วิธีการชงนมที่ถูกต้อง

แนะนำพ่อแม่มือใหม่! ขั้นตอนการเตรียมนมและวิธีชงนมที่ถูกต้องเพื่อไม่ไห้เกิดฟอง (มีคลิป)

แนะพ่อแม่มือใหม่! วิธีการชงนมที่ถูกต้อง ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมนมและ เทคนิคการชงนมที่ถูกต้องเพื่อไม่ไห้เกิดฟอง มีคลิปสอนให้เห็นภาพ จะเป็นอย่างไร ตามมาดูกันเลย

 

พ่อแม่มือใหม่ต้องเรียนรู้ วิธีการชงนมที่ถูกต้อง ไว้ด้วย …แม้ว่าการให้นมแม่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะนมแม่มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับวัยทารกมากที่สุด แต่บางครั้งคุณแม่บางคนอาจมีความจำเป็นที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ เพราะไม่ค่อยมีน้ำนม หรือเนื่องจากมีปัญหาสุขภาพบางอย่างที่อาจเป็นอันตรายต่อแม่และเด็ก หรือคุณแม่กินยาบางอย่างที่สามารถผ่านมาทางน้ำนมได้ จึงจำเป็นต้องใช้นมผงดัดแปลงสำหรับทารกแทน 

สิ่งที่ควรทราบก่อนการใช้นมผสม

  1. เลือกชนิดของนมให้ถูกต้องตามอายุของเด็ก และต้องชงให้ถูกส่วนโดยดูตามคำแนะนำข้างกล่อง
  2. การชงนมทุกครั้งห้ามชงทิ้งไว้ ควรกะปริมาณให้พอดี…ถ้าลูกทานเหลือสามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องเวลาไม่เกิน 3 ช.ม. (ห้ามวางตากแดด) และคุณแม่ควรชิมก่อนนำมาให้ลูกน้อยทานทุกครั้ง
  3. ทารกชอบนมที่ไม่เย็นหรือร้อนเกินไป หากเราชงนมและนำเข้าตู้เย็นไว้ ก่อนจะนำมาให้กิน ควรนำไปอุ่นโดยวางลงในชาม หรือหม้อที่ใส่น้ำร้อนไว้ ทิ้งแช่ไว้สักครู่ การอุ่นนมในไมโครเวฟนั้นไม่แนะนำให้กระทำ เพราะนมจะร้อนไม่สม่ำเสมอ บางส่วนที่ร้อนมาก อาจลวกปากเด็กได้
  4. เมื่อเรานำขวดนมออกจากตู้เย็นและอุ่นให้ร้อนแล้ว ห้ามนำกลับเข้าตู้เย็นอีกเด็ดขาด แม้เด็กจะหลับไปก่อนที่จะได้ดื่มนมขวดนั้นก็ตาม ทั้งนี้เพราะความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนจากเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมินั้นสูงมาก
  5. เวลาให้นมลูกควรอุ้มลูกไว้ในอ้อมแขนทุกครั้ง จับขวดนมให้แน่นและเอียงให้พอเหมาะ เพื่อให้มีน้ำนมในจุกขวดตลอดเวลา ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าท้องลูก ระหว่างให้นมควรหยุดพักสัก 1-2 ครั้ง เพื่อไล่ลมให้ลูกเป็นระยะ

 

วิธีการชงนมที่ถูกต้อง

 

วิธีการชงนมที่ถูกต้อง

วิธีการชงนมที่ถูกต้อง

ขั้นตอนการเตรียมนมผสมที่ถูกต้อง

  1. ต้มขวดนมและจุกนมในน้ำเดือดประมาณ 10 นาที (แนะนำให้ใช้ขวดนมแบบ BPA free และขวดแแบบป้องกันโคลิค … อ่านต่อ >> การเลือกซื้อขวดนมให้ลูกน้อยและวิธีเช็ควันหมดอายุของขวดนม)
  2. การชงนมให้ใช้น้ำต้มสุก (สามารถชงด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำในอุณหภูมิปกติก็ได้) เท่านั้นในการผสมนม ส่วนน้ำดื่มบรรจุขวดไม่ใช่ว่าจะสะอาดปราศจากเชื้อโรคไปทั้งหมด เพราะฉะนั้นการต้มน้ำให้เดือดก่อนผสมกับนมผงคือสิ่งที่ควรทำ โดยจะต้องต้มให้เดือดจนเห็นฟองอากาศผุดออกมา ให้เย็นลงก่อน จึงนำไปป้อนทารกได้ … ส่วนน้ำที่ใช้ต้มหาก เป็นน้ำประปา อาจจะเปิดใส่ภาชนะไว้ก่อนเพื่อให้ตะกอนที่อาจมีตกตะกอน แล้วจึงนำมาต้ม

  3. น้ำที่ใช้ชงนมควรจะมีการปนเปื้อนเชื้อโรคน้อย ปลอดภัยจากยาฆ่าแมลง สารตะกั่ว หรือสารปนเปื้อนอื่น หากจะใช้น้ำแร่ที่บรรจุขวดควรตรวจสอบปริมาณโซเดียมที่เป็นส่วนผสม ถ้ามากกว่า 20 มิลลิกรัมต่อลิตรจะสูงเกินไปสำหรับทารก และไม่ควรนำน้ำที่แก้ความกระด้างมาใช้ชงนมทารก

    วิธีการชงนมที่ถูกต้อง

  4.  อย่าใช้น้ำร้อนจัดในการชงนม” พราะจะไปทำลายโปรตีนและวิตามินบางส่วน  เช่น วิตามิน C ซึ่งจะไม่ทนความร้อนและนมทารกสูตรผสมจุลินทรีย์ที่มีชีวิตแนะนำว่าถ้าต้องการให้ลูกกินนมอุ่น ให้ใช้น้ำอุ่นประมาณ 60 °C ชงนม เพราะถ้าร้อนถึง 70 °C เชื้อจุลินทรีย์ที่ผสมไว้จะตาย  ทำให้ลูกจะไม่ได้ประโยชน์จากจุลินทรีย์สุขภาพและได้รับวิตามินบางชนิดลดลงจนน้อยกว่าที่ควร และการใช้น้ำร้อนจะทำให้ไขมันอาจจับตัวเป็นก้อนทำให้นมไม่ละลาย 
  5. ใส่น้ำอุ่นประมาณ 1 ใน 3 ของขวดนม ตวงนมผงตามมาตราส่วนข้างกระป๋องด้วยช้อนตวงที่บรรจุมากับกระป๋อง และปาดให้เรียบด้วยมีดที่สะอาด
  6. เติมน้ำอุ่นเพิ่มตามอัตราส่วนที่เหลือ  เขย่าขวดให้นมละลายให้หมด เทคนิคการเขย่าให้เกิดฟองน้อยที่สุด คือ การจับขวดแล้วหมุนมือเป็นวงกลมเหมือนเอาขวดนมแกว่งน้ำ  ซึ่งจะเกิดฟองน้อยกว่าการเขย่าขวดขึ้นลง เพราะฟองที่เกิดขึ้นขณะเขย่านมอาจทำให้เด็กท้องอืดได้
  7. ก่อนให้นมลูก ทดลองหยดน้ำนมลงบนหลังมือเพื่อทดสอบว่าอุ่นพอเหมาะ ไม่ร้อนจัดจะได้ไม่ลวกปาก
  8. นมที่เหลือจากการดูดควรปิดฝาครอบให้สนิททุกครั้งค่ะ และไม่ควรทิ้งนมชงที่เหลือจากการเลี้ยงทารกไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกิน 2 ชั่วโมง ถ้านานกว่านี้ควรทิ้งนมในขวดไปเลย เพราะมันจะเริ่มบูด แล้วถ้าเด็กดื่มเข้าไปจะเป็นอันตรายได้

และเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เห็นภาพวิธีการชงนมไม่ให้เกิดฟองที่ชัดเจน
เรามีคลิปวีดีโอชงนมไม่ให้เป็นฟอง มาแนะนำค่ะ

นอกจาก วิธีการชงนมที่ถูกต้อง ที่สำคัญหลังดื่มนมทุกครั้ง คุณพ่อ คุณแม่ อย่าลืมจับอุ้มเรอให้ลูกน้อยด้วยนะคะ …. โดยมีวิธีไล่ลม คืออุ้มลูกนั่งตัก ให้นั่งตัวตรงเอามือรองใต้คางลูกไว้ อีกมือลูบเบาๆที่หน้าท้องบริเวณกระเพาะ หรืออุ้มลูกพาดไหล่ ให้คางลูกเกยบนไหล่ของคุณแม่พอดี เวลาลูกอยู่ในท่านี้ลมจะลอยขึ้นมา คุณแม่เพียงตบหลังเบาๆ ลูกก็จะเรอออกมาโดยง่าย เพื่อลดปัญหาลูกแหวะนม และท้องอืดได้ ลูกน้อยจะได้หลับสบาย ไม่โยเยค่ะ

วิธีเก็บและดูแลนมผสม

  1. นมผงควรใช้ให้หมดภายใน 1 ปี ครึ่ง หรือ 18 เดือน
  2. นมผงที่ชงแล้ว แนะนำให้ลูกกินให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง เพื่อรักษารสชาติและคุณภาพของนม แต่สำหรับนมผงที่ชงแล้ว และต้องชงก่อนล่วงหน้าสำหรับเตรียมการเพื่อเดินทาง สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นและอยู่ได้นานถึง 24 ชั่วโมงแต่หลังจากเวลานี้ไป แบคทีเรีย มีโอกาสเติบโตได้
  3. หากอยากจะเพิ่มอายุการจัดเก็บนม ต้องใส่ซองเก็บไว้ ซองที่เปิดแล้วต้องใช้ให้หมด แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องแกะเทใส่กล่อง ควรให้เป็นกล่องทึบที่ไม่มีแสงส่องถึงได้ นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของอุณหภูมิอีก ซึ่งเคยมีงานวิจัยจาก มหาวิทยาลัย ยูทาร์ จากสหรัฐอเมริกา ในการจัดเก็บนมผง จะได้นานที่สุดเมื่อเก็บในอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส และสำหรับนมผงที่จัดเก็บในที่อุณหภูมิสูงเช่น 32 องศาเซลเซียส รสชาติจะเปลี่ยน และ จะอยู่ได้แค่ 2 ปี เท่านั้น หากอยู่ใน อุณหภูมิ 21 องศาเซลเซียส อาจทำให้มีรสชาติเปลี่ยนไป และวิตามินในนมผงจะลดลง ในขณะที่โปรตีน คาร์โบไฮเดรท และ แร่ธาตุอื่นๆยังคงที่

 

อ่านเพิ่มเติม บทความน่าสนใจ คลิก


ขอบคุณข้อมูลจาก guruobgyn.com , promotions.co.th

วิธีป้องกันผดร้อน

ผดร้อนในทารก ป้องกันได้สบายผิว

อากาศร้อนๆ แบบนี้ เด็กๆ มักจะมีปัญหาเรื่องผดผื่นกันอยู่บ่อยๆ คุณพ่อ คุณแม่หลายคนก็อาจจะเกิดความกังวลไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เพราะถึงแม้ว่าบางครั้งจะพยายามรักษาอย่างเต็มที่แล้วผดก็ยังไม่หาย แม่น้องเล็กมี วิธีป้องกันผดร้อน จากคุณรศ.นพ.สังคม จงพิพัฒน์วณิชย์ มาฝากค่ะ

Continue reading “ผดร้อนในทารก ป้องกันได้สบายผิว”

ปัจจัยทำให้ลูกฉลาด

วิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้ว! 10 ปัจจัยนี้ทำให้ลูกฉลาดได้

พันธุกรรม เป็นหนึ่งใน ปัจจัยทำให้ลูกฉลาด แล้วถ้าพ่อแม่ไม่ฉลาดล่ะจะทำอย่างไร? ซึ่งถ้าเป็นสมัยก่อนก็จะบอกว่า เป็นไปตามบุญ ตามกรรม หรือพรสวรรค์ของคนนั้น แต่ปัจจุบันความฉลาดเป็นเรื่องที่พ่อแม่สามารถเสริมให้ลูกได้มากขึ้น และปัจจัยที่สำคัญที่สุด ก็คือ ตัวของคุณพ่อคุณแม่ ที่จะสามารถส่งเสริมความฉลาดของลูกได้มากน้อยแค่ไหนนั่นเอง

Continue reading “วิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้ว! 10 ปัจจัยนี้ทำให้ลูกฉลาดได้”

สอนลูกให้ทำดีกับพ่อแม่

Happy Family สอนลูกให้รู้จักทำดีกับพ่อแม่แล้วชีวิตจะเป็นสุข

ลูกๆ บางคนรังเกียจพ่อแม่ที่แก่เฒ่า เพราะดูไม่สวยงาม และเป็นภาระ เมื่อลูกๆ มีลูกหลาน เหตุการณ์แบบนี้ก็จะกลายเป็นกงเกวียนกำเกวียน ซ้ำรอยเดิม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะลืมไปว่าพ่อเป็นผู้ที่ให้หัวใจ และแม่เป็นผู้ที่ให้เลือดเนื้อ เรามาสร้าง Happy Family สอนลูกให้ทำดีกับพ่อแม่ กันเถอะ

Continue reading “Happy Family สอนลูกให้รู้จักทำดีกับพ่อแม่แล้วชีวิตจะเป็นสุข”

ข้อห้ามโบราณ สำหรับคนท้อง

จริงหรือไม่? ข้อห้าม คนท้อง ตามความเชื่อโบราณ !

สังคมไทย มีความเชื่อมากมายกับเรื่องต่างๆ จนบางครั้งเราไม่ได้ค้นหาสาเหตุว่าความเชื่อนี้มาจากไหน มีที่มาที่ไปอย่างไร และมีเหตุผลอะไร มารองรับความเชื่อนั้น…แต่เรานำมาปฏิบัติตามกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิต บางความเชื่อไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรง แต่บางความเชื่อขัดแย้งกับความจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ จนอาจทำให้เราพลาดสิ่งดีๆ หรือกลายเป็นผลร้ายกับเราก็เป็นได้ โดยเฉพาะความเชื่อ ข้อห้าม คนท้อง ตามความเชื่อโบราณ เรามีความเชื่ออยู่หลายอย่าง วันนี้เราพาคุณแม่มาหาความจริงเกี่ยวกับความเชื่อนั้นๆ เพราะความเชื่อที่ถูกต้องควรตั้งอยู่บนพื้นฐานความรู้ที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน

จริงหรือไม่? ข้อห้าม คนท้อง ตามความเชื่อโบราณ !

  1. คนท้อง ห้ามอาบน้ำ กลางคืน  เพราะจะทำให้คนท้องมีน้ำคร่ำเยอะ

ความจริง: ในสมัยโบราณห้องน้ำมักจะถูกสร้างออกมาจากตัวบ้าน คนเฒ่าคนแก่จึงกลัวคนท้องจะได้รับอันตรายลื่นล้ม หรือได้รับอันตรายจากสัตว์ร้ายที่มีพิษ

 

  1. ข้อห้าม คนท้อง ห้ามเย็บผ้า การเย็บผ้าระหว่างตั้งครรภ์ จะทำให้ลูกในท้องปากแหว่ง เพดานโหว่

ความจริง: ปากแหว่งเพดานโหว่ในเด็กแรกเกิด บางส่วนเกิดจากพันธุกรรม หรือการพัฒนาของตัวอ่อนในช่วง 3 เดือนแรกมีความผิดปกติ รวมถึงการที่คุณแม่สูบบุหรี่มีผลทำให้ลูกเพดานโหว่ได้ และสาเหตุเกิดจากคุณแม่เย็บผ้าระหว่างตั้งครรภ์ แต่คำเตือนโบราณก็น่าคิดว่า อาจจะให้คุณแม่ระมัดระวังในการทำงานด้านนี้ เพราะต้องนั่งทำงานนาน ก้มๆ เงยๆ ทำให้หน้ามืดเวียนหัวได้ง่าย หรือการเย็บจักร ก็อาจจะไม่เป็นผลดีต่อคุณแม่ที่สุขภาพไม่ดีนักก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณแม่ทำงานด้วยความระมัดระวังรู้จักดูแลตนเอง ก็ไม่น่ามีปัญหา

 

  1. คนท้อง ห้ามไปงานศพ มีคำเตือนสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ว่า ห้ามไปงานศพ เพราะโบราณเขาถือ บางท่านก็อาจจะเชื่อโดยยังไม่ได้ค้นหาความจริงคำว่า “ถือ” หมายถึงอะไร แต่บางคนก็ได้ยินเรื่องทำนองที่ว่า เดี๋ยวผีเข้า ก็แล้วแต่ว่าใครได้ยินและเชื่ออย่างไร

ความจริง: งานศพ เป็นงานเศร้าหมอง ผู้ร่วมงานก็มักจะหดหู่จากการสูญเสียญาติพี่น้อง เพื่อน หรือคนรู้จักมักคุ้น ถ้าคนตั้งครรภ์ไปงานก็อาจจะรู้สึกเศร้าหมอง ร้องไห้ เครียดไปด้วย ซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์ควรจะมีจิตใจที่ผ่องใส ผู้ใหญ่จึงไม่อยากให้คนท้องรู้สึกเครียดหรือเศร้าหมองนั่นเอง

 

  1. คนท้อง ห้ามนั่งขวางบันได คุณแม่ตั้งครรภ์ห้ามนั่งขวางบันได ไม่อย่างนั้นจะคลอดยาก คุณแม่ท่านใดได้ฟังก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา เพราะการคลอดลูกยาก หมายถึง การเจ็บท้องยาวนาน และอาจเกิดอันตรายขึ้น โดยเฉพาะสมัยก่อนทางการแพทย์ยังไม่ก้าวหน้า

ความจริง: บ้านไทยในสมัยก่อน มักจะเป็นบ้านชั้นเดียวที่ยกใต้ถุนสูงบันไดขึ้นบ้านค่อนข้างชัน ถ้าไปนั่งขวางบันไดก็อาจพลัดตกลงมาเกิดอันตรายได้โดยง่าย โดยเฉพาะแม้ท้องใหญ่ที่การทรงตัวไม่ค่อยดี ยิ่งไม่ควรนั่ง ซึ่งเป็นข้อห้ามที่ควรรับฟัง แต่เหตุผลที่นำมากล่าวอ้างว่าจะทำให้คลอดยากนั้น ไม่เป็นความจริง

 

  1. คนท้อง ห้ามเตรียมของใช้เด็กไว้ก่อน ความเชื่อนี้ยังถือปฏิบัติกันอยู่มาก เพราะในความเชื่อนี้ให้เหตุผลว่าจะเป็นลางไม่ดี แม้จะเป็นแม่สมัยใหม่แล้วก็ตาม ก็ยังรู้สึกว่าเชื่อไว้ก่อนก็ดี เพราะไม่อยากให้มีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับลูก

ความจริง: ถ้าคิดตามหลักเหตุและผล จะเห็นว่าไม่มีความเกี่ยวเนื่องกันในส่วนของการเตรียมของใช้ กับสุขภาพหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างคลอด แต่ความเชื่อนี้น่าจะมาจากการคลอดสมัยก่อนที่มีความเสี่ยงสูง จึงไม่อยากให้เตรียมของใช้เด็กเอาไว้มากนัก หรือพ่อแม่มักจะเห่อลูกในท้องเตรียมของใช้ไว้มากเกินความจำเป็น บางอย่างเมื่อลูกคลอดแล้ว อาจไม่ได้ใช้ด้วยซ้ำ ดังนั้นเพื่อความสบายใจ ก็ให้พบกันครึ่งทางโดยการเตรียมของใช้จำเป็นจริงๆ ที่เด็กแรกคลอดต้องใช้ เช่น ผ้าอ้อม เสื้อผ้าเด็กอ่อน (พอประมาณเพราะเด็กโตเร็ว) น้ำยาซักผ้าเด็ก เพื่อนำมาซักทำความสะอาดไว้ก่อน ส่วนของอื่นๆ ค่อยว่ากันหลังลูกคลอดก็น่าจะทัน

 

  1. ติดเข็มกลัดที่ท้อง ป้องกันเด็กหลุดไม่ให้วิญญาณร้ายเข้ามาทำร้ายลูกเราได้

ความจริง: คนท้องติดเข็มกลัดไว้เพื่อให้คุณแม่ท้องระวังตัวเอง เวลาเดินไปไหนมาไหน จะได้ไม่เดินชนสิ่งของให้คนอื่นเห็นชัดเจนว่าตั้งครรภ์อยู่ ไม่ได้อ้วนนะ อย่าเดินเข้ามาชนหรือถือของมาชน

ความเชื่อคนท้อง และพวกพิธีการต่างๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการเกิดของคนสมัยก่อนมีพิธีการหลายอย่าง เมื่อได้รับฟังหรือเคยได้ยินตามกันมา คุณพ่อและคุณแม่ควรจะพิจารณาก่อนนำไปปฏิบัติ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับตัวคุณแม่และลูกน้อย เพราะความเชื่อ ข้อห้ามโบราณ สำหรับคนท้อง บางเรื่องบางอย่างที่คนโบราณสอนมา บ้างก็มีประโยชน์มีเหตุมีผลสามารถนำมาปรับใช้ได้ แต่บ้างเรื่องก็เชื่อถือหรือหาข้อพิสูจน์ไม่ได้เลย

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

สารพัน ความเชื่อ คนท้อง ที่ควรฟังหูไว้หู

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ตรวจภายใน

ตรวจภายใน เรื่องเขินอายที่คุณแม่ควรรู้!! พร้อมวิธีเตรียมรับมือ

การ ตรวจภายใน เป็นหนึ่งวิธีในการตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวของกับอวัยวะระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง โดยตรวจทางช่องคลอด เพื่อหาความผิดปกติ อาทิ การติดเชื้อ เนื้องอก และมะเร็ง  ซึ่งผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะเขินอายเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หรือไม่ก็กลัวไปเลย ยิ่งในรายที่ไม่เคยตรวจภายในมาก่อนไม่ต้องพูดถึง…ทั้งที่ความจริงแล้วการตรวจแต่ละครั้งสูติแพทย์จะปกปิดคนไข้อย่างมิดชิด และเปิดเฉพาะส่วนที่จะตรวจเท่านั้น

โดยการตรวจภายในจะอาศัยการดูส่วนที่มองเห็น คือ อวัยวะเพศภายนอก ช่องคลอด และปากมดลูก และอาศัยการคลำในส่วนที่มองไม่เห็น คือ มดลูก ปีกมดลูก รวมทั้งรังไข่

การตรวจภายใน
การตรวจภายในแต่ละครั้งสูติแพทย์จะปกปิดคนไข้อย่างมิดชิด และเปิดเฉพาะส่วนที่จะตรวจเท่านั้น

คุณหมอจะทำอะไรบ้าง

  • เมื่อไปถึงห้องตรวจก็จะต้องเปลี่ยนใส่ชุดที่ทางพยาบาลเตรียมไว้ให้เพื่อสะดวกในการตรวจ จากนั้นก็ขึ้นนอนบนเตียงที่มีขาหยั่ง เพื่อสูติแพทย์จะดูลักษณะทั่ว ๆ ไป ภายนอกก่อนว่ามีผื่นแผล ติ่งเนื้อ หรือก้อนที่ผิดปกติหรือไม่
  • จากนั้นจะถึงขั้นตอนตรวจดูในช่องคลอด ซึ่งจำเป็นต้องสอดเครื่องมือเข้าไปในช่องคลอด เพื่อถ่างเปิดให้เห็นลักษณะภายในช่องคลอดและปากมดลูก และตรวจดูว่าตกขาวมีสี กลิ่น และปริมาณผิดปกติหรือไม่ ส่วนอวัยวะที่อยู่ลึกที่สุดเท่าที่จะเห็นได้อย่างปากมดลูกก็จะได้รับการตรวจดูว่า มีแผลอักเสบหรือมีติ่งเนื้อหรือไม่
  • ปกติสูติแพทย์จะถือโอกาสตรวจมะเร็งปากมดลูกไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งไม่ยุ่งยากและไม่เจ็บ เพราะใช้เครื่องมือป้ายเอาน้ำในช่องคลอด ขูดผิวปากมดลูก และช่องภายในปากมดลูกไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง ซึ่งขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน ก็จะรู้ผล

ขั้นตอนการตรวจภายใน

  • ส่วนการตรวจอีกขั้นตอน คือตรวจโดยคลำผ่านทางช่องคลอด โดยแพทย์จะสอดนิ้วในช่องคลอด ส่วนอีกมือหนึ่งจะกดท้องน้อย เพื่อหาความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ที่เหลือซึ่งอยู่ภายในอุ้งเชิงกราน

ขั้นตอนการตรวจภายใน

สำหรับผู้หญิงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปควรเข้ารับการตรวจหามะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาว ๆ ที่แต่งงานแล้วควรตรวจหามะเร็งทุกปี แต่ในรายที่พบว่ามีการอักเสบเรื้อรังที่ปากมดลูก หรือสงสัยว่าจะมีเซลล์ผิดปกติเกิดขึ้น และอาจพัฒนาไปสู่เซลล์มะเร็ง สูติแพทย์อาจจะต้องนัดมาตรวจทุก 3-6 เดือน

กลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจทุกปี

  • มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย และมีเคยมีคู่หลายคน
  • ปัจจุบันมีคู่ขาหลายคน
  • คู่ขามีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยและมีแฟนหลายคน
  • เคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็งปากมดลูก
  • เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งหรือเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูก
  • เป็นโรคหูดหงอนไก่
  • ติดเชื้อ HIV
  • เป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนเช่น มะเร็ง

อ่าน >> การเตรียมตัวเข้ารับการตรวจภายใน กดหน้า 2

อาหารและยา

อาหารและยา ที่ไม่ควรกินร่วมกัน 10 อย่าง

การรับประทานอาหารบางอย่างร่วมกับยาบางชนิดอาจก่อให้เกิดอันตรายกับคุณพ่อ คุณแม่ และลูกๆ ได้ Dr. Aisling Hillick ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพออกมาเตือนถึงFood and Medicine” อาหารและยา ที่ไม่ควรกินร่วมกัน 10 อย่าง ได้แก่ กล้วย มะนาว แอลกอฮอล์ กาแฟ ผักใบเขียว ชะเอมดำ นม ส้มโอ แซลมอน และช็อคโกแลต

Continue reading “อาหารและยา ที่ไม่ควรกินร่วมกัน 10 อย่าง”

“ถ้าอยากจะช่วยน้อง ฝากแชร์หน่อยค่ะ” คำกล่าวของผู้เป็นแม่ที่ไม่ย่อท้อ แม้จะไม่มีหมอคนใดสามารถบอกอาการน้องที่แท้จริงได้

เพราะความเป็นแม่ทำให้ผู้หญิงคนนี้ต้องสู้และทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาลูกสาวให้หายจากโรคที่ไม่มีหมอคนใดสามารถบอกอาการได้  เรื่องราวนี้ เป็ของคุณแม่ผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ @นินจา ดาวกระจาย ซึ่งมีลูกสาววัย 6 เดือนที่นอนป่วยอยู่และต้องการให้ชาวเน็ตช่วยแชร์เรื่องของน้อง เพราะเพียงแค่อยากหาหมอที่รักษาอาการของน้องได้

page

โดยเธอได้กล่าวว่า . . . #นู๋ฝากแชร์ต่อๆกันหน่อยน่ะค้ะ

เด็กผู้หญิงคนนี้คือลูกสาวนู๋เองค่ะ.
ชื่อ ด.ญ. กัญญารัตน์ เหลี่ยมวงษ์ ( พู่กันต์ )
น้องเกิดวัน ศุกร์ ที่ 30 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีแพะ
ตอนนี้น้องอายุจะครบ 6 เดือนแล้วค่ะ.
แต่น้องไม่สมบูรณ์.
เค้าเป้นแบบนี้ตั้งแต่แรกเกิดเลยค่ะ จนทุกวันนี้ไปหาหมอมา 3 รพ. แล้ว
หมอ รพ.ที่1 บอกไม่รุว่าน้องเป้นอะไร
หมอ รพ.ที่2 บอกว่าเค้ากล้ามเนื้ออ่อนแรง
หมอ รพ. ที่3 บอกว่าน้องเป้นกล้ามเนื้อฝ่อและขาดสารอาหาร. (ขอไม่กล่าวถึงชื่อ รพ. น่ะค่ะ )
ซึ่งทุกวันนี้หมอทุก รพ. ไม่สามารถสรุปได้ว่าเค้าเป้นอะไรกันแน่ ไม่สามารถสรุปได้ว่าเค้าจะหายมั๊ย ไม่สามารถสรุปได้ว่า อนาคตเค้าจะเป้นยังไง.
เพราะอาการเค้าตอนนี้.
เค้าต้องกินนมทางสาย ยังไม่สามารถกินข้าวหรืออาหารเหลวได้ เค้าหายใจเองกลืนเองได้ แต่ต้องกินทางสายเท่านั้น ขาเค้าผิดรูป แรงไม่ค่อยเยอะ สมองเค้ามีพัฒนาการค่ะ เค้ารุเรื่องทุกอย่าง เรารุว่าเราพูดด้วย เค้ารุว่าหยอก รุทุกอย่างค่ะ ตอนนี้คอยังไม่ตั้ง ยังทรงตัวเองไม่ได้ แต่ทางด้านร่างกายเค้า ไม่มีใครสรุปได้ว่าเค้าเป้นอะไรกันแน
เพราะตอนนี้เค้าจะ 6 เดือนแล้ว
แต่น้ำหนัก 2.5 โลเอง เกือบเท่าแรกเกิดเลย เพราะตอนแรกเกิดเค้า 2.3 ค่ะ
ทุกวันนี้เค้าต้องเข้าๆออกๆ รพ. เป้นประจำ
ฝากแชร์หน่อยน่ะค่ะ
‪#‎เผื่อวันนึงจะมีหมอเก่งๆหมอดีๆผ่านมาเห็นโพสนี้ 1 โพสของคุนมีค่ามากกว่าเรื่องไร้สาระบางเรื่องค่ะ 1แชร์ มันมีความหมายและความหวังที่เค้าจะหายดีบ้าง 1 คอมเม้นมีค่าต่อคว่มรุสึกและกำลังใจดีๆค่ะให้น้องเค้าและครอบครัวน่ะค่ะ.
มีหลายคนถามมาบ้างว่าตอนนี้รับของบริจาคอะไรมั๊ย??.
-รับยุน่ะค่ะ รับแค่ข้าวของที่จำเป้นสำหรับเค้า.
เค้ากินนมผง ดูแลคสีส้มสูตร 1 แพมเพิสมามี่สำหรับเด็กแรกเกิด ยี่ห้ออื่นใช้ไม่ได้ เค้าแพ้ค่ะ น้ำยาล้างขวดนม น้ำยาซักผ้า
ตอนนี้ นู๋เอง ( แม่น้องค่ะ )
รับซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นสภาพดี ยุน่ะค่ะ
จะเอามาขายต่อ เพื่อเป้นการเอาตังมาต่อยอดเลี้ยงดูเค้า เพราะแฟนทำงานคนเดียว้งินเดือนแต่ล่ะเดือนไม่พอใช้เลย ต้องหยิบยืนหัวหน้ามาใช้ทุกๆๆเดือน
‪#‎นู๋ไม่รับเงินบริจาคใดๆๆทั้สิ้นน่ะค้ะ
ถ้าอยากจะช่วยน้อง ฝากแชร์หน่อยค่ะ อยากจะช่วยจิงๆๆ ขอรับเป้นสิ่งของ น่ะค่ะ
ที่ยุ คุน ศิรินภา เอกตาแสง
37/11 ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ. ชลบุรี ( ไม่ทราบรหัสไปรษณี น่ะ )
ห้อง 13 ข้างล่าง 0952654441
หรือใครมีลูกหรือพี่น้อง
ที่เกิดมาเป้นเหมือนน้องเค้า อินบล็อคมาแชร์ประสบการกันน่ะค่ะ
เพราะว่านู่กะแฟน อายุ 18 กัน
เลี้ยงลูกเอง แต่มีพี่ข้างๆห้องกะป้าข้างๆห้อง มาค่อยช่วยดูบ้าง เลยไม่รุว่า จะต้องเลี้ยงเค้ายังไง ต้องเลี้ยงแบบไหน
ปู่ย่าตายายน้องเค้ายังมีขีวิตยุค่ะ
แต่ท่านที่มีภาระและหน้าที่ ที่จะต้องดูแล นานๆจะมาเยี่ยมที

*ทาง Amarin baby & kids จึงขอเป็นตัวแทนกระบอกเสียงของคุณแม่อีกหนึ่งเสียงที่ช่วยแชร์เรื่องราวของน้องพู่กันต์ และพร้อมเป็นกำลังใจให้น้องพู่กันต์หายป่วยไวๆ นะคะ

หากคุณพ่อคุณแม่ท่านใดมีความประสงค์ที่ต้องการช่วยเหลือน้องพู่กันต์ก็สามารถติดต่อได้ที่ facebook ของคุณแม่ดาวได้ที่นี่เลยนะคะ นินจา ดาวกระจาย


ภาพและเรื่องราวจาก @นินจา ดาวกระจาย

สุดน่ารัก ^_^ เด็กน้อยอยากเลี้ยงเหา (มีคลิป)

จะว่าไปแล้วเหากับเด็กก็เป็นของคู่กัน เด็กส่วนใหญ่มักต้องพบเจอประสบการณ์การเป็นเหามากเกือบทุกคน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง หรือเด็กผู้ชายบางคนที่ไว้ผมยาวก็อาจติดเหาได้เหมือนกัน และเชื่อว่าคุณแม่หลายคนก็คงไม่มีใครปลื้มหรือชอบแน่หากลูกน้อยเป็นเหา…เช่นเดียวกับคุณแม่คนนี้ที่ต้องการกำจัดเหาจากลูกชายวัย 5 ขวบ แต่กับถูกปฏิเสธจากหนุ่มน้อยว่าอย่าฆ่าเหา เป็นเพราะอะไรไปชมคลิปกันเลยค่ะ

V

V

V

<< นะโมอยากเลี้ยงเหา เพราะว่ามันน่ารัก >>


ขอบคุณคลิปวีดีโอสุดน่ารัก จาก Namo Kub

อาหารแก้ท้องผูก

อาหารแก้ท้องผูก สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

อาการท้องผูกระหว่างตั้งครรภ์ของคุณแม่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน ทำให้กระบวนการย่อยอาหารช้าลง และทำให้ลำไส้ใหญ่ดูดซึมน้ำในปริมาณมากเกินไป ประกอบกับมดลูกขยายตัว เรามาดู อาหารแก้ท้องผูก กันค่ะ

Continue reading “อาหารแก้ท้องผูก สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์”

Give birth

Give birth วินาทีประทับใจในการคลอดลูกน้อย

จากประสบการณ์ของคุณแม่ที่ออกมาเล่าวินาทีสุดประทับใจในการคลอดลูก (Give birth) ฉลองวันครบรอบวันเกิดของลูกชาย ด้วยการถ่ายภาพนาทีสำคัญของชีวิตลูกน้อย ภาพอาจจะทำให้คุณแม่บางท่านหวาดเสียวไปบ้าง แต่ก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่คุณแม่ประทับใจและอยากจะบอกต่อ

Continue reading “Give birth วินาทีประทับใจในการคลอดลูกน้อย”

เบบี๋น้ำลายไหลย้อย ผิดปกติหรือไม่?

ปัญหาเรื่องน้ำลายไหลในเด็ก พบได้ในเด็กปกติ ส่วนใหญ่มักเป็นไม่นานหรือเป็นตามช่วงอายุ เช่น อายุ 3-4 เดือน ที่ชอบเล่นน้ำลาย ชอบทำเสียงพ่นน้ำลายออกมา หรืออายุ 6 เดือน เป็นช่วงที่ฟันกำลังขึ้น อาจมีอาการเจ็บที่เหงือก หรืออาจมีอาการเจ็บป่วย ติดเชื้อบางอย่าง เป็นแผลในปาก หรือมีการอักเสบบริเวณช่องปากและลำคอ ทำให้กลืนน้ำลายไม่ได้ น้ำลายจึงยืดออกมา แต่มักเป็นไม่นาน จึงไม่ต้องใช้ผ้ากันเปื้อนหรือผ้ากันน้ำลายตลอดเวลา

 ข้อเสียของการมีน้ำลายไหลยืด คือทำให้ผิวหนังบริเวณที่โดนน้ำลายเป็นผื่นแดง อักเสบติดเชื้อ ข้าวของหรือหนังสือเสียหายจากน้ำลายที่เปรอะเปื้อน และเด็กเกิดความอับอายเพราะถูกล้อเลียน เด็กที่มีน้ำลายไหลยืดนานกว่าคนอื่นอาจเกิดจากภาวะต่อไปนี้

▶ การสบฟันผิดปกติ ควรปรึกษาทันตแพทย์

▶ ใช้จุกหลอก หรือดูดจุกขวดนมนานเกินช่วงวัย ควรหยุดการใช้โดยเร็ว

▶ ความผิดปกติของระบบประสาท เช่น โรคสมองพิการ ซึ่งวินิจฉัยได้โดยแพทย์เท่านั้น

▶ เด็กมีโรคประจำตัวภูมิแพ้ หายใจทางจมูกไม่สะดวก ต้องอ้าปากช่วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอาการภูมิแพ้

▶ แนวโน้มพัฒนาการสื่อสาร ภาษาล่าช้า ควรปรึกษาแพทย์พัฒนาการเด็ก เพื่อส่งต่อฝึกพูด

▶ กล้ามเนื้อรอบปากไม่แข็งแรง โทนกล้ามเนื้อต่ำ มีปัญหาการเคี้ยวกลืน ควรปรึกษาแพทย์พัฒนาการเด็ก เพื่อส่งต่อนักกิจกรรมบำบัด

อ่านวิธีการนวดปาก เพื่อเพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อรอบปาก คลิกหน้า 2

สัญญาณเตือน มะเร็งปากมดลูก

10 สัญญาณเตือน มะเร็งปากมดลูก

โรคมะเร็ง (Cervical cancer) เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยเป็นอันดับต้นๆ รองลงมาคือ อุบัติเหตุ และโรคหัวใจ สำหรับผู้หญิงเรา มะเร็งปากมดลูก เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสียชีวิตมากที่สุด แต่ก็สามารถป้องกันได้ตั้งแต่ก่อนระยะลุกลาม โดยการสังเกต สัญญาณเตือน มะเร็งปากมดลูก เบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง

ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าในปี 2555 มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่มีผู้ป่วยเป็นอันดับ 4 รองจากมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ และมะเร็งปอด ข้อมูลในปี 2558 พบว่า หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกวันละ 14 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตกใจเป็นอย่างมาก

มะเร็งปากมดลูก เกิดจากอะไร?

มะเร็งปากมดลูกพบมากในผู้หญิงอายุ 35-60 ปี เกิดจากเชื้อไวรัส HPV ติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณอวัยวะเพศเพียงไม่กี่เดือน บางรายอาจใช้เวลานานกว่า 15 ปีจึงจะแสดงอาการ การติดเชื้อจะเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ และทวารหนัก โดยแบ่งความเสี่ยงได้ดังนี้

1.เกิดจากการมีคู่นอนหลายคน หรือมีเพศสัมพันธ์ในช่วงอายุน้อยกว่า 17 ปี เพราะเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูกมาก และมีความไวต่อสารก่อมะเร็ง

2.มีประวัติการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส และหนองใน ก็จะยิ่งทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้น

3.ทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันนานกว่า 5 ปี มีความเสี่ยงสูงขึ้นถึง 1.3 เท่า ถ้ารับประทานนานถึง 10 ปี มีความเสี่ยงถึง 2.5 เท่า

4.คลอดลูกมากกว่า 4 ครั้ง อาจทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัวเลยทีเดียว

5.ผู้ชายแพร่เชื้อ HPV ให้ผู้หญิง เพราะเปลี่ยนคู่นอนบ่อย มีรักร่วมเพศ เชื้อจะเข้าไปสะสมไว้ในอวัยวะเพศ

6.การสูบบุหรี่ การมีภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน เช่น โรคเอดส์ หรือรับยากดภูมิคุ้มกัน อาจเป็นตัวเร่งให้เป็นมะเร็งปากมดลูกได้

มะเร็งปากมดลูก
สาเหตุการเกิด มะเร็งปากมดลูก

วิธีสังเกต สัญญาณเตือน มะเร็งปากมดลูก

1.มีเลือดออกผิดปกติ ที่ไม่ใช่ประจำเดือน เช่น เลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์ มีเลือดออกหลังจากหมดประจำเดือน เลือกออกเป็นระยะ เลือดออกหลังจากตรวจภายใน

2.เลือดออกหลังวัยทอง เช่น ผู้หญิงวัย 55 ปี หมดประจำเดือนไป 3 ปี แล้วมีเลือดออกทางช่องคลอดอีก ควรรีบไปพบแพทย์

3.ตกขาวผิดปกติ เช่น เป็นหนอง มีกลิ่นเหม็น มีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอด มีเลือดปน

4.ปัสสาวะขัด ปวดแสบ อาจเป็นสัญญาณมะเร็งปากมดลูก หรืออาจติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ไม่แน่ชัดว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกเสียทีเดียว แต่ก็ไม่ควรประมาท และสังเกตอาการอื่นร่วมด้วย

5.เจ็บขณะร่วมเพศ เป็นสัญญาณเตือนมะเร็งปากมดลูก

6.ประจำเดือนมามาก และนานผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งปากมดลูก

7.กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ โดยจากสถิติผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก มักจะมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และเลือดปน

8.เจ็บปวดตามร่างกาย โดยเฉพาะ ขา หลัง และเชิงกราน เนื่องจากมะเร็งกระจายส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือด

9.อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เพราะระบบการรักษาสมดุลของร่างกายทำงานหนัก เพื่อต่อต้านและกำจัดมะเร็งออกไป

10.น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ เพราะร่างกายจะสร้างโปรตีนที่ทำหน้าที่กำจัดไขมันส่วนเกินมากเกินไป ทำให้น้ำหนักลดทั้งๆ ที่ไม่ได้อดอาหาร

อ่านต่อ “วิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูก” คลิกหน้า 2

สุดน่ารัก…เบบี้ไม่เป็นใจปล่อยปุ๊ขณะกดชัตเตอร์

ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คุณพ่อคุณแม่จะเห่อเจ้าตัวน้อย แล้วคว้ากล้องขึ้นมาบันทึกภาพความน่ารักเก็บไว้ แต่ก็ใช่ว่าเจ้าตัวเล็กจะยอมนอนนิ่งๆให้ความรวมมือเสมอไป เหมือนกับภาพถ่ายเชตนี้ ที่ในขณะช่างภาพกำลังจะกดชัตเอตร์ กับมุมดีๆ แสงสีสวยๆ ดันไปตรงกับจังหวะที่เจ้าเบบี้ตัวน้อยปล่อยปุ๊เล็ก ปุ๊ใหญ่ออกมาพร้อม กับเสียงแชะพอดี…จะฮาและน่ารักแค่ไปชมภาพกันเลยค่ะ

961764-img.rt126r.62qk9 961764-img.rt126r.18aw5 961764-img.rt126r.2437w 961764-img.rt126r.7gmen 961764-img.rt126r.6w4hp 961764-img.rt126r.5f021 961764-img.rt126r.4tvcn 961764-img.rt126r.3sh53 961764-img.rt126r.2ql09 961764-img.rt126r.1ttfp 961764-img.rt126r.4kqg8


ขอบคุณภาพจาก http://board.postjung.com/961764.html

กะหล่ำปลี ช่วยลดอาการคัดนม อีกหนึ่งประโยชน์ที่คุณแม่ต้องรู้!

สำหรับคุณแม่หลังคลอดประมาณ 3-4 วัน หลายคนคงจะเคยประสบปัญหาเต้านมคัดมาบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ สาเหตุก็มาจากร่างกายสร้างน้ำนมได้มากกว่าปริมาณที่ลูกกิน รวมถึงการที่คุณแม่ทิ้งช่วงให้นมลูกนานเกินไป หรือไม่ได้บีบปั้มน้ำนมออกในช่วงที่ลูกไม่ได้ดูด จนทำให้มีน้ำนมสะสมในเต้ามากเกินไปส่งผลให้เต้านมมีขนาดใหญ่ ลานนมตึงแข็ง เต้านมจะร้อนและผิวมีสีแดง บางครั้งอาจทำให้มีไข้ด้วย

แต่ปัญหาดังกล่าวกำลังจะหมดไปค่ะ เมื่อมีการวิจัยว่าคุณแม่ที่มีอาการเต้านมคัดสามารถใช้กะหล่ำปลีประคบเต้านม เพื่อลดอาการปวด รวมไปถึงการแก้นมคัดหลังคลอดได้อีกด้วย เนื่องจากกะหล่ำปลีเป็นพืชสมุนไพรชนิดเย็นมีฤทธิ์ดูดซับความร้อน ช่วยลดการคั่งของสารน้ำในเนื้อเยื่อบริเวณเต้านม ทำให้อาการปวดคัดตึงเต้านมลดลงอย่างได้ผล

กะหล่ำปลี

นางสาวปัณฑิตา ศรีจันทร์ดร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ประจำโรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ นำเสนอผลการศึกษาวิจัยเรื่อง “กะหล่ำปลีมีคุณค่า ลดอาการปวด แก้อาการคัดนมหลังคลอด” ว่า ใบกะหล่ำปลีสดซึ่งเป็นผักที่หาได้ง่าย และใบมีลักษณะโค้งรับกับเต้านม สามารถใช้บรรเทาอาการอาการคัดตึง ปวดเต้านมของแม่หลังคลอดได้

สำหรับวิธีการใช้

  • ห้นำใบกะหล่ำปลีสีเขียว ตัดขั้วแข็งออกก่อน

  • แกะใบกะหล่ำปลีออก เลือกใบที่มีขนาดใกล้เคียงกับเต้านม

  • แล้วล้างด้วยน้ำให้สะอาด หรือแช่ด้วยน้ำส้มสายชูเพื่อล้างสารพิษ

  • จากนั้นนำใบกะหล่ำปลีแช่เย็นที่ช่องแช่แข็ง ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที

  • ก่อนนำไปประคบเต้านม ขยุ้มใบกะหล่ำปลีด้วยมือเบาๆ แกะเอาเส้นใยที่แข็งออก ใช้มีดบากหรือใช้เข็มแทงตามใบกะหล่ำปลีเพื่อให้เส้นใยแตก แล้วนำไปหุ้มเต้านมทั้งเต้าและอาจถึงบริเวณใต้รักแร้ถ้ามีก้อนบวมขึ้นใต้รักแร้ สวมเสื้อชั้นในปิดทับ หรือใช้ผ้าพันทับไว้ประคบเวลาประมาณ 20 นาที

    กะหล่ำปลี

กะหล่ำปลี

อ่านต่อ >> “สรรพคุณและประโยชน์จากการนำใบกะหล่ำปลีมาใช้ประคบเต้านม” คลิกหน้า 2

Ultraman Run 2016 อุลตร้าแมน รัน วิ่งการกุศล

เดกซ์ ฉลอง 50 ปี จัดกิจกรรม ‘อุลตร้าแมน รัน 2016’ ครั้งแรกในโลก 28 พ.ค. นี้ ที่สวนลุมพินี

เดกซ์-ดรีม เอกซ์เพรส ผู้ดูแลลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนในเมืองไทย ผนึกพลังบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน ซึบูราญ่า โปรดักชั่นส์ ประเทศญี่ปุ่น และผู้สนับสนุนหลัก ‘เอไอเอส’ จัดกิจกรรม ‘อุลตร้าแมน รัน 2016’ ครั้งแรกในโลก ฉลอง 50 ปี อุลตร้าแมน ซีรี่ส์ ภายใต้ธีม ‘Power for Kids’

กิจกรรมพิเศษที่ระดมเหล่าแฟนคลับมาวิ่งการกุศล เพื่อสุขภาพและช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสทางสังคมจากมูลนิธิเด็กผ่านรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานในครั้งนี้ โดยกิจกรรม อุลตร้าแมน รัน 2016 จะจัดขึ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 05.00 – 09.00 น. ที่สวนลุมพินี พระราม 4

การรับสมัคร แบ่งการออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย

  1. กลุ่มผู้ใหญ่ ระยะทาง 2.5 กม. ค่าสมัคร 1,000 บาท
  2. กลุ่มผู้ใหญ่ ระยะทาง 5 กม. ค่าสมัคร 1,000 บาท
  3. กลุ่มครอบครัว ระยะทาง 2.5 กม. (ผู้ใหญ่ 2 ท่าน และเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี 1 ท่าน) ค่าสมัคร 2,400 บาท

โดยผู้สมัครจะได้รับของที่ระลึกที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อการเฉลิมฉลอง 50 ปี อุลตร้าแมน ซีรี่ส์ โดยเฉพาะ ประกอบด้วย เหรียญที่ระลึก, เสื้อ, กระเป๋า และป้ายประจำตัว   ผู้สนใจร่วมแชร์พลังสามารถสมัครร่วมกิจกรรมได้แล้ววันนี้ถึง 15 พฤษภาคมนี้ ผ่าน http://shop.dexclub.com/ultramanrun2016

Ultraman Run 2016 อุลตร้าแมน รัน วิ่งการกุศล

ตรวจสอบนม

ตรวจสอบนม UHT และพาสเจอร์ไรส์ว่าเป็นน้ำนมหรือนมผง

คุณพ่อ คุณแม่อาจเคยสงสัย นมที่ให้ลูกดื่มทุกวันนี้ ที่เรียกว่า ยูเอชที พาสเจอร์ไรส์ สเตอริไลซ์ทำมาจาก นมผงชงน้ำ หรือ น้ำนมวัวกันแน่ แล้วแบบไหนมีประโยชน์มากกว่ากัน แตกต่างกันอย่างไรบ้าง จะได้เลือกนมให้ลูกน้อยได้ถูกหลักมากที่สุด ด้วยการ “ตรวจสอบนม” กันค่ะ

Continue reading “ตรวจสอบนม UHT และพาสเจอร์ไรส์ว่าเป็นน้ำนมหรือนมผง”

ทำจี๊ด กระตุ้นน้ำนม

เคล็ดลับ ทำจี๊ด !!…เพิ่มน้ำนมคุณแม่ให้ไหลมาเทมา (มีคลิป)

มีคุณแม่มือใหม่หลายๆคนที่เพิ่งคลอดลูกหรือเตรียมตัวคลอดลูก คงกำลังกังวลเกี่ยวกับการให้นมลูกว่าจะมีน้ำนมมากพอตามความต้องการของลูกหรือไม่…วันนี้เราจึงมีคำแนะนำดีๆ พร้อมวิธีการ ทำจี๊ด กระตุ้นน้ำนม มากฝากค่ะ

ซึ่งปัจจัยสำคัญที่สุดในการกระตุ้นปริมาณน้ำนมของแม่ คือการให้ลูกดูดนมค่ะ ดูดดี ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี และดูดเกลี้ยงเต้ารับรองได้ผลแน่นอน ส่วนเทคนิคพิเศษต่างๆ ที่จะช่วยให้น้ำนมคุณแม่มีมากพอจะให้ลูกดูดดื่มได้จนถึงวัยอนุบาลมีดังต่อไปนี้ค่ะ

1.ให้นมลูกบ่อยๆ เพราะเมื่อคุณแม่ให้นมลูกกินบ่อยๆ ร่างกายจะผลิตน้ำนมมากขึ้นเรื่อยๆ และเพียงพอต่อความต้องการของลูกแน่นอน

2.ปั๊มนมสม่ำเสมอ สำหรับคุณแม่ที่ทำงานไม่สามารถให้ลูกเข้าเต้าได้นั้นควรปั๊มนมให้บ่อยที่สุดและทำอย่างสม่ำเสมอเช่น ทุกๆ 2 ชั่วโมง ถ้าสามารถปั๊มที่ทำงานได้ด้วยยิ่งดี แต่เมื่อกลับมาบ้านควรให้ลูกดูดนมจากเต้าไม่ให้ใช้ขวดนมนะคะ

3.ท่าให้นมลูกควรถูกต้อง ให้นมลูกในท่าที่ถูกต้อง ดูว่าในแต่ละครั้งลูกกินนมได้มากน้อยเพียงใด ถ้าคุณแม่ให้นมลูกด้วยท่าให้นมที่ถูกต้องน้ำนมของคุณแม่ก็จะผลิตออกมาเยอะตามความต้องการของลูกนั้นเอง

4.ดื่มน้ำเยอะๆ ไม่ต้องรอให้หิวน้ำ สามารถจิบน้ำได้เรื่อยๆ ตลอดทั้งวัน ร่างกายของคุณแม่จะผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆค่ะ

6.พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด เพราะความเครียดหรือเรื่องสุขภาพมีผลสำคัญต่อการผลิตน้ำนม ยิ่งเครียดน้ำนมยิ่งน้อยค่ะ

7.ใช้ยาสมุนไพรช่วย แต่ควรจะปรึกษาคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนการใช้ยา ยาเพิ่มน้ำนมที่นิยมใช้เพื่อเพิ่มน้ำนมแม่กันคือ ลูกซัด ยาประสระน้ำนม ซึ่งมีอยู่หลายยี่ห้อค่ะ

บทความแนะนำ ยาเพิ่มน้ำนม ตัวช่วยสำหรับคุณแม่น้ำนมน้อย ควรเลือกกินแบบไหน อย่างไรดี?

นอกจากนี้แล้วยังมีอีกหนึ่งวิธีในการกระตุ้นน้ำนม ที่จะช่วยให้น้ำนมคุณแม่ไหลดีเมื่อลูกดูดจดหมดเต้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้สึกว่าเกลี้ยงเต้า หรือหากคุณแม่กำลังจะปั๊มนมการกระตุ้นกลไกการหลั่งน้ำนมก่อนการปั๊มนมจะช่วยให้น้ำนมไหลได้ดีขึ้น และมีปริมาณมากขึ้น ซึ่งวิธีนี้ไม่ต้องยุ่งยากอะไรมาก ใช้เพียงแค่ 2 มือของคุณแม่ก็เพียงพอแล้ว และลงมือกระตุ้นให้รู้สึก จี๊ด …เหมือนที่บางคนอาจเคยได้ยินมานาน “ รอให้จี๊ดค่อยปั๊ม” ขั้นตอนการทำจี๊ด…ต้องทำอย่างไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

ทำจี๊ด กระตุ้นน้ำนม

ชมคลิป  “ขั้นตอนการ ทำจี๊ด กระตุ้นน้ำนม ให้ไหลมาเทมา”
คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่