10 ลูกสาวดารา ฉายแววนางเอกตั้งแต่เด็ก สวยไม่แพ้คุณแม่

ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกดารา มีคุณพ่อคุณแม่หน้าตาดี ดีกรีเป็นถึงระดับดาราชื่อดัง คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ลูก ๆ จะออกมามีหน้าตาสวยเป๊ะพิมพ์เดียวกัน เผลอ ๆ คุณลูก ๆ จะหน้าตาดีกว่าคุณพ่อคุณแม่ซะอีกนะเนี่ย

…ว่าแต่จะมีซุปตาร์วัยเบบี๋คนไหนที่ยิ่งโตก็ยิ่งสวยน่ารักไม่แพ้คุณแม่กันบ้าง วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปยลโฉมลูก ๆ ดารา 10 คนดัง ที่กำลังฉายแววสวยน่ารักไม่แพ้คุณแม่มาให้ชมกันค่ะ ดูสิจะมีสาวน้อยคนไหนกันบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ ^_^

01_48 - Copy

น้องณดา ลูกสาวคุณแม่ กบ สุวนันท์ ยิ่งโตก็ยิ่งหน้าหวาน ฉายแววนางเอกมาแต่ไกล

02_14 - Copy

น้องไลลา ลูกสาวคุณแม่ พอลล่า เทย์เลอร์ สาวน้อยลูกครึ่งคนนี้ สวยได้แม่เลยล่ะ       

03_42 - Copy

น้องลียา ลูกสาวคุณแม่ ธัญญ่า ธัญญาเรศ สวยเป๊ะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพิมพ์เดียวกัน ^^

04_32

น้องณิริน ลูกสาวคุณแม่ หนิง ปณิตา ยิ่งโตก็ยิ่งน่ารัก อนาคตซุปตาร์แน่นอน

05_27

น้องบีน่า ลูกสาวคุณแม่ นานา ไรบีนา สาวน้อยคนนี้สวยได้แม่มาแบบเต็ม ๆ

06_20

น้องเนซซี่ ลูกสาวคุณแม่ แหม่ม คัทลียา สาวน้อยแก้มยุ้ย น่ารักไม่แพ้คุณแม่เลยล่ะ

07_15

น้องนาวา ลูกสาวคุณแม่ อ้อม พิยดา น่ารักน่าชัง ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริง ๆ

08_16

น้องชิลี่ ลูกสาวคุณแม่ พลอย ชิดจันทร์ หน้าตาดีไม่แพ้คุณแม่ แถมยังฉายแววเก่งแต่เด็กซะด้วย

09_14

 น้องปีใหม่ ลูกสาวคุณแม่ แอฟ ทักษอร ดีกรีคุณแม่สวยระดับซุปตาร์ขนาดนี้ อนาคตนางเอกแน่นอน

10_10

   น้องมายู ลูกสาวคุณแม่ เมย์ เฟื่องอารมย์ ตัวเล็กแค่นี้ยังน่ารักน่าหยิก โตขึ้นคงสวยไม่แพ้คุณแม่เชียวล่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก : baby.kapook.com

ภาพจาก Instagram kob_nada_nadol, paulataylorbuttery, tanya_liyah, ningpanita,nanarybena, mcintosh, ploychidjun, aomphiyada

ุเตือน! อย่าปล่อยสุนัขพันธุ์พิตบูลไว้กับเด็กเพียงลำพัง

จินตนาการของลูกน้อยนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่พื้นที่ในการรองรับจินตนาการก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ หากคุณพ่อคุณแม่ยังไม่พร้อมที่จะดูแลคุณลูก … ก็ควรเตรียมพื้นที่รองรับฝีมือการบรรเลงจินตนาการของเขาไว้ด้วยนะคะ เพราะมันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ ค่ะ

>> ดังเช่นภาพที่จะได้เห็นต่อไปนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ที่ไม่มีเวลาให้ลูก หากไม่อยากให้น้องหมาของคุณเป็นแบบนี้ อย่าปล่อยน้องหมาไว้กับเด็กๆนะคะ ^_^

แค่เห็นก็ฮา ชะตากรรมของน้องหมาตัวนี้ ที่ต้องอยู่กับหนูน้อยมากจินตนาการเพียงลำพัง น้องหมาก็เลยได้ลายเพิ่มมาเต็มตัวอย่างที่เห็น จะขัดก็ไม่ได้ เพราะเด็กกำลังโต … จะว่าไปลายก็สวยดีนะคะ ฮ่าาาาาา ^_^

 


ที่มา http://tt.mop.com/15333615.html

4 สเต็ปง้ายง่าย เสริมพลังสมองลูกรัก

Amarin Baby & Kids ชวนคุณแม่คุณพ่อเสริมพัฒนาการสมองลูกน้อย ด้วยการวาดภาพสัตว์น่ารัก 4 ขั้นตอน ง้าย..ง่าย มีทั้งหมี หมู ปู ปลา เต่าทอง รวมสัตว์ทั้งหมด 13 ชนิดค่ะ

11045009_1005751946119300_7710313439806517017_n 1610891_1005751999452628_6049863646148706950_n 10421951_1005751989452629_6018354840246876814_n 10302748_1005751992785962_55064308956927681_n 11034293_1005751996119295_1149095104790667145_n 11026251_1005752042785957_1984298507269488810_n

ดูต่อ >> “วิธีวาดภาพ 4 สเต็ปง้ายง่าย” คลิกหน้า 2

[Blogger พลอย ชิดจันทร์] ตอนที่ 4 เป็นแม่ลูก 4 ทำไมยังหุ่นดี

 

คำถามนี้ได้รับบ่อยที่สุดอีกหนึ่งข้อค่ะ ดูแลตัวเองยังไงให้ยังคงหุ่นดี สวยแจ่มใส เพื่อเป็นแรงบันดาลใจของคุณแม่หลายๆท่าน

 

สำหรับพลอยแล้ว การดูแลตัวเอง คือ การไม่ลืมแบ่งเวลาให้ตัวเอง

 

ตอนที่มีลูกคนเเรก ส่วนใหญ่พลอยไม่ได้สนใจตัวเองเลย เอาเวลาให้ลูกหมด เน้นลูกอย่างเดียว ไม่ทำอะไรกับตัวเอง ไม่ทาครีม ไม่เสริมสวย พอเรามีลูกหลายคน ก็จะเริ่มรู้เเละแบ่งเวลาให้ตัวเอง ดูแลทั้งตัวเองและลูกด้วย สร้างสมดุลให้ได้ ชีวิตเราจะมีความสุขมากขึ้น เพราะจริงๆแล้วผู้หญิงหยุดสวยไม่ได้หรอกค่ะ

พลอยเชื่อว่าคุณแม่ทุกท่านก็ทำได้เหมือนกันนะคะ

 

 

ภาพ IG : @ploychidjan

Tags

คลิปน่ารักน่าเอ็นดู ^_^ หนูน้อยร้องไห้โฮทุกที ที่แม่เล่านิทานจบเล่ม!!

นิทานสำหรับเด็กเล็กส่วนใหญ่มักจะเน้นที่ภาพประกอบเป็นสำคัญ เมื่อลูกได้มองภาพและฟังคำที่แม่เล่านิทาน จะเกิดจินตนาการขึ้นโดยที่เราไม่รู้หรอกว่าลูกคิดอะไรอยู่ การที่หนูน้อยร้องไห้เมื่อถึงนิทานหน้าสุดท้ายคงไม่ใช่เพราะนิทานจบเศร้า แต่เป็นเพราะหนูน้อยอาจจะมีจิตนาการของตัวเองที่สนุกอยู่ในขณะนั้น และอยากฟังต่อเรื่อยๆ จนไม่อยากให้จบ

….เช่นหนูน้อยนักอ่านวัยเพียง 10 เดือนคนนี้ น่าเอ็นดูมาก มีความสุขทุกครั้งเมื่อคุณพ่อคุณแม่อ่านหนังสือให้ฟัง แต่พอจบถึงหน้าสุดท้ายเมื่อไหร่ หนูน้อยก็ร้องไห้โฮทันที ไม่ใช่มีปฏิกิริยากับหนังสือเล่มเดิมเท่านั้น แต่เป็นอาการแบบนี้กับหนังสือทุกเล่ม! จะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหน ไปชมคลิปกันเลยค่ะ

คำแนะนำ : เด็กในช่วงวัย 1-3 ขวบเป็นช่วงที่สมองลูกกำลังพัฒนาสุดๆ การให้ลูกได้เรียนรู้กับสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง และพ่อแม่ช่วยเสริมสิ่งต่างๆ ให้ลูก จะมีส่วนช่วยให้พัฒนาการลูกเติบโตได้อย่างสมวัย โดยการอ่านหนังสือให้เด็กฟังนั้นถือตัวช่วยกระตุ้นสมองรวมไปถึงเสริมสร้างพัฒนาการให้กับเด็กได้ โดยผู้เชี่ยวชาญเผยว่าผู้ปกครองควรอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่แรกเกิด เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้คำศัพท์และฝึกทักษะการสื่อสาร

 


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : CarolCollection

เมื่อพ่อแกล้ง “ทิ้งลูกชายวัย4ขวบ” ไว้กลางห้าง

เมื่อพ่อแกล้ง “ทิ้งลูกชายวัย4ขวบ” ไว้กลางห้าง!! ผลที่ออกมากลับไม่เป็นไปตามที่คาดไว้

เมื่อพ่อแกล้ง “ทิ้งลูกชายวัย4ขวบ” ไว้กลางห้าง …เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคุณพ่อท่านนี้คิดเล่นพิเรนทร์ อยากดูท่าทีของลูกเมื่อหลงอยู่กลางซูเปอร์มาเก็ตจึงแกล้งทิ้งลูกไว้คนเดียว แล้วแอบดูอยู่ห่างๆ … เด็กชายคนนี้ เหวินเหวิน อายุเพียง 4 ขวบที่ฉลาด พ่อของเขาเลี้ยงลูกให้รู้จักช่วยเหลือตัวเองทำให้เขาทำอะไรเองเป็นตั้งแต่เล็กๆไม่ว่าจะกินข้าว ใส่เสื้อผ้าและแปรงฟันเอง

เมื่อพ่อแกล้ง “ทิ้งลูกชายวัย4ขวบ” ไว้กลางห้าง
ผลที่ออกมากลับไม่เป็นไปตามที่คาดไว้!

พ่อแกล้งลูก
พ่อแกล้งทิ้งลูกไว้กลางห้าง

ซึ่งวันนั้นครอบครัวของเหวินเหวินไปเดินซื้อของในซูเปอร์มาเก็ต ในขณะที่พ่อแม่กำลังจ่ายเงินอยู่ที่แคชเชียร์ เด็กชายยังนั่งดูตู้ปลาในเขตขายอาหารทะเลที่อยู่ไกลออกไป10เมตร พ่อของเขาแอบกระซิบเบาๆกับแม่ว่าเราลองมาแอบลูกกันดีกว่า ว่าเหวินเหวินจะทำอย่างไรถ้ารู้ว่า”หลงทาง”กับเรา ลองให้แกมีประสบการณ์ดูสักครั้ง จะได้สอนลูกด้วย แม่ยังไม่ทันตอบตกลงอะไรพ่อก็รีบดึงมือแม่เพื่อไปหลบอยู่ในมุมที่ลูกมองไม่เห็น

หลังจากที่เหวินเหวินนั่งดูปลาอยู่พักนึง เขาก็ลุกขึ้นหันกลับมามองหาพ่อแม่แต่ไม่เจอ เขาจึงวิ่งไปมาแถวนั้นอยู่สองรอบแล้วอ้อมไปดูที่แคชเชียร์จนรู้ว่าตัวเองคงจะหลงกับพ่อแม่เข้าแล้ว   แม่คิดว่าลูกชายต้องร้องไห้แน่ๆ แต่กลับไม่เป็นอย่างที่พ่อกับแม่คิด!!!

> เหวินเหวินเดินออกมาจากตรงแคชเชียร์และเดินไปหาลุงรปภ. คุยกันประมาณครี่งนาที แล้วทั้งสองก็เดินไปเข้าลิฟท์เพื่อลงไปที่ชั้น 1 ด้วยกัน

ทิ้งลูก
พ่อแกล้งทิ้งลูกไว้กลางห้าง

พ่อและแม่ก็รีบแอบตามลงไปดู ที่แท้….

รปภ. พาเหวินเหวินไปที่ห้องประชาสัมพันธ์ของซุปเปอร์เพื่อประกาศตามหาพ่อแม่ เหวินเหวินพูดกับคุณน้าที่ประชาสัมพันธ์เพื่อให้พ่อแม่มาเจอเขาที่ห้องประชาสัมพันธ์ชั้น 1

เรื่องนี้ทำให้พ่อแม่ของหนูน้อยแปลกใจมาก เพราะตอนแรกคิดว่าจะให้เรื่องนี้เป็นบทเรียนกับลูกและไม่คิดว่าลูกชายจะแก้ปัญหาได้เร็วขนาดนี้ พ่อถามหนูน้อยว่าทำไมลูกถึงได้ไปหาลุงรปภ. เป็นคนแรก ลูกชายบอกว่า “คุณครูที่โรงเรียนอนุบาลสอนครับ”

พลัดหลงกับพ่อแม่
สอนลูกเมื่อพลัดหลงกับพ่อแม่

ขอขอบคุณสำหรับเนื้อหาจาก : liekr.com

อ่านต่อ >> 7 วิธีสอนลูก ให้ช่วยเหลือตนเองเมื่อพลัดหลงกับพ่อแม่ คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

คลิปแฝดน้อยสุดน่ารัก ^_^ อยากแดนซ์ แต่ยังเดินไม่ได้ ไม่ใช่ปัญหา

สำหรับเด็กน้อยแสนอารมณ์ดีหลายคนที่ยังเดินไม่ได้แต่ก็มีใจรักในเสียงเพลง เมื่อได้ยินเสียงเพลงเป็นไม่ได้ต้องแดนซ์กระจาย แม้จะอยู่ในท่านั่ง หรือนอน หรือคลานอยู่ก็ตาม แต่สำหรับแฝดสาวน้อยคู่นี้แม้จะยังเดินไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่พวกเขาจะยืนแดนซ์มันๆเหมือนคนโตได้ แต่เพียงต้องอาศัยตัวช่วยนิดหน่อย เมื่อพร้อมแล้วก็แดนซ์ได้เลย

ตามไปดูกันดีกว่าค่ะว่าทั้งคู่ จะแดนซ์กันมันกระจาย สนุกสุดเหวี่ยงได้ขนาดไหน


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Jase and Charleah Jeanneau

ที่สุดของความตื่นเต้นเร้าใจ สนุกและปลอดภัยกับ สวนน้ำ “วานา นาวา” หัวหิน

 สวนน้ำ “วานา นาวา” หัวหิน

สวนน้ำที่มีสไลเดอร์ขนาดใหญ่และยาวที่สุดในโลกและประเทศไทย

           สวนน้ำ “วานา นาวา” หัวหิน เต็มไปด้วยเครื่องเล่นมากมาย ไว้รองรับความสนุก น่าตื่นเต้น ของทุกเพศ ทุกวัย ที่มาพร้อมกับความปลอดภัยระดับมาตรฐานและเข้มงวด ให้ทุกครอบครัวได้สนุกสุดขีดอย่างไร้กังวล

_MG_0305

 

โซนแรก “วอเตอร์จังเกิ้ล” ที่มี “อะบิส” สไลเดอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ “บูมเมอแรงโก้” สไลเดอร์ที่ยาวที่สุดในโลก ถ้าอยากเล่นน้ำ จิบเครื่องดื่มชิวๆ ต้อง “อินฟินนิตี้พูล” พักจากการเล่นเครื่องเล่น หรืออยากจะนอนโต้คลื่นเบาๆ ก็มี “สระคลื่นเทียม” ให้ได้เอนกายไปพร้อมกับคลื่นทะเล เป็นต้น

_MG_0299

 

อีกหนึ่งโซน กับ โซน”แอดเวนเจอร์” มี  “เซริ์ฟโซน”ที่สามารถโต้คลื่นได้ตลอดทั้งปี และ “หน้าผาจำลอง” ไว้ท้าทายความสูงให้ได้ปีนป่ายอีกด้วย

_MG_0293

 

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งเครื่องเล่นเปิดใหม่ คือ สตูดิโอใต้น้ำแห่งแรกในประเทศไทย “วานาดิโอ” พร้อมสร้างประสบการณ์ถ่ายภาพที่เหนือชั้นและไม่เหมือนใครจากช่างภาพมืออาชีพ อุปกรณ์ครบครัน อัดแน่นความสนุกกับการเลือกธีมถ่ายภาพได้ถึง 10 ธีม ได้แก่ แฟชั่น ,นางฟ้า,นางเงือก และเเต่งงาน เป็นต้น

ก่อนกลับ อย่าลืม! แวะถ่ายภาพกับ “วานาดิโอ” ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่โลกใต้น้ำสุดสนุก กับภาพถ่ายใต้น้ำเทคโนโลยีล้ำ ระดับฮอลลีวูด ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ….พลาดไม่ได้แน่นอน !!!

_MG_0445

 

วันธรรมดา  เปิดบริการ 10.00-18.00 น.

ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวและวันหยุดยาว เปิดบริการ 10.00 – 21.00 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทร  : 032 909 606

website : www.vananavahuahin.com

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

Tags

วิธีรับมือ เมื่อลูกกลัวเงา มาเปลี่ยนความกลัวให้เป็นความสนุกกันเถอะ ! (มีคลิปวีดีโอ)

จากคลิปวีดีโอของหนูน้อยที่กลัวเงาของตัวเอง http://www.realparents.tv/uncategorized/little-kid-is-terrified-of-his-shadow/ ก็มีเด็กหลายคนที่มีปฏิกิริยาเช่นนี้ จนทำให้คุณแม่หลายคนกังวลว่าลูกจะไม่หายกลัว วันนี้เราจึงมีวิธีรับมือ เมื่อลูกกลัวเงา มาฝากค่ะ … มาเปลี่ยนความกลัวให้เป็นความสนุกกันเถอะ !

ขั้นแรกเราต้องให้เด็กๆลองเล่นกับแสงไฟก่อน เพื่อทำความรู้จักกับ “เงา” พร้อมอธิบายความหมายของมันให้เด็กเข้าใจ

“เงา” คือ การที่แสงตกกระทบวัตถุทึบแสง เพราะแสงไม่สามารถผ่านทะลุวัตถุ จึงทำให้เกิดเงาของวัตถุบนฉากทางด้านที่แสงไม่ได้ตกกระทบ เช่น คนเป็นวัตถุทึบแสง ดังนั้นเมื่อยืนอยู่กลางแสงแดดจะเกิดเงาบนพื้นของคนที่ยืนเพราะคนกั้นทาง เดินของแสง ทำให้แสงส่องไปไม่ถึงพื้นนั้นเอง

IMG_3034

หลังจากที่รู้แล้วว่าเงาเกิดขึ้นได้อย่างไร ต่อไปเรามาสร้างเงาแสนสนุกกันดีกว่าค่ะ

อย่างการเล่นเงาโดยใช้หุ่น หรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ โดยมีฉากม่านกั้นแสงอยู่ด้านหน้า แล้วสร้างแต่งเป็นนิทานเรื่องเล่าขึ้นมา

page

หรือจะฝึกเล่นเงาด้วยมือของเราเองก็ได้ และเล่าเรื่องราว เป็นนิทานของตัวเองได้เหมือนกัน


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : QWErTY444777 , Michael D. , Yeo Sung Gu

ที่มาภาพ : childrens-stories.net , http://dillydallydaly.blogspot.com/

 

พิพิธภัณฑ์สุขสะสม

การพาเด็กๆไปรู้จักของเก่า ที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวในอดีต ไม่ใช่สิ่งน่าเบื่อสำหรับพวกเขาเลยค่ะ ตรงกันข้ามกลับทำให้เขาสนุกขึ้นด้วยซ้ำ เพราะมีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจแปลกใหม่ให้ได้ดูเต็มไปหมด แถมบางที่ ยังถือเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมไทยไปในตัวด้วย อย่าง พิพิธภัณฑ์สุขสะสม ยังไงละคะ สถานที่รวบรวมข้าวของ เครื่องใช้ที่ถูกเก็บสะสมไว้มานานกว่า 30 ปี มีทั้งหมดสามชั้น ชั้นล่างจัดแสดงวิวัฒนาการของเล่น กับ ของใช้ในยุคก่อน ชั้นที่สอง จัดแสดงสื่อสิ่งพิมพ์ ชั้นที่สาม พิพิธภัณฑ์ของจิ๋ว แม้ไม่ใช่ของเก่า แต่ก็เรียกความสนใจจากเจ้าตัวเล็กได้ไม่น้อย ส่วนด้านหลังจำลองตลาดเก่าย้อนยุค หลังจากที่ได้เดินชม ขอบอกเลยว่า หลายๆชิ้นไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลยจริงๆ ชิ้นที่เห็นแล้วรู้สึกอะเมซิ่ง ก็คือ เครื่องซักผ้ารุ่นแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 และ ขวดนมเด็กโบราณแบบจุก 2 ทาง ผลิตในประเทศอังกฤษ มีใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5-8 จนแอบอุทานเบาๆ หามาจากที่ไหนเนี่ยส่วนคุณลูกชาย เห็นห้องรถถีบสามล้อ และห้องของเล่นแล้ว วิ่งถลาเข้าใส่ จนแม่เกือบจับไว้ไม่ทัน เฮ้อ!
• ราคาค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 100 บาท
เด็กสูงไม่เกิน 140 ซม. 50 บาท
• เปิด-ปิด : จันทร์-ศุกร์ เปิดเวลา 11.00-18.00 น.
เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 10.00 – 18.00 น.
• ที่ตั้ง : ถนนพุทธมณฑลสายสอง แขวงศาลาธรรมสพน์เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯsok sa som-0016 sok sa som-0015 sok sa som-0014 sok sa som-0012 sok sa som-0013 sok sa som-0011 sok sa som-0010 sok sa som-0008 sok sa som-0007 sok sa som-0006 sok sa som-0005 sok sa som-0004 sok sa som-0003 sok sa som-0002 sok sa som-0001

• รถเมล์สาย 79 และ 123
• เบอร์โทรศัพท์ : 086 899 9208
• FaceBook : พิพิธภัณฑ์สุขสะสม Suksasom museum

 

 

Tags

อุทยานการเรียนรู้ TKpark

  • แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว : อุทยานการเรียนรู้ทีเคปาร์คมีห้องและโซนต่างๆ ที่น่าสนใจและเหมาะสำหรับลูกน้อยมากมายเลยค่ะ เช่น ห้องเด็กซึ่งรวบรวมหนังสือนิทานไว้มากมาย ห้องสมุดดนตรีก็มีเครื่องดนตรีต่างๆ ให้ลูกน้อยได้ลองเล่นและมีเพลงจากทุกมุมโลกให้ได้ฟังกันเพลินๆ นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดไอที ห้องฉายภาพยนตร์ ห้องสมุดมีชีวิต ฯลฯ เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ให้ลูกน้อยเรียนรู้ได้ทั้งวันไม่มีเบื่อเลยค่ะ
  • ชวนลูกเล่น : ลองผลัดกันอ่านหนังสือนิทานดูบ้างนะคะ เล่มนี้คุณพ่ออ่าน เล่มนี้คุณแม่อ่าน แล้วเล่มต่อไปให้ลูกน้อยอ่านให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง ถึงแม้ลูกน้อยจะยังอ่านหนังสือไม่คล่อง แต่คุณพ่อคุณแม่ลองให้กำลังใจในการฝึกหัดอ่านให้ถูกต้อง หรือจะให้ลูกน้อยอ่านนิทานภาพที่ไม่มีตัวหนังสือให้ฟังเพื่อฝึกความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้ลูกน้อยได้เรียนรู้และปลูกฝังให้รักการอ่านมากขึ้นได้ค่ะ
  • recommend : ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ห้องเด็กมักจัดกิจกรรมเล่านิทานและงานประดิษฐ์ในช่วงบ่าย หากคุณพ่อคุณแม่มีเวลาอย่าลืมพาลูกน้อยมาฟังนิทานจากนักเล่านิทานเก่งๆ และทำงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ร่วมกับเพื่อนๆ ด้วยนะคะ

Tk Park (5) Tk Park (4) Tk Park (1) Tk Park (2)

  • ราคาค่าเข้า : บัตรผ่านชั่วคราว 20 บาท (ค่ามัดจำบัตร 50 บาท)
    ค่าสมัครสมาชิกรายปี
    – เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 25 ปีและผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 100 บาท
    – ผู้ใหญ่ 200 บาท
  • วัน-เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 20.00 น. (ปิดทำการทุกวันจันทร์)
  • ที่ตั้ง : ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
  • ละติจูด : 746534°N 100.539220°E
  • การเดินทาง : – รถประจำทาง สาย 2, 13, 14, 17, 54, 73, 73ก, 74, 77, 79, 204, 504, 505, 508,
    511, 514
    – รถไฟฟ้า BTS สถานีสยามหรือสถานีชิดลม + เดิน 10 นาที
  • เบอร์โทรศัพท์ : 02 257 4300
  • Web site : www.tkpark.or.th

 

Tags

คลอดฉุกเฉิน

คลอดฉุกเฉิน ปัญหาที่คุณแม่ใกล้คลอดต้องระวัง!!

กรณีที่คุณแม่เจ็บท้องคลอดลูกแบบกะทันหันนั้นมักจะเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ดังเช่นข่าวที่เคยเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่ต้อง คลอดฉุกเฉิน ในรถตู้ แต่กลับพบว่าลูกน้อยเสียชีวิตแล้ว เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ได้เป็นอย่างดี เพราะแสดงถึงภาวะคลอดเฉียบพลันที่คุณแม่ต้องคอยสังเกตและระมัดระวัง

Continue reading “คลอดฉุกเฉิน ปัญหาที่คุณแม่ใกล้คลอดต้องระวัง!!”

พ่อแม่แทบช็อก !! เมื่อลูกแรกเกิด ถูกหนูตัวยักษ์กัดจนตายที่โรงพยาบาล

เรียกได้ว่า หนู นั้นเป็นเสมือนสัตว์สามัญประจำบ้านที่ไม่ว่าบ้านไหนๆก็ต้องมีไปซะแล้ว เจ้าสัตว์จอมแทะชนิดนี้สร้างความลำบากให้เราเป็นอย่างมาก มันไม่เพียงแต่กัดแทะทำลายอาหารของกินของเราเท่านั้น แต่รวมไปถึงทรัพย์สินอันมีค่าของเราอีกด้วย

แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยากจริงๆที่จะหลีกเลี่ยงเจ้าสัตว์จอมแทะชนิดนี้ไม่ให้อาศัยอยู่ตามที่พักพิงอาศัย แต่กับโรงพยาบาลนั้น อาจจะเป็นเรื่องยากซักหน่อย เพราะทุกโรงพยาบาลจะมีการป้องกันทางด้านสุขาภิบาลที่สูง เพื่อไม่ให้สัตว์พวกนี้เข้าไปอยู่อาศัย หรือถ้ามีนั้นก็ควรจะมีจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่งั้นแล้วอาจจะเกิดปัญหาที่คาดไม่ถึงเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับเด็กทารกโชคร้ายคนนี้

เด็กทารกแรกเกิดที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียง  10 วัน โดนหนูกัดทำร้ายจนถึงชีวิตคาห้องไอซียูที่โรงพยาบาลคุนตูร์ รัฐอานธรประเทศ ประเทศอินเดียตะวันออกเฉียงใต้

แม่ของเด็กทารกน้อยผู้โชคร้ายคนนี้ได้เปิดเผยว่า เธอนั้นได้เตือนกับทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการมีอยู่ของเจ้าสัตว์จอมแทะพวกนี้แล้ว แต่กลับไม่มีท่าทีใดๆจากทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่จะกำจัดพวกมันออกไป

และแม่กล่าวต่อว่า หลังจากที่ลูกของเธอนั้นโดนหนูกัดทำร้าย เธอได้ย้ำกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอให้ทำการศัลยกรรมรักษาในส่วนรอยกัดของดวงตาลูกของเธอก่อน แต่ทางเจ้าหน้าที่กลับไปให้ความสำคัญมุ่งประเด็นรักษากับรอยกัดตรงแขนขวา

รวมถึงเด็กทารกน้อยผู้โชคร้ายยังถูกหนูกัดแทะนิ้วจนขาด ทางคุณแม่เด็กปักใจเชื่อว่า การที่ลูกของเธอตายนั้น ไม่ใช่เพราะโดนหนูกัดโดยตรง แต่เป็นเพราะฝีมือหมอและทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่วินิจฉัยและรักษาได้ช้า ไม่ตรงจุดด้วย

ทางคุณพ่อของเด็กชายยืนยันอีกเสียงว่าการที่ลูกชายของเขาตายนั้น เป็นฝีมือของหนูกัดจริงๆ

แต่ทางเจ้าหน้าที่กลับแนะเขาว่า ไม่เห็นจำเป็นต้องกังวลในเมื่อเขายังมีลูกชายอีกคนอยู่ไม่ใช่เหรอ?

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุขทราบเรื่องจึงได้ยกเลิกสัญญากับเจ้าหน้าที่สุขาภิบาลประจำโรงพยาบาลและสั่งให้ตำรวจสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันที พร้อมกับติดตามและรอผลรายงานภายในหนึ่งสัปดาห์ อีกทั้งเขายังบอกอีกว่าจะไม่ปล่อยและประมาทกับเรื่องนี้ ด้วยการส่ง 3 เจ้าหน้าที่สาธารณะสุขลงไปช่วยตรวจสอบอีกด้วย . . . เมื่อพวกเขาได้เริ่มทำการตรวจสอบด้วยการติดตั้งที่ดักจับหนูตามแต่ละพื้นที่ในโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบว่าเป็นความจริงหรือไม่ที่มีเจ้าหนูฆาตกรอาศัยอยู่ในโรงพยาบาล

หลังจากนั้นทางผู้อำนวยการของโรงพยาบาลคุนตูร์ได้ออกมายอมรับว่า มีหนูมาติดกับที่ดักจับอยู่จริง และได้ทำการตรวจสอบที่มาของพวกมันจนสรุปออกมาได้ว่า เจ้าหนูฆาตรกรพวกนี้หลุดเข้ามาผ่านทางท่อเครื่องปรับอากาศของทางโรงพยาบาลนั่นเอง

ทางผู้อำนวยการกล่าวต่อว่า มันเป็นเรื่องน่าสลดที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดพลาดของทางโรงพยาบาลเองด้วยที่ปล่อยให้เจ้าหนูพวกนี้เล็ดลอดเข้ามาอาศัยอยู่บวกกับกระทำที่ไม่รอบคอบของทางหมอและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเองในเวลาเดียวกัน


ที่มา : innnews
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://www.bigza.com/news-178541

สร้างความสุข…สร้างความหวัง…สร้างโอกาสหนึ่งพันธกิจหลักของมูลนิธิรามาธิบดีฯ

ผศ.นายแพทย์ อดิศักดิ์ นารถธนะรุ่ง หัวหน้าหน่วยเนื้องอกกระดูก ภาควิชาออร์โธปิดิกส์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีกล่าวว่า3 เดือนก่อนมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยได้รับอุบัติเหตุจักรยานล้มทับเข่าซ้าย จากนั้นสังเกตเห็นว่าเข่าซ้ายบวมมากขึ้น และปวดมากโดยเฉพาะเวลากลางคืนจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง แต่อาการโดยรวมยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ผลเอ็กซเรย์พบความผิดปกติที่กระดูก แพทย์สงสัยว่าจะเป็นมะเร็งกระดูกซึ่งหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตและโรงพยาบาลรัฐแห่งนั้นไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งกระดูก ผู้ป่วยจึงถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อตรวจอาการอย่างละเอียดอีกครั้ง

DSC00284

ภายหลังจากที่แพทย์ได้ตรวจดูอาการของโรคอย่างละเอียดแล้ว จึงทำให้ทราบว่าผู้ป่วยกำลังป่วยเป็น “โรคมะเร็งกระดูกขาซ้าย” ทีมแพทย์ได้พิจารณาแล้วมีความเห็นว่าผู้ป่วยรายนี้สามารถผ่าตัดเก็บขาได้ ซึ่งการรักษาโรคมะเร็งชนิดนี้ จะต้องผ่าตัดเอาส่วนที่เซลล์มะเร็งลุกลามออกไปทั้งหมด เพื่อรักษาขีวิตของผู้ป่วยเอาไว้ นับว่าเป็นโชคดีที่ผู้ป่วยได้มาพบกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่สามารถรักษาโรคนี้ได้โดยการใช้เทคโนโลยีการผ่าตัดแบบใหม่ทำให้ไม่ต้องตัดขาด้านซ้ายทิ้ง โดยทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเอากระดูกเดิมที่เป็นมะเร็งกระดูกที่บริเวณขาซ้ายออกทั้งหมด และทดแทนด้วยข้อเทียมชนิดพิเศษ (endoprosthesis)โดยใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดทั้งสิ้น 14 ชั่วโมงและยังคงมีการให้ยาเคมีบำบัดอย่างต่อเนื่องหลังผ่าตัด

 

เด็กหญิงนันท์นภัส ทับทิมศรี (น้องพั้นซ์) อายุ 11 ปีผู้ป่วยโรคมะเร็งกระดูกขาซ้าย ที่ได้รับผ่าตัดแบบใหม่โดยไม่ต้องตัดขาซ้ายทิ้ง ซึ่งใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 14 ชั่วโมงกล่าวว่า “ขอบคุณทีมอาจารย์ทุกท่าน โดยเฉพาะคุณหมออดิศักดิ์ นารถธนะรุ่งด้วยค่ะ ที่อาจารย์หมอใช้การรักษาด้วยวิธีและเทคโนโลยีใหม่ครั้งนี้ แทนการตัดขาซ้ายหนูทิ้ง และต้องขอบคุณมูลนิธิรามาธิบดีฯ และงานสังคมสงเคราะห์โรงพยาบาลรามาธิบดี ค่าข้อเทียมชนิดพิเศษ ที่มีราคาสูงเกือบ 4 แสนบาท รวมไปถึงทีมแพทย์ที่เข้ามาดูแลรักษาสุขอนามัยที่อยู่อาศัยและช่วยสนับสนุนในการซ่อมแซมบ้าน เพื่อให้หนูและครอบครัวมีสุขภาพกาย สุขภาพใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อยากขอบคุณทุกท่านที่ทำให้หนูและครอบครัวมีความสุข ถือเป็นการสร้างโอกาสในชีวิตครั้งใหม่ให้กับหนูอีกด้วย”

 

ด้านครอบครัวของน้องพั้นซ์ ( คุณย่าวงเดือน ทับทิมศรี) กล่าวเสริมว่า “วันนี้คงต้องอยู่ในสภาพที่หดหู่ใจเมื่อเห็นน้องพั้นซ์เจ็บปวดกับโรคมะเร็งกระดูกขาซ้ายครั้งนี้ ถ้าหากไม่ได้รับโอกาสจากมูลนิธิรามาธิบดีฯและทีมแพทย์ที่ทำการรักษาน้องพั้นซ์ เพราะเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ทางครอบครัวไม่มีเงินที่จะรักษาชีวิตน้องพั้นซ์ได้อย่างแน่นอน ต้องขอบคุณมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่เล็งเห็นความสำคัญของทุกชีวิต และมอบโอกาสให้น้องพั้นซ์ได้มีชีวิตอยู่กับครอบครัว และจะสั่งสอนน้องพั้นซ์ให้มุ่งทำประโยชน์ให้แก่สังคมต่อไป ขอบคุณทุกท่านจริงๆ”

 

ผู้สนใจร่วมบริจาคสามารถโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ชื่อบัญชี“มูลนิธิรามาธิบดี”(โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้)ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขารามาธิบดี เลขที่ 026-4-26671-5 และธนาคารกรุงเทพ สาขารามาธิบดี (อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์) เลขที่ 090-7-00123-4 หรือติดต่อมูลนิธิรามาธิบดีฯ 270 ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.0-2201-1111หรือเว็บไซต์www.ramafoundation.or.thติดตามข่าวสารและช่องทางการทำบุญได้ที่ IG@ramafoundation, FBมูลนิธิรามาธิบดีฯ และTwitter @ramafoundation1

 

 

DSC00235 DSC00323 DSC00335 DSC00371

Tags

น่ารักปนฮา!! คลิปเด็กน้อยไร้เดียงสา กรี๊ดสนั่นลั่นซอย เพียงเพราะกลัว ‘เงา’ ของตัวเอง

คลิปนี้เป็นภาพความไร้เดียงสาของเด็กชายคนหนึ่ง ที่ยังไม่รู้ประสีประสาอะไร เมื่อได้เห็นเงาตามตัวของตัวเองอยู่บนพื้น พยายามหนีเท่าไหร่ก็ไม่ไป จนกรีดร้องด้วยความกลัวในที่สุด

คลิปวิดีโอดังกล่าวเชื่อว่าถูกบันทึกเอาไว้ที่เมืองไทย เด็กชายที่ปรากฏตัวอยู่ในคลิปก็คาดว่าน่าจะชาวไทย ที่ยังอยู่ในวัยเรียนรู้ เด็กชายรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างตามตัวเขาอยู่ เมื่อมองลงที่พื้นก็พบว่ามีอะไรดำๆ อยู่จริง เขาพยายามวิ่งหนีเงาของตัวเอง แต่หนีเท่าไหร่ก็ยังไม่พ้น ท้ายที่สุดเด็กชายก็กรีดร้องเพราะความกลัว…

ทั้งนี้ยังมีคลิปอื่นๆจากเด็กต่างประเทศหลายคนที่เพิ่งเคยเห็นเงาตัวเอง ซึ่งปฏิกิริยาก็ไม่ต่างจากเด็กไทย  จะน่ารักไร้เดียงสาแค่ไหนไปดูกันค่ะ


อย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวได้สร้างความขบขับและน่าเอ็นดูกับความไร้เดียงสาของเด็กๆ ผู้คนต่างอมยิ้มเมื่อได้เห็นพฤติกรรมของเด็กๆ แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะให้ความรู้แก่พวกเขาด้วย เพราะอย่างน้อยๆ เงาที่พวกเขากำลังหวาดกลัวตอนนี้ จะต้องตามติดตัวไปตลอดทั้งชีวิต


ขอบคุณข้อมูลจาก : Metro.co.uk

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : ViralHog , BabiezTV

บ้านพิพิธภัณฑ์ เขตทวีวัฒนา

บ้านพิพิธภัณฑ์ดัดแปลงจากบ้านสามชั้นให้กลายเป็นร้านค้าต่างๆ แบบย้อนยุค เช่น ร้านขายของเล่น ร้านทอง ร้านกาแฟ ห้องเรียน โรงหนัง ห้องทำงานของราชการ ฯลฯ รวมทั้งจัดแสดงของเก่าจากแต่ละยุคสมัยมากมาย ของสะสมโดยมากเป็นของบริจาคและมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจทั้งนั้น หากคุณพ่อคุณแม่สนใจอยากทราบที่มาของสิ่งของแต่ละชิ้นสามารถสอบถามกับผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ได้เลยค่ะ

 

  • ค่าเข้า : เด็กเล็กและผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ฟรี
    เด็ก 10บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท
  • เปิด-ปิด : เสาร์ – อาทิตย์ 10.00-17.00 น.
  • ที่ตั้ง : หมู่บ้านคลองโพแลนด์ ซอยคลองโพ 2 ถนนศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา จังหวัดกรุงเทพฯ

 

_MG_1881 _MG_1875 _MG_1874  _MG_1808 _MG_1799 _MG_1801

Tags