ฝากไข่ อายุ 40

สิ่งต้องรู้เมื่อจะ ฝากไข่ อายุ 40 รีบใช้ ควรเก็บไข่ก่อน35ปี

event
ฝากไข่ อายุ 40
ฝากไข่ อายุ 40

ฝากไข่ อายุ 40 จะแก่เกินไปหรือปล่าวนะ แล้วอายุที่เหมาะสมในการฝากไข่ควรเป็นเท่าใด มีวิธีการ ขั้นตอนยุ่งยากไหม อีกหลากหลายคำถามคาใจ เรารวมคำตอบมาให้แล้วที่นี่

สิ่งต้องรู้เมื่อจะ “ฝากไข่” อายุ 40 รีบใช้ ควรเก็บไข่ก่อน35ปี

ด้วยวิถีชีวิตสังคมในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปจากยุคก่อน ทำให้ค่านิยมในการแต่งงาน มีครอบครัว มีลูก ได้ถูกเลื่อนระยะเวลาช่วงอายุของผู้หญิงออกไป จากที่เคยมีครอบครัวในช่วงอายุที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ คำว่า “วัยเจริญพันธุ์”นั้น ในมุมมองจากทางด้านโครงสร้างของร่างกาย ที่พร้อมจะรับการตั้งครรภ์ และคลอดบุตรนั้น อายุที่เหมาะสมก็คือ 18 ปีขึ้นไป แต่ถ้าหากจะให้สมบูรณ์พร้อมทั้งทางด้านจิตใจ และกฎหมายร่วมด้วยแล้วละก็ อายุที่เหมาะสมก็คือ 20 ปีบริบูรณ์ (บรรลุนิติภาวะ)  และวัยเจริญพันธุ์จะสิ้นสุดลงเมื่อรังไข่หมดความสามารถในการตกไข่ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วรังไข่จะหมดความสามารถนี้เมื่อถึงอายุเฉลี่ย 48-50 ปี

ฝากไข่ อายุ 40 รีบใช้ก่อนฝ่อ
ฝากไข่ อายุ 40 รีบใช้ก่อนฝ่อ

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 ผศ. ดร.ศศิวิมล วรุณศิริ ปวีณวัฒน์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้นำเสนองานวิจัยในหัวข้อ “ทำไมน้องไม่แต่งงาน? ผลกระทบของการศึกษาต่อการตัดสินใจแต่งงานและมีลูกของผู้หญิงไทย” ซึ่งได้จัดทำร่วมกับ Ms. Lusi Liao นักศึกษาปริญญาเอก คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

งานวิจัยได้ศึกษารูปแบบการตัดสินใจแต่งงานและมีลูกของผู้หญิงไทยในช่วงระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา (1985-2017) โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากรของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ระดับการศึกษาของผู้หญิงไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้หญิงไทยมีแนวโน้มที่จะเป็นโสดมากขึ้นและมีลูกน้อยลง

ผู้หญิงไทยที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีแนวโน้มที่จะเลือกอยู่เป็นโสดมากขึ้น หรือ หากแต่งงานก็มีแนวโน้มที่จะมีจำนวนลูกน้อยลง

ดร.ศศิวิมล ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับปรากฏการณ์ “Marriage strike” ที่เกิดขึ้นในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ผู้หญิงที่มีการศึกษาสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีแนวโน้มที่จะชะลอการแต่งงานให้ช้าลง เนื่องจากระดับการศึกษาที่สูงขึ้นทำให้ผู้หญิงได้รับค่าจ้างในตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น และทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการแต่งงานและการลาคลอดบุตรเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในงานวิจัยชิ้นนี้ คณะผู้วิจัยก็พบปรากฏการณ์ “Marriage strike” ในประเทศไทยเช่นกัน โดยพบว่าสัดส่วนของผู้หญิงโสดในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป

ข้อมูลอ้างอิงจาก thaipublica.org

จากงานวิจัยดังกล่าวจะเห็นได้ว่าอายุเฉลี่ยของผู้หญิงที่สิ้นสุดวัยเจริญพันธุ์นั้นมีช่วงอายุที่ไม่ไกลไปจากอายุเฉลี่ยของผู้หญิงในปัจจุบันที่จบการศึกษา และกว่าจะเริ่มตัดสินใจมีครอบครัว ทำให้เกิดเทรนใหม่ในปัจจุบันขึ้นในเรื่องของการ “ฝากไข่”

"<yoastmark

การฝากไข่ คืออะไร?

ฝากไข่ (Eggs freezing หรือ Oocyte cryopreservation) คือการนำเอาไข่สภาพดีในวัยเจริญพันธุ์ออกมาจากรังไข่ จากนั้นนำมาแช่แข็งเก็บไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า -150 องศาเซลเซียส ด้วยเทคนิค Vitrification หรือการใช้ไนโตรเจนเหลวในการเก็บรักษาโดยไข่ที่ถูกเก็บจะเหมือนถูกหยุดอายุเอาไว้ ทำให้ไม่เสื่อมสภาพและสามารถนำกลับมาผสมกับอสุจิ เพื่อส่งตัวอ่อนกลับเข้าไปฝังในมดลูก จนเกิดการปฏิสนธิและเจริญเป็นตัวอ่อนในครรภ์ได้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการ

การใช้ไข่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ช่วยลดความเสี่ยงที่ลูกจะเกิดมาพร้อมความผิดปกติ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ไข่อาจบรรจุโครโมโซมที่ผิดปกติเอาไว้ได้ และอีกประการ คือ เมื่ออายุมากจำนวนไข่ก็ลดลงด้วย ทำให้โอกาสในการมีลูกก็น้อยลงตามไปหากปล่อยให้ตั้งครรภ์ตามวิธีธรรมชาติ

ทุกคนสามารถทำการฝากไข่ได้หรือไม่?

ศ.นพ.กำธร พฤกษานานนท์ ประธานอนุกรรมการเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ราชวิทยาลัยสูตินารีแพทย์แห่งประเทศไทย ได้อธิบายถึง การฝากไข่ จะทำในกรณี 2 กรณีใหญ่ ๆ ดังนี้

1. คนที่กำลังรักษาโรคมะเร็ง

เนื่องจากการรักษาโรคมะเร็งอาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์เพศหญิง เช่น การรับเคมีบำบัดอาจทำให้ไม่มีการตกไข่ ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ หรือในบางรายอาจต้องจำเป็นต้องตัดรังไข่ออก การนำไข่มาฝากไว้ก่อน จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการวางแผนมีบุตรหลังจากที่รักษาโรคมะเร็งจนหายดีแล้ว

2. ผู้ที่ไม่ได้เจ็บป่วย แต่มีปัจจัยอื่นที่ทำให้ยังไม่สามารถมีบุตรได้ในช่วงเวลาปัจจุบัน

  • ผู้ที่ไม่สะดวกที่จะมีลูกในช่วงเวลาปัจจุบัน กล่าวคือ ผู้ที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์แล้ว แต่ช่วงชีวิตทำให้ยังไม่พร้อมมีบุตร แต่อยากมีบุตรในอนาคต เช่น ผู้หญิงหลายคนกำลังวางแผนที่จะเรียนต่อ หรือไปทำงานต่างประเทศ หรือกำลังให้ความสำคัญกับการทำงาน จึงทำให้ไม่พร้อมต่อการมีบุตร แต่ยังมีความต้องการที่จะมีบุตรในอนาคต หากอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ที่ไข่มีความสมบูรณ์ ก็สามารถนำฝากไข่เพื่อเก็บไว้ผสมหลังจากที่ตนเองมีความพร้อมแล้ว
  • คนในครอบครัวเคยมีประวัติประจำเดือนหมดเร็ว โดยปกติผู้หญิงจะตกไข่ได้ประมาณ 400-500 ใบ ตลอดช่วงชีวิต  ซึ่งจะอยู่ระหว่างช่วงอายุ 47-50 ปี แต่หากคนในครอบครัวหมดประจำเดือนไวกว่านี้ ก็เป็นไปได้ว่าคุณจะหมดประจำเดือนไวเช่นกัน ทำให้ระยะเวลาที่สามารถตั้งครรภ์ได้ สั้นกว่าคนอื่น ๆ หากต้องการมีบุตรควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝากไข่
  • ผู้มีปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อการมีบุตรและระบบสืบพันธุ์ในอนาคต เช่น ผู้มีแนวโน้มที่จะเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) มีช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate cyst) ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฝากไข่

    อย่ามัวแต่ทำงาน ฝากไข่ อายุ 40 มากไปอาจสายเกิน
    อย่ามัวแต่ทำงาน ฝากไข่ อายุ 40 มากไปอาจสายเกิน

ซึ่งไม่ว่าจะกรณีใด ๆ เจตนาของการฝากไข่ เพื่อทำให้เกิดเป็นตัวเด็ก เกิดการตั้งครรภ์ต่อไป เพราะฉะนั้นตัวเด็กก็ต้องเด็กที่มีคุณภาพ ซึ่งควรเกิดจากไข่ที่มีคุณภาพ ดังนั้น ศ.นพ.กำธร พฤกษานานนท์  จึงได้ให้ข้อแนะนำไว้ว่า “อยากให้ทำการฝากไข่ไว้ก่อนอายุ 35 ปี แล้วอายุที่เหมาะสมต่อการนำไข่กลับมาสู่การตั้งครรภ์ ภายใน 5 ปี ซึ่งก็หากฝากในช่วงอายุ 35 ปี ก็จะทำให้ไม่ควรไว้นานเกินอายุ 40 ปี”

ทำไม ฝากไข่ อายุ 40 ขึ้นไปแล้วควรรีบใช้ ?

แม้จะมีการฝากไข่ไว้ แต่ปัจจัยของการตั้งครรภ์นั้น ปัญหาสุขภาพของตัวคุณแม่จะมีส่วนสำคัญ เช่น หากฝากไข่ในกรณีของการให้เคมีบำบัดผู้ป่วยโรคมะเร็ง หรือโรคร้าย สุขภาพของคุณแม่จะแข็งแรงพอที่จะใส่ตัวอ่อนเพื่อการตั้งครรภ์หรือไม่ และในกรณีที่ฝากไข่จากเหตุผลส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการเจ็บป่วยนั้น แม้จะไม่ค่อยมีข้อจำกัด แต่เมื่อผู้หญิงอายุมากกว่า 40 ปี ก็มักจะมีปัญหาด้านสุขภาพมากกว่าผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า เช่น ปัญหาในเรื่องเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง หรือมีการตกเลือดหลังคลอด เป็นต้น ทำให้การดูแลขณะตั้งครรภ์ต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ และโอกาสเสี่ยงทั้งต่อตัวคุณแม่ และลูกก็มีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ขั้นตอนการฝากไข่ทำอย่างไร ? 

  1. เมื่อถึงกำหนดวันไข่ตกตามที่แพทย์นัด แพทย์จะให้ยาสลบระยะสั้น และยาแก้ปวดก่อนเริ่มกระบวนการ
  2. แพทย์จะใช้อัลตราซาวด์ (Ultrasound) ในการฉายภาพรังไข่เพื่อหาตำแหน่งตกไข่ จากนั้นจะดูดออกมาผ่านทางช่องคลอด แต่หากใช้อัลตราซาวด์หาตำแหน่งไม่เจอ แพทย์อาจใช้การผ่าทางช่องท้องเพื่อนำไข่ออกมา
  3. หลังจากได้ไข่ออกมา แพทย์จะตรวจความสมบูรณ์ของไข่ภายในห้องปฏิบัติการ จากนั้นก็จะนำไปเข้ากระบวนการแช่แข็ง
  4. หากคู่รักที่มีสเปิร์มจากสามีอยู่แล้ว อาจปรึกษาแพทย์เพื่อผสมตัวอ่อนเอาไว้เลย จากนั้นค่อยนำไปแช่แข็ง (Embryo freezing) ซึ่งการผสมตัวอ่อนก่อนแช่แข็ง มีแนวโน้มจะสำเร็จมากกว่าการฝากไข่เพียงอย่างเดียว

ฝากไข่ราคาแพงไหม?

การฝากไข่จะมีราคาประมาณ 100,000-150,000 บาท ซึ่งราคาจะต่ำหรือสูงนั้นขึ้นอยู่กับว่าเป็นโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชน และยังมีค่าฝากไข่รายปีอีกด้วย ประมาณ 1,500 บาทต่อปี

นอกจากนี้บางโรงพยาบาลอาจมีค่าเก็บรักษาไข่เป็นรายปีอยู่ระหว่าง 2,000-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาล และจำนวนไข่

ข้อกำหนดตามกฎหมายที่ควรรู้ก่อนการฝากไข่

พรบ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พศ. 2558

  • ห้ามมิให้ผู้ที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้บริการ
  • ห้ามสร้างตัวอ่อน เว้นแต่เพื่อใช้ในการบำบัดรักษาภาวะการมีบุตรยากของสามีภรรยาที่ชอบด้วยกฎหมาย นั่นหมายถึง การจะนำไข่ออกมาผสมกับอสุจิในภายหลังนั้น กฎหมายได้ระบุว่าให้ทำได้กับคู่ที่มีการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายแล้วเท่านั้น หากไม่มีคู่สามีตามกฎหมาย ก็ไม่สามารถนำไข่ออกมาผสมเพื่อทำการตั้งครรภ์ได้
  • ห้ามซื้อ เสนอซื้อ ขาย นำเข้า หรือส่งออก
  • หากเจ้าของที่ฝากไว้เสียชีวิต ห้ามนำไข่มาใช้ เว้นแต่มีการให้ความยินยอมเป็นหนังสือไว้ก่อนตาย และต้องใช้เพื่อการบำบัดรักษาภาวะการมีบุตรยากของสามี หรือภรรยาที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น

    ตรวจร่างกายหาโรคติดต่อก่อนฝากไข่
    ตรวจร่างกายหาโรคติดต่อก่อนฝากไข่

ประกาศแพทยสภา ที่ 95(9)/2558

  • วิธีการรับฝาก
  1. ผู้ฝากลงนามในหนังสือแสดงการยินยอมในการฝากให้เก็บรักษา
  2. มีการตรวจผู้ฝากเพื่อป้องกันการถ่ายทอดโรคติดต่อ เช่น เชื้อเอชไอวี ตับอักเสบ ซิฟิลิส
  3. ผู้ประกอบวิชาชีพที่มีคุณสมบัติ จัดทำระบบข้อมูลในการเก็บรักษาข้อมูลไว้ไม่น้อยกว่า 20 ปี
  4. มีระบบการเก็บรักษาที่แยกกันชัดเจนในกรณีที่มีการติดเชื้อ และไม่ติดเชื้อ
  • การรับฝากไข่
  1. เพื่อวัตถุประสงค์ในการนำไปปฎิสนธิกับอสุจิของสามีที่ชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือ กฎหมายเมืองไทยอนุญาตให้ผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นโรคทำการเก็บไข่ไว้ได้ แต่ต้องเก็บไว้เพื่อใช้ในอนาคตกับตัวเองเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เก็บไข่ตัวเองเพื่อนำไปใช้ในการอื่น ๆ เช่น บริจาคให้ญาติพี่น้องที่มีลูกไม่ได้
  2. รับฝากไข่ในช่วงก่อนการรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือการรักษาอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อรังไข่
  • กำหนดระยะเวลาการเก็บ ไม่ต่ำกว่า 5 ปี ยกเว้นมีข้อตกลงเป็นหนังสือไว้อย่างอื่น
  • กรณีสถานพยาบาลยุติการให้บริการ ให้สถานพยาบาลนั้นติดต่อส่งมอบไข่ที่แช่แข็งไว้ให้สถานพยาบาลอื่นที่ขึ้นทะเบียน และรายงานคณะกรรมการฯพิจารณา และดำเนินการต่อไป

จะเห็นได้ว่า จากสังคมในยุคปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้หญิงออกมาทำงานมากขึ้น สภาวะเศรษฐกิจที่การมีลูกต้องใช้ค่าใช้จ่ายจำนวนมาก หรือสภาพสังคมครอบครัวเดี่ยวที่ทำให้ขาดคนดูแลเด็กเล็กเมื่อพ่อแม่ไปทำงาน จึงส่งผลให้ผู้หญิงมีความจำเป็นในการชะลอการมีลูกเพิ่มมากขึ้น ทำให้อายุล่วงเลยไปกว่าจะเริ่มมีความคิด และความพร้อมที่จะมีลูกได้ก็อาจสูญเสียโอกาส และร่างกายที่ดีไป เนื่องจากล่วงเลยวัยเจริญพันธุ์ไปเสีย ปัจจุบันสังคมไทยจึงมีการพูดถึงการฝากไข่เพิ่มมากขึ้น

ศ.นพ.กำธร พฤกษานานนท์   ได้กล่าวแนะนำถึงเรื่องนี้ว่า “อยากบอกว่าการฝากไข่มีทั้งข้อดี ข้อเสีย คำว่าการฝากไข่ในกรณีที่มีเหตุผล เช่น จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโรคต่าง ๆ กรณีนี้มีประโยชน์มาก ส่วนกรณีทางสังคม ต้องดูเอาว่าจริง ๆ เราจำเป็นหรือไม่ เพราะการฝากไข่มีค่าใช้จ่าย และมีความเสี่ยงในระดับหนึ่ง จะต้องเจ็บตัวมาฉีดยา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย อย่างไรก็ตาม หลายครั้งที่คุณผู้หญิงมักคิดถึงเรื่องงาน หรือเรื่องอื่นมาก่อนตัวเอง จนลืมไปว่าตัวเรายังอายุเท่าเดิมตลอดกาล ทั้งที่มีงานวิจัยมากมายสุภาพสตรีหลังอายุ 35 ปีไปแล้ว การทำงานของรังไข่ก็จะน้อยลง และการฝากไข่ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต”

ฝากไข่ อายุ 40 อาจช้าไปรีบท้องก่อนสายเกิน
ฝากไข่ อายุ 40 อาจช้าไปรีบท้องก่อนสายเกิน

ตัวอย่างสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต 

โรงพยาบาลของรัฐ เช่น รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.ธรรมศาสตร์ รพ.ศิริราช รพ.รามาธิบดี รพ.พระมงกุฎฯ ส่วนที่โรงพยาบาลเอกชน เช่น รพ.วิภาวดี รพ.วิชัยยุทธ

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับข้อมูลที่เราควรทราบก่อนการฝากไข่ เมื่อได้ศึกษาจนครบแล้ว คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับสาว ๆ แล้วละว่าหากยังต้องการ ฝากไข่ อายุ 40 ปีเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีลูกแบบนี้จะดีไหม หรือหากไม่ได้ติดขัดอื่นใดที่จำเป็นสำหรับคนที่ต้องการมีลูก การมีเพศสัมพันธ์ด้วยวิธีธรรมชาติยังถือว่ามีประสิทธิภาพดีที่สุดอยู่ เพราะการฝากไข่นั้นมีข้อจำกัดทั้งเรื่องประสิทธิภาพไม่ 100% และที่สำคัญค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ก็นับว่าสูงไม่น้อยเลยทีเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก hd.co.th/ กรุงเทพธุรกิจ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ควรมีลูกห่างกันกี่ปี มีลูกหัวปีท้ายปี แบบคนสมัยก่อนได้ไหม

อยากมีลูก ทำไงดี? 10 เคล็ด(ไม่)ลับทำให้ท้อง เพิ่มโอกาสมีลูกสมใจ

รวม 17 อาการเตือนคนเริ่มท้อง สังเกตให้รู้ว่า “ท้องแล้วจ้า”

มีบุตรยาก ชี้เป้า 15 ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ช่วยสานฝันโอกาสให้ได้เป็นพ่อแม่สมปรารถนา

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up
X momrathon