ผักผลไม้ต้องห้าม

ผักผลไม้ต้องห้าม สำหรับแม่ท้อง และให้นมลูก

ผักผลไม้ถึงแม้จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ทราบหรือไม่ว่ายังมีผัก และผลไม้หลายชนิดที่คุณแม่ท้อง หรือคุณแม่ให้นมลูกไม่ควรรับประทาน เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงกับลูกในท้อง และการให้นมลูกได้ เรามาสำรวจ ผักผลไม้ต้องห้าม ที่คุณแม่ไม่ควรรับประทานกันค่ะ

Continue reading “ผักผลไม้ต้องห้าม สำหรับแม่ท้อง และให้นมลูก”

D.I.Y ชั้นในให้นมธรรมดา ให้กลาย Handfree ปั๊มนม (มีคลิป)

สำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูก หรือคุณแม่นักปั้ม ก็มีความปรารถนาที่ต้องการปั้มนมให้ลูกน้อยให้ได้มากที่สุด พยายามปั้มทุกที่ทุกเวลาที่มีโอกาส แต่ก็มีคุณแม่บางคนที่มักมีปัญหาเกี่ยวกับการล็อคกรวยปั้มให้อยู่กับเต้า วันนี้ Amarin baby & kids จึงขอนำไอเดียดีๆ จากคุณแม่นักปั้ม “คุณม่กาย”  เฮีย ซันนี่ ซึ่งได้มาโพสคลิป สาธิตการ D.I.Y ชั้นในให้นมธรรมดา ให้กลาย Handfree ปั๊มนม ในกลุ่ม คุณแม่นักปั๊ม ทำทุกอย่างเพื่อลูก แม่กายได้กล่าวว่า

แม่ๆหลายท่านมีปัญหาเรื่องการล็อคกรวยปั๊มให้อยู่กับเต้า บางคนลงทุนซื้อชั้นในปั๊มนมโดยเฉพาะ ซึ่งมีราคาสูง แต่ก็ยังใช้งานได้ไม่คล่องตัว แม่กายเลยนำวิธีการที่แม่กายใช้อยู่มาแนะนำค่ะ ไปได้ทุกที่ไม่ต้องใส่ๆถอดๆ ราคาถูก ไม่เกะกะ ใช้งานได้ดี ลองดูนะคะ

โดยคุณแม่กายได้ อธิบายพร้อมสาธิตวิธีการทำไปพร้อมๆกัน จะทำอย่างไรไปดูกันเลยค่ะ (หากยังไม่เข้าใจสามารถดูคำอธิบายขั้นตอนการทำข้างล่างได้นะคะ)

https://www.facebook.com/sweetie.isnmee/videos/1061748820548628/

อันดับแรก สาธิตโดย ใช้เสื้อในให้นมแบบธรรมดา ที่มีกระดุมเปิดปิด ตามภาพ

handfree bra, การปั๊มนม
วิธีการทำเสื้อชั้นในให้นมธรรมดากลายเป็น Handfree ปั๊มนม

วิธีการทำ hand-free bra คือ

เปิดกระดุมออก แล้วนำกรวยปั้มมาสอดที่ใต้ขอบเสื้อชั้นใน โดยให้ขอบเสื้อในพาดอยู่ที่คอของกรวยปั้ม

แล้ววางทาบที่เต้านม จากนั้นก็ใช้เสื้อในที่ปลดกระดุมออกในข้างเดียวกัน จับอ้อมลงไปข้างล่าง และติดกระดุมล็อค

ทำอีกข้าง ในขั้นตอนเดียวกัน ตามคลิป เป็นอันเสร็จ

ส่วนอีกวิธีหนึ่งสาธิต โดยใช้เสื้อในให้นมแบบมีกระดุมปลดตรงกลางและมีตะขอเปิดด้านบน

handfree bra, การปั๊มนม
วิธีการทำเสื้อชั้นในให้นมธรรมดากลายเป็น Handfree ปั๊มนม

วิธีการทำ hand-free bra แบบที่ 2 คือ

ปลดตะขอที่ใช้ปิดด้านบนลงมา โดยไม่ต้องปลดกระดุมตรงกลางออก

ดึงสายเสื้อชั้นในยื่นออกมา จากนั้นนำกรวยปั้มมาอ้อมเกี่ยวที่สายดึงโค้งออกมาแล้ววางกรวยปั้มที่เต้านม

แล้วหยิบปลายตะขอที่ปลดออกไปขึ้นมาเกี่ยวที่เดิม ก็จะช่วยล็อกกรวยปั้มได้

ทำเหมือนกันทั้งสองข้าง

hand-free bra
เชือกเป็นตัวช่วยอย่างดีสำหรับเสื้อชั้นในแบบสปอตบรา

 

handfree bra, สปอตบรา, ปั๊มนม
เสื้อชั้นในแบบสปอตก็สามารถ D.I.Y ให้กลายเป็น Handfree ปั๊มนมได้่

และแบบที่สาม เป็นเสื้อชั้นในแบบไม่มีโครง ไม่มีกระดุม และไม่มีตะขอ หรือแบบสปอตบรานั้นเอง โดยวิธีนี้จะมีตัวช่วยเป็นเชือก อาจใช้เชือกรองเท้า หรือเชือกสายกางเกงก็ได้

วิธีการทำ hand-free bra แบบที่ 3 คือ

นำกรวยปั้มทั้งสองอันมาสอดใส่เข้าไปในบราที่เต้านมทั้งสองข้าง จากนั้นก็นำเชือกที่เตรียมไว้มาสอดใต้กรวยปั้มทั้งสองแล้วคล้องขึ้นไปมัดไว้กับคอของคุณแม่ เป็นอันเสร็จ

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ กับการ D.I.Y สาธิตวิธีการทำเสื้อชั้นในให้นมธรรมดา ให้กลาย Handfree ปั๊มนม ง่ายมากๆเลยใช่ไหมล่ะค่ะ คุณแม่ๆทั้งหลายก็สามารถนำวิธีนี้ไปใช้ได้ แถมยังช่วยประหยัดค่า hand-free bra แบบเฉพาะที่แสนแพงอีกด้วย


ขอบคุณคลิปวีดีโอดีๆจาก : กลุ่ม คุณแม่นักปั๊ม ทำทุกอย่างเพื่อลูก  และ คุณแม่กาย เฮีย ซันนี่

พยาบาลใจดีรับเด็กป่วยแรกเกิดเป็นลูกบุญธรรม

บางครั้งโชคชะตาก็ชักนำให้ผู้คนมาเกี่ยวข้องจนกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน เช่นเรื่องราวของแอมเบอร์ บอยด์ พยาบาลแผนกเด็กจากโรงพยาบาลประจำมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโก กับนิโคลผู้ป่วยเด็กซึ่งมีภาวะความพิการโดยกำเนิด

หนูน้อยนิโคลมีภาวะความพิการโดยกำเนิดของผนังหน้าท้อง(Omphalocele) ตั้งแต่แรกคลอดเมื่อปี พ.ศ.2555 และใช้เวลาในช่วงขวบปีแรกในโรงพยาบาล เนื่องจากพ่อแม่ของเธอไม่สามารถให้การดูแลที่บ้านได้อย่างเหมาะสม จนกระทั่งนิโคลถูกย้ายจากห้องอภิบาลทารกแรกเกิด (Neonatal Intensive Care Unit -NICU) มายังแผนกผู้ป่วยเด็กที่แอมเบอร์ทำงานอยู่เด็กป่วยแรกเกิด

“การเป็นพยาบาลทำให้บางครั้งเราก็รู้สึกผูกพันกับคนไข้นะคะ แต่ฉันไม่เคยรู้สึกผูกพันกับใครมาเท่าเด็กคนนี้”แอมเบอร์ให้สัมภาษณ์ “เธออยู่ตัวคนเดียวและป่วยหนักมาก ฉันรู้สึกถึงสัญชาติญาณความเป็นแม่ของตัวเอง แล้วก็คิดว่าความผูกพันนี้คงมีความหมายบางอย่าง”

นิโคลต้องการการดูแลแบบห้องฉุกเฉิน (ICU Care) จากผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ที่บ้าน แอมเบอร์จึงตัดสินใจรับผู้ป่วยตัวน้อยเป็นบุตรบุญธรรม และเทย์เลอร์บอยด์ สามีของเธอก็เห็นด้วยกับภรรยา ทั้งคู่จึงยื่นเรื่องขอรับเลี้ยงดูนิโคลตอนนี้หนูน้อยอยู่กับครอบครัวใหม่มาหนึ่งปีครึ่งแล้ว และทุกอย่างไปได้สวย

“แกกล้าหาญและเป็นนักสู้ค่ะ”แอมเบอร์เล่า “แกมีความสุขอยู่เสมอ น้อยมากที่จะเห็นแกอารมณ์เสีย แกยิ้มรับทุกสิ่งและต่อสู้เพื่อต่อไป”

            ที่มา abcnews.go.com
เรื่อง : พิมพ์ภัทร
ภาพ : Shutterstock

Tags

อาหารเสริมของเด็กแพ้นมวัว

กรมอนามัยเตือน พ่อแม่ต้องคุมอาหารลูก หวั่นโรคอ้วน

ช่วงปิดเทอมมักเป็นช่วงที่พฤติกรรมการกินของเด็กหลายคนเปลี่ยนไป กินขนม ดื่มน้ำหวาน จนทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาล, ไขมัน และโซเดียมสูงเกินความต้องการ เรื่องนี้เป็นปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลย

กรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขได้รายงานข้อมูลการเฝ้าระวังติดตามการเจริญเติบโตในเด็กนักเรียนอายุ 6 – 18 ปี จำนวน 2,546,714 คนจากทั่วประเทศ พบว่า มีเด็กที่มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนมากถึง 242,900 คน คิดเป็นร้อยละ 9.5ส่งผลให้มีสติปัญญาด้อย เรียนรู้ช้า ภูมิต้านทานโรคต่ำ ติดเชื้อได้ง่าย รวมทั้งเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ.ณัฐพร วงษ์ศุทธิภากร รองอธิบดีกรมอนามัย แนะนำว่า พ่อแม่ผู้ปกครองควรมีส่วนช่วยในการจัดเตรียมอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของลูก โดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการที่เด็กจะได้รับ ใน 1 วัน เด็กควรได้รับพลังงาน 1,600 กิโลแคลอรี กินอาหารให้ตรงเวลา ไม่กินจุบจิบ กินอาหารแต่ละประเภทอย่างพอดี รวมถึงส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ และละสายตาจากหน้าจอบ้าง

            ที่มา www.dailynews.co.th
เรื่อง : พิมพ์ภัทร
ภาพ : Shutterstock

อมยิ้มกินแล้วฟันไม่ผุ จากไอเดียหนูน้อยวัย 7 ขวบ

เมื่อ 3 ปีก่อน หนูน้อยอลินา มอรส์ ในวัย 7 ขวบเกิดความคิดอยากจะผลิตอมยิ้อมยิ้มฟันไม่ผุมที่ดีต่อสุขภาพปากและฟันขึ้นมา เธอจึงปรึกษากับคุณพ่อ รวมถึงทันตแพทย์ประจำตัว และเริ่มต้นหาข้อมูลเพื่อคิดค้นอมยิ้มสูตรใหม่ จนกระทั่งได้อมยิ้มซึ่งทำจากไซลิทอล (Xylitol) และอีรีทรีทอล(Erythritol) น้ำตาลและสารให้ความหวานที่ช่วยยับยั้งฟันผุ

อลินาทดลองให้เพื่อนๆ ชิมจนได้สูตรอมยิ้มใหม่และได้เงินลงทุนจากคุณตาคุณยายมาเริ่มต้นบริษัทอมยิ้มเล็กๆ ชื่อ Zollipopsขายในเวบไซต์Amazon.com ปัจจุบันผ่านไป 3 ปี อลินาอายุ 10 ขวบ และบริษัทของเธอทำเงินได้ถึง 70,000 ดอลล่าห์ (ราว 210,00 บาท)

ข้อมูลจาก www.washingtonpost.com

Tags

อยากให้ลูกฉลาด, สร้างเสริมนิสัยรักการอ่าน

อยากให้ลูกฉลาด ต้องอ่านหนังสือให้ลูกฟัง

อยากให้ลูกฉลาด เริ่มได้ตั้งแต่ลูกแรกเกิด ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่อ่านหนังสือให้ลูกฟัง อยากให้ลูกฉลาด นอกเหนือจากการให้ลูกกินอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมด้านต่างๆ ทั้งร้องเพลง ออกกำลังกาย เล่นอย่างอิสระแล้ว การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง หรือให้ลูกดูภาพประกอบในหนังสือ จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านสมองของลูกได้ดี

อยากให้ลูกฉลาด ควรเริ่มอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่ตอนไหน?

งานวิจัยด้านพัฒนาการทางสติปัญญาและภาษาแสดงว่า การอ่านเขียนของเด็กปฐมวัยเป็นพัฒนาการที่ต่อเนื่องเริ่มตั้งแต่วัยทารก เริ่มจากการที่พ่อแม่ชวนให้เด็กๆ ดูรูปภาพในหนังสือ อ่านหนังสือให้ฟัง การอ่านหนังสือและเล่านิทานให้ลูกวัยต่ำกว่า 3 ขวบฟัง

ประโยชน์ของการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง

  • ช่วยพัฒนาทักษะทางภาษา
  • ส่งเสริมทักษะการฟัง
  • กระตุ้นจินตนาการและความคิดรวบยอด
  • เพิ่มพูนประสบการณ์
  • เป็นแบบอย่างที่ดีในการเรียนรู้ผ่านการอ่าน
  • ลูกได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดู ดีต่อพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ของเด็ก

ขณะฟังนิทาน เซลล์สมองจะมีการแขนงของเส้นใยประสาท ยิ่งเส้นใยสมองเพิ่มขึ้นมาก เด็กจะยิ่งฉลาดมาก การอ่านทำให้มีการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น ทางตา ทางหู การจับสัมผัส เป็นการฝึกการใช้จินตนาการ เพราะเมื่อฟังแล้วมีการคิดตามสิ่งที่ได้ยิน เป็นการฝึกมโนภาพ นอกจากนี้ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูกๆ ได้เป็นอย่างดี และ เมื่อโตขึ้นจะได้เป็นคนที่มีนิสัยรักการอ่าน

อ่าน 15 นาทีทุกวัน

อ่านต่อ เทคนิคการเลือกหนังสือสำหรับเด็กเล็ก คลิกหน้า 2

ควันพิษ

นักวิจัยเตือน! แม่ท้องรับควันพิษมาก… อาจส่งผลต่อสมองและอารมณ์ของลูก

ควันพิษ ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่อันตรายต่อแม่ท้องและลูกน้อย ซึ่งหากคุณแม่ได้รับควันพิษจากท่อไอเสียของรถรยต์มากเกินไป ก็อาจส่งผลร้ายไปถึงอารมณ์ของลูกในท้องเมื่อคลอดออกมาแล้ว!!

Continue reading “นักวิจัยเตือน! แม่ท้องรับควันพิษมาก… อาจส่งผลต่อสมองและอารมณ์ของลูก”

ข้อคิดจากการ “เดินไปโรงเรียน” ของเด็กญี่ปุ่น

 

เรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับกระเป๋านักเรียนแสนหนัก กับการเดินไปโรงเรียนของเด็กญี่ปุ่น นั้นสามารถให้แง่คิดดีๆ จนคุณพ่อท่านหนึ่งนำมาแบ่งปันผ่านเว็บไซต์ pantip ถึงการเดินไปโรงเรียนของลูก

 

เด็กญี่ปุ่น

ผู้ปกครองต้องช่วยจัดกระเป๋านักเรียนของลูก

หากท่านเคยดูการ์ตูนประจำชาติของญี่ปุ่นอย่างโดราเอม่อนจะเห็นว่านักเรียนทุกคนต้องสะพายกระเป๋านักเรียนทรงญี่ปุ่นที่หน้าตาเหมือนกัน ซึ่งปัจจุบันก็ยังนิยมทรงดังกล่าวอยู่ และคุณครูจะซีเรียสมากว่ากระเป๋านักเรียนของเด็กนักเรียนจะต้องเรียบร้อย บรรจุไปด้วยสมุด และกล่องดินสอที่มีดินสอเหลาไว้พร้อมใช้งาน และต้องมีเสื้อกันฝน สมุด หนังสือเรียนตามตารางเรียน

เด็กญี่ปุ่น

กระเป๋าของนักเรียน ป.1 ในญี่ปุ่นหนักราว 5 กิโลกรัม

นอกจากกระเป๋าดินสอ สมุด หนังสือ ของใช้อื่นๆ ที่จำเป็นอย่างเช่น ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า กระดาษทิชชู่ ชุดพละ ก็ต้องห้อยไว้ข้างๆ นอกกระเป๋า โดยเล่ากันว่าครูชั้น ป.1 จะไม่เหมือนกับครูอนาล จะเข้มงวดมาก หากพ่อแม่ไม่สนใจกำกับให้ลูกจัดกระเป๋าไปโรงเรียนอย่างสมบูรณ์แล้วครูจะโกรธมาก ซึ่งจะมากล่าวตักเตือนคุณพ่อคุณแม่โดยตรง

เด็กญี่ปุ่น

เด็กญี่ปุ่น 6 ขวบ ต้องข้ามถนนเป็น

เด็กวัยประถม จะต้องเรียนรู้เรื่องสัญญาณจราจร กฏระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการจราจร และที่สำคัญจะต้องข้ามถนนเป็นตั้งแต่ 6 ขวบ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานการใช้ชีวิตที่สำคัญ และเมื่อมีรถหยุดให้จะต้องรู้จักขอบคุณคนขับรถ และขอบคุณคุณตำรวจ การขอบคุณทำให้คนที่หยุดรู้สึกดี ซึ่งมีผลให้ครั้งหน้าเขาจะหยุดรถให้อีก และเห็นใจคนข้ามถนน และเด็กน้อยจะต้องยกมือขึ้นเมื่อข้ามถนน เพราะการยกมือจะทำให้คนขับเห็นพอดีชัดเจน เนื่องจากมีความสูงที่เพิ่มขึ้น

อ่านเรื่อง “ข้อคิดจากการ “เดินไปโรงเรียน” ของเด็กญี่ปุ่น ” คลิกหน้า 2

Birth control ความเข้าใจผิด และถูกเรื่องการคุมกำเนิด

เมื่อคุณพ่อ คุณแม่มีลูกน้อยให้ชื่นชมเพียงพอต่อความต้องการแล้ว ก็ถึงเวลาของการคุมกำเนิด (Birth control) เพื่อที่จะไม่ต้องมีการให้กำเนิดลูกน้อยเพิ่มขึ้นมากจนเกินความต้องการ หน้าที่ของการคุมกำเนิด ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของฝ่ายหญิงแต่เพียงผู้เดียว แต่ผู้ชายก็ต้องคุมกำเนิดด้วยเช่นกัน

Continue reading “Birth control ความเข้าใจผิด และถูกเรื่องการคุมกำเนิด”

11 ขวบ

สาวน้อยวัย 11 ขวบ เซ็นสัญญาขายน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งให้บริษัทยักษ์ใหญ่

หลายคนเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ยังอายุน้อย แต่จะมีกี่คนที่ประสบความสำเร็จเท่ากับมิเคล่าโอลเมอร์เด็กนักเรียนชั้นประถมวัย 11 ขวบจากรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา

มิเคล่าเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ด้วยการขายน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งสูตรลับของคุณยาย ในชื่อ BeeSweet Lemonade ในงานท้องถิ่นของเมืองออสตินและบริจาครายได้ส่วนหนึ่งเพื่อองค์กรที่ดูแลประชากรผึ้ง แล้วธุรกิจของเธอจะเข้าตาผู้ผลิตรายการ Shark Tankเรียลลิตี้ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเสนอแผนธุรกิจของตนเพื่อขอระดมทุนเพิ่มจากนักลงทุน

หลังจากประสบความสำเร็จชนะใจกรรมการจนคว้ารางวัลเงินลงทุนมูลค่า 60,000 ดอลล่าห์ (ราว 180,000 บาท) จากรายการได้แล้ว หนูน้อยมิเคล่ายังได้เซ็นสัญญากับบริษัทWhole Foodsเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตที่เน้นขายสินค้าธรรมชาติและอาหารออแกนิคสัญญาฉบับนี้มีมูลค่าหลายล้านบาท และน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งBeeSweetของเธอก็จะถูกวางจำหน่ายใน 5 รัฐ คือ เท็กซัส, โอกลาโฮมา, อาร์คันซอ, หลุยซ์เซียน่า และนิวยอร์ก ทำให้มิเคล่ากลายเป็นเศรษฐีนีตัวน้อยๆ ไปเลยทีเดียว

ข้อมูลจาก www.today.com
เรื่อง : พิมพ์ภัทร
ภาพ : Shutterstock

พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว

พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวชาวลอนดอน ขอสวัสดิการดูแลเด็ก

การเลี้ยงลูกคนเดียวในเมืองใหญ่อย่างลอนดอนเป็นภาระหนักที่ทำให้คุณแม่(รวมถึงคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว) หลายคนต้องประสบปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง โดยเฉพาะหากจะฝากลูกไว้กับสถานรับเลี้ยงเด็กเพื่อกลับไปทำงานเต็มเวลายิ่งต้องเสียค่าบริการสูงมาก

ล่าสุดมูลนิธิจิงเจอร์เบรดเพื่อพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวของอังกฤษ ได้นำเสนอประเด็นนี้ต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองลอนดอน เพื่อให้ภาครัฐช่วยเหลือสวัสดิการด้านการดูแลเด็กสำหรับพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว เนื่องจากอัตราค่าบริการสถานรับเลี้ยงเด็กนั้นสูงจนคุณแม่หลายคนไม่สามารถนำลูกไปฝากเลี้ยงเต็มเวลาได้ และทำให้พวกเธอเสียโอกาสในการหางานประจำ

มิล่า คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งจากแอนฟิลด์ให้สัมภาษณ์ว่า “ถ้าฉันกลับไปทำงานประจำ ฉันจะต้องจ่ายค่าจ้างเลี้ยงลูกเต็มเวลาประมาณ 1,580 ปอนด์ต่อเดือน(ราว79,000 บาท) ตอนนี้ฉันจึงทำงานได้เพียงสัปดาห์ละ 2 วัน และได้ค่าจ้างในอัตรางานพาร์ทไทม์เท่านั้นค่ะ”

ผลการสำรวจของจิงเจอร์เบรดระบุว่า ในลอนดอนมีครอบครัวเลี้ยงเดียวกว่า 320,000 ครอบครัวที่กำลังประสบปัญหาด้านการเงิน เพราะกว่าครึ่งของรายได้ต้องหมดไปกับค่าฝากเลี้ยงลูก และพวกเขาก็ต้องอาศัยหยิบยืมเงินจากคนในครอบครัว, เพื่อน หรือกู้เงินเพื่อประคองตัวไปเรื่อยๆ

ข้อมูลจาก www.theguardian.com

เรื่อง : พิมพ์ภัทร
ภาพ : Shutterstock

ขี้โมโห

ผลการศึกษาชี้ เด็กเล็กจำได้ว่าใคร ‘ขี้โมโห’

พ่อแม่อาจคิดว่าเด็กทารกจำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ผลวิจัยล่าสุดจากสถาบันเพื่อการเรียนรู้และสมอง มหาวิทยาลัยวอชิงตันชี้ว่า เด็กเล็กสามารถจดจำความโกรธของผู้ใหญ่และจะตัดสินทันทีว่าผู้ใหญ่คนไหนมีแนวโน้มจะเป็นคนโกรธง่าย

เด็กเข้าใจว่าใคร ขี้โมโห

ทีมนักวิจัยได้ทำการศึกษาเด็กทารกวัย 15 เดือนหลายร้อยคน โดยศึกษาพฤติกรรมตอบสนองของเด็กเมื่อเห็นผู้ใหญ่ที่ไม่คุ้นเคยทำท่าทางโกรธใส่ผู้ใหญ่คนอื่น พบว่าหลังจากนั้นเด็กๆ จะระมัดระวังตัวและสังเกตลักษณะอาการของผู้ใหญ่ที่เป็นฝ่ายโกรธมากเป็นพิเศษ รวมถึงพยายามไม่ทำตัวเป็นเป้าความโกรธด้วย

“ถึงแม้จะยังอายุน้อย แต่พวกเด็กๆ ก็เรียนรู้ที่จะปลอดภัยไว้ก่อนแล้วค่ะ”เบตตี้เรปาโชลี หนึ่งในทีมวิจัยกล่าว

รู้อย่างนี้คุณพ่อคุณแม่และผู้ใหญ่รอบตัวเด็กก็คงต้องระมัดระวังตัวไม่แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาให้เด็กๆ เห็น ไม่งั้นอาจจะถูกหนูน้อยทั้งหลายตัดสินว่าเป็นคนขี้โมโหจนพานกลัวไปก็ได้

ข้อมูลจาก www.sciencedaily.com

เรื่อง : พิมพ์ภัทร
ภาพ : Shutterstock

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA โรคทางพันธุกรรม ที่ต้องรู้จัก! ก่อนคิดมีลูก

ปัจจุบันมีหลายครอบครัวที่คนในบ้านเป็น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA  และต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคให้มากขึ้น ทาง Amarin baby & kids จึงนำข้อมูลจากซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากและวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับครอบครัวที่มีความเสี่ยงกับโรคนี้

 

SMA (Spinal Muscular Atrophy) หรือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ลักษณะอาการทั่วไปจะเริ่มจากการเสื่อมลงของกล้ามเนื้อ สามารถจำแนกผู้ป่วยโรคนี้ได้ 4 ขั้น คือประเภทของโรค ตามช่วงอายุที่เกิดโรค ความรุนแรงของโรค และอาการที่แย่ลงของกล้ามเนื้อ

สาเหตุของการเกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA

สาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA เกิดจากกล้ามเนื้อมีความผิดปกติในกลุ่มผู้ป่วยเด็ก มีหลายสาเหตุ ทั้งที่เกิดจากพันธุกรรมและไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม อีกทั้งยังเกิดกับเด็กเล็กจนถึงเด็กโตช่วงวัยรุ่น เรามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมของสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคดังนี้

พันธุกรรม โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ที่เกิดจากพันธุกรรมจะมีรูปแบบความผิดปกติและการถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่หลากหลาย โรคพันธุกรรมในเด็ก เมื่อคุณแม่หรือคุณพ่อมียีนที่ผิดปกติลูกก็สามารถเกิดโรคได้ เช่น เกิดจากการถ่ายทอดพันธุกรรมด้อยของพ่อและแม่มาสู่ลูก หรือโรคที่เกิดจากแม่เท่านั้นมาสู่ลูก เป็นต้น

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง กรรมพันธุ์
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อคุณแม่หรือคุณพ่อมียีนที่ผิดปกติลูกก็สามารถเกิดโรค

การติดเชื้อ พบเจอได้บ้าง อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสโดยตรงหรือหลังการติดเชื้อไวรัส เช่นเดียวกับเวลาผู้ใหญ่ป่วย ไม่สบายเป็นไข้หวัดใหญ่ มักมีอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวอ่อนเพลีย สำหรับเด็กๆ เองภูมิต้านทานโรคต่ำกว่าผู้ใหญ่ พอเชื้อโรคกระจายสู่ร่างกาย จึงเกิดการอักเสบของกล้ามเนื้อ และอาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง มักเกิดจากการติดเชื้อทางระบบทางเดินหายใจเป็นส่วนใหญ่ หรือระบบทางเดินอาหารก็ได้

การอักเสบ ตัวเลขการเกิดพบได้ไม่มาก แต่ก็เป็นสาเหตุทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรืออาจพบร่วมกับความผิดปกติอื่นๆ เช่น การอักเสบตามข้อมือ ข้อเข่าจากโรครูมาตอยด์, เกิดการอักเสบที่ไต เช่น ในโรคเอสแอลอี (โรคพุ่มพวง) ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เป็น ที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายไปทำร้ายอวัยวะนั้นๆ

นอกจากนี้แล้ว โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงยังอาจเกิดจากการใช้ยาหรือสารเคมีบางชนิด แต่พบไม่บ่อยเท่ากับผู้ป่วยในกลุ่มผู้ใหญ่ เนื่องจากการใช้ยาหรือสารเคมีบางชนิด ไม่ควรใช้โดยไม่จำเป็น ที่สำคัญคือ ต้องอยู่ในการดูแลของคุณหมอนั่นเอง

สำหรับคุณแม่ที่มีลูกน้อยมีพัฒนาการที่ช้ากว่าวัย แล้วสงสัยว่ารู้ของเรากำลังป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA อยู่หรือไม่…สัญญาณเตือนหากลูกน้อยกำลังประสบปัญหากับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

อ่านต่อ >> “สัญญาณเตือนหากลูกน้อยกำลังประสบปัญหากับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

11 ขวบ

สาวน้อยวัย 11 ขวบ เซ็นสัญญาขายน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งให้บริษัทยักษ์ใหญ่

หลายคนเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ยังอายุน้อย แต่จะมีกี่คนที่ประสบความสำเร็จเท่ากับมิเคล่าโอลเมอร์เด็กนักเรียนชั้นประถมวัย 11 ขวบ จากรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา

หนูน้อยวัย 11 ขวบ ขายน้ำมะนาวสูตรลับของคุณยาย

มิเคล่าเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ด้วยการขายน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งสูตรลับของคุณยาย ในชื่อ BeeSweet Lemonade ในงานท้องถิ่นของเมืองออสตินและบริจาครายได้ส่วนหนึ่งเพื่อองค์กรที่ดูแลประชากรผึ้ง แล้วธุรกิจของเธอจะเข้าตาผู้ผลิตรายการ Shark Tankเรียลลิตี้ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเสนอแผนธุรกิจของตนเพื่อขอระดมทุนเพิ่มจากนักลงทุน

หลังจากประสบความสำเร็จชนะใจกรรมการจนคว้ารางวัลเงินลงทุนมูลค่า 60,000 ดอลล่าห์ (ราว 180,000 บาท) จากรายการได้แล้ว หนูน้อยมิเคล่ายังได้เซ็นสัญญากับบริษัทWhole Foodsเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตที่เน้นขายสินค้าธรรมชาติและอาหารออแกนิคสัญญาฉบับนี้มีมูลค่าหลายล้านบาท และน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งBeeSweetของเธอก็จะถูกวางจำหน่ายใน 5 รัฐ คือ เท็กซัส, โอกลาโฮมา, อาร์คันซอ, หลุยซ์เซียน่า และนิวยอร์ก ทำให้มิเคล่ากลายเป็นเศรษฐีนีตัวน้อยๆ ไปเลยทีเดียว

ข้อมูลจาก www.today.com

เรื่อง : พิมพ์ภัทร
ภาพ : Shutterstock

Tags

ลูกติดขวด ติดหวาน ทำให้ฟันผุ

ฝึกลูก ” เลิกขวดนม ” ง่ายๆ ภายใน 1 ขวบ!! ป้องกันฟันผุ

เห็นลูกกินนมได้แม่ก็ดีใจ แต่กินจนหลับคาขวดนมบ่อยๆ กินนมจากขวดนมตลอดเวลา รวมถึงชื่นชอบเครื่องดื่มรสหวานแม่ก็กลัวว่าจะทำให้ฟันน้ำนมของลูกที่กำลังขึ้นมีปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอน เรามาฝึกให้ลูกเลิกขวดนมภายใน 1 ขวบ  และหันมาฝึกให้ลูกกินนมเป็นเวลา ด้วยการให้หันมากินนมจากแก้ว หรือใช้หลอดดูดดีกว่า การฝึกให้ลูกเลิกขวดนมนั้นอย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเรื่องยาก พ่อแม่สามารถฝึกลูกได้ค่ะ 

ลูกดูดขวดผิดวิธี

  • ลูกเดินถือขวดนมไปทั่ว ดูดคาปากตลอดเวลา  นม 1 ขวดกินทั้งวัน
  • ใช้ขวดนมเป็นเครื่องมือให้ลูกหยุดร้องไห้ เลิกงอแง ฯลฯ
  • ใช้ขวดนมกล่อมลูกให้หลับ ถ้าไม่มีขวดนมหลับเองไม่ได้เลย
  • ให้ลูกดูดขวดต่อเนื่องจนโต 3-4 ขวบก็ยังดูดขวด
เลิกขวดนม, ติดขวดนม, ฟันผุ
ฝึกลูกเลิกดูดขวดนมเมื่ออายุครบ 1 ขวบ เพื่อป้องกันฟันผุ

ขอบคุณภาพประกอบ : theguardian.com

ลูกดูดขวดถูกวิธี

  • ให้กินเป็นมื้อ หมดมื้อเก็บขวด ไม่ให้ถือติดมือตลอด
  • ใช้ขวดนมเท่าที่จำเป็น เมื่อลูก 1 ขวบเริ่มฝึกลูกหย่าขวดได้เลย

เริ่มให้ลูกดูดนมจากหลอด

เมื่อลูกอายุได้ 5 – 8 เดือน เขาสามารถนั่งเองได้แล้ว ฝึกให้ลูกดื่มน้ำจากแก้วหรือใช้หลอดได้ คุณหมอจากเพจฟันน้ำนม แนะนำว่าการฝึกลูกดูดนมจากหลอดง่ายกว่าฝึกดื่มจากแก้ว เริ่มจาก…

1. ป้อนจากหลอด โดยปล่อยน้ำผ่านหลอดเข้าปากเขาเลย

2. พอลูกเคยชินค่อยๆ เลื่อนหลอดลงมาต่ำ ใช้มือปิดปลายหลอดเพื่อให้เขาออกแรงดูด

3. ฝึกไปเรื่อยๆ จนลูกสามารถดูดหลอดได้เอง ทีนี้ก็ให้เขาถือขวดที่มีหลอดนั่งดูดนมดูดน้ำเองได้เลย

4. ช่วงแรกที่ฝึกดูดหลอด อาจมีสำลักบ้างให้พักไว้ก่อนแล้วลองใหม่ หรือเปลี่ยนขนาดหลอดให้เล็กลง (เช่น หลอดยาคูลท์)ทำไปเรื่อยๆ 2-3 สัปดาห์ก็ดูดได้แล้ว

นอกจากนี้ปัญหาที่ทำให้ลุกฟันผุได้ง่ายที่มาพร้อมกับการติดขวด คือ เครื่องดื่มรสหวาน  เช่น นมหวาน นมช็อคโกแลต นมโกโก้ นมเปรี้ยว นมถั่วเหลืองรสหวาน นมน้ำผึ้ง น้ำอัดลม น้ำผลไม้บรรจุขวด ฯลฯ บางครั้งพ่อแม่ใส่เครื่องดื่มรสหวานให้ลูกกินในขวดเลย ทำให้เด็กมีปัญหาฟันผุลุกลาม ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้ที่ขายทั่วไปมีส่วนผสมของน้ำตาลปริมาณมาก หากต้องการให้ลูกดื่ม ควรให้ดื่มแต่น้อยพอชื่นใจ และหมดในมื้อเดียวค่ะ การใส่ขวดให้ลูกดื่ม หรือปล่อยให้นอนหลับคาขวดทั้งคืนเสี่ยงฟันผุมากๆ ค่ะ

ดูดขวดนมค้าง, เครื่องดื่มรสหวาน, ฟันผุ
ดูดขวดนมใส่นมถั่วเหลืองรสหวานค้างไว้ทั้งคืน ทำให้ฟันผุ : ขอบคุณเรื่องและรูปภาพจากเพจฟันน้ำนม และ ทพญ.วราภา เหรียญพิทักษ์กุล

การป้องกันฟันผุจากขวดนม ทุกครั้งหลังจากที่ให้นมเด็กเสร็จแล้ว ใช้ผ้า หรือผ้าก็อซที่สะอาดชุบน้ำหมาดๆ เช็ดบริเวณเหงือก เพดาน และกระพุ้งแก้มของเด็กให้ทั่วทั้งปาก เมื่อเด็กฟันขึ้นเริ่มแปรงฟันให้เด็กทันทีที่ฟันน้ำนมซี่แรกขึ้นมาด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์  โดยใช้ยาสีฟันในปริมาณเล็กน้อย แตะปลายขนแปรงพอชื้นเท่านั้น ร่วมกับการทำความสะอาดและนวดเหงือกให้เด็กในบริเวณที่ฟันยังไม่ขึ้น เริ่มใช้ไหมขัดฟันให้เด็ก

เมื่อเด็กมีฟันน้ำนมขึ้นครบทั้ง 20 ซี่แล้ว ไม่ให้เด็กหลับในขณะที่ยังมีขวดนม หรือขวดน้ำผลไม้ หรือน้ำหวานอื่นๆ อยู่ในปาก ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องให้เด็กดูดขวดนมในระหว่างมื้อนม ให้ใส่น้ำเปล่าลงในขวดให้เด็กใช้ดูดแทน ไม่ควรใส่ของเหลวที่มีรสหวานลงในขวดนม หลีกเลี่ยงการใช้ขวดนมไปบรรจุของเหลวที่มีน้ำตาล หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่นม ให้เด็กเล็กเลิกกินนมขวด เมื่อมีอายุ 1 ปี และให้เด็กดื่มนมจากแก้ว  ปรึกษาทันตแพทย์ถึงวิธีการใช้ฟลูออไรด์ที่เหมาะสมในการป้องกันฟันผุ โดยพาเด็กไปพบทันตแพทย์เมื่อเด็กมีอายุครบ 1 ปี แต่ถ้าคิดว่าเด็กมีปัญหาเกี่ยวกับฟันหรือช่องปาก ให้รีบพาเด็กไปพบทันตแพทย์ให้เร็วที่สุด

ถ้าเด็กสูญเสียฟันน้ำนมไปก่อนเวลาอันควร ฟันน้ำนมซี่อื่นที่อยู่ข้างๆ ช่องว่างที่ถูกถอนก็จะเคลื่อนที่เข้ามาสู่ช่องว่างนั้น เป็นผลให้ฟันแท้ที่จะขึ้นมามีเนื้อที่ไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กมีฟันเกเมื่อโตขึ้น


เครดิต :  เพจฟันน้ำนม , anamai.moph.go.th

น้ำอัดลมอันตราย

น้ำอัดลมอันตราย ทำร้ายกระเพาะและลำไส้ลูกน้อย

จากประสบการณ์คุณแม่ที่พาลูกน้อยไปเที่ยว แล้วคุณย่าก็ให้ดื่มน้ำอัดลม (Soft drink) จนเกือบหมดขวด ระหว่างที่คุณแม่เดินแยกออกไปซื้อของ กลับมาพบลูกดื่มน้ำอัดลมจึงรีบดึงออก ลูกน้อยก็ร้องไห้ ดิ้นไปมา หลังจากนั้น 3 วันต่อมา คุณแม่ให้ลูกดื่มนม 6 ออนซ์ แล้วเกิดอาเจียน น้ำอัดลมอันตราย

Continue reading “น้ำอัดลมอันตราย ทำร้ายกระเพาะและลำไส้ลูกน้อย”

อยู่กับเพื่อน 4 ขาอย่างไร ให้ปลอดภัยกับลูกวัยซน

เราจะเลี้ยงสุนัขร่วมกันกับเด็กได้ไหม? เลี้ยงสุนัขในบ้านที่มีเด็กจะทำให้เด็กป่วยได้หรือเปล่า?…เป็นคำถามที่หลาย ๆ คนมักสงสัยกันว่า หากในบ้านของเรามีเด็กทารกหรือเด็กเล็กนั้นจะสามารถเลี้ยงให้อยู่ร่วมกันภายในบ้านได้หรือไม่ แล้วสุนัขจะแพร่เชื้อโรคให้เด็กป่วยได้ไหม… ซึ่งขอตอบเลยค่ะว่า เราสามารถเลี้ยงสุนัขให้อยู่ร่วมกันกับเด็กได้ เพียงแต่เราจะต้องดูแลทั้งเด็กและสุนัขให้สะอาดอยู่ตลอดเวลาเพื่อสุขอนามัยที่ดี ควรให้อยู่ในสายตาอย่างใกล้ชิด และจัดเตรียมโซนพื้นที่ต่างๆในบ้านให้เหมาะสม ก็สามารถให้เพื่อน 4 ขาอาศัยอยู่ร่วมกับลูกน้อยในบ้านหลังเดียวกันได้แล้ว

เลี้ยงสุนัขร่วมกันกับเด็กได้ไหม
ดูแลทั้งเด็กและสุนัขให้สะอาดอยู่ตลอดเวลา เพื่อสุขอนามัยที่ดี

การเลี้ยงสัตว์ในบ้านกับลูกวัยซน

ลูกน้อยวัยซนคือเด็กที่อยู่ในช่วงอายุ 6 ปีขึ้นไป ซึ่งวัยนี้จะมีทักษะทางสังคมเพิ่มมากขึ้น เป็นวัยที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มีความสุขกับการได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ชอบเล่นโลดโผน ชอบการมีส่วนร่วม มีเหตุผล รู้จักการปฏิเสธและยอมรับ ฉะนั้นจึงควรหากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เด็กๆและสุนัขทำร่วมกัน เช่น

  • กิจกรรมต่าง ๆ ที่เด็กและสุนัขทำร่วมกัน
    การให้ลูกมีส่วนร่วมในการดูแลสุนัข เพื่อปลูกฝังการรู้จักการให้ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับสัตว์

    ให้ลูกได้มีส่วนร่วมที่จะได้ดูแลสุนัข อาจจะให้ลูกช่วยเตรียมอุปกรณ์ในการอาบน้ำให้สุนัข ช่วยเช็ดตัวสุนัขเมื่ออาบน้ำเสร็จ ช่วยเตรียมอาหารให้สุนัข (จะต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด) ก็เพื่อปลูกฝังให้ลูกรู้จักการให้ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับสัตว์ พร้อมกับบอกให้ลูกรับรู้ว่า สุนัขคือส่วนหนึ่งของสมาชิกในครอบครัว

  • กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เด็กๆและสุนัขทำร่วมกัน
    เพิ่มความสนุกสนานด้วยการให้เด็กเล่นโยนลูกบอลกับสุนัข

    นำของเล่นหรือลูกบอลหลากสีให้ลูกน้อยได้โยนให้สุนัขคาบเล่น และเมื่อสุนัขคาบของเล่นกลับมาให้ ก็สอนให้ลูกน้อยมอบขนมเพื่อเป็นรางวัลกับสุนัข พร้อมกับให้ลูกน้อยลูบหัวลูบตัวสุนัข และพูดชื่นชมสุนัขว่า “ทำดีแล้ว” “เก่งมาก”

กิจกรรมต่าง ๆ ที่เด็กและสุนัขสามารถทำร่วมกัน
การพาสุนัขไปเดินเที่ยว จะทำให้เด็กได้พบปะผู้คน ซึ่งจะช่วยฝึกการเข้าสังคม

l_7

  • พาเที่ยววิ่งเล่นท่ามกลางธรรมชาติ เช่น ช่วงวันหยุดยาวอาจพาลูกน้อยและน้องหมาของคุณไปเที่ยววิ่งเล่นตามชายหาดริมทะเล ลองหาที่พักดีๆ อย่าง บ้านแสนคราม หัวหิน หนึ่งในโครงการของแสนสิริ  ที่อนุญาตให้คุณนำสุนัขแสนรักมาพักผ่อนด้วยได้
  • bgl_2พาไปเดินเที่ยวตามสวนสาธารณะ ก็จะทำให้เด็กได้พบปะผู้คนซึ่งจะช่วยฝึกการเข้าสังคม สร้างการรับรู้ที่ดีให้กับเด็กซึ่งการทำแบบนี้นอกจากจะช่วยให้ลูกน้อยสนุกเพลิดเพลินกับการเล่น มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ยังช่วยพัฒนาการระบบประสาทการรับรู้เป็นลำดับขั้น รู้จักเหตุและผลของการกระทำ การจดจำสี ซึ่งจะทำให้ลูกน้อยมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีในอนาคตค่ะ

    หลายครอบครัวสามารถเลี้ยงลูกโดยมีสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมชายคาได้อย่างมีความสุข อันที่จริงสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่มักสามารถปรับตัวเข้ากับสมาชิกตัวน้อยได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว สัตว์เลี้ยงของคุณจะกลายเป็นเพื่อนเล่นที่ดีที่สุดของลูก และความสัมพันธ์นี้จะช่วยปลูกฝังนิสัยรักสัตว์ให้กับเด็กอีกด้วย


ขอบคุณภาพจาก : บ้านแสนคราม สนใจโทร 1685 หรือ www.sansiri.com

อาหารแม่ท้องและให้นมลูก กินอย่างไร? ไม่ให้ลูกแพ้อาหาร

หากต้องการ “ไม่ให้ลูกแพ้อาหาร” เริ่มได้ที่ “คุณแม่” แล้วแม่ๆ อย่างเราควรกินอะไรบ้าง? มาดู อาหารแม่ท้องและให้นมลูก กันค่ะ

Continue reading “อาหารแม่ท้องและให้นมลูก กินอย่างไร? ไม่ให้ลูกแพ้อาหาร”