อาหารบำรุงกระดูก

อาหารบำรุงกระดูก แม่ท้องและแม่ให้นม ควรกินอะไรดี?

ไม่ใช่เพียงแค่ผู้สูงอายุเท่านั้นค่ะ ที่ต้องการแคลเซียม แต่แม่ท้อง และแม่ให้นมลูก ก็ต้องการสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างแคลเซียมและ อาหารบำรุงกระดูก เช่นกัน แล้วสารอาหารใดบ้าง ที่จะช่วยเสริมแคลเซียมให้แม่ๆ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำตอบค่ะ

 

อาหารบำรุงกระดูก สำหรับแม่ให้นมลูก

เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งความกังวลของคุณแม่ๆในช่วงให้นมลูกเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะการให้นมลูกนั้น คุณแม่ๆบางท่านอาจจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่า การให้นมลูก คุณแม่อาจต้องสูญเสียแคลเซียม และขาดสารอาหารในร่างกายไปมากกว่าเดิม เพราะสารอาหารนั้นจะถูกนำไปใช้กับลูก ทำให้คุณแม่ๆบางท่านกลัวการให้นมลูกเป็นระยะเวลานานว่าอาจจะทำให้ส่งผลเสียต่อกระดูกในระยะยาวได้ แต่ต้องบอกเลยว่า ไม่อยากให้คุณแม่เป็นกังวลมากจนเกินไปค่ะ เพราะหากคุณแม่กลัวขาดสารอาหาร หรือสูญเสียแคลเซียมในร่างกาย คุณแม่ๆก็ควรจะดูแลตัวเองด้วยการรับประทาน อาหารบำรุงกระดูก หรือรับประทานอาหารที่มี สารอาหารที่จำเป็นต่อแม่ท้อง และ แม่ให้นมลูก 

อาหารบำรุงกระดูก สำคัญกับแม่ท้อง แม่ให้นมลูกอย่างไร?

ด้าน รศ.นพ.ภาวิน พัวพรพงษ์ เคยได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไว้ว่า  แม่ท้องและ แม่ให้นมลูก ต้องการแคลเซียม 800-1000 มิลลิกรัม/วัน ซึ่งส่วนใหญ่คุณแม่ๆ มักจะรู้ว่าแคลเซียมนั้นมาจาก นม ซึ่งคุณหมอแนะนำว่า แม่ท้อง และแม่ให้นมลูก ควรดื่มนมวันละ 2 แก้ว หลังอาหารเช้าและเย็นจะทำให้ปริมาณแคลเซียมที่ได้รับไม่ต่ำกว่าค่าความต้องการแคลเซียมต่อวัน และไม่ทำให้เกิดการดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

มีการศึกษาพบว่า หากมีระดับแคลเซียมของแม่ต่ำ ได้รับแคลเซียมจากอาหารน้อยกว่าวันละ 500 มิลลิกรัม จะมีการนำแคลเซียมจากกระดูกมาใช้เพื่อการสร้างน้ำนมให้เพียงพอ สำหรับการสูญเสียมวลกระดูกที่เกิดระหว่างการให้นมจะเป็นชั่วคราว และไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน หรือกระดูกหักในระยะยาว แต่อย่างไรก็ตามแนะนำให้คุณแม่ท้องหรือ แม่ให้นมลูกรับประทาน อาหารบำรุงกระดูก รวมถึงควรได้รับ สารอาหาร ที่ช่วยในการเพิ่มแคลเซียมให้กับร่างกายในแต่ละวันด้วยค่ะ

แล้วสารอาหารประเภทใดบ้าง ที่ช่วยในการเพิ่มแคลเซียม และบำรุงกระดูก ให้แม่ท้อง แม่ให้นมลูก

 

7 สารอาหารช่วยเพิ่มแคลเซียม และ อาหารบำรุงกระดูก แม่ท้อง แม่ให้นมลูก

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เด็ก LD

แม่แชร์วิธีแก้! เมื่อลูกเป็นโรคการเรียนรู้บกพร่อง หรือ เด็ก LD

เด็ก LD  หรือ เด็กที่เป็นโรคบกพร่องทางการเรียนรู้ ไม่ใช่เด็กโง่ อีคิวต่ำเสมอไป แล้วถ้าลูกของคุณกลายเป็นเด็ก LD จะมีวีแก้ไข หรือช่วยรักษาลูกได้ยังไง และจะสามารถส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ได้หรือไม่ อย่างไรบ้าง Amarin Baby & Kids มีคำแนะนำดีๆ มาฝากค่ะ

สังเกตสิ!…ลูกของคุณเป็นเด็กที่มีลักษณะอย่างนี้หรือไม่?

พูดคุยกับเขารู้เรื่องทุกอย่าง เข้าใจทุกอย่าง โต้ตอบได้เป็นอย่างดี แก้ปัญหาด้วยการลงมือทำได้ แต่พอให้เขียนหรืออ่านหนังสือ กลับทำไม่ได้เลย เขียนผิดๆ ถูกๆ ไม่เป็นตัวอักษร อ่านหนังสือไม่ออก ทั้งตะกุกตะกัก หรือไม่ก็อ่านข้ามไปเลยเวลาเจอคำที่ยากๆ ถ้าใช่…”อย่าเพิ่งคิดว่าลูกโง่” แท้จริงอาการเหล่านี้เอง หมายถึงลูกกำลังป่วยเป็นโรค LD หรือ มีภาวะบกพร่องในการเรียนรู้ ซึ่งหากลูกเป็น เด็ก LD แล้วจะมีวิธีรับมือ ดูแล หรือรักษาอย่างไร…ตามมาดูวิธีแก้ที่คุณแม่ท่านนี้ได้เขียนแชร์ในกระทู้ของเว็บไซต์พันทิปกันค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะช่วยลูก

แม่แชร์..วิธีแก้! เมื่อลูกเป็น เด็ก LD หรือ โรคบกพร่องทางการเรียนรู้

โดยคุณแม่ท่านนี้ได้มาแชร์ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองและลูก (ลูกเลี้ยง) ที่ป่วยเป็นโรคแอลดี ซึ่งคุณแม่เล่าว่า…

หลายคนอาจจะสงสัยว่าแอลดีนี่มันโรคอะไรกันนะ? มันคืออะไร? วันนี้เลยอยากจะมาอธิบายให้ฟังค่ะ

เริ่มแรก…ถ้าลูกของคุณเป็นเพียงเด็กปกติทั่วไป ที่เขารับรู้ทุกอย่าง แก้ปัญหาเป็น เขาตัดสินใจได้เหมือนกันกับเด็กทั่วๆไป แต่เขามีอาการที่เขียนหยังสือไม่ได้ เขียนหนังสือผิดๆถูกๆ อ่านหนังสือตะกุกตะกัก ไม่สามารถผสมคำได้ อ่านตัวสะกดผิด หรืออ่านหนังสือไม่ออกทั้งๆที่เป็นคำง่ายๆ คำนวณเลขง่ายๆไม่เป็น คิดไม่ออกแม้ว่าคุณจะได้บอกได้สอนเขาแล้วก็ตาม นั่นหมายถึงว่าลูกของคุณเริ่มเข้าข่ายของเด็กที่เป็น “โรคบกพร่องทางการเรียนรู้” หรือ “โรคไม่ถนัดอ่านไม่ถนัดเขียน ไม่ถนัดคำนวณ” นั่นเองค่ะ

ลักษณะ เด็ก LD

ขอเริ่มเกริ่นจากประสบการณ์ของตัวเองก่อน : เราต้องเลี้ยงลูกติดจากสามีค่ะ น้องเรียนชั้นมัธยมต้นแล้วแต่กลับกลายเป็นว่าเราถูกทางโรงเรียนตำหนิว่าลูก (ขออนุญาตเรียกว่าลูกนะคะ เขาเรียกเราว่าแม่ค่ะ) ไม่ค่อยส่งการบ้าน เรียนช้า เขียนหนังสือไม่ได้ ลายมืออ่านไม่ออก อ่านหนังสือไม่ออก เป็นเด็กที่เรียนรั้งท้ายและคิดว่าไม่น่าจะได้ผ่านเกณฑ์ที่จะได้ขึ้นชั้นสูงๆขึ้น เวลาครูสอนก็ขยุกขยิก ชอบพูดแทรกครูตลอดเวลา ตอนแรกๆเราก็ไม่สังเกตอะไร แต่พอเริ่มเปิดเทอม เราตรวจสมุดการบ้านของลูกก็เจอแต่รอยปากกาแดงว่าทำงานไม่เสร็จ มีแต่เครื่องหมายกากบาทผิด ลูกเริ่มส่งงานไม่ตรงเวลาและโกหกเราว่าไม่มีการบ้าน แต่อันที่จริงแล้วเขามาสารภาพทีหลังว่าเขาจดที่ครูให้ทำไม่ทัน เขาไม่สามารถส่งงานที่ครูรับมอบหมายให้ทำภายในเวลาที่กำหนดได้ เขาก็เริ่มออกทะเลไปเรื่อยๆ สุดท้ายตอนช่วงใกล้สอบกลางภาคเขาก็ต้องมานั่งงมทำงานที่เขาทำไม่เสร็จส่งครูก่อนสอบ บางวิชาเขาพอทำได้เขาก็ถูๆไถๆสอบได้ผ่านมีนพอดี บางวิชาก็ตกมีน ทั้งๆที่เราสอนการบ้านเขาทุกวัน ทุกครั้งที่เราสอนเขาให้อ่านหนังสือ เขาก็จะอ่านผิดๆถูกๆ นานไปก็เริ่มชักทนไม่ไหว ในใจเราคิดว่า “อะไรวะ…เด็กโตขนาดนี้แล้วให้อ่านคำง่ายๆทำไมทำไม่ได้” สุดท้ายก็มีลงไม้ลงมือกันบ้าง เจ็บตัวไปก็ใช่น้อย เพราะเราคิดว่าเขาไม่ตั้งใจเรียน อยากจะดูแต่ทีวี อยากจะเล่นแต่เกมส์คอมพิวเตอร์ ลูกโดนเราด่าทุกวัน เราด่าจนเราเครียดแล้วแอบไปร้องไห้คนเดียว เครียดมากจริงๆ สามีก็ตำหนิเราว่าเราไม่รักลูกเค้า ตีลูกเค้าทำไม ตะคอกใส่เด็กทำไม จนสุดท้ายเราเลยปล่อยลูกไปตามยถากรรม จะเรียนก็ช่าง ไม่เรียนก็ช่าง คือ ณ จุดๆนั้นเราปล่อยวางแต่ก็อดห่วงไม่ได้เหมือนกัน

เลือกน้ำดื่ม

เลือกน้ำดื่ม ให้ลูก ต้องรู้ให้จริง ถึงจะปลอดภัย!

เลือกน้ำดื่ม ให้ลูกทานแบบไหน ถึงจะปลอดยภัยและอุ่นใจคนเป็นพ่อเป็นแม่ แล้วขวดน้ำสำคัญไฉน เรื่องเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ควรรู้

 

 

ปกติแล้วคุณพ่อคุณแม่ เลือกน้ำดื่มให้ลูกโดยยึดอะไรเป็นการตัดสินใจหรือแรงบันดาลใจในการซื้อคะ ใช่รูปร่าง ลวดลาย หรือราคา … หากเลือกจากสิ่งเหล่านี้เป็นหลัก เคยนึกหรือเอะใจเรื่องของความปลอดภัยกันบ้างหรือเปล่า หรือแค่เดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแล้วก็หยิบได้เลย เท่านี้ลูกน้อยก็ดื่มได้แล้ว

แน่นอนค่ะว่า จะต้องมีคุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านสะดุ้งขึ้นมาทันทีพร้อมกับนึกในใจว่า “จริงด้วย ฉันไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย” หากเป็นเช่นนี้ก็ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ

คุณพ่อคุณแม่ทราบกันหรือไม่คะว่า ลูกน้อยของเรานั้น สามารถเริ่มดื่มน้ำจากขวดกันได้เมื่อไร … องค์การอนามัยโลกได้ระบุไว้ว่า เด็กแรกเกิดนั้น สามารถดื่มน้ำได้หลังจากที่มีอายุ 6 เดือนไปแล้ว โดยจะต้องเป็นน้ำที่มีปริมาณฟลูออไรด์ต่ำจะดีที่สุด แล้วต้อง เลือกน้ำดื่ม แบบไหนกันละที่ลูกสามารถดื่มได้ ไปหาคำตอบนั้นกันค่ะ

พาลูกเที่ยวสงกรานต์

พาลูกเที่ยวสงกรานต์ อย่าลืมรับมือกับ 5 โรคนี้!

พาลูกเที่ยวสงกรานต์ ปีนี้อย่าชะล่าใจ! ระวัง … ลูกอาจได้ของแถมโดยไม่รู้ตัว

 

 

นับย้อนหลังกันได้เลยกับเทศกาลที่ใครหลาย ๆ คนรอคอย ไม่ว่าจะเด็กเล็ก เด็กโต หรือว่าผู้ใหญ่ สำหรับเด็ก ๆ นั้นจะรู้สึกชอบเป็นพิเศษเพราะว่าได้เล่นน้ำอย่างสบายใจ ส่วนผู้ใหญ่วัยทำงานก็รู้สึกดีที่ได้พักผ่อนอีกทั้งยังมีเวลาหยุดยาวได้กลับไปเยี่ยมบ้าน เยี่ยมครอบครัว ฟังแล้วดูไม่มีอะไรใช่ไหมละคะ ดูสบาย ๆ เย็น ๆ แต่หารู้ไม่ว่า อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างแอบแฝงอยู่ในน้ำที่ลูกของเราเล่นก็เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่น เชื้อโรค และแบคทีเรียต่าง ๆ เป็นต้น

โดยทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมาขอนำเสนอบทความเกี่ยวกับโรคต่าง ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ และลูกหลานอาจจะต้องเจอ จะมีโรคอะไรบ้างนั้น พร้อมแล้วเราไปชมอ่านบทความนี้พร้อม ๆ กันค่ะ

เมนูผัก

สูตรดีบำรุงร่างกาย “ไก่ตุ๋นผักรวม” เมนูผัก สําหรับลูกน้อย

เทคนิคการฝึกลูกกินผัก ง่ายๆ เพียงคุณแม่เริ่มให้ลูกกินตั้งแต่ยังเล็กๆ เชฟแม่หมีจึงมีสูตร เมนูผัก แสนอร่อย ทำง่าย อย่าง “ไก่ตุ๋นผักรวม” ช่วยหัดลูกกินผักเป็นแถมยังบำรุงร่างกายลูกน้อยให้แข็งแรงอีกด้วย

การเริ่มอาหารเสริมให้ลูกด้วย เมนูผัก สำหรับลูกน้อยที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป เป็นช่วงวัยที่ลูกน้อยเริ่มทานอาหารเสริม นอกเหนือจากนมแม่ได้แล้ว ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณแม่สามารถฝึกให้ลูกทานผักได้ตั้งแต่ตอนนี้ เพราะหากลูกน้อยได้ลองทานผักเป็นอาหารแรกเริ่มนอกจากนมแม่แล้ว เด็กก็จะไม่รู้สึกว่าผักมีรสประหลาด หรือมีกลิ่นเหม็น แต่กลับรู้สึกเอร็ดอร่อยและเพลิดเพลินกับการกินผัก

เผยสูตรดีบำรุงร่างกาย “ไก่ตุ๋นผักรวม” เมนูผัก สําหรับลูกน้อย

ทั้งนี้กับให้ลูกทานอาการเสริมอย่าง เมนูผัก ก็เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานกระเพาะลำไส้ นักจิตวิทยากล่าวว่าเด็กที่ไม่ชอบผักผลไม้มีส่วนมาจากพ่อแม่ที่ไม่ชอบผักผลไม้ หรือไม่กินและใช้ประสบการณ์ของตัวเองเป็นเครื่องตัดสิน ทำให้เด็กไม่มีโอกาสในการปรับตัว รับรสอาหารจากผักผลไม้

ซึ่งในท้องตลาดก็มีผักให้คุณแมีเลือกอย่างหลากหลายชนิด แต่จะขอแนะนำผักแบ่งตามกลิ่นรสของผักผลไม้ เพื่อให้คุณแม่เลือกปรุงเมนูให้เจ้าตัวเล็กได้ง่ายขึ้น โดยผักที่เหมาะนำมาทำอาหารเสริมเป็น เมนูผักให้ลูก ในมื้อแรกๆ ต้องเป็นผักที่มีรสหวาน มีสีสัน เช่น แดง ส้ม ชมพู เหลือง และเขียว มีเสี้ยนผักน้อย และไม่มีกลิ่นฉุน เช่น บร็อกโคลี ดอกกะหล่ำ แครอท แตงกวา ฟักทอง ผักกาดขาว ใบตำลึง เป็นต้น

ดังนั้นเชฟแม่หมีจึง ขอแนะนำ เมนูผัก ที่ทำง่ายให้สำหรับคุณแม่ลองทำดู โดยควรเลือกผักที่รสหวานและรสขมเล็กน้อย กับเมนู “ไก่ตุ๋นผักรวม” จะมีส่วนผสมและขั้นตอนการทำอย่างไรตามมาดูกันเลยค่ะ…

โรคสำลักความรัก

โรคสำลักความรัก ทำไมพ่อแม่ถึงต้องเป็นห่วง

ขึ้นชื่อว่า “ลูก”พ่อแม่ทุกคนย่อมมอบสิ่งที่ลูกต้องการได้ แต่ถ้าให้มากเกินไปจนเป็น โรคสำลักความรัก ละ!? ทำไมโรคนี้จึงน่าห่วง ไปทำความรู้จักพร้อม ๆ กันค่ะ

คุณพ่อคุณแม่สังเกตกันหรือไม่คะว่า เด็กสมัยนี้ มีความเป็นตัวของตัวเองสูงและเอาแต่ใจตัวเองมากกว่าเด็กในสมัยก่อน หลายครั้งก็มีความรู้สึกว่ามากจนเกินความพอดี จนสามารถทำให้เราเห็นได้ว่า เด็กบางคนเพียงแค่เอ่ยปาก ก็ได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองอยากได้แล้ว หรือถ้าไม่ได้ แค่ลงไปนอนดิ้น ๆ ร้องกรี๊ด ๆ ก็สมความปรารถนาดังใจ โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยและไม่ต้องรอ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำให้ ไม่ใช่ไม่รักนะคะ แต่รักมากจนไม่อยากให้ลูกเสียใจ … แต่หารู้ไม่ว่า ความรักที่ให้ลูกมากเกินไปจนเกินความดี หรือออกแนวล้น ๆ หน่อยนั้น อาจทำให้ลูกเป็น “โรคสำลักความรัก” โดยไม่รู้ตัว

โรคสักลัก “ความรัก” ที่ว่านี้คืออะไร วันนี้ทีมงานจะขอหยิบแนวคิดของ รองศาสตรจารย์นายแพทย์สุริยเดช ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มาฝากกันค่ะ

“จบดร.สูง แต่พูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง จบการศึกษาสารพัดปริญญาเลย แต่นั่งวงไหนก็แตกวงนั้น”

นายแพทย์สุิยเดช ได้พูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ครอบครัวที่มั่งคั่งมีอันจะกิน ครอบครัวมีการศึกษาสุง และเป็นครอบครัวที่อยู่ด้วยกันไม่ได้หย่าร้าง สุรุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือยเต็มที่ แต่ปรากฎว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือเลี้ยงลูกมีภูมิชีวิตต่ำ จนในที่สุดลูกอ้วน เอาแต่ใจ ปรนเปรอเต็มที่ ลูกต้องการอะไรให้ได้หมด ลูกต้องการติววิชากับสถาบันกาววิชา เงินไม่อั้น ซื้อคอนโด เช่าคอนโด ซื้อรถ ทำได้ทุกอย่าง ทั้งที่เป็นครอบครัวมีกิน อยู่ด้วยกัน แต่ “เลี้ยงลูกแบบสำลักความรัก”

แล้วกลายเป็นประเด็นว่า จะมีความเสี่ยง แล้วอันนี้เราเคยทำงานวิจัยเมื่อหลายปีที่แล้วเปรียบเทียบกันเลย ผลปรากฎว่า ครอบครัวประเภทแรกที่มีสภาวะยากลำบากทั้งหลายเลี้ยงลูกมีความเสี่ยงต่อยาเสพติด 1-2 เท่า แต่ในกลุ่มที่ใช้คำว่า “มีพร้อม” ทุกอย่าง แต่เลี้ยงลูกมีทุนชีวิตต่ำ กลับเสี่ยงต่อยาเสพติดมาก 3-10 เท่าตัว!!

โรคสำลักความรัก
เครดิตภาพ: Shutterstock

นี่จึงกลายเป็นประเด็นที่เรากำลังชวนสังคมมองว่า ณ วันนี้ ไม่ใช่ว่าคุณจะมีบ้าน มีจะกิน ปรนเปรอลูกเต็มที่ แล้วแปลว่า ลูกทุกคนจะเป็นคนดี มันไม่แน่หรอก แล้วคำว่าทุนชีวิตคืออะไร คือทักษะชีวิตบวกจิตสำนึกต่อตนเองและต่อสังคม

ถ้าเลี้ยงลูกมีทักษะชีวิตบวกจิตสำนึกทั้งต่อตนเอง ต่อสังคมต่ำ จะเกิดสภาวะพฤติกรรมเสี่ยงในเด็กสารพัดรูปแบบเลย ต้องอยู่ที่กระบวนการให้พัฒนาลูกหลานมีทั้งบทบาททางกายภาพ สภาวะทางจิตใจ บทบาทในสังคม มีทักษะชีวิตและจิตสำนึกทั้งต่อตนเองและสังคม

 

ชมคลิปคุณหมอได้ที่นี่

 

ไม่มีใครอยากให้ลูกเสียใจหรอกจริงไหมละคะ แต่การที่เราจะแสดงออกถึงความรักให้ลูกเห็นด้วยการตามใจนั้น อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกต้องเสียเท่าไร อย่าลืมนะคะว่า อนาคตเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น คงมีเพียงไม่กี่คนที่จะตามใจเขาแบบเรา หรือบางทีอาจจะไม่มีเลยเสียด้วยซ้ำ ดังนั้น อยากให้ลูกเติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง เป็นคนดีทั้งต่อตัวเอง ครอบครัวและสังคมละก็ เริ่มปลูกฝังให้ลูกรู้จักความผิดหวังบ้างแล้วสอดแทรกคำสอน และกำลังใจให้พวกเขากันเถอะค่ะ

ขอบคุณที่มา: Thai PBS

อ่านต่อเรื่องอื่นที่น่าสนใจ:

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

คินดี้ ซันสกรีนโลชั่น

คินดี้ ซันสกรีนโลชั่น ลูกใช้ดี “ผิวไม่ไหม้แดด” แม่จึงอยากบอกต่อ

คินดี้ ซันสกรีนโลชั่น ตัวช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดร้อนแรง โดยเฉพาะหน้าร้อนแบบนี้ถ้าแม่ๆ ไม่ทาครีม หรือโลชั่นกัน แดดให้ผิวลูก อาจเกิดปัญหาผิวจากการถูกแสงแดดทำร้ายจนผิวไหม้เสียได้นะคะ วันนี้จึงอยากมาแนะนำให้รู้จักกับโลชั่นกันแดดสำหรับผิวเด็กจาก KINDEE ขอบอกว่าผลิตจากสารสกัดธรรมชาติออร์แกนิคด้วยนะคะค่ะ

 

คินดี้ ซันสกรีนโลชั่น ลองใช้ครั้งแรกก็รักเลย

เข้าหน้าร้อนแล้วแม่ๆ รู้ไหม ผิวลูกก็ต้องทากันแดดด้วยนะ มาค่ะ วันนี้จะพาไปรู้จักกับ คินดี้ ซันสกรีนโลชั่น ตัวช่วยในการปกป้องผิวลูกน้อยจากแสงแดด สำหรับแม่ๆ ที่มีลูกเล็กตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป สามารถหาโลชั่นกันแดดที่ปลอดภัยสำหรับเด็กมาทาผิวก่อนออกแดดให้ลูกได้ค่ะ

คินดี้ ซันสกรีนโลชั่น

ขอแนะนำว่าถ้าจะซื้อกันแดดให้ลูก ต้องเป็นกันแดดสำหรับใช้กับผิวเด็กเท่านั้นนะคะ เพราะลูกเล็กๆ โครงสร้างผิวเขายังไม่แข็งแรงเหมือนผิวผู้ใหญ่อย่างเราๆ ค่ะ ดังนั้นอาจมีการแพ้ ระคายเคืองส่วนผสมบางตัวที่อยู่ในกันแดดได้ ฉะนั้นเพื่อ   ป้องกันการแพ้ผลิตภัณฑ์กันแดด ขอให้เลือกเป็นโลชั่นกันแดดของเด็กเท่านั้นค่ะ

อย่างกันแดดคินดี้ที่ลองมาใช้กับผิวลูก ขอบอกว่าแม่ก็ไม่ได้หยิบซื้อมาส่งๆ นะจ๊ะ ก่อนเอามาใช้ทาผิวลูก ก็ต้องอ่านดูส่วนประกอบในโลชั่นกันแดดกันก่อนนะคะ แล้วคินดี้โลชั่นกันแดดเด็กเขามีดีอะไร ทำไมแม่ถึงตัดสินใจซื้อมาทาผิวลูกก่อนออกแดด

  1. ปราศจากสารเคมีอันตราย PABA (Para-Aminobenzoic Acid)
  2. ปราศจากสารพาราเบน
  3. ไม่มีน้ำหอม

พออ่านข้างกล่องบอกว่าไม่มีส่วนผสมของ 3 ตัวนี้ แม่นี่ยิ้มเลย เพราะผิวลูกจะได้ไม่เสี่ยงกับอาการระคายเคือง แพ้อักเสบ หลังจากทากันแดด เด็กที่มีปัญหาผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ปลอดภัย เพราะเขาการันตีมาด้วยว่าผลิตภัณฑ์เป็น Hypo-allergenic Tested ที่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ว่าไม่ทำให้แพ้ และระคายเคืองค่ะ

คินดี้ ซันสกรีนโลชั่น

คินดี้ ซันสกรีน (Kindee sunscreen lotion) เป็นกันแดดที่ใช้ได้ทั้งกับผิวหน้า และผิวกาย มีค่าการปกป้องผิวจากแสงแดดอยู่ที่ SPF 40 PA+++ เป็นสูตรกันน้ำด้วย แบบนี้จะพาลูกๆ วิ่งเล่นสนุกนอกบ้าน หรือพาไปเที่ยวทะเล ก็สามารถทากันแดดคินดี้ได้ค่ะ

คินดี้ ซันสกรีนโลชั่น

ยังไม่หมดแค่นี้นะคะ เพราะกันแดดคินดี้ ก็ยังเป็นสูตร Mineral Based ซึ่งใช้แร่ธาตุธรรมชาติ zinc oxide และ titanium dioxide ทำการปกป้องผิวจากแดดด้วยหลักการสะท้อนออกทั้งหมด ทำงานโดยเพียงเคลือบบนผิว ไม่ซึมลงสู่ผิว ต่างจากแบบสารเคมีที่มีอยู่ในครีมกันแดดทั่วไป ที่มีงานวิจัยบ่งชี้ว่าห้ามใช้ในผู้ตั้งครรภ์และเด็กเล็ก สูตรนี้ยังไม่ทำร้ายปะการังในทะเลและไม่ทำให้เสื้อของเด็กๆ มีคราบเหลืองด้วยค่ะ

นอกจากนี้ยังมีสารสกัดธรรมชาติออร์แกนิค ที่ให้ความชุ่มชื่นกับผิวของเด็กๆ ด้วย  เช่น Aloe Vera พร้อมกับมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของ Essential Oil สกัดจากดอกลาเวนเดอร์ ขอบอกว่ากลิ่นหอมให้ความสดชื่นที่ผิวมากๆ อันนี้แม่ก็ลองทากับผิวของตัวเองด้วย ชอบกลิ่นหอมนี้มากค่ะ

คินดี้ ซันสกรีนโลชั่น

ส่วนคุณแม่ หรือเด็กๆ ที่ร้องยี้เวลาทาโลชั่นกันแดด เนื่องจากเหนียวตัว อยากบอกว่าเนื้อโลชั่นของกันแดดคินดี้ เป็นเนื้อโลชั่นที่บางเบามาก ซึมลงผิวเร็ว จึงไม่ทำให้รู้สึกเหนียวเหนอะหนะที่ผิวเลยค่ะ ลูกชอบมาก แม่ก็ชอบด้วยเหมือนกันค่ะ

เมืองไทยบ้านเราเป็นเมืองร้อนค่ะ และหน้าร้อนก็ดูจะยาวนานกว่าฤดูอื่นๆ ฉะนั้นต้องไม่ลืมดูแลปกป้องผิวของเด็กๆ ด้วยการทากันแดดออกออกจากบ้านทุกวันด้วยนะคะ เพื่อที่ผิวลูกจะได้ไม่คล้ำเสียจากการถูกแสงแดดทำร้าย แล้วก็จะได้ห่างไกลจากปัญหาผิวไม่ว่าจะเป็น ผิวไหม้แดด แล้วก็โรคมะเร็งผิวหนังด้วยค่ะ

สนใจดูผลิตภัณฑ์กันแดดเพิ่มเติมได้ที่ www.kindeekids.com หรือ Facebook kindeekids

คินดี้ ซันสกรีนโลชั่น

Model : ดช. ชิติพัทธ์​ ณ​ นคร​ (น้องอชิ)

เสาวรส

เสาวรส กับ 11 สรรพคุณสุดเริ่ดเพื่อแม่และลูกโดยเฉพาะ!

เสาวรส ผลไม้ที่มากประโยชน์อุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด ทั้งวิตามิน A C และที่สำคัญมีวิตามิน B6 ช่วยในการพัฒนาสมองและระบบประสาทของลูกน้อยขณะอยู่ในท้องคุณแม่ แถมยังช่วยลดอาการแพ้ท้องได้ด้วย!! และด้วยสารพัดประโยชน์ขนาดนี้ Amarin Baby & Kids จึงขอจัดเมนู “เสาวรสน้ำผึ้งโซดา” มาฝากคุณแม่ท้องกันค่ะ จะมีวิธีทำอย่างไรตามมาดูกันเลย

ทำความรู้จักกับ เสาวรส
ผลไม้มากประโยชน์เพื่อแม่และลูกน้อยในครรภ์โดยเฉพาะ!

เสาวรส หรือเรียกอีกอย่างว่า กะทกรก ลักษณะต้นของเสาวรสเป็นไม้เถา ใบเป็นใบเดี่ยว มีขอบหยัก ส่วนลูกเสาวรสนั้นมีลักษณะเป็นรูปไข่ ผลอาจมีสีม่วง สีเหลือง สีส้มอมน้ำตาล แล้วแต่สายพันธุ์ โดยด้านในผลเสาวรสจะประกอบไปด้วยเนื้อและเมล็ดเสาวรสจำนวนมาก ส่วนรสชาติก็มีทั้งเปรี้ยวจัดและเปรี้ยวอมหวาน ขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์เช่นเดียวกันค่ะ

นิยมนำมารับประทานเป็นผลไม้สด โดยเสาวรสที่ลักษณะดีนั้นต้องไม่เหี่ยว ผิวต้องเต่งตึง แต่ทั้งนี้ห้ามรับประทานในส่วนของต้นสดเด็ดขาด เพราะมีสารพิษอันตราย อาจทำให้เสียชีวิตได้ รอรับประทานผลอย่างเดียวจะดีกว่า

ด้วยรสชาติที่เปรี้ยวจัดบวกกับกลิ่นเฉพาะตัวของเสาวรส อาจทำให้หลายคนส่ายหน้าและไม่ยอมเปิดใจลองชิมเสาวรสเลยสักครั้ง ซึ่งนั่นไม่ต่างอะไรจากการปฏิเสธผลไม้เพื่อสุขภาพสรรพคุณเด็ดดวงกันเลยทีเดียว

สำหรับประโยชน์และสรรพคุณของ “เสาวรส” นั้นก็มีมากมายหลายข้อ เพราะเสาวรสอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวมอยู่หลายชนิด ซึ่งได้แก่….

วิธีทำให้ทารกหยุดร้องไห้

วิธีทำให้ทารกหยุดร้องไห้ อย่างได้ผลคือ “พ่อแม่”

พบกับ วิธีทำให้ทารกหยุดร้องไห้ แบบใกล้ตัว ชนิดที่คุณพ่อคุณแม่อาจคาดไม่ถึง!

 

 

ปัญหาหลักที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนที่มีลูกอ่อนต้องปวดหััว และเหน็ดเหนื่อยก็คือ “ลูกร้องไห้งอแง” … แต่อย่างที่ทราบกันดีละค่ะว่า เป็นเรื่องปกติที่ลูกของเรามีอะไรก็เอาแต่ร้องไห้งอแง … อย่าลืมสิคะว่า พวกเขายังเด็กและยังไม่สามารถสื่อออกมาเป็นคำพูดให้เราเข้าใจได้

ดังนั้น หน้าที่ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ทุกคนนอกจากจะต้องอดทนและใจเย็นแล้ว ยังจะต้องคอยมองหา วิธีทำให้ทารกหยุดร้องไห้ กันอีกเสียด้วย ประหนึ่งว่า ลองมาแล้วทุกเจ็ดย่านน้ำ เขาว่าวิธีไหนดี ลูกหยุดร้องแน่นอนก็ลองมาหมด แต่ก็ยังไม่เห็นผลดียาวนานเสียเท่าไร … ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids มีเคล็ดลับที่ไม่รับมาบอกกัน เรียกได้ว่า ไม่ต้องเสียเงินเสียทองจ้างใครเลยละค่ะ

ชื่อคนเกิดวันอังคาร

รวมชื่อดี ชื่อคนเกิดวันอังคาร เป็นมงคลสำหรับลูกสาว+ชาย

หากคุณกำลังมองหาไอเดีย การตั้งชื่อจริง ตั้งชื่อลูก ชื่อมงคล โดยเฉพาะ ชื่อคนเกิดวันอังคาร Amarin Baby & Kids มีรายชื่อสำหรับเด็กหญิง เด็กชาย ที่ เกิดวันอังคาร พร้อมคำอ่าน และความหมายของชื่อ ตามหลักโหราศาสตร์ หลักการตั้งชื่อตามวันเกิด มาแนะนำ ตั้งแต่ ก-ฮ จะมีชื่อใดบ้าง ตามมาดูกันเลย

รวมชื่อมงคล ชื่อคนเกิดวันอังคาร ชื่อตามวันเกิด สำหรับลูกชาย ลูกสาว

ตามที่โบราณาจารย์ได้กำหนด การตั้งชื่อตามวันเกิด จะต้องใช้ความหมายของทักษาที่ดี โดยยึดทักษาปกรณ์เป็นหลัก คือ ต้องใช้อักษรในวรรค บริวาร ,อายุ ,เดช, ศรี ,มูละ ,อุตสาหะ หรือมนตรีเท่านั้น

โดยหลักการข้อห้าม!! ในการตั้งชื่อคนเกิดวันอังคาร คือ “อักษรวรรคกาลกิณี ตัว ก ข ค ฆ ง” ห้ามนำมาใช้โดยเด็ดขาด!!!

ทั้งนี้การตั้งชื่อตามหลักทักษาปกรณ์ สำหรับ ชื่อเกิดวันอังคารเพศชายนิยมใช้อักขระ วรรคเดช (ด ต ถ ท ธ น) นำหน้าหรือตามหลัง เพศหญิงนิยมใช้ วรรคศรี (บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม) นำหน้าหรือตามหลัง หรือใช้อักขระวรรคอื่นๆ นำหน้าชื่อก็ได้ เพื่อเป็นการแก้ข้อบกพร่องหรือส่งเสริมในเรื่องต่าง ๆ ตามความหมายของวรรคนั้นๆ

อีกทั้ง ชื่อคนเกิดวันอังคาร ที่ดีควรมีภาษาและความหมายที่ดี ความยาว 2-4 พยางค์ มีตัวอักษร ,สระในวรรค/ทักษาอื่นๆรวมๆกันอยู่ในชื่อ เมื่อได้ชื่อตามหลักตามหลักทักษาปกรณ์แล้ว ก็ควรนำไปตรวจสอบตาม หลักวิชาเลขศาสตร์ และ อายตนะ 6 ดูว่าผลทำนายรวม ดีหรือเสียอย่างไร เพื่อเลือกชื่อที่ดีที่สุด

เพื่อเป็นตัวช่วยคุณพ่อคุณแม่ในการตั้งชื่อลูกที่ถูกโฉลกตามวันเกิด Amarin Baby & Kids จึงได้รวบรวมรายชื่อคนเกิดวันอังคาร สำหรับใช้ในการตั้งชื่อลูกชายและลูกชาย ซึ่งยังรวมทั้งการสะกด และความหมายของชื่อ มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้เลือกชื่อที่ถูกใจ จะมีชื่อใดบ้างมาดูกันเลยค่ะ….

รวมรายชื่อคนเกิดวันอังคาร (เด็กชาย-เด็กหญิง)  ตัวอักษร ก-ฮ

สับปะรด เร่งคลอด

ไขข้อข้องใจ สับปะรด เร่งคลอด ได้จริงหรือ?

สับปะรด เร่งคลอด ได้จริงหรือ? คงเป็นคำถามสำหรับคุณแม่ๆที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ใช่ไหมคะ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids  มีคำตอบมาฝากแม่ๆกันว่า สับปะรด เร่งคลอด ได้หรือไม่?ค่ะ

 

สับปะรด เร่งคลอด ได้จริงหรือ?

ในการตั้งครรภ์ ใช่ว่าคุณแม่ๆจะมีความกังวลในเรื่องของการคลอดก่อนกำหนดเท่านั้น แต่สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์บางท่าน ก็มักจะมีความกังวลเรื่องการตั้งครรภ์เกินกำหนดได้เช่นกัน นั่นหมายถึงการตั้งครรภ์เกิน 40 สัปดาห์ ซึ่งหากปล่อยไว้นานย่อมไม่เกิดผลดีกับทารกน้อยในครรภ์แน่นอน เพราะจะทำให้รกเสื่อม และไม่สามารถนำอาหาร และออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงทารกในครรภ์ได้  ดังนั้น จึงได้มีวิธีการเร่งคลอดขึ้น

การเร่งคลอด คือ การทำให้เกิดการเจ็บครรภ์ โดยอาศัยวิธีการต่างๆ ในขณะที่คุณแม่ยังไม่เจ็บท้องคลอดเองตามธรรมชาติ และหากเป็นไปได้ คุณแม่ก็มักจะเลือกวิธีการเร่งคลอดแบบธรรมชาติดีกว่า ซึ่งก็มีหลายวิธี หนึ่งในนั้นก็คือการกินสับปะรด ที่บางคนก็ยังมีข้อสงสัยว่า สับปะรด เร่งคลอด ได้จริงหรือ?

สับปะรด เร่งคลอด

สับปะรด เป็นผลไม้ที่ช่วยย่อยอาหารที่เป็นกรดและเป็นด่าง เหมาะสำหรับรับประทานหลังอาหารที่หนักเนื้อสัตว์ ช่วยบรรเทาอาการแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย นอกจากนี้ยังช่วยขับปัสสาวะ สามารถอมแก้เจ็บคอ หรือบรรเทาคออักเสบได้ และสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ สับปะรด เร่งคลอด ได้หรือไม่นั้น บอกเลยว่า สับปะรดมีส่วนช่วยในการเร่งคลอดได้บ้างค่ะ เพราะในสับปะรดมีสารบรอมีเลน ที่ช่วยทำให้ปากมดลูกอ่อนตัว และเปิดขยายออก รวมถึงมีฤทธิ์เป็นยาถ่ายอ่อนๆ ที่ช่วยให้การบีบตัวของมดลูกมีมากขึ้นค่ะ แต่คุณแม่ท้องก็ควรรับประทานในปริมาณที่พอดีนะคะ ไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป เพราะไม่ว่าอาหารชนิดใด รับประทานมากเกินไปก็ย่อมไม่เป็นผลดีกับร่างกายทั้งสิ้นค่ะ

เมื่อทราบแล้วว่า สับปะรด เร่งคลอด ได้ แม่ท้องสามารถที่จะรับประทานได้ แต่จะรับประทานเป็นผลไม้อย่างเดียว ก็คงจะเบื่อกันใช่ไหมคะ แม่ๆ มาลองทำเมนูจากสับปะรดกันดีกว่า จะมีอะไรมาบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

 

รวมเมนูสุดเริ่ดจาก สับปะรด แม่ท้องต้องลอง

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ฟังเพลงตอนท้อง

ฟังเพลงตอนท้อง ช่วยลูกฉลาดจริงหรือ?

ฟังเพลงตอนท้อง คุณแม่ๆต้องเคยลองทำแน่ๆใช่ไหมคะ เพราะความเชื่อที่ว่าจะทำให้ลูกอารมณ์ดี ซึ่งการฟังเพลงของคุณแม่ๆแต่ละคนก็แตกต่างกันไป โดยเฉพาะการเลือกฟังเพลงโมสาร์ท แล้วการฟังเพลงสาร์ทนั้น ช่วยให้ลูกฉลาดได้จริงหรือไม่? วันนี้ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำตอบค่ะ

 

ฟังเพลงตอนท้อง

การฟังเพลงสำหรับคุณแม่ๆที่กำลังตั้งครรภ์ เป็นที่นิยมมาค่อนข้างนานแล้วค่ะ เพราะความเชื่อที่ว่าฟังเพลงตอนท้อง นอกจากช่วยให้คุณแม่ๆได้ผ่อนคลายแล้ว ก็ยังมีความเชื่อว่า จะส่งผลให้ลูกน้อยในครรภ์เป็นเด็กที่อารมณ์ดีไปด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่าระบบประสาทการรับฟังของทารกในครรภ์จะเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่อายุครรภ์ 22 สัปดาห์เป็นต้นไปค่ะ เสียงทุกอย่างที่คุณแม่ได้ยินจะถูกนำไปใช้เป็นเสียงกระตุ้นในการสร้างใยประสาทเกี่ยวกับการได้ยินของลูกน้อยในครรภ์

ดังนั้นเสียงเพลง หากคุณแม่ ฟังเพลงตอนท้อง แม้ลูกน้อยในครรภ์จะยังไม่สามารถแยกเสียงเพลงได้มากนัก แต่ก็ช่วยเรื่องการกระตุ้นประสามการได้ยินของลูกได้ค่ะ ซึ่งคุณแม่อาจทำได้โดยการเปิดเพลงเบาๆ ไม่ต้องให้ใกล้กับครรภ์มากนักค่ะ

คุณแม่ๆก็คงมีวิธีการเลือกเพลงให้ลูกน้อยในครรภ์ฟังที่แตกต่างกันไป และส่วนใหญ่คิดว่าคุณแม่มักจะเลือกเพลงบรรเลง เพลงโมสาร์ทมาฟังกันมาก แต่ก็มีคำถามว่า แล้วคนท้องฟังเพลงโมสาร์ท จะช่วยทำให้ลูกในครรภ์ฉลาดจริงหรือ? มาดูคำตอบกันค่ะ

 

ฟังเพลงโมสาร์ท ตอนท้อง ช่วยให้ลูกฉลาดจริงหรือ?

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

มีลูกสาว

จริงหรือการ มีลูกสาว ทำให้คนเป็นพ่อเปลี่ยนไป

มีลูกสาว จะทำให้คนเป็นพ่อเปลี่ยนไปได้มากน้อยขนาดไหน แล้วอะไรคือสาเหตุ?

 

 

ผลงานวิจัยนี้ เป็นผลงานวิจัยที่ทีมงาน Amarin Baby and Kids มีโอกาสได้ไปอ่านเจอมาค่ะ จีงรีบหยิบยกมานำเสนอคุณพ่อคุณแม่ทันที

โดยผลงานวิจัยดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ผ่าน The American Psychological Association’s journal และได้พูดถึงความเปลี่ยนแปลงของคุณพ่อที่มีลูกสาวว่า ช่างแตกต่างกับคุณพ่อที่มีลูกชาย ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ว่านี้เป็นคุณพ่อจำนวนทั้งสิ้น 52 ราย  ผลการทดลองจะเป็นเช่นไร ทำไมคุณพ่อที่ มีลูกสาว ถึงแตกต่างกับคุณพ่อที่มีลูกชาย … ไปหาคำตอบนี้พร้อม ๆ กัน

โคลีน แม่ท้อง

โคลีน แม่ท้องกินมากพอ ลูกในท้องฉลาดแน่

โคลีน กับแม่ท้อง เกี่ยวกันได้อย่างไร แล้วจะจริงหรือไม่ที่กินแล้วจะช่วยเพิ่มความฉลาดให้กับลูก!?

 

 

คุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะยังไม่รู้ว่าอะไรคือโคลีน และจะส่งผลดีอย่างไรกับทารกในครรภ์ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจนี้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ

ทำความรู้จักกับ “โคลีน”

โคลีน คือ สารอาหารที่สำคัญชนิดหนึ่งซึ่งมีอยู่ประเภทวิตามินบี โคลีนนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะมาช่วยพัฒนาส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พัฒนาด้านสมองของทารก โคลีนนั้นจะผลิตสารชนิดหนึ่งที่มีส่วนช่วยในเรื่องของความจำและการเรียนรู้ และจะไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท สมอง และความจำ ซึ่งทารกในครรภ์นั้นจะได้รับโคลีนผ่านทางคุณแม่ ทั้งนี้สถาบันการแพทย์ของประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ได้กำหนดปริมาณที่คุณแม่ท้องควรทานอยู่ที่ปริมาณ 450 มิลลิกรัมต่อวัน

กินมะม่วงตอนท้อง

กินมะม่วงตอนท้อง ได้ประโยชน์หรือได้โทษ

ไขข้อข้องใจ กินมะม่วงตอนท้อง ได้ประโยชน์หรือโทษกันแน่ … พร้อมเผยข้อมูลด้านโภชนาการที่คุณแม่อาจไม่เคยรู้

 

กินมะม่วงตอนท้อง ได้ประโยชน์หรือได้โทษ

ก่อนอื่นทีมงาน Amarin Baby and Kids ขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ทุกท่านนะคะ มีอาการแพ้ท้องหรืออยากรับประทานอาหารอะไรเป็นพิเศษกันหรือเปล่าเอ่ย … ยิ่งถ้าเป็นช่วงนี้ด้วยแล้ว ช่วงนี้เรียกได้ว่า เป็นฤดูของมะม่วง ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ มะม่วงแรด มะม่วงอกร่อง มะม่วงเขียวเสวย และมะม่วงอีกมากมายหลากหลายชนิด บรรยายไม่หมดเลยละคะ เพราะถ้าบอกหมดเราคงจะไม่มีพื้นที่มากพอสำหรับการบรรยายสรรพคุณและไขข้อข้องใจว่า กินมะม่วงตอนท้อง สรุปแล้วได้รับโทษหรือว่าประโยชน์มากกว่ากัน

ว่าแล้วก่อนที่ทีมงานจะไปเฉลยให้คุณแม่ได้ทราบ อยากจะขอพูดถึงประโยชน์ของมะม่วงในด้านของโภชนาการกันก่อนค่ะ

วัคซีนผู้ใหญ่ ใครว่าไม่สำคัญ พ่อแม่ควรฉีดถ้าอยากอยู่กับลูกไปนานๆ

วัคซีนผู้ใหญ่ ก็สำคัญไม่แพ้กับวัคซีนของเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลยนะคะ เพราะถ้าอยากอยากอยู่กับลูกไปนานๆ ต้องอ่านเลยว่า วัคซีนผู้ใหญ่ ที่พ่อแม่ควรฉีดมีวัคซีนอะไรบ้าง?

 

วัคซีนผู้ใหญ่

ส่วนใหญ่คุณแม่มักจะเป็นกังวลและให้ความสำคัญกับเรื่องของวัคซีนลูกน้อยกันมากๆ แต่รู้หรือไม่คะว่า ผู้ใหญ่ไปจนถึงผู้สูงอายุนั้น ก็จำเป็นต้องได้รับวัคซีนเช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันโรคต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้ในวัยผู้ใหญ่ ซึ่งต้องบอกเลยว่าในปัจจุบัน สังคมไทยเริ่มก้าวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเจอกับปัญหาเรื่องของสุขภาพร่างกาย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น หากรู้จักที่จะป้องกันไว้ก่อนที่จะเกิดโรคต่างๆ ย่อมดีกว่าแน่นอนค่ะ เพราะนอกจากจะช่วยลดภาวะการเกิดโรคในผู้ใหญ่แล้ว ยังเป็นการช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคต่างๆเพิ่มขึ้นด้วย

วัคซีน  คือ ตัวอย่างเชื้อของโรคที่ใช้ใส่เข้าไปในร่างกายของคนเราเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคนั้นขึ้นมา ส่วนใหญ่เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ถาวรตลอดชีวิต วัคซีนอาจจะเป็นโมเลกุลจำลองที่หน้าตาเหมือนเชื้อโรค หรืออาจจะเป็นตัวเชื้อโรคจริงๆที่ทำให้ตาย หรือทำให้อ่อนแรงลงไปแล้วก็ได้ค่ะ

ข้อดีของวัคซีน  เป็นวิธีป้องกันโรคที่ดีที่สุด การลงทุนฉีดวัคซีน ถือว่าเป็นการลงทุนทางด้านสุขภาพที่คุ้มค่าที่สุด รองลงมาจากการลงทุนให้มีน้ำสะอาดไว้ดื่ม โรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ส่วนใหญ่เป็นโรคที่เป็นแล้วมีความรุนแรง เมื่อเป็นแล้วมักรักษายาก เช่น โรคบาดทะยักในผู้สูงอายุ และบางโรคทำให้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก เช่น โรคไข้หวัดใหญ่และปอดบวมในผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคเรื้อรังอยู่ก่อน และบางโรคหากเป็นแล้วอาจกลายเป็นโรคเรื้อรังหรือไปถึงขั้นเป็นมะเร็ง เช่น โรคไวรัสตับอักเสบบี, โรคติดเชื้อไวรัสเอ็ชพีวี

ในการฉีด วัคซีนผู้ใหญ่ นั้นเป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันไปตลอดชีวิตค่ะ และเป็นเรื่องที่จำเพาะเจาะจงเฉพาะบุคคล จึงต้องมีแผนวัคซีนตลอดชีพเฉพาะตัวของแต่ละคน โดยจะใช้การวิเคราะห์ ปัจจัยต่างๆเกี่ยวกับความต้องการวัคซีนซึ่งแตกต่างกัน ดังนี้

  • เพศ เนื่องจากวัคซีนผู้ใหญ่บางชนิด ใช้เฉพาะเพศหญิง เช่น วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) หรือบางชนิดไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์ เช่น วัคซีนหัดเยอรมัน
  • อายุ เนื่องจากวัคซีนผู้ใหญ่บางตัว ให้เฉพาะบางอายุตามความเสี่ยงที่มาพร้อมกับวัย เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่จะให้เฉพาะคนทั่วไปที่อายุ 50 ปีขึ้นไป วัคซีนปอดบวมให้เฉพาะคนอายุ65 ปีขึ้นไป
  • อาชีพ เนื่องจากบางอาชีพต้องฉีดวัคซีนบางอย่างเฉพาะ เช่น สัตวแพทย์ต้องฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า
  • การเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งอาจต้องสอบถามรายละเอียดว่าจะไปประเทศไหน เพราะแต่ละประเทศมีกฎหมายวัคซีนแตกต่างกัน เช่น ถ้าจะไปประเทศแอฟริกาต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้เหลือง จะไปเมกกะ ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
  • การใกล้ชิดกับคุณแม่ตั้งท้อง เช่น โรคไข้หวัดใหญ่อันตรายกับสตรีมีครรภ์อย่างมาก ผู้ใกล้ชิดคุณแม่ที่ตังท้องอยู่ ก็ควรจะได้รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้โรคแพร่ไปถึงคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์
  • ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชรา ซึ่งโรคที่พบบ่อยมากในบ้านพักคนชรา คือ โรคปอดบวม หรือโรคไข้หวัดใหญ่
  • ภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบบี ต้องมีการตรวจดูว่า มีภูมิคุ้มกันโรคนี้แล้วหรือไม่ หากยังไม่มีก็ควรได้รับวัคซีน เพราะโรคนี้เป็นโรคที่ก่อความเสียหายรุนแรง อีกทั้งประเทศไทยเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มาก ดังนั้น คนไทยทุกคนจึงควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคนี้ ยกเว้นผู้ที่เคยตรวจเช็คเลือกและพบว่ามีภูมิคุ้มกันโรคนี้อยู่แล้ว
  • ความเสี่ยงต่อไวรัสตับอักเสบเอ เป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น เป็นเป็นโรคตับเรื้อรัง หรือเป็นผู้ติดยาเสพติด หรือมีโรคเลือดแข็งตัวผิดปกติ แล้วต้องการจะเดินทางไปยังประเทศที่มีโรคนี้มาก ก็ควรจะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ไว้ด้วย
  • ผู้ที่ใช้ยาแอสไพริน กรณีที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะเด็กที่ทานยาแอสไพรินประจำมีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติของสมองเมื่อได้วัคซีนบางตัวได้ แพทย์จึงต้องมีข้อมูลนี้ก่อนตัดสินใจให้วัคซีน
  • เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อนหรือไม่? ถ้าไม่เคยเป็น ควรต้องฉีดวัคซีนอีสุกอีใส เพราะโรคนี้หากมาเป็นเอาตอนอายุมากจะมีความรุนแรงมากกว่า
  • การเลี้ยงสุนัข ปัจจุบันนี้สถานเสาวภาได้นำหลักการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าล่วงหน้า (Pre Exposure) ขององค์การอนามัยโลก มาแนะนำให้คนไทยเลือกใช้ได้แล้ว โดยแนะนำให้ฉีดวัคซีนล่วงหน้า สำหรับคนที่มีความเสี่ยงจะติดเชื้อโรคนี้ หากมีการเลี้ยงสุนัข
  • ผู้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ มากกว่าคนปกติ กลุ่มนี้ควรฉีด วัคซีนผู้ใหญ่ สำหรับป้องกันโรคมากกว่าคนทั่วไป เช่น เป็นมะเร็ง หรือให้ยาเคมีบำบัด
  • เป็นโรคที่หากแพ้วัคซีนแล้วอาจมีความรุนแรง เช่น เป็นหอบหืด หรือมีโรคของกล้ามเนื้อ-ระบบประสาท ทำให้ทางเดินลมหายใจบวม หรือมีปัญหาต่อการหายใจหรือการกลืน แพทย์จำเป็นต้องใช้ข้อมูลนี้ประกอบการวางแผนฉีดวัคซีนเฉพาะบุคคลด้วย

 

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ตรวจสุขภาพ เครือ รพ.พญาไท

 

วัคซีนผู้ใหญ่ ที่จำเป็นต้องฉีด มีอะไรบ้าง?

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เป้จูงกันหลง

เป้จูงกันหลง จำเป็นต้องใช้กับลูกจริงหรือ?

เป้จูงกันหลง เป้จูง หรือจะเป้จูงหัดเดิน เรียกได้หลายชื่อเลยค่ะ แต่เรื่องมีอยู่ว่า “จะใช้เป้จูงกับเด็กเนี่ยนะ!!” ทำไมต้องใช้ ลูกไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแค่พ่อแม่อุ้มก็พอไหม? มีหลายเสียงถามมาแบบนี้ค่ะ ที่เมืองไทยอาจจะดูเคอะเขินเวลาใช้เป้จูงลูก แต่ที่เมืองนอกเขาใช้กันมานานแล้วค่ะ ซึ่งจุดประสงค์ที่ใช้ก็เพื่อช่วยเซฟความปลอดภัย

 

เป้จูงกันหลง ช่วยรักษาความปลอดภัยให้ลูกน้อย

แล้วทำไมต้องเซฟความปลอดภัยให้ลูกด้วย เป้จูงกันหลง? คุณพ่อคุณแม่ลองนึกภาพตามค่ะ เวลาที่เราพาลูกออกไปเที่ยวนอกบ้าน หรือไปในสถานที่ที่มีคนเดินพลุกพล่าน เชื่อว่าพ่อแม่คงไม่ได้อุ้มลูกติดตัวตลอดเวลา ยิ่งถ้าลูกอายุอยู่ในช่วงวัย Toddler 1-3 ปีขึ้นไป เป็นวัยกำลังซน ชอบเดิน ชอบวิ่ง และบางทีก็ไม่ได้เอารถเข็นเด็กไปด้วย แล้วถ้าปล่อยให้ลูกเดินเอง เชื่อเถอะค่ะว่าความเป็นเด็กเมื่อเห็นอะไรแปลกใหม่ย่อมตื่นตาตื่นใจ เขาไม่เดินอยู่นิ่งๆ ตามเราแน่นอน เขาจะปล่อยมือที่แม่จูงเขาอยู่แล้ววิ่งไปข้างหน้า ทีนี้ถ้าพ่อแม่วิ่งตามลูกไม่ทัน สิ่งที่จะตามมาก็อาจจะ…

เป้จูงกันหลง

  • วิ่งไปตัดหน้ารถ ถูกรถชน
  • วิ่งไปชนเข้ากับข้าวของคนอื่นจนเกิดความเสียหาย
  • วิ่งไปแล้วไปสะดุดหกล้ม แขน ขาหัก หัวเข่าถลอก
  • วิ่งไปแล้วหลงกับพ่อแม่ ถูกคนแปลกหน้าพาหนีหายไป

ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้สามารถเกิดขึ้นจริงๆ กับลูกของทุกคนได้นะคะ ฉะนั้นขอให้ลบภาพที่ว่าใช้เป้จูงลูกแล้วเหมือนจูงสัตว์เลี้ยงออกไปให้หมดค่ะ เพราะความปลอดภัยของลูกเรานั้นสำคัญยิ่งกว่าที่จะต้องมาสูญเสียไป โดยที่ไม่ป้องกันตั้งแต่แรก

 

จูงมือหรืออุ้มจะดีกว่ามั้ย?

การใช้เป้จูงลูกสามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากในเวลาที่ต้องออกไปนอกบ้านด้วยกัน เพราะในบางครั้งการออกไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เกต หรือการไปเดินเที่ยวห้าง ที่มีคนเยอะ แถมคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องคอยใช้มือในการเลือกสินค้าหยิบจับสิ่งของ การปล่อยมือจากลูกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ได้ตั้งใจพอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมคะว่า เป้จูงจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้อย่างไร

อย่างไรก็ดีพ่อแม่บางคนก็ยังชอบที่อยากจะจูงมือลูกไว้ตลอดมากกว่าใช้เป้จูงเพราะมันรู้สึกอุ่นใจ แอดมินว่าที่จริงแล้วการจับมือจูงลูกเดินและการใช้เป้จูงมันคือสองอย่างที่แตกต่างกัน ในเวลาที่ลูกต้องการกำลังใจหรือลูกอยากให้เราอยู่ใกล้ๆการจับมือกันอบอุ่นก็ทำให้รู้สึกดี แต่ในขณะเดียวกันบางครั้งลูกเองก็อยากจะก้าวเดินอย่างอิสระไม่มีใครมาดึงไว้ เพราะเด็กในวัยนี้สามารถค้นหาสิ่งสนุกและเรียนรู้สิ่งใหม่รอบตัวเขาได้เสมอ เขาอาจจะอยากกระโดดข้ามก้อนหินเล็กๆ เดินเตะใบไม้ หรือกระโดดตามจังหวะเสียงเพลง ซึงการใช้เป้จูงเป็นการปล่อยให้ลูกมีอิสระในการก้าวเดินในรูปแบบที่เค๊าต้องการมากกว่าการจูงมือกัน เป้จูงช่วยฝึกความเชื่อมั่นในตัวเอง ให้ลูกรู้สึกว่าเขาสามารถเลือกที่จะเดินอย่างอิสระ และเคลื่อนไหว 2 เท้าของเขาอย่างที่ใจต้องการ แต่ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความมั่นใจในการสำรวจโลกของพวกเขาไปด้วยเพราะเขารู้ว่าพ่อกับแม่อยู่ข้างหลังพวกเขา และจะช่วยเขาให้ปลอดภัยอยู่เสมอ

บางคนชอบอุ้ม ใครๆ ก็ชอบอุ้มเพราะเหมือนกับการได้กอดไว้ตลอดเวลา แต่เมื่อถึงวัยลูกหัดเดิน หรือเริ่มเดินได้แล้วการอุ้มลูกไว้ตลอดก็ไม่ใช่ว่าจะดี เพราะเมื่อลูกโตขึ้นการฝึกเดินเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เขาฝึกทั้งความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา การพัฒนาการเดินอย่างถูกต้อง อีกทั้งการทรงตัว การกระโดด และมีความมั่นใจที่จะเคลื่อนไหว มีการเรียนรู้และหยิบจับสิ่งรอบตัวอย่างอิสระ โดยห่างจากอกของพ่อแม่บ้าง เป้จูงจะเข้ามาช่วยให้หนูน้อยพัฒนาการเคลื่อนไหวโดยที่พ่อแม่สามารถวางใจได้ว่าลูกจะยังคงปลอดภัยเพราะพ่อกับแม่คอยดูหนูอยู่ใกล้ๆ นี้เอง

เป้จูงกันหลง

เป้จูงมีประโยชน์ แต่จะเลือกเป้จูงอันไหนดีนะ?

หลังจากรู้ว่าเป้จูงมีประโยชน์ ก็มาติดตรงที่ว่าพอจะไปซื้อเป้จูงลูก ไม่รู้จะเลือกแบบไหนดี เพราะมีออกมาเยอะมากเลย ง่ายๆ ค่ะ ไม่ว่าจะซื้อของใช้อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับลูก ขอให้ดูในเรื่องการใช้งานเป็นหลัก แล้วก็ต้องมีคุณภาพการใช้งานที่ดีด้วยค่ะ

สำหรับคนเป็นพ่อแม่แล้วการหาข้อมูลก่อนซื้อของเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ อย่างเป้จูงก็เหมือนกันต้องแน่ใจว่ามีความแข็งแรง ทนทานต่อการใช้งาน สายจูงกับตัวเป้แน่นหนาพอที่จะดึงลูกไว้ แต่ในขณะเดียวกันสายสะพายต้องนุ่มใส่สบายไม่ทำให้ลูกเจ็บดีไซน์ดีวัสดุดีทำความสะอาดง่ายถามว่าความต้องการเยอะขนาดนี้จะหาเป้จูงที่ตอบโจทย์แบบนี้ได้ที่ไหนละ?

มีค่ะ และขอแนะนำเลย เพราะได้ลองใช้กับเด็กๆ ที่บ้านแล้ว กับเป้จูง LittleLifeเป้จูงจากอังกฤษคุณภาพมาตรฐานยุโรปที่มีจำหน่ายในกว่า  30 ประเทศทั่วโลก และเป็นเป้จูงยอดขายอันดับ 1 ของอังกฤษที่คุณพ่อคุณแม่ต่างไว้วางใจขอบอกว่าเป็นเป้จูงที่มีดีไซน์น่ารักมากค่ะ เห็นตอนแรกแม่นี่ร้องว้าวเลย แถมลูกก็ชอบมากด้วย เพราะมีทั้งลายไดโนเสาร์ ผีเสื้อ ปลานีโม ปลาฉลาม ผึ้งน้อย ฯลฯ ขอบอกว่าเป็นลายขวัญใจของเด็กๆ มากค่ะ พอใส่เป้จูงที่หลังแล้ว เหมือนเด็กๆ กำลังได้แหวกว่ายอยู่ในทะเล บินอยู่ในดงดอกไม้ จินตนาการแบบนี้แหละค่ะที่ทำให้ลูกไม่ปฏิเสธการใส่เป้จูง

ไปดูกันว่า เป้จูง LittleLife เขามีความแตกต่าง มีดีอะไร ทำไมแม่ๆ ทั่วโลก รวมถึงแม่คนไทยก็นิยมใช้กันมากค่ะ…

เป้จูงกันหลง

6 คุณสมบัติโดดเด่นที่ได้จากเป้จูง LittleLife

  1. สายจูงของเป้LittleLifeและตะขอตัวยึดกับเป้ได้ผ่านการทดสอบตามมาตรฐานยุโรปทุกปีว่าทนทานแน่นหนาและมั่นใจได้ว่าสามารถรับน้ำหนักของเด็กวัย 1-3 ปี
  2. ผลิตจากวัตถุดิบที่ปลอดภัยผ่านการทดสอบว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวเด็ก
  3. สวมใส่สบายด้วยสายสะพายที่นุ่มขนาดและน้ำหนักของเป้ต้องพอเหมาะกับเด็กวัย1-3ปี
  4. สีที่เลือกใช้บนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเป็นสีปลอดภัยผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยแม้เอาเข้าปาก
  5. ทนทานทำความสะอาดง่ายเพียงใช้ผ้าเปียกเช็ด
  6. ผ่านการทดสอบการติดไฟตามมาตรฐานอุตสาหกรรมสิ่งทอ

เห็นไหมคะว่าการเลือกเป้จูงใช้กับลูกๆ จำเป็นมากที่จะต้องดูรายละเอียดก่อนซื้อ ไม่ใช่ว่าจะใช้เป้จูงอะไรก็ได้ เพราะนอกจากจะไม่ได้คุณภาพแล้ว ยังไม่ปลอดภัยต่อการใช้งานอีกด้วยค่ะ

สำหรับครอบครัวไหนที่สนใจเป้จูง LittleLife ตอนนี้เขามีกิจกรรมสนุกๆ ชวนให้ร่วมสนุกกับกิจกรรมที่มีชื่อว่า “LittleLife Explorer ภารกิจค้นหาหนูน้อยนักสำรวจ” ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://amarinbabyandkids.com/littlelifeexploringtheworld/

รวมถึงพบกับบูธ LittleLife ในงาน Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 12 ไบเทคบางนาวันที่ 19-22 กรกฎาคม 2561 นี้

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับเป้จูง LittleLife สามารถติดตามได้ที่เพจ https://www.facebook.com/LittleLifeTH

อย่าลืมนะคะว่าก่อนออกจากบ้านต้องมีเป้จูงลูกติดตัวไว้ด้วยทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย ที่สำคัญลูกไม่หายแน่นอนค่ะ 

ลิ้นบอกโรค เป็นแล้วอย่านิ่งเฉย รู้ไว รักษาได้

ลิ้นบอกโรค เป็นอย่างไร แล้วจะรู้ได้ไรว่าเป็นโรคไหน อยากรู้ต้องอ่านต่อ!

 

 

“ลิ้น” เป็นมัดของกล้ามเนื้อโครงร่างขนาดใหญ่ ที่อยู่บริเวณฐานของช่องปาก มีหน้าที่รองรับอาหาร ช่วยเหลือในการเคี้ยวและการกลืน เป็นอวัยวะที่สำคัญในการรับรส บริเวณพื้นผิวของลิ้นนั้น ปกคลุมไปด้วยปุ่มรับรส โดยลิ้นสามารถเคลื่อนไหวได้อิสระ หลากหลายทิศทาง จึงช่วยในการออกเสียง นอกจากนี้ ลิ้นยังเป็นอวัยวะที่มีน้ำลายที่ช่วยสร้างความชุ่มชื้นอยู่เสมอ

หลายท่านอาจจะมองข้ามความสำคัญของลิ้น เนื่องจากเป็นสิ่งใกล้ตัว จึงปล่อยปละละเลยไป แต่หารู้ไม่ว่า “ลิ้น” นี่ละค่ะ ที่มีคุณสมบัติที่จะมาช่วยบอกโรคต่าง ๆ ให้เราได้รู้และป้องกัน