก เมื่อของเหลวในไซนัสไม่สามารถระบายออกไปได้ ก็ทำให้สะสมจนเกิดเชื้อแบคทีเรียและทำให้เป็นโรคนี้

โรคไซนัสอักเสบ

โรคไซนัสอักเสบถือเป็นโรคฮิตติดอันดับของไทย เพราะคนเป็นโรคนี้กันมาก ประมาณ 33.33% และเป็นได้ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก และผู้ใหญ่ จึงต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ ซึ่งเด็กบางคนมีอาการของโรคไซนัสรุนแรง และลุกลามไปที่บริเวณดวงตาได้

อ.พญ.นวรัตน์ อภิรักษ์กิตติกุล ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูลว่า อาการของผู้เป็นโรคไซนัสอักเสบ คือ ปวดบริเวณโพรงจมูก คัดจมูก มีน้ำมูกไหล หรือเปลี่ยนเป็นสีเขียว มีกลิ่นเหม็น และมีอาการไอ

โรคไซนัสอักเสบ

คนเป็นโรคไซนัสอักเสบง่ายแค่ไหน?

โรคไซนัสอักเสบการเป็นโรคไซนัสอักเสบนั้น ไม่ได้เป็นได้โดยง่าย เพราะเนื้อเยื่อของไซนัสนั้นเคลื่อนไหวตลอดเวลา เมื่อมีสิ่งที่ทำให้เกิดการอักเสบ หรือมีเชื้อโรค จะถูกขับผ่านทางจมูกลงคอ อาการที่เป็น คือ มีอาการเจ็บปวดบริเวณเหนือคิ้ว ระหว่างลูกตา แก้ม และพบว่ามีน้ำมูกคล้ายหนองออกมา

มีอาการคัดจมูกมาก ปวดตุบๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ บางคนอาจปวดกระบอกตา และท้ายทอย ขึ้นอยู่กับบริเวณที่อักเสบของไซนัส เช่น ถ้าอักเสบที่ไซนัสส่วนกลางจะปวดท้ายทอย ถ้าอักเสบที่แก้มจะปวดศีรษะ หรือขมับ และถ้าก้มศีรษะจะปวดมากขึ้น เพราะทำให้เลือดคั่งมาก ทำให้รูที่เปิดของไซนัสอุดตันมากขึ้น บางคนมีอาการคลื่นไส้อาเจียน

สำหรับคนที่เป็นเรื้อรังจะมีอาการเป็นครั้งคราว ความเจ็บปวดจะน้อยว่าแบบเฉียบพลัน อาจมีน้ำมูกตกลงท่อหายใจสู่ปอดได้

วิธีสังเกตว่าคุณพ่อ คุณแม่ และลูกน้อยเป็นไซนัสหรือไม่ ให้ลองสังเกตดูว่าหลังจากเป็นหวัดแล้ว 7 วัน มีอาการปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา มีเสมหะมาก แสดงว่าอาจเป็นไซนัสอักเสบเฉียบพลัน

โรคไซนัสอักเสบภาพเด็กที่เป็นโรคไซนัสอักเสบ แล้วลุกลามขึ้นดวงตา

ความเย็นก็อาจเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไซนัสอักเสบ ทำให้ร่างกายมีความต้านทานโรคลดลง เมื่อเป็นโรคไซนัสอักเสบจึงควรหลีกเลี่ยงสถานที่เย็นๆ และของเย็นจัด

โรคไซนัสอักเสบถ้าปล่อยไว้ โดยไม่รักษาอาจทำให้ลุกลามไปที่ตา ทำให้ตาบวมอักเสบ ทะลุเข้าสู่สมอง ทำให้ปอดอักเสบ และกระจายเชื้อไปทั่วร่างกาย จนทำให้เสียชีวิตได้

อ่านต่อ “การรักษาโรคไซนัสอักเสบ” คลิกหน้า 2

สารอาหารในนมแม่ ลูกฉลาด พัฒนาการดี

ไขคำตอบ สารอาหารใน “นมแม่” ชนิดใดที่ทำให้ลูกฉลาด?

“สารอาหารในนมแม่” ที่ทำให้ลูกฉลาดคืออะไร? ใช่ DHA อย่างเดียวหรือมีสารอื่นๆ อีกร่วมด้วย

สารอาหารที่อยู่ในนมแม่ ที่มีผลต่อความฉลาดของลูก ได้แก่

1. ดีเอชเอ เป็นไขมันที่ช่วยในการสร้างปลอกหุ้มเส้นใยประสาท ทำให้เส้นประสาทมีการเชื่อมต่อทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ

2. ทอรีน กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อสมองและประสาทตา ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง ในน้ำนมแม่มีทอรีนจำนวนมากและเพียงพอต่อความต้องการของเด็ก ส่วนในนมวัวมีน้อยมาก จำเป็นต้องเติมเข้าไป

3. แอลฟ่าแลคตัลบูมิน เป็นสารตั้งต้นของสารสื่อประสาทที่ช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น

สารอาหารในนมแม่ ลูกฉลาด พัฒนาการดี4. กรดไขมันไลโนเลอิก จะทำให้ไมอีลินซึ่งทำหน้าที่รับส่งสัญญาณระหว่างสมองกับร่างกายมีความสมบูรณ์แข็งแรงในช่วงที่ทารกกำลังเติบโต

5. สารภูมิต้านทาน ทำให้ลูกแข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย ไม่ต้องหยุดเรียน พร้อมเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ

6. การกินนมแม่ทำให้มีการหลั่งของฮอร์โมนออกซิโทซินทั้งในแม่และลูก โดยทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น ช่วยให้มดลูกหดรัดตัวเข้าอู่ได้ดี ช่วยให้น้ำนมพุ่งออกมาง่ายเวลาลูกดูด ที่สำคัญคือ เป็นฮอร์โมนแห่งความรักทำให้แม่รู้สึกรักและผูกพันกับลูก ช่วยให้แม่รู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี และได้เล่นกับลูกเวลาที่ให้นมลูกซึ่งเป็นการส่งเสริมพัฒนาการ อีคิว และกระตุ้นประสาทสัมผัสของลูกได้เป็นอย่างดี

ผลการวิจัยยังพบว่าการให้นมแม่จะช่วยให้ลูกมีไอคิวเพิ่มขึ้นได้ถึง 3 จุด ซึ่งมีผลช่วยให้ลูกสามารถหารายได้มากขึ้นในอนาคต จากการศึกษาของ The Lancet Breastfeeding ประมาณการได้ว่า ไอคิวที่มีค่าเพิ่มขึ้น 1 จุด จะสามารถเพิ่มรายได้ในอนาคตได้ถึง 16%

อ่านต่อ “มีอะไรอีกบ้างที่ส่งผลต่อความฉลาดของลูก” คลิกหน้า 2

banner300x250-1

ภาพหาชมยาก!! ทารกคลอดออกมาทั้งถุงน้ำคร่ำ (มีคลิป)

วิดีโอหาชมยาก เมื่อหมอทำคลอดทารกน้อย แต่กลับพบว่า ทารกคลอดออกมาทั้งถุงน้ำคร่ำ นอนอ้าปากหาวหวอดอย่างไร้เดียงสา ราวกับยังไม่รู้ตัวว่าออกมาอยู่นอกท้องของแม่แล้ว Continue reading “ภาพหาชมยาก!! ทารกคลอดออกมาทั้งถุงน้ำคร่ำ (มีคลิป)”

วายร้าย ทำลายสมองลูก

รวม 11 วายร้าย ทำลายสมองลูก พ่อแม่ไม่ควรละเลย!

ในยุคดิจิตอลที่ผู้คนชอบสะสมความเครียดแทนการใช้สอยความสุข แน่นอนว่าสมองต้องรับบทหนัก คิด วิเคราะห์เรื่องราวต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่เว้นแม้กระทั่งกับเด็กก็ตาม ก็ได้รับผลกระทบจากสิ่งรอบ ๆ ข้างนี้อยู่มิใช่น้อย

ด้วยรูปแบบพฤติกรรมการเลี้ยงดูของพ่อแม่ในยุคแห่งความเจริญนี้ มีพ่อแม่หลายคนเปิดโอกาส หรือสร้างช่องทางให้สมองลูกถูกทำลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะจากสื่อ สภาพแวดล้อม อาหารการกิน สิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อสมองของลูกไม่มากก็น้อย Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวม “วายร้าย ทำลายสมองลูก” มาฝากให้คุณพ่อคุณแม่ได้ตระหนักกันค่ะ

โทรทัศน์

โทรทัศน์ วายร้าย ทำลายสมองลูก

เริ่มกันที่ “โทรทัศน์” เพราะมีบทความเผยแพร่งานวิจัยของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ทำการเปรียบเทียบระดับไอคิวของเด็กที่ดูโทรทัศน์วันละ 1 ชั่วโมงกับเด็กที่ไม่ดูโทรทัศน์เลยพบว่า เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี ระดับพัฒนาการของเด็กที่ดูโทรทัศน์จะต่ำกว่าเด็กที่ไม่ดูอย่างชัดเจน นักวิจัยจึงออกข่าวแนะนำพ่อแม่ไม่ให้เลี้ยงลูกด้วยโทรทัศน์จนกว่าจะพ้นระยะปฐมวัยไปแล้ว นั่นก็คือ หลัง 6 ขวบ

  • ดังนั้น หากต้องการให้สมองของลูกพัฒนาไปตามธรรมชาติ ไม่ถูกกระตุ้นด้วยภาพและเสียงมากเกินไปจนทำให้ลูกกลายเด็กสมาธิสั้น สิ่งหนึ่งที่ห้ามเด็ดขาด คือ ไม่ควรดูโทรทัศน์ในระหว่างตั้งครรภ์ และระหว่างเลี้ยงลูกวัยก่อน 6 ขวบ เพราะต้องไม่ลืมว่า เวลาดูโทรทัศน์ เด็กจะใช้ประสาทสัมผัสเพียง 2 ส่วนคือ ตารับภาพ กับหูรับเสียงเท่านั้น จึงขัดแย้งกับกระบวนการเรียนรู้ในเด็กเล็ก ซึ่งจะต้องเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสที่ 6 ซึ่งโทรทัศน์ไม่สามารถตอบสนองได้เลย ซ้ำยังเป็นการทำลายสมองส่วนรับประสาทสัมผัสอื่นๆ ทางอ้อมอีกด้วย เพราะจะทำให้ค่อยๆ ฝ่อลง เนื่องจากไม่ได้ถูกใช้งานเท่าที่ควร
  • นอกจากนี้ การที่เด็กเรียนรู้เพียงภาพ และเสียง เด็กจะไม่เข้าใจถึงการดำรงอยู่จริงๆ ของสิ่งที่เขาเห็นจากโทรทัศน์ เช่น ถ้าเราอยากให้ลูกรู้จักโต๊ะ เก้าอี้ แต่เราให้ดูแต่ภาพ หรือฟังเสียงเคาะโต๊ะ ขยับเก้าอี้จากโทรทัศน์เท่านั้น เขาก็จะรู้จักแค่ว่า โต๊ะ เก้าอี้ มีลักษณะแบนๆ เหมือนในภาพ แต่ไม่รู้ว่ามีความลึก หนา บาง หรือมีผิวสัมผัสอย่างไร ร้อนเย็นแค่ไหน เพราะฉะนั้น ถ้าลูกไม่เคยจับโต๊ะเก้าอี้เลย ความทรงจำของลูกเกี่ยวกับโต๊ะเก้าอี้ก็ไม่จริง แต่เป็นความทรงจำที่จำลองขึ้น

นอนดึกบ่อย ๆ

นอนดึก วายร้าย ทำลายสมองลูก

  • เด็ก แต่ละวัยก็มีชั่วโมงการนอน หลับพักผ่อนแตกต่างกัน ตามนาฬิกาในสมอง (Biological clock) ลูกน้อยในวัยนี้ ควรนอนตั้งแต่ 2 ทุ่มหรือ 2 ทุ่มครึ่งช้าที่สุด นอนหลับลึกช่วงกลางคืน 10-12 ชั่วโมง ถ้าหากนอนดึก ตื่นเช้าบ่อย ๆ แล้วล่ะก็นอกจากร่างกายจะไม่สูงใหญ่แล้ว ก็จะทำให้เซลล์สมองไม่ได้รับการทดแทนจากการฟักตัวของเซลล์ใหม่ เซลล์สมองที่ตายแล้วจะสะสมจนมีปริมาณมาก ทำให้สมองไม่พัฒนาเท่าที่ควรค่ะ

อ่านต่อ >> วายร้าย ทำลายสมองลูก !!คลิกหน้า 2

แบคทีเรียกินเนื้อคน

แบคทีเรียกินเนื้อคน ลูกติดเชื้อจนเกือบเสียชีวิต

ข่าวจาก 7 News Perth เล่าว่ามีเด็กน้อยรอดชีวิตจากการถูกคุกคามชีวิตจาก แบคทีเรียกินเนื้อคน เพราะเด็กน้อยติดเชื้อขณะที่มาเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัวในประเทศไทย หนูน้อย อามาร์ลี มาร์เชลล์ เด็กหญิงวัย 1 ขวบครึ่ง จากออสเตรเลีย เดินทางมาเที่ยวกับคุณพ่อ คุณแม่ และพี่สาว

Continue reading “แบคทีเรียกินเนื้อคน ลูกติดเชื้อจนเกือบเสียชีวิต”

“น้องภูมิ ภาวิต” ด.ช. สุดเจ๋ง ชนะการประกวดออกแบบชุดนางงามระดับประเทศด้วยวัย 17 ปี

ภาพของเด็กชายจากจังหวัดพัทลุงกับการพรีเซนต์แนวคิดการออกแบบชุดนางงามเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2016 เป็นที่ฮือฮาอย่างมากในขณะนี้  เนื่องจากผู้ชนะการประกวดได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท  พร้อมกับจะได้เห็นผลงานจริงของตัวเองในครั้งนี้เป็นผลงานของเด็กชายวัย 17 ปี จากโรงเรียนสตรีพัทลุง  ซึ่ง “น้องภูมิ ภาวิต” ออกแบบในคอนเซ็ปต์ สายน้ำที่พลิ้วไหว จากแรงบันดาลใจที่เคยชมผ้าไทยในพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

หนึ่งในผู้คัดเลือกผลงานนี้ก็คือพี่เมญ่า นนธวรรณ นางงามเวทีเดียวกันนี้ปี 2014  ได้เผยความรู้สึกว่าหนักใจกับการเลือกชุดแต่ละชุดพอสมควร เพราะเวลาใส่บนเวทีต้องโดดเด่น  สำหรับชุดที่เลือกนี้มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยชัดเจน และดีไซนต์มาจากชุดของโชน และมีโทนสีที่ทำให้ผู้สวมใส่โดดเด่นสะดุดตาได้

matichon (4)
ภาพจาก matichon online
ภาพจาก matichon online
ภาพจาก matichon online

 

ส่วน “น้องภูมิ – ภาวิต” ได้กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากได้รับคัดเลือกว่า  “รู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลนี้ เพราะพี่ๆ แต่ละคนที่ส่งผลงานเข้าประกวดนั้นมีประสบการณ์มาก แค่ได้เข้ารอบก็ดีใจแล้ว  ส่วนตัวอยากเรียนต่อดีไซน์เนอร์ และที่บ้านก็ดีใจและเข้าใจว่าเราสนใจด้านนี้จริงรๆ และจะนำเงินรางวัลนี้ไปจ่ายค่าเทอม”

ภาพจาก matichon online
ภาพจาก matichon online

ซึ่งอีกไม่นานเราก็จะได้เห็นชุดราตรีสุดสวยนี้บนเวทีระดับโลก และผู้สวมใส่คือ “ไดร์ – จิณณ์ณิตา  บุดดี”  มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2016  ใครที่มีลูกหลานเก่งขนาดนี้ต้องสนับสนุนเขาให้ถึงฝันนะคะ …ปรบมืออีกครั้งให้ “น้องภูมิ – ภาวิต”

matichon online
ภาพจาก matichon online
matichon (9)
ภาพจาก matichon online
ภาพจาก matichon online
ภาพจาก matichon online
matichon (11)
ภาพจาก matichon online
ภาพจาก matichon online
ภาพจาก matichon online
ภาพจาก matichon online
ภาพจาก matichon online
ภาพจาก matichon online
ภาพจาก matichon online
ภาพจาก matichon online
ภาพจาก matichon online

 

 

ที่มาจาก http://www.matichon.co.th/news/255036

ลูกจะรู้สึกอย่างไร เมื่อพ่อแม่เปรียบเทียบกับลูกคนอื่น?

บางทีคุณพ่อคุณแม่อย่างเราก็เผลอพูดคำแสลงใจเด็กไปบ้าง โดยลืมคิดไปว่าลูกจะรู้สึกอย่างไร เมื่อได้ยินคำพูดเปรียบเทียบเขา กับเด็กคนอื่น แม้ว่าเราจะทำไปด้วยความปรารถนาดี แต่มาดูกันว่า คำพูด “ เปรียบเทียบลูก ” ส่งผลอะไรกับเด็กบ้าง? Continue reading “ลูกจะรู้สึกอย่างไร เมื่อพ่อแม่เปรียบเทียบกับลูกคนอื่น?”

ป้องกันไข้หวัดใหญ่ และปอดบวมให้ลูกน้อยช่วงหน้าฝน

กรมควบคุมโรคเตือน ฤดูฝนนี้เด็กเล็กป่วยเป็นโรคปอดบวม และไข้หวัดใหญ่ รวมกว่า 40,000 คน โดย นายแพทย์อำนวย  กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในฤดูฝนมีการระบาดของเชื้อโรค ทั้งไวรัส และแบคทีเรีย คุณพ่อ คุณแม่ จึงควร ป้องกันไข้หวัดใหญ่ และปอดบวมให้ลูกน้อยช่วงนี้

Continue reading “ป้องกันไข้หวัดใหญ่ และปอดบวมให้ลูกน้อยช่วงหน้าฝน”

ตกเป็นจำเลยในคดีฆ่าคน! ต้นเหตุจาก “เพื่อน”

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น จะเห็นว่าลูกติดเพื่อนมากขึ้น ไปไหนมาไหนกับเพื่อนมากขึ้น แต่จะมีสักกี่ครอบครัวที่มีเวลาตามดูแลลูกทุกวินาที และสังคมทุกวันนี้เริ่มอยู่ยาก มีภัยรอบด้าน และคนดีก็หายากขึ้นทุกวัน ส่วนตัวผมเชื่อว่าครอบครัวที่อบอุ่นเท่านั้น ที่จะสามารถผลิตคนดีออกสู่สังคมได้

ผมมีตัวอย่างคดีที่น่าจะสอนใจคุณพ่อคุณแม่ได้ดี เป็นคดีที่ เด็กดีคนหนึ่งไปกับเพื่อน เพียงเพราะเป็นห่วงรถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง แต่สุดท้ายกลับต้องตกเป็นจำเลยในฐานะตัวการร่วมวางแผนฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คดีนี้ทีมทนายความ ทำงานเครียดเลยครับ เพราะพยานฝ่ายโจทก์เป็นคนใกล้ชิดกับจำเลย โดยทางกฎหมายพยานประเภทนี้จะมีน้ำหนักมาก เนื่องจากเป็นเพื่อนกันย่อมไม่เบิกความให้ร้ายเพื่อน และไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน

คดีนี้มีจำเลย 2 คนครับ คือ นาย ก. อายุ 20 ปีต้นๆ เป็นผู้ลงมือยิง นาย ก. เป็นเด็กที่ใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำมาโดยตลอดกระทั่งบรรลุนิติภาวะ ไม่มีพ่อแม่หรือญาติ คอยสนใจดูแล เมื่อพ้นโทษก็ไม่มีอาชีพ จึงหารายได้ด้วยการค้าสิ่งผิดกฎหมาย ส่วนนาย ข. อายุ 20 ปีต้นๆ เป็นคนขับรถมอเตอร์ไซค์ให้แก่นาย ก. นาย ข. เป็นคนดีแต่เป็นคนหัวอ่อน เชื่อคนง่าย เป็นที่รักใคร่ของทุกคนในครอบครัว มีพ่อแม่ ปู่ย่า คอยดูแลเอาใจใส่ไม่มีประวัติเคยกระทำความผิดทางอาญามาก่อนไม่เคยเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายมีงานทำเป็นหลักแหล่ง ขณะถูกจับกุมมีลูก 1 คน อายุ 3 ขวบ นาย ก. และนาย ข. รู้จักกันไม่ถึง 1 เดือน โดยการแนะนำจากเพื่อนอีกคนหนึ่ง

handcuffed-kid

วันเกิดเหตุนาย ก. ขอยืมรถมอเตอร์ไซค์ของนาย ข. อ้างว่าจะไปซื้อของ นาย ข. เป็นห่วงรถมอเตอร์ไซค์ ของตัวเอง จึงขอไปด้วย โดยที่ไม่ทราบว่า นาย ก. กำลังไปซื้อสิ่งของผิดกฎหมาย เมื่อนาย ก. ขับรถไปถึงที่เกิดเหตุ นาย ก. ทะเลาะกับ นาย ค. จึงใช้อาวุธปืนยิงนาย ค. จนถึงแก่ความตาย โดยนาย ข. เป็นผู้ขับรถมอเตอร์ไซค์พา นาย ก. หนีออกจากที่เกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ นาย ก. และนาย ข. หนีไปต่างจังหวัดด้วยกัน ต่อมาทั้งสองคนได้ติดต่อขอมอบตัว โดยนาย ก. รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงผู้ตายจริง แต่สู้ว่ามิได้วางแผนไว้ก่อน ส่วน นาย ข. ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

จุดมุ่งหมายของคดีนี้ คือ การช่วยเหลือนาย ข. ซึ่งไม่รู้เห็นด้วยกับการกระทำความผิดดังกล่าว แต่ก็มี พฤติการณ์หลายอย่างที่ทำให้น่าสงสัยว่า นาย ข. จะมีส่วนรู้เห็นหรือร่วมวางแผนด้วย เช่น การขับรถพานาย ก. หนี การหนีไปกบดานด้วยกัน และมีพยานบางปากให้การว่าเห็น นาย ข. เป็นผู้ถอดแผ่นป้ายทะเบียน

จากการสอบข้อเท็จจริงและวิเคราะห์พยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ ทำให้ทีมทนายความฝ่ายจำเลย หนักใจครับ เพราะคดีนี้ ถ้าพลาด นาย ข. จะต้องโทษสูงสุด คือ ประหารชีวิต ส่วน นาย ก. แม้จะเป็นผู้ลงมือยิงเอง ก็ตาม แต่ต้องโทษสูงสุด คือ จำคุกตลอดชีวิตเท่านั้น เนื่องจากคำรับสารภาพ ของนาย ก. เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีของศาลครับ ศาลจะลดโทษให้กึ่งหนึ่ง

คดีนี้ ทีมทนายความลงพื้นที่หาพยานหลักฐาน ประสานงานกับญาติๆ ของจำเลยทั้งสอง เพื่อให้ได้ความจริงและเพื่อให้การต่อสู้คดี เป็นประโยชน์ต่อตัวลูกความมากที่สุด แม้จะหนักใจเป็นอย่างมาก เพราะมีชีวิตคนหนึ่งคนฝากไว้กับทีมงาน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรค ภายใต้ความเชื่อที่ว่า “ความยุติธรรม” ยังมีอยู่จริง

 

เรื่อง นิติธร แก้วโต ทนายความที่ปรีกษาทางกฎหมาย และคุณพ่อลูกสอง

อยากท้อง พยายามมีลูก

พยายามมีลูก 5 ข้อควรรู้เมื่อคุณอยากตั้งครรภ์

สำหรับบางคนการตั้งครรภ์มีลูกอาจดูเป็นเรื่องง่าย แต่อีกหลายๆคนหลายๆคู่ที่ พยายามมีลูก แต่อาจเป็นเรื่องยาก ซึ่งปัญหาการมีลูกยากมีอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ สเปิร์ม ของฝ่ายชาย

ในกรณีที่มีภาวะมีบุตรยาก อาจต้องปรึกษาแพทย์ แต่ถ้าหากเป็นกรณีที่ยังรอการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติและคู่สมรสยังมีอายุไม่มาก ถ้าอยากมีลูกได้สมใจหวังว่าที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ก่อนว่าอะไรคือปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้คุณมีลูกยาก หรือจะมีวิธีใดที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้บ้าง Amarin Baby & Kids มีคำแนะนำดีๆ มาฝากค่ะ

พยายามมีลูก
เจลหล่อลื่นทำร้ายสเปิร์ม

1. คุณรู้หรือไม่ว่าการใช้เจลหล่อลื่นทั่วๆ ไปช่วย เวลามีเพศสัมพันธ์นั้นทำลายโอกาสที่จะเกิดการตั้งครรภ์ หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน นั่นก็เพราะเจลหล่อลื่นทั่วๆ ไป อย่างเช่น KY เจลลี่ หรือวาสลีนนั้นทำลายสเปิร์ม ถ้าคุณกำลังใช้มันอยู่ก็เท่ากับว่าคุณกำลังทำลายโอกาสในการตั้งครรภ์ของตัวเองไปกว่า 50% ทีเดียว

  • ถ้าคุณจำเป็นต้องใช้เจลช่วยหล่อลื่น อย่าใช้เจลหล่อลื่นทั่วๆ ไป ขอให้ใช้เจลหล่อลื่น Pre-Seed ซึ่งเป็นเจลที่เป็นมิตรกับสเปิร์ม ไม่เป็นอันตราย แต่ช่วยให้การเคลื่อนไหวของสเปิร์มดีขึ้น หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็คือ ใช้ไข่ขาวแทน ใช่แล้ว ไข่ไก่ธรรมดานี่เอง ตอกใส่ชามแล้วแยกเอาเฉพาะไข่ขาวออกมา ใช้แทนเจลหล่อลื่นได้เลย และเป็นมิตรกับสเปิร์มอีกด้วย

30-110428-sex_life_will_suffer_when_men_expect_perfection_from_women

2. คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า หากต้องการจะตั้งครรภ์ ในเดือนนั้นควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ตามปกติ เพื่อเก็บสเปิร์มไว้ให้มากๆ แล้วรอให้ถึงวันที่ไข่ตก จึงค่อยมีเพศสัมพันธ์ ความเข้าใจเช่นนี้เป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ เพราะถ้าคุณพยายามเก็บสเปิร์มไว้มากๆ เมื่อถึงเวลาตกไข่ที่คุณจำเป็นต้องใช้มัน สเปิร์มเหล่านั้นมีจำนวนมากก็จริง แต่ก็เป็นสเปิร์มที่อายุมากและหมดเรี่ยวแรงที่จะทำหน้าที่เจาะไข่เพื่อทำการปฏิสนธิเช่นกัน

  • การจะเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้มากที่สุดนั้น เป็นเรื่องสำคัญมากที่สเปิร์มจะต้องใหม่และแข็งแรงพอ ซึ่งก็หมายความว่าคุณผู้ชายจะต้องมีการปลดปล่อยสเปิร์มออกทุกๆ 5 วัน ตลอดทั้งเดือน ยกเว้นในช่วงเวลาตกไข่ ซึ่งคุณจำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์กันวันเว้นวัน

vitc2

3. มีวิตามินและเกลือแร่หลายตัวที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ แต่มีอยู่ตัวหนึ่งซึ่งคุณจำเป็นต้องหลีกเลี่ยง เพราะมันทำลายโอกาสในการตั้งครรภ์ของคุณเมื่อใช้ในปริมาณที่ไม่ถูกต้อง มันคือ วิตามิน C นั่นเอง การกินวิตามิน C ปริมาณเล็กน้อยเป็นเรื่องดี เพราะมันช่วยเพิ่มปริมาณหล่อลื่นในช่องคอลด ซึ่งหล่อลื่นนี้จำเป็นมากในการช่วยให้สเปิร์มเคลื่อนที่ไปผสมกับไข่ในรังไข่ ถ้าหล่อลื่นไม่ดี โอกาสที่สเปิร์มจะมีชีวิตรอดก็น้อยมาก

  • ประเด็นก็คือ หากคุณกินวิตามิน C ปริมาณมากเกินไป มันจะให้ผลในทางตรงกันข้าม กล่าวคือ มันจะทำให้หล่อลื่นของคุณแห้ง ซึ่งทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์ลดลง ดังนั้น คุณจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการกินวิตามิน C ปริมาณมากๆ หากไม่ต้องการลดโอกาสในการตั้งครรภ์ลง

qua-quat-16114-b20fb

4. ความเครียดมีผลทำให้โอกาสที่จะตั้งครรภ์ลดลง คนส่วนใหญ่มักจะบอกว่า “ทำใจสบายๆ ไม่ต้องเครียด เดี๋ยวมันก็ท้องเองแหละ” พวกที่พูดแบบนั้นช่างไม่รู้เลยว่า คำพูดแบบนั้นมันยิ่งทำให้คนที่ พยายามมีลูก เครียดหนักกว่าเดิมอีก ก็ถ้ามันท้องได้ง่ายๆ แบบนั้น คนก็คงไม่เครียดกับเรื่องนี้กันทั่วบ้านทั่วเมืองหรอก

  • มีรายงานวิจัยมากขึ้นเรื่อยๆ ที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความเครียดและอัตราการเกิดการตั้งครรภ์ งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่ากลุ่มผู้หญิงที่เข้าร่วมกลุ่ม “การบำบัดความเครียดด้วยเสียงหัวเราะ” มีอัตราความสำเร็จในการตั้งครรภ์สูงกว่ากลุ่มผู้หญิงที่ไม่ได้เข้าร่วม (อ่านต่อบทความ “เสียงหัวเราะ” ยาวิเศษ สำหรับคนมีบุตรยาก )
  • ข่าวดีก็คือ มันไม่ต้องใช้เวลามากมายเลย แค่วันละ 15 นาทีเท่านั้นเอง ดังนั้น แทนที่จะพยายามบังคับตัวเองให้ผ่อนคลายและไม่รู้สึกเครียดกับเรื่องนี้ ลองเปลี่ยนเป็นหาเรื่องให้ตัวเองหัวเราะได้ทุกๆ วันจะดีกว่า อาจจะอ่านหนังสือการ์ตูน หรือเช่าวิดีโอตลก หนังตลกมาดูเป็นประจำ แล้วมาดูกันค่ะว่าวิธีนี้จะช่วยได้หรือเปล่า

Kafija-2

5. คุณอาจจะเคยได้ยินเรื่องที่มีการถกเถียงกันว่า การดื่มกาแฟ (หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนผสมอยู่) เป็นสาเหตุที่ทำให้การตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้ช้าลง รายงานวิจัยที่มีการสำรวจกันมาให้ผลลัพธ์ที่ปนกัน บางรายงานก็สรุปว่ามีผล บางรายงานก็สรุปว่าไม่มีผล

  • งานวิจัยบางชิ้นถึงกับสรุปว่าแค่กาแฟวันละหนึ่งแก้ว ก็ทำให้อัตราการตั้งครรภ์ได้ภายในหนึ่งปีลดลงถึง 50% ถ้าวันละสามแก้วจะทำให้ลดลงถึง 175% ทีเดียว (อ่านต่อบทความใกล้เคียง  “ท้องแล้วดื่มกาแฟเหมือนเดิมได้หรือเปล่า?” / “วิจัยชี้ ดื่มกาแฟเกิน 2 แก้ว คนท้องเสี่ยงแท้งสูง!”)
  • แม้ว่าการวิจัยเรื่องนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ Mark Leondires ผู้อำนวยการ สถาบัน Reproductive Medicine Associates of CT ก็ยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนจะดีกว่า หากคุณกำลังพยายามที่จะตั้งครรภ์

>> และอีกหนึ่งคำแนะนำที่อยากฝากคือ สำหรับคุณผู้ชาย ไม่ควรให้ลูกอัณฑะใกล้ของร้อนหรือสารที่มีรังสี เช่น ไม่ควรวางคอมพิวเตอร์แล็บท็อปบนตัก ใส่โทรศัพท์มือถือไว้ในกระเป๋ากางเกง ไม่ควรอาบน้ำอุ่นหรือแช่น้ำร้อนเวลามีเพศสัมพันธ์ ระวังการใช้เจลหล่อลื่นที่มีขายทั่วไปในท้องตลาด เพราะสามารถลดการเคลื่อนไหวของอสุจิลงร้อยละ 60-100 นอกจากนี้ ทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอกจากช่วยลดความเครียดแล้ว ยังเป็นการควบคุมน้ำหนัก มีสุขภาพแข็งแรง เรื่องการมีลูกก็จะไม่ยากเกินไปค่ะ

จากคำแนะนำและวิธีข้างต้น  สำหรับบางคู่พยายามมาครบทุกสูตรแล้วก็ยังไม่ท้อง มีเพศสัมพันธ์กันตามปกติไม่ได้ว่างเว้น แล้วก็ไม่ได้คุมกำเนิดด้วยวิธีใด ๆ ด้วย หากเกิน 1 ปีไปแล้ว ก็ควรรีบไปปรึกษาคุณหมอได้ทันทีค่ะ

อ่านตอบทความน่าสนใจ


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.weneedbaby.com

ฮอร์โมนแห่งการเสียสละของแม่

ฮอร์โมนแห่งการเสียสละของแม่ พิสูจน์แล้วจากการวิจัย

ภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับการรักษาสมดุลแคลเซียมของร่างกาย ร่างกายของแม่มีการเตรียมพร้อม และทำหน้าที่เพื่อให้ลูกเจริญเติบโตตั้งแต่อยู่ในครรภ์ไปจนถึงหลังคลอด ทำให้บ่งบอกได้ว่า ฮอร์โมนแห่งการเสียสละของแม่ ยิ่งใหญ่เสมอ โดยเฉพาะช่วงก่อนคลอด

Continue reading “ฮอร์โมนแห่งการเสียสละของแม่ พิสูจน์แล้วจากการวิจัย”

ช่วยลูกเรียนรู้ เล่นกับลูก ลูกฉลาด ได้เรียนรู้

เล่นกับลูก ช่วยให้ทารกเรียนรู้ พ่อแม่ไม่ต้องเก่งก็ทำได้!

Q. เป็นพ่อแม่มือใหม่ค่ะ ลูกอายุได้ 4-5 เดือน เราตกลงกันให้แม่เลี้ยงลูกเป็นหลัก ปัญหาคือ เวลาอยู่กับลูกเล็กๆ ทั้งวัน ไม่รู้จะทำอะไรกับลูกค่ะ มีแต่คุยด้วยและอุ้มไปเดินเล่นแถวบ้านบ้าง เด็กทารกอยู่แต่ในบ้านจะดีกับเขาหรือเปล่าคะ อยากมีส่วนช่วยให้ลูกเรียนรู้ เด็กเล็กขนาดนี้เขาจะเรียนรู้อะไรได้บ้าง

ตั้งใจฟังนะครับ  ทารกเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาตราบเท่าที่คุณแม่ยังอยู่ในสายตา

เมื่อไรที่คุณพ้นสายตา  การเรียนรู้ก็จะลดลงตามส่วน

ช่วยลูกเรียนรู้ เล่นกับลูก ลูกฉลาด ได้เรียนรู้

ทารก 1 ขวบปีแรก เด็กเล็ก 2 ปีต่อมา เขามีหน้าที่และภารกิจสำคัญที่สุดที่จะต้องทำให้สำเร็จคือ

  1. เรียนรู้ว่าโลกและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเขาปลอดภัยและไว้ใจได้
  2. เรียนรู้ว่าคุณแม่และคุณพ่อมีอยู่จริงๆ ในโลกใบนี้และจะไม่มีวันหายไปไหนตลอดกาล
  3. เรียนรู้ว่าตัวตนของตนเองเป็นตัวอะไรหรือเป็นใคร

การเรียนรู้ทั้งสามอย่างนี้สำคัญที่สุด ถ้าทำได้เขาไปต่อได้อย่างดี ถ้าทำไม่ได้เขาไปต่อได้ยาก

อ่านต่อ “เลี้ยงลูกเล็กให้ฉลาด ต้องใช้ของเล่นหรือสื่อเสริมทักษะหรือเปล่า” คลิกหน้า 2

banner300x250-1

เด็กฆ่าตัวตาย

เด็กฆ่าตัวตาย เพราะถูกเพื่อนแกล้ง สังคมที่ต้องได้รับการเยียวยา

จากข่าวที่มี เด็กฆ่าตัวตาย Daniel Fitzpatrick เด็กชายวัย 13 ปี จากสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจฆ่าตัวตาย หลังจากโดนอันธพาลที่โรงเรียนแกล้งมาตลอดปี เด็กชายผู้น่าสงสารทิ้งจดหมายเอาไว้ก่อนตายว่า ตัวเองถูกรังแก แต่ครูกลับไม่แก้ไขปัญหา เพื่อนที่โรงเรียนก็ไม่ชอบเขา และไม่พูดคุยกับเขา

Continue reading “เด็กฆ่าตัวตาย เพราะถูกเพื่อนแกล้ง สังคมที่ต้องได้รับการเยียวยา”

“แสงแฟลช” ทำลายดวงตาเด็กจริงหรือ?

มีหลายคนพูดกันไปว่าแสงแฟลชทำให้ตาของเด็กเสียหรือเกิดโรคของจอตา  แต่จริงๆ แล้วยังไม่เคยมีเด็กที่เป็นโรคตาเพราะแสงแฟลช  และยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนด้วย  เพราะเด็กมีกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องดวงตาจากแสงต่างๆ รวมถึงแสงแฟลชอยู่แล้วค่ะ เพราะว่า

 

  • เด็กมีรูม่านตาเล็กกว่าผู้ใหญ่มาก รูเล็กนิดเดียว  แสงก็จะผ่านได้น้อย  อันตรายจากแสงก็จะลดน้อยลง
  • เมื่อมีแสงส่องม่านตาจะหด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกายม่านตาจะหดเมื่อมีแสงส่องเข้ามา ก็ยิ่งทำให้แสงที่จะผ่านเข้าไปลดลงอีก
  • สัญชาตญาณการหลบหลีกแสง มนุษย์มีปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณในการหลบหลีกจากแสงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเบือนหนี  หลับตา  หรือหยีตา  ปฏิกิริยาเหล่านี้เป็นกลไกซึ่งช่วยปกป้องอันตรายจากแสงจ้าได้เช่นกัน

 

“นอกจากนี้การใช้แสงแฟลชยังเป็นการยิงแสงให้กระจายออก  แสงไม่ได้รวมเป็นจุดเดียว  ความเข้มข้นของแสงจึงถูกกระจายออกไป  และการถ่ายรูปในแต่ละครั้งยังใช้เวลาไม่นาน  ไม่ได้ถ่ายทั้งวัน  แสงแฟลชจึงไม่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อดวงตาของลูกได้  แม้จะเป็นลูกเบบี๋แรกคลอดก็ถ่ายรูปได้  คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ”

shutterstock_383392120

 

Q : ทำอย่างไรเมื่อหลังจากถ่ายรูปแล้วลูกมีอาการระคายเคืองหรือมีน้ำตาซึม

A : ถ้าเป็นเพียงระยะสั้นๆ และหายได้เอง สัญนิฐานลูกอาจเป็นภูมิแพ้บางชนิดซึ่งทำให้สายตาไวต่อแสงไปด้วย  กรณีนี้ไม่เป็นอันตรายค่ะ แต่ในกรณีที่ดวงตาของลูกเกิดอาการแพ้มากกว่าปกติ  อาจเป็นสัญญาณบอกถึงโรคตาอื่นๆ ที่ลูกเป็นอยู่ก่อนแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและทำการรักษาต่อไป”

 

อ่านเรื่อง ““แสงแฟลช” ทำลายดวงตาเด็กจริงหรือ?” คลิกหน้า 2

เด็กทำความผิด ใครมีหน้าที่รับผิดชอบ?

เด็กทำผิดกฎหมาย ใครมีหน้าที่รับผิดชอบ? 

หลายท่านคงเคยอ่านข่าวเด็กนักเรียนยกพวกตีกันมาบ้างนะครับ ซึ่งในที่เกิดเหตุจะมีเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย หรือในเหตุการณ์ที่เด็กนำรถของบิดามารดาไปขับชนรถของผู้อื่นจนเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน ร่างกาย และชีวิต ผมจึงขอกล่าวถึงหน้าที่ของบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งนอกจากบิดามารดาจะมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดู และให้การศึกษาแก่บุตรแล้ว หาก เด็กทำผิดกฎหมาย บิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ยังต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในความเสียหายทางละเมิดหรือค่าเสียหาย ที่เด็กได้กระทำต่อผู้อื่นด้วย

Bruised-and-battered-boy-1000x750-600x420

 

เมื่อ เด็กทำผิดกฎหมาย กระทำความผิดทางอาญา เด็กจะต้องถูกดำเนินคดีในศาลเยาวชนและครอบครัวต่อไป โดยบิดามารดา ไม่ต้องร่วมรับผิดในทางอาญาด้วย ส่วนความรับผิดต่อค่าเสียหายในทางแพ่งนั้น กฎหมายกำหนดให้บิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายจะต้องรับผิดชอบแทนเด็ก เนื่องจากเด็กไม่มีรายได้ที่จะสามารถนำมาชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายได้ และกฎหมายต้องการให้บิดามารดา คอยควบคุม ดูแล อบรมเด็ก ให้เป็นคนดี ไม่ให้เป็นภาระของสังคม กฎหมายจึงกำหนดให้บิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เด็กก่อให้เกิดขึ้น กล่าวคือ

ตามประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๐ ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่น โดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่า ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

มาตรา ๔๒๙ บุคคลใดแม้ไร้ความสามารถเพราะเหตุเป็นผู้เยาว์ หรือวิกลจริต ก็ยังต้องรับผิดในผลที่ตนทำละเมิด บิดามารดาหรือผู้อนุบาลของบุคคลเช่นว่านี้ย่อมต้องรับผิดร่วมกับเขาด้วย เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่ดูแล ซึ่งทำอยู่นั้น

เด็กทำผิดกฎหมาย

แต่ในส่วนของบิดา เมื่อมิได้จดทะเบียนสมรสกับมารดา บิดาย่อมเป็นบิดาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของบุตร ดังนั้น จึงไม่สามารถนำบทบังคับตามมาตรา ๔๒๙ มาใช้บังคับให้บิดาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นร่วมรับผิดกับเด็กได้ เนื่องจาก คำว่า บิดา ตามมาตรา ๔๒๙ ดังกล่าว จะต้องเป็นเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อกฎหมายมีช่องว่างเกิดขึ้น ทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมระหว่างบิดามารดาดังกล่าวข้างต้น และยังมีผลต่อค่าเสียหายของผู้อื่นด้วย  หากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมาจริงๆ  อาจจะต้องยื่นให้ศาลฎีกาวินิจฉัย และปรึกษาทนายผู้เชี่ยวชาญครับ

 banner300x250

อ่านต่อ บทความน่าสนใจ

แบ่งทรัพย์สินอย่างไร หากไม่ได้จดทะเบียนสมรส

คุณแม่ควรรู้ไว้!! ประโยชน์ของทะเบียนสมรสที่คุณอาจไม่เคยรู้


เรื่อง คุณนิติธร แก้วโต ทนายความที่ปรึกษาทางกฎหมาย และคุณพ่อลูกสอง

เคล็ดลับวิธีเด็ด 14 ข้อ กับการสอนลูกสาวให้ได้ดี

หลายคนมักบอกว่า ชีวิตของผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนไป เมื่อย่างเข้าสู่ความเป็นแม่ เพราะการมีลูกจะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งมีความรับผิดชอบมากขึ้น และเลี้ยงดูลูกให้เติบโตมาอย่างมีคุณภาพที่สุด “การเลี้ยงดูลูกสาว” จึงถือเป็นเรื่องที่ท้าทาย Continue reading “เคล็ดลับวิธีเด็ด 14 ข้อ กับการสอนลูกสาวให้ได้ดี”

จัดกระเป๋าพกพาของใช้ลูกเล็ก ฉบับประหยัดเงินในกระเป๋าพ่อแม่

วันหยุดหลายครอบครัวคงมีแพลนเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่  แต่หากคุณเพิ่งจะมีลูกน้อยเป็นคนแรก คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายท่านคงจะกังวลว่าจะเอาอะไรใส่กระเป๋าดี!  ฉบับนี้ผมขอแบ่งปันประสบการณ์ในฐานะพ่อมือใหม่เช่นกันเอาละครับ…เมื่อทุกอย่างพร้อม เรามาจัดสัมภาระ และอุปกรณ์ที่สำคัญสำหรับลูกน้อยกันครับ

03

หมวดที่ 1 อุปกรณ์ให้นม

สมัยนี้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นสิ่งสำคัญมากครับ เครื่องปั้มนมจะเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญ ซึ่งในปัจจุบัน คุณแม่สามารถพกพาได้สะดวกด้วยเครื่องปั้มที่สามารถใช้ถ่านไฟฉายหรือแบตเตอรี่ครับ และต้องมาคู่กับผ้าคลุมให้นมสำหรับคุณแม่นะครับ อีกประการที่จำเป็นครับ คุณแม่ที่รู้ตัวเองว่ามีปริมาณน้ำนมมาก ควรนำถุงเก็บน้ำนมไปด้วยนะครับ อันนี้เพื่อความสบายของคุณแม่เอง แต่ผมไม่แนะนำให้เก็บเยอะในระหว่างการเดินทางนะครับ นมแม่สามารถอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ดี 4-6 ชั่วโมง วันนี้เรามาเดินทางควรให้น้อยดื่มแต่พอควรนะครับ ไม่จำเป็นต้องนำกลับหรือหากล่องต่างๆมาแช่ไว้

            และสำหรับคุณแม่ที่ลูกน้อยดื่มนมผสมครับ ผมขอแนะนำให้คุณแม่เตรียมขวดนม และขวดน้ำ แต่พอดีครับ พกกระติกเก็บน้ำร้อนขนาดเล็ก 1 ใบจะเป็นการดี คุณแม่ต้องขยันล้างหน่อยครับ และลวกน้ำร้อนพอประมาณเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคครับ สิ่งสำคัญครับอย่าลืมน้ำยาล้างขวดนมนะครับ อันนี้ขาดไม่ได้ทีเดียวอย่าใช้ปนกับน้ำยาล้างจานของผู้ใหญ่นะครับ และสำหรับคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ที่ต้องการความสะดวก ผมแนะนำเป็น ถุงนึ่งขวดนมสำเร็จรูปครับ แวะจุดบริการหรือปั้มน้ำมัน นำเข้าไมโครเวฟก็สามารถใช้ได้ครับ ส่วนที่เหลือก็คือนมผงของลูกน้อยและแหละครับ คุณแม่ต้องกะประมาณให้เพียงพอแก่การเดินทางนะครับ

 

หมวดที่ 2 ชุดเสื้อผ้า

สำหรับสิ่งนี้ผมเชื่อครับว่าคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่จะจัดเต็มสำหรับลูกน้อยเป็นแน่ ผมแนะแนะนำอย่างนี้ครับ ให้คุณพ่อคุณแม่คำนึงถึงกิจกรรมที่จะใช้ในการเดินทาง เลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมและเผื่อจำนวนไว้สักนิดนะครับ.

หมวดที่ 3 ผ้าอ้อมและอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาด

หมวดนี้จะขาดไม่ได้นะครับ ผ้าอ้อมแผ่นยางรองเปลี่ยน หากคุณแม่จะต้องการความสะดวกและความสะอาด ผมขอแนะนำแผ่นรองซับสำหรับผู้ใหญ่ครับ มีหลายแบรนด์ในท้องตลาด ราคาไม่แพงครับ ใช้ในการรองเปลี่ยนผ้าอ้อมของลูกน้อยให้สถานที่สาธารณะได้เลยครับ สะดวก สะอาดแน่นอน ยังซึมซับได้ดีอีกด้วยครับ กระดาษทิชชู่เปียก สำหรับคุณแม่และคุณลูกนะครับ การเลือกนำผ้าอ้อมสำเร็จรูปก็เป็นสิ่งสำคัญครับ คุณแม่ต้องเลือกให้เหมาะกับกิจกรรมและช่วงเวลานะครับ

 

อ่านเรื่อง “จัดกระเป๋าพกพาของใช้ลูกเล็ก ฉบับประหยัดเงินในกระเป๋าพ่อแม่” คลิกหน้า 2