สุดฮาและน่ารัก!! พ่อแม่หมั่นไส้ลูกสาวมีแฟน ถ่ายภาพล้อเลียนแบบลูก ช็อตต่อช็อต

แม้ว่าพ่อแม่ของเราจะเข้าสู่ ‘วัยกลางคน’ ซึ่งเป็นวัยที่หลายคนคิดไปเองว่า ‘อาจไม่มีอารมณ์ขันเท่าใดนัก’ ทั้งๆที่ความจริงไม่ใช่ คนวัยนี้ก็ยังมี ‘ดีกรีความฮาแบบบ้าๆ’ ที่ไม่ธรรมดาแผงอยู่ และนี่คือเรื่องราวที่จะพิสูจน์ความจริงข้อนั้น

กับเรื่องราวการแกล้งสุดน่ารักที่เกิดขึ้นในครอบครัว >> เมื่อ Emily Musson นักศึกษาสาวออกมาโพสต์รูปเซลฟี่ขณะสวีทหวานกับแฟนหนุ่มของเธอลงเฟซบุ๊ก

พ่อแม่ของเธอจึงเกิดอาการหมั่นไส้ลูกสาวและแฟนหนุ่มของเธอมาก จึงพากันออกมาแกล้งลูกสาวด้วยการสร้างเฟซบุ๊กใหม่ขึ้นมา แล้วโพสต์รูปเซลฟี่เลียนแบบท่าทางเดียวกันกับภาพของลูกสาวตอนอยู่กับแฟนลงเฟซบุ๊ก

ในไม่ช้าเรื่องราวและภาพเซลฟี่พ่อแม่หมั่นไส้ลูกสาวมีแฟน ก็กลายเป็นประเด็นดังบนโลกออนไลน์ในที่สุด แม้แต่ Emily ยังต้องรู้สึกประหลาดใจในพฤติกรรมของพ่อแม่ของตัวเองและแอบดีใจที่ภาพเซลฟี่เลียนแบบที่พ่อแม่ของเธอถ่ายกลายเป็นที่สนใจของชาวเน็ต

2

3

เท่านั้นยังไม่พอ Musson ยังยืนยันว่าปกติพ่อของเธอเป็นคนหัวโบราณ และไม่ชอบทำอะไรเพี้ยนๆ ฉะนั้นมันก็น่าทึ่งไม่น้อยที่คุณแม่ของเธอสามารถโน้มน้าวใจ ให้เขาลงมือทำภารกิจล้อเลียนสุดน่ารักในครั้งนี้ได้

สำหรับใครที่โพสภาพจู๋จี๋กับแฟนลงบนเฟซบุ๊ก ระวังนะคะ อาจถูกพ่อแม่นำมาล้อเลียนแบบนี้ก็ได้ อิอิ ^_^


ขอบคุณที่มาของภาพจาก : http://news.boxza.com/view/36898

Baby-Sister Boutique เสื้อผ้าเด็ก Vintage Handmade

เสื้อผ้าเด็ก แนว Vintage และญี่ปุ่น
งาน Handmade
ตัดเย็บด้วยผ้าคอตตอนไทยและญี่ปุ่น นุ่ม ใส่สบาย ราคาเบาๆ
เข้าชมได้ที่
www.babysisterboutique.com
www.facebook.com/babysisterboutique

Tags

ทำโทษต้องทันทีหรือทีหลังก็ได้?

Q. ลูกอายุ 4 ขวบ ตะโกนเรียกพ่อแม่ ตวาด หรือตีพ่อแม่ต่อหน้าคนอื่น หรือขณะที่เรากำลังคุยธุระอยู่ เราควรดุและทำโทษเขาตอนนั้นเลย หรือให้คุยธุระเสร็จแล้ว ค่อยไปทำโทษทีหลังครับ

เรื่องนี้ขอให้ทราบว่าหากไม่ชอบคำตอบที่ผมให้ก็อย่าถือสา ลองถามผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ได้ครับ

แลกเปลี่ยนแบบคุณพ่อกับคุณพ่อกันก่อนนะครับ การสั่งสอนลูกเล็กเป็นเรื่องที่ผมทำทันทีทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นในที่รโหฐานหรือที่สาธารณะ และไม่ขึ้นกับลักษณะความผิดด้วย เช่น นั่งกินข้าวไม่เป็นที่เป็นทางในร้านอาหารคอยแต่จะมุดใต้โต๊ะปีนป่ายเก้าอี้ ผมจะลุกจากโต๊ะเดินอ้อมไปหาลูก นั่งลงเสมอหน้าและพูดด้วยเสียงเอาจริงว่า ลูกต้องนั่งกินอยู่กับที่เหมือนพ่อแม่ แล้วเราจะกินเสร็จพร้อมกันไปเล่นด้วยกันต่อ เป็นต้น

ในความผิดร้ายแรง คือทำร้ายคน ทำลายข้าวของ พูดคำหยาบ ผมจะตีทันทีไม่ว่ารอบข้างจะมีใครก็ตาม แต่บังเอิญผมไม่เคยต้องทำอะไรเช่นนั้นเลย เลยรอดตัวไป

คราวนี้มาว่ากันเรื่องวิชาการ

1. ประเด็นทำโทษทันทีหรือทีหลัง

ตอบว่าทำทันที เพราะทำทันทีจึงเกิดการเรียนรู้ว่าพ่อทำโทษเรื่องอะไร คำอธิบายคือ สมองเด็กไม่ได้ทำงานด้วยเหตุผลแบบของเรา สมองของเขาทำงานแบบจับคู่เหตุการณ์สองอย่างเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน (Phenomanalisticcausality) ยิ่งเหตุการณ์สองอย่างนั้นประชิดกันมากเท่าไรเขายิ่งจับคู่ง่ายขึ้นเท่านั้น ถ้าตีพ่อแม่ก็ต้องถูกตีทันที จึงจะเข้าใจว่าเขาถูกทำโทษเรื่องอะไร มิใช่รออีกหลายนาทีหรือหลายชั่วโมงค่อยมาทำโทษแล้วตามด้วยคำอธิบายยืดยาวเหลวไหลไร้สาระ

2. ประเด็นทำต่อหน้าคนอื่นหรือในที่รโหฐาน

ตอบว่าทำโทษทันทีแม้ว่าจะเป็นที่สาธารณะ ที่จริงนี่เป็นประเด็นหน้าตาของพ่อแม่มากกว่าหน้าตาของเด็กๆ   พ่อแม่ส่วนใหญ่รักษาหน้าตัวเองโดยพร้อมจะปล่อยปละละเลยให้ลูกเสียคน หากจะเถียงว่าลูกเสียหน้าก็ต้องยอมให้เสียหน้า เพื่อจะได้รู้ว่านี่คือพฤติกรรมที่พ่อแม่จะไม่ยอมอ่อนข้อเป็นอันขาด ถึงลูกจะเสียหน้าก็จะทำโทษทันทีอยู่ดี แน่นอนว่าเราทำโทษลูกเพื่อให้เขาหลาบจำ เรามิได้จะ “ทำร้าย” ลูกด้วยอารมณ์โกรธ ขอให้แยกสองอย่างนี้ออกจากกัน อย่าเอามาปะปนกันเพื่ออ้างที่จะไม่ทำอะไร (แต่เราจะไม่ทำโทษลูกวัยรุ่นของเราต่อหน้าคนอื่นนะครับ)

3. ความผิดร้ายแรง

คือ ทำร้ายคน ทำลายข้าวของ พูดคำหยาบ นอกจากนี้เป็นความผิดไม่ร้ายแรงทั้งนั้นครับ อธิบายดังนี้ เด็กทุกคนพร้อมจะทดสอบกฎ กติกา มารยาทที่เรากำหนดให้อยู่แล้ว เขาแค่ทดสอบว่าเราเอาจริงไหม จะได้ทำตัวถูก

ดังนั้นเราไม่ควรจุกจิกทุกเรื่องห้ามหมดทุกอย่าง ปล่อยได้ก็ปล่อย พ่อแม่อย่าเอาแต่ใจตัวให้มากนัก มีเรื่องที่เราควรเอาจริงแต่ไม่ถึงกับต้องตีคือ เรื่องกติกาของส่วนรวม เช่น การกินที่โต๊ะอาหารในร้าน การใช้รถสาธารณะหรือรถไฟฟ้า การส่งเสียงดังในที่ที่ห้ามใช้เสียง การแซงคิวซื้อของหรือจ่ายเงิน การใช้สมาร์ทโฟนในที่สาธารณะ เป็นต้น กติกากลางเหล่านี้คนทุกคนต้องเคารพ เด็กทุกคนก็เช่นกัน หากเขาละเมิดเราต้องสั่งสอนอย่างจริงจัง หากเขาไม่ทำตามเราต้องเอาเขาออกจากสถานที่นั้นแล้วคาดโทษ สุดท้ายคือกรณีความผิดร้ายแรงที่พ่อแม่ควรหยุดเขาทันที ไม่ปล่อยปละละเลยจนทำอะไรไม่ได้ในอนาคต

สรุปคือพฤติกรรมของเด็กๆ มี 3 ระดับ ระดับปล่อยได้ขอให้ปล่อย ระดับที่เป็นกติกาสังคมต้องเอาจริงกับเด็ก ระดับร้ายแรงคือทำร้ายคน ทำลายข้าวของ พูดคำหยาบ ให้ทำโทษ จำเป็นต้องตีก็คือตี

4. พฤติกรรมของเด็กๆ จะได้ดั่งใจเราหรือเปล่า

ขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมตนเองของเขา ความสามารถในการควบคุมตนเองเป็นเรื่องต้องฝึกตั้งแต่แรกๆ และผมยืนยันว่าการกินข้าวเป็นเรื่องแรกๆ เด็กเล็กทุกคนควรได้รับการฝึกกินข้าวอยู่กับที่ให้เสร็จในเวลาที่กำหนด มิใช่เดินป้อนข้าวกันได้ครั้งละหลายสิบเมตรอย่างที่ทำๆ กัน ประเด็นมิได้อยู่ที่ข้าว ประเด็นอยู่ที่ความสามารถในการบังคับตัวเองให้นั่งกินข้าวให้เสร็จ หากเรื่องขี้ผงเท่านี้พ่อแม่สอนไม่ได้ ก็อย่าคาดหวังว่าเขาจะควบคุมตนเองในเรื่องอื่นๆ ได้เมื่อโตขึ้น

 

จากคอลัมน์ Kid {talk it easy} นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนมกราคม 2558

บทความโดย: นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์แผนกจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

ภาพ: shutterstock

สมเด็จพระบรมฯ กับ”พระองค์ที” ทรงฝึกกิจกรรมทางน้ำในวันปิดภาคเรียน

ชมพระฉายาลักษณ์ ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร  และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงฝึกกิจกรรมทางน้ำในช่วงปิดภาคเรียน โพสต์ผ่านเฟซบุค โดยสุริยัน หมอหยอง สุจริตพลวงศ์


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุค โดยสุริยัน หมอหยอง สุจริตพลวงศ์

www.khaosod.co.th

สุดซึ้ง! “แม่เป็ด” ร้องก้าบๆ ขอความช่วยเหลือลูกตกท่อ

ผู้ใช้เฟซบุ๊ค Heart London เผยแพร่วีดีโอ ทั้งซึ้งและน่ารัก ซึ่งเป็นภาพที่แม่เป็ดยืนเฝ้าบริเวณฝาท่อน้ำและร้องก้าบๆ สุดเสียง เพื่อพยายามส่งสัญญาณให้คนที่ผ่านไปมา ช่วยลูกเป็ดในฝูงที่ตกลงไปในท่อ >>> จนในที่สุด ก็มีคนมาช่วยลูกเป็ดคืนสู่แม่เป็ดได้สำเร็จ เป็นวีดีโอที่น่ารักจริงๆ


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Lee Kimreame

 

รู้ไหมว่า “การดุด่า ห้าม หรือลงโทษเด็กเพื่ออบรมสั่งสอนก็ส่งผลเสียให้เด็กได้”

การอบรมสั่งสอนลูกเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับพ่อแม่หลายคน ซึ่งพ่อแม่หลายคนอาจมีวิธีการเลี้ยงดูสั่งสอนที่แตกจ่างหันไป แต่รู้ไหมว่า “การดุด่า ห้าม หรือลงโทษเด็กเพื่ออบรมสั่งสอน อาจส่งผลเสียต่อเด็กได้ จะมีผลอย่างไรบ้างไปดูกันค่ะ

ผลกระทบจากความรุนแรงต่อเด็ก

ผลในระยะสั้น

ด้านสุขภาพร่างกาย มีอาการบาดเจ็บ หรือเป็นโรคผิดปกติต่างๆ เช่น ความผิดปกติเรื่องการทานอาหาร ปวดท้อง และยังขัดขวางพัฒนาการของเด็ก เด็กจะมีพัฒนาการและสมองช้ากว่าเด็กทั่วไป ทำให้เกิดปัญหาการปรับตัวทั้งในด้านการเรียน ด้านสังคม มนุษย์สัมพันธ์ และทางจิตใจในอนาคตต่อไป

ด้านสุขภาพจิตใจ เด็กอาจรู้สึกเศร้าเสียใจ เสียความภูมิใจในคุณค่าของตนเอง สิ้นหวัง จนอาจมีอาการเศร้าซึมรุนแรง วิตกกังวล มีปัญหาการเข้าสังคม จน มีแนวโน้มฆ่าตัวตาย หรือ อาจกลายเป็น เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่เคารพกฎระเบียบ เนื่องจากความโกรธหรือความเครียดสะสม

ผลในระยะยาว

เด็กมีแนวโน้มที่จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่น เพราะคิดว่าความรุนแรงเป็นเรื่องปกติ อาจมีอาการก้าวร้าว ชอบรังแกเพื่อน มีพฤติกรรมทารุณทางเพศ ทารุณกรรมเด็ก ทำร้ายคู่ครอง และอาจจะสืบทอดพฤติกรรมการลงโทษเด็กด้วยความรุนแรง เมื่อได้เป็นพ่อคนแม่คนบ้าง ทำให้เกิดการถ่ายทอดพฤติกรรมรุนแรงจากรุ่นหนึ่งไปสู่รุ่นต่อไป

เด็กมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น นิยมชมชอบการกระทำที่ผิดกฏหมาย เสพติดการใช้สารเสพติดต่างๆ ไปจนถึงการเข้าร่วม หรือกลายเป็นผู้ก่ออาชญากรรม

 

การที่พ่อแม่จะอบรมสั่งสอนลูก สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การระงับสติอารมณ์และใช้เหตุผลให้มาก และพ่อแม่ก็ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กๆ ได้เห็นอยู่อย่างสม่ำเสมอ เพราะเด็กจะซึมซับพฤติกรรมของคนรอบข้างได้เร็ว และเมื่อลูกทำสิ่งที่ดี พ่อแม่ก็ต้องไม่ลืมที่จะให้กำลังใจเพื่อให้ลูกมีกำลังใจที่จะทำดีต่อไปค่ะ


ที่มา : รายงานขององค์การยูนิเซฟเรื่อง “การเลี้ยงดูโดยมิชอบต่อเด็ก” (Child Maltreatment: Prevalence, Incidence and Consequences in East Asia and Pacific), 2012

ขอบคุณข้อมูลจาก http://endviolencethailand.org/violence_effect_on_youth

ขอบคุณภาพจาก :  @UNICEF_Thailand

ยอดกตัญญู เด็กหญิง 12 ขวบ อาศัยช่วงพักกลางวัน โบกรถเพื่อกลับไปป้อนข้าวแม่เป็นอัมพฤกษ์

ด.ญ. กฤษณา หรือ น้องน้ำเย็น อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านแหลมมะขาม จ.ตรัง เป็นเด็กหญิงกตัญญูสู้ชีวิต ซึ่งจะใช้เวลาช่วงพักเที่ยง โบกรถยนต์ที่ขับผ่านถนนหน้าโรงเรียนฯ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อกลับไปป้อนข้าวป้อนน้ำให้กับแม่ ซึ่งล้มป่วยด้วยโรคเนื้องอกในสมองและเนื้องอกใกล้ลิ้นหัวใจ ทำให้เป็นอัมพฤกษ์ซีกขวา ไม่สามารถพูดหรือขยับร่างกายซีกขวาได้มานานกว่า 1 ปีแล้ว

14417937521441794169l

ส่วนพี่ชายอายุ 14 ปี ก็ต้องลาออกจากโรงเรียน ตั้งแต่อยู่ชั้น ม.4 เพื่อมาช่วยบิดาออกเรือหาปลา หาเงินมารักษามารดาและเลี้ยงน้องชายวัย 5 ขวบ อีก 1 คน ซึ่งหลังพักเที่ยงของทุกวัน น้องน้ำเย็นจะโบกรถกลับมาบีบนวด เช็ดเนื้อตัวและป้อนข้าวป้อนน้ำให้กับมารดา ก่อนที่จะโบกรถกลับไปเรียนหนังสือต่อในช่วงบ่ายที่โรงเรียน

โดยคุณครูเจ้าของโครงการระบบดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียนได้สังเกตเห็นน้องน้ำเย็นกลับบ้านทุกตอนเที่ยง จึงสอบถามและติดตามไปยังบ้านพัก จึงพบสภาพมารดาที่นอนป่วยและน้องน้ำเย็น ซึ่งกำลังดูแลมารดา จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของเด็กหญิงยอดกตัญญูรายนี้

ด้านน้องน้ำเย็น กล่าวว่า ตนเองหวังให้มีใครสักคนพามารดาไปรักษาให้หายเท่านั้น ตนก็พอใจแล้ว ส่วนตนอยากเรียนให้ถึงระดับมหาวิทยาลัย แต่ก็คงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากทางบ้านต้องส่งเสียให้น้องชายคนเล็กเรียนหนังสืออีกคน


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : www.khaosod.co.th

แม่ท้องแฝดระวัง! เจ็บท้องก่อนกำหนด

คุณหมอตวงสิทธิ์บอกเราว่า สิ่งสำคัญที่แม่ท้องแฝดควรรู้และระมัดระวังให้มากเมื่อเข้าสู่ไตรมาสสุดท้าย ได้แก่

1. มีสัญญาณเตือนต่างๆ ก่อนกำหนด

เพราะคุณแม่ท้องแฝดจะน้ำหนักมากขึ้น ทั้งจากน้ำหนักตัวเด็กและถุงน้ำคร่ำ จึงทำให้เกิดอาการต่างๆ ได้แก่ เจ็บท้อง มีน้ำเดินก่อนกำหนด มีเลือดออกเพราะรกเกาะต่ำ หรือบางรายท้องยังไม่แข็ง แต่ปากมดลูกเริ่มเปิดแล้ว แพทย์จะแนะนำให้นอนพักมากขึ้น คุณแม่ต้องระวัง แต่ก็ทำกิจวัตรประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ

2. ต้องอัลตร้าซาวนด์เป็นระยะๆ

เพื่อให้มั่นใจว่าการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ปกติดี เพราะมีโอกาสที่เด็กจะเติบโตช้า ตัวเล็ก จนทำให้เสียชีวิตในระหว่างการตั้งครรภ์ได้

ต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพราะอะไร?

1. มีโอกาสคลอดก่อนกำหนดสูงขึ้น

เนื่องจากมดลูกขยายมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว

2. เด็กที่คลอดก่อนกำหนด อาจมีปัญหาตามมาหลังคลอด

ได้แก่ พัฒนาการช้า มีปัญหาระบบการหายใจ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เกลือแร่ในเลือดแปรปรวน มีเลือดออกในศีรษะ มีเลือดออกในปอด ฯลฯ ซึ่งทำให้ทารกต้องอยู่ในหออภิบาลทารกแรกคลอด ใส่เครื่องช่วยหายใจนานเป็นเดือน

3. แม่เกิดภาวะรกเกาะต่ำ

เพราะรกมีขนาดใหญ่มาก จึงมีโอกาสที่น้ำหนักจะถ่วงลงมาขวางช่องทางคลอด ทำให้คุณแม่ไม่สามารถคลอดได้เองตามธรรมชาติ

4. เกิดภาวะตกเลือดขณะคลอด

ไม่ว่าจะคลอดเอง หรือผ่าคลอดก็ตาม

5. การป้องกันการคลอดก่อนกำหนด ในท้องแฝดกับท้องเดี่ยวให้ผลต่างกัน

ไม่ว่าจะด้วยการใช้ยาหรือการเย็บกระชับปากมดลูก โอกาสที่จะยับยั้งการคลอดก่อนกำหนดในท้องเดี่ยวจะได้ผลดีกว่า

 

คุณหมอตวงสิทธิ์ทิ้งท้ายว่า “การตั้งครรภ์แฝดเป็นภาวะแทรกซ้อน มีความเสี่ยงและจำเป็นต้องประคับประคองครรภ์เพื่อความปลอดภัยทั้งแม่และลูกอย่างระมัดระวัง ใส่ใจมากเป็นทวีคูณตลอดการตั้งครรภ์ และที่สำคัญคือ หลังคลอดแล้ว พ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดูลูกแฝดก็ไม่ใช่เรื่องสนุกเลย สำหรับคู่หรือครอบครัวที่ไม่มีพันธุกรรมแฝดและต้องการมีลูกครรภ์แฝดโดยตั้งใจ อยากให้ตระหนักอย่างรอบคอบมากๆ”

อ่านเพิ่มเติม

  1. “ท้องแฝด” ภาวะต้องระวังยิ่ง
  2. “ท้องแฝด” ต้องใส่ใจตรวจละเอียดในไตรมาสสอง

 

จากคอลัมน์ Pregnancy {28-41 weeks} นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนมกราคม 2558

ขอบคุณข้อมูลจาก: รศ.นพ.ตวงสิทธิ์ วัฒกนารา สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลศิริราช

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ภาพ: shutterstock

เทคนิคการปั้นดินน้ำมันอย่างง่ายๆ ให้ออกมาน่ารักขั้นเทพ

แน่นอนว่า ของเล่นวัยเด็กที่พวกเราทุกคนต้องเคยสัมผัสกันมา ต้องมีดินน้ำมันอย่างแน่นอน…แต่ตอนเด็กๆ ใครเคยเป็นมั่งคะ ไม่ว่าเราจะพยายามปั้นให้มันสวยงามยังไง ผลที่ออกมามันเละเทะ ดูไม่ออกว่าเป็นตัวอะไรทุกที…เราจึงมีภาพการสอนปั้นดินน้ำมันเป็นรูปต่างๆ แบบง่ายๆ มาฝากค่ะ คุณแม่สามารถนำไปสอนเด็กปั้น หรือจะให้เด็กลองปั้นตามกันกันเลยนะคะ ตามไปดูกันเลย

1

2

3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13

ชมภาพ “เทคนิคการปั้นดินน้ำมันอย่างง่ายๆ ให้ออกมาน่ารักขั้นเทพ” คลิกหน้า 2

[Blogger-ซาร่า คาซิงกินี] ตอนที่ 6 ถ้าในอนาคตลูกถามถึงพ่อของเขา

ตอนที่ 6 “ถ้าในอนาคตลูกถามถึงพ่อของเขา..”

 

          มีหลายสื่อถามซาร่าเกี่ยวกับพ่อของลูก และคำถามหนึ่งที่ซาร่าต้องตอบกับแม็กซ์เวลล์เมื่อเขาเติบโตก็คือ “พ่อของเขาเป็นใคร?”

ซาร่าเป็นคนที่ใช้ชีวิตบนพื้นฐานอยู่กับปัจจุบันและความเป็นจริงค่ะ เราต้องอยู่กับความเป็นจริง ตอนนี้แม็กซ์เวลล์ยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจ ซึ่งถ้าลูกเกิดถามคำถามนี้ในเร็วๆ นี้ ซาร่าก็จะอธิบายให้เขาเข้าใจแบบค่อยเป็นค่อยไปตามวัยของเขาที่เขาควรรู้

แล้วเมื่อวันหนึ่เขาโตขึ้นพร้อมที่จะเข้าใจ แม้ในบางครั้งความจริงจะเป็นสิ่งเจ็บปวด ซาร่าเชื่อว่าแม็กซ์เวลล์รับได้แน่นอนค่ะ เพราะซาร่าได้ชดเชยทุกสิ่งทุกอย่างให้เขา เป็นทั้งพ่อและแม่

          ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะมีกันและกัน เขาจะไม่รู้สึกว่าเขาขาดแน่นอน

 

 

คลิปสุดน่ารัก ^_^ หนูน้อยแกล้งร้องเจ็บ ในขณะที่คุณพ่อจะตัดเล็บให้

คลิปนี้เผยแพร่โดย  Pri-Fla-E-Marcelinha Dos Santos Iwama  เป็นคลิปของเด็กน้อยที่อายุแค่นี้ก็รู้จักแกล้งพ่อตัวเองแล้ว โดยสาวน้อยจะทำเป็นเจ็บ ร้องโอ๊ยยยยย ทั้งที่พ่อยังไม่ทันจะเอากรรไกรตัดเล็บให้เลย พอแกล้งสำเร็จก็หัวเราะชอบอกชอบใจ ทำเอาทั้งคู่ขำกัน จนตัดเล็บกันไม่ได้เลย . . . ลีลาความแสบของเจ้าหนูจะน่ารักขนาดไหน ลองไปชมกันเลยค่ะ


 

ขอบคุณคลิปยูทูปโดย : Pri-Fla-E-Marcelinha Dos Santos Iwama


 

Huggies ไซส์ S

Huggies. ไซส์ S. 1 ลัง ยังไม่ได้ใช้ มีทั้งหมด 6 แพค แพคละ 22 ชิ้น. ต้องการขายราคา1000บาทหรือแลกเปลี่ยนเป็น Huggies. ไซส์ M เบอร์โทร0986296724

Tags

“ท้องแฝด” ภาวะต้องระวังยิ่ง

“โดยธรรมชาติแล้ว มดลูกของผู้หญิงเหมาะสำหรับเด็กเพียงคนเดียว เมื่อเกิดตั้งครรภ์แฝด (การมีเด็กอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป อยู่ร่วมมดลูกเดียวกัน) จึงถือเป็นภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ ทั้งยังแตกต่างจากการตั้งครรภ์ลูกคนเดียวมาก การหาความรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์แฝด เพื่อการดูแลและระมัดระวังจึงจำเป็นมาก

“ดังนั้นไม่ว่ากรณีใดๆ แพทย์ไม่แนะนำให้เกิดการตั้งครรภ์แฝดแบบตั้งใจ” สิ่งนี้คือประเด็นสำคัญที่คุณหมอตวงสิทธิ์ วัฒกนารา สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ที่ผ่านประสบการณ์การดูแลช่วยเหลือคุณแม่และลูกแฝดที่อยู่ในภาวะเสี่ยงจำนวนมาก ต้องการส่งถึงทุกครอบครัวและคู่ที่คิดกำลังจะมีลูกได้ตระหนักให้มากและเข้าใจให้ถูกต้อง

ไตรมาสแรก รู้ตัวเร็ว เพื่อ “ตระหนัก” ไม่ใช่ตระหนก

“ที่บอกว่าการตั้งครรภ์แฝดถือเป็นภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ จะเรียกว่าเป็นภาวะไม่ปกติของการตั้งครรภ์ก็ได้ เพื่อให้ตระหนักว่าในช่วงนี้คุณแม่และครอบครัวควรรู้เรื่องอะไร จะได้เตรียมพร้อมดูแลครรภ์และตัวคุณแม่ให้ปลอดภัยที่สุด” คุณหมอตวงสิทธิ์ขยายความเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น

•  ความเสี่ยงต่อการแท้ง

เป็นเรื่องแรกที่ต้องรู้และคำนึงถึง ดังนั้นคุณแม่ท้องแฝดควรรู้ตัวให้เร็ว และอยู่ในการดูแลของแพทย์ได้เร็ว เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่างๆ

•  คุณแม่ควรรู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มที่จะรู้การตั้งครรภ์เร็วหรือไม่

การสังเกตและใส่ใจรอบเดือนของตัวเอง เป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าคุณแม่จะมีโอกาสท้องแฝดหรือไม่ก็ตาม

  • กลุ่มที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอ พอประจำเดือนขาดไป มักจะรู้ตัวได้เร็ว
  • กลุ่มที่รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ คุณแม่ต้องใส่ใจตัวเองเป็นพิเศษ เพราะหากเผลอไม่ได้สังเกตมีโอกาสสูงที่จะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ช้า โอกาสเสี่ยงต่างๆ ยิ่งสูงขึ้น
•  คุณแม่ครรภ์แฝดมักแพ้ท้องมากกว่าปกติ
•  ท้องแฝดจำเป็นต้องเลือกแพทย์และสถานพยาบาล

การตั้งครรภ์แฝดควรได้รับการดูแลโดยแพทย์ที่ชำนาญการดูแลครรภ์แฝดโดยเฉพาะ และมีประสบการณ์มากในการดูแลครรภ์แฝด และถ้ารู้ว่าตั้งครรภ์แฝดไข่ใบเดียวกันกรุณาฝากครรภ์กับแพทย์โรงเรียนแพทย์ ไม่แนะนำการฝากครรภ์ที่คลินิก

ต้องรู้ด้วยว่าเป็นท้องแฝดแบบไหน

นอกจากรู้ว่าตั้งครรภ์แฝดแล้ว คุณแม่และครอบครัวจำเป็นต้องรู้ว่าเป็นครรภ์แฝดลักษณะใดด้วย เพราะความเสี่ยงและโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในแฝดแต่ละแบบต่างกันมาก เพื่อจะได้ระมัดระวังให้มาก

อ่านเพิ่มเติม

  1. “ท้องแฝด” ต้องใส่ใจตรวจละเอียดในไตรมาสสอง
  2. แม่ท้องแฝดระวัง! เจ็บท้องก่อนกำหนด

 

จากคอลัมน์ Pregnancy {0-13 weeks} นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนมกราคม 2558

ขอบคุณข้อมูลจาก: รศ.นพ.ตวงสิทธิ์ วัฒกนารา สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลศิริราช

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ภาพ: shutterstock

“ท้องแฝด” ต้องใส่ใจตรวจละเอียดในไตรมาสสอง

เมื่อเข้าไตรมาสที่สอง 80% ของอวัยวะต่างๆ ของแฝดในท้องคุณแม่เป็นรูปเป็นร่างแล้ว การตรวจความสมบูรณ์ของทารกอย่างละเอียดเป็นสิ่งจำเป็น คุณหมอตวงสิทธิ์ได้สรุปประเด็นสำคัญที่คุณแม่ท้องแฝดและครอบครัวควรรู้ ได้แก่

1. การอัลตราซาวนด์

ตรวจดูความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆ อย่างละเอียด จำเป็นมากเพื่อให้รู้ว่ามีภาวะแทรกซ้อนอะไรเกิดขึ้นบ้าง จะได้ช่วยเหลือได้ทัน

2. การตรวจกรองภาวะดาวน์ซินโดรม

การวินิจฉัยในเด็กแฝดจะยากขึ้น ความแม่นยำในการตรวจคัดกรองจะลดลงด้วย กระบวนการการคัดกรองเด็กดาวน์ซินโดรมที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ได้แก่ การตรวจน้ำคร่ำ การคัดกรองจากสารเคมีของดีเอ็นเอของลูกในเลือดของคุณแม่ **ปัจจุบันไม่มีการคัดกรองภาวะดาวน์ซินโดรมในครรภ์แฝดตั้งแต่สามคนขึ้นไป

3. ครรภ์แฝดมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดสูง

ยิ่งจำนวนเด็กในครรภ์มาก โอกาสคลอดก่อนกำหนดยิ่งเพิ่มขึ้น

4. โอกาสแฝดบางคนเสียชีวิตระหว่างทางก็มี

กรณีอย่างนี้ก็เกิดได้โดยที่ไม่รู้ แม้ตรวจละเอียดแล้ว บางทีตอนคลอดก็คลอดมาคนเดียว แต่อีกคนไม่อยู่แล้ว ตัวเล็กนิดเดียวเกาะรกออกมาด้วย ธรรมชาติจัดการตัวเองได้ โดยไม่ได้กระทบต่อการตั้งครรภ์

แฝดต่างแบบก็ความเสี่ยงต่างกัน

การตั้งครรภ์แฝดคือ การที่มีเด็กอย่างน้อยสองคนขึ้นไปอยู่ร่วมกันในมดลูกเดียวกันในขณะเดียวกัน การตั้งครรภ์แฝดมี 2 ลักษณะซึ่งมีความเสี่ยงต่างกันด้วย

1. แฝดเกิดจากไข่ใบเดียวและสเปิร์มตัวเดียว

เด็กในครรภ์จะมีลักษณะภายนอกและลักษณะทางพันธุกรรมที่เหมือนกันทุกประการ ซึ่งแฝดลักษณะนี้มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนง่ายและมากกว่า

2. แฝดเกิดจากไข่คนละใบ สเปิร์มคนละตัว

เด็กในครรภ์มีสิ่งที่เหมือนกันอย่างเดียวคืออยู่ในท้องแม่พร้อมกัน สิ่งอื่นๆ นอกจากนั้น เพศ ลักษณะภายนอก ความคิด นิสัยใจคอ ต่างกันหมด

“กรณีแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวและสเปิร์มตัวเดียวใช้รกร่วมกัน จะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้สูงมากถึง 30%ภาวะแทรกซ้อน เช่น มีโอกาสที่จะแยกกันไม่สมบูรณ์ คือมีอวัยวะบางส่วนติดกัน ซึ่งสามารถผ่าตัดแยกได้ แต่ถ้าแฝดตัวติดกัน การผ่าตัดแยกก็ค่อนข้างยากและมีโอกาสเสียชีวิตทั้งคู่ หรือกรณีแฝดเหมือนแยกกันอย่างสมบูรณ์ แต่รกไม่แยกกัน ก็จะมีภาวะแทรกซ้อนได้ เช่นแฝดถ่ายเลือด ก็จำเป็นต้องทำการรักษาในครรภ์ เป็นต้น” คุณหมอตวงสิทธิ์อธิบาย

ท้องแฝด แม่เพิ่มน้ำหนักเท่าไหร่ดีนะ

คำแนะนำปริมาณอาหารสำหรับคุณแม่ครรภ์แฝดคือ ควรเพิ่มจากที่คุณแม่เคยกินอยู่ประมาณ 500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน หรือคิดง่ายๆ ประมาณ 1 มื้อ และน้ำหนักตัวควรจะขึ้นมากกว่าครึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์ หรือ 1 กิโลกรัมต่อเดือนเล็กน้อย ทั้งนี้ต้องให้สมดุลกับขนาดรูปร่างและน้ำหนักตัวก่อนตั้งครรภ์ของคุณแม่ด้วย

อ่านเพิ่มเติม

  1. “ท้องแฝด” ภาวะต้องระวังยิ่ง
  2. แม่ท้องแฝดระวัง! เจ็บท้องก่อนกำหนด

 

จากคอลัมน์ Pregnancy {14-27 weeks} นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนมกราคม 2558

ขอบคุณข้อมูลจาก: รศ.นพ.ตวงสิทธิ์ วัฒกนารา สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลศิริราช

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ภาพ: shutterstock

เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า

เครื่องปั๊มนมไปฟ้า สภาพดี99.9%
ปรับแรงปั๊ม ได้9ระดับ น้ำนมไหลดี
ประกัน1ปี ซื้อมาใช้ได้ไม่ถึงเดือนค่ะ
ราคาเบาเบาค่ะ 3500บาท
สนใจline ID: nu.mint2532
Tel. 0882526432

Tags