5 วิธีสร้างความอบอุ่น และผูกพันในครอบครัว

ครอบครัวของคนไทยในปัจจุบัน มักจะมีปัญหาเรื่องความห่างเหิน เนื่องจากเทคโนโลยี และกิจวัตรประจำวันที่ต้องตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อไปทำงาน และต้องกลับบ้านมาตอนค่ำๆ คุณพ่อ คุณแม่จึงให้คนอื่นเลี้ยงดูลูกน้อยแทนในระหว่างวัน จึงต้องสร้าง ความอบอุ่นในครอบครัว ขึ้นมาแทน

Continue reading “5 วิธีสร้างความอบอุ่น และผูกพันในครอบครัว”

ภูมิแพ้ในบ้าน

9 จุดเสี่ยงภูมิแพ้ในบ้านที่ลูกน้อยควรหลีกเลี่ยง

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ และลูกน้อยที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือมีความรู้สึกไวต่อสภาพอากาศ แค่ไรฝุ่นเพียงนิดเดียวมากระตุ้น ก็ทำให้จามได้ สำหรับครอบครัวที่ยังไม่มีอาการ ก้อย่าชะล่าใจ เพราะจุดกระตุ้น ภูมิแพ้ในบ้าน มีอยู่หลายจุด คุณพ่อ คุณแม่จึงควรช่วยกันป้องกัน และหลีกเลี่ยงจุดนั้น

Continue reading “9 จุดเสี่ยงภูมิแพ้ในบ้านที่ลูกน้อยควรหลีกเลี่ยง”

30 คำถามหลังเลิกเรียน ไขปริศนา ลูกถูกเพื่อนแกล้ง หรือไม่?

เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนย่อมเป็นห่วงลูก โดยเฉพาะลูกในวัยที่เข้าเรียนแล้ว  แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า ลูกมีปัญหาที่โรงเรียน หรือ ลูกถูกเพื่อนแกล้ง หรือไม่? จะถามตรงๆ ลูกคงไม่บอก ตามมาดู 30 คำถามหลังเลิกเรียน ที่อาจจะช่วยไขปริศนาได้

รวม 30 คำถามหลังเลิกเรียน
ไขปริศนา ลูกถูกเพื่อนแกล้ง หรือไม่?

สำหรับลูกรัก ในวัยที่เริ่มไปโรงเรียนได้เจอสังคมข้างนอกเต็มตัว คุณพ่อคุณแม่ก็มักอยากรู้ความเป็นไปหรือสุขทุกข์แต่ละวันของลูก แต่บางครั้งการถาม คำถามหลังเลิกเรียน แบบตรงๆ ว่า “วันนี้ที่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้างลูก” หรือ “หนูชอบโรงเรียนไหมจ๊ะ” อาจไม่ได้คำตอบที่ถูกต้อง เพราะแม้แต่นักเรียนใหม่ตัวน้อยเองก็ยังตอบไม่ได้ หรือไม่อยากยอมรับว่า พวกเขามีปัญหาอะไร หรือ ลูกถูกเพื่อนรังแก ที่โรงเรียนหรือเปล่า?

 

เราจึงมีข้อสังเกตบางอย่างให้คุณพ่อคุณแม่ได้นำไปลองใช้ยามเด็กน้อยวัยเรียนไม่ยอมเปิดปาก จากศาสตราจารย์วอลลี่ ก็อดดาร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านชีวิตครอบครัว จากมหาวิทยาลัยอาร์คันซอ และผู้เขียนหนังสือ “The Soft-Spoken Parent”  มาฝากค่ะ

 

  • ดูความพร้อมก่อน ไม่เร่งจะดีกว่า

เพิ่งรับขึ้นรถปุ๊บก็ถามปั๊บอาจไม่ใช่จังหวะที่ดีนัก เพราะเด็กหลายๆ คนก็ยังไม่พร้อมที่จะทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ จนกว่าจะรู้สึกว่าวันนี้ได้ผ่านไปแล้ว ดังนั้น การอดใจเก็บคำถามนี้ไว้ตอนเย็น เช่น หลังอาหารเย็นหรือก่อนเข้านอนที่ทั้งลูกและคุณก็สบายใจผ่อนคลายกันแล้วหรือตอนกำลังอารมณ์ดีๆ จะเข้าท่ากว่าค่ะ

  • ชวนคุยให้ตรงประเด็น

ในวันที่ลูกดูไม่อยากพูดหรืออยากช่วยให้ลูกพูดง่ายขึ้น ควรหลีกเลี่ยงคำถามกว้างที่สุดในสามโลกอย่าง “วันนี้สนุกไหม” คำถามที่เหมาะควรเป็นคำถามแสดงความใส่ใจหรือคำถามที่ลูกรู้สึกได้ว่าพูดแล้วคุณกำลังฟังเขาแน่ๆ เช่น “วันนี้ลูกผสมสีอย่างที่เราทดลองกันวันก่อนหรือเปล่า แม่เห็นลูกชอบมากเลย แม่ก็ว่าสวยดีนะ เพื่อนๆ น่าจะได้เห็น”

  • ควบคุมอารมณ์ให้อยู่ แม้ได้รู้ข้อมูลลบ

เมื่อลูกยอมเปิดปากบอกเราแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องดีเสมอไป ดังนั้นสิ่งสำคัญยามคุยกับลูกคือการควบคุมอารมณ์และการตอบกลับของคุณ แม้แต่เมื่อคุณได้รับรู้เรื่องที่ทำให้ช็อกได้หรือเรื่องใหญ่ที่ต้องแก้ไขโดยด่วน เช่น ลูกถูกรังแก ปฏิกิริยาแรกที่แนะนำคือ แสดงความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจรับฟังลูกในสถานการณ์นั้น และต้องให้ลูกรู้ว่าคุณพร้อมจะช่วยลูกเสมอ ส่วนการแก้ปัญหาเร่งด่วนอื่นๆ ก็ค่อยว่ากันไป

ชวนลูกเล่าเรื่องที่โรงเรียน

สำหรับวิธีไขปริศนาปัญหาที่โรงเรียนของลูก ตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำคือ สังเกตจากอาการผิดปกติของลูก และหมั่นถามลูกอ้อมๆ ด้วยคำถามปลายเปิด หากเป็นกรณีปกติ ลูกจะเล่าให้คุณฟังอย่างคล่องแคล่ว เพราะเด็กวัยนี้ชอบพูดชอบคุยอยู่แล้ว แต่ถ้าเขาหงุดหงิดหรือบ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบคำถามเมื่อไร อาจหมายความว่า ลูกไม่มีความสุขจนไม่อยากพูดถึงหรือมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ

  1. วันนี้หนูเรียนอะไรบ้าง?

  2. มีอะไรสนุกๆ บ้างไหม?

  3. ตอนกลางวันหนูกินอะไรบ้าง?

  4. ตอนพักกลางวันหนูเล่นอะไร?

  5. เรื่องอะไรที่ตลกที่สุดในวันนี้?

  6. มีใครทำอะไรให้หนูประทับใจบ้าง?

  7. เรื่องดีๆ ที่หนูทำให้เพื่อนวันนี้คืออะไร?

  8. ใครทำให้หนูยิ้มบ้าง?

  9. ใครโดนครูดุบ้างวันนี้? เพราะอะไร?

  10. หนูได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ บ้าง?

  11. อาหารอะไรอร่อยที่สุดวันนี้?

  12. อะไรที่หนูคิดว่ายากที่สุดในวันนี้? (คำถามอาจช่วยเคลียร์ข้อสงสัย ลูกถูกเพื่อนแกล้ง)

  13. อะไรที่หนูคิดว่าง่ายที่สุดในวันนี้?

  14. ไปโรงเรียนวันนี้สนุกแค่ไหน? ให้คะแนนตั้งแต่ 1-10 เพราะอะไร?

  15. ถ้าให้เลือกเพื่อนหนึ่งคนเป็นคุณครูหนึ่งวัน หนูจะเลือกใคร? เพราะอะไร? (คำถามอาจช่วยเคลียร์ข้อสงสัย ลูกโดนเพื่อนแกล้ง)

  16. ถ้าพรุ่งนี้หนูได้เป็นคุณครูหนึ่งวัน หนูจะสอนอะไร? เพราะอะไร?

  17. มีใครพูดอะไรให้หนูโกรธหรือเสียใจไหม? (คำถามอาจช่วยเคลียร์ข้อสงสัย ลูกโดนเพื่อนแกล้ง)

  18. ใครคือคนที่หนูอยากคุยด้วย แต่ยังไม่ได้คุยเสียที? เพราะอะไร?

  19. เพื่อน / คุณครู คนไหนที่หนูชอบที่สุด?

  20. วันนี้คุณครูประจำชั้นใส่เสื้อสีอะไร?

  21. หนูชอบทำอะไรมากที่สุดตอนพักกลางวัน?

  22. บอกชื่อเพื่อนที่ดีที่สุดของหนูให้แม่รู้จักสัก 3 คนหน่อยสิจ๊ะ

 

  1. หนูเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับเพื่อนบ้างวันนี้?

  2. เพื่อนคนไหนในห้องที่น่ารักที่สุดในวันนี้?

  3. เพื่อนคนไหนที่ดื้อที่สุดในวันนี้? (คำถามอาจช่วยเคลียร์ข้อสงสัย ลูกโดนเพื่อนแกล้ง)

  4. มีใครเกเรไหม? (คำถามอาจช่วยเคลียร์ข้อสงสัย ลูกโดนเพื่อนแกล้ง)

  5. เรื่องอะไรที่หนูภูมิใจที่สุดในวันนี้?

  6. ถ้าสัตว์ประหลาดมาที่โรงเรียน หนูอยากให้สัตว์ประหลาดจับใครไปบ้าง? เพราะอะไร?

  7. วันนี้เพื่อนคนไหนในห้องได้รับคำชื่นชมมากที่สุด?

  8. ที่ไหนในโรงเรียนที่สนุกที่สุด?

อย่างไรก็ตาม จากทั้ง 30 คำถามหลังเลิกเรียน ไขปริศนาว่า ลูกถูกเพื่อนแกล้ง หรือ ลูกมีปัญหาที่โรงเรียน หรือไม่? นั้นไม่จำเป็นต้องถามทุกคำถามในวันเดียวกัน แต่ควรถามสลับสับเปลี่ยนกันไปเพื่อทราบความเป็นไปของลูก นอกจากนี้ การพูดคุยกับคุณครูก็ช่วยให้คุณแม่ทราบความเป็นไปของลูกที่โรงเรียนได้อีกทางหนึ่ง เพราะคุณครูอยู่กับลูกของคุณถึง 5 วันต่อสัปดาห์ พวกเขาอาจมองเห็นปัญหาที่คุณไม่มีทางรู้ เช่น การเข้ากลุ่มเพื่อน ปัญหาด้านการเรียน หรือแม้แต่เรื่องที่ลูกเล่นกีฬาไม่เก่ง ถ้าเป็นไปได้ โดยควรพูดคุยกับคุณครูหลายๆ คน ไม่เฉพาะคุณครูประจำชั้นค่ะ

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก!

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

วิธีการสอนลูกให้มีคุณภาพ…ของลี กาชิง เศรษฐีอันดับ 1 ของฮ่องกง

วิธีการสอนลูกของลีกาชิง …ลีกาชิง มหาเศรษฐี ที่เริ่มต้นจากศูนย์  ในวัยเด็กเขาต้องอพยพ เร่ร่อนด้วยสงครามในประเทศจากจีนมายังเกาะฮ่องกง เมื่ออายุ 15 ปี หัวหน้าครอบครัวเสียชีวิตลงอีก ต้องเลิกเรียนกลางคัน ออกขายของหาเลี้ยงครอบครัว ด้วยความขยันขันแข็ง หนักเอาเบาสู้ทุกอย่าง

วิธีการสอนลูกของลีกาชิง

วิธีการสอนลูกของลีกาชิง

ชีวิตของ ลีกาชิง น่าศึกษาและเป็นแบบอย่างมาก ๆ  ซึ่งแทบจะทั่วทั้งเอเชีย  ไม่มีใครไม่รู้จักเขา  มังกรแห่งฮ่องกง   ลีกาชิง   ร่ำรวยครองอันดับหนึ่งของเอเชียมานานปี  แถมยังใจบุญสุด ๆ   บริจาคเงินเพื่อการกุศลเป็นมูลค่านับพันล้านเหรียญสหรัฐ แต่เขายังคงไม่ลืมฐานะตัวเองในอดีต  ที่เคยเร่ขายนาฬิกา เขายังคงใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์  ใส่นาฬิกาเรือนเดิม  ใส่รองเท้าคู่เก่า และใช้ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา เป็นบทเรียนสอนลูกสอนหลานต่อไป

ลีกาชิง เศรษฐีอันดับหนึ่งของฮ่องกง ตั้งกฏเกณฑ์ในบ้านไว้ว่า ไม่ว่าจะงานยุ่งแค่ไหน ทุกเย็นวันจันทร์ สมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องมาร่วมทานข้าวเย็นด้วยกัน

มารยาทบนโต๊ะอาหารของครอบครัวนี้ แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของคนตระกูลนี้ ไม่แปลกใจที่ทำไมลูกชายของเขาทั้งสองคนจึงเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ทุกคนบนโต๊ะอาหารจะกล่าวขอบคุณผู้ที่นำอาหารมาเสริฟ แม้พวกเขาเป็นแค่คนรับใช้ในบ้าน

Must read : ฝึกมารยาทบนโต๊ะอาหารให้กับลูก

ลองมาศึกษาดูกันค่ะว่า ทำไมเศรษฐีระดับโลกอย่างลีกาชิง จึงสามารถเลี้ยงดู สั่งสอน ลูกทั้งสองของเขาได้มีคุณภาพ

1. พาขึ้นรถสาธารณะ ยอมทำตัวเป็นคุณพ่อขี้เหนียว

ลีกาชิงเลี้ยงลูกให้ติดดิน แม้จะเรียนในโรงเรียนชั้นนำ เด็กคนอื่นมีรถรับส่ง ใช้ของแบรนด์เนมทั้งตัว แต่ลีมักพาลูกเขาขึ้นรถรางไปโรงเรียน แต่งตัวใช้ของธรรมดาทั่วไป จนลูกๆบ่นว่าทำไมพ่อไม่ยอมให้รถที่บ้านไปรับส่งพวกเขา ลีบอกลูกๆว่า เวลาอยู่บนรถสาธารณะ ลูกจะได้สัมผัส รับรู้ และเรียนรู้กับสภาพที่แท้จริงของทุกชนชั้น แต่ถ้าอยู่ในรถส่วนตัว ลูกจะไม่เห็นอะไรเลย

ในวันหยุด เขาให้ลูกๆไปทำงานพาร์ทไทม์ ทำงานบริการ ทำงานแคดดี้ในสนามกอล์ฟ เขาดีใจที่เห็นลูกตัวเล็กๆของเขาแบกถุงกอล์ฟถุงใหญ่ๆเดินไปในสนาม และที่ทำให้เขาดีใจที่สุดคือ ลูกๆบอกจะนำรายได้ทั้งหมดไปช่วยเหลือเด็กยากลำบาก

ลีกาชิงเป็นคนบริจาคเงินมากมาย แต่นาฬิกาที่เขาใช้เป็นนาฬิกาญี่ปุ่นมูลค่าแค่ 26 เหรียญยูเอส เสื้อผ้าสิบปีที่แล้วเขาก็ยังสวมใส่อยู่จนทุกวันนี้ บ้านก็เป็นบ้านเมื่อสามสิบปีที่แล้ว สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นแบบอย่างที่ทำให้ลูกจดจำตลอดไป

2. สอนลูกให้เป็นคนดี เป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของคนเป็นพ่อแม่

ลีบอกว่า การศึกษาของลูกหลาน 99% ต้องสอนเขาให้รู้จักหลักการของการเป็นคนดีไว้ก่อน แม้เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว 2/3 ก็ยังคงต้องเน้นสอนให้เป็นคนดี ที่เหลืออีก 1/3 ถึงจะสอนวิธีการทำการค้า เขาสอนลูกเสมอว่าอย่าเห็นแก่ได้อย่างเดียว ต้องคิดถึงหัวอกคนอื่น คนจะประสบความสำเร็จ ต้องขยัน ซื่อสัตย์ และรักษาคำพูด

ลีกาชิงเกิดในครอบครัวยากจน เขาไม่จบแม้กระทั่งชั้นประถม เขาต้องพยายามศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเขาเอง โดยเฉพาะภาษาต่างประเทศ งานจะยุ่งแค่ไหน ทุกเย็นเขาจะนั่งศึกษาเพิ่มเติมความรู้อย่างไม่ย่อท้อ นี่เป็นรูปแบบที่ติดตาติดใจลูกๆของเขาตั้งแต่เล็กจนโต

เขามักนำเอาปรัชญา คำสอน ข้อคิดดีๆของนักปราชญ์จีนโบราณมาสอนลูกของเขาเป็นประจำ นี่คือวิธีบ่มเพาะลูกๆของเขาจนโตเป็นคนดีของสังคม

Must read7 หน้าที่พ่อแม่ เลี้ยงลูกชาย เป็นเด็กรักดี ไม่เกเร

3. จะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ ต้องรู้จักวิธีการวางตัวและการเผชิญหน้ากับสังคมที่เหมาะสม

ลูก ๆ ของเขามักบอกว่า พวกเขาเรียนรู้อะไรมากมายจากพ่อ ที่สำคัญที่สุดที่พ่อมักเน้นย้ำ คือ ต้องเป็นนักธุรกิจที่ซื่อสัตย์ ต้องรู้จักวางตัวและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับหุ้นส่วน

ลีสอนลูกเสมอว่า ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ผู้อื่นเสมอ ไม่เอาเปรียบเขา ตั้งแต่ทั้งคู่ยังเป็นเด็ก เวลามีการประชุมของผู้บริหาร เขาก็จัดที่นั่งพิเศษให้ลูกๆนั่งฟังผู้ใหญ่เขาประชุมโต้เถียงหาลือกัน บางครั้งอาจมีข้อพิพาทรุนแรงในห้องประชุมจนลูกๆตกใจกลัว แต่เขาจะอธิบายให้ลูกๆฟังหลังจากนั้นว่า “ที่ต้องโต้แย้งกันก็เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท มันเป็นเรื่องปกติ เปรียบเหมือน ไม้ ถ้าไม่เจาะ ก็ทะลุมันไม่ได้ เหตุผลถ้าไม่ถกเถียงก็จะไม่เข้าใจกัน”

ลีบอกลูกว่า วิธีการบริหารจัดหารธุรกิจต้องศึกษาเลียนแบบโลกตะวันตก เขามีหลักการที่เป็นระบบระเบียบ แต่การวางตัวต่อสังคมต่อเพื่อนมนุษย์ ต้องศึกษาหลักปรัชญาอันลึกซึ้งของจีน เพราะสอนให้บ่มเพาะอุปนิสัยให้รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ขยันอดทนและสู้ไม่ถอย หากจะทำตัวให้คนอื่นเชื่อถือเรา เราต้องเป็นคนมีสัจจะรักษาคำมั่นสัญญา ก่อนจะให้คำสัญญาต้องศึกษาให้รอบคอบ เมื่อสัญญาแล้ว แม้จะเจออุปสรรคยากเย็นแค่ไหน ก็ต้องรักษาคำมั่นสัญญาให้ถึงที่สุด

อ่านต่อ >> “วิธีการสอนลูกให้มีคุณภาพของลีกาชิง” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

10 เคส เลี้ยงลูกดี แต่กลับทำให้เป็นเด็กมีปัญหา (ภาคสอง)

เรื่องเล่าพร้อมการวิเคราะห์ปัญหาเด็กจากประสบการณ์ตรงของ น้องเชาว์ ซึ่งเป็นเด็กพิเศษแอสเพอร์เกอร์ (กลุ่มออทิสติก) ปัจจุบันมีอาชีพเป็นคุณครูสอนพิเศษให้กับเด็กๆ จึงได้พบกับพฤติกรรมเด็กและพฤติกรรมพ่อแม่ ที่จะสุดแสนจะปวดหัว บางปัญหาเหมือนจะไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นปัญหาใหญ่ที่พ่อแม่ทำให้ลูกกลายเป็นเด็กมีปัญหาโดยไม่รู้ตัวจากการ เลี้ยงลูกดีเกินไป  Continue reading “10 เคส เลี้ยงลูกดี แต่กลับทำให้เป็นเด็กมีปัญหา (ภาคสอง)”

ปล่อยลูกอยู่ลำพัง

อุทาหรณ์! อย่าปล่อยลูกน้อยอยู่ลำพังข้างถนน

ภาพจากกล้องวงจรปิดในเมืองลี่ฉุย มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน จับภาพเหตุการณ์ เมื่อหนูน้อยวัยประมาณ 3 ขวบ กำลังปั่นรถถีบสำหรับเด็กอยู่กลางถนนที่มีการจราจรหนาแน่น และเสี่ยงถูกรถชนหลายครั้ง จึงเป็นอุทาหรณ์ให้พ่อแม่ได้เป็นอย่างดีว่าไม่ควร ปล่อยลูกอยู่ลำพัง

Continue reading “อุทาหรณ์! อย่าปล่อยลูกน้อยอยู่ลำพังข้างถนน”

กินไข่ ลดน้ำหนัก

กินไข่ ลดน้ำหนัก อย่างไรให้แม่ลดอ้วน ?

กินไข่ ลดน้ำหนัก เป็นแม่หลังคลอดลูกมาได้สักระยะแล้ว ถึงเวลารีดน้ำหนักส่วนเกินออกไปซะที แต่จะให้งดข้าว อดน้ำ ก็คงไม่ดีกับสุขภาพแม่หลังคลอดแน่ๆ เพราะถึงอย่างไรร่างกายก็ยังต้องการอาหารที่มีประโยชน์เพื่อฟื้นบำรุงสุขภาพให้ดี แต่จะกินอย่างไรให้ได้สุขภาพ แล้วผอมด้วย !? ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีเคล็ดลับ กินไข่ ลดน้ำหนัก ช่วยแม่ลดอ้วน มาบอกกันค่ะ

กินไข่ ลดน้ำหนัก กับ ข.ไข่ มากมายคุณค่าสารอาหาร

“ไข่” เป็นอีกหนึ่งเมนูโปรดแสนง่าย ของใครหลายๆ คน  และทุกครัวเรือนจะต้องมีไข่ติดครัว ติดตู้เย็นเอาไว้  นึกเมนูอะไรไม่ออก ก็ทอดไข่ดาวกินกับข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้ก็อิ่มสบายท้องแล้วค่ะ   สำหรับ  “ไข่” โดยเฉพาะกับไข่ไก่ที่เรารับประทานคุ้นลิ้นกันเป็นอย่างดีนั้น ล้วนมีคุณค่าสารอาหารที่หลากหลาย  ไปดูกันค่ะว่า ไข่ 1 ฟอง ให้ประโยชน์สารอาหารกับร่างกายอะไรบ้าง

ไข่ไก่ 1 ฟอง น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 50 กรัม ให้พลังงาน 80 กิโลแคลอรี โปรตีน 7 กรัม ซึ่งโปรตีนชนิด FAO ได้จัดว่าเป็นโปรตีนที่มีคุณภาพดีที่สุด เพราะ มีค่า Biological Value ประมาณ 100 ซึ่งเป็นโปรตีนที่สมบูรณ์ มีประสิทธิภาพในการดูดซึมสูงกว่าโปรตีนชนิดอื่น แถมยังมีไขมันเพียงแค่ 6 กรัมและยังให้วิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี1, บี2, บี3, บี6  บี12 และธาตุเหล็ก1

 

อ่านต่อ >> “กินไข่อย่างไรให้ได้สุขภาพดีด้วย ผอมด้วย” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

4 ท่าอันตราย

ลูกไม่กลับหัว เสี่ยงตายทั้งแม่ และลูกในครรภ์?

คุณพ่อ คุณแม่หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องของแม่นากพระโขนง ทั้งในรูปแบบละคร และภาพยนตร์ เป็นเรื่องราวของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ที่สามีไปเป็นทหาร ขณะที่แม่นากกำลังตั้งครรภ์ เมื่อครบกำหนดคลอด แม่นากกลับเสียชีวิตขณะคลอด หรือตายทั้งกลม เพราะ ลูกไม่กลับหัว

Continue reading “ลูกไม่กลับหัว เสี่ยงตายทั้งแม่ และลูกในครรภ์?”

น้ำมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าว ประโยชน์ 20 อย่าง ดีต่อสุขภาพเด็กทารก

น้ำมันมะพร้าว ประโยชน์ เพราะลูกวัยทารกยังบอบบางอยู่ ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพลูกมาเป็นอันดับหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ ข้าวของเครื่องใช้หากปราศจากสารเคมี และมาจากธรรมชาติ 100% จะดีกับเด็กทารกที่สุด ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีประโยชน์อันน่ามหัศจรรย์จากน้ำมันมะพร้าว ที่ดีต่อสุขภาพลูกวัยทารก มาฝากค่ะ

 

น้ำมันมะพร้าว ประโยชน์ : น้ำมันมะพร้าว ประเภทต่างๆ

ปัจจุบัน น้ำมันมะพร้าวที่วางขายในท้องตลาดมีมากมายหลายประเภท ได้แก่

  • น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (pure coconut oil) : รีดสกัดจากเนื้อมะพร้าวแห้ง ไม่เติมสารใดๆ
  • น้ำมันมะพร้าวผ่านกรรมวิธี (refined coconut oil) : ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น เนื่องจากผ่านกระบวนการทางเคมีต่างๆ เช่น ทำให้บริสุทธิ์ ฟอกสี และแต่งกลิ่น
  • น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น (virgin coconut oil) : สกัดจากเนื้อมะพร้าวสดและไม่ใช้ความร้อนใดๆ ในกระบวนการสกัด จึงคงรักษาสารต้านอนุมูลอิสระ กลิ่นหอม และรสชาติดั้งเดิมไว้ครบถ้วน
  • น้ำมันมะพร้าวอินทรีย์ (organic coconut oil) : ผลิตจากมะพร้าวที่บำรุงด้วยปุ๋ยธรรมชาติ ไม่ใส่สารเคมีใดๆ ทั้งในขั้นตอนการปลูกและการสกัดน้ำมัน
  • น้ำมันมะพร้าวอินทรีย์สกัดเย็น (organic virgin coconut oil) : สกัดจากมะพร้าวอินทรีย์แบบไม่ผ่านความร้อนและไม่เติมสารเคมีใดๆ ในกระบวนการผลิต

อ่านต่อ >> “น้ำมันมะพร้าว ประโยชน์ที่น่ามหัศจรรย์ สำหรับลูก” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ซาบซึ้ง…เมื่อเหล่าคุณแม่คนดัง ชวนกันแชร์ความรู้สึกในวันที่ได้เป็นแม่เพื่อส่ง #พลังใจให้แม่ผ่าคลอด …คนใหม่

เป็นเรื่องน่าดีใจและเต็มไปด้วยความสุขมากมายจริงๆ เมื่อได้เป็น “แม่”

แต่ในช่วงเวลาที่คนเป็นแม่ได้ให้กำเนิดลูกน้อย…โดยเฉพาะคุณแม่ผ่าคลอด พวกเธอไม่ได้มีแค่ความดีใจ เธอยังมีอีกหลายความรู้สึกที่แอบกังวล แอบกลัวอยู่ลึกๆ จะเลี้ยงลูกยังไง ลูกจะแข็งแรงไหม?

 

คงเพราะความเข้าใจแม่ด้วยกันนี้เอง ทำให้บรรดาแม่ๆคนดัง ที่ผ่านช่วงเวลานั้น ทั้งคุณเบนซ์ คุณกระแต คุณแอน คุณลีเดีย และอีกหลายๆ คน พร้อมใจที่จะส่งต่อความรู้สึกถึงแม่ผ่าคลอดคนใหม่ ผ่านการใส่แฮชแท็ก #ถึงผ่าคลอดก็มีทางออกเสมอ #พลังใจให้แม่ผ่าคลอด

เราได้คัดบางข้อความมาให้อ่านกัน เพื่อส่งพลังใจถึงแม่ผ่าคลอดคนใหม่ไปด้วย อ่านแล้วรู้เลยว่าคนเป็นแม่ทำได้ทุกอย่างเพื่อลูกจริงๆ

15870828_1207958762645704_2128300727_nคุณแม่เบนซ์ พรชิตา เล่าถึงตอนที่ตัวเองรู้ว่าต้องผ่าคลอด น้องปริม
… “เมื่อรู้ว่าต้องผ่าคลอด ตอนนั้นถ้าถามเบนซ์ สิ่งนึงที่เบนซ์กังวลที่สุดคือกลัวจะไม่มีนมให้ลูก กังวลมาก ยิ่งวันคลอดใจก็คิดว่าจะมีนมให้ลูกเราไหมนะ หาข้อมูล ปรึกษาทั้งสามีเเละคุณหมอตลอด แต่โชคดีมากกที่นมมาวันแรกเลยใจชื้นขึ้นมานิดนึง เเต่บอกเลยว่าเจ็บมาก เพิ่งเข้าใจจริงๆ ว่าการเป็นแม่ต้องอดทนและเสียสละขนาดไหน… เห็นเค้าโตขึ้นทุกวันด้วยน้ำนมจากเต้าของเราเอง เราเจ็บแค่ไหนก็มีความสุขที่สุด #ถึงผ่าคลอดก็มีทางออกเสมอ #พลังใจให้แม่ผ่าคลอด เบนซ์เชื่อว่า ตอนนั้นคนเป็นแม่จะมีเรื่องกังวลเยอะ แต่อาจไม่บอกใคร… เป็นพลังใจถึงคุณแม่คนใหม่กันนะคะ”

 

 

15820039_1207958712645709_59581082_n

คุณแม่กระแต ศุภักษร กับการผ่าคลอดลูกสาวคนแรก น้องเจ้าขา

… “ตื่นเต้นตั้งแต่ก่อนคลอด จนหลังคลอด ตอนนั้นห่วงมากว่าลูกจะแข็งแรงไหม น้ำคร่ำน้อยไปมั้ย แต่พอจะคลอดจริงๆได้เห็นหน้าเขา ก็ยิ่งตื่นเต้น ได้สัมผัสได้ยินเสียงร้องเขาทำให้ความรู้สึกที่เคยกังวลหายไปหมด กลายเป็นความดีใจ น้ำตาก็ไหลด้วยความสุข อีกอย่างกระแตโชคดีมากที่วันแรกนมก็มาเลย และมาเยอะมากๆ ด้วย เพราะตอนแรกก็กังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ตอนนี้พอจะนอนลูกหันมาเข้าเต้าตลอด มันคือความสุขของคนเป็นแม่จริงๆ ค่ะ

ถึงตอนนี้กระแตเลี้ยงเขาเอง อุ้มเขาได้ตลอด อุ้มจนไม่อยากวางเลย #ถึงผ่าคลอดก็มีทางออกเสมอ #พลังใจให้แม่ผ่าคลอด คนเป็นแม่เท่านั้นถึงเข้าใจความรู้สึก เป็นพลังใจให้คุณแม่คนใหม่เอาชนะทุกความกังวลนะคะ”

 

15841703_1207958709312376_1431238164_nคุณแม่แพมแพม ดาราธิป กับวันแรกที่ได้เจอกับ น้องมัมมี๊
… “แอบกังวลมาก จากตอนแรกที่คิดจะคลอดเองตามธรรมชาติ แต่สุดท้ายต้องผ่าเพราะคุณแม่ตัวเล็กและน้ำคร่ำน้อยลงเร็วมากๆ… กลัวว่าจะอันตรายไม่มีที่ให้ลูกอยู่…

ความรู้สึกครั้งแรกตอนที่ได้ยินเสียงได้เห็นหน้า คนที่เรารักและดูแลเค้าตั้งแต่ยังไม่ทันได้เจอ… มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้จริงๆคะ…

แพมโชคดีที่มีน้ำนมให้ลูกตั้งแต่วันแรก ตั้งใจเลยว่าหลังคลอดแล้วอยากให้นมจากอกเราให้เร็วที่สุดจะได้มีภูมิต้านทานดีๆ… เข้าใจเลยวันนี้ว่าแค่นมแม่อย่างเดียวสามารถทำให้ลูกโตได้ขนาดนี้ แถมยังให้เราได้มีช่วงเวลาดีๆ ได้ให้ความรัก ความอบอุ่น ความผูกพันซึ่งกันและกันกับลูก
วันนี้แพมเลยอยากมาเป็นกำลังใจคนที่กำลังจะเป็นคุณแม่มือใหม่ สู้ๆ นะคะคุณแม่ทุกคน #ถึงผ่าคลอดก็มีทางออกเสมอ #พลังใจให้แม่ผ่าคลอด

 

15841210_1207958665979047_1476051716_nคุณแม่เพชร นาระ กับลูกชายคนแรก น้องชาร์วี
… “คงจะเหมือนกับคุณแม่หลายหลายคนคือการกลัวเข็มบล็อกหลังและกลัวการผ่าตัด อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ยาชาจะได้ผลไหม แล้วเราจะเจ็บมากไหมหลังคลอด…
กำหนดผ่าคลอดวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ตื่นเต้นมากกับการผ่าตัด ตื่นเต้นกับการที่จะได้เจอหน้าลูกตัวน้อยของเราแล้ว…เมื่อเวลามาถึงสิ่งที่เรากลัวทั้งหมด จริงๆแล้วมันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เราแค่คิดมากไปเองอยากจะแชร์ให้คุณแม่แม่ที่ต้องผ่าคลอดมีกำลังใจนะคะ…

อีกอย่างคือเพชรมีน้ำนมให้ลูกทานตั้งแต่วันแรกค่ะ อันนี้แม่ต้องไม่เครียดนะคะ… ทำใจให้สบายๆค่ะ ทานน้ำอุ่นๆเยอะๆ เด๋วน้ำนมก็มาค่ะ #ถึงผ่าคลอดก็มีทางออกเสมอ #พลังใจให้แม่ผ่าคลอด

 

นอกจากนี้ คุณแม่แอน อลิชา ที่ผ่าคลอด น้องริชาแบบไม่ทันตั้งตัว และ คุณแม่ลีเดีย ที่ผ่าคลอด น้องดีแลนเพราะน้องไม่กลับตัวตามที่ตั้งใจว่าจะคลอดเอง ก็ยังได้บันทึกเสียงความในใจถึงแม่ผ่าคลอดกันด้วย ลองคลิกไปฟังจะยิ่งอินกับความรู้สึกของคนเป็นแม่ตาม link นี้ได้เลย

https://www.instagram.com/p/BN8boPch8gU/

https://www.instagram.com/p/BOEvcSrjk7l/

คุณแม่ที่อ่านแล้ว อยากร่วมแชร์ความรู้สึกก็สามารถเล่าเรื่องของตัวเองพร้อมใส่แฮชแท็ก #ถึงผ่าคลอดก็มีทางออกเสมอ #พลังใจให้แม่ผ่าคลอด เพื่อร่วมส่งไปถึงคุณแม่คนใหม่ด้วยกัน

อาหารทำลายสุขภาพ

7 อันดับ อาหารทำลายสุขภาพ ลูกน้อย

อาหารทำลายสุขภาพ  การทานอาหารบางประเภทบางครั้งก็ให้โทษกับร่างกายได้เช่นกัน ยิ่งกับเด็กๆ หากคุณแม่จัดให้ทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ หรือให้ทานอาหารเมนูเดิมๆ ก็จะทำให้ลูกได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ที่สำคัญยังจะส่งเสริมให้สุขภาพลูกแย่เกิดการเจ็บป่วยได้ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มี อาหารทำลายสุขภาพ ที่ไม่เหมาะที่จะให้เด็กทานกันบ่อยๆ มาฝากค่ะ

 

อาหารทำลายสุขภาพ – กินไม่ดีก็ป่วยได้ง่าย !

การเจ็บป่วยที่เกิดจากการกินอาหารไม่ถูกต้องเรียกว่า กลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable diseases) หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่เกิดจากการทานอาหารหวาน มัน  เค็มจัด ซึ่งโรคในกลุ่ม โรค NCDs มีอัตราผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตสูงสุด 6 โรค ได้แก่

  • โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus)
  • โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ (Cardiovascular & Cerebrovascular Diseases )
  • โรคถุงลมโป่งพอง (Emphysema)
  • โรคมะเร็ง (Cancer)
  • โรคความดันโลหิตสูง (Hypertension)
  • โรคอ้วนลงพุง (Obesity)1

 

การกินอาหารที่ไม่เหมาะสมหากร่างกายสะสมมากๆ ก็จะทำให้เกิดโรคได้ง่าย อย่างในเด็กเล็กๆ ที่พ่อแม่มักจัดอาหารให้ลูกไม่ถูกต้อง บางครั้งตามใจให้ลูกกินอาหารเดิมๆ ซ้ำๆ ไม่ทานอาหารที่หลากหลาย ก็จะทำให้ร่างกายลูกได้สารอาหารเดิมๆ โดยที่ไม่ได้รับสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายชนิดอื่นๆ บ้าง  รับรองในอนาคตโรคถามหาแน่นอน เอาเป็นว่าเราไปดูกันสักนิดค่ะว่าอาหารอะไรบ้างที่ไม่ควรให้ลูกทานบ่อยๆ หรือหากเลี่ยงได้ควรงดไม่ให้ทานไปได้ยิ่งดีค่ะ

อ่านต่อ >> “อาหารทำลายสุขภาพ ลูกน้อย ที่ควรเลี่ยง!” หน้า 2

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

12 หัวใจสื่อสารกับวัยซนคำสั่งแม่ก็ศักดิ์สิทธิ์ได้

ออกคำสั่งกับลูก เมื่อพูดถึง “คำสั่ง” ฟังดูแล้วไม่ค่อยมีใครปลื้มกับคำคำนี้เท่าไรนัก เช่นเดียวกับเด็กๆ ที่มักจะชักสีหน้าเวลาถูกสั่ง หรือถูกห้ามไม่ให้ทำโน่นทำนี่ และหากไม่ยอมทำตาม พ่อแม่หลายๆ ท่านมักปลดปล่อยอารมณ์ด้วยท่าที หรือคำพูดที่สะเทือนใจ เผลอๆ อาจมีลงไม้ลงมือด้วย

คุณแม่มีคำถาม : คุณแม่ข้องใจว่าการเป็นผู้หญิง – ผู้ชายมีผลต่อการออกคำสั่งลูกหรือเปล่าคะ มีลูกชาย 2 คน อายุ 6 กับ 5 ขวบค่ะ สังเกตว่าคำสั่งเดียวกัน วิธีพูดเหมือน ๆ กัน ให้เก็บของเล่น ไปอาบน้ำ ไม่กินขนมก่อนอาหาร ฯลฯ ถ้าเป็นคุณพ่อสั่ง 90 เปอร์เซ็นต์ลูกจะฟังและทำตามทันที แต่ถ้าเป็นคุณแม่สั่ง ต้อง 3 – 4 รอบเป็นอย่างต่ำถึงจะทำตามกัน บางครั้งก็ต้องลงมือลงไม้กันทีเดียวค่ะ

ตอบ : สำหรับพ่อออกคำสั่งแล้วศักดิ์สิทธิ์กว่าแม่ อาจเพราะความเป็นชายเป็นหญิงใช่หรือไม่ ก็มีคำอธิบายที่สนับสนุนอยู่

ออกคำสั่งกับลูก

ตั้งแต่เด็กวัยอนุบาล – ประถมต้น รู้จักลักษณะและความแตกต่างของหญิง – ชายแล้ว เช่น ผู้หญิงมักจะใจอ่อนและให้อภัยได้ง่ายกว่าผู้ชายซึ่งมักเอาจริง เข้มแข็ง เฉียบขาด และชัดเจนกว่าหรือแม้แต่เหตุผลที่ว่าผู้ชายรูปร่างใหญ่โตกว่า ดูมีอำนาจมากกว่าด้วยเหตุเหล่านี้คำสั่งของพ่อจึงมักมีผลกับลูก ๆ ในทันที

นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยล่าสุดที่พบว่า เด็กผู้ชายมักจะตอบสนองต่อน้ำเสียงแหลมของผู้หญิงน้อยกว่าน้ำเสียงต่ำของผู้ชายจึงเป็นไปได้ว่าลูกชายของคุณถึงกระตือรือร้นกับคำสั่งพ่อ แต่กลับเฉื่อยชาบ้างเวลาแม่สั่ง

ถึงจะมีคำอธิบายอย่างนี้ แต่เชื่อแน่ว่าคุณแม่ย่อมรู้ดีว่าลูกจะฟังคำสั่งพ่อแม่หรือไม่นั้น เป็นมากกว่าเรื่องของความเป็นชายเป็นหญิงอยู่แล้ว ทว่าประเด็นของเรื่องนี้อาจอยู่ที่ว่า แม่ ๆ จะสื่อสารอย่างไร

เพื่อให้เข้าถึงลูกได้ Amarin Baby & Kids มีข้อสังเกตในการสื่อสารกับเด็ก ๆ วัยซนอนุบาล – ประถมต้นมาฝากกัน เพื่อให้การออกคำสั่งกับลูก ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

12 เทคนิค ออกคำสั่งกับลูก ให้ศักดิ์สิทธิ์

1. สอนลูกให้ฟังเป็น

เด็ก ๆ พอพูดเป็นก็จะถนัดแต่เป็นฝ่ายพูดให้คนอื่นรับฟัง เขาเป็น ส่วนใหญ่ แต่การรับฟัง จำเป็น ต้องได้รับการฝึกฝน วิธีฝึกให้ลูกเป็นผู้ฟังที่ดีคือคุยกัน เช่น ผลัดกันเล่าเรื่อง คุณถามลูกถึงเรื่องที่โรงเรียนเพื่อให้เขาเล่า แล้วคุณก็เล่าเรื่องที่บ้านหรือที่ทำงานของคุณบ้าง ตั้งคำถามชวนให้เขาสงสัยพออยากรู้เรื่องอะไร เดก็ ๆก็มักจะขอร้องให้เราเล่าต่อ เป็นต้น

2. คำสั่งชัดเจน เห็นภาพเป็นสำคัญ

สำหรับเด็กวัยจินตนาการสูงนี้จะให้เขาทำอะไร ถ้าบอกให้นึกภาพออก การสื่อสารจะราบรื่นขึ้นอีกมาก สิ่งที่จะช่วยให้เด็กน้อยนึกภาพได้คือ บอกเป็นการกระทำ เช่น วันนี้ลูกบอกว่าเขาเหนื่อยมาก แต่ยังกระโดดโครม ๆ อยู่บนเก้าอี้ วิ่งเล่นเตะบอลไม่หยุดคุณอยากสั่งให้เขาเลิกเล่นเพื่อจะได้ทำกิจวัตรอย่างอื่นให้เสร็จและจะได้เข้านอนเร็วขึ้น ก็ควรบอกลูกว่า “หยุดกระโดดหรือหมดเวลาเล่นแล้ว วันนี้เหนื่อยมากแล้ว ไปอาบน้ำ เสร็จแล้วจะได้กินมื้อเย็นและเข้านอนกน” โดยไม่ลืมน้ำเสียง สีหน้า และท่าทีเอาจริงค่ะ

3. ชื่นชมและทำโทษ

เพราะการฟังคำสั่งพ่อแม่เป็นเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันที่เป็นโอกาสดีให้เด็ก ๆ ได้ฝึกการเคารพและให้เกียรติผู้ใหญ่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเด็ก ๆ อีกมากมายในอนาคต โดยเริ่มจากคนสำคัญในชีวิตของพวกเขาหากอยากให้ลูกเห็นคำสั่งแม่ศักดิ์สิทธิ์ไม่แพ้คำสั่งพ่อก็เหมือนพฤติกรรมที่พึงประสงค์อื่น ๆ ค่ะ ถ้าคุณอยากให้เขาทำจนติดเป็นนิสัย การบังคับย่อมได้ผลไม่เท่ากับการชื่นชมและลงโทษทันทีเมื่อคุณเอาจริงกับคำสั่งที่สมเหตุสมผล ถ้าลูกลงมือทำตามคำสั่งการให้คำชมทันทีจะเป็นแรงเสริมให้เขาคงการกระทำต่อไป และหากเขาอิดออดหรือไม่ทำ ก็อย่าได้ลังเลที่จะทำโทษอย่างเหมาะสม

อ่านต่อ >> “เทคนิคการออกคำสั่งกับลูกให้ศักดิ์สิทธิ์” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

7 วันอันตรายช่วงปีใหม่ที่ทุกครอบครัวต้องระวัง

ทุกๆ ช่วงเทศกาลไม่ว่าจะเป็นช่วงสิ้นปี หรือช่วงสงกรานต์ หลายๆ ครอบครัวก็เตรียมตัวเดินทาง เพื่อไปเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปี แต่ทุกๆ ครั้งที่มีการเฉลิมฉลอง ก็มักจะมีข่าวการเกิดอุบัติเหตุ และเสียชีวิต จึงเป็นสิ่งที่ทุกครอบครัวต้องระมัดระวัง ช่วง 7 วันอันตราย ที่จะถึงนี้ค่ะ

Continue reading “7 วันอันตรายช่วงปีใหม่ที่ทุกครอบครัวต้องระวัง”

ชื่อเล่นลูกสาว น่ารักๆ

100 ชื่อเล่นลูกสาว น่ารักๆ หลายภาษา อินเตอร์สุดๆ

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหา ชื่อเล่นลูกสาว น่ารักๆ ความหมายดีๆ เรามีตัวอย่าง ชื่อเล่นลูกสาว เพราะๆ หลายภาษา พร้อมความหมายมาให้คุณเลือกถึง 100 ชื่อ เพื่อเป็นไอเดียตั้งชื่อลูกสาว สวย หวาน เก๋ ไม่ซ้ำใคร แถมยังอินเตอร์สุดๆ อีกด้วย Continue reading “100 ชื่อเล่นลูกสาว น่ารักๆ หลายภาษา อินเตอร์สุดๆ”

โรคเด็กยอดฮิต

5 โรคเด็กยอดฮิต ที่เป็นกันมากในปี 2016

เมื่อลูกน้อยถึงวัยเข้าโรงเรียน หรือต้องเข้าสถานรับเลี้ยงเด็ก คุณพ่อคุณแม่ก็อดห่วงไม่ได้ เพราะการอยู่ร่วมกันเสี่ยงต่อการรับเชื้อโรค ซึ่งเชื้อโรคใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นกับลูกหลานของเราในปัจจุบันนั้นวนเวียนกันมาตลอดทั้งปี ทั้งหน้าร้อน ฝน และหนาว ไม่เคยขาด และในปี 2559 ที่กำลังจะผ่านไปนั้น มีโรคอะไรบ้างที่เด็กๆ เป็นกันมาก Amarin Baby & Kids ได้รวบรวม โรคเด็กยอดฮิต พร้อมวิธีป้องกันมาฝากคุณพ่อคุณแม่ค่ะ Continue reading “5 โรคเด็กยอดฮิต ที่เป็นกันมากในปี 2016”

กลไกการหลั่งน้ำนมที่แม่มือใหม่ควรรู้!

นมแม่ …เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก องค์การอนามัยโลก องค์การยูนิเซฟ และสมาคมกุมารแพทย์ทั่วโลก แนะนำให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน หลังจากนั้นให้อาหารเสริมตามวัย ร่วมกับนมแม่ต่อไปอีกจนเด็กครบอายุ 1 ปี และต่อจากนั้นก็สามารถให้นมแม่ได้อีกตามความต้องการของแม่

ทำไมต้อง “ นมแม่ ”

คนส่วนใหญ่พอจะทราบอยู่แล้วว่านมแม่มีประโยชน์กับลูก แต่ พญ.ปวินทรา หะริณสุต สมนึก กุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จะมาบอกเล่ามากขึ้นในแง่ของทางการแพทย์ว่า นมแม่สำคัญอย่างไร ทำไมถึงต้องมีการรณรงค์ให้นมแม่กันมากมายทั่วโลกขนาดนี้

♥ ประโยชน์ของนมแม่มีมากกว่าที่คิด

น้ำนมแม่จะมีลักษณะใสกว่านมอื่นๆ คนสมัยก่อนเลยคิดว่านมแม่ไม่ค่อยมีสารอาหารมากนัก แต่ความจริงแล้ว นมแม่มีสารอาหารมากถึง 200 กว่าชนิด ในขณะที่นมประเภทอื่นมีสารอาหารไม่ถึงครึ่งของนมแม่เลย แค่สารอาหารหลักๆ ก็ยังมีได้ไม่เท่า ได้แก่

  • กลุ่มคาร์โบไฮเดรต ในนมแม่จะมีน้ำตาลแลคโตส ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ช่วยพัฒนาสมองของลูก แม้ว่าในน้ำนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดจะมีน้ำตาลชนิดนี้ด้วยก็ตาม แต่ในน้ำนมของมนุษย์มีสูงที่สุด
  • น้ำนมแม่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว มีดีเอชเอและเอเอ ซึ่งก็คือโอเมก้า 3 และ 6 มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทของสมอง เป็นสารอาหารจากธรรมชาติที่มีในน้ำนมแม่ ไม่สามารถสกัดออกมาใส่เสริมในนมอื่นได้
  • โปรตีนในนมแม่ มีส่วนประกอบของเวย์ 80 เปอร์เซ็นต์ และเคซีน 20 เปอร์เซ็นต์ เวย์ในนมแม่ยังเป็นแอลฟ่าแลคตาบูมิน ช่วยลดภาวะเสี่ยงของการเป็นภูมิแพ้ต่างๆ ในขณะที่นมอื่นนั้นเป็นเบต้าแลคตาบูมิน ตัวเบต้านี้จะกระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ต่างๆ ส่วนเคซีนในนมแม่เป็นเบต้าแคลซีน ซึ่งย่อยง่าย ดูดซึมง่าย ช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก สังกะสี และแคลเซียมได้ดี ทั้งสองตัวนี้ไม่สามารถเติมหรือผลิตได้จากโรงงาน นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ ที่ในนมอื่นไม่มี จึงเรียกได้ว่า นมแม่มีสารอาหารที่ครบถ้วนอย่างแท้จริง
  • ในน้ำนมแม่อุดมไปด้วยภูมิคุ้มกันสำคัญที่ไม่สามารถหาได้จากนมอื่นๆ เช่น secretary IgA (เป็นหน้าด่านช่วยป้องกันการติดเชื้อต่างๆ), เม็ดเลือดขาว, ไลโซไซม์ (เอนไซม์ที่ช่วยให้เชื้อแบคทีเรียตายได้), แลคโตเฟอริน (โปรตีนช่วยต่อต้านเชื้อโรค), bifidus growth factor (สารที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของแล็กโตบาซิลัส ช่วยให้แบคทีเรียไม่สามารถอาศัยอยู่ในลำไส้ได้) เป็นต้น เพราะนมแม่มีสารต่างๆ ซับซ้อนมากมายที่จะช่วยให้ลูกเรามีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์

การสร้างน้ำนมแม่

ssuibu2

เต้านมแต่ละข้างจะมีต่อมผลิตน้ำนมประมาณ 15 – 20 หน่วย ซึ่งอยู่ด้านหลังของลานรอบหัวนม โดยมีท่อน้ำนมต่อไปเปิดที่หัวนมระหว่างตั้งครรภ์ รกและรังไข่จะทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ในระดับที่สูงมาก ซึ่งมีผลไปกระตุ้นให้ต่อมน้ำนมสร้างท่อน้ำนมที่มีคุณประโยชน์มาก เรียกว่า โคลอสตรัม อันอุดมไปด้วยโปรตีน, แร่ธาตุ, วิตามิน, น้ำ, น้ำตาล และภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ที่จะช่วยป้องกัน ทารกจากการติดเชื้อในช่วงแรกๆ หลังคลอด โคลอสตรัมจะมีอยู่ในช่วง 3 – 5 วันหลังคลอดเท่านั้น จากนั้นจึงจะเป็น นมแม่ตามปกติ

ทุกครั้งที่ลูกดูดนม จะไปกระตุ้นปลายประสาทที่หัวนม  ส่งสัญญาณไปยังต่อมไฮโปทาลามัสที่สมองส่วนบน ซึ่งจะส่งสัญญาณต่อไปยังต่อมใต้  สมองให้สร้างฮอร์โมนโปรแลกติน และออกซีโตซิน จะกระตุ้นให้กล้ามเนื้อรอบต่อมน้ำนมหดตัวเพื่อบีบขับ น้ำนมให้ไหลออกมา เสียงร้องของลูกและการได้สัมผัส ใกล้ชิดลูกจะช่วยกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนออกซีโตซินได้ด้วย

อ่านต่อ >> “กลไกการหลั่งน้ำนมที่แม่ควรรู้และการเข้าเต้าให้ได้ผล” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ภาษาทารก

ถอดรหัส เสริมพัฒนาการ 11 กระบวนท่าของทารกที่พ่อแม่มือใหม่ควรรู้!

ภาษาทารก …ทุกครั้งที่เห็นลูกยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ หรือทำท่าทางต่างๆ ซึ่งสามารถบ่งบอกได้ว่า ลูกมีพัฒนาการก้าวล้ำมาอีกขั้น พ่อแม่ต่างก็ปลาบปลื้มใจ แต่สิ่งที่ตามมาคือ ความสงสัยปนแปลกใจว่าสิ่งที่ลูกแสดงออกมาเมื่อตอนนั้น มันหมายความว่าอะไร แล้ว ลูกน้อยกำลังคิดอะไรอยู่ หรือต้องการอะไรกันแน่

แม้จะยังพูดไม่ได้ แต่ทารกก็เกิดมาพร้อม   กับความสามารถในการสื่อสาร ทั้งสีหน้าและท่าทาง “จากการศึกษาพบว่า กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของการสื่อสาร  ระหว่างเบบี๋กับผู้ใหญ่ล้วนเป็นภาษาท่าทางทั้งสิ้น   ถ้าคุณพ่อคุณแม่สามารถอ่านออกว่าเบบี๋ต้องการบอกอะไรและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ข้อดีก็คือ เจ้าตัวเล็กรู้สึกปลอดภัยและเกิดความผูกพันกับพ่อแม่มากขึ้น”

ซึ่งการอ่านสีหน้า ต้องหมั่นสังเกตทั้งหน้าตา ท่าทาง และเสียงร้องไห้ของลูกให้ดีๆ เพราะนั้นอาจเป็นการส่งสัญญาณ ขอความช่วยเหลือ  ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง จึงไม่ยากเกินกว่าพ่อแม่จะอ่านออกแน่นอน

ศ.ดร.ลินดา อเคร-โดโล อาจารย์ด้านจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส และผู้เขียนหนังสือ BabySigns อธิบายความอีกความน่าทึ่งของเด็กทารกไว้ รวม 11 สัญญาณ แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ สีหน้าและท่าทาง ขอเพียงเวลาให้พ่อแม่เรียนรู้การอ่านท่าทางลูกน้อยก็ไม่ยากเกินมือคุณแม่แน่นอนค่ะ แล้วสีหน้า ท่าทาง หรือเสียงร้องของลูกจะบ่งบอกถึงอะไร คุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไรตอบกลับไปหาลูกจากภาษาทางกายนั้นๆ ตามไปถอดรหัสกันค่ะ

ภาษาทารก

ถอดรหัสสีหน้าทารก

1. หันหน้าหนีไม่ยอมสบตา

เป็นรหัสที่ลูกน้อยกำลังส่งสัญญาณว่า “คุณอาจยังเอาใจใส่เขาไม่เพียงพอ” ดร.อเครโดโลอธิบาย “ลักษณะนี้จะชัดขึ้น เมื่อลูกอายุได้ราว 2 เดือน ที่เขาไม่ยอมมองหน้าหรือสบตาคุณนั่นก็เป็นเพราะว่าไม่ได้รับการกระตุ้น พ่อแม่อาจเข้าไปสัมผัส กอด อุ้มเล่นหรือพูดคุยกับลูกน้อยเกินไปจนทำให้ลูกสนใจเล่นนิ้วเท้าหรือนิ้วมือของตัวเองมากกว่ามองหน้าหรือสบตาพ่อแม่”

ตอบกลับแสนง่าย : เพิ่มปฏิสัมพันธ์กับเบบี๋ให้มากขึ้น แต่ไม่บังคับ คือ ถ้าลูกเบือนหน้าหนีอย่าเพิ่งพยายามเอาหน้าตัวเองเข้าไปใกล้ๆ หรือจับลูกให้หันมาสบตาคุณให้ได้ สิ่งที่คุณควรทำคือ ค่อยๆ เพิ่มกิจกรรมกับลูกให้มากขึ้น และอดทนรอคอยให้ลูกหันกลับมาสนใจเอง เช่น อุ้ม กอด และชวนพูดคุยบ่อยๆ ตอบรับเสียงอ้อแอ้ของลูก อุ้มสัมผัสลูกในขณะที่เจ้าตัวเล็กยังตื่นอยู่ เล่นของเล่นด้วยกันอย่างนุ่มนวล เป็นต้น

ภาษาทารก

2. ยิ้มหวาน

“ยิ้มช่วงแรกของทารกยังเป็นปฏิกิริยาตอบกลับอัตโนมัติ ต่อมาเมื่อเริ่มโตขึ้นรอยยิ้มก็จะมีความหมายมากขึ้น และมีอารมณ์ต่างๆเข้าไปเกี่ยวข้องเมื่อตอนเขาอายุได้ราว 6 -8 สัปดาห์ “การยิ้มของทารกเป็นการบอกความพึงพอใจ ความรู้สึกสบายตัว อย่างลูกของฉันยิ้มแรกของเขาเกิดขึ้นตอนได้ซุกตัวอยู่ในผ้าขนหนูอุ่นๆหลังจากอาบน้ำเสร็จ

แม้พอใจลูกก็อยากให้ตอบกลับ : เมื่อได้ เห็นยิ้มแรกของลูก คุณควรยิ้มกลับทันที จะพูดสั้นๆด้วยก็ได้ เช่น “เก่งมากเลยลูก” หรือชวนคุยสัพเพเหระ ลูกยังไม่เข้าใจสิ่งที่คุณ พูดหรอก แต่กระตุ้นพัฒนาการได้ดีเชียวล่ะ

3. นั่นแน่! … ทำหน้าเลียนแบบแม่ด้วย

“เพราะพ่อแม่คือต้นแบบของลูก” ช่วง อายุ3-6 เดือน ทารกส่วนมากจะเรียนรู้ที่จะเลียนแบบการแสดงออกทางสีหน้าจากผู้ใหญ่ และเมื่ออายุประมาณ 9 เดือนเขาจะเริ่มแสดง ออกทางสีหน้าที่ได้เรียนรู้มาแบบมีอารมณ์ ต่างๆเข้ามาด้วย เช่น เวลาที่พบคนแปลกหน้า เบบี๋ส่วนใหญ่จะหันไปมองหน้าแม่ของ ตัวเอง และถ้าเห็นว่าแม่ทำหน้าเศร้าหรือไม่มี ความสุข ความวิตกกังวลของเจ้าตัวเล็ก  ก็จะเพิ่มมากขึ้นๆ จนบางคนก็ร้องไห้แงๆได้

อยากให้ลูกเลียนแบบอารมณ์ดี : เคล็ดลับ คือ เราสุขลูกสุขกว่า เราเครียดลูกเครียดกว่า ดังนั้นถ้าคุณกังวล เครียด หรืออารมณ์ไม่ดี หาวิธีผ่อนคลายอารมณ์ตัวเองก่อน อย่างการ หายใจเข้าออกลึกๆหรือทำสมาธิ แม้แต่ มองกระจกแล้วยิ้มให้ตัวเองก็ช่วยให้อารมณ์ เย็นลงได้เหมือนกัน เมื่อคุณรู้สึกดีขึ้น ค่อยกลับมาหาลูก แล้วกอดหรือสัมผัส ลูบหลังเบา ๆ เพื่อทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย ทางที่ดีควรส่งลูกให้คนอื่นช่วยดูแลก่อน แต่ถ้าคุณอยู่กันสองคน แค่วางลูกลงในเปลหรือสถานที่ที่ปลอดภัย แล้วไปสงบ สติอารมณ์ตัวเองก่อนนะคะ

อ่านต่อ >> ถอดรหัสกระบวนท่าภาษากายของลูกน้อย” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พื้นที่ส่วนตัว

สอนลูกให้รู้จัก “พื้นที่ส่วนตัว” ป้องกันถูกละเมิดทางเพศ

พื้นที่ส่วนตัว หรือ พื้นที่ต้องห้าม ของลูก เรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกเข้าใจตั้งแต่ยังเล็ก อย่าคิดว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องน่าอาย หรือคิดว่าเรื่องแบบนี้เดี๋ยวโตขึ้นลูกก็รู้เอง เพราะลูกของคุณอาจพลาด ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่รู้ตัว อย่างกรณีของผู้หญิงคนนี้ Continue reading “สอนลูกให้รู้จัก “พื้นที่ส่วนตัว” ป้องกันถูกละเมิดทางเพศ”