RSV คืออะไร

RSV คืออะไร? ตรวจหา RSV ทำอย่างไร? ราคาเท่าไหร่?

RSV คืออะไร
RSV คืออะไร

โรค RSV คืออะไร? อยากรู้ว่าลูกป่วยเป็นหวัดธรรมดาหรือ RSV กันแน่ ต้องตรวจหาเชื้อโดยแพทย์เท่านั้น ตรวจอย่างไร? ราคาเท่าไหร่? อ่านได้ที่นี่

RSV คืออะไร? ตรวจหา RSV ทำอย่างไร? ราคาเท่าไหร่?

คุณพ่อคุณแม่ทราบกันอยู่แล้วถึงความร้ายแรงของโรค RSV ว่าเป็นโรคที่อันตรายสำหรับเด็กเล็ก ก่อให้เกิดอาการรุนแรง เชื้อไวรัสลงปอดไว อาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนจากโรคอื่น ๆ ได้ เช่น ปอดบวม ปอดอักเสบ IPD ติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งโรคเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่อันตรายต่อลูกน้อยถึงชีวิตได้ทั้งสิ้น มาทำความรู้จักกับโรค RSV กันแบบคร่าว ๆ ก่อนดีกว่าค่ะ

RSV คืออะไร? มีอาการอย่างไร? ร้ายแรงแค่ไหน?

RSV คืออะไร? RSV คือไวรัสชนิดมีเปลือกหุ้ม ชื่อเต็มว่า Respiratory Syncytial Virus มีสองสายพันธุ์ คือ RSV-A และ RSV-B เป็นไวรัสก่อการติดเชื้อทางเดินหายใจของเด็กทั่วโลก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี และมีการระบาดเกือบทุกปี

โดยอาการในช่วงแรกจะมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา เช่น ไข้ ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล ผู้ใหญ่หรือเด็กโตที่แข็งแรงดีอาการมักไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่สำหรับเด็กเล็ก (ต่ำกว่า 2 ป๊) ที่ติดเชื้อครั้งแรกพบร้อยละ 20-30 ที่มีอาการโรคลุกลามไปทางเดินหายใจส่วนล่าง (หลอดลม เนื้อปอด) ทำให้เกิดหลอดลมใหญ่อักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบและปอดอักเสบตามมาได้ โดยมักแสดงอาการไข้สูง ไอแรง หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีดหวิว หรือ เสียงครืดคราดในลำคอ โดยเฉพาะเด็กที่อายุน้อยกว่า 1-2 ปี เด็กที่ภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง เด็กที่คลอดก่อนกำหนด โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนเช่น หูอักเสบ ไซนัสหรือปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ซึ่งจะมีอาการรุนแรงมากขึ้นได้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรค RSV ได้ที่นี่

RSV คือ อะไร? เตรียมรับมือกับไวรัสอันตรายในหน้าฝน

ระวัง! โรค RSV รักษาไม่ถูกวิธี อาจติดเชื้อซ้ำซ้อน

สงสัยว่าลูกอาจเป็นโรค RSV ต้องทำอย่างไร?

ก่อนอื่น เมื่อลูกมีน้ำมูก ไอ ให้คอยสังเกตอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย หากลูก มีเสมหะจำนวนมาก มีไข้สูง หายใจเหนื่อยหอบ หายใจมีเสียงหวีด หรือ เสียงครืดคราดในลำคอ ซึ่งเป็นลักษณะอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าหลอดลมตีบ หรือหลอดลมฝอยอักเสบ หรืออยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่โรค RSV กำลังระบาด หากลูกมีอาการที่กล่าวไปนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาลูกไปหาคุณหมอเพื่อทำการตรวจหาเชื้อไวรัส RSV เพื่อทำการรักษาได้อย่างถูกวิธีต่อไป

ตรวจ RSV
ตรวจ RSV

วิธีตรวจหาเชื้อไวรัส RSV

การตรวจหาเชื้อไวรัส RSV ต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น แพทย์จะทำการตรวจคัดกรองเบื้องต้น โดยการป้ายสารคัดหลั่งน้ำมูกในจมูก (Nasal Swab) โดยจะมีอุปกรณ์คล้าย ๆ สำลีก้านเช็ดหู (แต่ยาวกว่ามาก) แพทย์จะทำการแหย่เข้าไปในจมูกของลูก (ค่อนข้างลึก ในขั้นตอนนี้ลูกอาจจะร้องไห้ได้ คุณแม่ควรให้พยาบาลหรือจับลูกไว้ให้แน่น ใช้เวลาป้ายสารคัดหลั่งเพียงไม่กี่วินาทีก็เสร็จค่ะ) เมื่อได้สารคัดหลั่ง (น้ำมูก) แล้วแพทย์ก็จะนำไปทำการตรวจแบบด่วน (RSV rapid test) ซึ่งจะใช้เวลาในการหาเชื้อประมาณ 15-30 นาที ก็จะทราบผล ในปัจจุบันมักจะสั่งตรวจควบคู่ไปกับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

ตรวจหาเชื้อไวรัส RSV ราคาเท่าไหร่?

เนื่องจากการตรวจหาเชื้อไวรัส RSV ต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น การตรวจจึงต้องทำในโรงพยาบาลหรือคลีนิค คุณพ่อคุณแม่สามารถโทรไปสอบถามที่โรงพยาบาลหรือคลีนิคที่ใกล้บ้านว่ารับตรวจหาเชื้อไวรัส RSV หรือไม่ โดยราคาค่าตรวจจะขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลและคลีนิค ทีมแม่ ABK จึงได้ประมาณราคาค่าตรวจไว้ดังนี้

  • คลีนิคเอกชน – ค่าตรวจหาเชื้อประมาณ 400 – 700 บาท ไม่รวมค่าแพทย์ ค่าบริการ และอุปกรณ์ต่าง ๆ
  • โรงพยาบาลรัฐ – ค่าตรวจหาเชื้อประมาณ 400 – 700 บาท ไม่รวมค่าแพทย์ ค่าบริการ และอุปกรณ์ต่าง ๆ
  • โรงพยาบาลเอกชน – ค่าตรวจหาเชื้อประมาณ 600 – 2,000 บาท ไม่รวมค่าแพทย์ ค่าบริการ และอุปกรณ์ต่าง ๆ

แต่เนื่องจากการรักษาโรค RSV นั้นยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ มีแค่รักษาตามอาการ เช่น การให้ยาลดไข้ แก้ไอละลายเสมหะ เป็นต้น สำหรับรายที่มีอาการไม่รุนแรงมาก จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ เพราะแนวทางในการรักษาคือการรักษาตามอาการเท่านั้น แต่สำหรับรายที่มีอาการรุนแรง การตรวจหาเชื้อ เพื่อให้แพทย์ได้ทำการตรวจรักษาและพยากรณ์อาการของโรคได้ดีขึ้น ก็จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพได้มากขึ้นนั่นเอง

โรค RSV
โรค RSV

อาการอย่างไรต้องนอนโรงพยาบาล?

เมื่อผู้ป่วยไข้สูง ไม่กิน ไม่เล่น หายใจเร็วกว่าปกติ หายใจมีเสียงหวีด หงุดหงิดง่าย หรือเซื่องซึม ผู้ปกครองควรจะพามาพบแพทย์เพื่อการรักษาที่เหมาะสม เช่น การพ่นยาขยายหลอดลมหรือน้ำเกลือผ่านทางออกซิเจนละอองฝอย เคาะปอดและดูดเสมหะออก และการให้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่มีเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เป็นต้น

สรุปแล้วเมื่อสงสัยว่าลูกอาจติดเชื้อไวรัส RSV สิ่งสำคัญที่สุดคือให้สังเกตอาการ หากลูกมีอาการรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อและทำการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป และอีกสิ่งหนึ่งที่ควรระวังไว้คือ โรค RSV สามารถเป็นได้หลายครั้งเนื่องจากไวรัส RSV มี 2 สายพันธุ์และกลับมาเป็นซ้ำได้อีกหากร่างกายอ่อนแอ ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่จึงควรป้องกันไม่ให้ลูกไปรับเชื้อ RSV โดยการล้างมือบ่อย ๆ สวมหน้ากากเมื่อออกนอกบ้าน และทำให้ร่างกายแข็งแรง สิ่งเหล่านี้ก็จะลดโอกาสในการติดเชื้อ  RSV ได้ค่ะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

พ่อแม่ระวัง! ลูกติดเชื้อRSV เพราะเครื่องเล่นที่ห้าง

โรคหน้าฝนในเด็ก ที่พ่อแม่ควรระวัง

6 พาหะนำโรค หน้าฝนที่พ่อแม่ต้องระวังให้ดี!

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์A รุนแรงและอันตรายกว่าทุกสายพันธุ์

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย, โรงพยาบาลเวชธานี

ขอบคุณรูปประกอบจาก : www.researchgate.net

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up