มดตะนอย กัดเด็กเสียชีวิต

มดตะนอย กัดแพ้พิษถึงตายได้กับอาการบ่งบอกว่าคุณแพ้

event
มดตะนอย กัดเด็กเสียชีวิต
มดตะนอย กัดเด็กเสียชีวิต

มดตะนอย กัดเด็กเสียชีวิต จากข่าวเกิดข้อสงสัยพิษมดตะนอยถึงตายได้จริงหรือ มาทำความรู้จักมดตัวเล็กแต่ต่อยหนัก กับอาการที่บ่งบอกว่าคุณแพ้ และวิธีปฐมพยาบาลกัน

มดตะนอย กัดแพ้พิษถึงตายได้!! กับอาการบ่งบอกว่าคุณแพ้

จากกรณีเด็กหญิงวัย 11 ขวบ ชาว จ.น่าน เสียชีวิตอย่างน่าสลดใจ หลังถูกมดตะนอยกัดระหว่างไปหาพ่อในสวน ก่อนที่ไม่ถึง 2 วันต่อมา เด็กจะมีอาการป่วยรุนแรง ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล ก่อนจะเสียชีวิตลงอย่างน่าเศร้า โดยญาติรู้สึกติดใจ หลังนำเด็กไปรักษาตั้งแต่วันแรกๆ ที่มีอาการปวดหัว ปวดแผลที่ถูกกัด และอาเจียน แต่หมอให้ยาแล้วกลับมาดูอาการที่บ้าน ก่อนจะเสียชีวิตในวันต่อมา

นายแพทย์กนก พิพัฒน์เวช รองผู้อำนวยการรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน ชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า เด็กถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลน่านเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม มีอาการเป็นผื่น แพทย์เจ้าของไข้ได้ฉีดยาแก้แพ้ และให้ยาไปรับประทาน ดูอาการที่บ้านหลังจากนั้นตอนบ่ายอีกวัน เด็กถูกส่งตัวมารักษาด้วยอาการปวดศีรษะ เวียนหัว อาเจียน ความดันโลหิต จึงนำเข้าห้องผู้ป่วยหนักรักษาช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ แต่เด็กก็มาเสียชีวิตลงด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบอย่างรุนแรง

จากการสืบค้นประวัติการป่วยของเด็ก เคยป่วยโควิด และพ้นระยะกักตัวเมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา จึงมีข้อที่จะต้องพิสูจน์ว่า อาการหัวใจอักเสบนั้นเกิดจากพิษมดตะนอย หรือจากภาวะลองโควิดหรือไม่ แพทย์เจ้าของไข้และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกำลังค้นคว้าหาข้อมูล

ที่มา : www.sanook.com
มดตะนอย กัดเด็กเสียชีวิต ขอขอบคุณภาพจาก amarintv
มดตะนอย กัดเด็กเสียชีวิต ขอขอบคุณภาพจาก amarintv

พระสงฆ์วัย 33 ปี ถูกมดตะนอยกัดจนช็อกหมดสติต้องหามส่งโรงพยาบาล ที่บริเวณวัดริ้วหว้า ตำบลบ้านพราน อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง แต่โชคยังดีในขณะที่เกิดเหตุมดตะนอยต่อยนั้น มีพระเณรเห็นเหตุการณ์หลายท่าน และได้ช่วยกันแจ้ง 1669 ทางโรงพยาบาลแสวงหา ส่งรถกู้ชีพมารับนำไปทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที ล่าสุดอาการปลอดภัยออกจากโรงพยาบาลแล้วมาพักฟื้นอยู่ที่วัด แต่ยังคงมีอาการมึนงง คลื่นไส้อยู่

ที่มา : www.nationtv.tv

มดตะนอย ต่อยหนัก จริงหรือ??

มดตัวเล็ก ๆ ถึงแม้ว่าจะมีพิษ แต่เวลาโดนกัด โดนต่อย จะทำให้ถึงตายได้จริงหรือ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับเจ้า “มดตะนอย” ที่แม้จะตัวเล็ก แต่มีพิษสงไม่เล็กเลยทีเดียว

มดตะนอย เป็นสัตว์มีพิษชนิดหนึ่ง มีลักษณะที่เด่นชัดมาก ๆ ของมดสายพันธุ์นี้ คือ มีตัวที่ยาว เรียว บริเวณท้อง กับหัวจะมีสีเข้มค่อนไปทางดำ บริเวณอกจะมีสีน้ำตาลออกไปทางเหลือง หรือบางตัวก็เป็นสีส้ม ส่วนปลายของท้องจะมีเหล็กในแหลม ๆ กรามขนาดใหญ่กว่ามดทั่วไป อาหารของมดตะนอยมักเป็นแมลง หรือสัตว์ตัวเล็ก ๆ

ที่อยู่อาศัยของมดตะนอย มักรวมกลุ่มทำรังกันบริเวณต้นไม้ที่แห้งตาย หรือต้นไม้ที่ยังมีชีวิตต้นใหญ่ ๆ อันตรายจากมดตะนอยเกิดจากเหล็กใน ในตัวมดตะนอยที่เคลือบสารพิษกลุ่มสารประกอบโปรตีน และสารอัลคาลอยด์ ทำให้ผู้ที่ถูกต่อยมีอาการแพ้ มีอาการรุนแรงกว่ามดทั่ว ๆ ไป และเหล็กในดังกล่าวนั้น มดตะนอยสามารถดึงกลับมาต่อยซ้ำ ๆ ได้อีกหลายครั้ง ต่างจากผึ้งที่ต่อยเพียงครั้งเดียวแล้วทิ้งเหล็กในไว้ในแผล

อาการเบื้องต้นของคนที่โดนมดตะนอยกัดแต่ไม่ได้มีอาการแพ้คือ ปวดแสบปวดร้อน มีตุ่มบวมบริเวณที่ถูกกัด แต่จะไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรมาก เมื่อเวลาผ่านไปอาการดังกล่าวจะเบาลง และหายไป ไม่ต้องถึงขั้นต้องพบหมอ แต่สำหรับคนที่แพ้หรือไม่รู้ว่าตนเองแพ้ให้สังเกตอาการที่บ่งบอกถึงความรุนแรง ดังนี้

มดตะนอย พิษของมดตะนอย
มดตะนอย พิษของมดตะนอย

เช็กอาการแพ้ พิษมดตะนอย

เมื่อมดตะนอยกัด และปล่อยสารพิษเข้าสู่ร่างกายเราแล้ว จะแสดงอาการ และความรุนแรง แบ่งออกเป็น 3 แบบ ดังนี้

1. ปฏิกิริยารุนแรง

หลังจากถูกกัดได้ประมาณ 15 นาที ผู้ที่ถูกมดกัดจะมีผื่นลมพิษ ผื่นแดง คัน มีอาการบวมที่ตา หน้า ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หรือบางคนอาจมีอาการบวมทั้งตัว แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก พูดลำบากเนื่องจากระบบทางเดินหายใจมีภาวะบวม มีสารคัดหลั่งออกมา ผิวหนังเขียวคล้ำเพราะหลอดลมในปอดหดตัว ทำให้ลมหายใจไหลเวียนไปฟอกเลือดไม่ได้ กระทั่งส่งผลให้ความดันเลือดตก สมองขาดเลือด เซลล์สมองตาย ช็อก หมดสติ และเสียชีวิตในที่สุด
2. ปฏิกิริยาเฉพาะที่

หากหลังจากถูกมดตะนอยกัด จะมีอาการเจ็บ มีตุ่มคัน บวม แดง โดยภายหลังอาการจะหายไปเอง แต่สำหรับคนที่มีอาการรุนแรง อาจมีอาการปวดบวมมากแต่ไม่คัน หน้ามืด เป็นลม เหงื่อออกมาก เดินไม่ไหว แผลที่มดกัดบวมแดง และลามไปบริเวณใกล้เคียง ตัวสั่น หาวนอนถี่ มือ-เท้าเย็น หรืออาจเป็นลมพิษทั่วตัว เจ็บ คัน ร่วมกับมีไข้

3. ปฏิกิริยาชนิดผิดธรรมดา

โดยหลังจากถูกมดกัดจะมีอาการเม็ดเลือดแดงแตก มีลิ่มเลือดแพร่กระจาย มีการอุดตันของเส้นเลือดแดง เกิดภาวะเลือดออก และคั่งทั่วตัว กล้ามเนื้อตาย ปวดตามกล้ามเนื้อ เป็นตะคริว ปัสสาวะมีสีดำ สีน้ำปลา หรือสีแดงจากภาวะไตวาย โดยอาจพบว่ามีภาวะอุดตันในระบบการทำงานของไตได้

อาการแพ้ มีไข้ มีน้ำมูก ผื่นคัน หายใจไม่สะดวก
อาการแพ้ มีไข้  ผื่นคัน หายใจไม่สะดวก
อาการบ่งบอกเบื้องต้นว่า แพ้พิษมดตะนอย
  • แน่นหน้าอก
  • หายใจลำบาก
  • ตัวชา
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • มีตุ่ม แผลบวมมาก

แบบนี้ก็ถือว่าอาการไม่ปกติ และควรรีบนำตัวผู้ป่วยไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ระยะเวลาในการแสดงอาการจะต่างกันออกไป ตั้งแต่เป็นนาที จนถึงเป็นชั่วโมง

แม้เพียงตัวเดียว ก็อาจแพ้รุนแรงได้!!

ระดับความรุนแรงของพิษมดตะนอยขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยด้วยกัน คือ

  1. จำนวนมดตะนอยที่กัด หากโดนรุมกัดจากมดตะนอยหลาย ๆ ตัว ได้รับพิษมดตะนอยในปริมาณมาก ก็อาจมีอาการมากไปด้วย
  2. มีภาวะแพ้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยอยู่แล้ว มดตะนอยกัดเพียงตัวเดียวก็อาจส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงต่อร่างกายได้เช่นกัน หากคุณเป็นคนแพ้พิษแมลงอยู่แล้ว ร่างกายจึงไวต่อพิษของมดตะนอยที่เข้ามา ทำให้เกิดปฎิกิริยารุนแรง ถึงขั้นเสียชีวิตได้

วิธีปฐมพยาบาล เมื่อถูกมดตะนอยกัด

  1. ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด และสบู่
  2. ประคบแผลด้วยน้ำแข็งหรือเจลเย็นนาน 20 นาที เพื่อลดอาการบวม และอาการปวด โดยควรประคบเย็นซ้ำทุกชั่วโมงจนกว่าอาการจะทุเลา
  3. ทาครีมสเตียรอยด์เพื่อลดอาการปวดได้ แต่ไม่ควรใช้ยาทาที่ทำให้เกิดความร้อน เพราะจะทำให้มีการแพร่กระจายของพิษอย่างรวดเร็ว
  4. หากมีอาการปวดมากให้กินยาพาราเซตามอลช่วยบรรเทา
  5. ควรรับประทานยาแก้แพ้ร่วมด้วย
  6. ถ้าผื่นมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 2 นิ้ว หรือรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องหรือมีอาการแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือถูกกัดหลายจุด ควรรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที

    ดูแลลูกให้ห่างไกลสัตว์มีพิษ มดตะนอย งู ตะขาบ
    ดูแลลูกให้ห่างไกลสัตว์มีพิษ มดตะนอย งู ตะขาบ

การดูแลเด็ก ห่างไกลสัตว์มีพิษ

นอกจากมดตะนอยแล้ว ยังมีสัตว์มีพิษอีกหลายชนิดที่เราต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ที่ไม่รู้ถึงพิษภัย และเล่นซนตามประสาจนอาจไปเจอเข้ากับสัตว์มีพิษต่าง ๆ ได้ ดังนั้นเราข้อควรระวัง และวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากสัตว์มีพิษต่าง ๆ ที่มักพบเจอบ่อยมาฝากกัน

งู และสัตว์เลื้อยคลานที่มีพิษ

สัตว์เหล่านี้จะหลบในรูในช่วงฤดูร้อน และออกมาในช่วงฤดูฝน งู แมงป่อง ตะขาบ และสัตว์เลื้อยคลานที่มีพิษ ส่วนมากมักจะออกมาจากรูมาหากินหลังฝนตก จึงควรระมัดระวังลูกหลานเวลาออกเดินเล่นนอกบ้านหลังฝนตก และจัดบ้านไม่ให้รก มีซอกมีหลืบ อันเป็นที่อยู่ของสัตว์เหล่านี้ได้

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำได้โดย

  1. รีบทำความสะอาดบาดแผลด้วยสบู่ น้ำสะอาด และแอลกอฮอล์ล้างแผล
  2. ในกรณีสงสัยงูกัด แนะนำให้ใช้เชือกหรือผ้าพันเหนือแผลให้พอแน่น เพื่อชะลอเวลาเดินทางของพิษงูเข้าสู่อวัยวะต่าง ๆ
  3. รีบไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจรักษาตามชนิดของพิษต่างๆ ซึ่งในรายงูกัด อาจจำเป็นต้องได้รับเซรุ่มแก้พิษงู ไม่ควรรอจนกว่ามีอาการแล้ว

แมงกระพรุนไฟ

มีมากบริเวณชายทะเล และแนวชายหาด เมื่อถูกแมงกะพรุนไฟเข้าไปสัมผัสกับร่างกาย จะทำให้เกิดอาการปวดร้าวไปทั้งตัว ลักษณะของแมงกะพรุนไฟ ลำตัวจะมีรูปร่างคล้ายร่ม มีสีแดง มีหนวดยื่นยาว 

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำได้โดย

เมื่อถูกพิษของแมงกะพรุนไฟ ควรจะใช้น้ำส้มสายชูในการล้างแผล ไม่ควรใช้น้ำจืด และหลังจากนั้นควรรีบไปให้แพทย์ทำการตรวจรักษาทันทีทันใด วิธีที่จะป้องกันอันตรายจากแมงกะพรุนที่สำคัญ นักเล่นน้ำควรหลีกเลี่ยงลงเล่นน้ำทะเลในบริเวณที่มีแมงกะพรุนไฟ ชุกชุม หรือช่วงหลังพายุฝน

ระวังสัตว์มีพิษ มดตะนอย เวลาลูกเล่นนอกบ้าน
ระวังสัตว์มีพิษ มดตะนอย เวลาลูกเล่นนอกบ้าน

เม่นทะเล บุ้งทะเล

หากโดนหนามเม่นตำ จะเกิดอาการอักเสบบวมแดง เจ็บปวด และเป็นไข้ได้ หนามของเม่นทะเลจะทำให้เกิดอาการชาอยู่นาน

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทำได้โดย

เมื่อถูกหนามเม่นทะเลตำให้ถอนหนามออก หากถอนไม่ออกให้พยายามทำให้หนามบริเวณนั้นแตกเป็น ชิ้นเล็ก ๆ โดยการบิดบริเวณผิวหนังไปมา หรือแช่แผลในน้ำร้อนประมาณ 50 องศาเซลเซียส เพื่อช่วย ให้หนามย่อยสลายเร็วขึ้น

ข้อมูลอ้างอิงจาก สสส./www.si.mahidol.ac.th

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

5 แมลงมีพิษ และสัตว์ร้ายที่มากับหน้าฝน อันตรายใกล้ตัวลูก ที่พ่อแม่ต้องระวัง!

แชร์เตือน!ลูกไม่สบตาอย่าปล่อยผ่านอาจสายตายาว ตาเหล่ ได้

ทุกบ้านต้องระวัง! เชื้อก่อโรคใน ข้าวมันไก่

อย่าคิดว่าเรื่องเล็ก! ลูกอาจทรมานเพราะ หอบ หืดในเด็ก

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up