ประโยชน์ของการมีเซ็กส์

กระซิบบอกสามี! 10 ประโยชน์ของการมีเซ็กส์ ช่วยห่างไกลโรค

พบกับ 10 ประโยชน์ของการมีเซ็กส์ ที่คุณพ่อและคุณแม่ไม่ควรพลาด ฟินได้ คลายเครียด แถมปลอดโรค!

 

กำลังเครียดกันอยู่หรือเปล่าคะ? ถ้าใช่ละก็เชิญทางนี้เลยค่ะ เพราะวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมานำเสนอวิธีคลายเครียดให้คุณพ่อคุณแม่กัน รับรองว่า งานนี้ไม่ใช่แต่จะหายเครียดเท่านั้นนะคะยังจะฟินอีกเสียด้วย แต่อย่าลืมนะคะว่า ทุกอย่างเป็นดาบสองคม เช่นเดียวกับ การมีเซ็กส์หรือการมีเพศสัมพันธ์ หากมีให้ถูกที่ ถูกต้องและถูกเวลา ก็ย่อมนำพาเราไปเจอแต่สิ่งที่ดี ๆ และปลอดภัย แต่ในทางกลับกัน หากมีผิดแปลกแหวกแนว หรือมีไม่เลือกละก็ อาจจะนำพาโรคร้ายต่าง ๆ มาให้เราด้วยก็ได้

นพ.กัมปนาท พรยศไกร ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ และแอดมิน (admin) เพจ “sarikahappymen” ได้บอกถึงประโยชน์ของเซ็กส์ว่า เรื่องเพศเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเรามาตั้งแต่เกิด อย่างน้อยจุดเริ่มต้นของเราทุกคน ก็มาจากตรงนั้นแหละ ส่วนการมีเซ็กส์เมื่อมัน “ถูกต้อง-ถูกสถานที่-ถูกเวลา” ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ที่ไม่ดี…มันก็มีถมไป! โดยได้กล่าวถึงประโยชน์เอาไว้ดังนี้

10 ประโยชน์ของการมีเซ็กส์

ประโยชน์ของการมีเซ็กส์

1.กระตุ้นภูมิคุ้มกัน การมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ โดยพบว่าคนที่มีเซ็กส์สม่ำเสมอ จะมีระดับแอนติบอดี้ที่ชื่อว่า “Immunoglobulin A” หรือ IgA มากกว่าคนทั่วไปถึง 30 เปอร์เซ็นต์ มีคุณสมบัติเสริมภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็งแรงขึ้น โดยนักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายว่าพอมีอะไรลึกซึ้งก็มีการแลกเปลี่ยนสารกันระหว่างบุคคล ทำให้ร่างกายผลิต “IgA” ขึ้นมา ซึ่งประโยชน์ก็คือทำให้เป็นไข้หรือเป็นหวัดน้อยลงนั่นเองค่ะ

2. ดีต่อใจ อย่างที่ทราบกันดีค่ะว่า การออกกำลังกายนั้น ทำให้เลือดสูบฉีดได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับการมีเซ็กส์แต่ละครั้ง ก็ช่วยบริหารหัวใจได้เช่นกัน สมาคมโรคหัวใจของประเทศสหรัฐอเมริกาได้พบว่า คนที่มีเซ็กส์อย่างน้อยสัปดาห์ละสองครั้งนั้น จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจได้น้อยกว่าคนที่ไม่มีเลยมากถึง 45 เปอร์เซ็นต์

3. ลดความดัน ได้มีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนพบว่า ผู้หญิงที่มีอายุมากแล้วยังมีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอ จะสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้มากกว่าผู้หญิงที่ไม่มีและอยู่ในรุ่นอายุคราวเดียวกัน

4. แก้ปวดหัว ใครเป็นไมเกรนละก็ ต้องไม่พลาด เพราะงานวิจัยทางการแพทย์ของประเทศเยอรมัน ได้พบว่า การมีเซ็กส์นั้นจะสามารถช่วยลดอาการปวดไมเกรนได้มากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และนั่นคือสาเหตุที่ว่า เวลาที่เรามีเพศสัมพันธ์นั้น ร่างกายจะผลิตสารชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า เอนโดรฟิน ออกมาสร้างความสุขและระงับอาการปวดลงได้นั่นเองค่ะ

5. ลดโอกาสการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ข้อนี้เป็นที่ฮือฮาและกล่าวขานเป็นอย่างมากเลยละค่ะ กับงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่พบว่า ผู้ชายที่มีการหลั่งอย่างน้อยเดือนละ 21 ครั้ง จะมีโอกาสเป็นต่อมลูกหมากน้อยกว่าคนที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน

6.ทำให้นอนหลับดีขึ้น หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมีปัญหานอนไม่หลับ วันนี้มีข่าวดีมาบอกค่ะ ได้มีการศึกษาหลายครั้งพบว่า หลังจากมีเซ็กส์แล้วร่างกายจะหลับดีขึ้น ซึ่งบางคนอาจคิดว่าคงเพราะเหนื่อย แต่จริง ๆ มีมากกว่านั้น คือพบว่าขณะเรามีเซ็กส์นั้นร่างกายจะมีการหลั่งฮอรโมน “อ๊อกซิโตซิน” กับ “เซโรโทนิน”ออกมา ซึ่งสารทั้งคู่นั้นจะช่วยให้ร่างกายหลับสนิทมากขึ้นได้นั่นเอง

7.ลดความเครียด ปัจจุบันโรคเครียดเป็นปัญหาที่กำลังพบได้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมคนทำงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตมากมาย และปัจจุบันทางการแพทย์พบว่าคู่สมรส หรือครอบครัวที่ยังมีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอ จะมีระดับความเครียดลดลงมาก ซึ่งก็ทำให้ความดันลดลงเช่นกัน

8.กระตุ้นสมอง มีการศึกษาตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ พบว่าการมีเซ็กส์บ่อย ๆ จะมีความจำดีกว่าคนที่ไม่ค่อยมี ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จากประเทศเนเธอแลนด์ อธิบายว่า การมีเซ็กส์ช่วยกระตุ้นสมองส่วน “ฮิปโปแคมปัส” ซึ่งช่วยเรื่องความจำได้

9.อายุยืนขึ้น งานวิจัยจากวารสารการแพทย์ติดตามผู้ชายอายุ 45-60 ปี จำนวน 1,000 คน เป็นเวลา 10 ปี พบว่าผู้ชายที่มีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสเสียชีวิตน้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่อยู่อย่างสันโดษ

10.เพิ่มความมั่นใจ ทางการแพทย์พบว่า ผู้ที่มีเซ็กส์อย่างสม่ำเสมอจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมถึงมีระดับความเชื่อมันในตัวเองสูงกว่าคนที่ไม่ค่อยได้มีเซ็กส์

ในเมื่อข้อดีมีมากขนาดนี้ จะช้าอยู่ใย ว่าแล้วคืนนี้ รีบสะกิดบอกสามีกันเลยดีกว่าค่ะว่า หากอยากมีสุขภาพดี ห่างไกลมะเร็งละก็คืนนี้เจอกัน!

 

อ่านต่อเนื้อหาอื่นที่น่าสนใจ:


ขอบคุณที่มา: เดลินิวส์

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ให้ลูกกินไข่

4 เหตุผลที่พ่อแม่ควร ให้ลูกกินไข่

ลูกไม่สบายบ่อย เข้าโรงพยาบาลเป็นประจำ ความจำไม่ค่อยดี  แค่พ่อแม่ ให้ลูกกินไข่เป็นประจำก็ช่วยได้

 

 

อาจารย์สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย และผู้ทรงคุณวุฒิด้านโภชนาการ สสส. ได้อธิบายว่า อาหารทุกมื้อล้วนมีความสำคัญ แต่ในบรรดาอาหารแต่ละมื้อที่เรากิน มื้อที่มีความสำคัญที่สุดคือ ‘อาหารเช้า’ เนื่องจากร่างกายอดอาหารมาตลอดทั้งคืน อาหารเช้าจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพราะร่างกายต้องใช้พลังงานจากอาหารมื้อเย็น ไปเลี้ยงหัวใจให้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย  พอตื่นเช้ามา หลังจาก 9-10 โมง เราจะเริ่มหิว ดังนั้น จึงต้องกินอาหารเช้าเข้าไปทดแทนพลังงานที่เสียไป อีกทั้งอาหารเช้ายังช่วยเติมพลังงานให้กับร่างกายและสมอง ทำให้สมองของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน การกินอาหารเช้ายังช่วยป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันโรคหัวใจ และป้องกันโรคอ้วนได้อีกด้วย

และอาหารเช้าที่คนส่วนใหญ่นิยมทานก็มักจะมี ไข่ เป็นส่วนประกอบ ซึ่งมหาวิทยาลัย North Carolina จากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้การสนับสนุนให้คนส่วนใหญ่รับประทานไข่เป็นประจำทุกวัน เพราะเป็นอาหารที่ไม่ได้มีราคาแพง แถมอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย

ทำไมต้องกินไข่ทุกเช้า หาคำตอบได้ที่หน้า 2 >>

เทรนด์ฮิตแม่ยุคใหม่! “ฝากไข่” เพื่อมีลูกในอนาคต

“ฝากไข่” เทรนด์ใหม่ของสาวโสดที่อยากมีลูกในอนาคต … และกลัวว่าอายุเพิ่มขึ้นแล้วจะมีลูกไม่ได้

 

 

เมื่อยุคนี้คือยุคของหญิงเก่งและแกร่ง แถมเวลาก็ไม่ค่อยมี การ ฝากไข่ จึงกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในหมู่ของสาวโสด เนื่องจากกลัวว่าพอวันเวลาผ่านไป อายุเริ่มมีมากขึ้น การตั้งครรภ์จะเป็นอะไรที่ยากลำบากแถมยังถือเป็นความเสี่ยงกับพัฒนาการของลูกด้วย

นอกเสียจากนี้ ยังพบว่าผู้หญิงแต่งงานน้อยลงหรือช้าลง โดยนิยมอยู่เป็นโสดมากขึ้น ยืนยันได้จากอัตราการเพิ่มประชากรไทยลดลงจากร้อยละ 2.7 ในปี 2513 ลดลงเหลือ ร้อยละ 0.4 อาจจะด้วยเหตุผลจากหน้าที่การงาน หรือความรักอิสระมากขึ้นของสาว ๆ ในยุคปัจจุบัน แต่ในความเปลี่ยนแปลงนั้น เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์โดยการฝากไข่แช่แข็ง หรือ Oocyte Freezing จึงเป็นที่ตอบโจทย์ที่ทำให้เราไม่ต้องกังวลกับอายุที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีอีกต่อไปค่ะ

อ่านต่อ >> เนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่หน้า 2

จู๋ดำ

ไขข้อข้องใจคุณผู้ชาย ทำไมจุ๊ด จู๋ดำ?

ทั้ง ๆ ที่อยู่ร่มผ้า แต่ก็ไม่วายที่จะดำ … ร่วมไขข้อข้องใจ ทำม๊ายทำมาย จู๋ดำ?

 

 

คุณพ่อทั้งหลายคะ เคยคิดหรือสงสัยกันหรือไม่คะว่า ทำไมน้องชายของคุณพ่อถึงดำ ทั้ง ๆ ที่แดดก็ไม่โดน แถมอยู่ในร่มผ้าตลอดเวลา แต่กลับมีสีดำ เชื่อเถอะค่ะว่า แม้แต่ผู้เขียนหรือทีมงานเองตอนแรกยังไม่รู้เลยเหมือนกัน แต่พอได้อ่านเจอเท่านั้นละค่ะ ถึงกับบางอ้อ จนต้องรีบนำมาเขียนเป็นบทความให้คุณพ่อคุณแม่ได้อ่านกันเลยทีเดียว

และไม่ใช่แค่คำตอบเท่านั้นนะคะที่เราเตรียมมาให้ เพราะทีมงาน Amarin Baby and Kids ยังได้เตรียมวิธีการทำความสะอาดที่่ถูกต้องมาฝากกันด้วยละค่ะ พร้อมกันหรือยังคะ ถ้าหากพร้อมแล้วไปอ่านบทความนี้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ

อ่านต่อเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่หน้า 2 >>

มดลูกมีปัญหา

เลี่ยงได้เลี่ยง! 10 พฤติกรรมส่งผลให้ มดลูกมีปัญหา

มดลูกมีปัญหา แน่! ถ้าคุณแม่ ๆ ทั้งหลายไม่ดูแลให้ดี ระวังแก่ตัวไปจะลำบาก !!

 

 

ร่างกายของผู้หญิงนั้นซับซ้อนนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกายของผู้หญิงเรา ไม่ว่าจะเป็นรังไข่หรือมดลูก ซึ่งวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมาพูดถึงมดลูกกันค่ะ เพราะถ้าหากเราดูแลไม่ดีละก็ อนาคตรับรองลำบากแน่นอนเลยละค่ะ แล้วใครละจะเป็นคนดูถ้าไม่ใช่ลูกหลานของเราเอง ดังนั้น ถ้าหากไม่อยากให้ลูกหลานต้องลำบาก หรือต้องนำเงินเก็บที่มีมาเป็นค่ารักษาพยาบาลละก็ หลีกเลี่ยง 10 พฤติกรรมเหล่านี้ซะเดี๋ยวนี้ มิเช่นนั้นจะหาว่าไม่เตือน

มดลูก คืออะไร?

ซึ่งมดลูกที่ว่านี้ เป็นอวัยวะกลวง ที่มีรูปร่างคล้ายกับลูกแพร์ มีผนังหนาวางตัวอยู่ในช่องเชิงกราน อยู่หลังกระเพาะปัสสาวะ อยู่หน้าลำไส้ใหญ่ และช่องทวารหนัก โพรงของมดลูกนั้นอยู่ติดกับโพรงของปีมดลูกและโพรงของช่องคลอด

อ่านต่อ >> เนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่หน้า 2

ข้อห้ามคนท้อง

10 ข้อห้ามคนท้อง ที่ต้องระวังขณะตั้งครรภ์

ข้อห้ามคนท้อง สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์คงจะเคยได้ยินข้อห้ามต่างๆที่คนรอบข้างคอยเตือนมากมายเลยใช่ไหมคะ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids รวบรวม 10 ข้อห้ามสำหรับคนท้องมาฝากค่ะ มาดูกันว่าคนท้องห้ามทำอะไรบ้าง และทำแล้วจะเป็นอันตรายกับลูกน้อยในครรภ์ขนาดไหน

Continue reading “10 ข้อห้ามคนท้อง ที่ต้องระวังขณะตั้งครรภ์”

คนท้องนวดได้ไหม

คนท้องนวดได้ไหม อันตรายต่อลูกในท้องหรือเปล่า?

เดี๋ยวปวด เดี๋ยวเมื่อย อยากรู้จัง คนท้องนวดได้ไหม … ร่วมไขข้อข้องใจนี้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ

 

 

โอ้ยปวด โอ้ยเมื่อย … อยากจะไปนอนนวดก็เกรงใจ เพราะลังเลว่าจะเสี่ยงกับการแท้งหรือไม่นั้น วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมาร่วมไขข้อข้องใจนี้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ แต่เอ … ก่อนที่จะไปหาคำตอบนั้น ทำไมเราไม่มาดูกันก่อนถึงสาเหตุของอาการเมื่อยนี้กันก่อนค่ะ

ทำไมคนท้องถึงรู้สึกเมื่อย?

อาการปวดเมื่อยของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์นั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเลยละค่ะ ไม่ว่าจะเป็น สรีระที่เปลี่ยนแปลงไป ยกตัวอย่างเช่น พออายุครรภ์มีมากขึ้น มดลูกก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามไปด้วย จนส่งผลทำให้กระดูกสันหลังช่วงเอวแอ่นมาข้างหน้ามากกว่าปกติ และนี่เองค่ะ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่รู้สึกปวดเมื่อย นอกเสียจากนี้ยังเป็นเพราะคนท้องไม่ค่อยได้ขยับตัวหรือเปลี่ยนอิริยาบถมากเท่าไรนัก พอยืน นั่ง หรือนอนนาน ๆ อาการปวดเมื่อยก็เลยเกิดขึ้น

ว่าแต่คนท้องนวดได้หรือไม่  อ่านต่อได้ที่หน้า 2 >>

แพคเกจวัคซีน 2561

อัพเดทราคา แพคเกจวัคซีน 2561 จาก 12 โรงพยาบาลดัง

แพคเกจวัคซีน 2561 มาแล้วค่า สำหรับคุณแม่ๆที่กำลังเตรียมตัวพาลูกไปฉีดวัคซีนสำหรับลูกน้อยวัยขวบปีแรก มาเช็กได้ที่นี่ก่อนเลยค่ะ ว่าแต่ละโรงพยาบาลมีแพคเกจแบบไหน ราคาเท่าไหนกันบ้าง วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids จัดมาให้เพื่อคุณแม่เลยค่ะ

Continue reading “อัพเดทราคา แพคเกจวัคซีน 2561 จาก 12 โรงพยาบาลดัง”

ซื้อของใช้ลูก

9 ปัจจัยที่พ่อแม่ต้องคำนึงถึงก่อน ซื้อของใช้ลูก

หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการ ซื้อของใช้ลูก สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอันดับแรกคือความเหมาะสมกับช่วงวัย และความได้มาตรฐาน ปลอดภัยกับลูกน้อย

Continue reading “9 ปัจจัยที่พ่อแม่ต้องคำนึงถึงก่อน ซื้อของใช้ลูก”

การทำ cpr

การทำ cpr วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นช่วยคนจมน้ำที่ถูกต้อง

การทำ cpr ที่ถูกต้องเป็นอย่างนี้นี่เอง ขนาดออเจ้าแม่การะเกด ยังรู้จักวิธีการช่วยชีวิตพี่หมื่น ให้รอดตายจากการจมน้ำได้ ดูละครแล้วยังได้ความรู้อีกด้วยนะคะเนี่ย

Continue reading “การทำ cpr วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นช่วยคนจมน้ำที่ถูกต้อง”

แม่ท้องสะดือปูดปกติ-ไม่ปกติ

9 สาเหตุทำ คนท้องสะดือจุ่น

คนท้องสะดือจุ่น อาการแบบนี้ปกติหรือไม่? แล้วจุ่นแบบไหนกันนะ ที่เรียกว่าผิดปกติ?

 

 

คุณแม่ท่านที่กำลังท้อง กับผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวมาแล้วนั้น เคยรู้สึกสงสัยกันหรือไม่คะว่าทำไมสะดือของเราจากที่เคยปกติ จู่ ๆ ก็ปูดหรือจุ่นขึ้นมาเสียอย่างนั้น ตัวผู้เขียนเองเคยสงสัยมาก่อนค่ะ เพราะตอนก่อนท้องนั้นสะดือโบ๋ แต่พอตั้งครรภ์ได้สักพัก สะดือจุ่นเฉยเลยละค่ะ พอได้อ่านเจอบทความนี้เท่านั้น ต้องรีบนำมาเสนอพร้อมกับบอกต่อคุณแม่ทุกท่านโดยทันที

 

สะดือจุ่นเกิดขึ้นได้อย่างไร อ่านต่อได้ที่หน้า 2 >>

พาลูกเที่ยว สวนน้ำ

แม่ๆดูเลย!ปิดเทอมนี้ พาลูกเที่ยว สวนน้ำ ที่ไหนดี?

พาลูกเที่ยว สวนน้ำ ที่ไหนดี? คุณพ่อคุณแม่คงกำลังมองหากันอยู่ใช่ไหมคะ ยิ่งช่วงนี้เด็กๆกำลังอยู่ในช่วงปิดเทอมด้วย วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids เอาใจพ่อแม่ และคุณหนูๆ รวม  15 สวนน้ำ ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัดมาให้เลือกกัน สะดวกที่ไหน ก็จัดไปที่นั่นเลยค่ะ

Continue reading “แม่ๆดูเลย!ปิดเทอมนี้ พาลูกเที่ยว สวนน้ำ ที่ไหนดี?”

อาหารเมนูไข่ง่ายๆ

แจกสูตรอาหารเมนูไข่ง่ายๆ “ไข่ระเบิด” ช่วยเพิ่มพลังสมองให้ไอคิวสูงปี๊ด (มีคลิป)

เด็กบ้านไหนชอบกินไข่ เชิญทางนี้…เชฟแม่หมีมีเมนูไข่ง่ายๆ เอาใจลูกรัก มาฝาก กับ อาหารเมนูไข่ง่ายๆ “ไข่ระเบิด” ช่วยเพิ่มพลังสมอง และร่างกายลูกน้อยให้แข็งแรง จะมีขั้นตอนการทำอย่างไร ตามมาดูกันเลย

Continue reading “แจกสูตรอาหารเมนูไข่ง่ายๆ “ไข่ระเบิด” ช่วยเพิ่มพลังสมองให้ไอคิวสูงปี๊ด (มีคลิป)”

อาหารที่คนท้องไม่ควรรับประทาน

5 อาหารที่คนท้องไม่ควรรับประทาน (เลี่ยง ลด เลิก)

อาหารที่คนท้องไม่ควรรับประทาน มีอะไรบ้าง คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ถามกันมาบ่อยมากค่ะ เนื่องจากมีความไม่แน่ใจว่าอาหารบางอย่าง บางประเภทจะรับประทาน ได้เหมือนตอนก่อนยังไม่ท้องหรือเปล่า ทำให้เกิดความกังวลใจกันมากอยู่พอสมควร ฉะนั้นเราจะไปสำรวจพร้อมกันว่ามีอาหารอะไรบ้างที่ไม่แนะนำให้แม่รับประทาน ระหว่างที่กำลังอุ้มท้องอยู่กันค่ะ

 

อาหารที่คนท้องไม่ควรรับประทาน

ขึ้นชื่อว่าอาหารก็ต้องรับประทานได้หมดทุกอย่างซิ แต่ไม่ใช่กับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ค่ะ อาหารที่คนท้องไม่ควรรับประทาน มีข้อควรระวังอยู่พอสมควร เนื่องจากอาหารที่รับประทานเข้าไปนั้นหากไม่ระวังก็จะส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ได้  อาหารที่ดีกับคนท้องคืออาหารที่มีประโยชน์ ครบถ้วนด้วยสารอาหารทั้ง 5 หมู่ นั่นคือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน เกลือแร่หรือแร่ธาตุ วิตามิน ไขมัน ซึ่งจะต้องทานให้สมดุลกัน คือไม่กินอาหารหมู่ใดหมู่หนึ่งมากหรือน้อยเกินไปค่ะ

ส่วนอาหารที่คนท้องไม่ควรรับประทาน หรือควรหลีกเลี่ยงในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์นั้น ก็เช่นอาหารจำพวก…

1. อาหารไม่สุก หรืออาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ

หากก่อนหน้าที่ยังไม่ได้ตั้งครรภ์ คุณแม่ชอบรับประทานอาหารประเภทไม่สุก อย่าง ข้าวปั้นหน้าปลา ซูซิแซลมอน ซูซิทูน่า หรือรับประทานผักดิบอย่างถั่วงอก ถั่วฟักยาว ผักกะหล่ำปลี ฯลฯ ส่วนอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ อย่างไข่ดาวไม่สุก สเต็กหมู เนื้อย่างหรือทอดแบบไม่สุกทั้งหมด ส้มตำใส่ปลาร้า ปูเค็ม ปูม้า หอยดอง เป็นต้น แนะนำว่าถ้าท้องแล้วควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานใหม่ค่ะ อาหารอะไรที่ดิบ ไม่สุกขอให้ปรุงให้สุกก่อนรับประทาน ส่วนอาหารประเภทถนอมอาหารไว้อย่าง ปูดอง ปูเค็ม ปลาร้า หอยดอง ช่วงนี้ขอให้งดไปก่อนค่ะ เพราะหากซื้อมาทานจะแหล่งผลิตที่ไม่สะอาดอาจได้รับเชื้อโรค แบคทีเรียที่มาพร้อมอาหาร เมื่อทานเข้าสู่ร่างกาย อาจทำให้แม่ท้องมีอาการท้องเสีย ท้องร่วง อาหารเป็นพิษขึ้นมาได้ค่ะ

2. อาหาร ขนม เครื่องดื่ม ผลไม้หวานๆ

แม่ท้องส่วนใหญ่มักมีอาการอยากของหวาน โดยเฉพาะช่วงอายุครรภ์ 5-6 เดือนขึ้นไป เพราะเป็นช่วงที่ทารกในครรภ์มีพัฒนาการการเติบโตมากขึ้น ทำให้ดูดเอาสารอาหารจากร่างกายคุณแม่ที่รับประทานเข้าไปใช้ในการสร้างร่างกาย สมอง อวัยวะต่างๆ เมื่ออาหารที่แม่รับประทานเข้าไป ส่วนหนึ่งต้องแบ่งไปให้ทารกในครรภ์ด้วย จึงทำให้แม่ท้องรู้สึกหิวบ่อย และจะมีอาการอ่อนเพลียมากขึ้นด้วย จึงทำให้ร่างกายต้องการอาหารที่มาช่วยสร้างความสดชื่นนั่นก็คือรสชาติหวานที่ได้จากอาหารคาว หวานต่างๆ ผลไม้ รวมถึงเครื่องดื่มด้วย  ดังนั้นจึงแนะนำว่าเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานแทรกซ้อนขึ้นมาขณะตั้งครรภ์ ขอให้แม่ท้องงด เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม ขนมที่หวานมากๆ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ช็อกโกแลต ขนมเค้ก คัพเค้ก ฯลฯ (หากจะรับประทานคำสองคำเป็นบางครั้งก็พอได้ แต่ไม่แนะนำให้รับประทานทุกวัน) ผลไม้ที่มีน้ำตาลมากๆ เช่น ขนุน ทุเรียน เงาะ ลำไย มะม่วงสุก ฯลฯ ถ้างดได้ขอให้งดไปก่อนค่ะ แล้วเปลี่ยนมารับประทานเป็นผลไม้ที่ให้ความหวานไม่มากแทน เช่น แอปเปิ้ล ฝรั่ง แคนตาลูป ส้ม แตงโม สับปะรด เป็นต้น

3. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

จัดเป็นอาหารประเภทเครื่องดื่มมึนเมาที่ไม่แนะนำให้คนท้องดื่มเด็ดขาด เพราะผลกระทบต่อทารกในครรภ์นั้นร้ายมาก ทั้งทำให้ตัวแม่ท้องเสี่ยงต่อการแท้ง หรือหากไม่แท้งเมื่อลูกคลอดออกมาก็มีความเสี่ยงที่ส่งผลต่อสมองของลูก คือทั้งสมาธิสั้น ไอคิวต่ำ การเรียนรู้ จดจำจะมีพัฒนาการที่ล้าช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน จึงแนะนำว่าทั้งก่อน ระหว่าง และหลังคลอดลูกแล้ว แม่ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาดค่ะ

4. อาหารหมักดอง

คือตัวการสำคัญที่ทำให้สุขภาพแม่ท้องแย่ลงได้ค่ะ เพราะในอาหารประเภทหมักดองจะมีส่วนผสมของเกลืออยู่สูงมาก หากระหว่างตั้งครรภ์ทานอาหารหมักดองมากๆ อาจเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง หรือมีอาการบวมน้ำ รวมถึงในระยะยามยังเสี่ยงต่อโรคไตด้วยค่ะ

5. อาหารที่มีผงชูรส

อาหารที่ปรุงรสด้วยผงชูรสจะทำให้รสชาติอาหารอร่อยกลมกล่อมมากขึ้น แต่ถ้าจะพูดถึงประโยชน์ในด้านสารอาหารนั้นไม่มีเลยค่ะ การรับประทานอาหารที่มีผงชูรสมากๆ จะทำให้ลิ้นชา และกระหายน้ำมากกว่าปกติ แม่ท้องที่ชอบทานอาหารที่ใส่ผงชูรสเป็นประจำอาจเกิดการสะสมในร่างกายทำให้เกิดเจ็บป่วยด้วยโรคไต โรคความดันโลหิตสูงได้ ส่วน*ทารกในครรภ์อาจมีความเสี่ยงหลังคลอดคือ ทำให้เกิดการคลั่งในสมอง ซึ่งเมื่อเด็กโตขึ้นจะเป็นปัญญาอ่อน1
*อันตรายจากผงชูรส.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

 

ส่วนคุณแม่ท้องที่อยากได้แคลเซียมเสริมให้กับร่างกาย และส่งให้ลูกน้อยในครรภ์สำหรับการสร้างกระดูกและฟัน แนะนำให้รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ที่ได้จากเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ รวมถึงในนม เช่น นมแพะ นมถั่วเหลือง นมวัว เป็นต้น อย่างในนมแพะ ซึ่งนอกจากจะมีแคลเซียมสูงแล้ว ในนมพะยังเป็นแหล่งของโปรตีนคุณภาพ ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต โดยเฉพาะในระหว่างการตั้งครรภ์ที่คุณแม่ต้องการโปรตีนมากกว่าปกติ คือประมาณ 75-100 กรัมต่อวัน โปรตีนในนมแพะเป็นโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย และที่สำคัญในนมแพะยังมี โปรตีน CPP (Casein Phosphopeptides) ที่ช่วยดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ โดยเฉพาะแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อคุณแม่ได้รับสารอาหารจากโปรตีนที่ดี ย่อมส่งผลให้ลูกน้อยในครรภ์เติบโตแข็งแรง

เห็นแบบนี้แล้วคุณแม่ท้องควรใส่ใจในเรื่องอาหารการกินให้มากขึ้น อาหารที่ไม่มีประโยชน์ หรือมีโทษต่อสุขภาพของทารกน้อยในครรภ์ควรต้องเลี่ยง ลด เลิกทานกันตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งแม่และลูกค่ะ

 

Tags