ลูกหนังหัวลอก

ลูกหนังหัวลอก ต้องดูแลอย่างไร?

ลูกหนังหัวลอก พ่อแม่มือใหม่คนไหนเคยสังเกตกันบ้างว่า มีอะไรขาวๆ คราบไขมัน หรือคราบสะเก็ดหนาๆ ที่ติดอยู่บนศีรษะลูก ที่ถึงแม้จะคลอดออกมาได้หลายวันแล้วก็ตาม เอ้!!! ว่าแต่คุณแม่ควรแกะ แคะ ออกมาดีไหมนะ? หรือต้องดูแลหนังศีรษะลูกอย่างไรดี ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีสิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำเมื่อ ลูกหนังหัวลอก มาให้ได้ทราบกันค่ะ

 

ลูกหนังหัวลอก กับความบอบบางของ “กระหม่อม”

ก่อนที่จะพาคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไปพบกับปัญหา ลูกหนังหัวลอก ที่มักเจอกันอยู่บ่อยๆ ว่าต้องดูแลรักษาอย่างไรถึงจะถูกต้องไม่เป็นอันตรายต่อลูก ผู้เขียนขอย้อนกลับไปว่ากันด้วยเรื่อง กระหม่อมเด็กก่อนค่ะ เพราะมีแม่ๆ ถามกันมา พอสมควรว่า ทำไม กระหม่อมเด็กจึงบาง?

กะโหลกศีรษะของเด็กแรกเกิดประกอบไปด้วยกระดูกแผ่นบางๆ ที่แยกออกจากกันเป็นชิ้นๆ ตรงรอยต่อที่กระดูกสี่ชิ้นมา ชนกัน ก็จะเกิดเป็นช่องว่าง และช่องว่างเหล่านี้มีทั้งหมดหลายช่อง แต่ที่สังเกตเห็นได้มีทั้งสิ้น 6 จุด ซึ่งหลังจากคลอดช่องว่างทั้ง 6 จุดจะขยายขนาดขึ้น และจะมีเนื้อเยื่อเส้นใยที่แข็งแรงช่วยปกป้องสมองที่ภายใน สำหรับจุดเปราะบางที่แผ่น กระดูกทั้งหมดมาบรรจบกัน เรียกว่า “กระหม่อม”  มาดูกันว่าจุดของกระหม่อมทั้ง 6 จุดนี้นั้นแบ่งออกมาเป็นส่วนใดต่างๆ อะไรบ้างค่ะ

กระหม่อมหน้า 1 จุด

กระหม่อมหลัง 1 จุด

กระหม่อมข้างค่อนไปด้านหลัง 2 จุด

กระหม่อมกกหู 2 จุด

บทความแนะนำ คลิก>> กระหม่อมทารก ปิด-เปิด-โป่ง-ยุบ เรื่องสำคัญ แม่ต้องสังเกต

และเมื่อลูกอายุได้ประมาณ 8 สัปดาห์ กระหม่อมข้าง กับกระหม่อมกกหู จะค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยกระดูก และก็จะค่อยๆ ปิดตัวจนสมบูรณ์ ส่วนกระหม่อมหน้า กับ กระหม่อมหลัง ยังไม่ปิดเหมือนกับกระหม่อมส่วนอื่น นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงให้ระวังในส่วนกระหม่อม (ศีรษะ) ของลูกวัยทารกกันให้มากๆ แต่คุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะเมื่อลูกอายุได้ประมาณ 4 เดือน กระหม่อมทั้ง 6 จุดจะแข็งแรงและปิดอย่างสมบูรณ์ค่ะ ที่สำคัญถึงกระหม่อมลูกจะแข็งแรงสมบูรณ์ขึ้นแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำรุนแรงกับศีรษะลูกได้นะคะ อย่าลืมว่าภายในกะโหลกนั้นมี สมอง เนื้อสมองอยู่ หากเผลอไปเขย่าลูกอาจเสี่ยงทำลูกเสียชีวิตจากภาวะ Shaken Baby Syndrome ได้นะคะ ฉะนั้นต้องระวังกันให้มากๆ ด้วยนะจ๊ะ

อ่านต่อ  4 วิธีแก้ปัญหา หนังศีรษะทารกลอก หน้า 2 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

อ้วนหลังคลอด

อ้วนหลังคลอด น่ากลัวอย่างไร อยากรู้ต้องอ่าน!

ไม่อยาก อ้วนหลังคลอด ต้องอ่าน!! เพราะความน่ากลัวมันมากับความอ้วน! กับวิธีลดน้ำหนักที่ปลอดภัย

 

มีคุณแม่ท่านไหนบ้าง? อยากเป็นคนอ้วน? … แน่นอนว่าคำตอบที่ได้คือ ไม่มี! แต่ทำไมเราถึงเห็นคุณแม่ส่วนใหญ่มีลูกแล้วมักจะอวบอ้วนกันทุกคน หลายท่านเปลี่ยนจากเสื้อผ้าไซส์ S มาเป็นไซส์ L บ้างก็มี … เรียกได้ว่า ความอ้วนได้พรากความสวยไปจากเราเสียจริง ๆ

ผลงานวิจัยกับความ อ้วนหลังคลอด ของคุณแม่

คุณแม่ ๆ ทราบกันหรือไม่คะว่า ได้มีผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมิเนโซต้า พบว่า เป็นไปได้ที่คุณแม่ที่มีลูกเล็กจะมีน้ำหนักมากกว่าสาวโสดที่อยู่ในวัยเดียวกัน นอกจากนี้คุณแม่ลูกเล็กยังมีโอกาสรับประทานอาหารแคลอรี่สูง ดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวานมากกว่าสาว ๆ ร่วมรุ่นอีกด้วย

ซึ่งการศึกษาชิ้นนี้ได้ทำจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,520 คนที่มีอายุเฉลี่ย 25 ปี พบว่า ผู้ที่เป็นคุณแม่แล้วนั้นจะดื่มเครื่องดื่มรสหวาน และรับประทานอาหารไขมันสูงเฉลี่ยประมาณ 7 ครั้งต่อสัปดาห์ เทียบกับสาวที่ไม่มีลูกที่จะอยู่ที่ 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้พวกเธอรับแคลอรี่เข้าไปโดยเฉลี่ย 2,360 แคลอรี่ต่อวัน มากกว่าเพื่อนสาวโสดที่อยู่ในวัยเดียวกันถึง 368 แคลอรี่เลยทีเดียว และถ้าต้องการอยากกลับมามีหุ่นสวยเพรียวลม ก็อาจต้องออกกำลังกายให้มากกว่าปกติด้วย

อ่านต่อผลงานวิจัยเพิ่มเติม คลิก!

ไวน์แดง

ปลุกอารมณ์ รักให้เร่าร้อนด้วยไวน์แดง

” ปลุกอารมณ์ ” รักให้กลับมาเร่าร้อน ด้วยเครื่องดื่มสุดคลาสสิคระดับโลกอย่าง “ไวน์แดง”

 

คุณพ่อคุณแม่คงสงสัยว่า อ้าว! ไหนบอกว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นั้นทำลายสมรรถภาพทางเพศไง แล้วทำไม ๆ จู่ ๆ ถึงมาบอกว่า ไวน์แดง คือเครื่องดื่มปลุกอารมณ์ทางเพศให้เร่าร้อนได้!?

เหรียญยังมีสองด้าน ดาบยังมีสองคม แม้แต่หน้าอกหน้าใจของเรายังมีสองข้างเลย แล้วทำไมเครื่องดื่มถึงจะมีทั้งคุณและโทษไม่ได้? ในวันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids จึงได้ค้นหาข้อมูลและข้อสรุปของเรื่องนี้มาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุก ๆ ท่านกันค่ะ

 เพราะอะไร ไวน์แดง ถึงเป็นสุดยอดเครื่องดื่ม ปลุกอารมณ์ ?

ได้มีผลงานวิจัยหนึ่งเปิดเผยว่า การดื่มไวน์แดงเพียงวันละหนึ่งถึงสองแก้วนั้น สามารถสร้างความประทับใจทางเพศสัมพันธ์ต่อชายคู่รักได้ดีกว่าผู้หญิงที่ชอบดื่มเหล้าหรือเบียร์! นั่นเป็นเพราะไวน์แดงนั้นมีส่วนช่วยในการสลายไขมันในเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดนั้นสามารถหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง รวมไปถึงอวัยวะเพศด้วย!

นอกจากนี้ไวน์แดงยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีกด้วยเช่นกันนะคะ จะมีอะไรบ้างถ้าอยากรู้แล้วละก็

คลิกหาคำตอบกันได้ที่หน้าถัดไปเลยค่ะ


เครดิต: Thaiza

อันตรายจากของเล่น

อันตรายจากของเล่น…พ่อโพสต์เตือน! หามลูกส่งรพ. ด่วน! เพราะเล่นของไม่เหมาะกับวัย (มีคลิป)

อันตรายจากของเล่น เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องระวังโดยเฉพาะกับลูกน้อยวัยซนตัวเล็ก ๆ เพราะของเล่นที่ไม่เหมาะสม หรือของเล่นที่ไม่เหมาะกับวัยของลูก ก็อาจทำให้ของเล่นนั้นเป็นอันตราย เกิดโทษได้โดยที่คุณไม่ทันคาดคิด

Continue reading “อันตรายจากของเล่น…พ่อโพสต์เตือน! หามลูกส่งรพ. ด่วน! เพราะเล่นของไม่เหมาะกับวัย (มีคลิป)”

เนื้องอกนอกมดลูก

9 อาการใกล้ตัวเสี่ยงเป็น “เนื้องอกนอกมดลูก”

เนื้องอกนอกมดลูก เป็นอย่างไร ตำแหน่งไหนเป็นแล้วอันตรายที่สุด วันนี้มีคำตอบของคุณหมอมาฝากทุกคนค่ะ

 

พูดถึง “เนื้องอก” อาการที่ไม่มีใครปรารถนาเพราะกลัวว่าหากปล่อยเอาไว้นั้น อาจผันแปรเป็น “มะเร็ง” ได้ ซึ่งเนื้องอกที่ผู้หญิงทุกคนต่างพากันกลัวมากที่สุดก็คือ “เนื้องอกนอกมดลูก”!! เพราะกลัวว่าวันนึงอาการนี้จะพัฒนากลายเป็น มะเร็งแทน!

เรื่องนี้จะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด วันนี้ คุณหมอกิตติ ตู้จินดา จะมาไขความกระจ่างให้คุณแม่ทุกท่านได้เข้าใจกันค่ะ แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับมดลูกกันก่อนนะคะ

ทราบกันหรือไม่คะว่า มดลูกมีส่วนประกอบกี่ชั้น

คำตอบ: 3 ชั้น ได้แก่ เยื่อบุโพรงมดลูก กล้ามเนื้อมดลูก และเยื้อหุ้มมดลูก

สาเหตุของการเกิดคืออะไร?

คำตอบ: ยังไม่เป็นที่ทราบรู้แต่ว่าปัจจัยที่อาจทำให้เพิ่มอัตราการเป็นเนื้องอกนอกมดลูกอันดับแรกเลยคือ พันธุกรรม! นอกจากนี้ คุณหมอกิตติยังกล่าวอีกว่า อีกสาเหตุที่ทำให้เกิดนั้นก็คือ พฤติกรรมของตัวเราเองนี่ละค่ะ กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงมากที่สุดก็คือ นักดื่ม และในคนที่เป็นโรคความดันสูงมาก ๆ เป็นมานาน มีอัตราการเป็นเนื้องอกมดลูกมากกว่าคนปกติ ส่วนคนอ้วนก็เช่นกัน และพวกที่ชอบการทานเนื้อ แฮม และพวกเนื้อแดงอีกด้วย

เนื้องอกนอกมดลูก เป็นตรงไหนอันตรายที่สุด คลิก!

ธนาคารออมสิน แจกเงินเด็ก

ธนาคารออมสิน แจกเงินเด็ก เกิดช่วงรอยต่อระหว่างรัชกาลที่ 9 และ 10

ธนาคารออมสิน แจกเงินเด็ก  เป็นข่าวดีสำหรับทุกครอบครัวที่มีลูกเกิดระหว่างรอยต่อ 2 รัชกาล คือรัชกาลที่ 9 และ รัชกาลที่ 10 ซึ่งได้ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช สนับสนุนเงินประเดิมเปิดบัญชีให้กับเด็กๆ คนละ 1,099 บาท ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ตุลาคม ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีรายละเอียดให้ทราบค่ะ

Continue reading “ธนาคารออมสิน แจกเงินเด็ก เกิดช่วงรอยต่อระหว่างรัชกาลที่ 9 และ 10”

อาหารเพิ่มพลังงาน ใกล้คลอด

7 อาหารเพิ่มพลังงาน ใกล้คลอด ให้มีแรงเบ่งคลอดลูก

อาหารเพิ่มพลังงาน ใกล้คลอด จะคลอดแล้วยังต้องบำรุงอยู่อีกหรือเปล่า? ยังต้อง “บำรุง” ยิ่งโดยเฉพาะอาหารที่ให้พลังงานสูง ส่วนหนึ่งนอกจากแม่จะเก็บสะสมไว้ใช้เองแล้ว ก็ยังแบ่งให้กับลูกในท้องในการนำไปสร้างร่างกายและอวัยวะต่างๆ ให้เติบโตอย่างเต็มสมบูรณ์ 100% ทีมงาน Amarin Baby & Kids มีอาหารช่วยเพิ่มพลังให้กับแม่ท้องจะได้มีแรงเบ่งคลอดลูก มาฝากค่ะ

 

อาหารเพิ่มพลังงาน ใกล้คลอด ยังจำเป็นอยู่นะ!!

มีแม่ๆ ท้องใกล้คลอดถามกันเข้ามาว่าอยากให้แนะนำ อาหารเพิ่มพลังงาน ใกล้คลอด ให้หน่อย ยิ่งช่วง 3 เดือนสุดท้ายไม่กล้ากิน มากเพราะเดี๋ยวน้ำหนักจะขึ้นมากไป กลัวเบาหวานแทรกซ้อน จริงๆ ที่ผู้เขียนแนะนำบ่อยๆ กับทั้งคุณผู้อ่าน และเพื่อนๆ คน รู้จัก เพื่อลดความเสี่ยงของการเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อย่างแรกเลยคือ อย่าทานอาหารรสชาติหวาน หรือขนมหวานมาก ถามว่ากินได้ไหม กินได้ค่ะ แต่แค่ 1-2 คำพอหอมปากหอมคอ กินอาหารให้หลากหลายแล้วที่สำคัญต้องกินให้สมดุลเท่าๆ  กัน กินให้ครบ 5 หมู่ อย่างช่วงไตรมาสสุดท้าย ผัก ผลไม้ หรืออาหารประเภทโปรตีนเนี่ยกินให้มากหน่อย

ไม่แนะนำให้ทานอาหารน้อยลงนะคะ เพราะยิ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายใกล้คลอดแม่ยิ่งต้องกินค่ะ  คือทานน้อยไปเดี๋ยวร่างกาย จะไม่มีพลังงานเก็บสะสมไว้  อย่าลืมว่าลูกในท้องก็ยังต้องการสารอาหารอยู่เพื่อเอาไปสร้างพัฒนาร่างกาย อวัยวะทุกส่วนให้สมบูรณ์ 100% ก่อนคลอด แล้วรู้อะไรไหมคะการคลอดลูกไม่ว่าจะคลอดธรรมชาติ หรือผ่าคลอด มีต้องเสียทั้งพลังงาน  และเลือดมากด้วย ถ้าตอนคลอดร่างกายไม่มีแรง ไม่มีพลัง เห็นทีจะไม่ดีต่อสุขภาพของแม่หลังคลอดนะคะ

บทความแนะนำ คลิก>> เจ็บท้องหลอก เจ็บท้องจริง แม่ท้องใกล้คลอดจะรู้ได้อย่างไร ?

ฉะนั้นเพื่อเป็นการเติมเต็มพลังงานให้กับร่างกายแม่ท้อง ผู้เขียนมีอาหารที่เขาว่าเป็นแหล่งพลังงานชั้นดีให้กับร่างกายคนท้องมาบอกต่อให้ทราบกันค่ะ เอาใครใกล้คลอดอีก 3 เดือนข้างหน้านี้แล้วมาทำให้ร่างกายแข็งแรงจะได้มีแรงคลอดลูกไปพร้อมกันค่ะ

อ่านต่อ แม่ท้องใกล้คลอดกินอะไรให้มีแรงเบ่งคลอด หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

5 Must have items ตัวช่วยในการเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัล สำหรับคุณแม่มือใหม่

เชื่อว่า “คุณแม่” ทุกคนล้วนอยากเลี้ยงลูกให้เติบโตสมวัย มีพัฒนาการที่ดี แต่การเลี้ยงลูกในสมัยนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะกับคุณแม่มือใหม่แบบคุณ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คุณแม่หลายๆคน จะเลือกมองหาเครื่องมือมาช่วยในการเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อย เพื่อให้ชีวิตการเลี้ยงลูกของคุณราบรื่นขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการช่วยคุณแม่อีกทางหนึ่ง วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 ไอเท็มที่คุณแม่มือใหม่ควรมีในยุคดิจิทัลนี้กันค่ะ

1. Today for Tomorrow Mobile Application
ในยุคดิจิตัลที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว มันคงไม่ยากสำหรับคุณแม่มือใหม่อย่างคุณที่จะเข้าถึงแหล่งข้อมูลในอินเตอร์เน็ต นั่งค้นคว้า เสาะหาข้อมูลการเลี้ยงลูกได้เองอย่างมากมายนับไม่ถ้วน หากคุณมีเวลาเพียงพอ!!

แต่เอาเข้าจริง ด้วยสภาพสังคมและชีวิตในยุคปัจจุบันของคุณแม่อย่างเราๆ อาจจะไม่ง่ายขนาดนั้น ดังนั้น ตัวช่วยของคุณในเวลานี้คงหนีไม่พ้น แอปสุดฮิตของคุณแม่มือใหม่ อย่าง Today for Tomorrow  ที่เปรียบเสมือนคู่มือการเลี้ยงลูกที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหา ด้านพัฒนาการและโภชนาการ กิจกรรมที่เหมาะสมกับคุณและลูกน้อย พร้อมเคล็ดลับสุดพิเศษที่คุณต้องอยากรู้ และสิ่งที่แอปนี้ให้ได้มากกว่าเพื่อช่วยให้ชีวิตคุณง่ายมากขึ้น คือการนำเสนอข้อมูลที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี มีประโยชน์ ถูกต้อง นำไปใช้ได้จริง และที่สำคัญมีความแม่นยำตรงกับความต้องการของทั้งคุณและเจ้าตัวเล็กตามช่วงวัยที่เหมาะสม

รู้แบบนี้แล้วว่ามีตัวช่วยที่ทำให้ชีวิตคุณแม่ง่ายขึ้นขนาดนี้ เราขอแนะนำให้เป็นหนึ่งในไอเท็มลำดับต้นๆ ที่คุณแม่ควรมีติดสมาร์ทโฟนไว้เลยค่ะ รับประกันด้วยยอดดาวน์โหลดมากกว่า 250,000 ครั้ง แล้วนั้น ยังเป็นอีกหนึ่งแอปเลี้ยงลูก ที่ได้รับการรีวิวและเป็นที่นิยมสูงมากๆ ในหมู่คุณแม่ในขณะนี้อีกด้วย (ติดตามกิจกรรมจาก Today for Tomorrow Application ร่วมลุ้นของรางวัลได้ที่เพจ Hi-Family Club นะคะ)

2. กล้องวงจรปิด ตามติดชีวิตลูกน้อย

หมดปัญหากับวันที่งานบ้านรัดตัวจนไม่มีเวลาปลีกตัวมาหาลูก เพราะหนึ่งในตัวช่วยเลี้ยงลูกสำหรับคุณแม่มือใหม่ ที่เราอยากแนะนำ นั่นก้คือเจ้ากล้องวงจรปิด เพียงแค่ติดไว้ตามจุดต่างๆ ตามมุมที่เจ้าตัวเล็กโปรดปราน ด้วยเทคโนโลยีของกล้องวงจรปิดสมัยนี้สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนด้วย Wifi ได้แล้ว ต่อไปไม่ว่าคุณแม่จะอยู่ส่วนไหนของบ้าน หรือกำลังยุ่งเหยิงสุดตัว ก็สามารถตามติดชีวิตลูกน้อยได้อย่างใกล้ชิดผ่านหน้าจอ ไม่มีทางหลุดพ้นไปจากสายตาคุณแม่ได้อย่างแน่นอนค่ะ

3. นิทาน E-book สำหรับเด็ก

นอกจากการดูแลที่ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง การเสริมสร้างพัฒนาการด้านไอคิวและอีคิวก็จำเป็นเช่นกันนะคะ คุณแม่มือใหม่สามารถเสริมได้ง่ายๆ ด้วยการอ่านนิทาน E-Book ให้ฟัง เพราะการอ่านนิทานมีประโยชน์มากมายต่อลูกน้อยจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ด้านภาษา ด้านจินตนาการ การฝึกสมาธิ รวมไปถึงทำให้คุณแม่กับลูกน้อยได้อยู่ด้วยกันมากขึ้นอีกด้วย และที่สำคัญ การอ่านนิทานก็ไม่จำเป็นต้องอยู่บนทีนอนเสมอไป คุณแม่สามารถอ่านให้เจ้าตัวเล็กฟังได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม นิทาน E-Book จึงเป็นไอเท็มที่ตอบโจทย์ อ่านเมื่อไหร่ก็ได้ มีภาพและเสียบประกอบที่ชัดเจน พกพาก็สะดวก เพียงแค่ดาวน์โหลดลงใน Tablet ก็ใช้ได้แล้วค่ะ

4. นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ

อีกหนึ่งไอเท็มสำหรับคุณแม่มือใหม่ต้องมี มันไม่ใช่แค่นาฬิกาข้อมือที่มีแค่ฟังก์ชั่นธรรมดาช่วยบอกเวลา แต่มันมาพร้อมกับ GPS ที่จะคอยระบุตำแหน่งของลูกน้อยได้ผ่านตัวรับสัญญาณปลายทางที่ติดไว้กับชุดของเจ้าตัวเล็กให้คุณแม่คอยสอดส่องดูแลตลอดเวลา พร้อมส่งสัญญาณเตือนทันทีเมื่อลูกน้อยอยู่ไกลจากคุณแม่ตามระยะทางที่กำหนดไว้ แถมยังสามารถตรวจจับอุณหภูมิร่างกาย หรือวิเคราะห์สุขภาพผ่านการเคลื่อนไหวต่างๆ ของเจ้าตัวเล็กได้ด้วยนะคะ

5. Car Seat สำหรับนักเดินทางตัวจิ๋ว

ระหว่างที่คุณขับรถ นอกจากจะต้องมองถนนข้างหน้าแล้วยังจะต้องดูเจ้าตัวเล็กที่ซนเป็นลิงอยู่ข้างๆ อีกด้วย ไม่ว่าระยะทางจะใกล้หรือไกลก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดได้เสมอค่ะ ดังนั้น Car Seat ก็เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ตอบโจทย์สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่รักการเดินทาง การเลือก Car Seat ที่ดีนั้น เราอยากแนะนำให้คุณโฟกัสไปที่ เรื่องวัสดุที่ใช้นั้นแข็งแรงหรือไม่ เจ้าตัวเล็กจะนั่งสบายหรือเปล่า รวมถึงไปฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ อย่างการปรับเอน การหมุนที่นั่ง และที่สำคัญตัวที่นั่งต้องระบายความร้อนได้ดี เพราะถ้านั่งแล้วร้อน เด็กจะไม่ชอบนั่งค่ะ ถ้าเลือกสิ่งที่ใช่ เจ้าตัวเล็กได้นั่งแล้วติดใจ เท่านี้การเดินทางระหว่างคุณแม่และลูกน้อยก็สมบูรณ์แบบแล้วค่ะ ปลอดภัย หายห่วง

จริงอยู่ที่การเลี้ยงลูกน้อยให้เติบโต มีสุขภาพแข็งแรง มีพัฒนาการที่ดี สามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่มีคู่มือเลี้ยงลูกที่ถูกต้องตายตัว แต่เราเชื่อว่า ขึ้นชื่อคุณแม่มือใหม่อย่างคุณต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อยได้เสมอค่ะ

Tags

คลอดธรรมชาติ

สุดสลด! แม่ท้องโดนสามีบังคับให้คลอดธรรมชาติ ตัดสินใจโดดตึก เสียชีวิตทั้งแม่ลูก

การ คลอดธรรมชาติ ถือเป็นการคลอดที่ปกติ  ซึ่งส่วนมากก็มักจะลงเอยด้วยความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และลูกน้อยที่คลอดออกมา แต่ก็มีคุณแม่จำนวนไม่มากที่ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้เอง เนื่องจากการผ่าตัดคลอดเป็นวิธีที่แพทย์ส่วนมากจะสงวนเอาไว้ใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นจริงๆ

Continue reading “สุดสลด! แม่ท้องโดนสามีบังคับให้คลอดธรรมชาติ ตัดสินใจโดดตึก เสียชีวิตทั้งแม่ลูก”

ลูกนอนกรน

ลูกนอนกรน อย่านิ่งนอนใจ 2 โรคนี้อาจถามหา

ลูกนอนกรน อย่านิ่งนอนใจ แม่เตือนหลังพบลูกป่วยเป็นสองโรคนี้! วอนแม่ทุกคนอย่าประมาท ปล่อยไว้อันตรายถึงแก่ชีวิต

 

 

คุณแม่ท่านนี้ได้แชร์เรื่องราวนี้กับทีมงาน Amarin Baby and Kids เพราะหวังอยากให้ทุกครอบครัวอย่านิ่งนอนใจ หากพบว่าลูกของตัวเองเริ่มนอนกรน! ไปอ่านเรื่องราวนี้ของคุณแม่พร้อม ๆ กันเลยค่ะ

“แชร์ประสบการณ์ค่ะ ลูกนอนกรนแต่เด็กตอนนี้ 5 ขวบแล้ว นอนกรนดังมาก นั่งหลับยังกรน มีเลือดกำดาวไหลกลางคืน

ไปตรวจมาเจอ 2 โรคเลยค่ะ อะดีนอยด์โต จนปิดกั้นทางเดินหายใจ เหลือทางเดือนหายใจนิดเดียว และเป็นไซนัส ตอนนี้รักษาไซนัสก่อน หลังจากที่ไซนัสหายแล้วเราจะมาเริ่มรักษาอะดีนอยด์กัน

คุณแม่พาลูกไปทำสลีปเทสเพื่อตรวจสอบหาค่าของออกซิเจน หากพบว่าผลออกมาค่าออกซิเจนในเลือดต่ำก็จำเป็นต้องตัดออก

ลูกบ้านไหน นอนกรน รีบไปหาหมอ เเต่เนิ่น ๆ นะคะอย่าปล่อยทิ้งไว้นานจนร่างกายแย่นะคะ ผลของการไม่รักษา ไซนัสมาแน่นอน อนาคตน้ำท่วมปอด อาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว เนื่องจากร่างกายทำงานหนักทุกวัน ๆ และเมื่อวันไม่ไหวมันก็จะเปฺ็นหนักค่ะ”

ต่อมอดีนอยด์โตและไซนัสอีกเสบเป็นอย่างไร คลิกหาคำตอบนี้ไปพร้อม ๆ กันค่ะ


เครดิต: Pony FWD

ราคาห้องคลอด

เผย “ราคาห้องคลอด” กับรพ.ที่ชมพู่ไปอยู่ บอกได้คำเดียวเพื่อลูก…พ่อน็อตยอมได้ !

ราคาห้องคลอด ของแม่ชม!! กับอีกหนึ่งเรื่องที่ทำเอาชาวเน็ตหลายคนรวมถึงคุณแม่ๆที่กำลังตั้งท้องใกล้คลอดอยู่ ก็คงอยากรู้ว่า…ค่าคลอดหรือค่าห้องพักที่คุณชมพู่อยู่นั้นราคารวมแล้วประมาณเท่าไหร่ และเพื่อคุณแม่ท้องที่สนใจ ทางทีมงาน Amarin Baby & Kids จึงไปหาคำตอบมาให้ค่ะ

Continue reading “เผย “ราคาห้องคลอด” กับรพ.ที่ชมพู่ไปอยู่ บอกได้คำเดียวเพื่อลูก…พ่อน็อตยอมได้ !”

โรคสมาธิสั้น

แชร์ประสบการณ์ พาลูกตรวจเช็ก “โรคสมาธิสั้น” พร้อมวิธีแก้

โรคสมาธิสั้น เป็นกลุ่มอาการที่มีความบกพร่องทางด้านสมาธิ สามารถพบว่าเกิดขึ้นได้กับเด็กเล็ก ซึ่งกลุ่มอาการสมาธิสั้นนั้นมีทั้งที่เป็น สมาธิสั้นแท้ และสมาธิสั้นเทียม ทีมงาน Amarin Baby & Kids ได้อ่านเรื่องราวของคุณแม่สมาชิก Pantip ที่ได้มาแชร์ประสบการณ์ที่ว่าทำไมจึงต้องพาลูกชายวัย 2 ขวบกว่าไปตรวจเช็ก โรคสมาธิสั้น รวมถึงวิธีแก้อย่างไรเพื่อให้อาการลูกดีขึ้น

 

โรคสมาธิสั้น ลูกเราเป็นหรือเปล่านะ!!

ถ้าวันนึงลูกเรามีพฤติกรรมที่ต้องสงสัยว่าเป็น โรคสมาธิสั้น หรือเปล่านะ!? คุณจะทำอย่างไร และจะจัดการหาวิธีแก้ไขอย่างไร? ถ้ายังนึกไม่ออก ผู้เขียนอยากให้ลองอ่านเรื่องจริงจากคุณแม่สมาชิก Pantip ท่านนี้กันค่ะ ที่เธอได้มาแชร์ประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นกับลูกชายตัวน้อยที่เธอคิดว่าเข้าข่ายเด็กสมาธิสั้น แต่จะด้วยสาเหตุใดนั้น รวมถึงแนวทางการพาลูกไปตรวจเช็ก รักษาจนอาการค่อยๆ ดีขึ้น ต้องทำ ต้องแก้ไขกันตรงจุดไหนบ้าง  ไปติดตามคำตอบพร้อมกันค่ะ…

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นขออนุญาตเท้าความนิดนึงนะคะ  ดิฉันเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ  มีลูกชาย 1 คน ปัจจุบันอายุ 2 ขวบ 9 เดือน เลี้ยงกันสองคนกับคุณยาย  คุณยายจะติดตามใจหลานมาก ด้วยความเป็นหลานชายคนเดียวของบ้าน  ก่อนหน้านี้ดิฉันทำงานนอกบ้าน หน้าที่ดูแลลูกจึงตกเป็นของคุณยาย จนถึงเมื่อปลายปีที่แล้วจึงได้มาเปิดร้านเป็นของตัวเองได้มีเวลาดูแลลูกมากขึ้น จึงเริ่มพบเห็นปัญหาในการเลี้ยงลูกที่ต่างกันของคุณยายกับตัวดิฉันเอง ด้วยความที่เห็นว่าลูกเป็นผู้ชายจึงค่อนข้างเข้มงวดกับลูก อะไรที่ไม่ได้คือไม่ให้เลย  มีตี  มีดุกันตลอด  แต่กับคุณยายนั้น จะอ่อนข้อให้หลานตลอด  เวลาดิฉันดุลูก  ลูกก็จะวิ่งเข้าหาคุณยาย  คุณยายก็จะโอ๋หลานเป็นอย่างนี้ประจำ  ทำให้การสอนลูกของดิฉันเหมือนทำได้ไม่จริงจังเท่าไร  และช่วงที่ดิฉันทำงานนอกบ้านนั้น คุณยายด้วยความที่ไม่ชอบให้หลานรบกวน ชอบให้หลานอยู่นิ่งๆ  สิ่งที่หยิบยื่นให้หลานคือ  แท็บเล็ตพร้อมเปิดการ์ตูนให้หลาน  การดูการ์ตูนของลูกนั้นดูติดต่อกันเป็นชั่วโมง  สะสมมานานเป็นปี  จนมาถึงจุดที่ผลของการกระทำทั้งหลายแสดงออกมา

จุดเริ่มต้นของความคิดที่จะนำลูกไปตรวจเช็กสมาธิสั้น จากที่เกริ่นมาทั้งหมดเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกนั้น ทำให้ลูกชายมีอาการดังนี้ค่ะ

  1. พูดช้า เริ่มพูด 2 ขวบกว่า ก่อนพบหมอยังไม่สามารถพูดแบบมีตัวสะกดได้ แต่สามารถสื่อสารบอกความต้องการได้บ้าง  เช่น หิว หรือ  อยากเข้าห้องน้ำ
  2. อยู่ไม่นิ่ง
  3. เริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง
  4. พูดไม่ค่อยสบตา
  5. จากเด็กที่ชอบทำอะไรเอง พักหลังเริ่มขอความช่วยเหลือ คนที่สนองตอบได้คือคุณยาย ถ้าไม่อยากทำอะไรเองก็จะวิ่งหา คุณยาย
  6. เอาแต่ใจ ไม่พอใจมีหันหน้าหนี ล่าสุดก่อนพบหมอคือร้องเอาของเล่นที่ห้าง ปกติไม่เคยมีอาการแบบนี้ค่ะ

จนที่สุดแล้วจุดที่ทำให้ดิฉันเลือกพาลูกเข้าพบหมอคือ เมื่อกลางเดือนสิงหาคม  ครูพี่เลี้ยงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  แจ้งต่อดิฉันว่า  “คุณแม่คะ  ตอนนี้น้องแกล้งเพื่อนหนักเลยนะคะ  ผลักเพื่อน  ตีเพื่อน  ไม่สนใจเรียน  ชวนเพื่อนคุยตอนเรียน  ขนาดจับให้นั่งคนเดียวก็ยังสามารถชวนเพื่อนเล่นได้  ตอนนี้น้องรบกวนการเรียนของเพื่อนร่วมชั้นนะคะ  แล้วก็น้องเริ่มสอนไม่ได้ ถ้าเขาไม่พอใจจะหันหน้าหนีเลยค่ะ”  ดิฉันก็ได้ถามกลับคุณครูไปว่าคุณครูมีคำแนะนำอย่างไรบ้างคะ  เนื่องจากปกติคุณครูจะแนะนำว่าเราต้องทำอะไรบ้าง  ต้องฝึกลูกอย่างไร  แก้ไขอย่างไร  แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งที่ผ่านมา  คุณครูตอบกลับมาว่า  “คุณแม่ลองพาไปพบหมอดูนะคะ  เขาจะแนะนำได้ว่าต้องแก้ไขอย่างไร”  ตอนนั้นคือคิดหนักเลย  นี่ลูกเราเป็นถึงขนาดนี้แล้วเหรอ  เริ่มหาข้อมูลในอิเตอร์เน็ตว่ามีที่ไหนบ้างที่มีจิตแพทย์เด็ก  เริ่มหาว่าพฤติกรรมที่ลูกเราแสดงออกมามันคืออะไร  ซึ่งผลที่ได้คือ  เราสงสัยว่าลูกเป็นสมาธิสั้นหรือเปล่า  หาข้อมูลอยู่เกือบอาทิตย์  ติดต่อสอบถามโรงพยาบาลอยู่ 2 – 3 ที่ ที่แรกบอกว่ามีแต่หมอเด็กไม่มีจิตแพทย์เด็กที่สามารถเช็กสมาธิสั้นให้ได้  และที่ 2 ไม่รับบุคคลภายนอก จนในที่สุดจึงตัดสินใจติดต่อไปโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในละแวกนี้  ก็สอบถามข้อมูลเด็กนิดหน่อย  แล้วเราก็แจ้งความประสงค์ไปเลยว่าน้องอาการเป็นอย่างนี้  ต้องการพบจิตแพทย์เด็ก  อยากเช็กสมาธิสั้นด้วย  รอบแรกที่โทรติดต่อไปเป็นพยาบาลรับเรื่องไว้ก่อน  รอบที่สองจึงมีการนัดวันเวลาเป็นวันที่ 22 สิงหาคม เวลา 15.00 น.  พร้อมกับแจ้งว่าครั้งแรกเป็นการประเมินพัฒนาการน้องกับพยาบาลวิชาชีพก่อนนะคะ  พร้อมแจ้งค่าใช้จ่ายในการรักษา  ซึ่งเราเห็นสมควรว่าก็ไม่แพงเท่าที่เรากลัวนะ  พอรับได้

บทความแนะนำ คลิก>> คนท้อง กินยาพาราเซตามอล เสี่ยงลูกเกิดมาสมาธิสั้น !!

Good to know อาการหลัก 3 ด้านของเด็กสมาธิสั้น สังเกตได้จาก อยู่ไม่นิ่ง ซน /  ไม่มีสมาธิ เหมือนไม่ได้ฟังเวลามีคนพูดคุยด้วย / หุนหันพลันแล่น รอคอยไม่ได้[1]

โรคสมาธิสั้น
Credit Photo : Pantip , Shutterstock

พาลูกไปพบหมอครั้งแรก

ก็มีการแนะนำว่าใช้เวลา 1 ชั่วโมง ซึ่ง 30 นาทีแรกเป็นการพูดคุยกับคุณแม่ ต่อไปคือการประเมินพฤติกรรมของน้อง พยาบาลก็แนะนำตัวว่าชื่ออะไร  ขั้นตอนการรักษาเป็นอย่างไร ครั้งนี้คือการประเมินก่อน พี่พยาบาลก็จะมีแบบประเมินตามช่วงวัย  ก็จะมีการถาม – ตอบระหว่างเด็กกับพยาบาล ว่าน้องบอกชื่อได้ไหม สำหรับเด็กวัยนี้คือ ต้องบอกชื่อตัวเอง ชื่อเพื่อน บอกความต้องการ  บอกอวัยวะ บอกสี บอกว่าภาพที่ชี้ให้ดูคืออะไรได้แล้ว แต่ปรากฏว่าลูกชาย ทำได้แบบเกือบตก เพราะอยู่ในห้องที่ประเมินนั้น ลูกไม่นิ่ง ไม่สนใจ ไม่โฟกัสอะไรเลย ทั้งๆ ที่ตอนอยู่บ้านนั้นจะสามารถบอกได้ว่าอวัยวะอะไรเป็นอะไร  ภาพนั้นเป็นภาพอะไร แต่บอกชื่อเพื่อนไม่ได้ ดีที่ยังบอกชื่อตัวเองได้  และระหว่างการทดสอบ ลูกดันปวดท้องเข้าห้องน้ำพอดี พยาบาลบอกเราว่า  ถ้าน้องไม่ปวดท้องเข้าห้องน้ำแล้วมาบอกเรานะ พี่ให้น้องตกข้อเลยนะเนี่ย

ผลออกคือ 50 – 50  พยาบาลก็ยังไม่ปักใจว่าน้องเป็นสมาธิสั้นเพราะอาการของน้องมันก่ำกึ่งมาก  แล้วก็สรุปสาเหตุที่ทำให้น้องเป็นแบบนี้  หลักๆ เลยคือ

  1. การดูการ์ตูนเป็นเวลานาน ทำให้น้องไม่ได้เรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วรอบๆ ตัวเขาเนี่ยเป็นไปอย่างไร ประกอบกับในการ์ตูนนั้นเป็นภาพเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา  ทำให้น้องไม่มีสมาธิ  ไม่สมารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้
  2. การที่แม่สอนอย่างหนึ่ง คุณยายสอนอีกอย่าง หรือการที่แม่ดุ แต่คุณยายเข้ามาโอ๋นั้น  ส่งผลให้น้องไม่เชื่อฟัง  คิดว่าตัวเองจะทำอะไรก็ทำได้  แม่ดุก็ดุไปสิ  ยังไงยายก็โอ๋อยู่ดี  พยาบาลบอกน่าเอาคุณยายมาฟัง (วันนั้นไปกับลูกแล้วก็น้องสาว น้องสาวรออยู่ข้างนอก บินมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาพาหลานไปหาหมอ และพูดคุยกับคุณยายถึงการรักษา  ตอนแรกยายไม่ยอมให้มาด้วยค่ะ)  ต่อไปต้องคุยกับคุณยายว่าเราจะสอนแบบนี้  ต้องเป็นไปในทางเดียวกัน
  3. อันนี้เป็นข้อที่ทำให้เราสะอึกที่สุด คือ สาเหตุที่น้องตีเพื่อน  ตียาย  ผลักเพื่อน  และหวีด เหวี่ยง เอาแต่ใจ  เราก็ถามสาเหตุจากพี่พยาบาล  พยาบาลมองหน้าเราแล้วถามกลับมาในทันที่ว่า  “ที่บ้านตีลูกไหม?”  เราสะอึกเลยค่ะ  แล้วตอบไปว่า  “ตีค่ะ”  พยาบาลบอกนั่นล่ะค่ะสาเหตุ  เด็กซึมซับพฤติกรรมของเรา  ไม่จำเป็นจริงๆ อย่าตีนะคะ  ถ้าเขาหวีดขึ้นมาหรือทิ้งตัว  โวยวายให้จับแขนเขาไว้นะคะ  ให้ลูกมองหน้าเราให้ได้  วิธีการจับแขนไม่ให้ใช้สองมือกำนะคะ แต่ให้ใช้มือข้างเดียวล็อกข้อมือของลูกไว้  พยาบาลก็สาธิตวิธีการให้ มาถึงตรงนี้คุณลูกชายคงคิดว่าพยาบาลจะทำอะไรแม่  ก็เข้ามาดึงมือพยาบาลออก  จึงทำให้พยาบาลยังไม่ปักใจว่าน้องเป็นสมาธิสั้น  เนื่องจากเด็กที่เป็นสมาธิสั้นหรือออทิสติกนั้น  จะโฟกัสแต่ตัวเอง  สนใจตัวเอง  ไม่สนใจรอบข้าง  อันนี้ลูกยังมีความเป็นห่วงเรา  พอล็อกแขนเขาได้ให้อธิบายว่าทำไม  ทำแบบนี้ไม่ดี  พยาบาลก็ย้ำนะคะว่าไม่จำเป็นอย่าตี  ถ้าจะตีให้ใช้มือตีที่มือ  ตอนตีคุณแม่ตั้งสติก่อนนะคะ  อย่าโมโหแล้วใส่สุดแรง  อย่าหยิกนะคะ  เพราะหยิกนี่เด็กจำฝังใจ

จริงๆ วันนี้พยาบาลจะไม่ทดสอบอารมณ์น้องเนื่องจากเป็นครั้งแรกที่มาไม่อยากให้น้องฝังใจแล้วไม่อยากมาอีกแต่มันก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้พี่พยาบาลต้องแสดงให้ดูจนได้นั้นคือ คุณลูกชายเล่นลิ้นชักดึงจนลิ้นชักหลุดออกมา  พี่พยาบาลเขาก็เข้าไปทำเสียงโอ้ย หลุดเลยทำไงดีเนี่ย  หนูทำใช่ไหม ไม่ดีเลยนะ ก็คือทำเสียงดุ  ลูกเราก็นิ่ง  สักพักก็ร้อง วิ่งมาหาเราๆ ก็เกร็งเพราะปกติดุลูกแล้วจะไม่โอ๋  อันนี้พี่เขาก็บอกปลอบลูกเลยค่ะ กอดได้เลยนะคะ  แล้วอธิบายว่าตอนนี้ลูกกำลังรู้สึกแบบไหนอยู่  บอกลูกว่าหนูโมโหที่พี่พยาบาลดุใช่ไหม อธิบายไปว่าไม่ดีเลยเนาะพี่พยาบาลดุหนู  แต่ที่พี่ดุเพราะอะไรอธิบายเหตุผลไปว่าเพราะอะไร  แล้วบอกลูกว่าเขากำลังรู้สึกแบบไหนอยู่  นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่พยาบาลยังไม่ปักใจว่าลูกเป็นสมาธิสั้น  เพราะลูกเรายังรู้จักโกรธ โมโห  แล้วก็พออธิบายสาเหตุ  เหตุผลให้ลูกไป  ลูกยังรู้จักที่จะรับฟัง  พร้อมกับบอกเราว่า  ตอนนี้เขายังเด็กสอนเขาให้ได้ให้เขารู้ทันอารมณ์เขาให้ได้  ถ้าต่อไปเขาโกรธแต่ไม่รู้ว่าตัวเองโกรธทำลายข้าวของขึ้นมา  คนที่จะลำบากคือคุณแม่

บทความแนะนำ คลิก>> สังเกตอาการสมาธิสั้นในวัยประถม

 สรุปแนวทางการรักษาในตอนนี้คือ

  1. งดการ์ตูนเด็ดขาด
  2. ให้เวลากับลูก
  3. หากิจกรรมให้ลูกทำ
  4. ฝึกลูกให้พูดคุยให้รู้เรื่อง เลิกเรียนมาถามลูกว่าวันนี้เป็นยังไง เรียนอะไร  เล่นอะไรบ้าง  เพื่อนทำอะไร  เพื่อนชื่ออะไร
  5. หาสมุดจดว่าแต่ละวันลูกทำอะไรบ้าง
  6. ฝึกให้ลูกทำอะไรด้วยตัวเองห้ามช่วยเหลือ ฝึกให้เขาคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเองให้ได้ เปิดฝาไม่ได้ทำอย่างไร สอนให้ลูกคิด  คอยดูอยู่ห่างๆ  แต่ไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือทุกอย่าง

สรุปสุดท้ายก่อนจากกัน  พี่พยาบาลบอกว่าคุณแม่ไม่ต้องกังวล  ตอนนี้เรายังบอกไม่ได้ว่าน้องเป็นหรือไม่เป็น เป็นช่วงปรับพฤติกรรม จะต้องปรับแล้วนัดมาเจอกันใหม่ก่อน  ถ้าน้องดีขึ้น ปรับแก้ได้ ก็แสดงว่าน้องไม่ได้เป็น  ก็ไม่ต้องพบหมอ  ไม่ต้องเทคคอร์สหลายๆ หมื่น  ตอนนี้คุณแม่ต้องเหนื่อยกว่าเดิม แต่เหนื่อยตอนนี้ดีกว่าปล่อยให้เป็นมากกว่านี้แล้วแก้ไขอะไรไม่ได้นะคะ  แต่ในท้ายที่สุดแล้วถ้าเกิดว่าน้องเป็นขึ้นมาจริงๆ  มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายแบบแย่ๆ สุดนะคะ หน้าที่ต่อไปของเราถ้าเกิดน้องเป็นขึ้นมาคือ ช่วยกันช่วยเหลือน้องให้ใช้ชีวิตในสังคมได้แบบไม่มีปัญหา หรือมีปัญหาน้อยที่สุด แล้วก็ไม่ต้องโทษตัวเอง เด็กที่เป็นสมาธิสั้นไม่ใช่เพราะเราเลี้ยงลูกไม่ดี แต่มันเกิดขึ้นเพราะว่าเซลล์ในสมองของลูกมีปัญหาซึ่งเด็กเป็นมาตั้งแต่เกิดไม่เกี่ยวกับการเลี้ยงดู  เลี้ยงดีอย่างไรก็เป็นได้ค่ะ

อ่านต่อ 4 วิธีที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ ปรับพฤติกรรมลูก หน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เด็กแพ้นมวัว

แพทย์เตือน! เด็กแพ้นมวัว อันตรายถึงชีวิต

เคสจากเพจดัง กับกรณีที่ครูบังคับให้เด็กกินนม ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ว่า เด็กแพ้นมวัว!

 

 

เมื่อไม่กี่วันมานี้โลกโซเชียลเกือบล่ม! หลังเพจดังอย่าง Drama – Addict นำเคสของเด็กอนุบาลที่ถูกคุณครูบังคับให้กินนมวัวทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าเด็กแพ้ เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า

คุณแม่ท่านหนึ่งได้ร้องเรียนว่า ลูกของคุณแม่นั้นอายุ 3 ขวบกว่า ๆ อยู่ในวัยอนุบาล โดยน้องมีอาการแพ้นมวัวตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งคุณแม่ก็ได้แจ้งให้กับทางโรงเรียนได้ทราบไว้แล้ว แต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คิดไม่ฝันขึ้น!! เมื่อจู่ ๆ ก็พบว่าลูกของตัวเองมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนั่นก็คือ ลูกมีความหวาดกลัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องอยู่คนเดียว เวลาที่แม่เข้าห้องน้ำ ลูกก็จะร้องกรี๊ด พร้อมกับตัวสั่น เหงื่อออก และร้องไห้ตอนทานข้าว บางวันก็มีอาการถ่ายเป็นเลือดร่วมด้วย

 

คุณแม่เลยพาน้องเขาไปขอคำปรึกษาจากจิตแพทย์เด็ก คุณแม่จึงสอบถามกับคุณครูจนในที่สุดก็ยอมรับสารภาพว่า บังคับให้เด็กกินนมวัวจริง! ด้วยการเอาสลิงป้อนเด็กเพราะอยากให้เด็กได้รู้รสชาติของนมวัว จนลูกปากเป็นแผล และถ่ายออกมาเป็นมูกเลือด นอกจากนี้ยังสารภาพอีกว่า จับเด็กแยกให้นั่งคนเดียวเวลาทานข้าวกลางวัน พร้อมกับโดนแยกขังเดี่ยวทำโทษ

จากเหตุการณ์นี้ทำให้แพทย์ถึงกับต้องออกโรงเตือนอีกครั้ง ถึงอันตรายของอาการดังกล่าว เพราะถ้าหากเป็นมาก เด็กอาจถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็เป็นได้

อ่านคำเตือนจากคุณหมอสุธีรา เพิ่มเติม คลิก!


เครดิต: Drama – Addict

เด็กอัจฉริยะ

ศิลปะสร้างลูกให้เป็น “เด็กอัจฉริยะ” ได้!

พ่อแม่เชื่อไหม? ศิลปะสร้างลูกให้เป็น “เด็กอัจฉริยะ” ได้! เรื่องนี้จะเป็นแค่ความเชื่อหรือเรื่องจริง ไปพิสูจน์พร้อม ๆ กัน

 

 

คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่คะว่า ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาศักยภาพทางสมองของลูก เพราะเวลาที่ลูกระบายสี ตัดกระดาษ หรือวาดรูปอะไรสักรูปนั้น ร่างกายของลูกเกิดการกระตุ้นให้สมองซีกขวาได้ทำงาน นอกจากนั้นการที่ลูกหยิบจับดินสอ ดินสอสี ปากกาหรือแม้แต่กรรไกรมาตัดกระดาษก็ถือว่าเป็นการกระตุ้นการพัฒนาของกล้ามเนื้อมัดเล็กได้ด้วยเช่นกัน และทั้งหมดนี้จะเชื่อมโยงพัฒนาการของอวัยวะหลาย ๆ ส่วน ทำให้เกิดจุดเชื่อมต่อของใยประสาทที่จะสามารถพัฒนาไปสู่แบบแผนการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ส่งผลให้ลูกของคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้มีความรู้และความสามารถในทักษะหลาย ๆ ด้าน

ว่าแต่ … เด็กทุกคนจะไปชอบศิลปะเหมือนกันหมดหรือ วันนี้ทีมงาน Amarin Baby and Kids ได้รวบรวมเอา 2 วิธีสังเกตว่าลูกชอบศิลปะหรือไม่มาฝากกันด้วยนะคะ แต่ก่อนที่เราจะไปนั้น ทำไมเราไม่ไปพิสูจน์กันก่อนละคะว่า ศิลปะ มีส่วนทำให้ลูกเป็นเด็กอัจฉริยะได้จริง ๆ หรือ

อ่านคำตอบ จริงหรือไม่ที่ศิลปะมีส่วนช่วยทำให้เด็กเป็นอัจฉริยะ

ชมพู่คลอดลูก

ชมพู่คลอดลูกแล้ว! 2 ลูกแฝดชาย ทายาทหมื่นล้านสุดน่าเอ็นดู

คุณแม่ ชมพู่คลอดลูก แล้ว!!! กับน้องแฝดชายสุดน่ารัก ทายาท หมื่นล้านทั้ง 2 ที่เรียกได้ว่าชื่อที่ได้มานั้นเหมาะสมจริง ๆ กับสภาพอากาศที่มีฝนฟ้าพายุมาต้อนรับจริงๆ Continue reading “ชมพู่คลอดลูกแล้ว! 2 ลูกแฝดชาย ทายาทหมื่นล้านสุดน่าเอ็นดู”

เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด

ข่าวดี! ครม. อนุมัติงบกลาง เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด แล้ว

หลังจาก เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ไม่ออก ล่าสุด! ครม. เห็นชอบอนุมัติงบกลางปีเพิ่ม 804.70 ล้านบาทแล้ว!

 

 

เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ครม. ได้ทำการอนุมัติให้กรมกิจการเด็กและเยาวชนเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณกลาง พ.ศ. 2560 แล้ว โดยงบนี้ถือเป็นงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยมีงบประมาณทั้งสิ้นอยู่ที่ 804.7 ล้านบาท!!

ทั้งนี้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์หรือ พม. เสนอ โดยให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและเยาวชนนั้นร่วมมือกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาตามความเหมาะสมตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดดังกล่าวผ่านสวัสดิการแห่งรัฐของกระทรวงการคลัง เพื่อให้กระจายเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาลในภาพรวม

คลิกอ่านเนื้อหาข่าวเพิ่มเติม ได้ที่หน้าถัดไปค่ะ

ของกินรองท้อง

ของกินรองท้อง ทำได้ง่ายๆ เพื่อลูกน้อยอิ่มอร่อยระหว่างทาง!

ของกินรองท้อง เพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการพกพาอาหารสำหรับลูกน้อยระหว่างเดินทาง ในวันที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องพาลูกน้อยออกไปเที่ยวผจญภัยนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัด หรือเพียงแค่ออกไปปิกนิก เดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้บ้านเพื่อสูดบรรยากาศดี ๆ ก็ไม่ควรที่จะลืมทำเมนูรองท้องไปเผื่อให้เจ้าตัวเล็กของคุณ เพื่อเติมพลังกันด้วยนะคะ

Continue reading “ของกินรองท้อง ทำได้ง่ายๆ เพื่อลูกน้อยอิ่มอร่อยระหว่างทาง!”

ทำแท้ง

แม่โพสต์เตือนใจ! สำหรับใครที่คิดจะ “ทำแท้ง”

แม่โพสต์เตือนใจ! ผู้หญิงทุกคนที่คิดจะ “ทำแท้ง” ดูเถอะว่า อายุครรภ์เพียง 14 สัปดาห์ร่างกายเติบโตได้ไปขนาดไหน

 

 

Felicia Cash เล่าว่า หลังจากที่ทั้งเธอและสามีตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน ด้วยความที่ทั้งคู่อยากที่จะมีครอบครัวเป็นของตัวเอง จึงได้ไปขออุปถัมภ์เด็กหญิง 3 คนที่เป็นพี่น้องกันนั้นไว้ และสองปีต่อมาพวกเขาก็ได้ไปขอรับเลี้ยงเด็กหญิงเพิ่มขึ้นอีกคน

ซึ่งในวันที่ไปศาลเพื่อเซ็นเอกสารการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมนั้น ทั้งคู่ก็ต้องพบกับข่าวดีที่สุดในชีวิตนั่นก็คือ Cash กำลังท้องลูกชายคนแรกของครอบครัว! โดยภายหลังจากที่เธอได้คลอดลูกชายคนนี้ ทั้ง Cash และสามีก็รู้สึกว่า พวกเขาอยากที่จะมีลูกอีกคนนึงเป็นของตัวเอง ในที่สุดพวกเขาก็ทำได้  แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะทั้งคู่ได้ลูกแฝดเสียด้วย

แต่ความดีใจนั้นช่างผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเสียจริง ๆ เมื่อวันหนึ่ง Cash พบว่าตัวเองเลือดไหลออกมาเยอะมาก เธอจึงรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล แพทย์พบความผิดปกติของรกภายหลังจากที่อัลตร้าซาวด์พร้อมกับแจ้งข่าวร้ายกับเธอและสามีว่า หนึ่งในฝาแฝดนั้นได้เสียชีวิตลงแล้ว แต่โชคดีที่แฝดอีกคนนึงยังมีชีวิตอยู่และดูเหมือนว่าจะแข็งแรงดีเสียด้วย

ใครจะไปคิดละว่า สิ่งที่หมอวินิจฉัยมานั้นมันไม่จริง!

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร คลิกอ่านต่อได้ที่หน้าถัดไปค่ะ