Space Inspirium

Space Inspirium อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ

พาลูกเปิดจักรวาลแห่งการเรียนรู้ ที่แหล่งเรียนรู้อวกาศแห่งแรกและแห่งเดียวของไทย

ถ้าบ้านไหนกำลังมองหากิจกรรมดี ๆ ที่จะช่วยเปิดโลกการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับลูก ทีมแม่ ABK มีหนึ่งพิกัดสุดพิเศษที่อยากเชิญชวนทุกครอบครัวมาเช็กอินกันค่ะ

บ้านไหนที่ชอบวิชาวิทยาศาสตร์และสนุกไปกับพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในแขนงต่าง ๆ ติดใจในความรู้ผ่านการเห็นของจริงและทดลอง

วันนี้เรามีอีกหนึ่งสถานที่ที่จะมาช่วยเติมเต็มประสบการณ์ และต่อยอดจินตนาการให้กว้างไกลยิ่งขึ้น ที่นี่คือ “Space Inspirium” (อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ) อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี แหล่งเรียนรู้ทางอวกาศแห่งแรกและแห่งเดียวของไทย ที่มีความทันสมัย น่าตื่นตาตื่นใจ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่จะพานักสำรวจตัวน้อยไปเจาะลึกและเข้าใจถึง “ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ” ที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด

พาลูกสัมผัสประสบการณ์จริง เรียนรู้ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ

ความโดดเด่นของ Space Inspirium คือการถ่ายทอดเรื่องราววิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ผ่านเทคโนโลยี Interactive ที่ทันสมัย ซึ่งช่วยเปลี่ยนเรื่องราวของดวงดาวอันห่างไกล ให้กลายเป็นการเรียนรู้แบบเห็นภาพและจับต้องได้ (Active Learning)

ที่นี่จะช่วยตอบคำถามสำคัญที่เด็ก ๆ มักจะสงสัยว่า “เราส่งดาวเทียมไปบนฟ้าทำไม?” หรือ “เทคโนโลยีอวกาศช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นอย่างไร?” เด็ก ๆ จะได้ค้นพบว่า นวัตกรรมเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องทดลอง แต่เป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ทั้งการพยากรณ์สภาพอากาศอย่างแม่นยำ การนำทางด้วยแผนที่ดิจิทัล การดูแลสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการช่วยวางแผนการเกษตรและการป้องกันภัยพิบัติ ซึ่งเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ที่ดีเยี่ยมในการบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ การคิดเป็นระบบ และสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขารู้สึกว่า ตนเองก็สามารถเติบโตไปเป็นส่วนหนึ่งในการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อพัฒนาโลกใบนี้ได้เช่นกัน

Space Inspirium
Space Inspirium
ขึ้นลิฟต์อวกาศ เสมือนได้ขึ้นจรวดออกไปสำรวจนอกโลกเลยค่ะ
Space Inspirium
ชวนเด็ก ๆ เป็นหน่วยพิทักษ์จรวด ช่วยกันกำจัดขยะอวกาศไม่ให้ชนจรวด

เจาะลึก 7 โซนแห่งการเรียนรู้

การจัดแสดงภายในอาคารแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เดินง่าย แอร์เย็นสบาย และร้อยเรียงเรื่องราวได้อย่างน่าติดตามค่ะ

Zone 1: Space Update Corner

นิทรรศการดิจิทัลที่ถ่ายทอดเรื่องราวความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอวกาศ โซนแรกที่เป็นเหมือนโซนต้อนรับที่จะพาคุณพ่อคุณแม่และเด็ก ๆ ไปทำความเข้าใจภาพรวมและเทรนด์ของเทคโนโลยีอวกาศในปัจจุบัน รวมถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทยในเวทีอวกาศระดับสากล

Zone 2: Space Evolution

เครื่องเล่นและการจำลองสถานการณ์จริง ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักบินอวกาศจิ๋วได้ดีเลย

พาย้อนเวลากลับไปดูจุดเริ่มต้นของจักรวาล เรียนรู้ประวัติศาสตร์ความมุ่งมั่นของมนุษยชาติในการศึกษาห้วงอวกาศ ตั้งแต่การคิดค้นกล้องโทรทรรศน์ชิ้นแรก ไปจนถึงการส่งยานสำรวจลำแรกขึ้นสู่ท้องฟ้า

เครื่อง Gyroscope จำลองการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมร่างกายของนักบินอวกาศ (มีการจำกัดอายุและส่วนสูงตามมาตรฐานความปลอดภัย)

Zone 3: Journey to Deep Space

โรงภาพยนตร์ Immersive Experience

พาเด็ก ๆ เดินทางเข้าสู่ระบบสุริยะ เพื่อทำความรู้จักกับดวงดาวและวงโคจรต่าง ๆ พร้อมเพลิดเพลินไปกับภาพยนตร์ 3 มิติ (3D Theater) ที่จะพาเด็ก ๆ จำลองการเดินทางไปกับนักบินอวกาศ

Zone 4: Satellite Evolution

เรียนรู้ความสำคัญและวิวัฒนาการดาวเทียมเพื่อมนุษย์โลก เจาะลึกเรื่องราวของ “ดาวเทียม” วัตถุที่ลอยอยู่เหนือโลก เรียนรู้โครงสร้าง หน้าที่ และประเภทของดาวเทียมแต่ละชนิดที่ถูกส่งขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนฟากฟ้า

Zone 5: How Satellites Change the World

ประโยชน์ของดาวเทียมที่ช่วยเหลือเรามาโดยตลอด

โซนไฮไลต์สำคัญ ที่ช่วยอธิบายให้เด็ก ๆ เห็นภาพชัดเจนถึงประโยชน์ของเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (GIS) ในชีวิตประจำวัน เช่น การจัดการพลังงาน การทำแผนที่นำทาง และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน

Zone 6: The Endless Frontier for Innovation Space

AI Interactive พาตัวคุณเข้าไปโลดแล่นในอวกาศ

จุดประกายความคิดสร้างสรรค์และแนวคิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ต่อยอดมุมมองของเด็ก ๆ ให้เห็นว่าจินตนาการและวิทยาศาสตร์สามารถผสานรวมกันเพื่อสร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้

Zone 7: International Space Station – The Astronaut’s Workstation

ห้องทำงานของนักบินอวกาศ

รับรองว่าเด็ก ๆ จะตื่นตาตื่นใจไปกับแบบจำลองสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เรียนรู้วิถีชีวิต การกิน การนอน และการปฏิบัติงานจริงของนักบินอวกาศท่ามกลางสภาวะไร้น้ำหนัก

Space Inspirium

โซนนี้แม่แนะนำ รับรองลูกเล่นไม่เลิก!

ทีมแม่ ABK มั่นใจว่าโซนนี้เด็ก ๆ ทุกบ้านจะชอบที่สุดและต้องไม่พลาด

  • 🌟Zone 2 ที่เด็ก ๆ ได้ขึ้นลิฟต์อวกาศ ใช้เวลา 10 นาที แต่ทีมลูกแม่ ABK ใช้เวลา 20 นาที เพราะขอขึ้น 2 รอบ!
  • 🌟Zone 5 บ่อบอล และภาระกิจกำจัดขยะอวกาศพิทักษ์ยานอวกาศ ได้ปล่อยพลังในจุดนี้เยอะมาก ทำให้ใช้เวลาในโซนนี้เป็นพิเศษ แต่ในทุก ๆ โซนจะมีสิ่งที่ดึงเด็ก ๆ ให้หยุดเรียนรู้ที่ถูกออกแบบมาได้อย่างลงตัว

ข้อมูลที่ต้องรู้ก่อนพาลูกไปเที่ยว

เวลาทำการ: วันอังคาร-ศุกร์ 09.00-16.00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 09.00-17.00 น.
ระยะเวลาที่แนะนำ: ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เหมาะกับเด็กเล็กจนถึงวัยประถม
สิ่งอำนวยความสะดวก: ห้องน้ำสะอาด และมีที่จอดรถในพื้นที่
ค่าเข้าชมนิทรรศการ Space Inspirium

  • ผู้ใหญ่ (อายุ 18 ปีขึ้นไป) 100 บาท
  • เด็ก (อายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์) 30 บาท
  • เด็ก (ส่วนสูงไม่ถึง 100 Cm.) ฟรี!
  • ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฟรี!
  • พระภิกษุ / สามเณร / ผู้พิการ ฟรี!

Space Inspirium อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ

88 หมู่ 9 ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20230
โทร. 033-005835, 033-005836
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://spaceinspirium.gistda.or.th
Facebook : https://www.facebook.com/spaceinspirium


เลี้ยงลูกให้ ฉลาด ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
Amarin Baby & Kids

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
วาร์ปสู่ยุคดึกดำบรรพ์ บุก พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ปทุมธานี
School of Ceramics (SOC) สตูดิโอสอนปั้นเซรามิกแบบครบวงจร


Editor : มนันพัทธ์ กุลสิริวัฒนชัย
ภาพ : ฤทธิรงค์ จันทองสุข

Tags

ศูนย์กุมารเวช

รู้เท่าทัน “โรคหัวใจในเด็ก” สัญญาณเตือนที่ควรพบหมอเด็ก

สุขภาพหัวใจของลูกน้อยเป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม แม้ว่าโรคหัวใจในเด็กจะเป็นภาวะที่น่ากังวลและเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัย ทั้งความผิดปกติแต่กำเนิดหรือโรคแทรกซ้อนภายหลังคลอด แต่หากคุณเข้าใจถึงสาเหตุ สามารถสังเกตสัญญาณเตือนได้อย่างเท่าทัน และได้รับการดูแลจากหมอหัวใจในเด็กอย่างถูกต้องรวดเร็ว ก็จะช่วยลดความรุนแรงและเพิ่มโอกาสให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างแข็งแรง

สารบัญบทความ

ทำความรู้จัก “โรคหัวใจในเด็ก” คืออะไร อาการเป็นอย่างไร

โรคหัวใจในเด็กสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งเกิดจากโครงสร้างหัวใจผิดปกติตั้งแต่อยู่ในครรภ์ มีทั้งชนิดเขียวและไม่เขียว และโรคหัวใจที่เกิดขึ้นภายหลัง เช่น โรคคาวาซากิ ไข้รูมาติก และกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจากเชื้อไวรัส ซึ่งอาจรุนแรงจนนำไปสู่ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้

สังเกตสัญญาณเตือนโรคหัวใจในเด็กจากอาการเหนื่อยง่าย หายใจหอบขณะออกกำลังกาย หรือเหนื่อยจนตัวเขียวคล้ำบริเวณริมฝีปากและเล็บขณะดูดนม ร่วมกับอาการน้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ เลี้ยงไม่โต หน้ามืด เป็นลม เหงื่อออกมากผิดปกติบริเวณศีรษะ และมีเสียงหัวใจเต้นผิดปกติจากการตรวจโดยแพทย์

หากพบอาการเหล่านี้ ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลวิภาวดี แนะนำให้พาเด็กมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดทันที

สาเหตุของโรคหัวใจในเด็ก ที่ควรเฝ้าระวัง

คลินิกหมอเด็ก โรคหัวใจ

โรคหัวใจในเด็กเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อพัฒนาการของหัวใจทารกตั้งแต่ในครรภ์ หมอเด็กจากโรงพยาบาลวิภาวดี ขอสรุปสาเหตุสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังดังนี้

  • อายุของคุณแม่: การตั้งครรภ์ในช่วงอายุน้อยกว่า 24 ปี หรือมากกว่า 35 ปี มีความเสี่ยงทำให้ทารกหัวใจผิดปกติสูงขึ้น
  • การติดเชื้อระหว่างตั้งครรภ์: คุณแม่ที่ติดเชื้อไวรัส เช่น หัดเยอรมัน ในช่วง 3 เดือนแรก จะรบกวนการสร้างหัวใจทารก
  • พฤติกรรมขณะตั้งครรภ์: การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากจนเกิดภาวะ Fetal Alcohol Syndrome หรือการใช้ยาบางชนิด ส่งผลต่อโครงสร้างหัวใจเด็ก
  • พันธุกรรมและความผิดปกติของโครโมโซม: ครอบครัวที่มีประวัติโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด จะเพิ่มความเสี่ยงส่งต่อสู่ลูก

รักษาโรคหัวใจในเด็ก โดยกุมารแพทย์โรคหัวใจเฉพาะทาง

แนวทางการรักษาโรคหัวใจในเด็กจะขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยแต่ละราย ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลวิภาวดี มีหมอเด็กคอยดูแลและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมดังนี้

  • การรักษาด้วยยา: ใช้ควบคุมอาการในกรณีที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือเต้นผิดจังหวะ เช่น ยาขับปัสสาวะเพื่อลดภาระของหัวใจ ยาลดความดันโลหิต หรือยาควบคุมจังหวะหัวใจ
  • การสวนหัวใจ: วิธีการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กผ่านหลอดเลือดเพื่อขยายลิ้นหัวใจที่ตีบด้วยบอลลูน หรือปิดรูรั่วที่ผนังหัวใจ
  • การจี้ไฟฟ้าหัวใจ: ใช้ทำลายเนื้อเยื่อหัวใจส่วนที่ผิดปกติ เพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้กลับมาเป็นปกติ
  • การผ่าตัดหัวใจ: จำเป็นในรายที่โครงสร้างหัวใจผิดปกติรุนแรง เช่น การผ่าตัดปิดรูรั่ว หรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจและหลอดเลือด
  • การติดตามอาการ: ในรายที่อาการไม่รุนแรง แพทย์จะนัดเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอเพื่อเริ่มการรักษาในเวลาที่เหมาะสม

กุมารแพทย์โรคหัวใจเฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลวิภาวดี

โรคหัวใจในเด็กเป็นภาวะสำคัญที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกน้อยอย่างมาก ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากปัจจัยการติดเชื้อของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ พันธุกรรม หรือโรคแทรกซ้อนภายหลัง การเฝ้าสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด เช่น อาการเหนื่อยง่าย ตัวเขียว หรือเลี้ยงไม่โต จะช่วยให้สามารถวินิจฉัยโรคได้เร็ว และได้รับการรักษาที่เหมาะสมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กในระยะยาว

หากคุณพบสัญญาณเตือนหรือมีความกังวลใจเกี่ยวกับโรคหัวใจในเด็ก ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลวิภาวดี เรามีหมอเด็กพร้อมให้บริการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยกุมารแพทย์โรคหัวใจเฉพาะทาง ด้วยเครื่องมือตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัยและแม่นยำ เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเป็นระบบและปลอดภัยสำหรับลูกน้อยของคุณ

ติดต่อ สอบถาม หรือปรึกษาเกี่ยวกับบริการได้ที่

ศูนย์กุมารเวชโรงพยาบาลวิภาวดี หมอหัวใจในเด็กพร้อมดูแลลูกน้อยของคุณ (Vibhavadi Hospital Pediatrics Center)

  • Location: ชั้น 2 อาคาร 4, โรงพยาบาลวิภาวดี 51/3 ถนน งามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
  • Maps: https://maps.app.goo.gl/fxNmULJMVd3CLgAX7 
  • Tel: 02-058-1111, 02-561-1111 ต่อ 4201-4202, 4220-4221

Tags

Royal Cliff Beach Hotel Pattaya ที่พักถูกใจเด็กสายพลังล้น!

บ้านไหนสายกีฬา ลูกพลังล้นไม่หยุดไม่พัก เชื่อว่าจะถูกใจที่นี่ ทีมแม่ABK ได้มาชาวแกงค์มาสนุกและพักผ่อนกันที่ Royal Cliff Beach Hotel Pattaya บอกเลยว่าถูกใจสุดๆไม่อยากกลับบ้านกันเลย

ความว้าวของที่นี่ เริ่มตั้งแต่ทางเข้า Royal Cliff Beach Hotel Pattaya โรงแรมระดับ 5 ดาว เรียกว่าเป็นตำนานของพัทยาก็ว่าได้ เป็นที่รู้จักมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ตั้งอยู่บนเขาพระตำหนัก (ระหว่างหาดพัทยาใต้และหาดจอมเทียน) โรงแรมที่มีทุกอย่างครบวงจร เข้ามาแล้วไม่อยากออกไปที่ไหน แต่ถ้าอยากชมเมืองพัทยาก็ขับรถเข้าไปใจกลางเมืองพัทยาหรือท่าเรือแหลมบาลีฮาย เพียงแค่ 5-10 นาทีเท่านั้น

แน่นอนว่า ที่นี่ไม่ได้มีแค่ตึกเดียว แต่บนเนื้อที่มากกว่า 100 ไร่ ภายใต้ Royal Cliff Hotels Group ประกอบไปด้วย 4 โรงแรมหรูที่มีสไตล์แตกต่างกันชัดเจน Royal Cliff Beach Terrace ในสไตล์ Exotic Luxury บูทีคโรงแรมที่สร้างกลมกลืนไปกับหน้าผา ติดชายหาด เหมาะกับผู้ที่ชอบความโรแมนติก Royal Cliff Grand Hotel: สไตล์ Formal Luxury เน้นความหรูหราแบบเป็นทางการ เหมาะสำหรับกลุ่มธุรกิจ สัมมนา และผู้ที่ชอบห้องพักวิวมุมสูงแบบพาโนรามา Royal Wing Suites & Spa: สไตล์ Ultimate Luxury ที่สุดของความเหนือระดับ เป็นห้องสวีททั้งหมด พร้อมบริการผู้ช่วยส่วนตัว ส่วนที่เรามาพักในวันนี้ ตกแต่งสไตล์ Casual Luxury เน้นความหรูหราแบบสบายๆ อบอุ่น เหมาะกับทั้งกลุ่มเพื่อน ครอบครัว และคู่รักที่บอกเลยว่าเหมาะกับครอบครัวและเด็กๆมาก

Take A Deep Breath And Relax

ส่วนห้องพักมีการรีโนเวทให้มีความโมเดิร์น โทนสีสว่าง และมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีห้องพักให้เลือกหลายประเภทเราได้มาพักห้อง Mini Suite Plus Sea View ขนาด 36 ตร.ม. มีระเบียงส่วนตัว แบ่งสัดส่วนห้องนอนและมุมนั่งเล่นชัดเจน เรียกได้ว่ามากันสี่คน ก็นอนได้สบายๆ มีมุมให้เด็กๆนอนเอกเขนกเล่นได้เพลินๆ

เตียงนอนแบบคิงไซส์และเตียงเล็กเสริม แยกสัดส่วน ที่ช่วงกลางวันเป้นที่งีบหลับให้เด็กๆได้

Family Don’t Miss!

ขอย้ำอีกครั้งว่ามาที่นี่แล้วเด็กๆได้สนุกจัดเต็มแน่นอน เพราะกิจกรรมที่มีให้แบบจุกๆ ถ้าอยากเล่นน้ำทะเลที่นี่ก็มีชายหาดส่วนตัว ซึ่งโรงแรมมีหาดส่วนตัวถึง 2 หาด ซึ่งสงบ สะอาด ปลอดภัย และไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าใช้ หากชอบว่ายน้ำในสระ ที่นี่ก็มีสระว่ายน้ำถึง 7 สระ กระจายอยู่ทั่วรีสอร์ต แต่สระที่เป็นซิกเนเจอร์และเด็กๆร้องว้าวกันดังสนั่น คือสระ Sky Aquarium Pool สระว่ายน้ำแบบ Infinity-edge ไร้ขอบให้ความรู้สึกเหมือนว่ายน้ำขนานไปกับขอบฟ้าและท้องทะเล รวมถึงมีสวนน้ำขนาดย่อมสำหรับเด็กๆ ว่ายน้ำเสร็จเด็กๆยังได้ทานไอศกรีมโฮมเมดสุดพิเศษ จาก SKY AQUARIUM POOL& BAR ที่มีทั้งเครื่องดื่ม ของว่างแสนอร่อย ได้ใจเด็กๆไปเต็มๆ

กิจกรรมเวิร์กชอปที่นี่ก็พิเศษ เพราะมีคลาสทำอาหารและขนมให้เด็กๆได้ลงมือทำด้วยตัวเอง โดยมีเชฟขนมหวานประจำโรงแรมมาสอนให้แบบส่วนตัว เล่นผ่านการลงมือทำ ได้สูตรขนม ได้ความภาคภูมิใจและความมั่นใจกลับบ้านไปด้วย

ส่วนบ้านไหนที่รักในงานศิลปะที่นี่ก็มีกิจกรรมให้สร้างจินตนาการได้แบบไม่จำกัด ทั้งหัดทำงานคราฟท์หรือจะปล่อยจินตนาการด้วยงานศิลปะแบบไม่มีขีดจำกัด ให้เด็กๆและครอบครัวได้ใช้เวลา ได้ทำกิจกรรมร่วมกันแบบเวลาคุณภาพ

และหากพลังยังไม่หมด ยังมีส่วน FUNTASEA  KIDS WORLD ให้ได้เล่นแบบจุใจ ได้ปล่อยพลังกันให้เต็มที่ ทั้งบ่อบอลยักษ์ สไลเดอร์ เลโก้ ของเล่นเสริมพัฒนาการ สายกระโดด สายปีนป่ายต้องถูกใจ อยู่ที่นี่ได้ทั้งวัน

ถัดจากห้อง Funtasea Kids World จะเป็นห้องเกมและคาราโอเกะ ที่พ่อแม่หรือหากมาเป็นครอบครัวใหญ่ก็สามารถมาใช้บริการด้วยกันได้ เพราะมีทั้งโซนเกม โต๊ะพูล รวมถึงห้องคาราโอเกะที่บอกเลยว่าถ้ามาเป็นครอบครัวใหญ่ จองห้องนี้ไว้สนุกกันได้ทั้งครอบครัว อ่อ!ห้องนี้ยังมีมุมทำงานเล็กๆไว้สำหรับครอบครัวที่อาจจะไม่ได้พกคอมพิวเตอร์มาแต่อยากเช็คอีเมล์สักหน่อย ก็แยกกิจกรรมกันได้ตามสะดวกเลย

หลังจากปล่อยพลังทั้งเล่นน้ำ ทำกิจกรรมเสริมทักษะรอบด้าน ออกกำลังกายกันจนหนำใจแล้ว แน่นอนว่าพลังเด็กๆตอนหิวเป็นเรื่องใหญ่ เราได้นั่งรับประทานอาหารริมทะเลแบบชิลๆกันที่ห้องอาหาร Breezeo อาหารซีฟู๊ดฟิวชันริมทะเล ที่นี่มีห้องอาหารและบาร์ มีบริการถึง 11 ห้อง ในแต่ละตึกสามารถเลือกใช้บริการได้ เช่น ห้องอาหารนานาชาติ Panorama, อาหารอินเดีย Maharani, และบาร์วิวพระอาทิตย์ตก Sunset Terrace Bar เรียกได้ว่า สะดวกและสบายมากๆ ครบครันแบบไม่ต้องออกไปข้างนอกกันเลย

หลังจากหลับสบายแบบเต็มตื่น ได้พักผ่อนกันเต็มที่ เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยอาหารเช้าแบบบุพเฟต์สุดอลังการ ที่เรียกว่าครบทุกสัญชาติ ห้องอาหารPanorama ที่จัดเต็มกับเมนูนานาชาติ สไตล์ยุโรป อาหารเช้าแบบไทย อาหารจีน รวมถึงอาหารอินเดียที่ทำกันสดใหม่ร้อนๆพร้อมให้ได้ลิ้มลอง ในบรรยากาศโปร่งตา รับบรรยากาศริมทะเล บอกเลยนั่งสบาย เด็กๆเพลิดเพลินกับอาหารจนไม่อยากไปไหน

โชคดีของบ้านเราที่ตอนมาที่นี่ตรงกับช่วงเวลาที่โรงแรมจัดการแข่งขันเทนนิสทัวร์นาเมนต์พอดี ซึ่งเป็นการแข่งขันเทนนิสเยาวชนรายการ AssetWise Junior Tennis Thailand Championship จัดขึ้นที่ฟิตซ์ คลับ (Fitz Club) ภายใน รอยัล คลิฟ โฮเต็ล กรุ๊ป พัทยา เป็นทัวร์นาเมนต์สำคัญสำหรับเด็กอายุ 4-14 ปี แบ่งรุ่นการแข่งขันชัดเจน โดยมีจุดประสงค์เพื่อเก็บคะแนนสะสมจัดอันดับนักเทนนิสเยาวชนในประเทศไทย

ข้อดีของการพาเด็กๆที่อาจจะยังไม่ได้สนใจในกีฬาประเภทนี้ได้มาเห็นสนาม เห็นพื้นที่จริง บอกเลยว่าเด็กๆตื่นตาตื่นใจและอยากลองฝึกเทนนิสและเป็นนักกีฬาดูบ้าง เป็นการสร้างแรงบันดาลใจด้านกีฬาให้กับลูกได้อย่างดี หรือบ้านไหนรักในกีฬาเทนนิสอยู่แล้ว อยากลองลงแข่งขัน ครั้งถัดไปจะจัดขึ้นวันที่ 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 นี้

บอกเลยว่าเด็กๆอยากจะขอไปเรียนเทนนิสบ้าง เพราะเห็นสนามแห่งนี้ ที่สวยและปลอดภัย พ่อแม่เองก็อยากจะไปเรียนด้วยเหมือนกัน
ความพิเศษอีกอย่างของที่นี่คือ เด็กๆที่เล่นกีฬาแล้วอยากผ่อนคลาย ที่Fitz Club จะมีนวดผ่อนคลายไว้ให้เด็กๆได้คลายกล้ามเนื้อด้วย

เด็กๆกลับบ้านมาพร้อมพลังเต็มเปี่ยม นอกจากจะได้พักผ่อนสมองจากการเรียนแล้ว ยังได้แรงบันดาลใจแบบจัดเต็มกลับบ้านมาล้นกระเป๋ากันเลย บ้านไหนอยากหาที่พักผ่อนไม่ไกลกรุงเทพ ที่นี่เป็นอีกตัวเลือกที่ไม่ไกลและสะดวก รับรองว่าประทับใจแน่นอนค่ะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

รอยัล คลิฟ บีช โฮเต็ล พัทยา
353 ถนนพระตำหนัก ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20150
โทร: (+66) 38 250421–40
อีเมล: [email protected]
Line ID : @royalcliff
เว็บไซต์: www.royalcliff.com
เรื่องและภาพ : อัจฉรา จีนคร้าม

Tags

นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง

เปรียบเทียบ S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง และ นมผง ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับลูก

ในยุคที่ชีวิตคุณแม่เต็มไปด้วยบทบาทที่ต้องรับผิดชอบรอบด้าน ทั้งเรื่องงาน งานบ้าน และการดูแลลูกน้อย หลายครั้งต้องเจอกับสถานการณ์ที่ท้าทายเวลา ไม่ว่าจะเป็นเช้าวันเร่งรีบ, ช่วงดึกที่ลูกหิวนม, หรือวันที่ต้องฝากลูกไว้กับคนในครอบครัวหรือพี่เลี้ยงช่วยดูแล ในสถานการณ์แบบนี้ตัวช่วยที่ทำให้คุณแม่ “พร้อมเสมอ” จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่ขึ้นชื่อว่าแม่… แม้จะต้องการความสะดวกแค่ไหน เรื่องโภชนาการของลูกก็ยอมลดหย่อนไม่ได้เลยค่ะ

S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง เป็นอีกทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ เพียงแค่บิดและเท ก็พร้อมดื่มได้ทันที ให้ลูกได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลายตามที่คุณแม่ตั้งใจ นอกจากนี้ยังมีสารอาหารเหมือนกันทุกหยด และสามารถใช้ควบคู่กับนมผงได้อย่างลงตัว

เพื่อให้คุณแม่เห็นภาพและเลือกใช้ให้ตอบโจทย์ในแต่ละวัน เรามาดูความแตกต่างของทั้ง 2 รูปแบบกันค่ะ

เจาะลึกความต่าง: นมผง vs นมพร้อมใช้ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับลูก?

คุณแม่หลายท่านอาจสงสัยว่าระหว่าง “S-26 Gold3 แบบนมผง“ กับ “S-26 Gold3 แบบนมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง“ นมรูปแบบใหม่ที่กำลังมาแรงนั้น แตกต่างกันอย่างไร? จริง ๆ แล้วทั้ง S-26 Gold3 นมผง และ S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น “ตัวช่วย” ที่เติมเต็มซึ่งกันและกันให้คุณแม่ดูแลลูกน้อยได้อย่างไร้รอยต่อ โดยมีจุดเด่นที่แตกต่างกันดังนี้ค่ะ

นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง
ข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม S-26 Gold³ นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง สารอาหารหลากหลาย พกพาง่าย สะดวก

มั่นใจได้ในคุณค่าสารอาหารที่ “เหมือนกันทุกหยด”

นมรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้มอบคุณค่าเพียงแค่ความสะดวก แต่ยังคงความโดดเด่นด้วยการผสานสารอาหารสำคัญที่คุณแม่ไว้วางใจ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกน้อยจะได้รับสารอาหารเหมือนกันทุกหยดในทุกมื้อ อาทิ

  • ผสม แอลฟา สฟิงโกไมอีลิน เอกสิทธิ์เฉพาะ S-26 Gold3 เพื่อการใส่ใจของลูกน้อย
  • DHA, ARA, โคลีน, โอเมก้า 3 6 9, วิตามิน บี 12 สูง: วิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง
  • วิตามินซีและวิตามินดี: วิตามินซี และวิตามินดี มีส่วนยช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
  • ผสมโอลิโกฟรุคโตส

เปรียบเทียบสารอาหารของนมผง S-26 Gold3 และ นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง S-26 Gold3

S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ตอบโจทย์ในทุกสถานการณ์

เพื่อให้ทุกช่วงเวลาการเติบโตของลูกเป็นเรื่องง่าย S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในสถานการณ์ที่ต้องการความรวดเร็วและคล่องตัวเป็นพิเศษ:

  • เมื่อต้องเดินทางหรือออกนอกบ้าน : ไม่ว่าจะไปเที่ยวหรือทำธุระ คุณแม่สามารถ ใช้ S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชงได้เลยทันที ช่วยตัดความกังวลเรื่องอุปกรณ์การชงหรือการหาน้ำอุ่น ช่วยให้ทุกการเดินทางของครอบครัวเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบาย
นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง
  • เมื่อต้องฝากลูกให้คนอื่นดูแล : ในวันที่คุณแม่มีภารกิจและต้องฝากลูกไว้กับคุณปู่คุณย่าหรือพี่เลี้ยง S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง ช่วยให้ทุกมื้อนมเป็นเรื่องง่ายขึ้น เพราะไม่ว่าใครเตรียมให้ แม่ก็มั่นใจได้ว่าลูกได้รับสารอาหารเหมือนกันทุกหยด ไม่ต้องกังวลเรื่องสัดส่วนการชง หรือขั้นตอนการเตรียม
นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง
  • ตัวช่วยมื้อดึกที่เร่งด่วน : สำหรับช่วงเวลาที่ลูกตื่นหิวกลางดึก การหยิบ S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง มาเปิดดื่มได้ทันที ช่วยให้ลูกอิ่มท้องได้รวดเร็ว ลดการรอคอยจนงอแง และช่วยให้คุณแม่ได้มีเวลาพักผ่อนต่อได้เร็วขึ้น

เพราะทุกช่วงเวลาของการเติบโตมีความหมาย S-26 Gold3 ทั้งนมผงและนมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง จึงเป็นตัวช่วยที่พร้อมเสมอสำหรับคุณแม่ ไม่ว่าจะเป็นวันที่มีเวลาเตรียมนมตามปกติ หรือวันที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว ก็ยังมั่นใจได้ว่าลูกได้รับสารอาหารสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณแม่ใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการดูแลและเก็บเกี่ยวทุกโมเมนต์สำคัญของลูกน้อยได้อย่างเต็มที่

คุณแม่สามารถเลือกซื้อ S-26 Gold3 นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง และ นมผง ได้แล้ววันนี้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ และช้อปออนไลน์ได้อย่างสะดวกผ่าน Lazada และ TikTok Shop ค่ะ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์และสารอาหารของ นมผง S-26 Gold3
คลิก https://www.s-momclub.com/products/s26-gold-3

ข้อมูลผลิตภัณฑ์และสารอาหารของ นมพร้อมใช้ ไม่ต้องชง S-26 Gold3
คลิก https://www.s-momclub.com/products/s-26-gold-3-ready-to-use

ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

Amarin Baby & Kids Awards 2026

กลับมาอีกครั้ง! กับการโหวตสุดยอดแบรนด์สินค้าแม่ลูก จากเสียงของคุณแม่ทั่วประเทศ Amarin Baby & Kids Awards 2026

THE NEW PREMIUM นิยามใหม่ของสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูก

ปฎิเสธไม่ได้ว่า ครอบครัวยุคใหม่ไม่ได้เลือกผลิตภัณฑ์ให้กับลูกแค่เพียงเพราะความสวยงามภายนอก แต่รวมถึงความรู้สึกตั้งแต่แรกสัมผัส เพราะความหรูหรายุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่ป้ายราคา แต่คือการผสานกันระหว่างความปลอดภัย ความสะดวกสบายการใช้ง่ายและดีไซน์ที่ตอบโจทย์ เมื่อสไตล์และคุณภาพมาเจอกัน ทำให้เกิดสุนทรียภาพหรือความสุขในการใช้ชีวิต

ความพรีเมียมในปัจจุบันจึงไม่ได้พูดแค่เรื่องของ “ลูก” แต่จะให้ความสำคัญกับ “ความรู้สึกของแม่” ด้วย เพราะแม่ที่มีความสุข คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก

มาตราฐานใหม่ในการดูแลลูก

ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอาจไม่ใช่แค่สำหรับเด็ก แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวและใช้งานได้อย่างหลากหลาย เพราะรู้คุณค่าและการใช้ชีวิต ซึ่งประโยชน์นี้ก็ส่งต่อมาถึงเด็กๆในบ้านด้วยเช่นกัน

คืนเวลาให้พ่อแม่ เพื่อเวลาคุณภาพของลูก

เพราะอารมณ์และความรู้สึก การเลี้ยงลูกให้ดี เริ่มที่สภาวะจิตใจของพ่อแม่

พรีเมี่ยมที่จริงใจและตรวจสอบได้ no more fast fashion  ใช้นาน ใช้คุ้มค่า ผ่านแกนการคัดเลือกดังนี้

  • Safety : ความปลอดภัยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล
    มีการออกแบบที่ลดความเสี่ยงจากการใช้งาน และสร้างความอุ่นใจให้กับครอบครัว
  • Intuitive Innovation : นวัตกรรมที่รู้ใจ
    การใช้เทคโนโลยีที่ไม่ได้มีไว้แค่โชว์ แต่ต้องแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • Conscious Luxury: ความหรูหราที่ใส่ใจ
    ความลักชูรีที่มาพร้อมความรับผิดชอบ ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบที่โปร่งใส ปลอดสารพิษ ไปจนถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม
  • Aesthetic Integration: สุนทรียภาพที่ลงตัว
    งานดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัย และสามารถกลมกลืนไปกับไลฟ์สไตล์หรือการตกแต่งบ้านได้

Amarin Baby & Kids เชิญชวนคุณแม่ คุณพ่อ และครอบครัวมาร่วมเสนอชื่อ แบรนด์ผลิตภัณฑ์แม่ลูกในดวงใจ ที่ใช้ดี มีประโยชน์จริง เพื่อเป็นเสียงหนึ่งในการคัดเลือกสุดยอดแบรนด์ เพื่อรับรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2026

มาร่วมโหวตสินค้า ผลิตภัณฑ์ และบริการสำหรับครอบครัว และสินค้าแม่และเด็ก กับนิยามใหม่ของสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูก แบรนด์ที่คุณแม่เลือกและมั่นใจ จนอยากส่งต่อความเชื่อใจ ความถูกใจนี้ไปถึงคุณแม่มือใหม่กันค่ะ

  • ปักหมุดกันตั้งแต่วันนี้ – 30 กรกฎาคม 2569

ร่วมสนุกเพื่อรับรางวัล หนังสือนิทานสำหรับเด็ก จากสำนักพิมพ์ Amarin Kids มูลค่ากว่า 700 บาท จำนวน 100 รางวัล!

มาร่วมโหวตกันได้เลยค่ะ ..คลิกที่นี่เลยค่ะ
https://cooll.ink/Amarinbabyandkids_Award_2026/

Tags

Checklist ช็อปของให้ลูก เพื่อคุณภาพชีวิตดีดี แบบ The New Premium

THE NEW PREMIUM เป็นแบบไหน

ในยุคที่เด็ก ๆ เกิดน้อยลง แต่ทุกครอบครัวมีการวางแผนมาแล้วเป็นอย่างดี ทำให้การเลือกสรรหรือจัดเตรียมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกน้อยจึงแตกต่างไปจากเดิม เช็คลิสต์ต่างๆสำหรับแม่ก่อนคลอดในยุคนี้ จึงไม่ยาวเป้นหางว่างวแบบเมื่อก่อน เพราะมีการคิด วิเคราะห์ มาแล้วว่าของนั้นๆ สามารถใช้งานได้จริง เกิดประโยชน์จริง และไม่กระทบกับการวางแผนทางการเงินของทั้งครอบครัว

จึงปฎิเสธไม่ได้ว่า ครอบครัวยุคใหม่ไม่ได้เลือกผลิตภัณฑ์ให้กับลูกแค่เพียงเพราะความสวยงามภายนอก แต่รวมถึงความรู้สึกตั้งแต่แรกสัมผัส เพราะความหรูหรายุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่ป้ายราคา แต่คือการผสานกันระหว่างความปลอดภัย ความสะดวกสบายการใช้ง่ายและดีไซน์ที่ตอบโจทย์ เมื่อสไตล์และคุณภาพมาเจอกัน ทำให้เกิดสุนทรียภาพหรือความสุขในการใช้ชีวิต

ความพรีเมียมในปัจจุบันจึงไม่ได้พูดแค่เรื่องของ “ลูก” แต่จะให้ความสำคัญกับ “ความรู้สึกของแม่” ด้วย เพราะแม่ที่มีความสุข คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก

มาตรฐานใหม่ในการดูแลลูก

ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอาจไม่ใช่แค่สำหรับเด็ก แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวและใช้งานได้อย่างหลากหลาย เพราะรู้คุณค่าและการใช้ชีวิต ซึ่งประโยชน์นี้ก็ส่งต่อมาถึงเด็กๆในบ้านด้วยเช่นกัน

คืนเวลาให้พ่อแม่ เพื่อเวลาคุณภาพของลูก

เพราะอารมณ์และความรู้สึก การเลี้ยงลูกให้ดี เริ่มที่สภาวะจิตใจของพ่อแม่ เมื่อทั้งครอบครัวไม่มีความเครียดจึงทำให้การเลี้ยงลุกเป้นไปได้อย่างราบรื่นและมีความสุข เวลาคุณภาพต่อวันกับลูกจึงสำคัญ การเลือกของใช้ที่มาตอบโจทย์และเป็นตัวช่วยที่ดีให้กับแม่ๆจึงต้องเป้นของที่ลดความกังวลใจ ช่วยให้ผ่อนคลาย เป็นความพรีเมี่ยมที่จริงใจ ของที่คัดสรรมาใช้กับลูกจึงต้องตรวจสอบได้ว่าดีและปลอดภัยที่สุด

No more fast fashion ใช้นาน ใช้คุ้มค่า

เมื่อของที่เลือกให้ลุกไม่ได้เป็นสินค้าตามกระแส แต่เป็นของที่จำเป็นจริง ๆ จึงกล้าที่จะลงทุนเพื่อให้ลูกสบาย พ่อแม่สบาย โดยผ่านแกนหลักๆดังนี้

  • Safety : ความปลอดภัยที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล
    มีการออกแบบที่ลดความเสี่ยงจากการใช้งาน และสร้างความอุ่นใจให้กับครอบครัว
  • Intuitive Innovation : นวัตกรรมที่รู้ใจ
    การใช้เทคโนโลยีที่ไม่ได้มีไว้แค่โชว์ แต่ต้องแก้ปัญหา (Pain point) ของแม่ได้อย่างตรงจุด ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน (User-friendly)
  • Conscious Luxury : ความหรูหราที่ใส่ใจ
    ความลักชูรีที่มาพร้อมความรับผิดชอบ ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบที่โปร่งใส ปลอดสารพิษ (Non-toxic) ไปจนถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อม
  • Aesthetic Integration : สุนทรียภาพที่ลงตัว
    งานดีไซน์ที่สวยงาม ทันสมัย และสามารถกลมกลืนไปกับไลฟ์สไตล์หรือการตกแต่งบ้านได้

วางแผนเป็นระบบ ก็นับเป็นความพรีเมี่ยม

การเตรียมของก่อนคลอดจึงจำเป็นอย่างมาก เพื่อให้การไปโรงพยาบาลไม่ฉุกละหุก รวมถึงเมื่อกลับจากโรงพยาบาลหลังคลอด ก็ไม่ต้องกังวลมีทุกอย่างพร้อม ของจำเป็นและสำคัญเท่านั้นที่แม่เลือกเตรียมไว้ให้  และนี่คือเรื่องสำคัญที่แม่ท้องควรรู้!!

Checklist เตรียมของก่อนคลอด ไม่บานปลายได้คุณภาพ!!

การเตรียมทำรายการข้าวของเครื่องใช้ สำหรับต้อนรับลูกน้อย สมาชิกใหม่ในบ้าน ใครว่าไม่สำคัญ? หากเป็นความเชื่อสมัยก่อนรุ่นคุณปู่คุณย่า หรือคุณทวด อาจไม่ใช่สิ่งที่นิยมทำกันมากนัก เพราะมีความเชื่อโบราณที่ว่า เตรียมของก่อนคลอด ทำให้โชคร้าย??? (จริงหรือ) เตรียมของก่อนคลอด ทำให้ลูกงอแง??? (จริงหรือ)

ในปัจจุบันความเชื่อต่าง ๆ เหล่านี้คงเหลือไว้เพียงเรื่องเล่า เพราะวิวัฒนาการ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ สามารถตอบคำถาม และข้อห่วงใยของคนโบราณได้เป็นอย่างดี ตัวอย่างเช่น การที่กล่าวว่า เตรียมของก่อนคลอด อาจทำให้โชคร้าย มีเหตุผลมาจาก ข้อห่วงใยที่กลัวจะเกิดการแท้งลูก ซึ่งในปัจจุบันการฝากท้อง การรับรู้ข้อมูลการดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์มีมากมายกว่าในสมัยก่อนมาก ทำให้โอกาสในการแท้งลูกจึงลดน้อยลง และเข้าใจกันแล้วว่าการแท้งลูกมิได้มาจากการเตรียมของลูกไว้ก่อนแต่อย่างใด เป็นต้น

อ่านต่อ  5 ความเชื่อผิด ๆ ของคุณแม่ตั้งครรภ์

การเตรียมของก่อนคลอด จึงเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้คุณแม่ โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ สามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ ไม่ติดขัด เมื่อกลับจากโรงพยาบาลหลังคลอด เพราะร่างกายของคุณแม่ก็ต้องการการฟื้นฟู อีกทั้งยังต้องมีภารกิจในการเลี้ยงทารกแรกเกิด ที่นับว่าเป็นงานที่ไม่เบาเลยทีเดียว การมีตัวช่วย เช่น ข้าวของ เครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อน ก็จะช่วยเบาแรง และไม่ต้องห่วงเรื่องสุขอนามัย ความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็กมากนัก

Checklist เตรียมของใช้ให้งบไม่บานปลาย ได้ของครบ

การทำรายการสิ่งของ เครื่องใช้ที่จำเป็นก่อนการเลือกซื้อนั้น นอกจากจะช่วยให้เราไม่ซื้อของซ้ำ และมากเกินไปแล้ว ยังทำให้ไม่เกิดการตกหล่นในของบางอย่างที่คุณแม่อาจไม่สะดวกออกไปเลือกซื้อหลังคลอด ดังนั้นเพื่อมิให้เป็นการขาดตกบกพร่อง จะขอแบ่ง Checklist ออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

 เตรียมของก่อนคลอดสำหรับคุณแม่ 

  • กางเกงรัดหน้าท้อง ผ้ารัดหน้าท้องหลังคลอด สำหรับคุณแม่ที่คลอดด้วยวิธีการผ่าคลอด กางเกงรัดหน้าท้องจะช่วยกระชับหน้าท้อง และป้องกันไม่ให้ขอบกางเกงในเสียดสีกับแผลผ่าคลอด
  • ชุดชั้นในสำหรับให้นมลูก
  • ผ้าอนามัย เนื่องจากหลังคลอดยังมีน้ำคาวปลาไหลออกมาอยู่ จึงต้องใช้ผ้าอนามัยหลังคลอด แนะนำเป็นผ้าอนามัยชนิดแผ่นหนาจะดีที่สุด
  • แผ่นซับน้ำนม ทั้งแบบซักได้ใช้ซ้ำ จะช่วยประหยัดได้มาก หรือแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เหมาะสำหรับเวลาออกไปข้างนอก จะสะดวกกว่า
  • ครีมทารักษาหัวนมแตก สำหรับแม่มือใหม่อาจเกิดปัญหาหัวนมแตกจากการเข้าเต้าของลูกน้อยยังไม่ถนัด ผิดวิธี ก็จะเกิดปัญหาดังกล่าวได้ง่าย
  • หมอนให้นม เป็นตัวช่วยเวลาให้นมลูก จะช่วยให้ง่ายต่อการอุ้มลูกเข้าเต้าได้ถูกวิธีมากขึ้น และป้องกันการปวดคอ ปวดหลังของแม่ได้
  • เครื่องปั๊มนม เลือกที่ได้มาตราฐาน มีรับประกัน

คุณแม่อาจซักถามทางโรงพยาบาลที่จะไปคลอดว่า ทางโรงพยาบาลมีสิ่งของสำหรับคุณแม่หลังคลอดอะไรเตรียมไว้ให้แล้วบ้าง โดยเฉพาะหากคุณแม่ซื้อแพ็กเกจคลอดแบบเหมาจ่าย มักจะมีของรวมอยู่ในราคาเหมาจ่ายนั้นแล้ว เช่น ผ้ารัดหน้าท้อง ผ้าอนามัย เป็นต้น จะได้ไม่ซื้อของซ้ำกับทางโรงพยาบาลก็ช่วยประหยัดไปได้มากเช่นกัน

เตรียมของก่อนคลอด สำหรับลูก 

ควรวางแผนเผื่อระยะเวลาและคำนวนจำนวนของสิ่งของแต่ละอย่างตามความเป็นจริงด้วย เช่น เสื้อผ้าเด็กอ่อน ฟูกที่นอน ผ้าห่ม รองเท้าหรือขอบใช้จิปาถะ บางอย่างแม้จะมีราคาสูง แต่หากเป้นของที่ใช้ได้นานและคุ้มค่า เช่น เตียงนอนเด็กที่สามารถปรับใช้ได้จนโต หรือผ้าห่มที่สามารถปรับขนาดได้หรือใช้ได้ทั้งหน้าร้อนและหน้าหนาว เนื้อผ้าชั้นดีที่แม้จะราคาสูงแต่การใช้งานที่นานกว่า จึงต้องนั่งทับมือระงับจิตใจ ไม่ให้กดสั่งซื้อไปแบบไม่คิด แม้จะดูน่ารักน่าซื้อ แต่ไม่ควรเตรียมไว้มากเกินเพราะลูกโตเร็วมาก ส่งผลให้ใช้ได้ไม่ครบหากมากเกิน และเป็นการเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น เป็นต้น

การเตรียมของใช้สําหรับทารกแรกเกิด

  • การเลือกซื้อของใช้ต่าง ๆ คุณแม่จะต้องใจเย็น ๆ ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ควรเดินดูเพื่อเปรียบเทียบราคา และหาโปรโมชั่นในช่วงเวลาต่าง ๆ ก็จะทำให้ได้ส่วนลด ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้บ้าง
  • เครื่องใช้สำหรับลูกอาจไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่หมดทุกอย่าง และควรเลือกที่มีอายุการใช้งานนาน ๆ เพราะลูกจะโตเร็วมาก การลงทุนซื้อของใช้บางอย่างจึงอาจไม่คุ้มค่า เช่น เปล หรือรถเข็น ถ้าสามารถหยิบยืมจากญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงได้ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้มาก
  • สิ่งของจำเป็นหลายอย่างที่สามารถเก็บได้นาน และจำเป็นต้องมีแน่นอน เช่น ขวดนม ผ้าอ้อม สำลี เป็นต้น คุณแม่สามารถเตรียมเผื่อไว้ได้ เพราะของเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องใช้อยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องรีบร้อนซื้อเร็วไปนัก เพราะบางช่วงเวลาอาจมีโปรโมชั่นลดราคาก็สามารถทยอยซื้อได้เช่นกัน
  • สิ่งของเครื่องใช้สำหรับลูกควรเลือกที่มีลวดลายน่ารักสีสันสดใส เพราะจะช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้
  • อุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีเชือกผูก จะต้องผูกให้แน่น ถ้าเชือกยาวไปจนเกะกะก็ควรตัดทิ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกกลืนเข้าไปจนสำลัก
  • รถเข็น ตะกร้าหิ้วเด็ก หรือเปล ต้องไม่มีเหลี่ยมมุมอันตราย หากเป็นรถเข็นที่สามารถใช้ได้หลากหลาย ล้อที่แข็งแรงใช้กับพื้นที่ขรุขระหรือสำหรับเดินทางได้สะดวก
เตรียมของก่อนคลอด

Checklist รายการเตรียมของก่อนคลอดสำหรับลูกน้อย (แบ่งตามหมวดหมู่)

หมวดเครื่องแต่งกาย

  • เสื้อเด็กทารกแบบป้ายด้านหน้า ผูกโบว์หน้า ซึ่งจะง่ายต่อการสวมใส่ (หากเลือกแบบผูกโบว์ด้านหลัง คุณแม่จะใส่ยากนิดหนึ่งและจะทำให้ลูกเจ็บหลังเวลานอนทับ)
  • เสื้อทารกป้ายด้านหน้าแขนสั้น + กางเกงขาสั้น อย่างน้อย 3 – 4 ชุด
  • เสื้อทารกป้ายด้านหน้าแขนสั้น + กางเกงขาสามส่วน อย่างน้อย 3 – 4 ชุด
  • เสื้อทารกป้ายด้านหน้าแขนยาว + กางเกงขายาว อย่างน้อย 3 – 4 ชุด
  • ชุดไปเที่ยวเสื้อแขนสั้น + กางเกงขาสั้น สัก 2 ชุด / เสื้อแขนยาว + กางเกงขายาว สัก 2 ชุด เท่านี้ก็พอ เพราะอันที่จริงแล้ว ช่วง 3 เดือนแรก คุณหมอไม่แนะนำให้พาลูกออกนอกบ้าน เพราะภูมิคุ้มกันเค้ายังน้อยมาก เสี่ยงต่อการรับเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย
  • ถุงมือและถุงเท้า อย่างละ 4 คู่ (ถุงมือช่วยป้องกันลูกพลาดมือจิ้มตาตัวเอง เพราะการควบคุมกล้ามเนื้อของเด็กทารกยังไม่ดีพอ แต่การใส่ถุงมือถุงเท้าไม่ควรใส่ตลอดเวลา เพราะจะไปปิดกั้นพัฒนาการของลูกได้ แนะนำใส่เวลาที่คุณแม่จำเป็นต้องไปทำงานที่ไม่ได้อยู่ใกล้ลูกจะดีกว่า)
  • รองเท้า  2 คู่
  • หมวกเด็กอ่อน 2 ใบ เอาไว้ใส่สลับกัน
  • ผ้ากันเปื้อน ผ้ากันน้ำลาย เด็กวัยแรกเกิดมักมีน้ำลายไหลออกมาจากปากอยู่เสมอ ผ้ากันน้ำลายจึงเป็นสิ่งที่ควรมีไว้หลาย ๆ ผืน เพราะจะได้มีไว้เปลี่ยนให้ลูกได้สบายตัวขึ้น ไม่เฉอะแฉะ
  • ผ้าอ้อมหรือผ้าห่อตัว แนะนำเป็นผ้าสำลี เพราะลูกจะนุ่มสบายตัวขนาด 30×30 หรือจะเป็นผ้าสาลู ขนาด 29×29 เตรียมไว้ 3-4 โหล เพราะจะได้ไม่เสียเวลาค่อยซักบ่อย ๆ
  • ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ค่อนข้างสะดวก เตรียมไว้เวลาไม่สะดวกเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือตอนกลางคืน แต่สำหรับเด็กอ่อนอาจทำให้ระคายเคืองได้ต้องหมั่นเปลี่ยน
  • ผ้าอ้อมแบบผ้าสำลี ประมาณ 1-2 โหล เพราะใช้ปูทับผ้ายาง จะช่วยซับปัสสาวะลูกได้ดี และจะได้ไม่ต้องทำความสะอาดผ้ายางบ่อยๆ
เตรียมของก่อนคลอด

หมวดอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาด

  • อ่างอาบน้ำเด็ก แนะนำซื้อไซส์ใหญ่ เพราะลูกโตเร็วมาก ควรเลือกแบบที่มีช่องเปิดปิดเพื่อระบายน้ำที่ก้นอ่าง คุณแม่จะได้ไม่ต้องก้มทิ้งน้ำให้ปวดหลัง และเจ็บแผลอีกต่างหาก
  • เครื่องวัดอุณหภูมิน้ำ เพื่อทดสอบความอุ่นของน้ำ
  • แชมพูสบู่อาบน้ำเด็ก Head to Toe สำหรับเด็กแรกเกิด ควรเลือกที่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์ว่าไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวของลูกน้อย
  • หมวกกันแชมพู
  • เบบี้โลชั่น หรือเบบี้ออยล์
  • แป้งฝุ่น ควรเทแป้งที่ฝ่ามือคุณแม่ก่อน แล้วค่อยทาที่ลูก ไม่ควรเทแป้งลงตัวเด็กโดยตรง เพราะผงฝุ่นจะไปรบกวนทางเดินหายใจของลูกได้ เนื่องจากระบบทางเดินหายใจของลูกนั้นยังเล็กมาก
  • สำลีก้านเล็ก สำหรับเช็ดรูจมูก และรอบหู
  • สำลีก้านธรรมดา สำหรับเช็ดสะดือ
  • สำลีก้อนผ่านการฆ่าเชื้อ สำหรับเช็ดก้น
  • สำลีแผ่นตัดข้าง สำหรับเช็ดเปลือกตา
  • baby wipe เวลาออกไปข้างนอกจะได้ไม่ต้องพกสำลีหลายแบบ
  • ผ้าขนหนูอาบน้ำผืนใหญ่ 2 ผืน
  • น้ำยาซักผ้าเด็ก
  • น้ำยาปรับผ้านุ่มเด็ก
  • เครื่องนึ่งขวดนม

หมวดที่นอน

  • เตียงเด็ก มีความแข็งแรง มีตัวล็อกหนาแน่น ลูกกรงที่กั้นโดยรอบเตียงมีความสูงพอที่จะไม่ให้ลูกปีนข้าม ส่วนซี่กรงควรห่างกันไม่เกิน 6 เซนติเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้หัวของลูกเข้าไปติดอยู่เพราะความซน และที่กั้นเตียงควรสูงจากที่นอนอย่างน้อย 26 นิ้ว
  • เบาะนอนทารก ไม่ควรเลือกที่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป เพราะถ้าหากนุ่มมาก ๆ จะเสี่ยงที่ทารกหน้าจมฟูก ทารกอาจหายใจไม่ออก
  • ผ้าปูที่นอน อย่างน้อย 2-3 ชุด
  • ผ้าห่ม ไม่ควรมีชายรุ่ยร่าย เพราะอาจพันนิ้วเล็ก ๆ ของลูกหรือลูกอมเข้าปากจนเกิดการสำลักได้
  • หมอนหนุน
  • หมอนข้างเอาไว้กันตัวลูก
  • รถเข็นเด็ก
  • คาร์ซีท
  • เบาะสำหรับนอนเล่น
  • ของเล่นโมบายล์ ที่มีสีสันสดใสและมีเสียงดนตรีที่ไพเราะ จะเหมาะสำหรับแขวนไว้เหนือเตียง หรืออาจห้อยเอาไว้ให้อยู่ในระดับสายตาลูก (8-10 นิ้ว) เพราะจะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสสายตาของลูกให้ทำงานได้ดี
เตรียมของก่อนคลอด

หมวดเบ็ดเตล็ด

  • กรรไกรตัดเล็บสำหรับเด็ก
  • ลูกยางแดง สำหรับดูดน้ำมูก(อุปกรณ์ดูดน้ำมูก) ในกรณีที่เด็กมีปัญหาน้ำมูกคั่ง ทำให้ดูดนมหรือหายใจลำบาก คุณแม่สามารถใช้ลูกยางแดงหรืออุปกรณ์ดูดน้ำมูกที่ขายในแผนกขายของใช้สำหรับเด็กหรือตามร้านขายยาได้
  • ตะกร้าสำหรับใส่ของใช้ลูก
  • ปรอทวัดไข้ ปรอทแก้วไม่ควรใช้ เพราะอาจเกิดอันตรายได้หากแตกหัก
  • มหาหิงส์(ป้องกันท้องอืด) จะใช้ยี่ห้อไหนก็ได้ แต่ควรเลือกแบบที่มีแอลกอฮอล์น้อย ๆ
  • วาสลีน
  • ครีมทากันยุง
  • แซมบัค ทาหลังยุงกัดหรือหัวโน
  • ตู้เสื้อผ้าลูก
  • อื่น ๆ เช่น ที่กันกระแทกมุมโต๊ะ, ที่กั้นประตู, ที่กั้นพัดลม (กันลูกเอานิ้วไปแหย่)
เตรียมของก่อนคลอด
เตรียมของก่อนคลอด ได้ของครบ แม่สบายใจพร้อมไปคลอด

รายการทั้งหมดนี้ และจำนวนปริมาณ อาจยืดหยุ่นตามความเหมาะสมของแต่ละครอบครัว ที่สำคัญควรจดไว้ในสมุดบันทึก และเช็ครายการที่ได้เตรียมไว้แล้วเพื่อป้องกันการลืม และซื้อซ้ำ หากคุณแม่ลองทำตามเช่นนี้รับรองได้เลยว่าได้ของครบ สบายใจหลังคลอด แถมงบไม่บานปลายอีกด้วย เรียกได้ว่า สุขใจทั้ง พ่อ แม่ และลูก ทั้งครอบครัวเลยทีเดียว

ข้อมูลอ้างอิงจาก medthai.com

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

Amarin Baby & Kids

โรงเรียนฐานปัญญา

Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 โรงเรียนฐานปัญญา

ประมวลภาพบรรยากาศแสนสนุก ในงาน Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 ร่วมกับโรงเรียนฐานปัญญา วันศุกร์ที่ 26 มิ.ย. 69 เวลา 8.00 – 11.00 น.

“เสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ นอกห้องเรียน” ผ่านฐานความสนุกเหล่านี้ 

✨ ฐานที่ 1 Brain Development
ให้เด็ก ๆ ได้เติบโตแข็งแรงทั้งร่างกายและได้ฝึกสมองไปพร้อม ๆ กัน ผ่านการออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก

⛵ ฐานที่ 2 PAPER BOAT ADVENTURE
ฝึกความคิดสร้างสรรค์เรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ ได้คิด วิเคราะห์

🏃 ฐานที่ 3 Survival Skills
ทักษะการเอาตัวรอด ทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิต หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือเหตุการณ์ฉุกเฉิน

🌈 ฐานที่ 4 Language & Communication Skills
การฟังนิทานเป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่ทุกคนใช้เวลาร่วมกันได้

ครั้งนี้เราชวนผู้ใหญ่ใจดีอย่าง ForemostOmegaSmartSuperGold , EminaThailand , Vita – C , MasterRabbit , Saker และ MamaSecret  ไปเคาะประตูพร้อมกันกับเรา ที่จะนำกิจกรรมเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอด ฝึกทักษะในการควบคุมตนเองและสร้างความมั่นใจ เสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการฟังนิทานรอติดตามกันได้เลย

สิ่งดี ๆ ที่ Amarin Baby & Kids อยากมีส่วนร่วมไปด้วยกันกับเด็ก ๆ ให้พวกเขาได้เรียนรู้และสนุกไปด้วยกัน ครั้งหน้าเราจะยกทีมไปที่โรงเรียนไหน รอติดตามกันได้เลยค่ะ

#AmarinBabyandKidsCAMPUSROADSHOW2026 #Schoolvisit #ForemostOmegaSmartSuperGold #EminaThailand #VitaC #MasterRabbit #SAKER #MamaSecret #โรงเรียนฐานปัญญา

Tags

Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 โรงเรียนเซนต์จอห์น

ประมวลภาพบรรยากาศแสนสนุก ในงาน Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 ร่วมกับโรงเรียนเซนต์จอห์น วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. 69 เวลา 8.00 – 11.00 น.

“เสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ นอกห้องเรียน” ผ่านฐานความสนุกเหล่านี้ 

✨ ฐานที่ 1 Brain Development
ให้เด็ก ๆ ได้เติบโตแข็งแรงทั้งร่างกายและได้ฝึกสมองไปพร้อม ๆ กัน ผ่านการออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก

⛵ ฐานที่ 2 PAPER BOAT ADVENTURE
ฝึกความคิดสร้างสรรค์เรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ ได้คิด วิเคราะห์

🏃 ฐานที่ 3 Survival Skills
ทักษะการเอาตัวรอด ทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิต หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือเหตุการณ์ฉุกเฉิน

🌈 ฐานที่ 4 Language & Communication Skills
การฟังนิทานเป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่ทุกคนใช้เวลาร่วมกันได้

ครั้งนี้เราชวนผู้ใหญ่ใจดีอย่าง ForemostOmegaSmartSuperGold , EminaThailand , Vita – C , MasterRabbit , Saker และ MamaSecret  ไปเคาะประตูพร้อมกันกับเรา ที่จะนำกิจกรรมเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอด ฝึกทักษะในการควบคุมตนเองและสร้างความมั่นใจ เสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการฟังนิทานรอติดตามกันได้เลย

สิ่งดี ๆ ที่ Amarin Baby & Kids อยากมีส่วนร่วมไปด้วยกันกับเด็ก ๆ ให้พวกเขาได้เรียนรู้และสนุกไปด้วยกัน ครั้งหน้าเราจะยกทีมไปที่โรงเรียนไหน รอติดตามกันได้เลยค่ะ

#AmarinBabyandKidsCAMPUSROADSHOW2026 #Schoolvisit #ForemostOmegaSmartSuperGold #EminaThailand #VitaC #MasterRabbit #SAKER #MamaSecret #โรงเรียนเซนต์จอห์น

Tags

โรงเรียนแสนสุขสม

Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 โรงเรียนแสนสุขสม

ประมวลภาพบรรยากาศแสนสนุก ในงาน Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 ร่วมกับโรงเรียนแสนสุขสม วันอังคารที่ 16 มิ.ย. 69 เวลา 8.30 – 11.00 น.

“เสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ นอกห้องเรียน” ผ่านฐานความสนุกเหล่านี้ 

ฐานที่ 1 Brain Development
ให้เด็ก ๆ ได้เติบโตแข็งแรงทั้งร่างกายและได้ฝึกสมองไปพร้อม ๆ กัน ผ่านการออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก

ฐานที่ 2 PAPER BOAT ADVENTURE
ฝึกความคิดสร้างสรรค์เรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ ได้คิด วิเคราะห์

ฐานที่ 3 Survival Skills
ทักษะการเอาตัวรอด ทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิต หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือเหตุการณ์ฉุกเฉิน

ฐานที่ 4 Language & Communication Skills
การฟังนิทานเป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่ทุกคนใช้เวลาร่วมกันได้

ครั้งนี้เราชวนผู้ใหญ่ใจดีอย่าง ForemostOmegaSmartSuperGold , EminaThailand , Vita – C , MasterRabbit , Saker และ MamaSecret  ไปเคาะประตูพร้อมกันกับเรา ที่จะนำกิจกรรมเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอด ฝึกทักษะในการควบคุมตนเองและสร้างความมั่นใจ เสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการฟังนิทานรอติดตามกันได้เลย

สิ่งดี ๆ ที่ Amarin Baby & Kids อยากมีส่วนร่วมไปด้วยกันกับเด็ก ๆ ให้พวกเขาได้เรียนรู้และสนุกไปด้วยกัน ครั้งหน้าเราจะยกทีมไปที่โรงเรียนไหน รอติดตามกันได้เลยค่ะ

#AmarinBabyandKidsCAMPUSROADSHOW2026 #Schoolvisit #ForemostOmegaSmartSuperGold #EminaThailand #VitaC #MasterRabbit #SAKER #MamaSecret #โรงเรียนแสนสุขสม

Tags

ไส้เลื่อน

ไส้เลื่อนคืออะไร? เข้าใจอาการ สาเหตุ และวิธีรักษาอย่างครบถ้วน

หลายคนอาจเคยสังเกตว่ามีก้อนนูนผิดปกติบริเวณหน้าท้อง ขาหนีบ หรือจุดใกล้เคียง โดยเฉพาะเวลายืน ไอ หรือยกของหนัก ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับไส้เลื่อน ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากอวัยวะภายในเคลื่อนตัวผ่านผนังกล้ามเนื้อที่อ่อนแอออกมาภายนอก

โรคไส้เลื่อนสามารถพบได้บ่อยและเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมาได้ ดังนั้นการทำความเข้าใจถึงอาการไส้เลื่อน สาเหตุ และแนวทางการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้สามารถสังเกตและรับมือได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก

สารบัญบทความ

โรคไส้เลื่อน คืออะไร?

ไส้เลื่อน (Hernia) คือภาวะที่อวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ลำไส้ หรือเนื้อเยื่อไขมัน เกิดการเคลื่อนตัวผ่านจุดอ่อนของผนังกล้ามเนื้อ (Muscle Wall) หรือเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่พยุงอวัยวะภายในออกมานอกตำแหน่งปกติ ทำให้เกิดเป็นก้อนนูนหรือบวมให้เห็นได้ชัดเจน

โรคไส้เลื่อนสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายตำแหน่งของร่างกาย โดยตำแหน่งที่พบบ่อยคือเป็นไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ หน้าท้อง และสะดือ 

โรคไส้เลื่อน มีอาการอย่างไร?

ไส้เลื่อน สังเกตอาการได้จากความผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณผนังหน้าท้องหรือขาหนีบ ซึ่งอาการของคนเป็นไส้เลื่อนมักเริ่มจากอาการเล็กน้อยและค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นตามเวลา ดังนี้

  • มีก้อนนูนหรือบวมบริเวณหน้าท้อง ขาหนีบ หรือสะดือ โดยก้อนอาจยุบลงได้เมื่ออยู่ในท่านอน
  • รู้สึกปวดหรือหน่วงบริเวณที่มีก้อน โดยเฉพาะเวลายืน เดิน ไอ หรือยกของหนัก
  • อาการเจ็บหรือไม่สบายจะมากขึ้นเมื่อมีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น
  • บางรายอาจรู้สึกแสบร้อนหรือเจ็บตึงบริเวณที่เป็นไส้เลื่อน
  • หากอาการรุนแรง อาจพบก้อนแข็ง กดเจ็บ และไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้
  • ในบางกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อน อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้องมากผิดปกติร่วมด้วย

อาการของไส้เลื่อนอาจดูไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่ถ้าหากมีความผิดปกติหรือมีก้อนนูนที่เปลี่ยนแปลงไป ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินและรับการรักษาอย่างเหมาะสมก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อน

โรคไส้เลื่อน มีกี่ชนิด?

 ไส้เลื่อน ขาหนีบ อาการ

ไส้เลื่อนสามารถแบ่งออกได้หลายชนิด ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เกิดและลักษณะการเคลื่อนตัวของอวัยวะภายใน ซึ่งแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันทั้งอาการและความรุนแรง ดังนี้

  • ไส้เลื่อนขาหนีบ (Inguinal hernia): เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดบริเวณขาหนีบหรือรอยต่อระหว่างหน้าท้องกับต้นขา โดยมักจะเห็นเป็นก้อนนูนชัดขึ้นเวลาไอ ยืน หรือยกของหนัก และพบไส้เลื่อนขาหนีบในผู้ชายมากกว่า บางรายอาจลุกลามลงไปยังถุงอัณฑะ
  • ไส้เลื่อนสะดือ (Umbilical hernia): เกิดบริเวณสะดือ มักพบในทารกแรกเกิดหรือผู้ใหญ่ที่มีความดันในช่องท้องสูง เช่น น้ำหนักเกิน หรือการตั้งครรภ์
  • ไส้เลื่อนต้นขา (Femoral hernia): เกิดบริเวณต้นขาด้านบนใกล้ขาหนีบ พบในผู้หญิงมากกว่า และมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนสูง
  • ไส้เลื่อนกะบังลม (Hiatal hernia): เกิดเมื่อส่วนบนของกระเพาะอาหารเลื่อนผ่านกะบังลมเข้าสู่ช่องอก อาจสัมพันธ์กับอาการกรดไหลย้อน
  • ไส้เลื่อนผ่าตัด (Incisional hernia): เกิดบริเวณแผลผ่าตัดเดิมเมื่อผนังหน้าท้องอ่อนแอหลังการผ่าตัด

แนวทางการรักษาไส้เลื่อน

วิธีรักษาไส้เลื่อนเบื้องต้นจะขึ้นอยู่กับชนิด ตำแหน่ง และความรุนแรงของอาการ โดยเป้าหมายหลักคือการป้องกันภาวะแทรกซ้อนและลดการกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งแนวทางการรักษาไส้เลื่อนที่ใช้ในปัจจุบันมีดังนี้

  • การรักษาแบบเฝ้าติดตามอาการ (Observation): ใช้ในคนเป็นไส้เลื่อนที่อาการยังไม่ชัดเจนหรือไม่มีภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะติดตามอาการเป็นระยะ แนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มแรงดันในช่องท้อง เช่น ยกของหนักหรือออกแรงเบ่ง
  • การผ่าตัดแบบเปิด (Open surgery): เป็นการผ่าตัดโดยเปิดแผลบริเวณตำแหน่งที่เป็นไส้เลื่อน จากนั้นซ่อมแซมและใส่ตาข่ายเพื่อเสริมความแข็งแรง เหมาะกับผู้ป่วยบางกลุ่มและอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าเมื่อเทียบกับวิธีอื่น
  • การผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic surgery): เป็นการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็กหลายจุด โดยใช้กล้องช่วยในการผ่าตัดและใส่ตาข่ายจากด้านใน ข้อดีคือแผลเล็กและฟื้นตัวได้ไว ทำให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไวขึ้น

วิธีป้องกันไส้เลื่อนทำอย่างไรได้บ้าง?

แม้ว่าไส้เลื่อนจะไม่สามารถป้องกันการเกิดได้ในทุกกรณี แต่ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงลงได้ด้วยการดูแลพฤติกรรมในชีวิตประจำวันและเสริมความแข็งแรงของร่างกายให้เหมาะสม ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักเกินกำลัง: ควรใช้ท่าทางที่ถูกต้อง เช่น การย่อตัวแทนการก้มยก เพื่อช่วยลดแรงดันในช่องท้อง
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม: น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะเพิ่มแรงกดต่อผนังหน้าท้อง ทำให้เกิดจุดอ่อนของกล้ามเนื้อและเป็นไส้เลื่อนได้ง่ายขึ้น
  • ป้องกันอาการไอเรื้อรังและท้องผูก: การไอหรือการเบ่งบ่อย ๆ จะเพิ่มแรงดันในช่องท้องและกระตุ้นให้เกิดอาการโรคไส้เลื่อนได้ ควรดูแลระบบทางเดินหายใจและรับประทานอาหารที่มีกากใยให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง: กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวที่แข็งแรงช่วยพยุงอวัยวะภายในและลดความเสี่ยงการเกิดไส้เลื่อนได้
  • หลีกเลี่ยงการเบ่งแรง ๆ เป็นประจำ: เช่น ตอนขับถ่ายหรือยกของหนัก เพราะจะทำให้ผนังหน้าท้องถูกแรงดันซ้ำ ๆ
  • ดูแลสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงอยู่เสมอ: เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ซึ่งส่งผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง

ไส้เลื่อน ภาวะที่ไม่ควรมองข้าม และสัญญาณที่ควรใส่ใจ

ไส้เลื่อน เป็นภาวะที่เกิดจากผนังกล้ามเนื้อในช่องท้องอ่อนแอ ทำให้อวัยวะภายในเคลื่อนตัวออกมาเป็นก้อนนูน ซึ่งสามารถพบได้ในหลายตำแหน่ง เช่น ขาหนีบ สะดือ หรือหน้าท้อง อาการคนเป็นไส้เลื่อนมักสังเกตได้จากก้อนนูนที่ชัดขึ้นเมื่อมีการออกแรง ไอ หรือยกของหนัก หากเข้าใจอาการและชนิดของไส้เลื่อนได้ตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน

หากมีอาการสงสัยหรือเข้าข่ายภาวะไส้เลื่อน โรงพยาบาลวิภาวดีเป็นอีกหนึ่งสถานพยาบาลที่พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด พร้อมแนวทางการรักษาที่ครอบคลุมทั้งการผ่าตัดแบบเปิดและการผ่าตัดผ่านกล้อง รวมถึงการดูแลติดตามอาการหลังการรักษา เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Tags

ตัดเล็บวันไหนดี

ตัดเล็บวันไหนดีให้ปัง? รวมวันมงคลและวันที่ควรหลีกเลี่ยง มีวันไหนบ้าง

เรื่องของความเชื่อกับวิถีชีวิตคนไทยเป็นของคู่กันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเรื่องการหาฤกษ์ยามในกิจกรรมต่าง ๆ แม้แต่เรื่องเล็กน้อยอย่างการตัดเล็บ ที่หลายคนอาจสงสัยว่าควรตัดเล็บวันไหนดี เพื่อให้ชีวิตราบรื่นและเป็นสิริมงคลต่อตัวเอง

บทความนี้เลยจะพาไปพาทุกคนไปไขข้อสงสัยถึงคำตอบที่ว่าควรเลือกตัดเล็บวันไหนดีให้เหมาะสมตามตำราโบราณ พร้อมเทคนิคการตัดเล็บที่ถูกต้องที่ทำตามได้ไม่ยากในทุก ๆ วัน 

ตัดเล็บวันไหนดี เปิดความเชื่อโบราณ รวมวันดีที่ควรตัดเล็บ

การเลือกวันที่เป็นมงคลในการตัดเล็บไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องความสะอาด แต่ตามความเชื่อโบราณยังเชื่อว่าเป็นการเปิดรับพลังงานบวกและปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป ซึ่งวันมงคลที่ควรตัดเล็บ มีดังนี้

ตัดเล็บวันจันทร์

เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยวันจันทร์ซึ่งเป็นวันแห่งเสน่ห์และการเจรจา ตามตำรากล่าวว่าการตัดเล็บวันจันทร์ จะช่วยเสริมเรื่องโชคลาภแบบไม่คาดฝัน ใครที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในชีวิต หรือต้องการเสริมเสน่ห์ให้คนรักใคร่เมตตา นอกจากนี้ยังเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตมีความสุข สงบ และไม่มีอุปสรรคมาขัดขวาง การเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในวันจันทร์มักนำไปสู่ความสำเร็จที่ราบรื่นเสมอ

ตัดเล็บวันพุธ

วันพุธตามความเชื่อทางโหราศาสตร์คือวันแห่งการสื่อสารและสติปัญญา หากเลือก ตัดเล็บวันพุธ จะช่วยเสริมในด้านบารมี ปกป้องคุ้มครองจากภัยอันตราย และที่สำคัญคือช่วยป้องกันสิ่งอัปมงคลไม่ให้เข้ามากล้ำกราย ในสมัยโบราณเชื่อว่าการตัดเล็บในวันนี้จะทำให้ผู้ตัดมีสง่าราศี มีคนยำเกรง และช่วยให้กิจการงานต่าง ๆ ที่ทำอยู่เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น เป็นวันแห่งความร่มเย็นเป็นสุขที่หลายคนนิยมเลือกใช้

ตัดเล็บวันศุกร์

สำหรับใครที่อยากเสริมเรื่องเงินทองและความมั่งคั่ง ตัดเล็บวันศุกร์คือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะวันศุกร์คือวันแห่งความอุดมสมบูรณ์และการมีกินมีใช้ ตามตำราว่าไว้ว่าการตัดเล็บวันนี้จะช่วยดึงดูดทรัพย์สินเงินทอง ทำให้มีโชคมีลาภเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะเด่นเรื่องเงินแล้ว ยังช่วยเสริมเรื่องโชคลาภในด้านที่พักอาศัยหรือความอุ่นใจในครอบครัว เป็นวันที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับคนที่ต้องการเน้นเรื่องความรวยและความปัง

ตัดเล็บวันอาทิตย์

วันอาทิตย์เป็นตัวแทนของเกียรติยศและชื่อเสียง การเลือกตัดเล็บวันอาทิตย์จะช่วยส่งเสริมดวงชะตาให้มีชื่อเสียงโด่งดัง มีโชคลาภเข้ามาเยือนแบบปุบปับ การมีชัยชนะเหนือคู่แข่ง หรือได้รับคำชื่นชมจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงานมักเกิดขึ้นได้ง่าย

ต้องรู้! ตัดเล็บวันไหนไม่ดี โบราณไม่แนะนำ

ตัดเล็บวันไหนไม่ดี
ที่มาของรูป : https://www.magnific.com/

เมื่อมีวันมงคลแล้ว ย่อมต้องมีวันต้องห้ามตามความเชื่อที่คนโบราณเตือนไว้ว่าอาจนำความทุกข์หรือเรื่องไม่ดีมาสู่ตัว โดยวันที่ไม่แนะนำให้ตัดเล็บมีดังนี้

ตัดเล็บวันอังคาร

วันอังคารเป็นวันแห่งความใจร้อนและพลังงานที่รุนแรง ตามความเชื่อเดิมระบุว่าไม่ควรตัดเล็บในวันนี้เพราะจะทำให้เสียทรัพย์สินหรือสูญเสียของรักไปโดยใช่เหตุ บางตำรากล่าวว่าอาจนำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้งกับคนรอบข้างได้ง่ายขึ้น 

ตัดเล็บวันพฤหัสบดี

แม้จะเป็นวันครูที่ดูเป็นมงคล แต่สำหรับการตัดเล็บนั้น วันพฤหัสบดีกลับถูกมองว่าเป็นวันต้องห้าม เนื่องจากเชื่อว่าจะทำให้เกิดความทุกข์ยาก ลำบากกายลำบากใจ หรือมีเรื่องให้ต้องวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา

ตัดเล็บวันเสาร์

วันเสาร์เป็นวันแห่งความหนักแน่นและบางครั้งก็นำมาซึ่งความเครียด การตัดเล็บในวันนี้มีความเชื่อว่าจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย อาจทำให้เจ็บไข้ได้ป่วยได้ง่าย หรือมีเรื่องเดือดร้อนใจเข้ามาแทรกแซงความสงบสุขในชีวิต ถือเป็นวันที่ควรพักผ่อนและทำจิตใจให้ผ่องใสมากกว่าการทำกิจที่เกี่ยวกับการตัดหรือการแยกส่วนร่างกายตามความเชื่อทางไสยศาสตร์

วันพระห้ามตัดเล็บจริงไหม?

จริง เพราะวันพระถือเป็นวันบริสุทธิ์และเป็นวันที่วิญญาณหรือเทพยดาต่าง ๆ มาทำบุญ การตัดเล็บซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายออกไปในวันสำคัญทางศาสนาอาจส่งผลให้ชีวิตอายุสั้นลง หรือมีอาการเจ็บป่วยบ่อยครั้ง คนโบราณจึงมักเตือนลูกหลานให้เลี่ยงการตัดเล็บและตัดผมในวันพระ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นการรักษาขวัญกำลังใจให้ดีอยู่เสมอ

วิธีตัดเล็บให้ถูกสุขลักษณะ มีทริกดี ๆ ที่ควรรู้อย่างไรบ้าง

แม้เรื่องดวงชะตาจะเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ แต่การดูแลสุขภาพเล็บและใส่ใจเรื่องความปลอดภัยก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการตัดเล็บให้ถูกต้องและถูกสุขลักษณะจะช่วยป้องกันการเกิดเล็บฉีก เล็บขบ ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่อาจตามมาได้ ซึ่งวิธีการดูแลเล็บที่อยากแนะนำมีดังนี้

  • ควรล้างมือและเล็บให้สะอาดก่อนเริ่มตัดทุกครั้ง เพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย
  • เลือกใช้กรรไกรตัดเล็บที่คมและไม่มีสนิม เพื่อป้องกันอาการเล็บฉีกหรือการติดเชื้อ
  • ไม่ควรตัดเล็บจนสั้นกุดจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดแผลหรือเสี่ยงต่อการเป็นเล็บขบได้ง่าย
  • หลังการตัดเล็บ ควรตะไบขอบเล็บให้เรียบมน เพื่อป้องกันไม่ให้เล็บไปขีดข่วนผิวหนังจนเกิดแผล
  • หากมีปัญหาเรื่องเชื้อราที่เล็บหรือเล็บหนาผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

ตัดเล็บวันไหนดี ความเชื่อเรื่องวันตัดเล็บที่คนไทยยังคงนิยมยึดถือจนถึงปัจจุบัน

การเลือกวันตัดเล็บตามความเชื่อโบราณ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้หลายคนสบายใจและมั่นใจมากขึ้นในการใช้ชีวิต แม้ปัจจุบันวิทยาศาสตร์จะก้าวหน้าไปมาก แต่การรักษาความเชื่อและประเพณีที่สืบต่อกันมา ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากยังใส่ใจเรื่องความสะอาดและสุขอนามัยไปพร้อม ๆ กัน

Tags

Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์

ประมวลภาพบรรยากาศแสนสนุก ในงาน Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 ร่วมกับ โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์ วันอังคารที่ 11 มิ.ย.69 เวลา 8.30 – 11.00 น.

“เสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ นอกห้องเรียน” ผ่านฐานความสนุกเหล่านี้ 

✨ ฐานที่ 1 Brain Development
ให้เด็ก ๆ ได้เติบโตแข็งแรงทั้งร่างกายและได้ฝึกสมองไปพร้อม ๆ กัน ผ่านการออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก

⛵ ฐานที่ 2 PAPER BOAT ADVENTURE
ฝึกความคิดสร้างสรรค์เรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ ได้คิด วิเคราะห์

🏃 ฐานที่ 3 Survival Skills
ทักษะการเอาตัวรอด ทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิต หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือเหตุการณ์ฉุกเฉิน

🌈 ฐานที่ 4 Language & Communication Skills
การฟังนิทานเป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่ทุกคนใช้เวลาร่วมกันได้

ครั้งนี้เราชวนผู้ใหญ่ใจดีอย่าง ForemostOmegaSmartSuperGold , EminaThailand , Vita – C , MasterRabbit , Saker และ MamaSecret ไปเคาะประตูพร้อมกันกับเรา ที่จะนำกิจกรรมเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอด ฝึกทักษะในการควบคุมตนเองและสร้างความมั่นใจ เสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการฟังนิทานรอติดตามกันได้เลย

สิ่งดี ๆ ที่ Amarin Baby & Kids อยากมีส่วนร่วมไปด้วยกันกับเด็ก ๆ ให้พวกเขาได้เรียนรู้และสนุกไปด้วยกัน ครั้งหน้าเราจะยกทีมไปที่โรงเรียนไหน รอติดตามกันได้เลยค่ะ

#AmarinBabyandKidsCAMPUSROADSHOW2026 #Schoolvisit #ForemostOmegaSmartSuperGold #EminaThailand #VitaC #MasterRabbit #SAKER #MamaSecret #โรงเรียนอนุบาลนวพัฒน์

โรงเรียนดรุณพัฒน์

Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 โรงเรียนดรุณพัฒน์

ประมวลภาพบรรยากาศแสนสนุก ในงาน Amarin Baby & Kids CAMPUS ROADSHOW 2026 ร่วมกับโรงเรียนดรุณพัฒน์ วันอังคารที่ 9 มิ.ย.69 เวลา 8.30 – 11.00 น.

“เสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ นอกห้องเรียน” ผ่านฐานความสนุกเหล่านี้ 

✨ ฐานที่ 1 Brain Development
ให้เด็ก ๆ ได้เติบโตแข็งแรงทั้งร่างกายและได้ฝึกสมองไปพร้อมๆกัน ผ่านการออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก

⛵ ฐานที่ 2 PAPER BOAT ADVENTURE
ฝึกความคิดสร้างสรรค์เรียนรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ ได้คิด วิเคราะห์

🏃 ฐานที่ 3 Survival Skills
ทักษะการเอาตัวรอด ทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิต หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดหรือเหตุการณ์ฉุกเฉิน

🌈 ฐานที่ 4 Language & Communication Skills
การฟังนิทานเป็นกิจกรรมง่าย ๆ ที่ทุกคนใช้เวลาร่วมกันได้

ครั้งนี้เราชวนผู้ใหญ่ใจดีอย่าง ForemostOmegaSmartSuperGold , EminaThailand , Vita – C , MasterRabbit, Saker และ MamaSecret ไปเคาะประตูพร้อมกันกับเรา ที่จะนำกิจกรรมเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอด ฝึกทักษะในการควบคุมตนเองและสร้างความมั่นใจ เสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการฟังนิทานรอติดตามกันได้เลย

สิ่งดี ๆ ที่ Amarin Baby & Kids อยากมีส่วนร่วมไปด้วยกันกับเด็ก ๆ ให้พวกเขาได้เรียนรู้และสนุกไปด้วยกัน

ครั้งหน้าเราจะยกทีมไปที่โรงเรียนไหน รอติดตามกันได้เลยค่ะ

#AmarinBabyandKidsCAMPUSROADSHOW2026 #Schoolvisit #ForemostOmegaSmartSuperGold #EminaThailand #VitaC #MasterRabbit #SAKER #MamaSecret #โรงเรียนดรุณพัฒน์

Tags

Organic Ground เปิดบ้านที่ประเทศเกาหลีใต้

เชื่อว่ากว่าที่แต่ละผลิตภัณฑ์จะผ่านด่านคุณแม่และคุณพ่อ ไปจนถึงผิวลูกน้อยในแต่ละบ้านได้ ต้องผ่านการคัดสรรมาแล้วอย่างดี และมีคุณภาพการันตี เพื่อให้ทุกการเลือกสรรของแม่ดีที่สุดเสมอ

Organic Ground แบรนด์สกินแคร์เด็กอันดับ 1 จากเกาหลีใต้ที่แม่ๆ ไว้วางใจ* จึงเปิดบ้านต้อนรับ KOLS และสื่อไทย บินลัดฟ้าสู่ประเทศเกาหลี เพื่อสัมผัสทุกขั้นตอนของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกการเลือกของแม่ เต็มไปด้วยความมั่นใจ ภายใต้แนวคิด “From Korea to Thai Moms”

ทริปครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของแบรนด์ ที่อยากพาคุณแม่คนไทยไปเห็น “ที่มาของความอ่อนโยน” เบื้องหลังมีความตั้งใจซ่อนอยู่มากกว่าที่เราคิด  ก่อนจะส่งต่อมาอยู่ในทุกผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวลูกน้อยในทุกวัน เพราะผิวของเด็กบอบบางกว่าที่คิด การเลือกสิ่งที่สัมผัสผิวลูก จึงต้องเต็มไปด้วยความใส่ใจ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นในทุกขั้นตอน

ทริปสุดพิเศษนี้ Organic Ground ได้เชิญ 3 อินฟลูเอนเซอร์คุณพ่อคุณแม่ที่มีแนวทางการเลี้ยงลูกในแบบของตัวเอง แต่ที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ ความใส่ใจในทุกสิ่งที่เลือกให้กับลูก มาร่วมสัมผัสประสบการณ์อย่างใกล้ชิด นั่นคือ

  • หมอจอย Momjoychannel คุณหมอคุณแม่ผู้แบ่งปันความรู้เรื่องการดูแลลูกอย่างอบอุ่นและเข้าใจง่าย
  • แม่ซังซัง Sungsungblog บิวตี้บล็อกเกอร์และคุณแม่ลูกแฝด ที่ให้ความสำคัญกับการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก
  • Tah and Friends ครอบครัวสายชิลของน้องซัมเมอร์ ที่มีมุมมองการเลี้ยงลูกอย่างเป็นธรรมชาติและแสนอบอุ่น
Organic Ground

ทั้ง 3 ครอบครัวได้เข้าเยี่ยมชมโรงงานและการผลิตของ Organic Ground ในประเทศเกาหลีอย่างใกล้ชิด พิเศษตรงที่ได้เห็นทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ คัดสรรวัตถุดิบ คัดเลือกส่วนผสม กระบวนการผลิต การบรรจุ ไปจนถึงการจัดเก็บก่อนส่งต่อถึงมือแม่ๆ ทุกขั้นตอนดำเนินงานภายใต้มาตรฐานที่เป็นระบบ สะอาด และปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่ออกมาจากโรงงาน สามารถใช้กับผิวบอบบางของเด็กได้อย่างมั่นใจ

Organic Ground

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของทริป คือการเยี่ยมชม Head Office ของ Organic Ground ซึ่งทีมผู้บริหารและทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ นำโดย Young Gun Park – Chairman of GGUMBI Group ที่ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมเล่าถึงแนวคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ที่เน้นถึงความปลอดภัยและการเลือกส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อผิวเด็กๆได้มากที่สุด รวมถึงส่งต่อแรงบันดาลใจในการก่อตั้งธุรกิจนี้ จากประสบการณ์ตรงของตัวเอง เมื่อลูกของเขาเคยมีปัญหาผิว จึงเกิดเป็นความตั้งใจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและปลอดภัยสำหรับเด็กนี้ขึ้นมา

และส่วนผสมที่เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของ Organic Ground คือ “Squalane” ซึ่งถือเปนหนึ่งใน core ingredients ของแบรนด์ ที่จะช่วยเติมความชุ่มชื้นและเสริมเกราะป้องกันผิวของลูกน้อยอย่างอ่อนโยนเหมาะสำหรับผิวเด็กที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Mini Lab Workshop ให้ผู้ได้ทดลองเนื้อผลิตภัณฑ์และเห็นผลลัพธ์ของส่วนผสมต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และ The Bread Test ที่จำลองการกักเก็บความชุ่มชื้นของผิว ผ่านการเปรียบเทียบกับขนมปังที่ทา Squsqu Cream กับด้านที่ไม่ทา เพื่อสะท้อนการคงความชุ่มชื้นของผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นแนวคิดเบื้องหลังการพัฒนาสกินแคร์ของแบรนด์อย่างเป็นเห็นภาพชัดๆ

ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Organic Ground ทั้งสบู่เหลว โลชั่น ครีม ออยล์ กันแดด และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะจุดสำหรับเด็ก แบรนด์ที่ครองใจคุณแม่เกาหลี ด้วยการรับรองมาตรฐานระดับสากลกว่า 6 ประเภท สะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือในระดับสากล และพร้อมส่งต่อความมั่นใจสุ่คุณแม่ชาวไทยด้วยเช่นกัน

ปิดท้ายด้วยความอบอุ่นตลอดทั้งทริป ที่ได้รับความรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของแบรนด์ ที่อยากส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้ทุกครอบครัว

สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ Organic Ground ได้ที่ช่องทางนี้

ช่องทาง online ทั้ง Shopee Lazada Tiktok และแผนกเด็กในห้างสรรพสินค้า Central Department Store ทั้ง 18 สาขา (ชิดลม / ลาดพร้าว / เซ็นทรัลเวิลด์ / ปิ่นเกล้า / เมกาบางนา / บางนา / แฟชั่นไอส์แลนด์ / ภูเก็ต / พระราม 2 / พระราม 3 / แจ้งวัฒนะ / พัทยา / เซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ / เซ็นทรัลเฟสติวัลหาดใหญ่ / อีสต์วิลล์ / อุดรธานี / ขอนแก่น / พระราม 9)

*No.1 Baby Skincare Brand in Korea – Winner of the 2026 Korea Brand Power Awards (Baby Skincare Category), organized by MoneyToday Korea.

Tags

กรุงเทพประกันชีวิต

กรุงเทพประกันชีวิต ประกาศทิศทางธุรกิจปี 69 รับสังคม Longevity ขับเคลื่อน 3 ภารกิจสำคัญ ผลิตภัณฑ์ สิทธิประโยชน์ และยกระดับบุคลากร เปิดสโลแกนใหม่ “ใส่ใจให้ชีวิตดี” พร้อมแบรนด์แคมเปญ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง”

กรุงเทพประกันชีวิตวาง Roadmap ระยะยาวรับสังคม Longevity  ภายใต้วิสัยทัศน์ บริษัทประกันชีวิตอันดับ 1 ด้านความใส่ใจ สร้างการขับเคลื่อน 3 เรื่องสำคัญในปี 2569 คือ พัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ชีวิตระยะยาว มอบสิทธิประโยชน์และบริการที่มีบทบาทต่อคุณภาพชีวิตที่แท้จริง และยกระดับคนผ่านโครงการปั้นตัวแทนและที่ปรึกษาการเงิน สู่ Life Care Partner ที่เข้าใจชีวิตและเป้าหมายลูกค้า พร้อมเปิดตัวแบรนด์แคมเปญใหม่ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง” เพื่อสื่อสารแบรนด์ผ่านหนังโฆษณาพร้อมกิจกรรมตลอดปี สะท้อนความใส่ใจขององค์กร ที่มีเป้าหมายไม่ใช่เพียงดูแลเรื่องประกันชีวิต แต่คือทำให้ความใส่ใจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนได้จริง

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า ในช่วงผ่านมา กรุงเทพประกันชีวิตมีการพัฒนาหลายด้านทั้งผลิตภัณฑ์ บริการ สิทธิประโยชน์รวมทั้งแนวทางการสื่อสารที่เปลี่ยนไป แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากวิธีคิดขององค์กร ซึ่งในปี 2569 จะถูกทำให้ชัดขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของการ “เป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในด้านความใส่ใจ” หรือ Be the Most Caring Life Insurance Company ซึ่ง “ความใส่ใจ” ไม่ได้หมายถึงเพียงการบริการที่ดี แต่หมายถึงความสามารถในการมองเห็นชีวิตลูกค้าในมิติที่ลึกขึ้น

“ในวันนี้ลูกค้าไม่ได้ต้องการเพียงกรมธรรม์ที่ดี แต่ต้องการความมั่นใจว่าบริษัทประกันชีวิตที่เขาเลือกมอบความไว้วางใจ จะเข้าใจชีวิตของเขาในระยะยาว เราจึงมองว่าความใส่ใจ ต้องเป็นสิ่งที่สะท้อนอยู่ในทุกการตัดสินใจขององค์กร ตั้งแต่สิ่งที่บริษัทออกแบบ สิ่งที่ตัวแทนสื่อสารไปจนถึงสิ่งที่ลูกค้าได้รับจริงในชีวิตประจำวัน” นายโชนกล่าว

ทั้งนี้ กรุงเทพประกันชีวิตได้วางโครงสร้างบน 6 เสาหลักของความใส่ใจได้แก่ Products, Professionalism,  Policy,  Privileges, People และ Planet ในบทบาทของบริษัทประกันชีวิตที่ต้องเข้าใจชีวิตคนไทยในโลกใหม่ให้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งทิศทางการดำเนินงานดังกล่าว ได้เริ่มสร้างผลลัพธ์ทั้งในด้านความพึงพอใจของลูกค้าที่อยู่ในระดับ 98.2%  การเติบโตของตัวแทนใหม่ 20% และตัวแทนใหม่ที่มีผลงานเพิ่มขึ้น 25% การใช้งาน digital platform และ engagement ที่เพิ่มขึ้น จากจำนวนผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน BLA Happy Life ที่เพิ่มขึ้น 38% สะท้อนผ่านการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับปีแรก 14% จากการเติบโตในทุกช่องทาง

นายโชนกล่าวว่า ในปี 2569 กรุงเทพประกันชีวิตได้กำหนดทิศทางองค์กรเพื่อให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนเร็วมาก ทั้งด้านเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้คนระมัดระวังมากขึ้นกับการวางแผนระยะยาว และ โครงสร้างชีวิตที่ผู้คนจำนวนมากต้องอยู่กับช่วงชีวิตหลังเกษียณที่ยาวขึ้น ขณะเดียวกัน ต้นทุนด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายการดูแลระยะยาวสูงขึ้น อีกทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนก็แตกต่างกัน นี่คือเหตุผลที่กรุงเทพประกันชีวิตในวันนี้ต้องปรับบทบาทมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยมุมมองคุณภาพของชีวิตภายใต้คำว่า longevity การมีอายุยืนขึ้นจะมีความหมายต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีครบ 4 มิติ คือ  สุขภาพ  หรือ กายฟิต  การมีสุขภาพที่ดี ลดความเสี่ยงและมีการดูแลที่เหมาะสม ความมั่นคงทางการเงิน หรือ เงินพร้อม  การสร้างความมั่นคงทางการเงินพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และมีอิสระในการใช้ชีวิตจากการวางแผนชีวิตระยะยาวเอาไว้ ความสมดุลทางใจ หรือ ใจสมดุล  มีความสบายใจ พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงชีวิต และ ความสัมพันธ์ที่ดี  กับ ครอบครัว คนรอบข้าง ซึ่งจะช่วยให้ชีวิตมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2569 กรุงเทพประกันชีวิต จึงให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ใน 3 มิติ จาก 6 เสาหลัก คือ

มิติด้าน Products+  การพัฒนาแบบประกันภายใต้แนวคิดให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว  เช่น ขยายอายุรับประกันให้ยาวยิ่งขึ้น ขยายระยะเวลาความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี ที่สำคัญ การที่คนเรามีอายุยืนยาวขึ้นจำเป็นต้องมีการดูแลและรูปแบบความคุ้มครองเพิ่มเติม  บริษัทฯ จึงได้เปิดตัวแบบประกัน Long Life Care ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนไทยในยุค longevity โดยขยายความคุ้มครองให้รองรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในวัยสูงอายุ โดยเฉพาะโรคที่กระทบคุณภาพชีวิตระยะยาว เช่น ภาวะสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน และโรคหลอดเลือดสมองที่ไม่ได้กระทบเพียงแค่ค่ารักษา แต่ยังกระทบต่อการใช้ชีวิตของทั้งลูกค้าและครอบครัวในระยะยาว โดยมีโครงสร้างผลประโยชน์ที่ออกแบบให้บริษัทจ่ายสินไหมต่อเนื่องเป็นรายปีไปจนถึงอายุ 99 ปี ช่วยรองรับภาระในช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการการดูแลมากที่สุด

มิติด้าน Privileges+  สิทธิประโยชน์ที่สนับสนุนคุณภาพชีวิต โดยได้พัฒนาบริการ BLA EveryCare ให้ชัดขึ้นใน 3 ระยะ คือ

  1. Proactive Care การใส่ใจสุขภาพเชิงรุกสนับสนุนการมีชีวิตที่แข็งแรงยาวนาน ให้ลูกค้าสามารถติดตามและบริหารจัดการสุขภาพของตนเอง รวมทั้งปรับเปลี่ยน lifestyle เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรค
  2. Preventive Care การใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน มุ่งเน้นการตรวจคัดกรองเชิงลึกเพื่อป้องกันโรคก่อนเกิด ดูแลตัวเองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดโอกาสการเกิดโรคที่รุนแรงได้ในอนาคต
  3. Restorative Care การใส่ใจสุขภาพช่วงฟื้นฟูเมื่อเกิดปัญหาสุขภาพ เพื่อช่วยให้ลูกค้ากลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ และเพื่อให้ BLA EveryCare สามารถดูแลใส่ใจได้อย่างครอบคลุม กรุงเทพประกันชีวิตยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้านสุขภาพทั้งไลฟ์สไตล์และโภชนาการในการมอบบริการด้านสุขภาพที่ครอบคลุม

มิติด้าน Professionalism+  ที่กรุงเทพประกันชีวิตให้ความสำคัญมากในปีนี้ คือการยกระดับบทบาทของตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน โดยมีการเตรียมความพร้อมอย่างจริงจังในการสร้างที่ปรึกษามืออาชีพที่เข้าใจชีวิตลูกค้าจริงภายใต้แนวคิด Life Care Partner หรือ “ตัวแทนแห่งความใส่ใจ” ที่เข้าใจเป้าหมายของลูกค้าและมองเห็นความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัยทั้งเรื่องสุขภาพ ความมั่นคงทางการเงิน ภาระครอบครัว และการเตรียมตัวสำหรับอนาคต

“การเป็น Life Care Partner ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการวางแผนชีวิตอย่างรอบด้าน และมีทัศนคติของการดูแลลูกค้าในระยะยาว โดยเราได้พัฒนาหลักสูตรเพื่อยกระดับตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงินให้มีความพร้อมทั้งในด้านความรู้ มุมมอง และความเข้าใจต่อการดูแลลูกค้าในบริบทที่เปลี่ยนไป เรายังจัดทำข้อมูลองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนให้สามารถนำไปใช้ในการวางแผนชีวิตและดูแลลูกค้าได้อย่างเหมาะสม ภายใต้กระบวนการพัฒนา ประเมินคุณภาพ และการยกย่องผู้ที่สามารถสะท้อนมาตรฐานของการดูแลลูกค้าได้อย่างแท้จริง” นายโชนกล่าว

ด้านนางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า เปิดเผยถึงแนวทางการสื่อสารแบรนด์กรุงเทพประกันชีวิตในปีนี้ว่า จากการที่กรุงเทพประกันชีวิตได้ทำ research อย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้ insights ที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคยุค longevity สิ่งสำคัญคือการมีชีวิตอยู่แบบมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้ได้นานที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมากสำหรับการมีอายุยืนยาวขึ้น

เมื่อสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ กรุงเทพประกันชีวิตจึงมองว่า ความใส่ใจจะยั่งยืนที่สุดถ้าสามารถเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน จึงจะทำให้มีชีวิตที่ดีได้ทั้งตัวเราเองและคนรอบข้าง แนวคิดดังกล่าว จึงนำมาซึ่งแบรนด์แคมเปญ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง” ที่ต่อยอดมาจากแคมเปญ “ใส่ใจ” ในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะสื่อสารผ่านกิจกรรมที่หลากหลายตลอดทั้งปีรวมทั้งสร้างการรับรู้ผ่านหนังโฆษณาในมุมความสัมพันธ์ของพ่อ แม่ ที่ทำทุกสิ่งเพื่อลูก ซึ่งเป็นการเล่าความเสียสละเพื่อคนอื่นที่ชัดเจนที่สุด

“เราถ่ายทอดความคิดของ brand และสื่อสารออกไปผ่านหนังโฆษณา เพื่อจะบอกกับทุกคนที่ต่างมีภาระหน้าที่เพื่อคนอื่น ซึ่งเปรียบเสมือนยอดมนุษย์ของใครบางคน  ให้หันมา “ใส่ใจตนเองเพื่อให้มีชีวิตที่ดี” start from self-care for yourself & loved ones. ยอดมนุษย์ คือ สัญลักษณ์ของการเสียสละ ทำได้ทุกอย่างเพื่อทำให้คนที่เรารักมีชีวิตที่ดี มีความสุขที่สุด แต่มุมคนที่เรารักจริงๆแล้ว ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไปนานๆ ซึ่งภาพนี้จะสมบูรณ์ได้ คือ การที่เราแบ่งเวลามาดูแลใส่ใจตัวเราเองบ้าง”นางสาวอรนาฎ กล่าวพร้อมเพิ่มเติมว่า

หนังโฆษณาจะเผยแพร่ให้ได้รับชมอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 เมษานี้ โดยจะมีความยาวทั้ง 240, 60 และ 30 วิ เพื่อรองรับทุกช่องทางการสื่อสาร นอกจากนี้ ยังจัดทำ VDO ชีวิตดี 4 ด้าน ทั้งกาย ใจ เงิน ความสัมพันธ์ โดยให้กรุงเทพประกันชีวิตได้ดูแล ใส่ใจ ผ่านสินค้า บริการเสริม สิทธิพิเศษ รวมถึงบุคคลากร Life Care Partner ที่จะช่วยให้ทุกคนสร้างคุณภาพชีวิตได้ง่ายมากขึ้น

ในปีนี้ กรุงเทพประกันชีวิตยังได้พัฒนาแอปพลิเคชัน  BLA Happy Life เวอร์ชันใหม่ล่าสุด โดยจะมีสิทธิพิเศษ กิจกรรม ข่าวสาร ต่างๆ เพื่อเติมความสุข และการเตรียมความพร้อมทุกมิติเพื่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยให้ได้มากที่สุด และยังเป็นปีแรกที่เปิด app ให้กับคนทั่วไปที่สนใจได้ใช้ด้วย โดยสามารถดาวน์โหลดได้แล้วตั้งแต่วันนี้

“เรามั่นใจว่า ความใส่ใจที่เราทำให้และกำลังสื่อสารออกไปเพื่อให้ทุกคนที่เป็นเหมือนยอดมนุษย์ หันมาใส่ใจตัวเอง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและพร้อมที่จะดูแลคนที่รัก ทั้งนี้แคมเปญรวมทั้งกิจกรรมต่างๆที่กำลังจะทำต่อจากนี้อย่างสม่ำเสมอจะทำให้ลูกค้ารับรู้ สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเรา และเชื่อว่าสิ่งที่เราทำนี้จะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้าและสังคมไทยของเราได้อย่างแท้จริง สุดท้ายความใส่ใจนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจ และเลือกที่จะให้เราดูแลตลอดไปค่ะ” นางสาวอรนาฎกล่าวในที่สุด 

Tags

Britax Romer

ครั้งแรกในไทย คิดโด แปซิฟิค เปิดตัว Britax Römer คาร์ซีทเด็กพรีเมียมจากเยอรมนีที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม พร้อมนวัตกรรม E-Smart Technology สั่งงานด้วย “เสียง” และ “ระบบสัมผัส”

กรุงเทพฯ – ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ผู้นำวงการค้าปลีกไทย ร่วมกับ บริษัท คิดโด แปซิฟิค จำกัด (Kiddo Pacific) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับพรีเมียม ที่คัดสรรแบรนด์คุณภาพจากทั่วโลกเพื่อครอบครัวไทยมาอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าขยายตลาด

คาร์ซีทเด็กระดับพรีเมียม ประกาศนำเข้า Britax Römer แบรนด์คาร์ซีทระดับโลก ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ความปลอดภัยของลูก” คือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกครอบครัว หรือ “Protecting What Matters Most” สะท้อนจุดยืนของแบรนด์ที่มุ่งมั่นปกป้องทุกช่วงเวลาสำคัญของครอบครัว ด้วยนวัตกรรมคาร์ซีทที่ผสานทั้งความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และดีไซน์ระดับพรีเมียมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว การเปิดตัวครั้งนี้ยังสอดรับกับพฤติกรรมของครอบครัวไทยยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่ได้มองหาคาร์ซีทเพียงเพื่อการใช้งานพื้นฐาน แต่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล คุณสมบัติที่พร้อมตอบโจทย์การใช้จริงในชีวิตประจำวัน และดีไซน์ที่สวยเหมาะกับไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้คาร์ซีทคุณภาพสูงกลายเป็นหนึ่งในสินค้าสำคัญของหมวดแม่และเด็กที่ครอบครัวยุคใหม่เลือกลงทุนด้วยความมั่นใจ

แบรนด์ Britax Römer ถือโอกาสนี้เดินหน้าส่งต่อมาตรฐานความปลอดภัยระดับเยอรมนีสู่ครอบครัวไทยอย่างเป็นทางการ ในงานเปิดตัวสุดอบอุ่นท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขของคุณพ่อคุณแม่และเหล่าคุณหนู ๆ ทั้งยังได้รับเกียรติจากผู้บริหาร นำโดย คุณอนันต์ อภิชัยเดชอุดม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท คิดโด แปซิฟิค จำกัด พร้อมด้วย คุณจิรวรรณ วัฒนสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และคุณกนกพร วิจิตรคุณาภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้าแผนกเด็กเล็ก กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พร้อมครอบครัวเซเลบริตี คุณแซมมี่ – ชนิตา ศรีดาเกษ เครธอร์น และคุณเมล วิณัฐฐา ศักดิ์วรกุลชัย ร่วมแสดงความยินดี ณ ชั้น 5 แผนก My Little World ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

Britax Römer เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ผ่านการจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Kiddo Pacific โดยการเปิดตัวครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของ Kiddo Pacific ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับเด็กไทยตั้งแต่วัย 0 – 12 ปี พร้อมส่งต่อนวัตกรรมคาร์ซีทระดับโลกให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเปิดให้สัมผัสประสบการณ์และเป็นเจ้าของก่อนใคร พร้อมบริการติดตั้งถึงรถ และคำแนะนำการใช้งาน ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล 9 สาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล รวมถึง Central App อย่างเป็นทางการได้ตั้งแต่วันนี้

เรื่องราวของ Britax Römer แบรนด์คาร์ซีทระดับโลกจากเยอรมนี

Britax Römer คือแบรนด์คาร์ซีทเด็กระดับพรีเมียมที่ถือกำเนิดจากประเทศเยอรมนี และได้รับความไว้วางใจจากครอบครัวทั่วโลกมายาวนาน ด้วยประสบการณ์ด้านระบบความปลอดภัยสำหรับเด็กบนรถยนต์มากกว่า 60 ปี แบรนด์ให้ความสำคัญกับการวิจัย พัฒนา และทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยคาร์ซีทหลายรุ่นผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับยุโรป และได้รับการทดสอบการชนจากสถาบันชั้นนำระดับโลก

จุดเด่นสำคัญของ Britax Römer คือการออกแบบที่คำนึงถึง “เด็กจริง และการใช้งานจริงของครอบครัว” ไม่ว่าจะเป็นการรองรับสรีระของเด็กในแต่ละช่วงวัย วัสดุคุณภาพสูง ระบบป้องกันแรงกระแทก หรือฟังก์ชันที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ใช้งานได้สะดวกและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

คาร์ซีทสำคัญอย่างไร? ทำไมเด็กทุกวัยควรมีคาร์ซีท

อุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา และเด็กเล็กถือเป็นผู้โดยสารที่เปราะบางมากที่สุด การเลือกใช้คาร์ซีทที่ได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง คาร์ซีทช่วยลดแรงกระแทกขณะเกิดอุบัติเหตุ รองรับสรีระของเด็กอย่างเหมาะสม และช่วยป้องกันการบาดเจ็บรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาร์ซีทของ Britax Römer มีรุ่นที่ครอบคลุมตั้งแต่เด็กแรกเกิด เด็กวัยหัดนั่ง เด็กวัยเตาะแตะ ตลอดจนเด็กโต เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกใช้งานให้เหมาะกับช่วงวัยของลูกได้อย่างต่อเนื่อง

ไฮไลต์นวัตกรรมใหม่คาร์ซีทอัจฉริยะ รุ่น BRITAX ECHO SMART MAX CAR SEAT

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานเปิดตัวครั้งนี้ คือการเผยโฉม BRITAX ECHO SMART MAX CAR SEAT คาร์ซีทอัจฉริยะนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมระบบ E-Smart Technology หนึ่งเดียวในประเทศไทย ณ เวลานี้

จุดเด่นของรุ่นนี้ คือการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับระบบความปลอดภัยระดับพรีเมียม โดยสามารถสั่งงานได้ด้วยทั้ง “เสียง” และ “ระบบสัมผัส” ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ เพื่อดูแลเด็กอายุ 0 – 7 ปี ให้ปลอดภัยทุกการเดินทาง

BRITAX ECHO SMART MAX CAR SEAT ยังมีอีกหลากหลายคุณสมบัติที่โดดเด่น ได้แก่

  • ระบบ Smart Control ใช้งานง่าย
  • รองรับการสั่งงานด้วยเสียง
  • ระบบสัมผัสอัจฉริยะ
  • ดีไซน์พรีเมียมหรูหรา
  • ระบบป้องกันแรงกระแทกรอบด้าน
  • เบาะรองนั่งนุ่มสบาย รองรับสรีระเด็ก
  • เหมาะสำหรับการเดินทางของครอบครัวยุคใหม่
  • เหมาะสำหรับเด็กอายุ 0 – 7 ปี
  • รับประกันสินค้า 5 ปี

BRITAX ECHO SMART MAX CAR SEAT พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้ววันนี้ ในข้อเสนอสุดพิเศษ ทั้งส่วนลด บริการติดตั้งถึงรถ และคำแนะนำการใช้งาน ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 52,995 บาท ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลและ Central App และยังมีบริการซักและฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 2 ปี โดย Kiddo Pacific นับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการคาร์ซีทเด็กที่ยกระดับทั้งความปลอดภัยและประสบการณ์การใช้งานให้ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศงานเปิดตัวสุดอบอุ่น ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม

ภายในงานเปิดตัวเต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง โดยมีครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ เซเลบริตีพร้อมครอบครัว และผู้สนใจเข้าร่วมสัมผัสผลิตภัณฑ์จริงอย่างใกล้ชิด นอกจากการเปิดตัวนวัตกรรมใหม่แล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมพิเศษมากมาย สร้างความประทับใจให้กับครอบครัวที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่นตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ทดลองใช้งานคาร์ซีทรุ่นต่าง ๆ
  • แนะนำการเลือกคาร์ซีทให้เหมาะกับวัยลูก
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเด็ก
  • รับโปรโมชันและของสมนาคุณพิเศษภายในงาน

วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทั้ง 9 สาขา

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจ สามารถเลือกชม ทดลองสินค้า และเป็นเจ้าของ Britax Römer พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ ส่วนลดสูงสุด 20% ได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทั้ง 9 สาขา ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพัทยา, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลภูเก็ต, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้า, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเมกะบางนา หรือช้อปง่ายทุกที่ ทุกเวลา ผ่านหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ทั้ง Central App, เว็บไซต์ www.central.co.th, Central Chat & Shop ช้อปและแชตผ่านไลน์ @CentralOfficial หรือ @MyLittleClub และช้อปผ่านเฟซบุ๊กเพจและอินบ็อกซ์ของ Facebook: Central Department Store

Britax Romer

เพราะทุกการเดินทางของลูก คือเรื่องสำคัญที่สุด

Britax Römer ไม่ได้เป็นเพียงคาร์ซีทเด็กระดับพรีเมียม แต่ยังเป็นตัวแทนของความใส่ใจในทุกช่วงเวลาสำคัญของครอบครัว ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ผสานนวัตกรรมล้ำสมัย และการออกแบบที่เข้าใจทั้งเด็กและพ่อแม่อย่างแท้จริง จึงทำให้ Britax Römer กลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ครอบครัวยุคใหม่ไว้วางใจ

Protecting What Matters Most
ปกป้องทุกสิ่งสำคัญ…ตั้งแต่วันแรกของการเดินทางร่วมกัน

Tags

นมวัว UHT เพิ่มความสูง

นมวัว UHT เพิ่มความสูง ลูกวัย 4-12 ปี เทียบชัด 5แบรนด์ยอดฮิต สารอาหารธรรมชาติสูง คีย์ลับมวลกระดูกแข็งแรง ที่แม่ต้องรู้!

เมื่อลูกก้าวเข้าสู่วัยเรียนช่วงอายุ 4-12 ปี สิ่งที่คุณแม่หลายคนให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งคือการเลือก นมวัว UHT เพิ่มความสูง เพื่อเป็นต้นทุนร่างกายที่ดีที่สุดก่อนจะถึงช่วงยืดตัวแรง (Growth Spurt) ค่ะ เพราะความสูงไม่ใช่แค่เรื่องของกรรมพันธุ์ แต่คือการสะสม “มวลกระดูก” ให้หนาแน่นตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ลูกเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพและมีความมั่นใจในทุกกิจกรรม ซึ่งในท้องตลาดปัจจุบันมีนมกล่องให้เลือกมากมาย จนคุณแม่อาจจะลังเลว่าควรส่งต่อความรักผ่านกล่องไหนดี?

วันนี้ Amarin Baby & Kids จึงขออาสามาสแกนข้อมูลเจาะจุดเด่นของ 5 แบรนด์นม UHT รสจืด ยอดนิยมที่ครองใจคุณแม่ไทยมาอย่างยาวนาน โดยเราจะเน้นไปที่การมองหา “สารอาหารจากธรรมชาติ” ที่ร่างกายเด็กวัยเรียนดูดซึมไปใช้ได้จริง ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างก็มีเอกลักษณ์และคุณประโยชน์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป เพื่อช่วยให้คุณแม่ตัดสินใจเลือกนมกล่องที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกรักได้แม่นยำที่สุดค่ะ

รู้ก่อน…สูงก่อน! เจาะ “ช่วงเวลาทอง” ของความสูงที่แม่ต้องรีบเก็บเกี่ยว

คุณแม่ทราบไหมคะว่า “ส่วนสูง” ของลูกรักไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราที่เท่ากันทุกปี? ในโลกของคุณแม่สายเป๊ะ เราเรียกช่วงเวลาที่ร่างกายลูกยืดตัวพรวดพราดนี้ว่า “Golden Period” หรือช่วงเวลาทองแห่งการเจริญเติบโตค่ะ ซึ่งถ้าเราเตรียมร่างกายลูกให้พร้อมด้วย นมวัว UHT เพิ่มความสูง ตั้งแต่เนิ่นๆ พอถึงเวลาที่ “เครื่องติด” ลูกจะพุ่งทะยานได้ไกลกว่าใครเพื่อนเลยล่ะค่ะ

นมวัว UHT เพิ่มความสูง

เรามาแอบส่องกันค่ะว่า “ตารางเวลา” ของหนุ่มน้อยและสาวน้อยบ้านไหน กำลังเข้าสู่ช่วงนาทีทองกันบ้าง

  • หนุ่มน้อยจอมพลัง (อายุ 10-12 ปี): ช่วงนี้แหละค่ะที่เสียงเริ่มเปลี่ยน ไหล่เริ่มกว้าง และความสูงจะเริ่ม “ติดสปีด” แบบฉุดไม่อยู่! โดยหนุ่มๆ จะมีโอกาสโกยส่วนสูงไปยาวๆ จนถึงอายุ 18-20 ปี ก่อนที่กราฟจะเริ่มคงที่ ดังนั้นช่วง 4-9 ปี คือการ “วอร์มอัพ” สะสมแคลเซียมรอไว้เลยค่ะ
  • สาวน้อยแสนหวาน (อายุ 9-10 ปี): ฝั่งลูกสาวจะเริ่มสตาร์ทเร็วกว่านิดหน่อยค่ะ พอเข้าเลข 9 ปุ๊บร่างกายจะเริ่มเตรียมพร้อมเข้าสู่ช่วงยืดตัวอย่างรวดเร็ว และจะค่อยๆ คงที่เมื่ออายุประมาณ 16-18 ปีช่วงนี้แม่ๆ ต้องเน้นโภชนาการให้เป๊ะ เพราะเป็นโค้งสุดท้ายที่สำคัญมากจริงๆ

ทำไมต้องเริ่มตั้งแต่ 4-12 ปี?

ลองจินตนาการว่าร่างกายลูกเหมือนการสร้างตึกสูงค่ะ ช่วงเด็ก 4-12 ปี คือการ “เทฐานราก” และ “สะสมแคลเซียม” ยิ่งฐานแน่นและมีแคลเซียมตุนไว้เยอะเท่าไหร่ พอถึงเวลาต่อเติมชั้นสูงๆ (Growth Spurt) ของลูกก็จะสูงสง่าและแข็งแรงสมบูรณ์ที่สุดนั่นเองค่ะ

แต่เอ๊ะ… ในเมื่อรู้แล้วว่าต้องสะสมแคลเซียมจากธรรมชาติ แล้วนมกล่องไหนล่ะที่มีสารอาหารธรรมชาติครบเครื่องที่สุด? ตาม Amarin Baby & Kids ไปสแกนหลังกล่อง 5 แบรนด์ นมวัว UHT เพิ่มความสูง รสจืดยอดนิยมกันต่อเลยค่ะ

เจาะลึก 5 แบรนด์ “นมวัว UHT เพิ่มความสูง” กล่องไหนสารอาหารธรรมชาติปังสุด?

ถ้าพูดถึงสารอาหารจากธรรมชาติที่มาพร้อมกับนมโคแท้ 100% แน่นอนว่าชื่อของ “แคลเซียม” ต้องลอยมาเป็นอันดับแรกค่ะ แต่คุณแม่ทราบไหมคะว่า… ประโยชน์ในนมหนึ่งกล่องไม่ได้มีดีแค่เรื่องแคลเซียมเท่านั้น

เพราะในน้ำนมโคแท้ๆ ยังอัดแน่นไปด้วย “ทีมเวิร์กสารอาหารธรรมชาติ” ที่ทำงานประสานกันเพื่อลูกรักวัยเรียน ไม่ว่าจะเป็น วิตามินบี 12 และ วิตามินบี 2 ที่ช่วยรีบูสต์พลังงานและระบบประสาท ฟอสฟอรัส คู่หูสำคัญที่ช่วยให้แคลเซียมสร้างกระดูกได้แข็งแรงขึ้น ไปจนถึง ไอโอดีน ที่มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ตามปกติของระบบประสาทและการเจริญเติบโตของร่างกาย

เรียกได้ว่าการดื่มนมโคแท้ 100% คือการเติมอาหารสมองและร่างกายไปพร้อมๆ กันค่ะ แต่เอ๊ะ… ในบรรดา 5แบรนด์ดังที่เราคุ้นเคย กล่องไหนจะมีสารอาหารเหล่านี้ในปริมาณที่ “ปัง” และตอบโจทย์การปั้นส่วนสูงของลูกวัย 4-12 ปีได้มากที่สุด? Amarin Baby & Kids กางข้อมูล “หลังกล่อง” มาเทียบให้เห็นชัดๆ แล้วค่ะ

นมวัว UHT เพิ่มความสูง

จากข้อมูลการเปรียบเทียบสารอาหารธรรมชาติข้างต้น จะเห็นได้ว่าแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นและปริมาณสารอาหารที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไปค่ะ เพื่อให้คุณแม่สามารถนำไปพิจารณาเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น เราได้สรุปจุดเด่นด้านโภชนาการของแต่ละแบรนด์มาให้ดังนี้ค่ะ

  • นมโฟร์โมสต์: ให้สารอาหารจากธรรมชาติที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตครบทั้ง 5 ชนิด โดยมีปริมาณแคลเซียมอยู่ที่ 35% และฟอสฟอรัส 25% ซึ่งเป็นสองสารอาหารสำคัญที่ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเสริมสร้างมวลกระดูก นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี 12 ในปริมาณ 40% พร้อมด้วยวิตามินบี 2 และไอโอดีน ที่ช่วยดูแลระบบประสาทและสมอง
  • นมจิตรลดา และ นมไทย-เดนมาร์ค: มาพร้อมคุณประโยชน์จากแคลเซียมธรรมชาติในปริมาณ 30% โดยนมจิตรลดาจะมีวิตามินบี 12 อยู่ที่ 25% มาร่วมเสริมโภชนาการ ส่วนนมไทย-เดนมาร์คจะเน้นสัดส่วนของวิตามินบี 2 ที่ 30% ซึ่งมีส่วนช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารตามปกติค่ะ
  • นมหนองโพ และ นมดัชมิลล์: มีสัดส่วนของสารอาหารธรรมชาติใกล้เคียงกัน โดยให้ปริมาณแคลเซียมที่ 25% ทำงานร่วมกับฟอสฟอรัส 20% ในการดูแลโครงสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง พร้อมทั้งมีวิตามินบี 12 และวิตามินบี 2 รวมอยู่ด้วยค่ะ

สุดท้ายแล้ว การเลือก นมวัว UHT เพิ่มความสูง ให้ลูกรักในช่วง Golden Period นี้ หัวใจสำคัญอยู่ที่การได้รับคุณค่าจากธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอค่ะ ซึ่งทั้ง 5 แบรนด์ยอดนิยมที่เรานำมาเปรียบเทียบในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น นมโฟร์โมสต์ นมไทย-เดนมาร์ค นมดัชมิลล์ นมจิตรลดา และนมหนองโพ ต่างก็เป็นนมโคแท้ 100% คุณภาพเยี่ยมที่คุณแม่สามารถเลือกซื้อติดตู้เย็นไว้ให้ลูกดื่มเสริมได้ทุกวันอย่างมั่นใจ

เพราะแต่ละแบรนด์ต่างก็มีจุดเด่นของสารอาหารธรรมชาติที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไปค่ะ การให้ลูกดื่มนมเสริมอย่างสม่ำเสมอในทุกวัน ควบคู่ไปกับการทานอาหารมื้อหลักให้ครบ 5 หมู่ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายและเพียงพอ เพื่อเข้าไปเสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรง พร้อมรองรับการเจริญเติบโตให้ลูกรักสูงสมวัยได้อย่างเต็มศักยภาพในอนาคตค่ะ

เครดิต
เคล็ดลับเพิ่มความสูง ของเด็กวัยเรียน, 8

“พีเจ้น” ตอกย้ำความเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก เปิดตัว “Pigeon Bottle Lab” ที่ My Little World ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม เผยโฉมพื้นที่แล็บสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งแรกในไทย ให้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ Mix & Match ขวดนมรุ่นพิเศษ ได้มากกว่า 61,236 แบบ

พีเจ้น (Pigeon) แบรนด์ผลิตภัณฑ์แม่และเด็กชั้นนำ ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและงานวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นยาวนานกว่า 70 ปี เดินหน้าสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับคุณพ่อคุณแม่ ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์พีเจ้นอย่างเป็นทางการในประเทศไทย และ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ผู้นำวงการค้าปลีกไทย ห้างสรรพสินค้าแห่งแรงบันดาลใจ ตอกย้ำบทบาทจุดหมายปลายทางของทุกครอบครัว ร่วมกันยกระดับประสบการณ์การเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับลูกน้อยให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตนของครอบครัวยุคใหม่อย่างแท้จริง ผ่านการเปิดตัว “Pigeon Bottle Lab” ครั้งแรกในประเทศไทย ณ โซน My Little World ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ด้วยคอนเซ็ปต์เดียวกับ “Pigeon Bottle Lab” ที่ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิด “เลือกขวดที่ใช่ แมทช์สีที่ชอบ” Mix & Match แบบขวดนมได้มากกว่า 61,236 แบบ

โดยได้รับเกียรติจากตัวแทนผู้บริหารพีเจ้น คุณคัทสึชิ สึสึอิ ประธานบริษัท บริษัท พีเจ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด, คุณมิซึโอะ มัสซึโมโต ประธานบริษัท บริษัท ไทยพีเจ้น จำกัด รวมถึงคณะผู้บริหารบริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณเมธิน เลอสุมิตรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, คุณเมลดา เกียรติกนกชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และฝ่ายขาย Modern Trade, คุณศศิธร เลอสุมิตรกุล ประธานบริหารด้านการเงิน ตลอดจนตัวแทนผู้บริหาร

Pigeon

เซ็นทรัล รีเทล ดีพาทเมนท์สโตร์ นำโดย คุณอิสรีย์ ชินสวนานนท์ Omnichannel Category Director – Mom & Kids & Strategy & Online Commercial, คุณชยพร ลัทธิโสภณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการกลุ่มสื่อสารการตลาด, คุณกนกพร วิจิตรคุณาภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินค้าแผนกเด็กเล็ก และคุณพัชรี ทิพยมาบุตร ผู้จัดการทั่วไป ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม พร้อมด้วยคุณพ่อคุณแม่ คุณหนู ๆ ร่วมยินดีเนื่องในโอกาสเปิดตัว “Pigeon Bottle Lab” ครั้งนี้

พื้นที่ “Pigeon Bottle Lab” ถูกออกแบบขึ้นเพื่อสร้างประสบการณ์การเลือกขวดนมในรูปแบบ Personalization Experience ที่ให้คุณพ่อคุณแม่สามารถออกแบบขวดนมถ่ายทอดสีสันแห่งตัวตนในสไตล์ของตัวเองได้อย่างอิสระ ผ่านการเลือกจับคู่สีสัน รูปแบบ ลาย และองค์ประกอบต่าง ๆ ของขวดนมพีเจ้น ไม่ว่าจะเป็น ขวดนมคอกว้าง สีชา PPSU จุกนมเสมือนนมมารดารุ่นซอฟทัช ฝาครอบ ฝาเกลียว หูจับ ที่มีให้เลือกถึง 17 สี, 9 ลาย ในหลากหลายขนาด แมทช์เป็นขวดนมในสไตล์ที่ชอบได้มากกว่า 61,236 แบบ เพื่อสะท้อนรสนิยม ไลฟ์สไตล์ และความใส่ใจในรายละเอียดของครอบครัวยุคใหม่ ที่มองว่าผลิตภัณฑ์สำหรับลูก ไม่ได้เป็นเพียงของใช้จำเป็น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิต ไลฟ์สไตล์ รสนิยม และตัวตนของครอบครัวอีกด้วย

บรรยากาศของพื้นที่ “Pigeon Bottle Lab” ถูกสร้างสรรค์ในรูปแบบ Modern Premium Experience ผสานความอบอุ่นเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของแบรนด์แม่และเด็กที่เข้าใจทั้ง “Function” และ “Emotion” ของการเลี้ยงลูกในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มพ่อแม่รุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งนวัตกรรม คุณภาพ ความปลอดภัย ดีไซน์ที่สวยงามและความมั่นใจในเวลาเดียวกัน

การเปิดตัวครั้งนี้ ยังสะท้อนแนวคิดของพีเจ้นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของครอบครัวยุคใหม่ ผ่านการวิจัยเชิงลึกจากศูนย์วิจัย ประเทศญี่ปุ่น ที่ศึกษาเรื่องพัฒนาการและพฤติกรรมการดูดนมของทารกอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่นวัตกรรมระดับโลกอย่าง “SofTouch” ขวดนมรุ่นคอกว้าง และจุกนมเสมือนนมมารดา ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากคุณแม่ทั่วโลก และเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์ภายใน Pigeon Bottle Lab

คุณเมธิน เลอสุมิตรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์แนชชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปัจจุบันพ่อแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกมากขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสบการณ์การใช้งาน ขณะเดียวกันก็มีมุมมองเรื่องไลฟ์สไตล์และความเป็นตัวเองชัดเจนมากขึ้นเช่นกัน “Pigeon Bottle Lab” จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ ที่ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ ให้คุณพ่อคุณแม่ได้สนุกกับการเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกน้อย ในแบบที่สะท้อนตัวตนของครอบครัวตัวเอง”

ด้านคุณอิสรีย์ ชินสวนานนท์ Omnichannel Category Director – Mom & Kids & Strategy & Online Commercial เซ็นทรัล รีเทล ดีพาทเมนท์สโตร์ กล่าวเสริมว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม ในฐานะจุดหมายแห่งไลฟ์สไตล์ที่คัดสรรเพื่อทุกช่วงเวลาของชีวิตสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ได้ร่วมกับพีเจ้นยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งในกลุ่มสินค้าแม่และเด็ก ผ่านการเปิดตัว “Pigeon Bottle Lab” ณ พื้นที่สุดเอ็กซ์คลูซีฟใน My Little World ที่แรกในประเทศไทย หลังจากคอนเซ็ปต์นี้ได้รับการตอบรับอย่างดีในประเทศญี่ปุ่น ความพิเศษของ “Pigeon Bottle Lab” คือการเปิดโอกาสให้คุณพ่อคุณแม่ได้ Mix & Match ขวดนมในแบบที่สะท้อนตัวตน ความชอบ และรสนิยมของครอบครัว ตอบโจทย์เทรนด์คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ที่อยากใช้ของชิ้นพิเศษ ควบคู่ไปกับคุณภาพ ความปลอดภัย นวัตกรรม และคุณสมบัติการใช้งานที่ตอบโจทย์การดูแลลูกน้อยอย่างแท้จริง นับเป็นการยกระดับขวดนมจากของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ให้เป็นอีกหนึ่งแฟชั่นไอเท็มที่สะท้อนความใส่ใจในรายละเอียดและความสุขของครอบครัวยุคใหม่ พร้อมราคาและข้อเสนอสุดพิเศษที่เข้าถึงได้

นอกจากกิจกรรม Mix & Match ขวดนมแล้ว ภายใน “Pigeon Bottle Lab” ยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และคอลเลกชันพิเศษของพีเจ้น ในทุกกลุ่มสินค้า ทั้งขวดนม จุกนม อุปกรณ์เสริมพัฒนาการต่างๆ กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแล และทำความสะอาดผิว ดูแลสุขภาพช่องปาก ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มคุณแม่ยุคใหม่ พร้อมกิจกรรมและแคมเปญพิเศษที่จะมอบให้แก่คุณพ่อ คุณแม่อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

“Pigeon Bottle Lab” เปิดให้สัมผัสประสบการณ์แล้ววันนี้ ที่ My Little World ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม หรือช้อปง่ายทุกที่ ทุกเวลา ผ่านหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล Central Chat & Shop ช้อปและแชตผ่านไลน์ @CentralOfficial ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Pigeon Little Moments Club และ LINE Official: @pigeonlittlemomentsclub

#Pigeon #PigeonBottleLab #เลือกขวดที่ใช่แมทช์สีที่ชอบ #CentralChidlom #CentralDepartmentStore