สลด! ผ้าห่อตัวเด็ก พรากชีวิตทารกวัย 3 เดือน
แม่! ร่ำไห้แทบขาดใจ หลังสูญเสียลูกวัย 3 เดือน เนื่องจาก ผ้าห่อตัวเด็ก ไปติดกับยางล้อรถจักรยานยนต์!
แม่! ร่ำไห้แทบขาดใจ หลังสูญเสียลูกวัย 3 เดือน เนื่องจาก ผ้าห่อตัวเด็ก ไปติดกับยางล้อรถจักรยานยนต์!
รู้ให้เท่าทัน! รักษาให้ถูกโรค ลูกเป็นหวัด ชนิดไหนกันแน่ ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันค่ะ
วิธีคำนวณ ส่วนสูงเด็ก เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พ่อแม่อยากรู้กันมากว่า ลูกๆ ของตัวเองนั้นจะสูงเท่าไหร่กันนะ!? เพราะเราใน ฐานะพ่อแม่ก็คงไม่อยากให้ลูกๆ เติบโตขึ้นไม่สูงสมส่วนได้มาตรฐานกันจริงไหมคะ เอาเป็นเราลองไปคำนวณส่วนสูงเด็กกันค่ะ ซึ่งทีม Amarin Baby & Kids มีวิธีคำนวณอย่างง่ายๆ มาฝากกันค่ะ
ก่อนที่จะทราบกันว่าลูกๆ ของเรานั้นจะสูงกันเท่าไหร่ด้วย วิธีคำนวณ ส่วนสูงเด็ก ที่สามารถหาค่าเฉลี่ยส่วนสูงกันได้ด้วย 2 วิธี เราจะไปดูกันก่อนว่าส่วนสูงของเด็กๆ นั้นต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้างค่ะ…
บทความแนะนำ คลิก >> 3 เทคนิค เพิ่มความสูงให้ลูก
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
ลูกเหวี่ยงวีน เป็นปัญหาหนักใจของพ่อแม่อย่างมาก ยิ่งกับเด็กที่อายุ 1-3 ขวบ เมื่อถูกขัดใจเขาจะแสดงอารมณ์โกรธออกมา แต่รูปแบบที่ต่อต้านว่าไม่พอใจก็คือจะลงไปนอนดิ้นอาละวาดกับพื้น ร้องตะโกนเสียงดัง กระทืบเท้าแล้วก็กรี๊ดๆๆ พ่อแม่คนไหนอ่อนแอก็แพ้ไปค่ะ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีวิธีเปลี่ยนลูกขี้วีนด้วยวิธีละมุนละม่อมแต่ได้ผลมาฝากกันค่ะ
เวลาที่ถูกขัดใจ หรือไม่ได้ดั่งใจอาการ ลูกเหวี่ยงวีน อารมณ์บูด หน้าบึ้ง ออกฤทธิ์ด้วยการอาละวาดบ้านแตกจะมีมาพิสูจน์จิตใจพ่อแม่อยู่เรื่อยๆ ค่ะ ทำเอาปวดหัวไม่รู้จะจัดการกับลูกอย่างไรดี เพราะแค่ลำพังคนในบ้านก็สุดจะทนแล้ว แต่นี่ลูกยังไปแสดงกิริยาไม่น่ารักนี้ต่อหน้าผู้คนนอกบ้านอีก ใครเป็นพ่อแม่ก็ไม่อยากให้คนอื่นๆ มองลูกเราเป็นเด็กดื้อไม่น่ารักกันถูกไหมคะ อย่างน้อยก็มีบ้านผู้เขียนนี่แหละที่ไม่อยากให้ลูกๆ หลานๆ ที่บ้านเป็นเด็กขี้เหวี่ยง ขี้วีน แต่เชื่อไหมคะต่อให้เราดูแลเด็กๆ ดียังไง ก็มีบ้างที่พวกเขาจะแสดงพฤติกรรมไม่น่ารักนี้ออกมาให้คนที่บ้านได้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ และปวดหัวกันค่ะ
บทความแนะนำ คลิก >> 4 วิธีปราบลูกดื้อ วางอำนาจ เอาแต่ใจ จากนักจิตวิทยาต่างประเทศชื่อดัง (มีคลิปเหตุการณ์จริง)
การร้องดิ้นอาละวาด (Tantrums) หรืออาการเหวี่ยงวีนที่เกิดขึ้นกับเด็กนั้น มักจะพบว่าเกิดขึ้นกับเด็กในช่วงอายุ 1-3 ปี เพราะเด็กช่วงวัยนี้เริ่มที่จะมีความเป็นตัวของตัวเอง เวลาที่ถูกขัดใจก็มักจะโกรธพ่อแม่ หรือไม่ก็คนรอบข้างที่อยู่ด้วย เวลาเด็กๆ มีความรู้และอารมณ์โกรธที่คกกรุ่นอยู่ภายในใจ เขาก็มักที่จะเลือกปดปล่อยออกมาด้วยการแสดงอาการกรีดร้อง กระทืบเท้า ตะโกน หรือถ้าหนักหน่อยก็อาจจะตีคนที่อยู่รายล้อมด้วย ทั้งพ่อแม่ พี่ญาติพี่น้อง เป็นต้น
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
แม่เตือน! อันตรายถึงชีวิต อย่าคิดมองข้ามการฉีดวัคซีนโรค “อีสุกอีใส” ให้กับลูกเด็ดขาด!

เครดิต: news.com.au
คนแถวบ้านถึงกับอึ้ง! เมื่อรู้ว่า แม่วัยละอ่อน! ทำสิ่งนี้กับ ลูกโดนน้ำร้อนลวก !
แยมสตอเบอรี่ ยี่ห้อไหนดี … ซึ่ง แยม เป็นของหวานประเภทหนึ่ง ใช้รับประทานโดยการทาลงบนขนมปังเพื่อเพิ่มรสชาติให้ขนมปังอร่อยมากขึ้น แยมมักจะทำมาจากผลไม้ หากลูกน้อยของคุณชอบทานขนมปังทาแยม แล้วคุณแม่จะเลือกซื้อ แยมโดยเฉพาะรสชาติยอดฮิตอย่าง แยมสตรอเบอรี่ ยี่ห้อไหนดี ที่ไม่ทำลายสุขสภาพของลูกน้อยและทุกคนในครอบครัว Amarin Baby & Kids มีคำตอบมาฝากค่ะ

แยมเป็นการถนอมอาหารโดยใช้น้ำตาลความเข้มข้นสูง เพื่อป้องกันการเติบโตของจุลินทรีย์ ถือเป็น อาหารหวานประเภทหนึ่งใช้ทานกับขนมปัง มีลักษณะคล้ายเยลลี่แต่ไม่จับตัวเป็นก้อน โดยมีวิธีการผลิตคือการนำของที่จะทำเป็นแยม (เช่น ผลไม้ชนิดต่างๆ) มาต้มกับน้ำและน้ำตาล เพื่อให้สารเคมีในตัวของผลไม้ทำปฏิกิริยากับน้ำตาล แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นก็จะได้แยมตามที่ต้องการ โดยแยมสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
แยมประกอบไปด้วยส่วนผสมหลักๆที่สำคัญ 3 อย่างด้วยกัน นั่นก็คือ น้ำตาล เพกติน และกรด ผสมกันในสัดส่วนที่เหมาะสม
น้ำตาล ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้เกิดเป็นรสชาติ อีกทั้งยังช่วยให้เพกตินก่อตัวเป็นเจลด้วยดึงน้ำออกมาจากเพกติน ซึ่งก็ถือเป็นข้อดีที่ช่วยให้ยืดอายุการเก็บของแยมได้นานขึ้น นั่นก็เป็นเพราะว่าความชื้นทำให้อาหารเน่าเสียได้เร็ว เมื่อมีน้ำตาลอยู่มาก ก็จะไม่มีที่เหลือให้น้ำได้อยู่ แบคทีเรียก็ไม่สามารถเจริญเติบโตได้
อย่างไรก็ดี ปริมาณน้ำตาลสุดท้ายในแยมควรจะอยู่ที่ 65-69% ซึ่งหากคุณแม่จะเลือกซื้อแยม ที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพของลูกน้อยควรเลือกแยมที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลที่ไม่มากจนเกินไป เพื่อไม่ให้ลูกน้อยติดหวาน หรือมีค่าน้ำตาลเกินจากการกินแยมเหล่านี้ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้ตั้งแต่เด็กนั่นเอง
ซึ่งจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก แนะนำให้คนเราควรรับประทานน้ำตาลแค่วันละ 6 ช้อนชา (หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงโรคเบาหวาน ที่ถูกยกระดับให้เป็นโรคอันตรายเทียบเท่า “โรคเอดส์” แต่ที่น่าตกใจคือจากการสำรวจของกรมอนามัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กลับพบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลมากถึงวันละ 20 ช้อนชา เกินกว่าปริมาณแนะนำถึง 3 เท่า โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ชอบกินขนม ลูกอม ของหวาน และดื่มน้ำอัดลมวันละหลายขวด หลายกระป๋อง จึงเห็นได้ว่าเด็กไทยจำนวนมากในยุคนี้มีภาวะน้ำหนักเกินตามมานั่นเอง จนสถิติ อ้วนลงพุงของเด็กไทยพุ่งสูงขึ้นที่สุดในโลก และในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานี้ พบเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ขณะเดียวกันยังพบว่า มีคนไทยถึง 17 ล้านคน ดื่มน้ำอัดลมทุกวัน ไม่แปลกเลยที่สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคอ้วน จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย และสำหรับในเด็กอายุ 6-13 ปี จะมีปริมาณพลังงานที่ใช้ต่อวัน 1600 kcal ก็มีปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมต่อวันไม่เกิน 4 ช้อนชา
ข้อมูลอ้างอิงจาก : www.lovefitt.com
เพกติน จะพบได้ตามธรรมชาติในผนังเซลล์ของพืช ได้แก่ เปลือกหรือแกนของผลไม้ มีโครงสร้างโมเลกุลน้ำตาลเรียงต่อกันยาว เมื่อเราเอาผลไม้ไปเคี่ยวหรือผ่านความร้อน เพกตินก็จะถูกปล่อยออกมา และเมื่อมันไปรวมกับน้ำตาลและกรดในสัดส่วนที่เหมาะสม โมเลกุลที่เรียงกันยาวเหมือนลูกโซ่นี้มันก็จะไปเชื่อมต่อกัน ซึ่งอุณหภูมิที่ใช้ก็ประมาณ 104°C และหลังจากที่มันเย็นตัวลงแล้วแยมก็จะเกาะกัน
อย่างไรก็ตาม ผลไม้แต่ละชนิดก็จะมีปริมาณเพกติน มากน้อยต่างกัน ที่มีมากก็คือ แอปเปิ้ล แบล็คเคอร์แรนท์ และองุ่น ส่วนที่มีน้อยกว่าก็ได้แก่ พวกเบอร์รี่ทั้งหลาย ซึ่งถ้าจะเอามาทำแยมก็ต้องเอาผลไม้ที่มีเพกตินมากกว่ามาผสมหรือใช้เพกตินสกัดแทนก็ได้
อ่านต่อ “บทความดีๆ น่าสนใจ” คลิก!
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
” การดุลูก “ ทำได้…แต่!! ต้องพองาม มิเช่นนั้น อาจก่อให้เกิดความสูญเสียไปตลอดชีวิต

เครดิต: คมชัดลึก
” เลือกเพศลูก “ อย่างไรให้ได้ผล 100% ทั้งแบบธรรมชาติและแบบที่ใช้เทคโนโลยี!
จำเป็นมากน้อยแค่ไหนที่ต้อง สอนลูกให้มีน้ำใจ สอนไปแล้วได้อะไร ไปหาคำตอบกันค่ะ!

เครดิต: Asahi
สำหรับบทความนี้ แม่น้องเล็กขอหยิบยกเนื้อหาน่าอ่านจากในนิตยสาร Amarin Baby & Kids ฉบับคู่มือระวังภัยฯ มาฝากให้กับคุณพ่อ คุณแม่ ซึ่งเขียนโดย คุณพศิน อินทรวงค์ เกี่ยวกับวิถีชีวิต การเลี้ยงลูกเชิงธรรมะ เป็นแนวทางให้คุณพ่อ คุณแม่ ที่มีลูกวัย 3 ขวบปีแรกของชีวิตค่ะ
Continue reading “อย่าทำลายหนทางแห่งความเป็นมนุษย์ของเด็ก”
เต้านมส่วนเกินใต้รักแร้ (Accessory Breast) เป็นปัญหาที่คุณแม่หลายๆ ท่านเป็นกันมาก จนทำให้เกิดความรำคาญ และ กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะบางคนเป็นถึงขั้นหุบแขนไม่ลง มีอาการเจ็บ ดังนั้นเพื่อช่วยให้คุณแม่หายขาดจากเต้านมส่วนเกิน ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีวิธีการรักษามาแนะนำให้ได้ทราบกันค่ะ
เชื่อว่าเป็นใครก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าจู่ๆ ตัวเองก็มี เต้านมส่วนเกินใต้รักแร้ เพิ่มเข้ามา จนเกิดความสงสัยว่าเต้านมที่เกินมา ตรงใต้รักแร้นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งก็พอจะสรุปสาเหตุของการเกิดเต้านมส่วนเกินได้ดังนี้ค่ะ…
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
เต้านมอักเสบ หลังคลอดลูก แม่ที่ให้นมลูกอาจต้องเจอกับภาวะเต้านมเป็นฝีจนอักเสบ ซึ่งในคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่อยากจะให้เกิดขึ้นกับตัวเองกันสักเท่าไหร่ เพราะเวลาที่เต้านมเป็นฝีอักเสบ มีทั้งความเจ็บและความทรมาน ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีวิธีดูแลรักษาเมื่อเกิด ฝีเต้านมอักเสบหลังคลอดลูก มาฝากกันค่ะ
เต้านมอักเสบ หลังคลอดลูก เกิดจากสาเหตุใด?
ในช่วงตั้งแต่ลูกแรกคลอดที่คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่ ในช่วงแรกๆ อาจจะยังไม่มีปัญหาใดๆ ในการให้นม แต่พอให้นมลูกไปได้สัก 2-3 สัปดาห์หลังคลอด ในคุณแม่บางรายอาจพบว่ามีภาวะแทรกซ้อนของเต้านม ที่เรียกว่า เต้านมอักเสบ เนื่องจากน้ำนมระบายไม่ทันจนส่งผลให้ท่อน้ำนมอุดตัน น้ำนมที่ยังค้างอยู่ในเต้านมเป็นเวลานาน เมื่อเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่เต้านมทางหัวนมแม่ และตรงบริเวณลานหัวนมที่แตก จะส่งผลให้เกิดการอักเสบติดเชื้อขึ้นได้ ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว ก็จะกลายเป็นฝีหนองตามมาในที่สุดค่ะ
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
ตะลึงกันไป เมื่อจู่ ๆ ลูกชอบพูดคำหยาบ ขึ้นมา! ทำเอางานนี้คนเป็นพ่อเป็นแม่ถึงกับตั้งคำถาม ไปเอาคำเหล่านี้มาจากไหน !?
ลูกเพียงหนึ่งสัปดาห์ ต้องป่วยเป็น ” โรคเริม ” เพราะมีใครสักคนมาแสดงความรักด้วยการสัมผัส
โรคอันตรายของผู้หญิง มีอยู่ไม่น้อยเลยค่ะที่ต้องระวังกันให้มาก โดยเฉพาะคนที่มีลูกแล้วยิ่งต้องให้ความสำคัญกับสุขภาพมาเป็นอันดับต้นๆ เพราะผู้หญิงหลังมีลูกมีหลายโรคที่เสี่ยงอาจเกิดขึ้นได้กับสุขภาพค่ะ ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีโรคอันตรายที่ผู้หญิงทุกควรต้องระวังมาให้ได้ทราบกันค่ะ
รู้หรือไม่คะว่า โรคอันตรายของผู้หญิง ที่มักเกิดขึ้นจนทำให้ต้องล้มหมอนนอนโรงพยาบาลรักษาตัวกันให้เสียทั้งเงิน และเวลานั้นมีโรคอะไรที่ควรระวังกันบ้าง!!
อย่างที่ทราบกันค่ะว่าในผู้หญิงนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะโรคภายในของผู้หญิง ที่มีให้ต้องเฝ้าระวังกันไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็งรังไข่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม ฯลฯ รวมถึงอีกหลายโรคที่เสี่ยงต่อสุขภาพ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างมากที่ควรได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
บทความแนะนำ คลิก >> 5 อาการเตือนสุขภาพผู้หญิง ที่ไม่ควรมองข้าม!!
ซึ่งปัจจุบันทุกโรงพยาบาลจะมีโปรแกรมตรวจสุขภาพที่จัดให้เหมาะกับทั้งผู้หญิง และผู้ชาย แต่สำหรับผู้หญิงก็เพิ่มเรื่องการตรวจภายใน เพิ่มเข้ามา
ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์ (PE)
วัดความดันโลหิต ชีพจร ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง (Vital signs)
เอกซเรย์ปอดฟิลม์ใหญ่ ยกเว้นสตรีตั้งครรภ์ (Chest X-ray)
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (FBS)
ตรวจระดับไขมันในเลือด (Cholesterol)
ตรวจระดับไขมันในเลือด (Triglyceride)
ตรวจการทำงานของตับ (SGOT)
ตรวจการทำงานของตับ (SGPT)
ตรวจการทำงานของไต (Creatinine)
ตรวจปัสสาวะ (UA)
ตรวจภายใน โดยสูตินรีแพทย์ (PV)
ตรวจมะเร็งปากมดลูก (Thin Prep Pap Test)[1]
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีประโยชน์ทั้งต่อตัวแม่เองและทารก โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ที่ลูกน้อยจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ดี ซึ่งมีอยู่มากมายในนมแม่ น้ำนมของแม่ยังมีสารอาหารสำคัญ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน เสริมภูมิต้านทาน ให้ร่างกายของลูกแข็งแรง มีพัฒนาการทางร่างกายและพัฒนาการทางสมองที่เหมาะสมกับวัย ระหว่างให้ลูกกินนมแม่ ฮอร์โมนแห่งความรักความผูกพันจะหลั่งออกมา สร้างสายสัมพันธ์สองแม่ลูกให้ยิ่งแนบแน่นอีกด้วย เมื่อน้ำนมของแม่หดหายระหว่างการให้นม ปฏิบัติการ กู้น้ำนมแม่ จึงต้องรีบทำให้เร็วที่สุด
6 เดือนแรกที่ทารกกินนมแม่เป็นอาหารหลัก การสร้างน้ำนมจำเป็นต้องถูกกระตุ้นจากการดูดของลูก ถ้าน้ำนมไม่ถูกดูดหรือปั๊มจนเกลี้ยงเต้าอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้น้ำนมลดลง แต่ถ้าน้ำนมเกลี้ยงเต้าอย่างสม่ำเสมอร่างกายก็จะผลิตน้ำนม วิธีที่จะช่วยปกป้องน้ำนมให้มีปริมาณที่เหมาะสมอยู่เสมอ ต้องอาศัยหลัก 3 ดูด ช่วยกระตุ้นน้ำนม
โดยเฉพาะ 3 วันแรกหลังคลอด เมื่อทารกน้อยเกิดขึ้นมา คุณแม่ควรดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนม น้ำเปล่ายังช่วยลดความอ่อนเพลียของร่างกาย ฟื้นฟูสุขภาพ แม่ควรพักผ่อนให้เพียงพอ นำถุงร้อนหรือผ้าประคบร้อน คลึงบริเวณเต้านมก่อนให้นมลูก ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนม ทำให้คุณแม่ผ่อนคลายได้ และต้องเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นการทานให้บ่อย ลดคาร์โบไฮเดรตและไขมัน
คุณแม่ทุกคนย่อมเตรียมตัวเป็นแม่ ดูแลร่างกายอย่างดีที่สุด เช่นเดียวกับคุณแม่ซาร่าที่มุ่งมั่นตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ถึงแม้จะเตรียมพร้อมมากแค่ไหน ด้วยปัญหามากมายที่ยังคาราคาซัง ทำให้คุณแม่ ซาร่า คาซิงกินี ถึงกับน้ำนมหด จึงขอคำแนะนำ กู้น้ำนมแม่ เพื่อให้ลูกสาวคนเล็ก น้องเอมมิลี ได้กินนมแม่เช่นเดียวกับ น้องแม็กซ์เวลล์
เฟซบุ๊ก Sarah Casinghini ได้โพสต์ขอคำแนะนำการกู้น้ำนม ว่า สิ่งที่เครียดและเสียใจมากที่สุดตอนนี้คือ “น้ำนมหด” พยายามหลอกสมองและจิตใจตัวเองว่า “ไม่เป็นไร เราสบายดี เราโอเค” “ยิ้มสิ หัวเราะสิ ร่าเริงสิ” แต่ร่างกายแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัด มีใครสามารถให้คำแนะนำ การกู้น้ำนมให้หน่อยได้ไหมคะ? สงสารลูกสาว อยากให้กินนมแม่เหมือนตอนลูกชาย
คุณแม่ซาร่า ยังขอความกรุณาอย่าต่อว่าในพื้นที่ของซาร่า ไปต่อว่าตามเพจอื่นแทนเถอะค่ะ คือยังไงมันก็ผ่านตาได้อ่านอยู่ดี ในพื้นที่ของเรา ขอพื้นที่ให้ได้ใช้ชีวิตปกติ ได้เป็นแม่ ได้ทำหน้าที่แม่ ซาร่าชอบเป็นแม่ รักการเป็นแม่ ซาร่าอยากเลี้ยงลูกด้วยสุขภาพจิตใจที่ดี ขอร้องจริงๆ เห็นแก่ลูกของซาร่าด้วย

เพราะความเครียดเป็นตัวการสำคัญ ทำให้คุณแม่หลายท่านประสบปัญหาน้ำนมหด น้ำนมลดลง การจัดการความเครียดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่ให้นม
หนึ่งในสาเหตุสำคัญของน้ำนมแม่ที่หดหายคือความเครียด และความวิตกกังวล เพราะความเครียดมีผลต่อฮอร์โมนออกซิโตซิน (Oxytocin) ที่สร้างจากต่อมใต้สมอง เป็นฮอร์โมนสำคัญของคนเป็นแม่ ที่จำเป็นต่อการคลอดลูก รวมถึงการให้นมลูก
ความเครียดจึงส่งผลต่อร่างกายของคุณแม่ แน่นอนว่ามีผลต่อการไหลของน้ำนมด้วย วิธีคลายเครียดง่าย ๆ ก่อนที่จะให้นม ลองปฏิบัติตัวเพื่อลดความตึงเครียด เช่น ฟังเพลงเบา ๆ อ่านหนังสือ จิบน้ำ ออกไปเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หากรู้สึกเครียดลองอุ้มลูก กอดลูกบ่อย ๆ ก็จะช่วยลดความเครียดลงได้เช่นกัน
ตัวอย่างพืชผักในเมืองไทยที่หากินได้ง่าย มีประโยชน์ต่อการเพิ่มน้ำนมแม่ มีดังนี้

กู้น้ำนมแม่ เพราะอะไรทำไมต้องกู้! มีแม่ๆ ถามกันเข้ามาว่า ให้ลูกกินนมแม่มาตลอดตั้งแต่แรกเกิด ให้ทานจากเต้าเองด้วย และแม่ก็ปั๊มนมเก็บไว้ด้วย แต่ด้วยปัญหาทางสุขภาพทำให้ต้องหยุดปั๊มนมลูกไปเกือบหนึ่งเดือน แล้วพอจะกลับมาให้ลูกกินนมแม่น้ำนมก็ไม่ค่อยมีออกมา แบบนี้จะกู้นมแม่กลับมาได้หรือเปล่า? ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีคำตอบมาให้ค่ะ
ยังมีคุณแม่ลูกอ่อนหลายๆ คนสงสัยว่าการ กู้น้ำนมแม่ คืออะไร ทำไมต้องกู้น้ำนมแม่ด้วย ฉะนั้นเพื่อให้คุณแม่ทุกคนที่กำลังเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แล้วเกิดมีปัญหาในขณะให้นมลูก จนต้องหยุดให้นมลูก หรือหยุดปั๊มนมแม่ไป ไม่ว่าจะเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ไม่กี่วัน จะหลายสัปดาห์ หรือเกือบเป็นเดือน เป็นต้น เราก็จะมาเรียกคืนน้ำนมแม่ให้มีการผลิตน้ำนมแม่เต็มเต้านมกันอีกครั้งค่ะ
สิ่งสำคัญของการกู้นมแม่คือ ตัวคุณแม่เองจะต้องมีวินัยในการกระตุ้นเต้ามนม จะด้วยให้ลูกดูดจากเต้า หรือจะเป็นการใช้เครื่องปั๊มนม ก็สามารถช่วยให้เต้านมมีการผลิตน้ำนมได้อีกครั้ง ซึ่งเราจะเรียกว่า การเรียกน้ำนมแม่กลับคืน รีแลคเทชั่น (relactation) คือการพยายามกระตุ้นการสร้างน้ำนมจากแม่ที่เคยให้นมมาก่อน ไม่ว่าจะหยุดให้นมไปนานแค่ไหนก็ตาม[1]
บทความแนะนำ คลิก >> กู้นมแม่ กู้โลก!!!
ผู้เขียนมีโอกาสได้คุยกับรุ่นพี่ที่เป็นคุณแม่ ซึ่งเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่มาตลอดไม่เคยให้ลูกได้ทานนมผงเลย แต่ด้วยเหตุจำเป็นบางอย่างทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หยุดชะงักไปเล็กน้อย จนทำให้น้ำนมแม่ไม่มี แต่ด้วยพลังรักลูกที่อยากให้ลูกได้กินนมแม่ รุ่นพี่จึงเริ่มปฎิบัติการกู้นมแม่แบบที่เรียกว่าฮาร์ดคอร์กันเลยค่ะ คือ…
นี่คือวิธีการกู้นมแม่จากรุ่นพี่ของผู้เขียน ที่ขอกระซิบบอกว่าได้ผลดีจริงๆ ค่ะ เพราะน้ำนมแม่กลับมามีปริมาณมากจนสามารถปั๊มเก็บไว้เป็นสต็อกให้ลูกกินต่อจนโตเลยค่ะ คุณแม่ลูกอ่อนคนไหนที่หลุดการให้ลูกกินนมแม่ไปช่วงใดช่วงหนึ่งแล้วน้ำนมแม่หดหาย ลองทำตามกันได้นะคะ ที่สำคัญคือให้เน้นการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอในแต่ละวัน ดื่มน้ำให้มาก ทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่เครียด ไม่กังวล แล้วน้ำนมแม่จะกลับมาไม่ยากเลยค่ะ
เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่
” โรคภูมิแพ้ “ มีกี่ประเภท แล้วอาการแบบไหนที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าลูกของคุณกำลังเป็นอยู่!
เครดิต: สสส.