รักกันให้ลูกเห็น

ประโยชน์ของการ รักกันให้ลูกเห็น พ่อแม่ยิ่งรักกัน ยิ่งดีต่อใจลูก

รักกันให้ลูกเห็น
รักกันให้ลูกเห็น

รักกันให้ลูกเห็น – ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ ยิ่งเป็นความรักระหว่างสามีและภรรยาที่ต่างคนมีให้กัน และแสดงออกให้ลูกได้เห็น จะยิ่งทำให้บรรยากาศในครอบครัวมีแต่ความสุขสงบ การแสดงความรักและความเสน่หาของพ่อแม่ ด้วยสายตาที่ห่วงใยกัน การคอยคอยเอาใจใส่ การกอดจูบ จับมือ ส่งผลดีกับลูกได้อย่างที่เราอาจคาดไม่ถึง

ประโยชน์ของการ รักกันให้ลูกเห็น พ่อแม่ยิ่งรักกัน ยิ่งดีต่อใจลูก

เด็กๆ มีโอกาสที่จะได้เรียนรู้ ว่าความรักคืออะไรผ่านการเฝ้าดูวิธีที่พ่อแม่ปฏิบัติต่อกัน ตลอดจนความรักของพ่อแม่ที่มีให้พวกเขาและตระหนักได้ว่าพวกเขาเป็นที่รัก และการได้เห็นว่าพ่อแม่รักใคร่ปรองดองกันดียังเป็นสิ่งที่ช่วยให้เด็กๆ มีความมั่นใจในความรัก

Inès Pélissié du Rausas ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาอารมณ์ กล่าวในหนังสือ Talking to Children About Love  กล่าวว่า การที่เด็กๆ ได้เห็นพ่อแม่แสดงท่าทีที่อ่อนโยนต่อกัน เช่น ได้เห็นพ่อนำดอกไม้หรือของขวัญมอบให้แม่ เห็นแม่พูดคำอ่อนโยนอ่อนหวานกับพ่อ เห็นพ่อแม่ยิ้มให้กัน กอดจูบกัน หรือเห็นพ่อแม่ขอโทษและคืนดีหลังจากการโต้เถียง ด้วยความอ่อนโยนของพ่อแม่ที่แสดงต่อกันนี้เอง ที่จะช่วยให้เด็กได้เข้าใจว่าความรักคืออะไร “เด็กที่เห็นพ่อแม่แสดงความอ่อนโยนต่อกันถือว่าโชคดี พวกเขาจะได้ค้นพบว่าการรักใครสักคนหมายถึงการอยู่เคียงข้างกัน ช่วยเหลือกัน และคิดถึงคนอื่นก่อนที่จะคิดถึงตัวเอง”

เด็ก ๆ จะได้รับประสบการณ์ทางอ้อมจากความสุขที่เกิดขึ้นในหัวใจของผู้ที่ได้รับการจูบ รอยยิ้ม หรือการจ้องมองที่อ่อนโยน “ความรักใคร่ปรองดองของพ่อแม่ที่แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ จะช่วยให้เด็กๆ ได้รับรู้ว่าความรักเป็นเสมือนของขวัญที่พิเศษจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง เป็นของขวัญที่สัมผัสได้ผ่านทางร่างกาย”

เหตุผลที่พ่อแม่ควรแสดงความรักกันต่อหน้าลูก

และต่อไปนี้ คือ เหตุผลบางประการ ที่พ่อแม่ควรแสดงความรักกันให้ลูกเห็น

1. ให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่ลูก

“ลูกรู้สึกเป็นที่รักเมื่อได้เห็นแม่และพ่อรักกัน” พ่อรักแม่และแม่รักพ่อ มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างกันที่ลูกๆ สัมผัสได้ จะช่วยสร้างความรู้สึกอบอุ่นใจ และปลอดภัย เด็กๆ จะรู้สึกได้ว่าครอบครัวของเรามีความรักความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เป็นทีมเดียวกัน จะไม่แยกจากกันไปไหน ลูกจะรู้สึกปลอดภัยทางใจ เมื่อเห็นพ่อกับแม่รักกัน วิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุดวิธีหนึ่งที่เด็กๆ จะได้เห็นความรักของพ่อแม่ คือการแสดงออกทางกายระหว่างพ่อและแม่

รักกันให้ลูกเห็น
รักกันให้ลูกเห็น

2. ทำให้ลูกมีมุมมองที่ดีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในชีวิตสมรส

บ้านคือสถานที่ที่ลูก ๆ ควรได้เห็นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีงาม และมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็กน้อย การแสดงออกให้ลูกได้เห็นว่า พ่อ แม่ รักกัน ในรูปแบบที่เหมาะสม การที่พ่อแม่สัมผัสกันอย่างเปิดเผยด้วยความรัก เช่น การกอดหรือหอม เด็ก ๆ จะเกิดมุมมอง และทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว เมื่อพวกเขาโตขึ้นก็มีแนวโน้มที่จะปฏิบัติแบบเดียวกันกับลูกๆ และคนรักของพวกเขา และลูก ๆ ของเราก็จะมีความสัมพันธ์อันดีมีความสงบสุขและความอบอุ่นในชีวิตครอบครัว

3. สร้างเกราะป้องกันอันตรายที่เกิดจากการขาดความอบอุ่นทางใจ

พ่อแม่ที่มีความรักทางกายต่อกัน มักจะมีแนวโน้มที่จะแสดงความรักต่อลูกของพวกเขามากขึ้นเช่นเดียวกัน เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กทุกคนต้องการความรักทางกายจากแม่และพ่อมาก โดยเฉพาะเมื่อพวกเขายังเป็นเด็กตัวเล็กๆ เมื่อพ่อแม่ตอบสนองความต้องการทางกายและใจของลูกได้ แน่นอนว่าจะเป็นการสร้างเกราะป้องกันอันตรายมากมายในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้าเด็กขาดความอบอุ่นและไม่มีที่ยึดเหนี่ยวทางกายและใจที่เหมาะสมอาจเดินออกนอกลู่นอกทางได้ง่าย และนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ เช่น เรื่องเพศ และยาเสพติดได้

4. ช่วยให้ลูกประสบความสำเร็จในชีวิต

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แค่เพียงลูกได้เห็นการแสดงความรักที่งดงามระหว่างพ่อแม่ของพวกเขา จะช่วยให้พวกเขามีอนาคตที่ดีได้จริงๆ มีการศึกษาวิจัยในต่างประเทศที่ชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ที่เปี่ยมไปด้วยความรักและมั่นคงระหว่างพ่อและแม่ เป็นพื้นฐานสำคัญต่อพัฒนาการของลูก สิ่งนี้จะช่วยให้เด็กเรียนรู้วิธีการคิด สร้างความเข้าใจ การสื่อสาร ความประพฤติ การแสดงอารมณ์ และได้พัฒนาทักษะทางสังคมที่ดีให้กับเด็กซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำพาให้ชีวิตของพวกเขาไปสู่ความสำเร็จ

ผลเสียจากการที่ลูกเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยๆ 

การทะเลาะวิวาท และการโต้เถียง อาจเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแต่งงานที่บางครั้งอาจไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้แม้จะเป็นคู่ที่รักและเข้าใจกันดี อาจมีบ้างที่ต้องมีปากมีเสียงกัน ยิ่งเวลาที่ต่างคนต่างเหนื่อยจากการเลี้ยงลูกหรือการทำงานก็อาจพาลให้อารมณ์เสียและมีเรื่องให้ปะทะอารมณ์กันได้ทุกเมื่อ การที่เด็กได้เห็นการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างพ่อแม่ เปรียบได้กับการล่วงละเมิดเด็กทางอารมณ์ได้ เนื่องจากพฤติกรรมของพ่อแม่ที่สดงให้ลูกเห็นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและร่างกายของเด็กในทางลบ

William Axinn นักวิจัยจากสถาบัน UM Institute for Social Research  ได้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพ่อแม่ที่มีผลกระทบต่อเด็ก  โดยผลการศึกษาพบว่าการเชื่อมโยงทางอารมณ์ของพ่อแม่ที่มีต่อกัน ส่งผลต่อการเลี้ยงดูลูกได้มากจนอาจกำหนดอนาคตของเด็กๆ ได้

ทุกคู่มีเรื่องไม่ลงรอยกัน ซึ่งเมื่อคลี่คลายอย่างสงบแล้วย่อมมีสุขภาพที่ดี อย่างไรก็ตาม หากการทะเลาะวิวาทเหล่านี้กลายเป็นการทะเลาะวิวาทครั้งใหญ่ ก็อาจส่งผลเสียต่อเด็กๆ ได้ การต่อสู้ของผู้ปกครองส่งผลต่อเด็กอย่างไร? ต่อไปนี้คือผลเสียบางประการที่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อลูกซึมซับภาพของการทะเลาะกันของพ่อและแม่

รักกันให้ลูกเห็น

1. ความก้าวร้าว

ผลกระทบของพ่อแม่ที่ชอบทะเลาะเบาะแว้งลงไม้ลงมือ แสดงวาจาและท่าทีที่รุนแรงต่อหน้าลูกอาจกลายเป็นหายนะได้ เมื่อเด็กเล็ก ๆ เห็นการบาดหมางระหว่างพ่อแม่ของพวกเขา จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแก้ปัญหาในอนาคต เมื่อเด็กเห็นพ่อแม่ทะเลาะกัน จะเริ่มเชื่อว่าการทะเลาะเบาะแว้งพูดจาด่าทอน ใส่อารมณ์กันไปมา คือวิธีแก้ปัญหา ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามแก้ไขปัญหาในลักษณะเดียวกันกับทุกคน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์ในอนาคตกับคนรอบข้างที่ไม่ราบรื่นและล้มเหลว

2. ความทุกข์ทางอารมณ์

ความรุนแรงในครอบครัวหรือพ่อแม่ที่ต่อสู้กันต่อหน้าเด็กอาจทำให้เกิดความทุกข์ทางอารมณ์ในเด็กได้อย่างมาก การเห็นการต่อสู้ระหว่างผู้ปกครองเป็นประจำอาจทำให้เกิดปัญหาความวิตกกังวลและปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ ในเด็ก เด็กที่เห็นความรุนแรงในครอบครัวในช่วงเริ่มต้นชีวิตมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีปัญหา

3. ความล้มเหลวในความสัมพันธ์

แน่นอนว่าเด็กเลียนแบบในสิ่งที่พวกเขาเห็นพ่อแม่ทำ หากคุณและคู่สมรส ทะเลาะกันอย่างต่อเนื่อง ลูกของคุณก็มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นมาเรียนรู้และปฏิบัติในสิ่งเดียวกัน เป็นผลให้ความสัมพันธ์ของลูกของคุณกับคู่ของเขาอาจประสบปัญหาในวัยผู้ใหญ่ อาจทำให้ลูกของคุณรู้สึกว่าจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์จากความกลัวที่จะได้รับบาดเจ็บหรือการต้องปะทะอารมณ์

รักกันให้ลูกเห็น

4. ปัญหาสุขภาพกายและใจ

การเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันเป็นประจำอาจทำให้ลูกรู้สึกวิตกกังวล ชีวิตหดหู่ และหมดหนทาง ผลที่ตามมาคือ เด็กเหล่านี้มักมีการแสดงออกบางอย่างที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย พวกเขาอาจหยุดกิน หรือกินมากเกินไป พวกเขาสามารถทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดหัวหรือปวดท้อง พวกเขาอาจมีปัญหาในการนอนหลับตอนกลางคืน การต่อสู้กันระหว่างพ่อแม่อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านพฤติกรรมด้านลบ เช่น ความหวาดระแวงในเด็ก

5. ความนับถือตนเองต่ำ

ความรู้สึกอับอาย ความรู้สึกผิด ความไม่คู่ควร และความไร้อำนาจที่เกิดจากการเห็นเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัว อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเด็ก ที่สำคัญอาจส่งผลให้ความนับถือตนเองของเด็กลดลงเรื่อยๆ และส่งผลไปจนถึงวัยที่โตเป็นผู้ใหญ่ เขาอาจพบว่าการรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองทั้งในด้านอาชีพ และส่วนตัวเป็นเรื่องยากที่จะทำได้

6. ไม่สามารถจดจ่อกับการเรียนได้

ภาพของการการต่อสู้ทะเลาะเบาะแว้งลงไม้ลงมือสาดวาจาที่เ็นพิษอย่างต่อเนื่องระหว่างพ่อแม่ผู้ปกครอง สามารถทำให้จิตใจของเด็กหมกมุ่นอยู่กับความกลัว และความสับสนอย่างต่อเนื่อง เด็กอาจจมอยู่กับกับความทุกข์ที่มีอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจนไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งอื่นในชีวิตได้ โดยเฉพาะกับสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างเช่น การเรียน

โดยรวมแล้ว ความสุขและความสามัคคีในครอบครัวที่เกิดขึ้นด้วยภาพของพ่อแม่ที่รักใคร่ปรองดองกันดี ตลอดจนวิธีในการตอบสนองความต้องการทางกายและใจของเด็กๆ การแสดงความรักของพ่อแม่ที่มีให้กัน และการแสดงความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกๆ อย่างเหมาะสม และสม่ำเสมอ นอกจากทำให้บรรยากาศของครอบครัวโอบล้อมไปด้วยความรักและความสงบสุขแล้ว ยังสามารถพัฒนาทักษะความฉลาดที่รอบด้าน ด้วย Power BQ ได้ในหลายด้านด้วยกัน อาทิ  ความฉลาดทางอารมณ์ EQ  , ความฉลาดทางคุณธรรม MQ , ความฉลาดต่อการเผชิญกับปัญหา AQ  และ ความฉลาดของการเข้าสังคม (SQ)

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : parenting.firstcry.com , allprodad.com , aleteia.org , techexplorist.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ลูกขี้อิจฉา สาเหตุเกิดจากอะไร พ่อแม่จะแก้ไขได้หรือไม่?

ระวัง! พ่อแม่ติดมือถือ สื่อสารกับลูกน้อยลง ส่งผลเสียกว่าที่คิด!

เข้าใจธรรมชาติ เด็กวัยอยากรู้อยากเห็น อีกเรื่องจำเป็นของพ่อแม่คน

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up