ตุ๊กตาตัวโปรด

ตุ๊กตาตัวโปรด ทำไมลูกถึงติด เรื่องธรรมดาของผู้ใหญ่แต่ละเอียดอ่อนสำหรับเด็ก

ตุ๊กตาตัวโปรดของลูก…สำคัญเสมอ

ครอบครัวเล็ก ๆ ของเราไปไหนเราจะไปด้วยกัน 3 คน ส่วนพี่แพรวนั้นอยู่กับคุณตาคุณยายจึงไม่ได้ร่วมก๊วนไปด้วยกัน พ่อนกกลับมารับบทคุณพ่อ Full Time ได้ 2-3 เดือนแล้ว คุณสามีบอกเสมอว่า “ลูกได้จะความแกร่งจากผม และจะได้ความอ่อนโยนจากคุณ”

ติดเชื้อในกระแสเลือด เด็กแรกเกิด ลูกป่วยหนัก

มัดหวายเป็นเด็กที่มีความอดทนต่อความเจ็บปวดสูงมาก ถ้าไม่เจ็บจริงๆ จะไม่ร้องไห้ และถึงร้องก็ร้องแป๊บเดียว อีกมุมหนึ่งมัดหวายก็มีความเป็นผู้หญิงอยู่ในตัว เมื่อใดที่พ่อนกนอนป่วย น้องหวายจะเดินไปถามว่า “เป็นอะไรมากมั้ย” พร้อมกับดึงผ้าห่มมาห่มให้พ่อ “พ่อไปหาหมอมั้ย ไม่เป็นไรนะเดี๋ยวก็หาย” ทำให้ชายแกร่งอย่างพ่อนกน้ำตาคลอเลยทีเดียว ทุกอย่างที่ออกมาจากตัวของเด็กน้อยย่อมสะท้อนมาจากผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดนั่นเอง ซึ่งมัดหวายมีแต่พ่อนกกับแม่นุก ทุกอย่างในตัวของเธอจึงมาจากพ่อกับแม่

บทบาทสมมุติ เสริมพัฒนาการ การเล่นของเด็ก

วันหนึ่งช่วงที่แม่นุกยังไม่ได้ทำงาน และมีนัดไปสมัครงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งอยู่คนละจังหวัด เราก็เดินทางกันเป็นแพ็ค มัดหวายขอพาตุ๊กตาหมีตัวโปรดไปด้วย พ่อนกกับมัดหวายและเจ้าหมีนั่งรอ เล่นรอ ทานขนมรอ ระหว่างที่แม่นุกสมัครและสัมภาษณ์งาน ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง แม่นุกออกจากห้องสัมภาษณ์ 2 พ่อลูกก็รออยู่หน้าห้อง แม่นุกชวนลูกไปเข้าห้องน้ำแต่ไม่เห็นเจ้าหมี “อ้าว…แล้วหมีล่ะลูก” เจ้าของรีบตอบทันที “อยู่ในรถ” หลังจากนั้นเราเดินทางกลับ กว่าจะถึงบ้านก็ดึกแล้ว “พ่อหมีของลูกล่ะ” แม่นุกถามขณะขนของลงจากรถ พ่อนกหน้าเสีย “ลืมอยู่ที่เก้าอี้ตอนกินไอติม” แม่นุกงง “อ้าว ถามลูกแล้วลูกบอกว่าอยู่ในรถ” พ่อนกยิ่งงงกว่า “ไม่อยู่ จะอยู่ในรถได้ยังไง ไม่ได้กลับมาที่รถเลย” อ้าว…..แม่หวายหลงแล้ว ตุ๊กตาหมีตัวโปรดลืมอยู่ที่ร้านอาหารในโรงพยาบาล แม่นุกโทรศัพท์กลับไปถามแต่ห้องอาหารปิดทำการเสียแล้ว วันรุ่งขึ้นแม่นุกโทร.กลับไปอีกครั้ง แม่บ้านในห้องอาหารเก็บไว้ให้ที่พนักงานเก็บเงิน “ขอโทษนะคะ พี่รบกวนนิดหมีตัวนี้เป็นตุ๊กตาตัวโปรดของลูกสาว พี่เดินทางกลับต่างจังหวัดแล้ว และไม่ทราบว่าจะได้กลับไปรับคืนเมื่อไหร่ อาจจะอีก 2 สัปดาห์ หรือ เดือนหน้า รบกวนช่วยเก็บไปให้ได้ไหมคะ” เสียงปลายสายรับปากว่าจะเก็บรักษาไว้ให้

shutterstock_112297901

1 เดือนผ่านไป แม่นุกได้งานในจังหวัดนั้นแต่คนละโรงพยาบาล และอยู่คนละฝั่งเมือง จึงยังไม่ได้กลับไปรับเจ้าหมี แต่ทุกครั้งที่มัดหวายเห็นรูปของเธอที่ถ่ายคู่กับเจ้าหมี เธอจะบอกว่า “หวายจะกลับไปรับหมีที่ร้านไอติม” กว่าครอบครัวเราจะได้กลับไปรับเจ้าหมีก็เข้าเดือนที่ 2 ต้องขอบคุณในน้ำใจของพนักงานของโรงพยาบาลนั้นที่เก็บรักษาตุ๊กตาธรรมดา ๆไว้ให้ แต่เรื่องธรรมดาของผู้ใหญ่ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับเด็ก ทันทีไปรับเจ้าหมีมามัดหวายอุ้มเจ้าหมีไม่วาง “อ้าว กลับมาแล้วเหรอ” เธอถามเจ้าหมี

 

ภาพ : shutterstock

Tags

ตะลุยช้อป Lego @โรบินสัน เมกา บางนา

ฉบับนี้พาคุณพ่อคุณแม่ไปเช็กอินกันที่ เลโก้ ช้อปอินช้อป ณ โรบินสัน เมกา บางนา ช้อปแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่โดดเด่น สะดุดตา ท่ามกลางช้อปเสื้อผ้าชั้นนำให้คุณแม่ได้มีเวลาช้อปปิ้ง และในขณะเดียวกันเด็กๆก็ได้ความสนุกสนานใช้จินตนาการ ฝึกสมาธิ จากการนั่งต่อเลโก้ในมุมกิจกรรม

นอกจากสินค้าเลโก้ที่มีให้เลือกสรรมากมายแล้ว ที่นี่ยังมีโมเดลสามมิติที่อิมพอร์ตจากประเทศเดนมาร์ก และมินิฟิกเกอร์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยซึ่งหล่อจากไฟเบอร์กลาส รับรองบรรดาเลโก้เลิฟเวอร์ต้องร้องว้าว!

 

สร้างสรรค์จินตนาการไปกับ

            LEGO Workshop “Think out of the Brick”

สำหรับเลโก้ ช้อปอินช้อป สาขาโรบินสัน เมกา บางนา ที่นี่มีความพิเศษกว่าสาขาอื่นเพราะมีการจัด LEGO Workshop “Think out of the Brick” ฟรี! สำหรับเด็กๆ อายุ 6-12 ปี ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ถึงวันละ 6 รอบด้วยกัน โดยมีการเปิดวีดีโอสอนขั้นตอนการต่อจาก Model Builder ผู้เชี่ยวชาญในการต่อเลโก้ และมีคู่มือในการต่อ แถมยังมีพี่สตาฟ

เลโก้ใจดี คอยให้ความช่วยเหลือเด็กๆ ทุกคน ซึ่งหลังจากจบกิจกรรมแล้วเด็กๆยังได้รับของขวัญเล็กๆน้อยๆจากเลโก้กลับบ้านอีกด้วย

ถือได้ว่าเป็นร้านของเล่นร้านแรกและร้านเดียวในประเทศไทยที่มีมุมเวิร์คช้อปให้เด็กๆได้เล่นเลโก้อย่างไม่ปิดกั้นความคิดและจินตนาการ โดยมีจุดมุ่งหมายให้ทุกๆคนในครอบครัวได้มาใช้เวลาร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ขอบอกว่ากิจกรรมนี้ได้รับการตอบรับจากเด็กๆและผู้ปกครองดีมาก ที่นั่งเต็มตลอด ใครสนใจอยากพาเด็กๆมาร่วมกิจกรรมหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก็มากันได้ที่ Lego Shop โรบินสัน เมกา บางนา ได้เลย

 

            “ปัญญา ปริญญานนท์”

            Model Builder เจ้าของรางวัลสุดยอดแฟนพันธุ์แท้เลโก้ 2008

นอกจากจะได้เยี่ยมชมช้อปเลโก้แล้ว เรายังได้พูดคุยกับคุณปัญญา ปริญญานนท์ หรือคุณปิง คุณพ่อลูกสองที่เติบโตมากับเลโก้ ซึ่งทุกวันนี้ถึงคุณปิงจะทำงานประจำในตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการ กลุ่มวิเคราะห์สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ บมจ.ธนาคารกรุงศรีอยุธยาแล้ว งานอดิเรกที่คุณปิงหลงใหลไม่เคยเปลี่ยนนั่นก็คือการต่อเลโก้ และคุณปิงยังเป็นหนึ่งใน Model Builder และเจ้าของรางวัลสุดยอดแฟนพันธุ์แท้เลโก้ 2008 อีกด้วย

เกิดจากความชอบในวัยเด็ก

“ตอนเด็กผมก็เล่นของเล่นหลายอย่าง แต่วันหนึ่งได้ไปเล่นบ้านเพื่อน แล้วบ้านเพื่อนมีเลโก้ เราไม่รู้จักมาก่อนเลยว่าเลโก้คืออะไร แต่พอได้เล่นแล้วก็ประทับใจ เพราะเราสามารถเอาชิ้นส่วนมาต่อเป็นบ้าน จากบ้านมาเป็นรถ รถเป็นเครื่องบิน เราก็เลยประทับใจมาก ปิดเทอมก็ไปขลุกอยู่บ้านเพื่อนตลอดเลย พ่อแม่ก็เห็นว่าเราชอบมากเลยไปซื้อมาให้ ซึ่งเลโก้มันดีตรงที่เอามาเล่นด้วยกันได้ เอาของเราไปเล่นกับเพื่อนๆ เล่นกันเป็นเมืองใหญ่ๆ สนุกและประทับใจมากๆ ซึ่งผมโชคดีที่พ่อแม่สนับสนุนให้เล่น พอผมมีลูกผมก็สนับสนุนลูกในทางนี้ด้วย เพราะผมเชื่อว่าการเล่นก็เป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง”

เลโก้ให้ทั้งความสนุกและทักษะชีวิต

“เลโก้ เป็นของเล่นที่มีระบบในตัวเองเป็นอย่างมาก ถ้าได้อ่านประวัติการคิดค้นชิ้นส่วนเลโก้จะพบว่า แต่ละชิ้นส่วนที่ออกแบบมา ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดีเลยทีเดียว วิธีการต่อชิ้นส่วน ก็สามารถใช้ได้หลากหลายวิธี

สิ่งที่ได้จากการเล่นเลโก้ อันดับแรกคือ ทำให้เราเป็นคนช่างสังเกต เวลาจะต่ออะไรเราต้องต่อตามคู่มือ แต่คู่มือมันไม่ได้บอกหรอกว่าชิ้นนั้นจะต้องต่อตำแหน่งไหน ภาพมันจะค่อยๆเปลี่ยนไป เราต้องดูเองว่าหน้าที่หนึ่งมีชิ้นส่วนอะไร หน้าที่สองต่ออะไรเพิ่ม ดังนั้นสิ่งแรกที่เราได้คือ เป็นคนช่างสังเกต

อีกทักษะสำคัญที่ผมได้จากการต่อเลโก้ก็คือ ทำให้มีมุมมองหลากหลายมากขึ้น เพราะการเล่นเลโก้ หลังจากเราต่อตามคู่มือเสร็จ เราสามารถรื้อต่อเป็นอย่างอื่นได้ เราต้องบริหารทรัพยากรที่เรามีอยู่ไปทำเป็นอย่างอื่น ก็อยู่ที่เรานั่นแหละจะไปค้นหามัน หรือต่อยอดจากที่มีอยู่อย่างไร อันนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมเอาไปใช้ได้ เช่น เมื่อเกิดปัญหาผมก็รู้ว่าวิธีการแก้ปัญหาก็มีมากกว่าวิธีเดียว”

 

            ส่งต่อจากพ่อสู่ลูก

            “ตั้งแต่ภรรยาตั้งครรภ์ ผมก็จะหาตัวมินิฟิกเกอร์มาเป็นตัวแทนลูก แล้วคุยกับเขาที่ท้องของภรรยาเป็นประจำ พอลูกโตสักหน่อยก็จะหาเลโก้ให้เขาเล่น อย่างเซ็ต Primo (Theme หนึ่งของ Lego สำหรับเด็กเล็ก) และก็จะค่อยขยับมาเป็น Duplo และ LEGO ต่อไป

ตอนนี้ลูกชายคนโตน้องเปปเปอร์ อายุ 10 ขวบเขาจะเล่นกึ่งแอ็คชั่นนิดหนึ่ง ตัวเลโก้ก็จะมีเซ็ตอัศวิน ทหาร ตำรวจกับผู้ร้าย เป็นเมืองซึ่งเราก็สามารถสอนเขาไปในตัวได้ คนที่เป็นผู้ร้าย ทำผิดก็ต้องถูกจับเข้าคุก เลโก้ก็ช่วยเติมเต็มจินตนาการของเขา หรือเซ็ตที่เกี่ยวกับอวกาศเขาก็สามารถเรียนรู้ร่วมกับมันไปได้ เพราะเขาก็จะมีคำถามที่มาถามเรา ก็ฝึกให้ลูกเป็นคนช่างสังเกต ช่างสงสัย นี่เขาก็เริ่มทำรีวิวเลโก้ในยูทูปด้วยนะ

ส่วนน้องปิ่นลูกสาวคนเล็ก ตอนนี้อายุ 2 ขวบครึ่ง สังเกตได้เลยว่าเขามีพัฒนาการเรื่องการมองเห็นสีสรร รูปร่าง ดีมาก ด้วยความที่เลโก้มีรูปทรง และสีที่หลากหลาย ช่วยให้เราสามารถสอนเขาได้ สำหรับพัฒนาการด้านร่างกาย เวลาที่เขาหยิบจับเลโก้ ก็ช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กแข็งแรง

 

สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ผมว่าลูกๆได้จากเลโก้คือ เรื่องสมาธิ เขาสามารถอยู่เล่นกับเลโก้ได้เป็นเวลานานๆ และมีสมาธิที่ค่อนข้างดีทีเดียว ทุกวันนี้มีเลโก้กองไว้ที่โต๊ะในห้องนอน และห้องนั่งเล่น เอาไว้ให้เด็กๆ ได้เล่นทุกวันด้วยความที่เราเห็นว่าเลโก้เป็นของเล่นที่ดี และเหมาะต่อพัฒนาการของเขา ก็จะสนับสนุนและส่งเสริมให้เขาเล่นต่อไปเรื่อยๆ ครับ

 

เรื่องและภาพ : กองบรรณาธิการ

Tags

สอนให้ลูกรักการอ่าน

สอนให้ลูกรักการอ่าน

ดิฉันจะพยายามให้ลูกคุ้นเคยกับหนังสือตั้งแต่เล็กๆ แม้ว่าแกจะยังพูดไม่ได้ก็ตาม ก็สามารถให้แกดูหนังสือได้ค่ะ ดิฉันจะเลือกหนังสือให้เหมาะสมกับวัย โดยอาจจะเริ่มจากหนังสือผ้า หนังสือสวยๆ หรือบางทีก็อาจจะเป็นหนังสือลอยน้ำให้ลูกได้เปิดๆ ปิดๆ บางทีดิฉันก็จะอ่านให้ลูกฟัง โดยจะสร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน ใช้น้ำเสียงที่มีชีวิตชีวา เพื่อสร้างความสนใจให้กับลูกค่ะ พอทำได้สำเร็จดิฉันรู้สึกว่าได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า เพราะพอลูกโตขึ้น ลูกก็มีนิสัยรักการอ่าน โดยที่ดิฉันไม่ต้องมานั่งจ่ำจี้จ้ำไช

แม่ผึ้ง แม่ของน้องตุ๋นและน้องหวาน

share

เสริมสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้กับลูก

ดิฉันสังเกตได้ว่าลูกมีความเชื่อมั่นในตนเองได้จากคำพูด และการแสดงออกของแก เพราะเมื่อลูกทำอะไรได้สำเร็จแกจะเล่าให้ดิฉันฟัง เพื่อสร้างความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตนเอง ดิฉันก็จะชมเชยและให้กำลังใจลูกโดยการกอด และพูดให้ลูกรู้ว่า ดิฉันภูมิใจที่ลูกสามารถทำอะไรของแกเองได้ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้กับลูก และความเชื่อมั่นนี้จะได้อยู่ในตัวแกไปได้นานๆ

แม่กบ แม่น้องหนูแดง

 

สอนเด็กให้รู้จักแก้ปัญหา

ดิฉันจะมอบหมายงานให้เด็กๆทำ โดยคิดว่าจะเป็นสิ่งที่แกน่าจะทำได้สำเร็จ มากกว่าที่จะล้มเหลว และเมื่อแกทำได้ก็จะค่อยๆเพิ่มความยากขึ้น พอเขาเริ่มทำได้เขาก็จะกล้าทำสิ่งต่างๆได้ต่อไป แต่สิ่งที่พึงระลึกไว้เสมอเลยก็คือ อย่าตั้งความหวังไว้สูงเกินไป เพราะเด็กๆจะรู้สึกผิดที่ทำไม่ได้ ทางที่ดีดิฉันคิดว่าเราควรอดทนให้ความเข้าใจ ให้ความเมตตา ให้ความรักกับเขาให้มากๆจะดีกว่า เพราะนั่นจะทำให้เขารู้สึกมั่นใจในการแก้ปัญหาในครั้งต่อๆไป

ชญาภรณ์

 

 

ภาพ : Shutterstock

Tags

ไตรมาส 3 กระตุ้นพัฒนาการ

ไตรมาส 3 กระตุ้นพัฒนาการ เตรียมลูกน้อยสู่โลกกว้าง

คุณหมอจิตรนพินแนะนำให้คุณแม่ทำกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการแบบเดียวกับไตรมาส 2 ต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาส 3 แตกต่างกันเพียงแค่เพิ่มเติมกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการบางอย่างตามการเจริญเติบโตของลูกน้อย และปรับลดสารอาหารบางอย่างที่อาจทำให้คุณแม่เกิดความเสี่ยงเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดค่ะ

สารอาหารต้องปรับ เพื่อลูกน้อยปลอดภัย

“อาหาร 5 หมู่ยังคงเป็นอาหารหลักที่คุณแม่ขาดไม่ได้ แต่อาหารเสริมอย่างโอเมกา 3 และดีเอชเอ หมอแนะนำให้เลิกทานหลังอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ค่ะ เพราะเซลล์ประสาทและสมองพัฒนามาพอสมควรแล้ว การรับดีเอชเอเข้าไปอีกจะมีสารตั้งต้นบางอย่างที่มีคุณสมบัติทำให้เกิดภาวะคล้ายๆ กับเลือดออกง่ายหรือเลือดแข็งตัวช้า เพื่อความปลอดภัยในไตรมาส 3 ซึ่งเสี่ยงต่อการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด หมอก็จะแนะนำให้หยุดกิน แล้วไปกระตุ้นพัฒนาการด้านอื่นๆ เสริมแทนค่ะ”

ไอโอดีนเสริมความฉลาด

คุณหมอจิตรนพินแนะนำว่าไอโอดีนเป็นอีกสารอาหารที่มีส่วนสำคัญอย่างมาก แต่เพราะคนไทยไม่ค่อยขาด คุณหมอจึงไม่ค่อยแนะนำให้กินเสริม การขาดไอโอดีนส่งผลต่อโรคไทรอยด์ซึ่งเป็นโรคที่มีผลต่อความฉลาดของเด็ก เด็กที่พร่องไอโอดีนหรือไทรอยด์เมื่อคลอดออกมาแล้วจะกระตุ้นอย่างไรก็เรียนรู้ได้ยาก เนื่องจากสมองผิดปกติตั้งแต่แรกค่ะ

“กระตุ้นเซลล์ประสาทตา” ทำได้ง่ายมาก!

“ลูกน้อยในไตรมาสนี้ลืมตาได้แล้ว แต่ก็มองไม่เห็นอะไรเพราะในน้ำคร่ำเป็นที่มืด แต่ว่าเซลล์ประสาทตามีความไวต่อการรับแสงเพิ่มขึ้นแล้ว กิจกรรมที่หมอแนะนำให้ทำหลักๆ เพื่อกระตุ้นเซลล์ประสาทจอตา คือการเอาไฟฉายส่องท้อง โดยส่องบริเวณใบหน้าของเด็ก (ด้านตรงข้ามกับฝั่งที่ลูกเตะท้องคุณแม่) ห่างจากท้องประมาณ 1 ฟุต แม้ความเข้มของไฟฉายไม่เยอะพอจะทะลุเข้าไปในท้อง แต่เราต้องการเพียงความแตกต่างของแสงเพื่อใช้กระตุ้นเซลล์ประสาทตาเท่านั้น ส่งผลให้เมื่อลูกน้อยคลอดออกมาจะสามารถกระตุ้นการรับแสงและสีได้ง่ายขึ้นค่ะ แม้จะยังไม่มีการรับรองว่าช่วยได้มากน้อยแค่ไหน แต่ไม่มีอันตรายอะไรแน่นอนค่ะ”

“คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่าหมอแนะนำให้กระตุ้นเซลล์ประสาททำไม นั่นเพราะการมีเซลล์ประสาทและเส้นใยประสาทจำนวนมากมีผลให้ลูกน้อยเรียนรู้หรือมีพัฒนาการด้านต่างๆ อย่างเหมาะสม สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่เตรียมให้ลูกน้อยในท้องจึงเป็นการเตรียมต้นทุน เพื่อให้สามารถต่อยอดด้วยการส่งเสริมพัฒนาการหลังคลอดได้รวดเร็วขึ้นค่ะ”

ทำความเข้าใจประโยชน์ของการนวดกับพัฒนาการของลูกน้อย

“การนวดเฉพาะจุด เช่น คอ บ่า ไหล่ ขา และหัว ช่วยคลายความปวดเมื่อยของคุณแม่ได้ค่ะ แต่ไม่เกี่ยวกับการกระตุ้นพัฒนาการเท่าไร เพียงแต่ทำให้แม่อารมณ์ดีและสบายตัวเท่านั้น หมอไม่แนะนำการนวดที่ต้องออกแรงกดบริเวณท้อง นวดกดจุด และนวดด้วยน้ำมันหอมระเหยนะคะ เพราะมีความเสี่ยงอาจทำให้เกิดอันตรายกับลูกน้อยได้ และก่อนนวดคุณแม่อย่าลืมปรึกษาคุณหมอเพื่อความปลอดภัยก่อนด้วยนะคะ”

Tip

พลังของคุณพ่อสุดยอดเสมอ

คุณหมอฝากแนะนำเคล็ดลับสำคัญที่จะทำให้ทุกไตรมาสของคุณแม่เป็นไปอย่างราบรื่นและมีความสุข เพียงให้คุณพ่อมีส่วนร่วมทุกไตรมาสและทุกกิจกรรมการกระตุ้นพัฒนาการค่ะ “กิจกรรมต่างๆ ที่มีคุณพ่อร่วมด้วยมักจะประสบความสำเร็จดี เพราะคุณแม่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังทำให้คุณแม่อารมณ์ดีและรู้สึกอุ่นใจที่คุณพ่อยังคงให้ความรักความใส่ใจ ซึ่งอารมณ์ของคุณแม่ก็จะส่งผลที่ดีต่อลูกในครรภ์ด้วยค่ะ”

 

อ่านเพิ่มเติม ไตรมาส 1 | ไตรมาส 2

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : พญ. จิตรนพิน ดุลยเกษม สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลเวชธานี และที่ปรึกษา About Us Advanced Maternity Center

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ภาพ : Shutterstock

อาหาร กระตุ้นพัฒนาการ ในไตรมาส 2

อาหาร+กระตุ้นพัฒนาการ สิ่งจำเป็นในไตรมาส 2

“ไตรมาสที่ 2 เป็นช่วงที่อวัยวะพัฒนาครบแล้ว แต่บางส่วนอาจยังไม่ทำงานหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงเป็นช่วงที่เริ่มกระตุ้นพัฒนาการบางส่วน ควบคู่ไปกับการกินอาหารที่เหมาะสมได้ค่ะ”

กินเสริมดีกับลูกน้อย

“แม้ในช่วงไตรมาสที่ 2 อาหารจะไม่มีผลในเรื่องของความพิการแต่กำเนิด เพราะอวัยวะพัฒนามาครบแล้ว แต่อาจมีผลในเรื่องของการเจริญเติบโต คุณแม่จึงควรกินอาหารหลักให้ครบ 5 หมู่เหมือนเดิม เพื่อให้เด็กได้สารอาหารครบถ้วน อาหารที่ควรเลี่ยงก็ยังคงต้องเลี่ยงต่อไป และเสริมสารอาหารบางตัวเพื่อให้คุณแม่แข็งแรงและลูกน้อยพัฒนาสมองได้สมวัยค่ะ”

•  ยาเสริมธาตุเหล็กและแคลเซียม

“เป็นยาที่หมอให้เพื่อร่างกายของคุณแม่โดยตรง เนื่องจากลูกน้อยจะดึงธาตุเหล็กและแคลเซียมจากคุณแม่ไปใช้เป็นจำนวนมาก อาจทำให้คุณแม่ขาดธาตุเหล็กและแคลเซียมได้ ดังนั้นสารอาหารสองตัวนี้จึงไม่ได้มีผลต่อพัฒนาการทางสมองโดยตรง แต่มีผลในการสร้างเม็ดเลือดและอวัยวะ รวมถึงเอนไซม์ในร่างกายของเด็กให้สมบูรณ์แข็งแรงค่ะ”

•  โอเมกา 3 และดีเอชเอ

“สารอาหารทั้งโอเมกา 3 และดีเอชเอเสริมความสามารถของเซลล์ประสาทและเส้นใยในการสื่อประสาท ช่วยเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ การทำงานประสานกันระหว่างมือกับสายตา และมีส่วนเสริมสร้างทักษะการสื่อสาร สารอาหารทั้งสองชนิดหากินไม่ยากเพราะมีอยู่ในอาหารตามธรรมชาติ เช่น ปลาทะเลน้ำลึก ธัญพืชต่างๆ ซึ่งถ้าคุณแม่คิดว่าเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องซื้อยามากินเสริมค่ะ หมอแนะนำให้กินดีเอชเอบริสุทธิ์หรือดีเอชเอที่เสริมโอเมกา 3 เพื่อป้องกันการรับสารอาหารที่เกินจำเป็น แล้วดูปริมาณดีเอชเอให้ได้เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวันก็เพียงพอแล้วค่ะ”

กระตุ้นพัฒนาการ เริ่มได้ในไตรมาส 2

•  กระตุ้นการได้ยินด้วยเสียงพ่อแม่และเสียงเพลง

“การพูดคุยกับลูกและเปิดเพลงให้ลูกฟังตั้งแต่เขาอยู่ในท้องมีส่วนกระตุ้นเซลล์ประสาทการได้ยินได้ค่ะ เพราะเสียงเหล่านี้จะช่วยให้ลูกน้อยคุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงระดับหรือความสูงต่ำของเสียง จะเลือกฟังเพลงบรรเลงสบายๆ หรือเสียงธรรมชาติที่ช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายก็ได้ค่ะ และระดับเสียงก็ไม่จำเป็นต้องดัง เอาเท่าที่คุณแม่ได้ยินก็เพียงพอ จะฟังเพลงสักวันละ 10-15 นาทีหลังอาหารก็ถือเป็นช่วงระยะเวลาที่สามารถกระตุ้นได้เหมาะสมแล้วค่ะ”

•  กระตุ้นลูกด้วยสัมผัสจากพ่อแม่

“การลูบบริเวณท้องของคุณแม่ จะลูบขึ้นลง วนซ้าย วนขวาก็ได้ เพียงแต่ลูบด้วยความแผ่วเบา มีกระตุ้นลงน้ำหนักบ้างในบางช่วง หรือจะลองตบเคาะท้องคุณแม่เบาๆ ก็ได้ เพื่อให้ลูกน้อยรู้สึกถึงสัมผัสที่แตกต่าง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเซลล์ประสาทของลูกน้อยได้ค่ะ”

•  เคลื่อนไหวเพื่อพัฒนาเซลล์ประสาทกับการทรงตัว

“การให้เด็กได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าการลอยอยู่ในน้ำคร่ำธรรมดา เช่น การเอียงซ้ายเอียงขวา การออกกำลังกายเบาๆ หรือการนั่งเก้าอี้โยก จะช่วยกระตุ้นเซลล์ประสาทที่เกี่ยวกับการทรงตัวให้ทำงานเพื่อปรับสมดุลของลูกได้ค่ะ แต่คุณแม่ควรปรึกษาหมอก่อนว่าสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่ และทำได้มากน้อยแค่ไหน หากคุณแม่มีภาวะเสี่ยงต่อการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดหรือมีโรคประจำตัวบางกลุ่ม หมออาจขอให้งดออกกำลังกายเพื่อความปลอดภัยค่ะ”

 

อ่านเพิ่มเติม ไตรมาส 1 | ไตรมาส 3

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : พญ. จิตรนพิน ดุลยเกษม สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลเวชธานี และที่ปรึกษา About Us Advanced Maternity Center

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ภาพ : Shutterstock

ให้ใครเลี้ยงลูกดี ? พี่เลี้ยงหรือปู่ย่าตายายใครจะมีส่วนช่วยในการเลี้ยงเด็กอย่างไรบ้าง

ให้ใครเลี้ยงลูกดี “ระหว่างพี่เลี้ยง กับ คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยาย”

ควรให้ใครเลี้ยงลูกเราดี?

คนที่เป็นพ่อแม่ต่างก็รู้ดีว่า ไม่มีใครในโลกนี้จะรักลูกเราเท่ากับตัวเราเอง และไม่มีใครเลี้ยงลูกเราได้ดีเท่ากับเราเลี้ยงเอง แม้กระนั้นพ่อแม่สมัยใหม่จำนวนมากก็จำเป็นต้องเอาลูกไปฝากให้คนอื่นเลี้ยง วันละ 8-9 ชั่วโมงหรือกว่านั้น สัปดาห์ละห้าวันเต็มๆ เสาร์อาทิตย์ยังมีฝากพิเศษอีกด้วย ในบางราย เพราะฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมบังคับ หากเป็นเช่นนี้ พ่อแม่ก็ควรจะหาผู้ช่วยมาเลี้ยงลูกที่ดีที่สุด…แต่เราจะให้ใครเลี้ยงลูกดี ระหว่างพี่เลี้ยงกับปู่ย่าตายาย???

พี่เลี้ยงเด็ก                    50%                                
คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย       50%


พี่เลี้ยง

“อยากเลี้ยงลูกเองค่ะ เลยไม่เอาลูกไปฝากไว้ที่ต่างจังหวัดให้ปู่ย่าเลี้ยง แต่พอต้องกลับมาทำงานก็ต้องหาพี่เลี้ยงมาช่วย คัดเลือกกันอยู่นานเหมือนกันกว่าจะได้พี่เลี้ยงดีๆสักคน” แม่น้องติงติง

“เลือกพี่เลี้ยงชาวฟิลิปปินส์มาช่วยเลี้ยงลูกค่ะ อยากให้เขาได้ภาษาอังกฤษ ที่สำคัญมาจากเนิร์สเซอรี่ที่ไว้ใจได้ พ่อแม่ก็อุ่นใจค่ะ” ครอบครัวตัวปอ

“พี่เลี้ยงที่เลี้ยงลูกเราตอนนี้ก็เป็นพี่เลี้ยงของเราตั้งแต่เด็กๆค่ะ ดูแลกันเหมือนคนในครอบครัวไปแล้ว ส่วนคุณตาคุณยายก็ให้ช่วยดูหลานเป็นพักๆค่ะ” กุลธิดา


คุณตาคุณยาย       

“คุณตา คุณยาย สิคะ ท่านจะได้ไม่เหงา และยังประหยัดรายจ่ายด้วยค่ะ” แม่รุ่งรัตน์

“ให้ตาคุณยายเลี้ยงค่ะ ท่านอาบน้ำร้อนมาก่อนเรา เลี้ยงลูกจนโตมาตั้งหลายคน ที่สำคัญท่านเป็นคนขอไว้ค่ะว่าถ้ามีหลานจะขอเลี้ยงเอง เราก็ไม่ขัดศรัทธาท่านค่ะ” ปรียารัตน์

“ช่วยดูแลให้ตอนเราไปทำงานตั้งแต่ลูกยังเล็กๆเลยค่ะ ปรากฎว่าตอนนี้ลูกติดยายมากกว่าแม่อีก แม่เศร้าแป๊บ T.T” แม่หนิง

“ที่บ้านคุณปู่ชอบพาลูกไปเดินเล่นในสวนค่ะ ตอนเช้าๆเย็นๆ ลูกชอบมากๆ พ่อแม่ก็ได้พักค่ะ” สุจีรา อิ่มละไม

“ช่วยตั้งแต่ตอนที่อยู่โรงพยาบาลเลยค่ะ เพราะคุณแม่ผ่าคลอดยังทำอะไรเองไม่ถนัด ก็ได้คุณยายมาช่วยดูแลหลานค่ะ” แม่นุ่น

“ทุกเสาร์อาทิตย์ค่ะ บ้านคุณปู่กับบ้านคุณตาจะสลับกันมาหาหลาน ยกลูกให้เลยค่ะ เรากับสามีจะได้พัก (ฮา)” แม่กานน้องต้นน้ำ

“ตอนนี้เอาลูกไปฝากบ้านคุณยายที่ต่างจังหวัดค่ะ เพราะเราไม่มีเวลาดูแล และอยากให้ลูกได้อยู่ในที่อากาศบริสุทธิ์ด้วย แต่ก็ตั้งใจว่าจะไปรับกลับมาตอนเข้าโรงเรียนค่ะ” สรัลรัตน์ ทิมกุล

……………………………………………………………………

จากคำบอกเหล่าของหลาย ๆ เสียง หลาย ๆ ครอบครัว ที่นำมาให้คุณพ่อคุณแม่ได้อ่านดูข้างต้น ก็สามารถนำมาพิจารณาในการเลือกหาครฃนที่จะมาช่วยเลี้ยงลูกของเรากันให้ดีนะคะ เพราะการที่เด็กจะโตขึ้นเป็นอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับคนเลี้ยงเป็นสำคัญ…

ถ้าเป็นไปได้ แม่หรือพ่อหรือทั้งสองคนเลี้ยงลูกเองจะดีที่สุด เพราะมีความรัก ความใกล้ชิด ความผูกพันมาตั้งแต่เริ่มตั้งท้อง สัญชาตญาณความเป็นแม่จะทำให้เรารู้ว่า จะเลี้ยงลูกอย่างไร ลูกต้องการอะไร ลูกมีอะไรที่ผิดปกติ และความรักที่พ่อแม่มีต่อเขาจะทำให้การเลี้ยงดูเต็มไปด้วยความรัก ความเอาใจใส่ แต่ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ได้มีความรักความผูกพัน อาจจะเลี้ยงลูกให้เราดี แต่ว่าปฏิสัมพันธ์ การพูดคุย การเอาใจใส่นั้นอาจจะไม่เต็มร้อยเหมือนพ่อแม่

การเลี้ยงดูของพ่อแม่นั้นจะทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดี ทั้งกายและใจ เพราะได้รับความรักเต็มร้อย ซึ่งความรักเป็นพื้นฐานสำคัญในการเติบโตและเรียนรู้ของเด็ก

อ่านต่อบทความน่าสนใจ

คลิก >> ตายาย “ตามใจหลาน” สุดๆ กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ พ่อแม่ควรทำอย่างไร
อาหาร อารมณ์ พัฒนาสมองลูก ไตรมาสแรก

อาหาร+อารมณ์แม่ท้อง พัฒนาสมองลูกน้อยช่วงไตรมาสแรก

แม่ท้องเสริมลูกน้อยฉลาดรายไตรมาส

“ความฉลาดของเด็กเกิดได้จาก 3 ปัจจัยหลักประกอบกัน ได้แก่ พันธุกรรม อาหาร และสิ่งแวดล้อมหรือการกระตุ้นพัฒนาการจากคุณพ่อคุณแม่ แม้พันธุกรรมจะเป็นปัจจัยที่ทั้งคุณหมอและคุณแม่ควบคุมไม่ได้ แต่ 2 ปัจจัยหลังคุณพ่อคุณแม่สามารถควบคุมเพื่อเสริมความฉลาดให้ลูกน้อยได้ค่ะ” คุณหมอจิตรนพิน ดุลยเกษม สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ กล่าวเปิดประเด็นเพื่อแนะนำวิธีกระตุ้นความฉลาดของลูกน้อยในครรภ์ให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนค่ะ

“ไตรมาสแรกเป็นช่วงสร้างอวัยวะ เซลล์สมอง เส้นใยประสาท และพัฒนาตัวอ่อน ปัจจัยภายนอกมีผลต่อการยับยั้งพัฒนาการได้มาก นอกจากนี้อวัยวะที่ยังไม่สมบูรณ์ทำให้ลูกไม่สามารถรับรู้การกระตุ้นพัฒนาการจากคุณพ่อคุณแม่ได้ สิ่งสำคัญในไตรมาสแรกจึงเป็นอาหารการกินและอารมณ์ของคุณแม่ที่จะช่วยพัฒนาตัวอ่อนอย่างเหมาะสมค่ะ”

อาหารแม่ท้องพัฒนาสมองลูกน้อย

•  อาหารหลัก 5 หมู่สำคัญที่สุด

“จริงๆ แล้วอาหารของคนท้องไม่ได้มีอะไรพิเศษกว่าอาหารของคนทั่วไป หลักการสำคัญเพียงแค่กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินบี 6 2 12 ซึ่งช่วยเสริมสร้างระบบประสาท และกินในปริมาณที่เหมาะสม ให้ทุกหมู่เฉลี่ยเท่าๆ กัน เพียงเท่านี้เซลล์ประสาทและสมองของลูกก็จะได้รับสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ โดยที่ไม่มีความจำเป็นต้องหาวิตามินเสริมมากินเลยค่ะ”

•  โฟเลต พระเอกของไตรมาสแรก

“กลุ่มอาหารที่มีโฟเลต เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องใน ถั่ว ธัญพืชและผักใบเขียว ซึ่งช่วยสร้างเซลล์ประสาทและป้องกันความผิดปกติบางอย่าง เช่น กะโหลกเปิด ท่อประสาทไม่ปิดสนิท รวมถึงอาจช่วยป้องกันความพิการแต่กำเนิดอื่นๆ ได้ด้วย หากเป็นไปได้หมอแนะนำให้กินโฟเลตมากกว่า 0.4 มิลลิกรัมต่อวัน เริ่มตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์อย่างน้อย 1 เดือน และเมื่อตั้งครรภ์แล้วก็ควรกินต่อไปอีก 3 เดือนค่ะ

•  อาหารควรเลี่ยงเพื่อลูกน้อย

“แม้จะกินของดี แต่หากไม่เลี่ยงของที่ควรเลี่ยงด้วยก็ส่งผลเสียต่อร่างกายทั้งของแม่และลูกได้เช่นกันค่ะ เช่น อาหารที่มีแอลกอฮอล์ สารเสพติดต่างๆ อาหารหมักดอง อาหารที่ไม่สุกและไม่สะอาด ยาหรือการใช้สารเคมี รวมถึงอาหารเสริมที่ไม่จำเป็น เนื่องจากอาจมีสิ่งปนเปื้อน ซึ่งไประงับพัฒนาการที่เหมาะสมของลูกและอาจก่อให้เกิดความพิการแต่กำเนิดได้ค่ะ”

คุณแม่อารมณ์ดี ลูกน้อยก็เติบโต

“การเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของคุณแม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและสารชีวเคมีบางตัวในเลือดซึ่งส่งผลต่อลูกได้ค่ะ เช่น หากคุณแม่อารมณ์ดีจะหลั่งสารเอ็นโดรฟินและเซโรโทนินออกมา แต่ถ้าเวลาอารมณ์เสียก็จะมีสารอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีฤทธิ์คล้ายๆ สเตียรอยด์ ซึ่งสารกลุ่มนี้อาจไปยับยั้งอวัยวะบางอย่างให้เกิดความผิดปกติได้ค่ะ คุณแม่จึงควรตั้งสติให้ดี ปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม เข้าใจสรีระและความเปลี่ยนแปลงในช่วงตั้งครรภ์ คนรอบข้างก็มีส่วนช่วยในเรื่องของการปรับสภาพแวดล้อม รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ให้คุณแม่ไม่อารมณ์เสียและไม่มีภาวะซึมเศร้าได้ง่าย อารมณ์ของคุณแม่เป็นเรื่องที่ต้องให้ความร่วมมือกันของคนในครอบครัวค่ะ”

แม่ท้องไม่ควรลืมฝากครรภ์ประเมินความเสี่ยงในไตรมาสแรก

คุณหมอจิตรนพินแนะนำแม่ท้องไตรมาสแรกให้รีบฝากครรภ์ เพื่อประเมินโรคประจำตัวและความเสี่ยงต่างๆ ค่ะ เนื่องจากโรคประจำตัวและยาที่คุณแม่กินประจำบางอย่างมีผลต่อความฉลาดและพัฒนาการของลูก คุณหมอจึงอาจปรับเปลี่ยนการรักษาหรือปรับเปลี่ยนยา เพื่อคุมโรคให้สงบโดยไม่ส่งผลกระทบต่อลูกน้อยค่ะ

 

อ่านเพิ่มเติม  ไตรมาส 2 | ไตรมาส 3

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : พญ. จิตรนพิน ดุลยเกษม สูตินรีแพทย์ เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลเวชธานี และที่ปรึกษา About Us Advanced Maternity Center

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ภาพ : Shutterstock

“ลูกทำให้ฉันภูมิใจในตัวเองมาก” นักร้องสาว Adele บอกกับ TIME

นักร้องสาวเสียงดี Adele จะได้ขึ้นปกนิตยสาร TIME ฉบับที่จะวางแผงในวันที่ 28 ธันวาคมนี้

Adele ผู้เพิ่งออกผลงานอัลบั้มล่าสุดชื่อ 25 หลังจากห่างหายไปนานถึง 4 ปีเต็ม พูดคุยกับนิตยสาร TIME เรื่องการงานและเส้นทางดนตรีของเธอ และเธอยังพูดถึงลูกชาย น้อง Angelo วัย 3 ขวบ อย่างรักใคร่ เราจึงขอตัดทอนเฉพาะส่วนที่สาว Adele พูดถึงลูกชายตัวน้อยของเธอมาฝากกันค่ะ

หลังให้กำเนิดลูกชายแล้ว Adele พักงานเพลงเพื่อใช้เวลากับสามีและลูกอย่างเต็มที่ เธอบอกว่า “ฉันตั้งใจสร้างสายสัมพันธ์ของครอบครัวเราให้แข็งแกร่งและไม่มีทางถูกทำลายลงไปได้ ฉันต้องทำให้ได้ก่อนที่จะกลับมาทำงาน”

นักร้องสาวพูดอย่างอ่อนโยนเป็นพิเศษเมื่อเป็นเรื่องของ Angelo “เขาทำให้ฉันภูมิใจในตัวเองมาก เขาทำให้ฉันชอบตัวเองมากๆ และฉันก็ชอบตัวเองมาตลอด ฉันไม่เคยคิดไม่ชอบตัวเองเลย ไม่เคยกังวลเรื่องแบบนั้น แต่ฉันภูมิใจในตัวเองมากที่ทำให้เขาได้เกิดมา” Adele ยังวางแผนจะพาลูกชายไปทัวร์คอนเสิร์ตกับเธอในปี 2016 ด้วย

ขณะที่ทีมงานนิตยสาร TIME ถ่ายภาพแฟชั่นของ Adele นั้น น้อง Angelo ก็วิ่งเล่นไปรอบห้องแบบสุดพลัง และไม่พลาดที่จะมาแจมกับคุณแม่หน้ากล้องด้วย ช่างภาพจึงต้องขยับเข้าไปให้ใกล้ขึ้นและถ่ายภาพ Adele ในมุมเหนือคอขึ้นไป ขณะที่ Angelo นั่งข้างคุณแม่ แต่อยู่นอกเฟรม เด็กชายตัวน้อยเงยหน้ามองแม่ขณะที่แม่มองกล้อง แล้วก็ยื่นมือไปจับมือแม่ Adele จับมือลูกชายไว้แน่น ดวงตาเปล่งประกายและมุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ

 

ที่มาและภาพจาก: time.com

Mixed Nuts

“ถั่ว” เป็นพืชที่มีคุณประโยชน์ อุดมไปด้วยโปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุซึ่งเป็นที่ต้องการของทารกในครรภ์ ฉบับนี้เรามีเมนูง่ายๆ แถมยังได้ประโยชน์เต็มเมล็ดจากถั่วนานาชนิดมาฝากคุณแม่ท้องกันค่ะ

ส่วนผสม

  1. อัลมอนด์อบแห้ง  35 กรัม
  2. แมคคาเดเมียอบแห้ง  20 กรัม
  3. ถั่วลันเตาอบกรอบ  40 กรัม
  4. มะม่วงหิมพานต์อบเกลือ  40 กรัม
  5. เมล็ดฟักทองอบแห้ง  25 กรัม
  6. เมล็ดทานตะวันอบแห้ง  35 กรัม

วิธีทำ

นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วแบ่งทานได้เลย ที่เหลือเก็บใส่โหลไว้มื้อต่อไปได้ค่ะ

Tip

เพิ่มสีสันด้วยสตรอว์เบอร์รีอบแห้งเพิ่มรสอมเปรี้ยวอมหวานก็อร่อยไปอีกแบบหนึ่งค่ะ

ถั่วต่างๆ มีประโยชน์อย่างไรบ้างนะ?

mixed-nuts2

ประเภท

สารอาหาร

ความพิเศษ

ถั่วลันเตา โปรตีน ไขมัน   แคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 1 กรดโฟลิกและไฟเบอร์ กรดโฟลิกช่วยเสริมสร้างเซลล์สมองของทั้งเบบี๋และคุณแม่
อัลมอนด์ วิตามินบี วิตามินอี โอเมก้า 3 และแคลเซียม โอเมก้า 3 ช่วยบำรุงสมองลูกน้อย
มะม่วงหิมพานต์ แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินอี ช่วยให้เบบี๋ในท้องมีระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง
แมคคาเดเมีย โปรตีน วิตามินบี แคลเซียม ฟอสฟอรัสโพแทสเซียม โซเดียม ซิลิเนียม และเหล็ก มีไขมันดีที่จะช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด
เมล็ดทานตะวัน วิตามินอี วิตามินบี และแร่ธาตุต่างๆ มีสารบำรุงสมองที่สำคัญในปริมาณมาก
เมล็ดฟักทอง วิตามินอี วิตามินบี โปรตีน ใยอาหารและแร่ธาตุต่าง ๆ เป็นแหล่งของใยอาหาร ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

พวกเรารักพ่อจ้า

นับแต่วันแรกที่ลูกก้าวเข้ามาเป็น “สมาชิกใหม่” ในครอบครัวและกลายเป็นศูนย์กลางแห่งความรักและความใส่ใจ ในห้วงเวลาเดียวกันนี้เอง แอบมี “สมาชิกเก่า” คนหนึ่งตกอยู่ในภาวะงงงัน เริ่มไม่มั่นใจในสถานภาพแห่งตน งุนงงว่าสภาพสมาชิกหมดอายุรึเปล่า เพราะ… ไม่มีใครสนใจ “พ่อ” เลย แง้…!!!

ดูเหมือน“แม่” จะปรับตัวสู่บทบาทใหม่ได้เร็วกว่า “พ่อ”อาจเพราะธรรมชาติให้แม่เป็นคนอุ้มท้อง จึงมีโอกาสเตรียมความพร้อมและสร้างสายสัมพันธ์กับลูกในท้องอย่างค่อยเป็นค่อยไปทันทีที่ลูกน้อยลืมตาดูโลก แม่จึงพร้อม “สานต่อสายสัมพันธ์”… จากประสบการณ์ส่วนตัวและการพูดคุยกับเพื่อนฝูงพบว่า “พ่อมือใหม่” มักจะมีไฟแรงมากในช่วงหนึ่งเดือนแรก ยอมอดหลับอดนอน ป้อนนมลูก เปลี่ยนผ้าอ้อม กล่อมลูก แต่ไฟมักมอดลงด้วยเหตุที่นึกไม่ถึงเลย นั่นคือ…

ลูกกินข้าวน้อย ลูกเลือกกิน

สัญชาตญาณแห่งการปกป้องอันแรงกล้าของแม่ บางครั้งกลับผลักให้“พ่อ” กลายเป็น “คนวงนอก” โดยไม่ได้ตั้งใจตอนเปรมปริมแรกเกิด พ่อมือใหม่อยากดูหน้าลูกใกล้ๆแต่ด้วยความที่ยังมีอาการหวัดและไออยู่ แม้จะสวมหน้ากากอนามัย แต่แม่มือใหม่อย่างดิฉันกลับเอาลูกหลบพ่อ (ฮ่าๆๆ ใจร้ายจัง!) เป็นเหตุให้พ่อต้องแอบไปนอนน้อยใจและเปรยว่า “อย่าทำกันแบบนี้เลย ฮือๆๆ” (โถ น้ำตาของพ่อต้องไหลริน…) แม่มือใหม่จึงกล่าวคำขอโทษและยอมรับว่าทำไปโดยไม่รู้ตัวจริงๆ มันเป็นเพียงแค่สัญชาตญาณการปกป้องลูกน้อยเท่านั้น ไม่ได้ไล่พ่อนะ แค่ขับไล่เชื้อโรคอ่ะพ่อจึงต้องพยายามเข้าใจและทำใจให้ได้… เพื่อนดิฉันคนหนึ่งมาระบายความในใจให้ฟังว่า อุตส่าห์ตั้งใจทำข้าวผัดสุดฝีมือเพื่อให้ลูกกินแต่ทันทีที่แม่เดินมาเห็น ข้าวผัดแห่งรักก็กลายเป็นข้าวผัดต้องสงสัยเพราะไม่ผ่านมาตรฐานแม่ เนื่องด้วยไม่มีสารอาหารตรงตามตำรา… เพื่อนถึงกับรำพึงอย่างสุดเศร้าว่า “จุกในอก และน้ำตาตกในจริงๆ”…

shutterstock_211638775

ขณะที่บรรดาพ่อมือใหม่พยายามหาจุดยืนให้กับตัวเองหากแม่ไม่เปิดโอกาส พ่อก็ไม่รู้จะยืนท่าไหน จริงไหมคะ… อีกปัจจัยที่ส่งผลให้ไฟของพ่อมอดลงเรื่อยๆก็คือ “ความคาดหวังและมาตรฐานที่แม่มอบให้พ่อ” เช่น ทำไมไม่ตื่นกลางดึกป้อนนมลูก ทำไมไม่ช่วยกันกล่อมลูกนอน ทำไมต้องอิดออดเวลาให้ช่วยเปลี่ยนผ้าอ้อมและอีกหลายทำไม…

ถ้าเปิดใจให้กว้างจริงๆจะเห็นว่า ทุกสถานการณ์ที่ว่ามานั้น พ่อพยายามอย่างยิ่งที่จะอาสาเข้าช่วย แต่ความตั้งใจเหล่านั้นไม่ค่อย “ถูกใจแม่” เท่านั้นเอง… หลังโดนตำหนิบ่อยครั้ง เช่น ล้างขวดนมไม่สะอาด! ใส่ผ้าอ้อมไม่พอดี! หรือ อย่าเพิ่งไปเล่นกับลูกสิ เดี๋ยวลูกไม่ยอมนอน! พ่อจึงค่อยๆถอนตัวจาก “อาสาสมัครแนวหน้า” กลายเป็น “หน่วยกู้ภัยกำลังเสริม” ไปโดยปริยาย… อยากช่วยนะ แต่ไม่รู้จะช่วยยังให้ถูกใจ ขอเป็นทัพหลังก็แล้วกัน เฮ้อ…

โรงเรียนเร่งเรียน เร่งอ่านเขียน ก่อนวัย

และที่สุดของเส้นทางแห่ง“พ่อ” ก็คือ “ภรรยาของเขาหายไป” เหลือไว้แต่เพียง “แม่ของลูก”… ณ จุดนี้เองที่บรรดาพ่อมือใหม่ใกล้ตัวดิฉันถึงกับโอดครวญว่าปรับตัวไม่ค่อยถูกจริงๆ… แถมหลายครั้งยังต้องต่อสู้กับความรู้สึกผิดที่แอบอิจฉาลูกตัวเอง เพราะได้เวลาของภรรยาไปจนหมดอีก (ฮือๆๆ เฮ้อ…) แต่ด้วยความรักลูกและครอบครัว พ่อจึงขอเป็นฝ่ายเสียสละ และยอมลดสถานภาพจากสมาชิก“บัตรหลัก” เป็น “บัตรเสริม” ด้วยความเข้าใจและอดทน

ลูกคนเดียว

เมื่อผ่านช่วงเวลาหัวหมุนของพ่อแม่มือใหม่มาได้สำเร็จ ดิฉันมองย้อนกลับไปแล้วเกิดความรู้สึกเห็นใจและเข้าใจ พ่อมือใหม่อย่างจับใจและคิดว่า หาก “แม่” ลองแบ่งสายตาและเวลาที่จดจ่ออยู่กับลูก มามอง “พ่อ” บ้าง จะพบว่า “ความเข้าใจ” ที่มีให้กันมากขึ้นนั้น จะเป็นแรงเสริมให้ “พ่อ” เติมเต็มบทบาทของตัวเองได้อย่างมั่นใจ และพร้อมจูงมือกันก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมีความสุขทั้งครอบครัว…อย่าลืมบอกรัก “พ่อ” วันละนิดนะคะ

เรื่องโดย : ชิดชนก ทองใหญ่ ณ อยุธยา
ภาพ : shutterstock

ครอบครัวสุขสันต์ ผูกพันแนบแน่น

เจ้าตัวเล็กในท้องคงกลัวเหงา กลางวันแม่เดินไปเดินมา ก็ดิ้นขลุกขลักพอเป็นพิธี แต่พอแม่ล้มตัวลงนอนเหยียดยาวตอนกลางคืนเมื่อไร เป็นต้องดิ้นสเต็ปเร้าใจให้แม่จุกจนนอนไม่หลับทุกที อยากให้แม่ลุกมานั่งลูบๆคลำๆท้องให้อุ่นใจใช่ไหมล่ะ

 

ลูกทารกก็ติดแม่ไม่เบา เข้าห้องน้ำยังต้องเปิดประตูให้เห็นหน้า ทำธุระไปชวนลูกคุยไป จะได้ไม่ร้องโยเย ถ้าอาบน้ำยิ่งแล้วใหญ่ เพราะแม่หายหน้าไปนาน ลูกเลยร้องลั่นเหมือนโดนทรมานจนพ่อแม่กลัวชาวบ้านเข้าใจผิด

 

เคยไหม? ย่องออกไปทำงานตอนเช้า แล้วเจ้าเตาะแตะเดินมาเห็นพอดี ทีนี้เลยร้องตาม ทั้งห้ามทั้งปลอบก็ไม่ฟัง แผดเสียงดังจนปากฉีก แถมมือตุ๊กแกยังเกาะไม่ปล่อยอีกต่างหาก เดือนนี้พ่อ (แม่) ไปสายหลายวันแล้วนะลูก

 

ลูกวัยอนุบาลมีงานที่โรงเรียน คุณครูซ้อมเต้นให้ทุกวัน ไม่เคยมีปัญหา แต่พอถึงวันแสดงจริง เจ้าตัวแสบกลับยืนนิ่ง ไม่ยอมขยับ พอถามก็บอกว่าต้องให้พ่อแม่ขึ้นมาเต้นบนเวทีเป็นเพื่อนกัน ลูกอยากเพิ่มความมั่นใจ แต่พ่อแม่คงอายเขาน่าดู

 

พาลูกวัยประถม 1 ไปหม่ำบุฟเฟต์ฉลองวันเกิด กำลังเอร็ดอร่อยกันเต็มที่ เจ้าตัวดีก็กระซิบบอกว่าปวดอึ พ่อ (แม่) เลยต้องพักยก แล้วพาไปห้องน้ำ และยังโดนลากให้เข้าไปยืนรอตอนลูกทำธุระด้วย ฟาดมาเต็มคราบแบบนี้ ไม่ต้องมีกลิ่นมากระตุ้น อาหารในกระเพาะก็แทบจะพุ่งออกมาแล้วลูก

 

หลังจากนี้พ่อแม่ลูกก็จะยังคงผูกพันกันแนบแน่น แค่สลับบทบาทจาก “ลูกติดพ่อแม่” เป็น “พ่อแม่ติดลูก” แทนเท่านั้นเอง

 

 

เรื่อง: จิรประภา

ภาพประกอบ: ข้าวตู

 

Tags

ต้นไทรและฝูงนก

ครอบครัวคือสิ่งที่มีค่าที่สุด การมีครอบครัวที่สมบูรณ์ พร้อมหน้าด้วย “พ่อ แม่ ลูก” สำหรับผู้เขียนถือเป็นพรอันประเสริฐจากท้องฟ้า เป็นโชคดีที่เราได้มีคู่ครอง มีลูก

บางทีเราไม่เคยรู้เลยว่าการมีครอบครัวทำให้เราพัฒนาอย่างก้าวกระโดดทั้งทางความคิด ความเข้าใจ ความอดทนและความเสียสละมารู้ตัวอีกครั้งว่าเราพัฒนาไปไกลมากเมื่อเห็นผู้ใหญ่หลายคนไม่สามารถเสียสละ อดทน หรือมีความเมตตาต่อผู้อื่นได้เท่ากับคนที่แต่งงานหรือมีครอบครัวแล้ว

พลังชีวิตที่สำคัญของบรรดาพ่อ แม่ทั้งหลายคงจะหนีไม่พ้นมาจาก “ลูก” ลูกทำให้พ่อและแม่ได้เป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว และสมบูรณ์ ลูกทำให้พ่อและแม่ขยันขันแข็ง มีวินัย ยึดมั่นในหน้าที่การงาน…ธรรมชาตินี่ช่างเก่งและซับซ้อนจริงๆที่ใช้ครอบครัวเป็นกุศโลบายในการพัฒนาจิตใจและจิตวิญญาณคน

ครั้งหนึ่งเราเคยจอดรถใต้ต้นไทร วันนั้นอารมณ์เสียมาก เหตุเพราะกลับมาเห็นลูกไทรและขี้นกหล่นลงมาเลอะทั่วตัวรถและหลังคารถ  ดูท่าแล้วต้องล้างรถกันใหม่เลย แถมไม่รู้ว่ายางของลูกไทรจะกัดสีรถอีกหรือเปล่า! โอ้!กลับบ้านมาเราก็ยังบ่นพึมพำต่อด้วยบ่นดังๆให้คนที่บ้านได้ยินอีก

เจ๊แมวเดินผ่านมาได้ยินเข้าพอดี แกเลยพูดขึ้นมาว่า “อย่างนี้มั้งคะ เขาถึงเรียกว่าเป็นร่มโพธ์ร่มไทรของบรรดาสัตว์ต่างๆ” ในน้ำเสียงนั้นเป็นอารมณ์สนุกปนหัวเราะอีกซะด้วย …เลยทำให้เราเลิกบ่นและกลับมาคิดใหม่ว่า เออ…จริงเนอะ หลายครั้งเคยรู้สึกว่าผู้ใหญ่ที่มีครอบครัว มีลูก มีหลานมักจะเป็นที่พึ่งพิงทางใจของใครต่อใคร เหมือนเป็น “ร่มโพธิ์ร่มไทร” ที่มีลำต้นแข็งแรง แตกกิ่งก้านสาขา เป็นที่พึ่งพิงของเหล่านกกา ให้ได้เกาะกิ่งไม้และกินผล เป็นที่หลบฝนและลมแรงได้…เราอยากเป็นอย่างนั้นบ้าง ขอบคุณนะเจ๊แมวและคุณต้นไทร ที่ทำให้เราเข้าใจอย่างเห็นภาพว่าครอบครัวยังหมายถึงความห่วงใยสมาชิกร่วมชายคา ร่วมใช้ชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมนามสกุลเดียวกัน

ครอบครัวเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่อธิบายด้วยหนึ่งหน้ากระดาษไม่พอ เลยขอแบ่งปันว่าคิดถึงอะไรบ้างเวลาพูดถึงครอบครัวนะคะ

คำว่าครอบครัวทำให้นึกถึง “ต้นกล้วย” ที่มักขึ้นเป็นกลุ่มเป็นกอ เมื่อต้นแก่หักล้มไป ต้นใหม่แทงหน่อขึ้นมา เหมือนครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ ใกล้ชิดผูกพันกันเหนียวแน่น สืบหน่อวงศ์ตระกูลต่อเนื่องกันไป

คำว่าครอบครัวทำให้นึกถึง “ไข่เจียว” ที่เป็นกับข้าวที่เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์(โดยเฉพาะเวลาหิวๆ)  ต้องกินตอนร้อนๆทอดใหม่ๆ เพราะไข่เจียวทุกจานใส่ความตั้งใจและความรักความอบอุ่นลงไปด้วย ไข่เจียวแต่ละบ้านจึงมีหน้าตาและรสชาติอร่อยในแบบของตัวเอง

คำว่าครอบครัวทำให้นึกถึง “เพลงกล่อมเด็ก” ที่เป็นเพลงที่แสดงถึงความรัก ความเอาใจใส่ ความอบอุ่น ความเอื้ออาทร ความใส่ใจ ความเสียสละที่พ่อแม่มีต่อลูก

คำว่าครอบครัวทำให้นึกถึง “คอร์ด” เวลาเล่นดนตรี คอร์ดเป็นเสียงประสานที่คลอประกอบทำนอง ช่วยส่งให้ทำนองกลมกล่อม ครบถ้วน ไพเราะ ได้อรรถรสของบทเพลงอย่างสมบูรณ์ และที่สำคัญหลายๆครั้งคอร์ดยังช่วยพยุงให้ทำนองหลักได้บรรเลงสู่ท่อนต่อๆไปอย่างราบรื่น

 

“ขอบคุณนะเจ๊แมวและคุณต้นไทร ที่ทำให้เราเข้าใจอย่างเห็นภาพว่าครอบครัวยังหมายถึงความห่วงใยสมาชิกร่วมชายคา ร่วมใช้ชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุข ร่วมนามสกุลเดียวกัน”

 

เรื่องโดย : ดร.ดนีญา อุทัยสุข อาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคุณแม่ของลูกชายสามคน
ภาพ : พี่ข้าวตู

 

Tags

tablet

Tablet มือถือ คอมพิวเตอร์ อันตรายเสี่ยงลูกป่วยทางสายตา

Tablet มือถือ คอมพิวเตอร์ เป็นสิ่งที่ไม่ควรให้เด็กๆ ใช้ โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ เพราะมีผลทำให้ลูกสื่อสารช้า มีอาการคล้ายออทิสติก เป็นอันตรายกับดวงตา ไม่ใช่เฉพาะลูกๆ เพียงอย่างเดียว แต่ส่งผลเสียกับคุณพ่อ คุณแม่ด้วยเช่นกัน เพราะรังสีจากหน้าจอส่งผลอันตรายได้

Continue reading “Tablet มือถือ คอมพิวเตอร์ อันตรายเสี่ยงลูกป่วยทางสายตา”

เวลาคุณภาพ ใช้เวลากับลูก ความผูกพัน

ทำ 15 นาทีในแต่ละวันให้เป็นช่วงเวลาคุณภาพ เพื่อสร้างเกราะผูกพันให้กับลูกกันเถอะ

ตอนลูกยังเล็กช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็คงหนีไม่พ้นพ่อแม่ ที่จะต้องคอยดูแล ระมัดระวังอันตรายไม่ให้เกิดขึ้นกับเขา

แต่เมื่อลูกเริ่มโต เราก็อาจทำแบบนั้นไม่ได้ แต่ยังมีบางสิ่งที่เราสร้างไว้ให้ลูกเพื่อเป็นเกราะป้องกันอันตรายติดตัวเขาไปจนโตได้

หมอกำลังพูดถึง ความผูกพันในครอบครัว ค่ะ (ภาษาอังกฤษเรียกว่า Family Connectedness)

ความผูกพันในครอบครัวนี้เป็นเรื่องที่ในแวดวงจิตวิทยาพูดถึงกันมานาน ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยป้องกันปัญหาและพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ของวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ การใช้สารเสพติด หรือการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ นานา

เวลาคุณภาพ ใช้เวลากับลูก ความผูกพัน

เริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมคะ

“ความผูกพันในครอบครัว” เป็นความรู้สึกที่แต่ละบุคคลในครอบครัวนั้นรับรู้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว รู้สึกว่าตัวเองเป็นที่รัก เป็นที่ต้องการ และเป็นความรู้สึกที่มั่นใจได้เสมอว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะมีสมาชิกในครอบครัวคอยอยู่เคียงข้าง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกข้างในใจนะคะ ไม่ได้หมายถึงเพียงการที่ตัวอยู่ใกล้ชิดกัน

อ่านต่อ “ทำไม “ความผูกพันในครอบครัว” จึงไม่ได้เกิดจากการใกล้ชิดกันเพียงอย่างเดียว” คลิกหน้า 2

เพราะบ่อยครั้งทีเดียวที่หมอได้พบครอบครัวที่อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา แต่สมาชิกในครอบครัวกลับรู้สึกถึงความว่างเปล่า ไม่มีความผูกพันต่อกัน หรือบางทีแทบจะไม่รู้จักกัน ซึ่งนั่นชวนให้คิดว่า ปริมาณเวลาที่อยู่ด้วยกัน อาจไม่สำคัญเท่าคุณภาพของเวลาที่ใช้ร่วมกัน หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ความผูกพันกันในครอบครัวนั้นมักจะเกิดจากการได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณภาพ นั่นเอง

เวลาคุณภาพ ใช้เวลากับลูก ความผูกพัน

เวลาคุณภาพ หมายถึง การที่คุณสนใจจดจ่ออยู่กับคนตรงหน้า ในที่นี้หมายถึงคนในครอบครัว เช่น เมื่อคนหนึ่งพูด คนหนึ่งก็สนใจและตั้งใจฟัง เมื่อทำกิจกรรมร่วมกันก็สนใจในตัวกิจกรรมนั้น และมีความสุขไปด้วยกัน ไม่ใช่ฟังไปหยิบโทรศัพท์มากดอ่านข้อความไป หรือ นั่งดูหนังด้วยกันแต่ในหัวก็คิดถึงแต่เรื่องงาน…แบบนั้นยังไม่ใช่เวลาคุณภาพนะคะ

และสำหรับครอบครัวไหนที่แต่ละคนมีงานรัดตัวมากจนแทบจะหาเวลาคุณภาพไม่ค่อยได้ ก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะหากลูกได้เห็นว่า คุณพยายามอย่างมากที่จะแบ่งเวลามาให้เขา รวมทั้งช่วงเวลาที่ให้นั้นแม้อาจจะเพียง 15 นาทีในแต่ละวันก็ช่างเต็มไปด้วยความสุข ก็จัดว่านั่นเป็นเวลาคุณภาพที่เป็นส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้ลูกรู้สึกผูกพันกับพ่อแม่ค่ะ

 

เรื่องโดย : พญ. พรพิมล นาคพงศ์พันธุ์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ เจ้าของเพจ “เลี้ยงลูกให้เป็นคนปกติ”

ภาพ : Shutterstock

ผูกพัน

นาทีแห่งความสัมพันธ์ นาทีแห่งความประทับใจ

นาทีแห่งความสัมพันธ์เชื่อว่าทุกคนคงเคยมีนาทีอันแสนวิเศษในชีวิตกันมาแล้ว และองค์ประกอบหลักอันผลักดันให้เกิดนาทีมหัศจรรย์นั้นคือความรักนั่นเอง    ลองมาฟังเรื่องราวซึ้งๆ ที่ผุ้คนบนโลกใบนี้ส่งผ่านเรื่องราวความรักและปรารถนาดีต่อกันจนเกิดนาทีอันงดงามยากลืมเลือน

 

นาทีแห่งความสัมพันธ์ นาทีของชีวิตใหม่

คุณแม่เจเนต วอร์ราตต์ ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะสามารถทำให้สามีได้เห็นหน้าลูกที่กำลังจะคลอดขณะไปประจำการกองทัพ ดังนั้นในช่วงคลอด คุณพ่อจอห์น วอร์ราตต์จึงนั่งดูลูกสาวเพิ่งคลอดทางไอแพดผ่านเฟสไทม์ระหว่างประจำการที่ตะวันออกกลาง ระหว่างที่นั่งดูลูกผ่านไอแพดนั้น จอห์นก็ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้กลับบ้านทันที โดยหัวหน้าสั่งอนุมัติใบลาในนาทีนั้น

22 ชั่วโมงต่อมา พอลงจากเครื่องบินปุ๊บ จอห์นก็ตรงดิ่งไปโรงพยาบาลทั้งเครื่องแบบทหาร เจเนตถึงกับร้องไห้เพราะคาดไม่ถึง จอห์นเองก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้เมื่อแรกเห็นชาร์ลอตต์ ลูกสาวของทั้งคู่ที่เพิ่งคลอดได้เพียงวันเดียว

“ฉันได้แต่ตกตะลึงจนพูดไม่ออก ได้แต่มองสามีอุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมกอด นาทีนั้นเป็นนาทีที่เราไม่มีวันลืมเลยจริงๆ เพราะก่อนหน้าไปคลอดก็คิดว่า คงต้องคลอดตามลำพังโดยไม่มีจอห์นมาคอยให้กำลังใจ เพราะจอห์นต้องไปประจำการในตะวันออกกลางนานหกเดือน”

นอกจากนี้ จอห์นยังได้เจอลูกชายวัยสองขวบ ที่ไม่ได้เจอหน้ามาแสนนานตั้งแต่ไปประจำการในตะวันออกกลางอีกด้วย ทั้งครอบครัวจึงไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้เมื่อผู้เป็นพ่อกลับมาบ้าน

คลอดก่อนกำหนด ส่องไฟ ให้ออกซิเจน

อ่านเรื่อง “นาทีแห่งความสัมพันธ์ นาทีแห่งความประทับใจ” คลิกหน้า 2

Tags

ทำอย่างไรให้ “บ้านนี้อยู่แล้วสุข”

คุณแม่สุขสันต์ :  ทำไมบางบ้านเขาอยู่กันอย่างมีความสุข     แต่บางบ้านมีแต่ปัญหาคะ

อ.วรากรณ์     :   มีหนังสือคลาสสิคอยู่เล่มหนึ่ง ชื่อ Anna Karenina (1873) เขียนโดย Leo Tolstoy บรรทัด

แรกกล่าวว่าทุกครอบครัวที่มีความสุข   มีอะไรคล้ายกัน     ส่วนแต่ละครอบครัวที่ไม่มีความสุข     ก็ไม่มีความสุขในลักษณะที่แตกต่างกันออกไป     พูดง่าย ๆ ก็คือครอบครัวที่มีความสุขมีปัจจัยบางอย่างร่วมกันในเรื่องนี้บ้านที่มีความสุขมีสามประเด็นที่ควรกล่าวถึง คือ

(1) เงินทอง มิได้มีบทบาทสำคัญมากในการทำให้ครอบครัวใดมีสุขหรือทุกข์       ครอบครัวที่มีเงินทองมากมิได้มีความสุขเสมอไป     ในทางตรงกันข้ามครอบครัวที่มีเงินน้อยแต่มีความสุขก็เห็นถมไป

(2) การมุ่งมั่น ตั้งแต่เริ่มชีวิตคู่ของพ่อแม่ที่จะมีความสุขร่วมกันเป็นปัจจัยสำคัญ     ครอบครัวที่ทั้งพ่อและแม่มีหลักคิดร่วมกันในการที่จะสร้างบ้านแห่งความสุขให้             สมาชิกก็จะเกิด “บ้านนี้อยู่แล้วสุข” ขึ้นได้

(3) ความขยันหมั่นเพียร ทำงานหนักของครอบครัว   ช่วยให้มีฐานะทางเศรษฐกิจที่มั่นคงซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งแห่งการมี “บ้านนี้อยู่แล้วสุข”     แต่เรื่องฐานะมิใช่ปัจจัยเดียวดังกล่าวแล้ว

คุณแม่สุขสันต์ :  โชคลาภ     ดวงชะตา     มีบทบาทหรือไม่คะ     ในการที่จะมี “บ้านที่เป็นสุข”  

อ.วรากรณ์       :   แล้วแต่จะคิดกันไปครับ         หลายคนเชื่อว่าสองมือของสองคนรวมกันเป็นสี่มือคือหัวใจสำคัญที่สุด     ตัวเองกำหนดโชคชะตามิใช่ฟ้าดิน หรือฮวงจุ้ย หรือการดูฤกษ์วันแต่งงาน หรือฤกษ์ย้ายเข้าบ้าน       คนเหล่านี้เชื่อว่าหากจะมีเคราะห์ร้ายเกิดขึ้น   เช่น   อุบัติเหตุ       ความเจ็บป่วย     ฯลฯ     ก็เป็นเรื่องของสถิติที่จะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วในคนจำนวนมากเป็นธรรมดา คนอีกจำนวนหนึ่งเชื่อตรงกันข้าม     พยายามหาป้ายเสกมนต์และเขียนว่า “บ้านนี้อยู่แล้วรวย”       “บ้านนี้อยู่แล้วสุข” มาติด     มียันต์ลงประตูบ้านมีหมอมาดูฮวงจุ้ยหน้าต่างทิศทางลม เป็นไปตามหลักโหราศาสตร์     เราก็ไม่ว่ากันเพื่อความสบายใจของแต่ละครอบครัว สำหรับส่วนตัวแล้วคิดว่าต่อให้กระทำในย่อหน้าข้างบนครบถ้วน   แต่ถ้าทั้งพ่อแม่ไม่อยู่ในศีลในธรรม     ไม่ได้นึกถึงหน้าที่ในการสร้างครอบครัวที่เป็นสุขเพื่อให้ลูกมีพื้นฐานทางจิตใจที่มั่นคง และมีความทรงจำที่ดีแล้ว     สิ่งเหล่านี้จะไม่มีความหมายเลย

 

คุณแม่สุขสันต์ :  แล้วความสุขจริง ๆ ในบ้านคืออะไรคะ                  

อ.วรากรณ์     :   ท่านติช นัท ฮันห์ (Thích Nhất Hạnh) ได้กล่าวว่าความเป็นปกติคือยอดแห่งความสุข   เช่น เวลาที่ไม่มีใครเจ็บป่วยในบ้าน   ไม่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ  ไม่มีปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล   ไม่มีปัญหาเรื่องเงินทอง     ฯลฯ     อยู่กันอย่างเป็นปกติ     เรามักลืมไปว่าสิ่งเหล่านี้มีคุณค่า  แต่เมื่อปัญหาเหล่านี้ประดังเข้ามาในชีวิตแล้ว     เราจึงรู้ว่า “ความเป็นปกติ” นั้นเป็น ความสุขสงบที่มีค่าอย่างยิ่งองค์ประกอบของความสุขในบ้านได้แก่

ประการแรก “ความเป็นปกติของบ้าน” เป็นความสุขแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง

ประการที่สอง   ความสุขสงบจิตใจ เมื่อเหยียบเข้าไปในบ้าน     ไม่ได้ยินเสียงทะเลาะเบาะแว้งและเสียงบ่นก่นว่า     ได้ยินแต่เสียงดนตรีในหู       พบแต่เสียงหัวเราะสนุกสนาน   และรู้สึกว่าไม่อยากออกจากบ้าน

ประการที่สาม     ความรักความอ่อนโยน และความห่วงหาอาทรระหว่างกันของคนในบ้านรวมไปหมดแม้แต่ผู้ช่วยแม่บ้านด้วย     ทำให้มีความสุขสงบ และแต่ละคนรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า     มีความหวัง

ทั้งสามประการนี้พ่อแม่เป็นผู้นำและทุกคนในบ้านต้องร่วมกันรับผิดชอบในการสร้างสิ่งแวดล้อมเหล่านี้       สำหรับสิ่งที่ควบคุมไมได้เช่นความเจ็บป่วย       อุบัติเหตุ         การสูญเสีย       ฯลฯ     ก็ต้องยอมรับ และปรับตนเองให้สอดคล้องกับสิ่งไม่เป็นปกติที่เกิดขึ้นนั้น

ตราบที่เราคิดว่าความไม่เป็นปกติที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่ใคร ๆ ก็ ประสบด้วยกันทั้งสิ้น จิตใจก็จะสงบยอมรับความจริง     โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่มีมานับแสนปี

                “บ้านนี้อยู่แล้วสุข”       เพราะพ่อแม่และทุกคนมุ่งมั่นร่วมกันสร้างขึ้น       มิได้เกิดขึ้นเพราะโชคชะตา                     ทุกครอบครัวสามารถสร้างบ้านที่เป็นสุขได้หากมีหลักคิดและปฏิบัติตามอย่างมุ่งมั่น

“บ้านนี้อยู่แล้วสุข” เกิดขึ้นได้โดยน้ำมือมนุษย์       มิได้เกิดขึ้นเพราะโชคชะตา       หรือความโชคดี     ทุกบ้านสามารถทำให้เกิดขึ้นได้เพราะมีปัจจัยหลักร่วมกันในทุกชาติ       ทุกภาษา     ตลอดมาในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

 

เรื่อง : รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ผู้เท่าทันเงินทองและคุณปู่ของหลานสองคน

ภาพ : ชาญศิลป์ กิตติโชติพาณิชย์

Tags

สมุดระบายสีมีชีวิต

บริษัทการ์ตูนชื่อดังอย่างดิสนีย์สร้างสรรค์สมุดระบายแนวใหม่ จากกิจกรรมสุดคลาสสิคของเด็กๆ ให้มีความมหัศจรรย์ยิ่งกว่าเดิม ด้วยการผสานนวัตกรรมการสร้างภาพสามมิติกับการวาดรูประบายสีเข้าด้วยกัน เพียงเด็กๆ ระบายสีในสมุดเล่มพิเศษและดูภาพของตัวเองผ่านแอพลิเคชันเฉพาะของดิสนีย์ในสมาร์ทโฟน เด็กๆ ก็จะได้เห็นการ์ตูนตัวโปรดที่ตัวเองระบายสีอย่างสวยงามในรูปแบบสามมิติสามารถขยับเขยื้อนได้ราวกับตัวการ์ตูนในภาพยนตร์

innovatin dec 2 (1)

นวัตกรรมนี้จะช่วยต่อยอดจินตนาการของเด็กๆ ให้ไม่หยุดอยู่แค่ในหน้ากระดาษมิติเดียว แต่จินตนาการไปได้ถึงตัวการ์ตูนที่เคลื่อนไหวอย่างอิสระด้วย น่าสนุกอย่างนี้ผู้ใหญ่ก็อยากหามาระบายสีเล่นบ้างเหมือนกันนะเนี่ย

ข้อมูล www.disneyresearch.com

Tags

หันมาหาไม้ไผ่ เพื่อลดการใช้พลาสติก

innovation dec 1 (5)

innovation dec 1 (4)

innovation dec 1 (1)ซามี่ นักออกแบบชาวยุโรป คิดค้นโครงการชื่อ Tube Story นำไม้ไผ่มาใช้งานหลากรูปแบบเพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติก โดยประดิษฐ์เครื่องจักรขนาดเล็กที่ช่วยแปรรูปไม้ไผ่เพื่อผลิตเป็นสินค้าชนิดต่างๆ ทั้งนี้เขาทดลองทำไปแล้วกว่า 100 ชิ้น แต่ชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานได้ มี 2 ชิ้น คือลำโพงบลูทูธ และไดร์เป่าผม มีให้เลือกทั้งแบบพับเก็บไม่ได้ และแบบที่พับเก็บได้ ผู้ใช้สามารถถอดประกอบ หรือ เปลี่ยนชิ้นส่วนได้หากเกิดการเสื่อมสภาพ ซึ่งชิ้นส่วนที่ใช้งานไม่ได้แล้วยังคืนกลับสู่ธรรมชาติ หรือ นำกลับมาใช้ใหม่ได้ต่อไปอีกด้วย

ที่มา www.creativemove.com

Tags