heat stroke

Heat Stroke อันตรายกับเด็กและคนท้องอย่างไร?

heat stroke
heat stroke

อากาศร้อน ๆ ไม่ใช่ไม่อันตราย ใครที่ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาจทำให้เกิดโรคลมแดด หรือ Heat Stroke โรคที่อันตรายถึงชีวิตหากเกิดกับเด็กเล็กและคนท้อง!!

Heat Stroke อันตรายกับเด็กและคนท้องอย่างไร?

โรคลมแดด (heat stroke) เป็นความเจ็บป่วยที่เกิดจากความร้อนที่มีความรุนแรงมากที่สุด หลายประเทศทั่วโลกจึงให้ความสำคัญ โดยมีรายงานว่าทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ถึงร้อยละ 10-50 และผู้รอดชีวิตอาจมีความพิการทางระบบประสาทอย่างถาวรร้อยละ 7-20 โรคลมร้อนเป็นภาวะที่อุณหภูมิแกนของร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส (104 องศาฟาเรนไฮต์) ร่วมกับความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้มีอาการสับสน เพ้อ ชักเกร็ง ซึม หรือหมดสติ และอาจส่งผลต่อการทำงานของร่างกายทุกระบบได้ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต จัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องและรักษาทันที เพื่อให้ผู้ป่วยมีชีวิตรอดและสามารถฟื้นคืนสู่สภาพร่างกายที่ปกติได้

Heatstroke อันตรายต่อเด็กและคนท้องอย่างไร?

สำหรับแม่ท้อง ร่างกายจะเผาผลาญอาหารได้ดีกว่าคนทั่วไปถึง 20% จึงมักทำให้มีเหงื่อออกมาก เมื่อเจออากาศร้อนจัดอาจทำให้เกิดอาการเมื่อยล้า อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ ความดันต่ำ ฯลฯ หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที อาการจะหนักขึ้น จนกลายเป็นเพ้อ ชัก ไตล้มเหลว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ช็อค และเกิดลิ่มเลือดอุดตันจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

สำหรับเด็กเล็ก เนื่องจากยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ และไม่สามารถอธิบายสิ่งที่เกิดกับตัวเองได้ เด็กเล็กจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกายจากความร้อนได้ง่าย ทำให้การปรับตัวของร่างกายต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นได้ไม่ดีเท่ากับผู้ใหญ่ หากอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นมากกว่า 40 องศาเซลเซียส จะมีผลกับการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท อวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลว จนทำให้เสียชีวิตได้

จริง ๆ แล้วทุกคนสามารถเป็นโรคลมแดดได้ หากทำงาน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งตอนที่มีแสงแดดจัดเป็นเวลานาน แต่กับบุคคล 3 กลุ่มนี้อาจต้องให้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ นั่นคือ ในผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และคุณแม่ตั้งครรภ์   เพราะด้วยร่างกายแล้วไม่สามารถทนกับความร้อนได้มากและนาน ทำให้ง่ายต่อการเกิดภาวะลมแดด

โรคลมแดด
โรคลมแดด

แม่ท้องต้องสังเกต!! โรคลมแดดมีอาการอย่างไร? และสัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง!!

ในเบื้องต้น เด็กและแม่ท้องจะมีอาการคล้าย ๆ กับคนที่เจออากาศร้อนทั่วไป คือมีเหงื่อออกมาก แต่โรคลมแดดนั้นจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ดังนี้

  1. รู้สึกผิวหนังร้อนและแห้ง หน้าแดง
  2. มีอาการกระหายน้ำมาก
  3. ชีพจรเต้นเร็ว หายใจลึก
  4. อุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอาจถึง 108 ํ F
  5. เมื่อยล้า อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน วิตกกังวล สับสน ปวดศีรษะ ความดันต่ำ หน้ามืด ไวต่อสิ่งเร้าง่าย

หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและทันท่วงที อาจทำให้มีผลต่อระบบไหลเวียน การทำงานของระบบประสาทส่วนกลางผิดปกติ ซึ่งจะเข้าสู่สัญญาณอันตราย ดังนี้

  1. มีไข้สูง (อุณหภูมิแกนสูงกว่า 40.5oC)
  2. เกิดภาวะขาดเหงื่อ (ไม่มีเหงื่อออก)
  3. การทำงานของระบบประสาทส่วนกลางผิดปกติ เช่น เป็นลม, กระวนกระวาย, พฤติกรรมผิดปกติ, ก้าวร้าว, ประสาทหลอน
  4. ชีพจรเบาและไม่สมํ่าเสมอ หายใจตื้น กล้ามเนื้อเกร็งตัว ชัก รูม่านตาขยาย การเคลื่อนไหวและสติสัมปชัญญะควบคุมไม่ได้
  5. หมดสติ ถ้าผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเทาคล้ายสีขี้เถ้าแสดงว่าใกล้ถึงภาวะหัวใจหยุดทํางาน

วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อพบผู้มีอาการ Heat Stroke

เบื้องต้น หากมีอาการไม่มาก ให้ผู้มีอาการนั่งพักผ่อนในที่ ๆ อากาศถ่ายเท ที่ร่ม และดื่มน้ำมาก ๆ แต่ในรายที่เข้าสู่ภาวะขาดเหงื่อแล้ว ให้ปฐมพยาบาล ดังนี้

  1. นำผู้มีอาการเข้าร่ม นอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง ถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออก
  2. เทน้ำเย็นราดลงบนตัวเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้ลดต่ำลงโดยเร็วที่สุด
  3. ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ
  4. ไม่ควรใช้ผ้าเปียกคลุมตัวเพราะจะขัดขวางการระเหยของน้ำออกจากร่างกาย
  5. รีบนำส่งโรงพยาบาล
Heatstroke
Heatstroke

เด็กและแม่ท้องต้องป้องกัน!! อย่าให้ Heat Stroke มาทำลายชีวิต!!

อย่างไรก็ตาม เราไม่อาจหลีกเลี่ยงอากาศสุดร้อนในเมืองไทยได้ ทั้งแม่ ๆ และแม่ท้องจึงต้องป้องกัน ไม่ให้เกิดโรคลมแดดได้ ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ ๆ มีแดดจัด ๆ หรือที่ ๆ มีอาการร้อนจัด ๆ หากเลี่ยงไม่ได้ ก็ไม่ควรอยู่ในที่ ๆ นั้นนานจนเกินไป และพยายามอยู่ในที่ ๆ มีอากาศถ่ายเทเสมอ
  2. ดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนออกจากบ้านในวันที่มีอากาศร้อนจัด และหากต้องอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนหรือออกกำลังกลางสภาพอากาศร้อน ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม แนะนำให้จิบน้ำบ่อย ๆ และแม้ว่าจะทำงานในที่ร่มก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
  3. สวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน ไม่หนา น้ำหนักเบา และสามารถระบายความร้อนได้ดี
  4. หลีกเลี่ยงการกินยาแก้แพ้ แก้น้ำมูก โดยเฉพาะก่อนการออกกำลังกายหรือการอยู่ท่ามกลางอากาศร้อนเป็นเวลานาน
  5. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และยาเสพติดทุกชนิด เพราะยิ่งอากาศร้อนมาก การดูดซึมแอลกอฮอล์จะสูง ทำให้เข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว
  6. ในเด็กเล็กและคนชราควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ต้องจัดให้อยู่ในห้องที่อากาศระบายได้ดี และอย่าปล่อยให้เด็กหรือคนชราอยู่ในรถที่ปิดสนิทตามลำพัง
  7. หากแม่ท้องต้องการเดินทางไกล ในที่ ๆ มีอากาศร้อน ควรมีผู้ดูแลร่วมเดินทางด้วยเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิดและป้องกันอุบัติเหตุหากมีอาการหน้ามืด วิงเวียนหรือเป็นลมเมื่อเจออากาศที่ร้อนจัดภายนอก

เพราะประเทศไทย แทบทั้งปีก็มักจะมีอากาศร้อน ยิ่งในช่วงหน้าร้อนที่อากาศร้อนจัด ๆ สำหรับเด็กเล็กและแม่ท้อง ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่มักจะเจ็บป่วยได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น และหากเจ็บป่วยขึ้นมาก็มักจะมีอาการรุนแรงกว่ากลุ่มอื่น ดังนั้น แม่ ๆ และแม่ท้องจึงต้องรู้เท่าทันโรคต่าง ๆ ที่มักจะเกิดในหน้าร้อน เพื่อรับมือและป้องกันต่อไปค่ะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

7 โรคในฤดูร้อน 3 ภัยจากอากาศร้อน ที่เด็กเล็กต้องระวัง!!

ระวัง! ของเล่นอาบน้ำ เป็ดเหลือง ทำลูกติดเชื้อ เสี่ยงตาบอด

3 โรคหน้าร้อน คนท้อง ต้องระวัง!

อาการเบื่ออาหารช่วงหน้าร้อน เพราะสาเหตุใด?

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : กระทรวงสาธารณะสุข, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม, สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up