ออกกำลังกายสมอง

ออกกำลังกายสมอง เพิ่มความเก่งให้ลูกน้อย

ออกกำลังกายสมอง ช่วยเพิ่มความเก่งให้ลูกฉลาดคิดและเรียนรู้ได้นะคะ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกๆ เป็นเด็กที่ ฉลาด และเรียนรู้เก่ง สิ่งสำคัญจะต้องเริ่มกระตุ้นส่งเสริมให้กันตั้งแต่ที่ลูกยังเล็กๆ ค่ะ  ฉะนั้นไปดูกันว่าเราจะสามารถเพิ่ม ความเก่งให้ลูกด้วยการออกกำลังกายสมองได้อย่างไรกันบ้าง?

 

ออกกำลังกายสมอง เพิ่มความเก่งให้ลูก!!

การกระตุ้นสมองลูกให้ทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพมีอยู่หลายวิธีค่ะ ซึ่งการ ออกกำลังกายสมอง ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีมากๆ ต่อ สมองของเด็ก และวิธีต่อไปนี้คือการออกกำลังกายให้สมองของลูกน้อยได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

วิธีกระตุ้นสมองต่อไปนี้ถือเป็นการบริหารสมองให้กับลูกๆ ได้ดี ซึ่งสามารถทำได้ตั้งแต่ลูก 2-5 ขวบขึ้นไปค่ะ

1. ฝึกให้ลูกสังเกตสี

ไม่ต้องออกไปซื้ออุปกรณ์ให้เสียเงินในกระเป๋าแพงๆ ค่ะ เพราะแค่เปิดตู้เย็นหยิบเอาผัก ผลไม้ ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้ง สีเขียว ขาว ส้ม แดง ม่วง เหลือง ฯลฯ คุณแม่แค่หยิบขึ้นมาแล้วถามลูกว่า “แอปเปิลมีสีเรียกว่าอะไร” , “แครอทสีอะไร” , “แตงโมมีเปลือก และเนื้อสีอะไร” เป็นต้น แล้วยังทำได้ทุกทีที่พาลูกไป เช่น นั่งรถออกไปข้างด้วยกัน คุณแม่สามารถชี้ชวนให้ลูกดูว่ารถที่วิ่งอยู่มีสีอะไรบ้าง ต้นไม้ ดอกไม้ที่อยู่ข้างมีสีอะไร เท่านี้ก็เป็นการช่วยกระตุ้นฝึกให้ลูกใช้ความคิด เรียนรู้ และจดจำรายละเอียดต่างๆ รอบตัวได้แล้วค่ะ

2. ฝึกให้ใช้มือซ้าย มือขวาสลับกัน

โดยมากแล้วเด็กๆ จะถนัดการใช้มือขวากันทุกคนอยู่แล้ว ทั้งใช้ตักข้าวเข้าปาก อาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน หรือหยิบจับอะไรก็จะใช้มือขวาเป็นหลัก ง่ายๆ ค่ะแค่ลองให้ลูกสลับมือที่ถนัดในการหยิบ จับสิ่งของ อาจเริ่มจากน้ำหนักเบาๆ ก่อน ใช้ทั้งมือซ้าย มือขวา วางสิ่งของสลับกัน สัปดาห์หนึ่งให้ทำสัก 1-2 ครั้ง ถือเป็นการกระตุ้นการทำงานของสมองให้ตื่นตัวรับกับคำสั่งใหม่ๆ ได้ดีมากค่ะ

3. ฝึกให้ลูกเล่นต่อจิกซอว์

ถือเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ลูกคิดและวางแผนได้ดีมากๆ ค่ะ เพราะถ้าเด็กๆ อยากจะต่อให้เป็นรูปร่าง หรือสัตว์อะไร ก็จะต้องดูว่าภาพชิ้นนี้ สีแบบนี้ รอยต่อแบบนี้ควรจะจับวางไว้ตรงไหนถึงจะเข้าได้แบบพอดี ถึงจะออกมาสำเร็จตามที่กำหนดเอาไว้

4. ฝึกให้วงกลมภาพที่เหมือนกัน

เชื่อว่าพ่อแม่ต้องเคยเล่นกิจกรรมนี้กันมาก่อนค่ะ ซึ่งสนุกมากๆ อุปกรณ์ง่ายมากค่ะ แค่หาตัวอย่างภาพจากอินเตอร์เน็ตแล้วปริ้นทร์ออกมา ให้ลูกใช้ดินสอสี หรือปากกาเมจิสีๆ ก็ได้ ให้เขาสังเกตความเหมือนกันระหว่างสองภาพ ว่ามีจุดไหน มุมไหน หรือรายละเอียดของภาพตรงส่วนไหนที่เหมือนกันบ้าง มีทั้งหมดกี่จุดแล้วก็ให้วงกลมลงไป เด็กๆ จะได้ใช้ความคิดกันแบบเต็มๆ เลยค่ะ

5. ฝึกให้อ่านหนังสือตั้งแต่เล็กๆ

การอ่านหนังสือเป็นรากฐานความรู้ เป็นคลังข้อมูลที่ดีสำหรับเด็กๆ เลยละค่ะ เริ่มต้นจากหนังสือภาพอย่างเดียว แล้วค่อยเปลี่ยนมาเป็นหนังสือภาพที่มีตัวหนังสือไม่กี่คำ จากนั้นเปลี่ยนมาเป็นหนังสือที่มีภาพน้อยลง แต่มีตัวหนังสือ มีเรื่องราวเพิ่มมากขึ้น ง่ายๆ คือให้เปลี่ยนไปตามช่วงวัยของลูกค่ะ การอ่านช่วยฝึกให้สมองจดจำข้อมูลใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา

6. ฝึกให้ออกกำลังกาย

การพาลูกไปเดินเล่น วิ่งช้าๆ หรือปั่นจักรยาน ฯลฯ จะช่วยทำให้เลือดสูบฉีดไปหล่อเลี้ยงร่างกายทุกส่วนได้ดี รวมถึงสมองที่ได้รับทั้งเลือด ทั้งออกซิเจนอย่างเต็มที่ ก็จะทำให้สมองแข็งแรงสามารถเรียนรู้ จดจำเก็บข้อมูลได้อย่างเต็มที่ ไม่มีตกหล่นค่ะ

7. ฝึกให้นับเลขถอยหลัง

เด็กมักจะถูกสอนให้ทำอะไรตามแบบแผน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่ถ้าลองปรับเปลี่ยนให้เป็นกิจกรรมสนุกๆ เพื่อพัฒนาสมอง การนับเลขแบบถอยหลังก็ดีค่ะ คุณแม่ลองให้ลูกนับเลข 1-10 ตามปกติสัก 1-2 รอบ จากนั้นลองเปลี่ยนให้ลูกนับจากเลข 10 ไปเลข 1  จะกระตุ้นให้สมองจดจำได้ดีมากๆ ค่ะ

8. ฝึกให้ลูกได้รับโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสมอง

โภชนาการสารอาหารที่มีประโยชน์สมารถช่วยเติมเต็มให้สมองทำงานได้อย่างเต็มที่ค่ะ โดยเฉพาะการเริ่มต้นด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด เพราะในนมแม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และสมองลูกอย่างครบถ้วนและก็หลากหลายด้วย  หรือหากเมื่อถึงเวลาที่ต้องหานมเสริมให้ลูก แนะนำว่าควรเป็นนมที่เต็มไปด้วยคุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติ อย่าง “นมแพะ” ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากค่ะ เพราะในนมแพะอุดมด้วย…

  • โปรตีน CPP (Casein phosphopeptides) ซึ่งเป็นโปรตีนนุ่ม ย่อยง่าย ทำให้ร่างกายดูดซึมนำไปใช้งานได้เต็มที่ และช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ช่วยให้เด็กๆ เติบโตแข็งแรง มีพัฒนาการที่สมวัย ทั้งพัฒนาการด้านร่างกาย พัฒนาการการเรียนรู้ของสมอง ฯลฯ
  • พรีไบโอติก ชนิด Oligosaccharide เช่น Inulin และ Oligofructose ซึ่งเป็นใยอาหารที่ไม่ถูกย่อยในกระเพาะอาหาร เพราะทนต่อน้ำย่อย กรด ด่าง ในกระเพาะและลำไส้ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพ เช่น แลคโตบาซิลัส และบิฟิโดแบคทีเรีย จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ลดการอักเสบบริเวณลำไส้ ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างเป็นปกติ ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง

นอกจากนี้ในนมแพะยังมีคุณค่าสารอาหารอีกหลากหลายชนิด ที่ต้องบอกว่าครบถ้วนเติมเต็มให้ลูกได้อย่างเต็มที่ นั่นคือ

ดีเอชเอ+เออาร์เอ (DHA + ARA) : สารอาหารสองตัวนี้เป็นกรดไขมันที่มีส่วนสำคัญช่วยในการพัฒนาสมองและการมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โอเมก้า 3 6 9 (OMEGA 3 6 9) : กรดไขมันจำเป็นไลโนเลนิก(โอเมก้า 3) กรดไลโนเลอิก(โอเมก้า 6) กรดโอเลอิก(โอเมก้า 9) ซึ่งโอเมก้า 3 6 เป็นสารตั้งต้นของ DHA และ ARA และโอเมก้า 9 จะช่วยในการทำงานของสมอง

วิตามินบี 12 (VITAMIN B 12) : มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาท

แคลเซียม (CALCIUM) : มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูดและฟันที่แข็งแรง

ทั้งหมดนี้คือวิธีที่จะช่วยให้สมองของเด็กๆ ทำงานกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และก็เติบโตขึ้นไปเป็นคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีพัฒนาการทุกด้านที่สมวัยด้วยค่ะ

อะโพไคร์น

อะโพไคร์น คืออะไรในกระบวนการสร้างน้ำนมแม่ ?

อะโพไคร์น คุณแม่อยากรู้ไหมว่าคืออะไร สำหรับใครที่กำลังเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หรือวางแผนว่าถ้าคลอดลูกแล้วตั้งใจว่าจะให้ลูกกินนมแม่ เราจะไปค้นหาคำตอบพร้อมกันว่าอะโพไคร์นเกี่ยวข้องอย่างไรกับน้ำนมแม่กันค่ะ

 

อะโพไคร์น คืออะไร?

ในนมแม่มีระบบการสร้างน้ำนมที่เรียกว่า อะโพไคร์น ซึ่งแตกต่างจากระบบการสร้างน้ำนมทั่วๆ ไป คุณแม่อยากรู้ไหมคะว่าระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไคร์นนี้มีการทำงานอย่างไร

ระบบการสร้างน้ำนมโดยทั่วไปนั้นมี 2 แบบ คือ…

  • แบบเมโรไครน์ (Merocrine) ระบบการสร้างน้ำนมแบบนี้พบในสัตว์ให้นมขนาดใหญ่
  • แบบอะโพไคร์น (Apocrine) ระบบการสร้างน้ำนมแบบนี้จะพบในคน ซึ่งเป็นระบบการสร้างน้ำนมที่ให้สารอาหารจากธรรมชาติ หรือเรียกว่า Bioactive Components ในปริมาณสูง นั่นจึงทำน้ำนมแม่มีคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นต่อพัฒนาการการเจริญเติบโตลูกน้อยอย่างครบถ้วน

สารอาหารที่สำคัญในน้ำนมแม่

สำหรับสารอาหารที่มีอยู่ในนมแม่ล้วนสำคัญและจำเป็นต่อร่างกายของลูกน้อยอย่างมาก น้ำนมแม่ขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดอาหารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่หลากหลายครบถ้วน มีทั้งสารภูมิคุ้มกัน เอนไซม์ ฮอร์โมน ไปจนถึงเม็ดเลือดขาว (Leukocytes) ที่เป็นสารภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับเชื้อโรค

มีโปรตีน เวย์ (Whey) และเคซีน (Casein) ซึ่งโปรตีนในน้ำนมแม่เป็นชนิดที่ย่อยง่าย มีกรดไขมัน น้ำตาลแลคโตส ดีเอชเอ ลูทีน ทอรีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน A, B1, B2, B6, B12, C, D, E, K และแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ เหล็ก แคลเซียม ไอโอดีน พรีไบโอติก (Prebiotics) เป็นต้น

และทราบหรือไม่คะว่า นมแพะ ก็มีระบบการคัดหลั่งน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine) ด้วยเช่นกัน นมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติที่มีประโยชน์ ซึ่งเป็นสารอาหารจากธรรมชาติที่พบเฉพาะในน้ำนมที่ได้มาจากระบบอะโพไคน์ (Apocrine) โดยที่ไม่ต้องสังเคราะห์แล้วเติมลงไป ซึ่งสารอาหารที่สำคัญมีอยู่ 4 ชนิด คือ

  • นิวคลีโอไทด์ เป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อย
  • ทอรีน ช่วยให้การทำงานของสมองและจอประสาทตาลูกดีขึ้น
  • โพลีเอมีนส์ ส่งเสริมระบบทางเดินอาหารให้สมบูรณ์
  • โกรทแฟคเตอร์ ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต และภูมิคุ้มกัน

การมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกคุณแม่สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ลูกแรกคลอดด้วยการให้ลูกได้ทานน้ำนมแม่ที่เป็นสุดยอดอาหารมื้อแรกที่สำคัญ และมีประโยชน์ต่อร่างกายของลูกมากๆ เพื่อที่ลูกจะได้มีพัฒนาการการเจริญเติบโตที่สมวัย สุขภาพร่างกายแข็งแรงค่ะ

ดูแลผิวช่วงหน้าหนาว

ดูแลผิวช่วงหน้าหนาว ของลูกให้ห่างไกล ผิวแห้งที่อาจนำมาสู่ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังที่แห้งและคัน

ดูแลผิวช่วงหน้าหนาว เมืองไทยบ้านเราเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้วค่ะ ซึ่งอากาศเย็นๆ แบบนี้มักทำให้ผิวพรรณแห้งกร้าน  เพราะขาดความชุ่มชื้น ยิ่งโดยเฉพาะกับผิวของเด็กๆ ที่มักจะมีปัญหาได้ง่ายมากกว่าผิวของผู้ใหญ่  ดังนั้นเพื่อเป็นการดูแลผิวลูกน้อยให้ดูมีสุขภาพดี ไม่เกิดปัญหาผิวแพ้ที่นำมาสู่ผื่นภูมิแพ้ แห้ง และคัน เรามีวิธีดูแลง่ายๆ มาฝากคุณแม่กันค่ะ

 

ดูแลผิวช่วงหน้าหนาว ให้ลูกน้อยแม่ต้องมีตัวช่วยที่ดีถึงจะเอาอยู่!!

คุณแม่มือใหม่ที่มีข้อสงสัยว่าทำไมจะต้องดูแลผิวพรรณช่วงหน้าหนาวให้กับลูกมากเป็นพิเศษ นั่นก็เพราะว่าผิวของลูกตั้งแต่วัย ทารกไปจนถึงวัยเด็กเล็ก โครงสร้างผิวของพวกเขายังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ส่งผลให้ความแข็งแรงของผิวมีไม่เท่ากับผิวของผู้ใหญ่ และเมื่อต้องเจอกับสภาพอากาศ หรือมลภาวะต่างๆ ที่มาสัมผัสกับผิว ทำให้ผิวเกิดการแพ้ระคายเคืองได้ง่าย อย่าง ในช่วงหน้าหนาวที่อากาศเย็นๆ คุณแม่มักพบว่าผิวลูกมักเกิดอาการแห้งแตกเป็นขุย ผิวที่แห้งมักทำให้เกิดอาการคัน หากลูก เกามากๆ จากผิวที่แห้งแตกจะยิ่งทำให้เกิดรอยแดงและแตกมากยิ่งขึ้นได้ค่ะ

ดังนั้นเพื่อเป็นการดูแลผิวลูกในช่วงหน้าหนาวให้ดูมีสุขภาพดี ไม่แห้งกร้านจากการขาดความชุ่มชื้น คุณแม่ควรหาผลิตภัณฑ์สำหรับใช้กับผิวเด็กโดยเฉพาะค่ะ ในการเพิ่มความชุ่มชื้นสร้างเกราะปกป้องผิวลูกให้แข็งแรง อยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะได้หมดปัญหาเรื่องผิวแห้ง  ผิวที่แห้งอาจนำมาสู่ผื่นภูมิแพ้ที่จะคันมากในช่วงหน้าหนาวนี้ค่ะ

Ezerra Cream

วิธีการดูแลบำรุงผิวให้ลูกในฤดูหนาวอากาศเย็นๆ แบบนี้ เพื่อไม่ให้ผิวลูกขาดความชุ่มชื้นจนแห้งกร้าน และนำไปสู่อาการ  คัน แนะนำว่าให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อ่อนโยนต่อผิวของลูกเล็กๆ อย่าง Ezerra Cream ที่สามารถทาบำรุงผิวเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวลูกหลังอาบน้ำได้ทุกวัน หรือจะทาบำรุงระหว่างวันก็ได้เช่นกัน รวมทั้งยังสามารถใช้รักษากับ ผิวที่มีอาการแพ้ อย่างผื่นภูมิแพ้ก็ได้เช่นกันค่ะ  ข้อดีของ Ezerra Cream คือ อ่อนโยนต่อผิวบอบบางของลูกน้อย ไม่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ ไม่มีพาราเบนที่เป็นสารกันเสีย ไม่มีน้ำหอม ซึ่งคุณแม่สบายใจได้ว่าสามารถใช้กับผิวลูก ต่อเนื่องได้อย่างปลอดภัย

นอกจากการทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำทุกวันแล้ว การอาบน้ำในช่วงหน้าหนาวให้ลูกก็อาจเป็นการทำร้ายผิวได้เช่นกัน นั่น ก็เพราะว่าคุณแม่มักอาบน้ำอุ่นให้ลูก การอาบน้ำอุ่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นได้ง่ายมากด้วยเช่นกัน  ฉะนั้นเพื่อไม่ให้ผิวลูกถูกทำร้ายจากการอาบน้ำอุ่น คุณแม่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ให้กับผิวลูกในทุกวันด้วย Ezerra extra gentle cleanser ด้วยนะคะ

Ezerra extra gentle cleanser

สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงดูแลผิวลูกน้อยทั้ง 2 ตัว คือ Ezerra Cream  กับ Ezerra extra gentle cleanser คุณแม่สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายยา ซึ่งจะมีเภสัชกรให้คำแนะนำในการใช้อย่างละเอียดและถูกต้องให้ค่ะ

คุณแม่มีตัวช่วยดีๆ ในการบำรุงและดูแลผิวลูกแล้ว แบบนี้ก็หมดห่วงไม่ต้องกังวลว่าผิวแห้งที่อาจนำมาสู่ผื่นภูมิแพ้ จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นอีกต่อไปแล้วค่ะ 

ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.ezerrathailand.com

 

 

ผลไม้แก้ท้องผูก

7 ผลไม้แก้ท้องผูก ช่วยแม่ท้องระบบขับถ่ายดีตลอด 9 เดือน

ผลไม้แก้ท้องผูก สำหรับคนท้องกินอะไรได้บ้าง? นี่ไม่ได้เข้าห้องน้ำตอนเช้ามาเป็นสัปดาห์แล้วอึดอัดจะแย่! อาการท้องผูกขณะตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้กับทุกคน บางคนอาจจะไม่ได้มีอาการท้องผูกในช่วงเริ่มตั้งครรภ์ไตรมาสแรก แต่จะมีอาการกันในช่วงเข้าสู่การตั้งครรภ์ไตรมาสที่สองเป็นต้นไป ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีผลไม้กินแก้ท้องผูกมาฝากคุณแม่ท้องค่ะ

 

ผลไม้แก้ท้องผูก กับอาการท้องผูกที่แม่ต้องเจอ!!

มีเพื่อนๆ ที่เคยมีประสบการณ์ท้องผูกตอนตั้งครรภ์มาแชร์ให้ฟังว่า ช่วงท้องผูกหนักๆ ก็กิน ผลไม้แก้ท้องผูก เยอะอยู่นะเพราะมันจะช่วยทำให้อาการท้องผูกบรรเทาลงได้บ้าง จากที่ไม่ถ่ายตอนเช้ามาเป็นสัปดาห์ ระบบขับถ่ายก็ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ ที่ถึงแม้จะไม่ได้ถ่ายทุกวัน แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ถ่ายอุจจาระนานหลายวัน หรือเป็นสัปดาห์ๆ

ซึ่งก็เกิดคำถามข้อสงสัยขึ้นมากมายว่า “อาการท้องผูกขณะตั้งครรภ์” ที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร? สำหรับอาการท้องผูกของแม่ท้องนั้น พญ.ปิยะรัตน์ สัมฤทธิ์ประดิษฐ์ สูตินรีแพทย์ ได้อธิบายไว้ดังนี้ค่ะ

“สาเหตุท้องผูกที่เกิดขึ้นในคนท้อง มาจากฮอร์โมนที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ มีผลทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว เป็นผลทำให้การบีบตัวของลำไส้ใหญ่ลดลง

ลักษณะอาการที่เกิดขึ้นกับคนท้อง คือ ไม่ค่อยปวดอุจจาระทำให้ความถี่ในการถ่ายอุจจาระลดลง และอุจจาระแข็งขึ้น คนท้องบางรายอาจทำให้เยื่อบุทวารหนักขาดหรืออักเสบเมื่อถ่ายอุจจาระ[1]”

บทความแนะนำ คลิก >> ท้องผูกรุนแรงตอนตั้งครรภ์

นอกจากนี้คุณหมอยังได้ให้คำแนะนำในการบรรเทาอาการท้องผูกที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ ว่าคุณแม่ควรทานอาหารที่มีกากใยให้มากขึ้น รวมถึงผลไม้ที่ช่วยสร้างกากอาหารในลำไส้ทำให้ระบบการขับถ่ายของร่างกายทำงานได้ดี เช่น มะละกอสุก แคนตาลูป เป็นต้น เมื่อกากใยมีมากในลำไส้ก็จะช่วยทำให้อุจจาระนุ่ม และช่วยกระตุ้นให้อยากถ่ายอุจจาระเพิ่มมากขึ้นด้วยค่ะ

ผลไม้แก้ท้องผูก
Credit Photo : Shutterstock

7 ผลไม้แก้ท้องผูก ช่วยแม่ท้องระบบขับถ่ายดี

อาการท้องผูกเกิดขึ้นได้เสมอไม่ใช่กับคุณแม่ท้องเท่านั้นที่ต้องประสบปัญหานี้ เพราะคนทั่วไปทั้งเด็ก คนชรา ผู้หญิง ผู้ชาย ก็มีปัญหาเรื่องขับถ่ายยากอยู่บ้างเหมือนกันค่ะ ดังนั้นเพื่อป้องกันอาการท้องผูกในเบื้องต้น แนะนำว่าควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร ควรเน้นทานผัก ผลไม้ที่มีกากใยมากๆ หรืออาหารที่ย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่  ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว และก็ต้องหมั่นออกกำลังกายให้ลำไส้ได้ขยับบ้าง ซึ่งถ้าในคนท้องแนะนำเป็นการว่ายน้ำ หรือโยคะก็ได้ แต่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำดูแลการออกกายบริหารอยู่ด้วยนะคะ ไม่แนะนำให้ทำเองตามลำพังค่ะ

ไปดูกันซิว่ามีผลไม้แก้ท้องผูกอะไรบ้างที่คุณแม่ท้องควรทานอย่างสม่ำเสมอตลอดการตั้งครรภ์ 9 เดือนนี้กันค่ะ…

1. มะละกอสุก

เป็นผลไม้ชนิดแรกๆ ที่เราจะนึกถึงเวลาที่ท้องผูก หรือถ่ายไม่ออกหลายวัน เพราะหลังจากทานมะละกอสุกเป็นมื้อเย็นสักครึ่งลูก หรือทานช่วงหลังตื่นนอนตอนเช้าสัก 2-3 ชิ้น แล้วตามด้วยการดื่มน้ำอุณหภูมิห้องสัก 1 แก้ว คุณค่ะข้าศึกบุกในทันทีค่ะ อันนี้เคยลองแล้วได้ผลเลยเอามาบอกกันค่ะ

“มะละกอสุกช่วยล้างลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานได้ดี แก้ท้องผูก ช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น”

มะละกอ ผลไม้ที่อุดมไปด้วยมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ คือมีทั้ง วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ฯลฯ แถมยังมีสรรคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ อีกด้วย คุณแม่ท้องคนไหนที่ท้องผูกมากๆ ควรหามะละกอสุกมาทานกันนะคะ

2. ลูกพรุน

เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน มีกากใยสูง ธาตเหล็ก แคลเซียม วิตามินซี ฯลฯ ใครเคยทานน้ำลูกพรุนก่อนนอนบ้างคะ อยากบอกว่าต้องลองนะ ดื่มน้ำลูกพรุ่นสัก 1 แก้วก่อนนอน พอตื่นเช้ามาถ่ายง่ายสบายพุงมากๆ เลย

“ลูกพรุนมีไขมันต่ำ มีแคลอรีน้อย มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ”

หรือจะทานลูกพรุนสดก็ได้กินตอนท้องว่างเป็นผลไม้มื้อบ่ายของวันสัก 3-5 ผล ก็ช่วยเพิ่มกากใยให้ลำไส้ได้ดีอีกวิธีหนึ่ง ผลไม้ที่มีกากใยสูงอย่างลูกพรุน ไม่บอกก็รู้ว่าช่วยเรื่องท้องผูกได้เยี่ยมยอดไปเลยละค่ะ

บทความแนะนำ คลิก>> ผิวแตกลาย บอกลาขาดด้วย 5 วิธีเด็ด!

3. กล้วยน้ำว้า

อย่าได้มองข้ามผลไม้ชนิดนี้เชี่ยวค่ะ เพราะนอกจากจะหาซื้อง่ายราคาไม่แพงแล้ว กล้วยน้ำว้ายังอุดมไปด้วยวิตามินบี 1 บี 2 บี 6 วิตามินซี มีกากใยอาหารช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีเป็นปกติ

“กล้วยน้ำว้ามีสารเพคตินและกากใยอาหารสูง ช่วยรักษาอาการท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ”

สำหรับคุณแม่ที่กลัวว่าอาการท้องผูกจะเป็นในช่วงตั้งครรภ์ หรือกำลังท้องผูกอยู่ แนะนำให้ทานกล้วยน้ำว้าสัก 2 ลูกหลังตื่นนอนตอนเช้า แล้วดื่มน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องสัก 1 แก้ว จะช่วยให้ลำไส้ขยับทำงานได้ดี จนรู้สึกปวดท้องเข้าห้องน้ำค่ะ

7 ผลไม้กินแก้ท้องผูกสำหรับแม่ท้อง หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ลูกท้องอืดท้องเฟ้อ

5 วิธีแก้ปัญหา ลูกท้องอืดท้องเฟ้อ

ลูกท้องอืดท้องเฟ้อ อาการสุดคลาสสิคที่ทุกครอบครัวต้องเจอ มาพบกับวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายและได้ผลกันค่ะ

 

 

ลูกท้องอืด เป็นอาการที่พบได้บ่อยในเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็ก ตั้งแต่ทารกแรกเกิด ไปจนถึงเด็กโตที่เด็ก ๆ เป็นกันบ่อย ตั้งแต่เด็กทารกแรกเกิดจนถึงเด็กโต ซึ่งสาเหตุที่ทารกมีอาการท้องอืดบ่อย ๆ เนื่องจากระบบย่อยอาหารของทารกยังทำงานได้ไม่ดีพอ จึงส่งผลให้ลูกมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่อย่างเรา

ซึ่งอาการนี้ สำหรับผู้ใหญ่อย่างเราแล้ว อาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพราะเรารู้ว่าจะต้องรับประทานยาอะไร ทำแบบไหนถึงจะหาย แต่สำหรับเด็ก ๆ นั้น มันไม่ใช่เลยละค่ะ เพราะพวกเขาจะรู้สึกเจ็บ ปวด และทุกข์ทรมานแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะสื่อออกมาได้อย่างเต็มที่ … และในวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ก็ได้รวบรวมเอาวิธีแก้ พร้อมกับวิธีการสังเกตอาการของลูกมาฝากกันค่ะ

อ่านต่อเนื้อหาเพิ่มเติม คลิก!

อุทาหรณ์! ลูก คันตา อย่านิ่งนอนใจ!

คันตา อีกหนึ่งอาการที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะบางทีอาจไม่ได้เกิดจากโรคภูมิแพ้ทั่วไปก็เป็นได้

 

 

คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านอาจจะคิดว่า อาการคันตานั้น เป็นอาการปกติ ที่เกิดขึ้นได้โดยทั่วไป เมื่อมีอาการแพ้อะไรสักอย่าง พูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นหนึ่งในอาการของโรคภูมิแพ้นั่นเองค่ะ

แต่! ถ้าหากมันไม่ใช่ขึ้นมาละ … หากอาการดังกล่าวนั้น เกิดจากสาเหตุอื่นที่ใกล้ตัว จนผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้เกิดอาการดังกล่าว จนถึงขั้นต้องขนหัวลุกไปตาม ๆ กัน … ซึ่งเรื่องราวที่ทีมงาน Amarin Baby and Kids จะมานำเสนอในวันนี้นั้น เป็นเรื่องราวของผู้หญิงชาวจีนคนหนึ่ง ที่ต้องเข้ารับการรักษาอาการดังกล่าว ที่เรื้อรังมานานแสนนาน จนผลสุดท้ายผลการรักษาของเธอ ทำให้ทุกคนตกใจ

อ่านต่อเรื่องราวของเธอได้ที่หน้าถัดไปค่ะ >>

วิธีสร้างวินัยเชิงบวก

วิธีสร้างวินัยเชิงบวก ด้วย 10 เทคนิคแสนง่าย ไม่ให้ลูกต่อต้าน!

วิธีสร้างวินัยเชิงบวก ที่ดีให้ลูก เป็นการที่คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้เพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานทางจิตใจของลูก และในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นเครื่องมือในการสอนพฤติกรรมที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน

Continue reading “วิธีสร้างวินัยเชิงบวก ด้วย 10 เทคนิคแสนง่าย ไม่ให้ลูกต่อต้าน!”

อาการแพ้ท้อง

หมอรามาแนะเทคนิค! เอาชนะ “อาการแพ้ท้อง” แบบถูกต้อง

อาการแพ้ท้อง เป็น อาการที่บ่งบอกว่าเรากำลังจะเป็นแม่คน ซึ่งอาการแพ้ท้องจะเกิดขึ้นในช่วงประมาณ 6 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่หลายท่านมักเป็นกังวลมากว่าการแพ้ท้องจะมีผลต่อลูกน้อยและตัวคุณแม่เอง เราจึงมีวิธีที่จะช่วยลด อาการแพ้ท้อง จากคุณหมอจากโรงพยาบาลรามาธิบดี มาฝากค่ะ

Continue reading “หมอรามาแนะเทคนิค! เอาชนะ “อาการแพ้ท้อง” แบบถูกต้อง”

เครื่องซักผ้าฝาบน

สุดยอด!! เครื่องซักผ้าฝาบน “ขยี้ แช่ ซัก” จบในขั้นตอนเดียว ที่คุณแม่บ้านเลิฟมาก

เครื่องซักผ้าฝาบน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณแม่บ้านสะดวก สบายในการใช้งาน ถือเป็นผู้ช่วยสำคัญที่ขาดไม่ได้ ยิ่งบ้านที่มีสมาชิกหลายคน การซักผ้ากองโตคงไม่ใช่เรื่องสนุกอย่างแน่นอน ดังนั้นเรามาเปลี่ยนความเหนื่อยล้าจากงานซักให้ กลายเป็นเรื่องสนุก เสื้อผ้าสะอาด ประหยัดเวลา และพลังงานให้คุณแม่ ด้วยเครื่องซักผ้า Samsung Activ Dualwash กันค่ะ

เครื่องซักผ้าฝาบน
Samsung Activ Dualwash

 

เครื่องซักผ้าฝาบน ที่ดีต้องตอบโจทย์แม่บ้านยุคใหม่!!

อย่างที่รู้กันค่ะว่างานซักผ้าถือเป็นงานหนักของคุณแม่เลยก็ว่าได้ ซึ่งการเลือกใช้ เครื่องซักผ้าฝนบน ที่ตอบโจทย์ขั้นตอน งานซักผ้าให้จบในครั้งเดียว ไม่ต้องแยกแช่ผ้าทิ้งไว้ในกะละมัง 10 นาที 20 นาทีแล้วค่อยยกเอาผ้าที่แช่ไว้มาใส่ในเครื่องซัก ผ้าอีกที โย้กย้ายเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา เสียเวลา น้ำหกเลอะเทอะ แถมยังเปลืองพลังงานคุณแม่อีกด้วย

ยิ่งในคุณแม่ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน กลับมาบ้านยังต้องดูแลทุกเรื่องภายในบ้านทั้งของลูก สามี หรืออาจจะมีสมาชิก คนอื่นๆ ในครอบครัวอีก โดยเฉพาะงานซักเสื้อผ้าที่บางวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ต้องขนผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน ฯลฯ ออกมาซักทำความสะอาด จนคุณแม่ไม่มีเวลาส่วนตัวให้กับตัวเองที่จะออกไปทำสวย หรือนอนพักดูทีวีรายการโปรด เพรากว่าจะซักผ้า เสร็จก็หมดเวลาไปเกือบจะครึ่งค่อนวันแล้ว ฉะนั้นเครื่องซักผ้าที่จะต้องตอบโจทย์คุณแม่บ้านยุคใหม่ได้ดีนั้น…

  • ถังซักต้องมีปริมาณความจุผ้าได้ครั้งละมากๆ
  • มีขั้นตอนการใช้งานที่ง่าย สามารถแช่ผ้า ขยี้ผ้า ก่อนซักผ้าทำได้ในขั้นตอนเดียว
  • ระบบตัวถังซักผ้าต้องได้คุณภาพ และมาตรฐาน
  • ระบบการซักต้องไม่ทำลายเนื้อผ้าให้เสียหาย
  • ช่วยประหยัดพลังงาน ไม่เปลืองน้ำ และไม่เปลืองค่าไฟ
  • การใช้งานทนทาน รับประกันนานมากกว่า 5 ปีขึ้นไป

เห็นถึงความต้องการของคุณแม่บ้านแล้ว ต้องบอกว่าสบายมากค่ะ เพราะตอนนี้เครื่องซักผ้าฝาบน Activ Dual WashTM  ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จากเครื่องซักผ้าซัมซุง เครื่องซักผ้าที่มาพร้อมอ่างซักผ้าในตัวมีช่องจ่ายน้ำ ช่วยให้งานซักผ้าของคุณแม่เป็นเรื่องง่ายและสนุกมากยิ่งขึ้นด้วยละค่ะ  เอาเป็นว่าเราไปดูความโดดเด่นของคุณสมบัติการใช้งานเครื่องซักผ้าฝาบนของซัมซุงกันให้มากขึ้นดีกว่าค่ะ…

เครื่องซักผ้าฝาบน
Samsung Activ Dualwash

เครื่องซักผ้าฝาบน พร้อมด้วย Activ Dual washTM ดีกว่ายังไง?

  1. มีอ่างซักผ้าในตัว ที่มีการออกแบบขนาดให้ลงตัวทุกงานซักของคุณแม่ง่าย สะดวกสบายมากกว่า
  2. มีช่องจ่ายน้ำด้านหน้า ปุ่มเปิด-ปิดน้ำ ใช้งานง่าย
  3. มีฟักช์ชั่น Activ Dual Wash (เฉพาะของซัมซุง) ที่เลือกปล่อยน้ำ หรือเลือกนำไปใช้ต่อในถังซักก็ได้
  4. สามารถขจัดคราบเสื้อผ้า / ขยี้ผ้า / แช่ผ้าก่อนซักเบ็ดเสร็จในอ่างซักผ้าก่อนเทผ้าลงถังซักในหนึ่งเดียว ทำให้ไม่ต้องยกผ้าขึ้นลงจากกะละมังแช่ผ้าต่างหากเหมือนแต่ก่อน
  5. Magic DispenserTM ละลายผงซักฟอกได้หมด ทำให้เพิ่มพลังการซักได้เต็มประสิทธิภาพ
  6. Magic Filter แผ่นกรองอัจฉริยะ 2 ด้าน ทำให้มีประสิทธิภาพในการดักจับเส้นใยและสิ่งสกปรกจากเสื้อผ้าได้มากกว่า (แนกรองสามารถดึงออกมาทำความสะอาดง่าย)
  7. Wobble TechnologyTM เป็นเทคโนโลยีจานซักที่ช่วยถนอมผ้าได้มากกว่า และยังช่วยลดปัญหาผ้าพันกันได้อีกด้วย
  8. เครื่องซักผ้าซัมซุง Activ Dual washTM เป็นรุ่นดิจิตอล อินเวอร์เตอร์ มอเตอร์ ทำให้ประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานน้อย ทำให้ไม้เปลืองไฟฟ้า
  9. เครื่องซักผ้าซัมซุง Activ Dual washTM การใช้งานมีความทนทานมาก และยังรับประกันคุณภาพการใช้งานให้นานมากถึง 11 ปี

เป็นอย่างไรบ้างคะคุณแม่กับสุดยอดคุณสมบัติการใช้งานจากเครื่องซักผ้าฝาบนของ ซัมซุง Activ Dual washTM ที่บอกได้เต็มปากว่า “คุ้มค่าการใช้งานมาก” ถ้าเครื่องซักผ้าที่บ้านได้เวลาเปลี่ยนใหม่แล้ว จะลงทุนซื้อใหม่ทั้งทีต้องเลือกที่ดีไซน์การใช้งานครอบคลุมในหนึ่งเดียว ที่สำคัญประสิทธิภาพการใช้งานต้องให้มากกว่าด้วยนะคะ ทีนี้คุณแม่ก็มีเวลาเหลือสำหรับออกไปทำสวย หรือทำกิจกรรมสำหรับครอบครัวในวันหยุดมากขึ้นแล้วค่ะ

 

เครื่องซักผ้าฝาบน
Samsung Activ Dualwash

# Samsung Activ Dual wash
#เครื่องซักผ้าฝาบน
#พื้นที่โฆษณา

อาการไม่สบายท้อง

อาการไม่สบายท้อง ปัญหาสุขภาพเล็กๆ ที่กระทบต่อพัฒนาการลูกน้อย

อาการไม่สบายท้อง เป็นปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นได้กับลูกตั้งแต่วัยทารก ไม่ว่าจะเป็นการร้องโคลิคที่ร้องนานซ้ำเวลาเดิมทุกวัน รวมถึงการแหวะนมออกมาหลังกินอิ่ม และอาการท้องผูกก็เป็นปัญหาที่ทำให้ลูกไม่สบายท้องด้วยเช่นกัน มาดูกันค่ะว่า สาเหตุของอาการไม่สบายท้องนั้นเกิดจากอะไร?

 

อาการไม่สบายท้อง (ร้องโคลิค / แหวะนม / ท้องผูก) เป็นเพราะอะไร?

รู้หรือไม่ว่าร้องโคลิค แหวะนม และท้องผูก ที่พบว่าเกิดขึ้นได้บ่อยกับทารกและเด็กเล็กนั้นเป็นกลุ่ม อาการไม่สบายท้อง ที่เกิดจากระบบทางเดินอาหารของลูกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ และเมื่อระบบการย่อยและการดูดซึมอาหารยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ เมื่อลูกได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะช่วงแรกเกิดที่เด็กควรได้ทานนมแม่ แต่หากไม่ใช่นมแม่ ก็อาจจะทำให้ ลูกมีปัญหาในระบบทางเดินอาหาร จนส่งผลให้ลูกรู้สึกไม่สบายท้องขึ้นมานั่นเองค่ะ

Good to know…ความไม่สบายท้องเป็นปัญหาที่ได้มีการวิจัยว่ามีโอกาสเกิดขึ้นกับเด็กตั้งแต่วัยทารกและเด็กเล็กโดยทั่วไปได้ถึง 30%[1]

ลูกร้องโคลิค ไม่มีสาเหตุ เป็นเพราะอะไร?

คุณพ่อคุณแม่ที่เพิ่งได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ตัวน้อยมาได้ยังไม่ถึงเดือน จู่ๆ ลูกก็ร้องไห้กวนนานเป็นชั่วโมงๆ ในช่วงเวลาเดิมของทุกวัน ปลอบยังไงก็ไม่ยอมหยุดร้องจนกระทั่งลูกหยุดร้องไปเอง และเมื่อคลำเนื้อตัวลูกก็ไม่มีไข้ดูแข็งแรงสบายดี สงสัยแบบนี้จะใช้อาการร้องโคลิคแล้วละค่ะ

การร้องไห้ปกติถือเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่งของเด็ก แต่การร้องกวนงอแงเป็นพักๆ ในช่วงอายุ 5 เดือนแรก อาจเป็นการร้องโคลิค ที่สาเหตุส่วนหนึ่งคาดว่าเกิดจากระบบทางเดินอาหาร เช่น

  • มีแก๊สในกระเพาะและลำไส้มาก
  • ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมได้ไม่หมด
  • ระบบประสาทอัตโนมัติทำให้การเคลื่อนไหวของลำไส้ผิดปกติ
  • จุลินทรีย์ในลำไส้มีความหลากหลายน้อย
  • หรือแม้แต่การแพ้นมวัวในเด็กก็เป็นสาเหตุของการร้องโคลิค[2]

ลูกท้องผูก เป็นเพราะอะไร?

อาการท้องผูกเกิดขึ้นได้กับทั้งเด็กทารก และในเด็กเล็ก ซึ่งสาเหตุมาจากระบบทางเดินอาหารของเด็กยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสมกับสภาพลำไส้หรือมาจากการเปลี่ยนแปลงสูตรนมในเด็ก เป็นต้น

อาการแสดงที่บอกว่าลูกท้องผูก คุณแม่สามารถสังเกตได้ดังนี้

  • ลูกถ่ายน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 ครั้งต่อสัปดาห์
  • อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อน แห้ง แข็งเป็นเม็ดกระสุน
  • ขณะถ่ายอุจจาระลูกต้องออกแรงเบ่งมากกว่าปกติ
  • ลูกแสดงสีหน้าว่าเจ็บปวดทุกครั้งขณะขับถ่ายอุจจาระ[3]

ลูกแหวะนม เป็นเพราะอะไร?

ทุกครั้งหลังมื้อนมแล้วลูกมีอาการแหวะนมออกมา การที่ลูกแหวะนมหรือสำรอกนมออกมา นั่นเป็นเพราะกล้ามเนื้อหูรูดของกระเพาะอาหารยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ หูรูดที่ปิดยังไม่สนิท เป็นผลให้เมื่อลูกทานนมเข้าไปแล้วจึงแหวะเอานมออกมาเล็กน้อยทุกครั้งหลังมื้อนมนั่นเองค่ะ

การเรอกับการแหวะนมไม่เหมือนกันนะคะ คุณแม่อย่าเพิ่งสับสน ถ้าจะสังเกตให้ง่ายๆ ว่านี่ใช่อาการที่ลูกกำลังแหวะนมออกมาหรือไม่ สามารถสังเกตได้ดังนี้

– หลังดูดนม ลูกมักมีอาการแหวะนมออกมาเล็กน้อย

– ไม่มีเหมือนพยายามขย้อน หรือจะอาเจียน

– มีอาการแหวะนมมากกว่า หรือเท่ากับ 2 ครั้งต่อวัน[4]

อาการไม่สบายท้องส่งผลต่อพัฒนาการของลูกอย่างไร?

คุณพ่อคุณแม่อาจจะมองว่าก็แค่ลูกแหวะนม ร้องกวนโคลิค ท้องผูก พอลูกโตขึ้นเดี๋ยวก็หายไปเองแหละ ใช่อยู่ว่ากลุ่มอาการไม่สบายท้องที่เกิดขึ้นนี้ สามารถหายไปได้เองเมื่อลูกอายุมากขึ้น แต่จะดีกว่ามากหากสามารถช่วยแก้ปัญหาไม่สบายท้องให้ลูกได้ตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต เพราะอาการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของลูกได้ โดยเฉพาะพัฒนาการการเจริญเติบโตของร่างกาย และพัฒนาการการเรียนรู้

กลุ่มอาการไม่สบายท้อง อย่างที่ทราบกันว่าส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากระบบทางเดินอาหารที่ยังไม่สมบูรณ์ เมื่อลูกได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสมตั้งแต่แรกเกิด ก็ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อร่างกายไม่รับสารอาหารอย่างเพียงพอครบถ้วน แน่นอนว่าย่อมกระทบต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย พัฒนาการ และการใช้สมองในการเรียนรู้ จดจำ

ดังนั้นเพื่อให้พัฒนาทุกด้านของลูกไม่สะดุดจากปัญหาไม่สบายท้อง แนะนำว่าคุณแม่ควรให้ลูกได้ทานนมแม่ตั้งแต่แรกคลอด น้ำนมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก ที่สำคัญนมแม่ย่อยง่าย จึงทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้หมด นมแม่เป็นนมที่เหมาะกับระบบทางเดินอาหารของลูกอย่างมาก และมีสารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายของลูกต้องการด้วยค่ะ

แล้วถามว่าถ้าแม่มีปัญหาสุขภาพจนไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ละต้องทำไงดี หากคุณแม่ไม่สามารถให้นมลูกได้เนื่องจากไม่สบายมีปัญหาสุขภาพ แนะนำว่าควรปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับนมสูตรย่อยง่าย ซึ่งเป็นนมสูตรพิเศษที่ช่วยลดปัญหาไม่สบายท้องให้กับลูกวัยทารกและเด็กเล็กได้ค่ะ

 


อ้างอิงข้อมูลจาก
1Y. Vandenplas et al., JPGN 2015
2สุพร ตรีพงษ์กรุณา, ภาวะทางเดินอาหารทำหน้าที่ผิดปกติไร้โรคทางกายในเด็ก, 2558
3ตำราแนวทางเวชปฏิบัติโรคทางเดินอาหารในเด็กที่พบบ่อย ชมรมโรคทางเดินอาหารและโรคตับในเด็ก
4นายแพทย์มิชิโอะ มัตสุตะ เขียน, พรอนงค์ นิยมค้า แปล, สารานุกรมการเลี้ยงดูเด็ก เล่ม 1 เรื่องแหวะนม หน้า 85-86

ฝึกลูกพูด

14 เทคนิค ฝึกลูกพูด ให้มีทักษะการพูดที่ดี..ไปจนโต!

การ ฝึกลูกพูด ฝึกลูกใช้ภาษานั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่เด็กใช้ในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น และเป็นการทำให้เด็กคิดโดยตนเอง เป็นหลักสำคัญในการเรียนรู้และการสร้างสรรค์

Continue reading “14 เทคนิค ฝึกลูกพูด ให้มีทักษะการพูดที่ดี..ไปจนโต!”

ครีมทาท้องลาย

รีวิว “ครีมทาท้องลาย” เพื่อผิวสวยสุขภาพดีของคุณแม่ ยี่ห้อไหนคุ้มค่าน่าใช้!!

ครีมทาท้องลาย เป็นของใช้จำเป็นที่คุณแม่ท้องทุกคนจะต้องใช้กัน เพราะหากไม่ดูแลบำรุงผิวในช่วงตั้งครรภ์  ผลเสียที่จะตามมา คือ “ผิวบริเวณขา สะโพก และหน้าท้องอาจจะเกิดการแตกลาย และทิ้งร่องรอยไว้” ทีมงาน Amarin Baby & Kids จะพาไปเลือกเฟ้นผลิตภัณฑ์สำหรับป้องกันผิวแตกลาย ว่ามียี่ห้อไหนน่าใช้กันบ้างค่ะ

 

ครีมทาท้องลาย แม่ท้องจำเป็นต้องใช้ไหม?

เห็นมีว่าผู้หญิงหลายคนที่กำลังวางแพลนว่าจะท้อง ถามมาว่า ครีมทาท้องลาย จำเป็นต้องใช้หรือเปล่า ใช้เป็นครีม หรือโลชั่นบำรุงผิวทั่วไปได้ไหม?  ขอตอบว่าถ้าจะใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั่วไปก็ใช้ได้ค่ะ แต่จะดีกว่าไหมถ้าเปลี่ยนจากครีม หรือโลชั่นบำรุงผิวแบบปกติที่ใช้ๆ กันอยู่ มาเป็นผลิตภัณฑ์บำรุง ดูแลปกป้องลดผิวแตกลาย สำหรับคนท้องโดยเฉพาะ ถ้าถามเราในฐานะที่เคยใช้ บอกเลยว่าดีมากกว่าแน่นอนค่ะ

ที่บอกว่าดีกว่าก็เพราะว่าสภาพโครงสร้างผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนมีโครงสร้างผิวแข็งแรง แต่บางคนโครงสร้างผิวอาจไม่แข็งแรง ซึ่งทั้งสองกรณีนี้ถามว่ามีโอกาสเกิดผิวแตกลาย ทั้งขาแตกลาย สะโพกแตกลาย ท้องแตกลายได้ไหมขณะตั้งครรภ์ แน่นอนอาจเสี่ยงเกิดผิวแตกลายได้พอๆ กันเลยค่ะ ฉะนั้นการบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น แข็งแรงไว้ตั้งแต่ช่วงเริ่มตั้งครรภ์อ่อนๆด้วยผลิตภัณฑ์ครีมทาท้องลายสำหรับคนท้องโดยเฉพาะ ช่จะวยลดความกังวลเรื่องปัญหาผิวแตกลายตอนท้องได้มากนะคะ

รอยแตกลายเกิดขึ้นได้อย่างไร?

สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ จะเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็วของผิวหนังและเนื้อเยื่อ ทำให้เส้นใยโปรตีนอีลาสตินและคอลลาเจนบริเวณผิวหนังชั้นในสุดถูกยืดออก ส่งผลให้โครงสร้างคอลลาเจนถูกทำลาย และทำงานผิดปกติประกอบกับคุณแม่จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ผิวหนังจะขยายตัวตามได้ทัน จึงทำให้เกิดรอยแตกบริเวณหน้าท้อง  ทรวงอก สะโพก  ต้นขา  และบั้นท้าย  เนื่องจากโครงสร้างผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คนที่โครงสร้างผิวไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เช่น ผิวแห้ง ผิวแพ้หรือระคายเคืองง่าย อาจเสี่ยงต่อการเกิดผิวแตกลายได้สูงกว่าในขณะตั้งครรภ์ ดังนั้นแนะนำว่าควรป้องกันไว้ก่อนจะดีที่สุดค่ะ

การป้องกันผิวแตกลายขณะตั้งครรภ์และหลังตั้งครรภ์

ถามว่าเราจะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาท้องแตกลายตอนตั้งครรภ์ได้ไหม ได้ค่ะ อย่างแรกเลยคุณแม่ต้อง…

  • เตรียมพร้อมผิวก่อนตั้งครรภ์ ด้วยการทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำหลังอาบน้ำ ช่วงก่อนท้องจะใช้เป็นโลชั่น หรือครีมบำรุงผิวปกติที่ใช้อยู่ก็ได้ค่ะ
  • เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ให้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับคนท้องโดยเฉพาะ นั่นก็คือกลุ่มครีม หรือโลชั่นที่มีคุณสมบัติปกป้อง รักษาลดลอยแตกลายจากการยืดขยายของผิว
  • ดื่มน้ำเปล่าระหว่างวันให้มากๆ ประมาณ 8-10 แก้ว แต่ถ้าตอนท้องอาจเพิ่มปริมาณน้ำดื่มระหว่างวันได้มากกว่า 10 แก้ว ง่ายๆ คือ ดื่มน้ำให้เพียงพอกับปริมาณที่ร่างกายต้องการค่ะ น้ำจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิว ช่วยให้ผิวไม่แห้งกร้าน
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและผิวพรรณ ที่นอกจากอาหารกลุ่ม 5 หมู่แล้ว อาจเพิ่มปริมาณการทานผัก ผลไม้ที่มีวิตามิน แร่ธาตุจากธรรมชาติหลากหลายชนิด เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี เช่น ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ แตงกวา บร็อกโคลี่ ผักโขม แตงโม แคนตาลูป สตรอว์เบอร์รี อะโวคาโด แอปเปิ้ล ส้ม ฯลฯ นอกจากนี้ยังมี ข้าวกล้อง ไข่ ปลาทะเล ถั่วหลากชนิด ฯลฯ ก็ช่วยทำให้สภาพผิวแข็งแรงมากขึ้นด้วยค่ะ
  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น เพราะการอาบ หรือแช่น้ำอุ่นมากๆ จะส่งผลให้ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น

ซึ่งนอกจากการเตรียมบำรุงผิวมาตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์แล้วนั้น หลังจากคุณแม่คลอดลูกแล้ว การดูแลบำรุงผิวอย่างต่อเนื่องหลังคลอดก็ยังต้องทำอยู่นะคะ เพื่อที่จะได้คงความแข็งแรงของผิวให้สวยสุขภาพดี ไม่มีปัญหาแตกลายสำหรับครีมทาท้องลาย คุณแม่สามารถใช้หลังคลอดได้อย่างต่อเนื่องเลยนะคะ

มีอะไรอยู่ในผลิตภัณฑ์ “ครีมทาท้องลาย” บ้างนะ?

ก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์อะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับคนท้อง อย่างหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญก็คือเรื่องความปลอดภัยของส่วนประกอบที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือครีม หรือโลชั่นที่ใช้ในการบำรุงผิวหน้า ผิวกาย ยิ่งคนท้องยิ่งต้องระวังมากหน่อย แนะนำว่าควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยจากสารที่เป็นอันตราย เช่นสารกันเสีย หรือแอลกอฮอลล์ ถ้าเป็นส่วนผสมที่สกัดมาจากธรรมชาติได้ยิ่งดีค่ะ

ไปดูกันสักหน่อยค่ะว่า โดยมากแล้วส่วนประกอบของครีมลดผิวแตกลาย ที่ปลอดภัย ใช้แล้วช่วยเรื่องผิวแตกลายได้อย่างมีประสิทธิภาพกันบ้าง…

  • Algisium C คุณแม่อาจจะงงว่าคืออะไร ความจริงแล้วที่คือสุดยอดสารบำรุงผิวที่ได้จากสาหร่ายสีน้ำตาล ที่ช่วยในในเรื่องการกระตุ้นการสร้างอีลาสติน และคอลลาเจน เพื่อเสริมความยืดหยุ่นและแข็งแรงให้แก่ผิว ช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ทำให้ผิวพรรณแลดูกระชับ เรียบเนียน เปล่งปลั่ง แน่นอนว่าถ้ามีสารสกัดตัวนี้อยู่ในครีมทาท้องลาย ถือว่าสุดยอดค่ะ
  • Olive Oil อุดมไปด้วยวิตามิน E และ K ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน ป้องกันการเกิดรอยเหี่ยวย่นและหมองคล้ำ
  • Silk Protein หรือโปรตีนไหม สารสกัดที่ช่วยในเรื่องการลดปัญหาริ้วรอย รอยแตกลาย และรักษาสมดุลการยืดหดของผิว
  • Cocoa Butter มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ได้จากผลโกโก้ ช่วยในเรื่องการป้องกันรอยแตกลายใต้ชั้นผิว
  • Shea Butter มอยเจอร์ไรเซอร์เข้มข้น ช่วยให้ทำให้ผิวเรียบเนียน ไม่แห้งกร้าน
  • Vitamin E ช่วยป้องกันและลดการเกิดรอยแผลเป็นใต้ชั้นผิว
  • Collagen and Elastin ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว

ได้รู้ส่วนประกอบคร่าวๆ กันไปแล้ว ทีนี้มาถึงตัวช่วยสำคัญที่เกริ่นไปตั้งแต่แรกนั่นก็คือการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุง ดูแลผิวพรรณสำหรับคนท้อง ที่ปัจจุบันมีออกมาให้เลือกใช้กันหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งต้องบอกว่าทุกผลิตภัณฑ์ต่างคัดสรรส่วนประกอบมาอย่างดี สามารถช่วยในเรื่องการบำรุง ปกป้อง และลดรอยแตกลายของผิวขณะตั้งครรภ์โดยเฉพาะ ดังนั้นเพื่อให้ว่าที่คุณแม่ท้องคนใหม่ หรือคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ได้มีข้อมูลในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ครีมทาท้องลาย ขาแตกลาย หรือสะโพกแตกลาย ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้รวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์มาไว้ให้คุณแม่ท้อง ไปดูกันว่ายี่ห้อไหน น่าใช้กันบ้างค่ะ…

ครีมทาท้องลาย

ครีมทาท้องลาย

ครีมทาท้องลาย

ครีมทาท้องลาย

ครีมทาท้องลาย

เป็นอย่างไรบ้างคะกับทั้ง 5 ผลิตภัณฑ์ครีมปกป้องผิวจากรอยแตกลายของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ จริงๆ ถ้าจะให้ได้ผลดีแนะนำว่าให้เริ่มใช้มาตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์เลยก็จะดีมากๆ ค่ะ รวมไปถึงการดูแลต่อเนื่องเรื่อยไปจนถึงหลังคลอดลูกด้วย เอาเป็นว่าถ้าชอบถูกใจยี่ห้อไหน อย่าลืมไปซื้อหามาใช้กันด่วนๆ เลยนะคะ เพราะถ้าปล่อยปละละเลยไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลบำรุงผิวพรรณ ผลเสียที่จะตามมาก็คือ “ปัญหาผิวแตกลาย”!!!  ที่อาจเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ท้องนั่นแหละค่ะ  

 

ปีชง 2561

เช็กเลย! ปีชง 2561 มีปีไหนบ้าง?…พร้อมวิธีแก้ไข เพื่อให้ชีวิตครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข

รีบเช็กกันเลย! ปีชง 2561 นี้ จะมีปีนักษัตรไหนบ้างที่ชง ควรรู้ก่อน เผื่อจะได้รับมือ แล้วรีบหาเวลาพาครอบครัวไป แก้ปีชง เพื่อผ่อนร้ายให้กลายเป็นเบากันนะคะ

Continue reading “เช็กเลย! ปีชง 2561 มีปีไหนบ้าง?…พร้อมวิธีแก้ไข เพื่อให้ชีวิตครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข”

เมนูเด็กไม่กินผัก

เผยสูตรเด็ด! ไข่ทอดหน้าพิซซ่า เมนูเด็กไม่กินผัก (มีคลิป)

เพื่อให้ลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เชฟแม่หมีมีสูตรเด็ดมาแนะนำ กับ ไข่ทอดหน้าพิซซ่า เมนูเด็กไม่กินผัก เพื่อให้ลูกยอมกินผักแบบง่ายๆ โดยไม่รู้ตัว จะมีวิธีทำอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ

Continue reading “เผยสูตรเด็ด! ไข่ทอดหน้าพิซซ่า เมนูเด็กไม่กินผัก (มีคลิป)”

พ่อเลี้ยงลูก

7 ความต่างเมื่อ พ่อเลี้ยงลูก แทนแม่

พบกับ 7 ความแตกต่าง หากคุณแม่ปล่อยให้คุณ พ่อเลี้ยงลูก แทน … เรื่องจริงที่บอกเลยว่า ฮา!

 

 

เมื่อแม่ไม่สามารถดูแลลูกน้อยได้ พ่อจึงมึหน้าที่สำคัญในการมารับบทบาทนี้ … แน่นอนค่ะว่า จะให้พ่อมานั่งดูแลลูกทุกกระเบียดนิ้ว ละเอียดละออ และอ่อนโยนเหมือนแม่นั้น คงเป็นไปไม่ได้ และนั่นคือที่มาของ 7 ข้อความแตกต่าง ที่ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้นำมาฝากในวันนี้ จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น เราไปชมพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

7 ความแตกต่างเมื่อ พ่อเลี้ยงลูก แทนแม่!

1. พ่อแข็งแกร่งและบึกบึนกว่าแม่ ก็ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ร่างกายกำยำ แมน ๆ จึงทำให้ข้อนี้พ่อได้เปรียบแม่ไปอย่างสิ้นเชิง และถ้าหากบ้านไหนมีลูกชายด้วยแล้ว ข้อนี้นี่ตรงใจลูก ๆ แบบสุด ๆ เลยละค่ะ เพราะลูกสามารถเล่นแรง ๆ ด้วยได้อย่างเต็มที่ อะไรที่เป็นกีฬา หรือกิจกรรมผาดโผนนี่ ต้องยกให้เลย เพราะแม่อย่างเรา สวย ๆ ใส ๆ แบบนี้ จะให้ไปยกแข้งยกขา ปีนป่าย ร้องโหวกเหวกโวยวายเสียงดัง ก็เป็นไปไม่ได้แล้วละค่า

อ่านต่อความแตกต่างเพิ่มเติม >>

ลูกชัก

หมอแนะ! ลูกชัก จากไข้สูง ไม่น่ากลัวหากรู้ให้เท่าทัน

คุณหมอเผย! ลูกชัก เพราะฤทธิ์ไข้ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากพ่อแม่ทำความรู้จักให้ดีก่อน!

 

 

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนเฝ้าระวังมากที่สุดในเวลาที่ลูกเป็นไข้ก็คือ การมีไข้สูงมากจนส่งผลให้เกิดอาการชักขึ้น ซึ่งอาการชักในเด็กนั้น คุณหมอท่านนี้ได้เผยแพร่ผ่านเว็บพันธิปว่า เรื่องนี้ไม่น่ากลัว ถ้าคุณพ่อคุณแม่มีความรู้ที่ดี

โดยคุณหมอได้เขียนเล่าเรื่องราวพร้อมวิธีการดูแลมาฝาก บอกเลยค่ะว่า ละเอียดแล้วก็ดีมาก ๆ เลย จะมีเนื้อหาอะไรบ้างนั้น เราไปอ่านบทความของคุณหมอที่ใ้ช้นามแฝงว่า Megamovie นี้พร้อม ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

สวัสดีครับวันนี้เรามาพูดเรื่องของเด็ก ๆ ตัวน้อย ๆ กันบ้างนะครับ ต้องออกตัวก่อนว่าไม่ใช่หมอเด็กแต่เจอเคสอยู่ตลอดและรักษาเคสไข้ชักอยู่บ่อย ๆ และอ่านหนังสือเพิ่มเติมด้วย ผมคิดว่าเรื่องนี้หลาย ๆ คนคงสนใจและมีความกังวลเลยมาเล่าให้ฟังนะครับ

เชื่อได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกตัวน้อย ๆ ต้องเคยเจอปัญหาลูกไข้ ไม่สบาย และสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักจะกังวลกันมากที่สุด คือ”กลัวลูกชักเวลาไข้ขึ้น” วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องนี้กันครับ

อ่านต่อบทความของคุณหมอเพิ่มเติม >>

คุณแม่ยังสวย

คุณแม่ยังสวย ด้วยอายแชโดว์ 7 วัน 7 สไตล์ ไม่ซ้ำใคร!

คุณแม่ยังสวย แม้มีลูกก็อย่าหยุด เพราะความสวยคู่กับผู้หญิง Amarin Baby & Kids มีเทคนิค การแต่งหน้า แต่งตาสวยๆ ด้วยอายแชโดว์ในเฉดสีสำหรับ 7 วัน 7 สไตล์ สวยไม่ซ้ำใคร มาแนะนำ

Continue reading “คุณแม่ยังสวย ด้วยอายแชโดว์ 7 วัน 7 สไตล์ ไม่ซ้ำใคร!”