ลงโทษเด็ก

10 ขอบเขต ลงโทษเด็ก ป้องกัน “ลูกจิตใจบอบช้ำหลังถูกทำโทษ”

ลงโทษเด็ก
ลงโทษเด็ก

ขอบเขตการทำโทษลูก หรือ ลงโทษเด็ก พ่อแม่ควรทำอย่างไร หรือ ทำแค่ไหนถึงเรียกว่าพอดี!! เพื่อป้องกัน ไม่ให้จิตใจของลูกบอบช้ำหลังถูกทำโทษ ตามมาดูคำแนะนำจากคุณหมอจิตแพทย์เด็กกันค่ะ

ขอบเขต..วิธี ลงโทษเด็ก ที่พ่อแม่ต้องรู้!
ป้องกัน “ลูกจิตใจบอบช้ำหลังถูกทำโทษ”

Q: ลูกอายุ 6 ขวบกว่าครับ ไม่ใช่เด็กว่าง่าย ปู่ย่าบอกว่าถ้าเลี้ยงแบบตีเสียบ้าง ก็จะไม่เอาแต่ใจอย่างนี้ แต่พ่อแม่เห็นว่า เขาไม่ได้เอาแต่ใจทุกเรื่อง แต่ก็ไม่ใช่เด็กเรียบร้อยว่าง่าย พูดปุ๊บทำตามทันที (ซึ่งก็ชวนให้โมโหจริงๆ) ต้องบอกเหตุผลเขาบ้าง ไม่ดุไม่บ่นมากเขาก็จะร่วมมือ จะทำอย่างไรให้ลูกว่าง่ายขึ้นครับ และการตีใช้ได้ผลกับเด็กอายุเท่าไรถึงเท่าไร และจะตีให้ได้ผลควรตีอย่างไร ตีเรื่องอะไรครับ

สำหรับเรื่องการทำโทษลูก หรือ ลงโทษเด็ก นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์แผนกจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ให้คำแนะนำว่า…

วิธีที่ดีที่สุดในการทำให้เด็กว่าง่ายคือ การให้เหตุผล เป็นวิธีที่ถูกต้อง คุณพ่อสามารถหาความรู้ว่าด้วยเรื่องการให้เหตุผลในเว็บไซต์นี้หรือค้นหาจากเว็บเสิร์ชเอนจิ้น ด้วยคำค้นว่า จิตวิทยาเชิงบวก หรือ Positive Psychology

นอกจากเรื่องการให้เหตุผลแล้ว หลักการที่จิตวิทยาเชิงบวกมักใช้คือ ให้เด็กรับผิดรับชอบการตัดสินใจของตนเอง พูดง่ายๆ ว่าตนเองทำอะไรไว้ก็ต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้นเสียดีๆ ด้วยวิธีนี้เด็กๆ ก็จะเรียนรู้เองว่าพฤติกรรมที่พึงประสงค์ (หรือพ่อแม่ประสงค์) คืออะไร

วิธีนี้ได้ผลแน่นอน มีงานวิจัยรองรับและมีตัวอย่างมากมาย อย่างไรก็ตามเรื่องยังหนีไม่พ้นประเด็นที่ผมพูดเสมอว่า คนเป็นพ่อแม่ต้องมี 2 อย่าง คือ การพูดตรงกัน และความสม่ำเสมอ

ลงโทษเด็ก

จะสอนหรือให้เหตุผลอะไร พ่อแม่ก็ต้องพูดตรงกันอยู่ดี จะยืนยันหลักการให้ลูกรับผิดรับชอบผลของการกระทำ คนเป็นพ่อแม่ยิ่งต้องการความอดทน มั่นคง และสม่ำเสมอ หมายถึงอดทนนานพอที่จะเห็นลูกค่อยๆ เรียนรู้ด้วยตนเองว่า ถ้าทำอะไรแล้วจะเกิดอะไรขึ้นและทำอะไรน่าจะดีกว่า

ปัญหาที่พบคือพ่อแม่เมืองไทยอดทนไม่พอ ที่จะให้ลูกเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีตามการคาดหวังของสังคม อีกเส้นทางหนึ่งที่ผมใช้เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานและเชื่อได้ว่าเป็นวิธีที่คนเฒ่าคนแก่เลี้ยงผมและคนรุ่นของผมมาตลอดคือการพูดสั้นๆ แต่สีหน้าเอาจริง ประเภทคำเดียวอยู่ ข้อดีของวิธีนี้คือได้ผลเร็วดี เราไม่พูดเหตุผลยืดยาว แต่สอนด้วยสีหน้าและน้ำเสียง “เอาจริง” โดยไม่ต้องดุ และไม่ตี

จะเห็นว่าสองวิธีนี้ต่างกันชัดเจน มีที่เหมือนกันอยู่คือการเอาจริงและทำสม่ำเสมอ ส่วนการทำโทษลูก หรือ ลงโทษเด็ก ด้วยการตี ตำราว่า ตีเมื่อเขาทำความผิดร้ายแรง “ร้ายแรง” แปลว่าอะไร แปลว่าความเสียหายนั้นอาจจะก่อให้เกิดการเสียชีวิตของตนเองหรือผู้อื่น สมัยโบราณก็จะตีให้หลาบจำ

ลงโทษเด็ก

ทั้งนี้ หากถามกลับไปว่า “พ่อแม่จำเป็นต้องลงโทษเด็กขนาดนี้เลยหรือไม่?” จิตใจเด็กจะบอบช้ำหรือเปล่า และจริงๆแล้วในกรณีที่ลูกทำผิด ขอบเขตการลงโทษเด็ก ควรแค่ไหน…

ขอบเขต ลงโทษเด็ก แค่ไหนจึงจะพอดี?

1. หากเด็กทำลายข้าวของ ทำทรัพย์สินเสียหาย รบกวนสาธารณะ เหล่านี้เป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ทุกบ้านควรสั่งสอน และสั่งสอนทันทีด้วยไม่ทิ้งไว้ข้ามวัน

2. เมื่อพบเด็กกระทำรุนแรง พ่อแม่ที่ใส่ใจต้องหยุดการกระทำนั้นทันที แปลว่าท่านต้องอยู่บริเวณนั้น และเห็นความสำคัญถึงระดับทิ้งภารกิจตรงหน้าไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามเดินไปหยุดเด็กในทันที

3. การหยุดเด็กที่ได้ผลนอกจากทำทันทีแล้ว ต้องการสีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียง ที่เอาจริง

4. พ่อแม่บางบ้านทำเป็น พ่อแม่บางบ้านทำไม่เป็น พ่อแม่ที่ทำเป็นทำครั้งสองครั้งก็เอาอยู่ พ่อแม่ที่ทำไม่เป็นทำกี่ครั้งเด็กก็ไม่ฟังเพราะเขาฉลาดพอจะรู้อยู่แล้วว่าพ่อแม่อ่อนแอ (weak)

5. นอกจากสีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียงแล้ว ก็คือคำพูด พ่อแม่ที่ทำเป็นมักพูดสั้นมาก “ไม่” “ไม่ให้” “ไม่ได้” เท่านี้พอ ไม่มีคำอธิบาย เด็กก็ฟัง ทำให้เด็กฟังก่อน เรื่องเหตุผลรอพูดทีหลังได้

6. พ่อแม่ที่ทำไม่เป็นมักจะพูดยาว อธิบายเหตุผลมาก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สำเร็จ เพราะเด็กไม่มีเหตุผลในเวลาหรืออารมณ์นั้นอยู่แล้ว ปัญหาของเด็กอยู่ที่อารมณ์ มิได้อยู่ที่เหตุผล ดังนั้นเวลาพบการกระทำรุนแรงเราหยุดการกระทำของเด็กให้ได้ก่อน  และรอให้อารมณ์เหือดหายไปเอง

ลงโทษเด็ก

7. หากสนใจ จิตวิทยาเชิงบวก สามารถเรียนรู้และช่วยให้เด็กเท่าทันอารมณ์ตนเองได้

8. หากสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง คำพูด หยุดเด็กไม่ได้ ที่ควรทำคือ จำกัดขอบเขต ภาษาอังกฤษเรียกว่า Limit Setting เมื่อพบเด็กกระทำรุนแรง เราต้องหยุดเขาทันทีไม่วิธีใดวิธีหนึ่ง ไม่เพิกเฉย ไม่เฉยเมย

9. การจำกัดขอบเขต ลงโทษเด็ก ที่ชะงัดที่สุดคือมัดหรือจับใส่กรง ซึ่งเราไม่ทำกับลูกหรือเด็ก การเอาออกจากบริเวณนั้นทันทีเป็นวิธีการที่ดีที่สุดเป็นการจำกัดขอบเขตวิธีหนึ่งแต่จะทำได้เมื่อพ่อแม่เห็นความสำคัญ กล่าวคือพ่อแม่ยอมทิ้งภารกิจตรงหน้าคว้าเด็กออกไป ปัญหามักกลับมาอยู่ที่พ่อแม่ไม่ว่าง ไม่กล้าทำ ไม่คิดว่าต้องทำ หรือมัวแต่อายสายตาคนอื่นเสียมากกว่า

10. การจำกัดขอบเขต ลงโทษเด็ก ที่ดี พ่อแม่ยังคงอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เมื่อลูกสงบพอคุยได้แล้วจะได้คุยกัน

การที่พ่อแม่จะอบรมสั่งสอนลูก ทำโทษลูก หรือ ลงโทษเด็ก สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การระงับสติอารมณ์และใช้เหตุผลให้มาก และพ่อแม่ก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กๆ ได้เห็นอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพราะเด็กจะซึมซับพฤติกรรมของคนรอบข้างได้เร็ว และเมื่อลูกทำสิ่งที่ดี พ่อแม่ก็ต้องไม่ลืมที่จะให้กำลังใจเพื่อให้ลูกมีกำลังใจที่จะทำดีต่อไปค่ะ

บทความโดย: นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
จิตแพทย์แผนกจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

อย่างไรก็ตามการเลี้ยงลูกในยุคนี้ พ่อแม่ต้องมีทั้งสติและความสตรอง มีอาวุธสำคัญติดตัวให้ลูกเพื่อจะได้เติบโตอย่างมีคุณภาพ และสามารถเอาตัวรอดในอนาคตได้ ไม่ว่าโลกนี้จะเปลี่ยนแปลงและไม่แน่นอนแค่ไหนก็ตาม ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกมีความฉลาดครบรอบด้านได้ เพื่อเป็นรากฐานที่ดีของลูกน้อยที่จะติดตัวลูกไปในอนาคต ด้วยความรู้ในเรื่อง Power BQ (Power Baby & Kids Quotients) เพราะเพียงแค่ IQ และ EQ นั้นไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ยังมี Quotient ต่างๆ ถึง 10Q นั่นคือ “10 ความฉลาด” ที่คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกได้ครบไปพร้อมกัน

ทั้งนี้การสอน ลูกเมื่อลูกทำผิด หรือ ขอบเขตในการทำโทษลูก หรือ ลงโทษเด็ก ที่ทีมแม่ ABK กล่าวไปข้างต้น ถือเป็นหนึ่งในเรื่องของ OQ : Optimist Quotient หมายถึง ความฉลาดด้านการมองโลกแง่ดี มองในมุมบวก พร้อมรับและมองเห็นข้อดี เด็กที่มี OQ นั้นจะทำให้มองเห็นคุณค่าในตัวเองและรู้จักให้คุณค่าต่อผู้อื่นด้วย เป็นองค์ประกอบของจิตใจที่ดี ทำให้เป็นเด็กที่ร่าเริง แจ่มใส กล้าที่จะยอมรับผิดเพื่อที่จะแก้ไขให้ดีและถูกต้อง โดยรวมแล้วเป็นการมองทุกสิ่งในแง่ดีมากกว่าแง่ร้ายนั่นเอ ซึ่งคนที่มี OQ ดีก็จะทำให้เป็นคนมีสุขภาพจิตดีด้วย เมื่อเกิดปัญหาก็มีสติตั้งรับที่จะแก้ไข ไม่เครียดจนเกินไป ทำให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างให้ลูกเป็นเด็กฉลาดคิดบวกได้ เริ่มต้นจากการเลี้ยงลูกเชิงบวกนั่นเอง

บทความแนะนำ 8 วิธีเลี้ยงลูก ให้มี OQ (Optimist Quotient) ฉลาดมองโลกในแง่ดี ส่งผลดีต่อชีวิต

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก!

หมอแนะ! ลูกทำผิดในที่สาธารณะ ควร ทำโทษลูก ทันทีหรือทีหลังได้?

บัญญัติ 10 ประการ คู่มือพ่อแม่ยุคใหม่ สไตล์หมอประเสริฐ

พ่อแม่ต้องรู้!! 3 สิ่งควรทำเมื่อ เลี้ยงลูกขวบปีแรก

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up