กลไกการหลั่งน้ำนมที่แม่มือใหม่ควรรู้!

นมแม่ …เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก องค์การอนามัยโลก องค์การยูนิเซฟ และสมาคมกุมารแพทย์ทั่วโลก แนะนำให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน หลังจากนั้นให้อาหารเสริมตามวัย ร่วมกับนมแม่ต่อไปอีกจนเด็กครบอายุ 1 ปี และต่อจากนั้นก็สามารถให้นมแม่ได้อีกตามความต้องการของแม่

ทำไมต้อง “ นมแม่ ”

คนส่วนใหญ่พอจะทราบอยู่แล้วว่านมแม่มีประโยชน์กับลูก แต่ พญ.ปวินทรา หะริณสุต สมนึก กุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จะมาบอกเล่ามากขึ้นในแง่ของทางการแพทย์ว่า นมแม่สำคัญอย่างไร ทำไมถึงต้องมีการรณรงค์ให้นมแม่กันมากมายทั่วโลกขนาดนี้

♥ ประโยชน์ของนมแม่มีมากกว่าที่คิด

น้ำนมแม่จะมีลักษณะใสกว่านมอื่นๆ คนสมัยก่อนเลยคิดว่านมแม่ไม่ค่อยมีสารอาหารมากนัก แต่ความจริงแล้ว นมแม่มีสารอาหารมากถึง 200 กว่าชนิด ในขณะที่นมประเภทอื่นมีสารอาหารไม่ถึงครึ่งของนมแม่เลย แค่สารอาหารหลักๆ ก็ยังมีได้ไม่เท่า ได้แก่

  • กลุ่มคาร์โบไฮเดรต ในนมแม่จะมีน้ำตาลแลคโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ช่วยพัฒนาสมองของลูก แม้ว่าในน้ำนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดจะมีน้ำตาลชนิดนี้ด้วยก็ตาม แต่ในน้ำนมของมนุษย์มีสูงที่สุด
  • น้ำนมแม่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว มีดีเอชเอและเอเอ ซึ่งก็คือโอเมก้า 3 และ 6 มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทของสมอง เป็นสารอาหารจากธรรมชาติที่มีในน้ำนมแม่ ไม่สามารถสกัดออกมาใส่เสริมในนมอื่นได้
  • โปรตีนในนมแม่ มีส่วนประกอบของเวย์ 80 เปอร์เซ็นต์ และเคซีน 20 เปอร์เซ็นต์ เวย์ในนมแม่ยังเป็นแอลฟ่าแลคตาบูมิน ช่วยลดภาวะเสี่ยงของการเป็นภูมิแพ้ต่างๆ ในขณะที่นมอื่นนั้นเป็นเบต้าแลคตาบูมิน ตัวเบต้านี้จะกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ต่างๆ ส่วนเคซีนในนมแม่เป็นเบต้าแคลซีน ซึ่งย่อยง่าย ดูดซึมง่าย ช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก สังกะสี และแคลเซียมได้ดี ทั้งสองตัวนี้ไม่สามารถเติมหรือผลิตได้จากโรงงาน นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ ที่ในนมอื่นไม่มี จึงเรียกได้ว่า นมแม่มีสารอาหารที่ครบถ้วนอย่างแท้จริง
  • ในน้ำนมแม่อุดมไปด้วยภูมิคุ้มกันสำคัญที่ไม่สามารถหาได้จากนมอื่นๆ เช่น secretary IgA (เป็นหน้าด่านช่วยป้องกันการติดเชื้อต่างๆ), เม็ดเลือดขาว, ไลโซไซม์ (เอนไซม์ที่ช่วยให้เชื้อแบคทีเรียตายได้), แลคโตเฟอริน (โปรตีนช่วยต่อต้านเชื้อโรค), bifidus growth factor (สารที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของแล็กโตบาซิลัส ช่วยให้แบคทีเรียไม่สามารถอาศัยอยู่ในลำไส้ได้) เป็นต้น เพราะนมแม่มีสารต่างๆ ซับซ้อนมากมายที่จะช่วยให้ลูกเรามีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์

การสร้างน้ำนมแม่

ssuibu2

เต้านมแต่ละข้างจะมีต่อมผลิตน้ำนมประมาณ 15 – 20 หน่วย ซึ่งอยู่ด้านหลังของลานรอบหัวนม โดยมีท่อน้ำนมต่อไปเปิดที่หัวนมระหว่างตั้งครรภ์ รกและรังไข่จะทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ในระดับที่สูงมาก ซึ่งมีผลไปกระตุ้นให้ต่อมน้ำนมสร้างท่อน้ำนมที่มีคุณประโยชน์มาก เรียกว่า โคลอสตรัม อันอุดมไปด้วยโปรตีน, แร่ธาตุ, วิตามิน, น้ำ, น้ำตาล และภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ที่จะช่วยป้องกัน ทารกจากการติดเชื้อในช่วงแรกๆ หลังคลอด โคลอสตรัมจะมีอยู่ในช่วง 3 – 5 วันหลังคลอดเท่านั้น จากนั้นจึงจะเป็น นมแม่ตามปกติ

ทุกครั้งที่ลูกดูดนม จะไปกระตุ้นปลายประสาทที่หัวนม  ส่งสัญญาณไปยังต่อมไฮโปทาลามัสที่สมองส่วนบน ซึ่งจะส่งสัญญาณต่อไปยังต่อมใต้  สมองให้สร้างฮอร์โมนโปรแลกติน และออกซีโตซิน จะกระตุ้นให้กล้ามเนื้อรอบต่อมน้ำนมหดตัวเพื่อบีบขับ น้ำนมให้ไหลออกมา เสียงร้องของลูกและการได้สัมผัส ใกล้ชิดลูกจะช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนออกซีโตซินได้ด้วย

อ่านต่อ >> “กลไกการหลั่งน้ำนมที่แม่ควรรู้และการเข้าเต้าให้ได้ผล” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ภาษาทารก

ถอดรหัส เสริมพัฒนาการ 11 กระบวนท่าของทารกที่พ่อแม่มือใหม่ควรรู้!

ภาษาทารก …ทุกครั้งที่เห็นลูกยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ หรือทำท่าทางต่างๆ ซึ่งสามารถบ่งบอกได้ว่า ลูกมีพัฒนาการก้าวล้ำมาอีกขั้น พ่อแม่ต่างก็ปลาบปลื้มใจ แต่สิ่งที่ตามมาคือ ความสงสัยปนแปลกใจว่าสิ่งที่ลูกแสดงออกมาเมื่อตอนนั้น มันหมายความว่าอะไร แล้ว ลูกน้อยกำลังคิดอะไรอยู่ หรือต้องการอะไรกันแน่

แม้จะยังพูดไม่ได้ แต่ทารกก็เกิดมาพร้อม   กับความสามารถในการสื่อสาร ทั้งสีหน้าและท่าทาง “จากการศึกษาพบว่า กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของการสื่อสาร  ระหว่างเบบี๋กับผู้ใหญ่ล้วนเป็นภาษาท่าทางทั้งสิ้น   ถ้าคุณพ่อคุณแม่สามารถอ่านออกว่าเบบี๋ต้องการบอกอะไรและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ข้อดีก็คือ เจ้าตัวเล็กรู้สึกปลอดภัยและเกิดความผูกพันกับพ่อแม่มากขึ้น”

ซึ่งการอ่านสีหน้า ต้องหมั่นสังเกตทั้งหน้าตา ท่าทาง และเสียงร้องไห้ของลูกให้ดีๆ เพราะนั้นอาจเป็นการส่งสัญญาณ ขอความช่วยเหลือ  ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง จึงไม่ยากเกินกว่าพ่อแม่จะอ่านออกแน่นอน

ศ.ดร.ลินดา อเคร-โดโล อาจารย์ด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส และผู้เขียนหนังสือ BabySigns อธิบายความอีกความน่าทึ่งของเด็กทารกไว้ รวม 11 สัญญาณ แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ สีหน้าและท่าทาง ขอเพียงเวลาให้พ่อแม่เรียนรู้การอ่านท่าทางลูกน้อยก็ไม่ยากเกินมือคุณแม่แน่นอนค่ะ แล้วสีหน้า ท่าทาง หรือเสียงร้องของลูกจะบ่งบอกถึงอะไร คุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไรตอบกลับไปหาลูกจากภาษาทางกายนั้นๆ ตามไปถอดรหัสกันค่ะ

ภาษาทารก

√ ถอดรหัสสีหน้าทารก

1. หันหน้าหนีไม่ยอมสบตา

เป็นรหัสที่ลูกน้อยกำลังส่งสัญญาณว่า “คุณอาจยังเอาใจใส่เขาไม่เพียงพอ” ดร.อเครโดโลอธิบาย “ลักษณะนี้จะชัดขึ้น เมื่อลูกอายุได้ราว 2 เดือน ที่เขาไม่ยอมมองหน้าหรือสบตาคุณนั่นก็เป็นเพราะว่าไม่ได้รับการกระตุ้น พ่อแม่อาจเข้าไปสัมผัส กอด อุ้มเล่นหรือพูดคุยกับลูกน้อยเกินไปจนทำให้ลูกสนใจเล่นนิ้วเท้าหรือนิ้วมือของตัวเองมากกว่ามองหน้าหรือสบตาพ่อแม่”

ตอบกลับแสนง่าย : เพิ่มปฏิสัมพันธ์กับเบบี๋ให้มากขึ้น แต่ไม่บังคับ คือ ถ้าลูกเบือนหน้าหนีอย่าเพิ่งพยายามเอาหน้าตัวเองเข้าไปใกล้ๆ หรือจับลูกให้หันมาสบตาคุณให้ได้ สิ่งที่คุณควรทำคือ ค่อยๆ เพิ่มกิจกรรมกับลูกให้มากขึ้น และอดทนรอคอยให้ลูกหันกลับมาสนใจเอง เช่น อุ้ม กอด และชวนพูดคุยบ่อยๆ ตอบรับเสียงอ้อแอ้ของลูก อุ้มสัมผัสลูกในขณะที่เจ้าตัวเล็กยังตื่นอยู่ เล่นของเล่นด้วยกันอย่างนุ่มนวล เป็นต้น

ภาษาทารก

2. ยิ้มหวาน

“ยิ้มช่วงแรกของทารกยังเป็นปฏิกิริยาตอบกลับอัตโนมัติ ต่อมาเมื่อเริ่มโตขึ้นรอยยิ้มก็จะมีความหมายมากขึ้น และมีอารมณ์ต่างๆเข้าไปเกี่ยวข้องเมื่อตอนเขาอายุได้ราว 6 -8 สัปดาห์ “การยิ้มของทารกเป็นการบอกความพึงพอใจ ความรู้สึกสบายตัว อย่างลูกของฉันยิ้มแรกของเขาเกิดขึ้นตอนได้ซุกตัวอยู่ในผ้าขนหนูอุ่นๆหลังจากอาบน้ำเสร็จ

แม้พอใจลูกก็อยากให้ตอบกลับ : เมื่อได้ เห็นยิ้มแรกของลูก คุณควรยิ้มกลับทันที จะพูดสั้นๆด้วยก็ได้ เช่น “เก่งมากเลยลูก” หรือชวนคุยสัพเพเหระ ลูกยังไม่เข้าใจสิ่งที่คุณ พูดหรอก แต่กระตุ้นพัฒนาการได้ดีเชียวล่ะ

3. นั่นแน่! … ทำหน้าเลียนแบบแม่ด้วย

“เพราะพ่อแม่คือต้นแบบของลูก” ช่วง อายุ3-6 เดือน ทารกส่วนมากจะเรียนรู้ที่จะเลียนแบบการแสดงออกทางสีหน้าจากผู้ใหญ่ และเมื่ออายุประมาณ 9 เดือนเขาจะเริ่มแสดง ออกทางสีหน้าที่ได้เรียนรู้มาแบบมีอารมณ์ ต่างๆเข้ามาด้วย เช่น เวลาที่พบคนแปลกหน้า เบบี๋ส่วนใหญ่จะหันไปมองหน้าแม่ของ ตัวเอง และถ้าเห็นว่าแม่ทำหน้าเศร้าหรือไม่มี ความสุข ความวิตกกังวลของเจ้าตัวเล็ก  ก็จะเพิ่มมากขึ้นๆ จนบางคนก็ร้องไห้แงๆได้

อยากให้ลูกเลียนแบบอารมณ์ดี : เคล็ดลับ คือ เราสุขลูกสุขกว่า เราเครียดลูกเครียดกว่า ดังนั้นถ้าคุณกังวล เครียด หรืออารมณ์ไม่ดี หาวิธีผ่อนคลายอารมณ์ตัวเองก่อน อย่างการ หายใจเข้าออกลึกๆหรือทำสมาธิ แม้แต่ มองกระจกแล้วยิ้มให้ตัวเองก็ช่วยให้อารมณ์ เย็นลงได้เหมือนกัน เมื่อคุณรู้สึกดีขึ้น ค่อยกลับมาหาลูก แล้วกอดหรือสัมผัส ลูบหลังเบา ๆ เพื่อทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย ทางที่ดีควรส่งลูกให้คนอื่นช่วยดูแลก่อน แต่ถ้าคุณอยู่กันสองคน แค่วางลูกลงในเปลหรือสถานที่ที่ปลอดภัย แล้วไปสงบ สติอารมณ์ตัวเองก่อนนะคะ

อ่านต่อ >> “ถอดรหัสกระบวนท่าภาษากายของลูกน้อย” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พื้นที่ส่วนตัว

สอนลูกให้รู้จัก “พื้นที่ส่วนตัว” ป้องกันถูกละเมิดทางเพศ

พื้นที่ส่วนตัว หรือ พื้นที่ต้องห้าม ของลูก เรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกเข้าใจตั้งแต่ยังเล็ก อย่าคิดว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องน่าอาย หรือคิดว่าเรื่องแบบนี้เดี๋ยวโตขึ้นลูกก็รู้เอง เพราะลูกของคุณอาจพลาด ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่รู้ตัว อย่างกรณีของผู้หญิงคนนี้ Continue reading “สอนลูกให้รู้จัก “พื้นที่ส่วนตัว” ป้องกันถูกละเมิดทางเพศ”

วิธีไล่แมลงแบบธรรมชาติ

วิธีไล่แมลงแบบธรรมชาติ ภูมิปัญญาชาวบ้านไม่ง้อสารเคมี

วิธีไล่แมลงแบบธรรมชาติ  มด ยุง แมลงสาบ ฯลฯ บ้านไหนที่มีลูกเล็กๆ ยิ่งไม่อยากให้ในบ้านมีเจ้าแมลงพวกนี้เลย เพราะหากในบ้านเต็มไปด้วย มด ยุง แมลงสาบ หรือแมลงอื่นๆ ก็อาจทำให้ลูกน้อยป่วยได้ แล้วก็รวมถึงทุกคนในบ้านด้วยเช่นกัน ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี วิธีไล่แมลงแบบธรรมชาติ ที่ปลอดจากสารเคมี มาฝากคุณแม่บ้านกันค่ะ

 

วิธีไล่แมลงแบบธรรมชาติ แบบง่ายๆ แต่ได้ดี 100 %

จากคำที่ว่า แม่นั้นก็คือผู้ที่ให้กำเนิดลูกมาและเป็นผู้ที่คอยดูแลเอาใจใส่ทุกอย่าง ไม่ให้ใครมาทำร้ายลูกได้เปรียบเหมือนกับสุภาสิตที่ว่า “ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม” และจากสุภาษิตที่ว่านี้ เราจึงมีเคล็ดลับการจัดการกับพวกแมลงเหล่านี้ที่ชอบเข้ามาวุ่นวายในบ้านจนอาจทำร้ายลูกน้อยของคุณได้ ด้วยวิธีที่ธรรมชาติปราศจากสารเคมีที่รุนแรงแต่ได้ผลดีเกินคาด จะมีวิธีเด็ดอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

 

อ่านต่อ >> “ไล่แมลงแบบธรรมชาติ ปลอดภัยต่อลูกน้อย” หน้า 2 

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ป้อนกล้วยลูก ถูกต้องตามวัย ได้ประโยชน์เต็มที่

ป้อนกล้วยลูก …กล้วย เป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ อุดมด้วยวิตามินมากมาย แต่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ไว้ว่า ห้ามป้อนกล้วยให้กับลูกน้อยที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน เพราะอาจเป็นอันตรายมากๆ ถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

การป้อนกล้วยเป็นอีกหนึ่งเรื่องความเชื่อตั้งแต่สมัยโบราณ ที่เมื่อเด็กอายุได้ประมาณหนึ่งก็เริ่มจะให้กินอาหารที่อ่อนๆนิ่มๆ กัน ซึ่งกล้วยก็เป็นตัวเลือกยอดฮิต เพราะหาง่าย นิ่ม กินแล้วหนักท้อง แต่ตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว องค์การอนามัยโลก ยูนิเซฟ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ทารกที่อายุต่ำกว่า 6 เดือนไม่ควรกินอะไรนอกจากนม โดยเฉพาะถ้าเป็นนมแม่ยิ่งดีที่สุด

ส่วนเหตุผลที่ว่า ต้องการให้ลูกอายุยังไม่ถึง 6 เดือน กินกล้วยเข้าไปเพื่อให้อยู่ท้อง จะได้หลับนานๆ จะได้ไม่ต้องตื่นขึ้นมาดูดนมแม่บ่อยๆ นั้น ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเคยมีกรณีที่ป้อนกล้วยให้กับเด็กอายุยังไม่ถึงเดือนด้วยเหตุผลนี้ ผลที่เกิดขึ้น คือ กล้วยไปทำให้ลำไส้อุดตัน กระเพาะอาหารแตก และเสียชีวิต

…ดังนั้นถ้ามีปัญหาลูกตื่นบ่อย ให้หาทางแก้ปัญหาโดยวิธีอื่น ไม่ใช่แก้ปัญหาโดยการป้อนกล้วย เช่น ตื่นบ่อยเพราะไม่ชอบถูกวางให้นอนเพียงลำพัง ก็ให้เอามาอุ้มบ่อยๆ ไกวเปลให้มีการเคลื่อนไหวเหมือนอยู่ในท้องแม่ ลูกก็จะหลับได้ดีขึ้น แต่ถ้ามีนมแม่ไม่พอจริงๆ ควรไปคลินิกนมแม่เพื่อหาสาเหตุ และ หาทางเพิ่มน้ำนม และในระหว่างที่น้ำนมยังไม่มาเต็มที่ ก็ให้เสริมนมผงที่ลูกไม่แพ้ไปก่อน แต่ไม่ใช่ให้กล้วย

Must read : ไขคำตอบ สารอาหารในนมแม่ชนิดใดที่ทำให้ลูกฉลาด?
Must read : แนะนำพ่อแม่มือใหม่! ขั้นตอนการเตรียมนมและวิธีชงนมที่ถูกต้องเพื่อไม่ไห้เกิดฟอง (มีคลิป)

ป้อนกล้วยลูก

เหตุผลที่ไม่ควรป้อนกล้วย ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน

1. เด็กทารกสำลักอาหารได้ง่าย

เพราะระบบการกลืนอาหารของทารกยังไม่พร้อมที่อายุ 3-4 เดือน และในช่วงอายุน้อยกว่า 6 เดือน การกินอาหารของเด็กจะเป็นระบบอัตโนมัติ (reflex) เหมาะสำหรับการดูดกลืนของเหลว เช่น นม หากเป็นกล้วย จะมีความหนืด และแข็งมากกว่าโอกาสสำลักก็มีมากขึ้น นอกจากนี้การตั้งคอของเด็กในช่วงก่อน 6 เดือนก็ยังไม่ดี ซึ่งหากเกิดการสำลัก เด็กก็จะไม่สามารถช่วยตัวเองได้ค่ะ

2. ทำให้การย่อยในลำไส้มีปัญหา

ในช่วงก่อนอายุ 6 เดือน ในลำไส้ของทารกยังมีการสร้างเอนไซม์เพื่อใช้ในการย่อยแป้ง ไขมันได้ไม่สมบูรณ์ และยังมีปริมาณแบคทีเรียที่ช่วยย่อยในทางเดินอาหาร (Probiotic) ไม่เพียงพอ การเริ่มอาหารแข็งเร็วเกินไปจะทำให้ระบบย่อยอาหารมีปัญหา เกิดลำไส้อุดตันในเด็กทารก เกิดกระเพาะอาหารแตกได้ ซึ่งอันตรายมาก เสียชีวิตได้เลยนะคะ มีเคสเกิดขึ้นมาแล้ว

อ่านต่อ >> “เหตุผลที่ไม่ควรป้อนกล้วย ทารกอายุต่ำกว่า 6 เดือน”
คลิกหน้า
2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เผยความลับสมองดี ลูกฉลาด หรือไม่ ดูที่พ่อแม่จริงหรือ!?

 

ลูกฉลาด คงปฎิเสธไม่ได้ว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่ต่างก็ต้องการให้ลูกๆ ของตนเองเป็นเก่ง เด็กฉลาด แต่จะทำอย่างไรลูกถึงเป็นเด็กฉลาดได้ ซึ่งนอกจากการเลี้ยงลูก ความฉลาดสามารถส่งต่อมาจากพ่อแม่ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีข้อเท็จจริงที่ว่า ลูกฉลาด นั้นถ่ายทอดมาจากพ่อแม่มากน้อยแค่ไหน?

 

ลูกฉลาด ต้องเป็นแบบไหน?

เดิมเราเข้าใจกันว่า คนเราเกิดมาแล้วมีชีวิตไปตามพรหมลิขิต คือเกิดมาแล้วไม่ต้องทำอะไร โตไปตามที่เบื้องบนกำหนดมาเอง โอ้! ง่ายจริง ชีวิตเด็กน้อย จบข่าว

ไม่ใช่แล้วคุณพ่อคุณแม่ เอาใหม่ๆ ปรับกันใหม่ เพราะวิทยาศาสตร์ทำให้เรารู้แน่ๆ ว่าความเข้าใจเดิมนั้นไม่ใช่เลย

มีงานศึกษาออกมาชัดเจนว่า เซลล์ประสาทหรือเซลล์สมองของคนที่ฉลาด ซึ่งหมายถึงมีพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ดี สามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ได้ดี คือเซลล์ประสาทที่มีการเชื่อมต่อกันเป็นวงจรมากๆ และก็มีการศึกษากันได้ผลชัดๆ อีกว่า เซลล์ประสาทที่เชื่อมต่อกันเป็นวงจรมากๆ ได้นั้น เกิดจาก 2 ปัจจัยหลักๆ ได้แก่

  1. การที่เด็กได้รับการเลี้ยงดูให้ดี ซึ่งหมายถึง ได้รับอาหารดีครบถ้วน ได้รับความรัก และ
  2. การได้รับประสบการณ์การเลี้ยงดูอย่างดี ซึ่งหมายถึง ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการอย่างดี ถูกทางและเหมาะสม

อ่านต่อ >> “ความลับของสมองดี” หน้า 2 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เลือดปนในน้ำนมแม่

เลือดปนในน้ำนมแม่ ปลอดภัยสำหรับลูกน้อยหรือไม่ ?

เลือดปนในน้ำนมแม่ การมีเลือดปนในน้ำนมแม่อาจดูน่ากังวลเมื่อเห็นครั้งแรก แต่นี่เป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะสำหรับคุณแม่มือใหม่  ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นการบ่งชี้ถึงโรคร้ายอะไร ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้ไขข้องสงสัยที่ว่าทำไมน้ำนมแม่จึงมีเลือดปน มาให้ได้ทราบกันค่ะ

Continue reading “เลือดปนในน้ำนมแม่ ปลอดภัยสำหรับลูกน้อยหรือไม่ ?”

7 ที่เที่ยวเสริมพัฒนาการ ไม่เกิน 100 บาท! เพื่อลูกน้อย

พาลูกเที่ยว …ช่วงวันหยุดคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างเสริม และพัฒนาการเรียนรู้ของลูก จากนอกห้องเรียนได้ด้วยการเที่ยว ซึ่งการ พาลูกเที่ยว ไม่จำเป็นต้องไปในที่แพงๆ แต่ควรพาไปในที่ๆลูกจะได้ประโยชน์เพิ่มทักษะ เสริมพัฒนาการต่างๆได้ด้วยเช่นกัน

มีคุณพ่อคุณแม่ อยู่หลายครอบครัว คิดว่าการพาลูกเที่ยวนั้น คือเรื่องสิ้นเปลือง นั้นก็เพราะว่าในสมัยนี้การมีลูกน้อยนั้นย่อมมีค่าใช้จ่ายจำเป็นที่สำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ค่าเล่าเรียน ค่าหมอ ค่ากิน ค่าของใช้ แต่ค่าพาลูกเที่ยว ก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะการพาลูกเที่ยวช่วยพัฒนาการพัฒนาการหลายๆด้าน (ที่โรงเรียนไม่มีสอน) ทั้ง ความรู้รอบตัว ความอดทนความพยายาม การเรียนรู้ที่จะเข้าสังคมภายนอกที่กว้างใหญ่ และทักษะต่างๆ อีกมากมาย

ขอให้คุณพ่อคุณแม่อย่ามองว่าการพาลูกเที่ยวคือการต้องไปญี่ปุ่น หรือไปต่างจังหวัดเพียงอย่างเดียว แค่เราพาลูกไปสวนสาธารณะ พาออกจากบ้านไปสวนสัตว์ก็ได้ประโยชน์ทั้งสิ้น และที่สำคัญคือเวลาพาลูกเที่ยว ต้องอย่าให้ลูกติดจอ รวมถึงตัวคุณพ่อคุณแม่เอง ต้องลดการใช้มือถือ และ ใส่ใจลูกให้มากขึ้นด้วย เพราะหากปล่อยลูกอยู่บ้านๆมาก นอกจากจะไม่ได้พัฒนาทักษะข้างต้นแล้วนั้น เราก็จะให้ลูก เล่นมือถือ ดูทีวี จนลูกติดจอ

Must read : พาลูกเที่ยวแบบไหน เสริมพัฒนาการ สร้างทักษะชีวิต!

ดังนั้นและ Amarin Baby & Kids จึงขอเสนอ 7 ที่เที่ยวเสริมการเรียนรู้ เพิ่มทักษะ และสร้างพัฒนาการที่ดีให้กับเด็กๆ ด้วยราคาค่าเข้าที่ไม่เกิน 100 บาท สำหรับลูกน้อยของคุณ จะมีที่ไหนบ้าง มาดูกันได้เลยค่ะ

พาลูกเที่ยว เสริมพัฒนาการ ในราคาไม่เกิน 100 บาท

1. ท้องฟ้าจำลอง

1-1

ท้องฟ้าจำลอง หรือศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา แหล่งเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และภูมิศาสตร์  เด็กๆ จะได้เรียนรู้เอกภาพ ระบบสุริยะ เรียนรู้ดวงดาว ท่องไปในอวกาศไปกับท้องฟ้าจำลอง ที่ใช้เครื่องฉายดาวระบบดิจิตอล ความละเอียดสูงคมชัดกว่าที่เคย พร้อมให้ความรู้เชิงลึก ตอบสนองความต้องการของเด็กๆ ที่ใฝ่รู้ ภายใต้แนวคิด “สนุกวิทย์ Kids Learn เพลินดวงดาว” อาคารท้องฟ้าจำลอง ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือ “ห้องฉายดาว” และ “ส่วนแสดงนิทรรศการรอบห้องฉายดาว” ซึ่งภายในท้องฟ้าจำลองแบ่งเป็นโซนนิทรรศการและโซนท้องฟ้าจำลอง ให้ความรู้เกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และภูมิศาสตร์

1-2

การแสดงท้องฟ้าจำลอง ให้เด็กๆ ได้รู้จักเกี่ยวกับดาวเคราะห์ใกล้เคียงดวงอื่น ความเป็นไปได้ที่คนจะไปอาศัยอยู่ มีการจัดแสดงให้ดูแสงออโรราผ่านระบบฉายแบบ 4 k และการผจญภัยผ่านสิ่งที่อันตรายในห้วงอวกาศ

1-4

ตารางแสดงค่าเข้าชมการแสดงท้องฟ้าจำลอง

* เปิดให้บริการ วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 9.00 น. – 16.30 น. ปิดบริการ วันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

* รอบบรรยายภาษาไทย อัตราค่าเข้าชม เด็กคนละ 20 บาท / ผู้ใหญ่คนละ 30 บาท

* รอบบรรยายภาษาอังกฤษ อัตราค่าเข้าชม เด็กคนละ 30 บาท / ผู้ใหญ่คนละ 50 บาท

* รอบ 10.00 น. ของทุกวันอังคารเป็นรอบบรรยายภาษาอังกฤษและเป็นรอบจองสถาบันการศึกษา

* รอบ 10.00 น. และ 13.00 น. เป็นรอบจองของสถาบันการศึกษา

สำหรับสถาบันการศึกษา ค่าใช้จ่ายให้ติดต่อฝ่ายการตลาดของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (0-2391-0544 และ 0-2392-1773) ส่วนประชาชนทั่วไปนั้น ยังไม่มีระบบการจองล่วงหน้า แต่สามารถซื้อบัตรรอบเวลาใดก็ได้ในวันนั้นๆ ครับ และซื้อบัตรได้ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ เท่านั้น

นอกจากนี้ท้องฟ้าจำลองยังเป็นแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กๆ ผ่านสื่อและกิจกรรมหลากรูปแบบอย่างมีความสุข สนุกสนาน ในอาคารต่างๆ ประกอบด้วย อาคาร 2 พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านต่างๆ , อาคาร 3 โลกใต้น้ำ จัดแสดงนิทรรศการ “มหัศจรรย์ชีวิตในสายน้ำ” , อาคาร 4 ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบตัวเรา และอาคาร 5, 6  วิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมเอาสถานที่ออกกำลังกาย เช่น สระว่ายน้ำ สนามฟุตซอล ไว้ให้บริการ

1-3

ที่ตั้ง ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา 928 ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110 การเดินทาง: มีที่จอดรถกลางแจ้งให้ครับ ถ้ามา BTS ลงสถานีเอกมัย Exit 2 รถประจำทาง 2 25 38 40 48 511

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.sciplanet.org/sce/ , ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ – Bangkok Planetarium

Must read : ลูกมีแววเป็นนักตรรกศาสตร์ : คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ รึเปล่า

อ่านต่อ “สถานที่ พาลูกเที่ยว เสริมพัฒนาการ ราคาไม่เกิน 100 บาท” คลิกหน้า 2

ตรวจสุขภาพฟรี ประกันสังคม

พ่อแม่ผู้ประกันตนเฮได้! รวม 14 สิทธิ์ ตรวจสุขภาพฟรี ประกันสังคม

ข่าวดี!! รีบไป ตรวจสุขภาพฟรี ประกันสังคม มอบ 14 สิทธิ์ดีๆ ที่ผู้ประกันตนทุกคนไม่ควรพลาด โดยสามารถตรวจได้ที่รพ.ตามสิทธิ และตรวจได้เฉพาะรายการที่จำเป็นตามความเหมาะสมของอายุ

ตรวจสุขภาพฟรี ประกันสังคม มอบสิทธิ
เพื่อคุณพ่อคุณแม่ผู้ประกันตน โดยเฉพาะ!!

นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เล็งเห็นความสำคัญของการตรวจสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่ผู้ประกันตน เนื่องจากเป็นสิทธิที่ควรได้รับ และจากมาตรา 63(2) เรื่องการตรวจสุขภาพของผู้ประกันตน ของ พ.ร.บ. ประกันสังคมฉบับแก้ไขนั้น จึงได้จัดทำข้อกำหนดในการตรวจสุขภาพของผู้ประกันตนกว่า 12 ล้านคนแล้วเสร็จ ทางทางคณะกรรมการแพทย์ได้ลงนามแล้ว โดยอยู่ระหว่างประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งกำหนดไว้ว่ามีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560

สำหรับสิทธิประโยชน์ ตรวจสุขภาพฟรี ประกันสังคม เป็นการให้บริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งได้กำหนดให้ผู้ประกันตนทุกคนสามารถเข้ารับบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยการตรวจสุขภาพนี้ฟรี!! ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องรับบริการในโรงพยาบาลตามสิทธิที่ผู้ประกันตนได้เลือกไว้

ตรวจสุขภาพฟรี

ทั้งนี้การให้บริการ ตรวจสุขภาพฟรี ประกันสังคม จะเป็นแพคเกจที่มีการกำหนดไว้แล้วตามช่วงอายุของผู้ประกันตนแต่ละคน โดยทางโรงพยาบาลจะเบิกค่าบริการกับทาง สปส.เองคิดตามแพคเกจ ไม่ได้คิดแบบเหมาจ่าย

ซึ่งผู้ประกันตนที่เข้ารับบริการ ตรวจสุขภาพฟรี จาก ประกันสังคม นั้น จะสามารถตรวจสุขภาพพื้นฐานได้ อาทิ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจการทำงานของไต เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยง ภาวะผิดปกติ หรือโรค ซึ่งนำไปสู่การป้องกันการส่งเสริมสุขภาพของผู้ประกันตน หรือหากพบความผิดปกติจะได้รับการบำบัดรักษาตั้งแต่ระยะแรกตามรายการ และหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการแพทย์กำหนด ซึ่งจะดูตามอายุ และความจำเป็น

 

อ่านต่อ >> “รายละเอียดการตรวจร่างกาย” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

กิจกรรม Amarin Baby & Kids Fair ที่อุดรฯ

คุณพ่อ คุณแม่ชาวอีสานฟังทางนี้… พลาดไม่ได้กับกิจกรรมดีๆ ในงาน Amarin Baby & Kids Fair ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อุดรธานี ในวันที่ 13 – 15 มกราคม 2560 ที่จะถึงนี้ นอกจากจะได้ สินค้าเด็ก กลับบ้านแล้ว ยังได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ และกิจกรรมพิเศษมากมาย สำหรับลูกน้อยด้วย

Continue reading “กิจกรรม Amarin Baby & Kids Fair ที่อุดรฯ”

ท่านอน บอกนิสัย

8 ท่านอน บอกนิสัย สื่อสัมพันธ์รักเป็นแบบใด?

ท่านอน บอกนิสัย การใช้ชีวิตคู่มีบททดสอบความรักมากมายหลายทฤษฎี ว่าคู่ชีวิตของเรายังสบายดีอยู่หรือเปล่า จริงๆ แล้วถ้าเลือกได้เชื่อว่าคู่รักทุกครอบครัวคงไม่มีใครอยากให้ชีวิตครอบครัวแตกสลายกันอย่างแน่นอน ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีเรื่องชวนอมยิ้มกับ ท่านอน บอกนิสัย ว่าคู่รักแฟนของเรา หรือเรานั้นคิดอะไรอยู่ มาดูกันว่าจะตรงแค่ไหน ?

 

ท่านอน บอกนิสัย : นอนยังไงให้ผ่อนคลาย สบายใจ

การนอนให้ผ่อนคลายสบายใจ ไม่ใช่แค่เตียงนอนคุณภาพดีเท่านั้นที่จะทำให้นอนหลับสบาย แต่บรรยากาศในห้องนอนก็ต้องดูแล้วน่านอนด้วยเหมือนกันนะคะ ถ้าจะพูดง่ายๆ ก็คือ ห้องนอนจะต้องเป็นห้องที่ให้ความรู้สึกสงบ อบอุ่น ปลอดภัย และให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้นอน

 

แล้วรู้หรือไม่ว่าท่านอนของเรานั้นสามารถบอกได้ถึงนิสัยด้วยนะ! อย่างท่านอนของสามี ภรรยา ในทางหลักจิตวิทยาก็สามารถบอกได้ว่าความสัมพันธ์ของคู่รักนั้นสื่อถึงอะไรอยู่ เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลา ไปเช็กกันค่ะว่า ท่านอนของคุณ และท่านอนของคนรักเรา ที่นอนอยู่ด้วยกันทุกคืนนั้น มีท่านอนแบบไหน  ใครอ่านแล้วตรงกันบ้างมาแชร์ความคิดเห็นสนุกๆ กันด้วยนะคะ

 

อ่านต่อ >> “8 ท่านอน บอกนิสัย” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

วิธีฆ่าเชื้อ ล้างขวดนมลูก

วิธีฆ่าเชื้อ ล้างขวดนมลูก ให้สะอาดปลอดเชื้อโรค

วิธีฆ่าเชื้อ ล้างขวดนมลูก ครอบครัวไหนที่มีลูกเล็กๆ การรักษาความสะอาดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก โดยเฉพาะกับอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ที่ต้องนำเข้าปากลูกอย่างขวดนม ขวดน้ำ ฯลฯ ยิ่งต้องรักษาความสะอาดให้มากเป็นพิเศษ เพื่อที่จะได้ปลอดภัยต่อสุขภาพของลูก ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี วิธีฆ่าเชื้อ ล้างขวดนมลูก ให้สะอาดปลอดเชื้อโรค มาฝากให้ได้ทราบกันค่ะ

 

วิธีฆ่าเชื้อ ล้างขวดนมลูก : เชื้อโรคที่แฝงมากับคราบนม

มีการศึกษาจาก Ohio State University Center for Clinical and Translational Science เผยว่า ช้อน ส้อม และภาชนะบรรจุอาหารทั้งแบบสเตนเลส หรือพลาสติก มักจะเหลือคราบอาหารตกค้างอย่างพวกครีมหรือคราบจากนม ซึ่งคราบตกค้างเหล่านี้เต็มไปด้วยเชื้อ Norovirus ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสอันเป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน1

 

Must Read !!! อาการท้องเสียอย่างเฉียบพลัน อาจมาจากภาชนะใส่อาหารที่ล้างทำความสะอาดไม่ดีมากพอ จึงทำให้ยังมีคราบเศษอาหารติดฝังแน่นอนอยู่ ซึ่งภาชนะที่ไม่สะอาด รวมทั้งอาหารการกินที่ไม่ถูกสุขลักษณะก็เป็นสาเหตุให้เกิดอาการท้องเสีย ที่มาจากเชื้อโรค แบคทีเรียได้เช่นกัน  อ่านข้อมูลเพิ่มเติม >> เด็กท้องเสีย อาเจียน เพราะโนโรไวรัสระบาด

 

เห็นเชื้อโรคที่แฝงมากับคราบนมที่ติดอยู่ในขวดนมลูกแล้ว ต่อไปคุณแม่จะทำความสะอาดแค่ล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาดอย่างเดียวคงไม่พอ การล้างขวดนมนั้นต้องให้แน่ใจว่าล้างสะอาด ผ่านการฆ่าเชื้อหลายขั้นตอน ไม่ใช่แค่ล้างน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวแล้วตากให้แห้ง แต่การล้างขวดนมลูก คุณแม่ต้องใช้น้ำยาล้างขวดนมแบบไม่มีสารเคมีตกค้างที่ปลอดภัยและอ่อนโยนสำหรับลูกน้อย แล้วตามด้วยการต้ม หรือนึ่งด้วยความร้อน

 

อ่านต่อ >> “วิธีล้างขวดนม สะอาดปราศจากเชื้อโรค 100%” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ด้วงก้นกระดก ระบาดหนัก ลูกน้อยเสี่ยงถูกพิษ

คุณพ่อ คุณแม่คงจะรู้จักกันดีกับ แมลงก้นกระดก หรือ ด้วงก้นกระดก ซึ่งมีพิษร้ายแรง เพราะเมื่อลูกน้อยถูกกัด หรือปล่อนสารพิษเข้าไปแล้ว จะทำให้เกิดผิวหนังอักเสบอย่างรุนแรง แมลงชนิดนี้มักจะพบบ่อยในที่ที่มีอากาศชื้น โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่มีการแพร่ระบาดเป็นจำนวนมาก

Continue reading “ด้วงก้นกระดก ระบาดหนัก ลูกน้อยเสี่ยงถูกพิษ”

กินยาคุมแล้วมีลูกยาก กับความเชื่อที่แม่ควรรู้

คนไทยบางคน เชื่อว่ากินยาคุมแล้วมีลูกยาก ความคิดนี้อาจมาจากผลของการกินยาคุม ที่ทำให้ประจำเดือนมาน้อย แล้วทำให้เข้าใจว่าจะทำให้มดลูกแห้ง ซึ่ง ความเชื่อเรื่องยาคุม บางอย่างนั้นไม่เป็นความจริง โดยทั่วไปยาคุมมีฮอร์โมนต่ำ จึงทำให้ประจำเดือนมาน้อยเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

Continue reading “กินยาคุมแล้วมีลูกยาก กับความเชื่อที่แม่ควรรู้”

ชมพู่ อารยา เปิดใจครั้งแรก “หลังแท้งลูก”

หลังจากได้เข้าพิธีวิวาห์หวานกับ น็อต วิศรุต รังสีสิงห์พิพัฒน์ เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แฟนๆ ต่างก็รอลุ้นว่า เมื่อไหร่ชมพู่-น็อตจะมีทายาทตัวน้อยเสียที ล่าสุดสาวชมพู่ อารยา ออกมาเปิดเผยแล้วว่า เคยท้องแล้ว แต่แท้ง Continue reading “ชมพู่ อารยา เปิดใจครั้งแรก “หลังแท้งลูก””

7 เรื่องพื้นฐานที่ควรสอนลูกให้ติดเป็นนิสัย! ตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น

การเลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่น …เพราะการเลี้ยงลูกหนึ่งคนตั้งแต่แรกเกิดจนสามารถ เจริญเติบโตขึ้นมา พร้อมยืนหยัดด้วยตนเองได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับชีวิตคนเป็นพ่อแม่

เชื่อว่าคุณแม่เกือบทุกคนคงมีปัญหากลุ้มใจระหว่างที่เลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่เพราะลูกมักจะไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด เช่นว่าเราอยากให้ทำแบบนี้แต่ก็จะไปทำอีกอย่างหนึ่ง ทำให้การเลี้ยงลูกไม่เป็นไปอย่างราบรื่น จนบางครั้งก็ทำให้คนเป็นแม่อาจรู้สึกเครียด ท้อหรือไม่มั่นใจในตัวเองว่านี่เราเลี้ยงลูกได้ดีพอหรือยัง สอนลูกแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ และจะเลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นเด็กที่มีจิตใจแข็งแกร่ง หรือเลี้ยงอย่างไรให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีอนาคตก้าวไกลและประสบความสำเร็จในชีวิตได้ Amarin Baby & Kids จึงขอนำเสนอแนวทางเกี่ยวกับพื้นฐานการเลี้ยงลูกแบบฉบับคนญี่ปุ่น กับ 7 เรื่องพื้นฐานที่ควรสอนลูกให้ติดเป็นนิสัย มีดังนี้

การเลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่น กับ 7 เรื่องพื้นฐานที่ควรสอนลูกให้ติดเป็นนิสัย!

1. สอนให้ลูกรู้จักการทักทายเป็นอย่างดี

พื้นฐานของการสื่อสารนั้นอยู่ที่ “การทักทาย” หากลูกสามารถทักทายผู้อื่นด้วยความนอบน้อมจนติดเป็นนิสัยแล้ว ไม่ว่าจะพบเจอใครก็รู้จักยกมือไหว้หรือโค้งพร้อมกล่าวทักทายจะทำให้เด็กดูน่าเอ็นดู น่าคบหาและสื่อถึงว่าได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดี และที่สำคัญการทักทายด้วยความนอบน้อมตั้งแต่แรกพบนั้นเป็นที่สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นซึ่งเด็กที่มีนิสัยตรงนี้กับเด็กที่ไม่มีนั้น จะเกิดความแตกต่างกันเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่

การสอนให้รู้จักการทักทาย เริ่มต้นจากที่บ้าน เช่น เมื่อตื่นนอนพูดทักทายกับลูกว่า “สวัสดีตอนเช้า (おはよう โอะฮาโย)” ตอนกินข้าวพูดว่า “จะทานแล้วนะ (いただきます อิตะดะคิมัส)” ก่อนนอนพูดว่า “ราตรีสวัสดิ์ (おやすみなさい โอะยะสุมินะไซ)”

Must read : วิธีสอนลูกไหว้อย่างไรให้ได้ผล

2. สอนเรื่องกฎมารยาทในสังคม

การสอนเรื่องกฎมารยาทที่ต้องระวังในที่สาธารณะ เช่น รถบัส รถไฟ ออนเซน ฯลฯ เป็นเรื่องสำคัญเช่นเดียวกับการทักทาย

  • พื้นฐานการอบรมสั่งสอนนั้นอยู่ที่ครอบครัว ไม่ใช่ปล่อยเป็นหน้าที่ของทางโรงเรียน โดยการสอนเรื่องนี้อาจจะตั้งคำถามกับลูกว่า [อะไรที่ลูกไม่ชอบให้คนอื่นทำกับเรา] เมื่อลูกตอบว่าสิ่งไหนที่ไม่ชอบให้คนอื่นทำกับตัวเอง คุณแม่ก็จะได้โอกาสสอนและอธิบายว่าสิ่งนั้นคนอื่นก็อาจจะไม่ชอบให้เราทำกับเขาเช่นกัน ทั้งนี้วิธีการสอนและการอธิบายให้เขาเข้าใจนั้นต้องขึ้นอยู่กับช่วงอายุของเด็กด้วย
 

3. สอนให้ลูกรับประทานอาหารเช้าเป็นประจำทุกวัน

 

เนื่องจากอาหารมื้อเช้าถือเป็นอาหารมื้อสำคัญกว่ามื้ออื่นๆ  การทานอาหารเช้าทุกวันจะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานและกระตุ้นพลังสมองช่วยในการเรียนรู้ กระตุ้นความจำและความกระตือรืนร้นทำให้สามารถดำเนินกิจกรรมในหนึ่งวันได้อย่างเต็มที่ การทานอาหารเช้ายังช่วยเรื่องผลการเรียนของเด็กที่ทานอาหารเช้าได้ดีกว่าเด็กไม่ทานอาหารเช้าได้อีกด้วย คุณแม่จึงควรให้ลูกทานอาหารเช้าทุกวัน

  • อาหารเช้าที่ดีควรเป็นประเภทข้าว หรือถ้าเป็นขนมปังก็ควรเป็นขนมปังโฮลวีทหรือขนมปังจากแป้งข้าวเจ้า
Must read : กลยุทธชวนใจให้ลูกรักมื้อเช้า

4. ให้ลูกได้ลองประสบการณ์ที่หลากหลาย

การเลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่น

สมมติว่า ขณะที่ลูกกำลังพยายามทำอะไรอยู่แล้วเกิดผิดพลาดขึ้น ตอนนั้นคุณแม่จะทำอย่างไรคะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าลูกกำลังจะยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม แต่ดันทำน้ำหก คุณแม่จะหงุดหงิดโกรธหรือบ่นว่า “เอาอีกแล้วนะ(もう โม่ว)” หรือเปล่าคะ

  • ถ้าเป็นแบบนี้ คุณแม่ทราบไหมคะว่า สิ่งที่ลูกกำลังทำอยู่นั้นคือ การที่เขากำลังเรียนรู้ที่จะเติบโตต่อไปอีกขั้น โดยถ้าเกิดเราไม่พอใจหรือดุด่าว่าในสิ่งที่ลูกทำผิดพลาด อาจจะเป็นการกีดกั้นการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ของลูกโดยไม่รู้ตัวก็ได้ และอาจจะทำให้เขาไม่กล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ หรือเมื่อทำผิดพลาดแล้วไม่พยายามที่จะทำให้สำเร็จ เพราะกลัวโดนดุก็เป็นได้
    • สำหรับกรณีตัวอย่างนี้ คุณแม่ไม่ควรดุว่าลูกแต่ควรเช็ดน้ำที่หกและพูดให้กำลังใจลูกว่า “ครั้งหน้าทำได้แน่นอน(次はできるよ ซึงิ วะ เดะคิหรุโยะ)” และให้ลูกลองทำใหม่อีกครั้ง
    • และเด็กที่รู้ว่า “แม้จะทำผิดพลาดก็ไม่เป็นไร ลองทำใหม่ได้ ”  นั้นเป็นเด็กที่มีหัวใจที่แข็งแกร่ง
  • การที่ลูกจะมีหัวใจที่แข็งแกร่งสู้กับปัญหาโดยไม่ย่อท้อได้นั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากการอบรมสั่งสอนของพ่อแม่นะคะ

 

5. ผลักดันและส่งเสริมจุดเด่นในตัวลูก

 

  • พ่อแม่ควรส่งเสริมสิ่งที่ลูกชอบและมีความถนัด เพราะจะทำให้เขาสามารถพัฒนาได้เร็วและดีกว่าสิ่งที่ไม่ชอบ

อย่างบุคคลที่มีชื่อเสียงในโลกหลายคนก็ได้รับการจุดประกายความเป็นอัจฉริยะจากการที่พ่อแม่ผลักดันและส่งเสริมความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวจนประสบความสำเร็จ

ว่าแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ลองสังเกตกันดูว่าลูกชอบหรือถนัดอะไร และน่าจะมีแนวโน้มเก่งด้านไหน เผื่อจะได้เป็นอัจฉริยะคนใหม่ในอนาคตก็เป็นได้นะคะ


 

6. แสดงความรักแบบไม่จำกัด

เด็กที่มีความรู้สึกยอมรับในตัวเองสูง เช่นรู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็นที่ต้องการของใครสักคน จะเป็นเด็กที่มีความมั่นใจในตัวเองและมีแนวโน้มที่จะมีนิสัยมุ่งมั่นพยายามที่จะท้าทายสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม

และรากฐานของนิสัยเช่นนี้เกิดจาก ความรักจากพ่อแม่ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเลี้ยงดูลูกเพื่อให้เกิดความรู้สึกยอมรับในตัวเอง

สำหรับการแสดงความรักต่อลูก สามารถทำได้ด้วยการสัมผัส เช่น การโอบกอด การอุ้ม การหอมแก้ม ลูบหัวเป็นต้น

  • วิธีแสดงความรักต่อลูกก็จะแตกต่างกันไป บางคนอาจใช้คำพูดว่า “รักลูกนะ” “ขอบคุณที่เกิดมาเป็นลูกแม่” ฯลฯ และควรพูดบ่อยๆ เช่น ตอนอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า หรือก่อนนอน เป็นต้น
Must read : การเจริญเติบโตของลูก จากความรักของพ่อแม่

 

7. คุณแม่ก็ต้องมีความสุขด้วยเช่นกันการเลี้ยงลูกแบบญี่ปุ่น

มีคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่หมกมุ่นอยู่กับแต่เรื่องลูก คิดแต่เรื่องลูกจนลืมนึกถึงตัวเอง เรื่องของตัวเองเอาไว้ทีหลังจนทำให้ไม่ได้ผ่อนคลายจิตใจเท่าที่ควร ยิ่งคุณแม่ลูกเล็กด้วยแล้วล่ะก็ แทบจะไม่มีเวลาส่วนตัวหรือเวลาดูแลตัวเองเลยก็ว่าได้ แต่อันที่จริงแล้วหากคุณแม่ปรารถนาจะให้ลูกมีความสุข ก่อนอื่นคุณแม่ก็ต้องแสดงท่าทีให้ลูกเห็นว่าเรามีความสุขด้วยเช่นกัน

ฉะนั้นตัวคุณแม่เองก็ควรที่จะหาเวลาผ่อนคลายจิตใจบ้าง อาจจะเอาลูกไปฝากเนอสเซอรี่ชั่วคราวหรือฝากให้ญาติดูแลแทนสักครึ่งวันหรือ 1 วัน หลังจากนั้นคุณแม่ก็ไปช็อปปิ้ง เข้าร้านเสริมสวยหรือไปนวดผ่อนคลาย เพื่อทำให้ร่างกายและจิตใจกระชุ่มกระชวยแล้วค่อยกลับมาเต็มที่กับการเลี้ยงลูกต่อไปก็ได้

 

Must read : เสริมสวยหลังคลอด การดูแลตัวเองของคุณแม่

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก!


ขอบคุณข้อมูลการแปลจาก : ชุฟุจัง

ที่มาข้อมูล locari.jp , www.shufuchan.com

วิธีไล่หนูออกจากบ้าน โดยไม่ต้องทำบาป

คุณพ่อ คุณแม่หลายบ้าน คงเคยได้ยินเสียงร้องจี๊ดๆ หรือฝีเท้าเล็กๆ วิ่งไปมาอยู่บนฝ้าเพดาน หรือมีร่องรอยคล้ายกับว่ามีหนูอยู่ในบ้าน ถ้าพบว่าในบ้านของเรามีหนูคงไม่ดีต่อสุขภาพของลูกน้อยแน่ๆ เรามาดู วิธีไล่หนู ออกจากบ้าน โดยไม่ต้องทำบาป ด้วยความสบายใจกันเถอะค่ะ

Continue reading “วิธีไล่หนูออกจากบ้าน โดยไม่ต้องทำบาป”

ส่อง 7 คุณแม่ดาราเตรียมคลอดปี 2017 ยิ่งท้องโตยิ่งสวย!!

ดาราท้อง เตรียมคลอดปี 2017 …สำหรับปี 2559 นี้เรียกได้ว่ามีดาราจำนวนมากที่จูงมือกันเข้าประตูวิวาห์และยังมีทายาทตัวน้อย ๆ มาเป็นโซ่ทองคล้องใจ และในช่วงนี้จะมีว่าที่คุณแม่ดาราคนไหนกันบ้างที่กำลังอุ้มท้องอยู่ Amarin Baby & Kids จึงรวบรวมมาอัพเดทก่อนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นี้ …ไปดูกันดีกว่าค่ะกับว่าที่คุณแม่ดาราที่มีฤกษ์คลอดในปี 2017 จะสวยแซ่บกันขนาดไหน บอกเลยแต่ละคนนั้นยิ่งท้องโตก็ยิ่งสวยสะพรั่ง

รวม  7 ว่าที่คุณแม่ ดาราท้อง เตรียมคลอดปี 2017

 ♠ 1. คุณฮารุ ยามากูชิ ♠ 

ดาราท้อง เตรียมคลอดปี 2017

กับท้องที่ 3 ซึ่งตอนนี้ก็ท้องแก่ได้ 8 เดือนกว่า เตรียมนับถอยหลังคลอดในเดือนมกราคม ปี 2017 แล้ว แต่หน้าตาของคุณแม่คนสวยช่างดูสดใสมากๆ และเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ได้ออกมาเฉลยเพศลูกคนที่ 3 โดยคุณแม่ฮารุ เผยว่า กว่าจะทราบเพศลูกคนนี้ก็ต้องผ่านการอัลตราซาวด์ถึง 5 รอบ เพราะครั้งที่ผ่าน ๆ มานั้นยังไม่ชัดเจน ซึ่งในครั้งนี้ก็โชคดีที่ได้ข้อสรุปจากคุณหมอแล้วว่า น้องคีรินและน้องไนร่า จะได้….น้องชาย ตัวน้อย ๆ มาเป็นสมาชิกคนใหม่ของครอบครัวแน่นอน อย่างไรก็ดีทีมงาน Amarin Baby & Kids ก็ขออวยพรให้คุณแม่ฮารุ คลอดลูกชายออกมาอย่างแข็งแรงและปลอดภัยนะคะ

ดาราท้อง เตรียมคลอดปี 2017 ดาราท้อง เตรียมคลอดปี 2017 ดาราท้อง เตรียมคลอดปี 2017

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @haruyamaguchi

Must read : เลี้ยงลูกให้พี่น้องรักกันคุณเองก็ทำได้!

อ่านต่อ >> “ดาราว่าที่คุณแม่กำลังตั้งท้อง เตรียมคลอดปี 2017”
คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่