โรคฮิตมาพร้อมเปิดเทอม

พ่อแม่ต้องระวัง! 5 โรคฮิตมาพร้อมเปิดเทอม

account_circle
event
โรคฮิตมาพร้อมเปิดเทอม
โรคฮิตมาพร้อมเปิดเทอม

พ่อแม่ต้องระวัง! 5 โรคฮิตมาพร้อมเปิดเทอม

หลังจากที่เด็ก ๆ ต้องเรียนออนไลน์มานานเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ก็ถึงเวลาแล้วนะคะคุณพ่อคุณแม่ที่ลูก ๆ ของเราจะเปิดเทอม on-site กลับไปเรียนที่โรงเรียน หลายบ้านอาจดีใจที่ลูกจะไปโรงเรียนสักที แต่รู้หรือไม่คะว่า ช่วงเปิดเทอมนี่แหละที่คุณพ่อคุณแม่ก็ยิ่งต้องระวังกับ 5 โรคฮิตมาพร้อมเปิดเทอม มีโรคอะไรบ้างมาดูกันค่ะ

 

5 โรคฮิตมาพร้อมเปิดเทอม

1. ตาแดง 

โรคตาแดงเป็นโรคระบาดทางตาที่ติดต่อกันได้ง่าย และ รวดเร็วส่วนมากจะเกิดจากเชื้อไวรัส หรือ เชื้อแบคทีเรีย ไม่ใช่โรคที่รุนแรง และ สามารถหายได้เองภายในระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ โดยมากมักพบในกลุ่มเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กจะไม่ค่อยระมัดระวังในการป้องกันจึงเกิดการแพร่เชื้อได้ง่ายกว่ากลุ่มวัยอื่น
ถ้าลูกเป็นตาแดงจะมีอาการ ตาแดง ปวดเล็กน้อย คันตา เคืองตา เปลือกตาบวม อาจพบตุ่มเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วไป ถ้าที่ติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยจะมีขี้ตามาก

โรคนี้มักติดต่อกันผ่านการไอ หรือ จาม การหายใจรดกัน การอยู่ร่วมกันในสถานที่แออัดบริเวณที่มีคนอยู่รวมกันมากๆ

2. มือเท้าปาก

เกิดจากการติดเชื้อไวรัส พบได้บ่อยในทารกและเด็กเล็ก ทำให้มีอาการไข้ เป็นแผลในปาก มีตุ่มน้ำใสตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า และลำตัว สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ไม่น้อย

อาการเริ่มต้นของโรคมือเท้าปากจะคล้ายไข้หวัด คือ มีตุ่มใส หรือแผลร้อนในเกิดขึ้นหลายแผลในปาก ส่วนใหญ่แผลในปากพบได้หลายตำแหน่ง ตั้งแต่บริเวณของเพดานแข็ง เพดานอ่อน หรือบางคนก็พบที่กระพุ้งแก้ม หรือที่ลิ้นได้ บางคนเป็นเยอะก็จะลามออกมาที่ริมฝีปากหรือรอบ ๆ ริมฝีปากเลยก็มี และมีอาการเจ็บ มีผื่นแดงหรือตุ่มใส ขนาดเล็กที่บริเวณฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า ง่ามนิ้วมือนิ้วเท้า หรือก้น และมีอาการไข้เป็นระยะเวลา 5-7 วัน

โรคฮิตมาพร้อมเปิดเทอม
พ่อแม่ต้องระวัง! 5 โรคฮิตมาพร้อมเปิดเทอม

3. ไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่ เป็นการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน ซึ่งมีสาเหตุมาจาก การติดเชื้อไวรัสที่อยู่ในอากาศ หรือสารคัดหลั่ง ทั้งน้ำมูก น้ำลาย หรือ การไอ จาม ใส่กัน ก็เป็นสาเหตุให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ เพราะเชื้อไวรัส แพร่กระจายทางอากาศได้ เชื้อจะอยู่ตามละอองฝอย ที่อยู่บนอากาศ เมื่อเด็กสูดเข้าไป ก็จะทำให้ติดเชื้อ “อินฟลูเอนซา” ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ทั้ง เอ บี และ ซี ที่ได้ยินบ่อย ๆ และมีความรุนแรง เช่น สายพันธุ์ H1N1 H5N1 เป็นต้น

อาการของไข้หวัดใหญ่ในเด็กนั้น ลูกจะไข้สูง น้ำมูกใส คัดจมูก ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร ไข้นานประมาณ 3-7 วัน อาจอาเจียน ท้องเสีย ร่วมด้วย มีไอและมีน้ำมูก นาน 1-2 สัปดาห์ และอาการอาจรุนแรงถึงขั้นต้องนอนโรงพยาบาล มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ

 

4. ไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยยุงลายที่ดูดเลือดของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสเดงกี่ จะแพร่เชื้อเข้าสู่ร่างกายผู้ที่ถูกยุงกัดคนต่อไป อาการของไข้เลือดออก ที่สามารถสังเกตได้ คือ ลูกจะไข้สูงแบบเฉียบพลัน และต่อเนื่องเป็นเวลา 2-7 วัน ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ส่วนใหญ่มีอาการหน้าแดง อาจมีจุดแดงเล็ก ๆ ขึ้นตามลำตัว แขน ขา มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องและเบื่ออาหาร

 

5. อาหารเป็นพิษ

อาหารเป็นพิษ เกิดจากการที่ลูกรับประทานอาหาร หรือน้ำที่มีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียเข้าไป ทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องและท้องเสียถ่ายเหลวตามมา ดังนั้นหากลูกมีอาการมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระบ่อย เกินวันละ 3 ครั้ง ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว มีอาการสูญเสียน้ำ เช่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย กระหายน้ำแบบนี้ใหุ้ณพ่อคุณแม่สงสัยไว้เลยว่าลูกอาจเป็น “อาหารเป็นพิษ” ค่ะ

จะเปิดเทอมแล้ว ขอให้คุณพ่อคุณแม่ระวังโรคต่าง ๆ เหล่านี้ให้ดีนะคะ โควิดก็ต้องรอด โรคอื่น ๆ เราก็ต้องไม่ประมาทค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 อ่านต่อบทความ ดี ๆ คลิก

โรคอ้วนอันตราย! จำเป็นต้อง ลดเด็กอ้วน

อย่าคิดว่าเรื่องเล็ก! ลูกอาจทรมานเพราะ หอบ หืดในเด็ก

WHOเตือน ! พบเด็ก ป่วยโรคตับอักเสบเฉียบพลัน 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up