เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 3 ตอน แม้เปลี่ยน “ ไต “ ไม่ขอเปลี่ยนใจ (อยาก) มี “ ลูก “

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 3 / เรื่องจริงของแม่ที่หมออยากแบ่งปัน

แม้เปลี่ยน “ ไต “ ไม่ขอเปลี่ยนใจ (อยาก) มี “ ลูก “

 

สวนดอกไม้งดงาม ดอกไม้หลากสีบานพร้อมกันอยู่หน้ามหาวิทยาลัย หน้าหอประชุม ผู้คนมีแต่รอยยิ้มและช่อดอกไม้ ฉันหอบช่อดอกกุหลาบสีขาวที่ฉันชอบอยู่เต็มอ้อมแขน ยิ้มกว้าง เมื่อพ่อแม่โอบไหล่ พี่สาวหอมแก้ม ขณะแฟนถ่ายรูปครอบครัวให้ วันนี้ฉันมีความสุขที่สุดในโลกเพราะเป็นวันรับปริญญาที่ฉันใฝ่ฝัน ปริญญาโทที่จบมาอย่างภาคภูมิ ต่อไปฉันหวังว่าปริญญาที่ได้รับมาจะทำให้ฉันได้ทำงานดี ๆ ที่ฉันชอบ

ฉันชื่อนัทธิมา(ชื่อสมมุติ)อายุแค่ 24 ปี ความสุขที่เกิดสลายกลายเป็นความทุกข์หลังรับปริญญา ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะเป็นวันที่ฉันรู้ว่าตนเองเป็นโรคไตวายเรื้อรัง

เหตุที่ทำให้ฉันรู้…วันรับปริญญา ฉันนั่งรอทำพิธีอยู่นาน ทั้งวันไม่ปัสสาวะ ก็ไม่คิดว่าเป็นอาการผิดปกติ ใคร ๆ ก็กินน้อยดื่มน้อยเพราะไม่อยากลุกไปห้องน้ำขณะที่พิธีรับปริญญาดำเนินไป แต่หลังจากงานรับปริญญาสิ้นสุด ขณะที่พ่อแม่พี่สาวและแฟนพาไปกินเลี้ยงฉลองรับปริญญา ฉันรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน และอ่อนเพลีย ทุกคนในบ้านคิดว่าเพราะฉันต้องตื่นแต่มืดมาแต่งหน้าทำผม พักผ่อนไม่พอ จึงคะยั้นคะยอให้ดื่มน้ำส้มคั้นเย็น ๆ พอดื่มเข้าไปนอกจากจะอาเจียนออกมา ฉันยังรู้สึกหายใจติดขัด หอบเหนื่อย จนปากเขียวมือเขียว ต้องเร่งพาส่งโรงพยาบาล

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล หมอที่ห้องฉุกเฉินซักอาการของฉันโดยละเอียด พบว่าฉันมีความดันโลหิตสูง หมอเจาะเลือด ส่งตรวจเอกซเรย์ปอด พบว่าฉันมีน้ำท่วมปอด และมีอาการไตวายต้องนอนโรงพยาบาลด่วน เพื่อฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม

พ่อแม่พี่สาวและตัวฉันฟังคำวินิจฉัยของหมอด้วยความงุนงง ตกใจ ภาวนาให้หมอวินิจฉัยผิด แต่หมอก็วินิจฉัยไม่ผิด หลังฟอกไต อาการฉันดีขึ้น ทุกคนถามหมอว่าเกิดจากอะไร หมอบอกว่าอาการไตวายที่ฉันเป็นเป็นอย่างเรื้อรังคือเป็นมานานแล้ว อาการไม่เด่นชัด หากสังเกตดี ๆ จะรู้ว่ามีอาการปัสสาวะน้อย บวมที่ขา หน้าแข้ง หลังเท้า ปัสสาวะเป็นฟองเพราะมีการขับไข่ขาวออกมา ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดจากการเสื่อมของไต สาเหตุน่าจะเกิดจากการอักเสบเรื้อรังของไตมานาน ซึ่งก็เป็นจริง เพราะฉันมีอาการกรวยไตอักเสบเป็น ๆ หาย ๆ มานาน จากการกลั้นปัสสาวะและดื่มน้ำน้อย

หมออธิบายต่อว่า เมื่อการทำงานของไตแย่ จนเหลือการทำงานน้อยกว่าร้อยละ 20 จะเกิดไตวาย จึงมีอาการน้ำท่วมปอด อ่อนเพลีย ให้เห็น หมอแนะนำให้ฟอกไตสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อขจัดของเสียในเลือดไปตลอดจนกว่าจะเปลี่ยนไต ซึ่งเป็นวิธีรักษาไตวายเรื้อรังที่ดีที่สุด

เมื่อเป็นไตวาย ทุกอย่างที่วางแผนไว้หายไปในพริบตา ฉันไม่อาจหางานทำ เพราะแค่เดินมากๆก็เหนื่อย แผนการที่จะแต่งงานกับแฟนที่รักกันมา 4-5 ปี ก็เลื่อนออกไป แม้แฟนยืนยันขอดูแลฉันตลอดชีวิต แต่ฉันไม่แน่ใจว่าฉันจะมีชีวิตยืนยาวเท่าใด จะเจ็บป่วยเป็นภาระแฟนสาหัสแค่ไหน ชีวิตที่ผ่านไปจึงเต็มไปด้วยน้ำตา และความสิ้นหวัง อย่างไรก็ตามหมอก็ให้ความหวังในการรักษา โดยแนะนำให้ฉันรู้จักผู้ป่วยที่เปลี่ยนไตหลาย ๆคน แต่ละคนไม่บอกไม่รู้ เพราะดูแข็งแรงมีความสุข มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เปลี่ยนไตเธอดูแข็งแรงหน้าตาสวยราวนางแบบ ฉันจึงเซ็นชื่อเข้าคิวเปลี่ยนไต

2ปี ผ่านไป อาการของฉันทรุดลงเรื่อย ๆ เข้าออกโรงพยาบาลบ่อย ๆ ซีดจนต้องให้เลือด บางครั้งก็หอบเหนื่อยมีอาการหัวใจจะวาย ฉันคิดว่าฉันคงตายกว่าจะได้ไตบริจาค แม้พี่สาวจะบอกแต่ต้นว่าจะบริจาคไตให้ข้างหนึ่ง แต่ฉันไม่อยากรบกวนพี่สาว แต่สุดท้ายพ่อแม่และพี่สาวซึ่งไม่อยากเสียฉันไป ก็บังคับให้ฉันรับไตของพี่สาวผู้ซึ่งเสียสละเพื่อฉันเป็นอย่างยิ่ง

หลังรับไต ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ร่างกายฉันไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านไตใหม่ แม้ต้องรับยากดภูมิต้านทานร่างกาย ยาป้องกันการติดเชื้อ หลังเปลี่ยนไต 1ปี ฉันแต่งงานกับแฟนผู้รอคอยฉันมานาน

ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอีก เมื่อครบการปลูกถ่ายไต 2 ปี ฉันและสามีไปปรึกษาสูติแพทย์เพราะอยากมีลูกสักคน สูติแพทย์ตรวจร่างกายตรวจเลือดอย่างละเอียด พบว่าร่างกายปกติ ความดันโลหิตสูงที่เป็นก่อนปลูกถ่ายไตก็หายไป หมอเปลี่ยนยากดภูมิต้านทานร่างกายที่ไม่เป็นอันตรายแก่ทารกในครรภ์ อธิบายความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่นเด็กทารกในครรภ์คลอดก่อนกำหนด ขาดอาหาร เสียชีวิตในครรภ์ มารดาเกิดครรภ์เป็นพิษ เกิดการติดเชื้อ ไตเสื่อมหน้าที่ เมื่อฉันและสามียอมเสี่ยง แพทย์อนุญาตให้ตั้งครรภ์แต่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
บันทึกของหมอ

คุณนัทธิมา มาปรึกษาอยากมีลูกหลังเปลี่ยนไตและอาการปกติมานาน 2ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลานานพอที่จะบอกว่าจะมีปัญหากับไตใหม่หรือไม่ เมื่อตรวจร่างกายตรวจการทำงานของไตพบว่าปกติ จึงอนุญาตปล่อยให้มีลูก พบว่าเพียง 6 เดือนหลังจากเลิกคุมกำเนิด เธอก็ตั้งครรภ์ เธอปฏิบัติตัวตามแพทย์แนะนำทุกอย่าง พบว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่เกิดอันตราย แม้ทารกเกิดก่อนกำหนดอายุครรภ์ 34 สัปดาห์ และมีน้ำหนักน้อยเพียง 2,000กรัม แต่ก็แข็งแรงสมบูรณ์ไม่ต้องเข้าตู้อบ คุณนัทธิมาคลอดเองตามธรรมชาติและทำหมันหลังคลอดเพราะตั้งใจว่าจะไม่มีลูกอีกแล้ว

 

 

บทความโดย พญ.ชัญวลี ศรีสุโข

ภาพโดย shutterstock

USDA ออแกนิคชาสมุนไพรเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่

Sacred Tea for Nursing Mothers Thailand ชาสมุนไพรกระตุ้นการเพิ่มน้ำนมสำหรับคุณแม่ ไม่มีคาเฟอีนได้USDAออแกนิค มีfeedback ที่ดีมากมายจากต่างประเทศว่าทานแล้วเห็นผลจริงๆ ราคาถุงละ1,250บาท ปณ30บาท 1ถุงทานได้ประมาน1เดือน ตกแล้วมื้อละ10กว่าบาทเองค่ะ
Http://www.facebook.com/sacredteathailand
IG: @sacredteathailand
Line : dearnasmi

Tags

organic baby lotin& vitamineformom

แพคคู่คุณแม่&คุณลูก
DHA 200mg.>>สำหรับคุณแม่
Nurturing baby cream>> สำหรับคุณลูก
1.คุณแม่ทาน คุณลูกได้รับประโยชน์เต็มๆ เพิ่มDHA ในนมแม่กันเถอะค่ะ
กล่องละ 890บาท บรรจุ 30เม็ด (ทานได้ทั้งเดือนเลย)
2. โลชั่นorganic ปลอดภัย ไร้สารเคมี เพื่อสุขภาพผิวที่ดี ของลูกน้อย โดยเฉพาะช่วยลดอาการ ผื่น บวมแดง อาทิเช่น ผื่นผ้าอ้อม
ราคาขวดละ 990บาท
“ลงทุนเพื่อคนที่คุณรัก เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า”
รายละเอียดเพิ่มเติม&สั่งซื้อสินค้า
Line ID: nan11271
#organicproduct #pureiceland #babylotion #vitaminformom #nailprotex #beautymommy #beautylady #momtobe #nanbabyhero #Babyherobymunoi

Tags

สุดยอดคุณพ่อ! รับมือ เมื่อลูกชายเลือกของเล่นเป็นตุ๊กตาเงือก

คุณพ่อคุณแม่จะรับมืออย่างไร เมื่อลูกชายชอบเล่นตุ๊กตาของเด็กผู้หญิง อึ้ง หรืออาจทำตัวไม่ถูก ?

แต่สำหรับคุณพ่อคนนี้แล้ว เขาไม่คิดแบบนั้น เขาอัดคลิปนี้เพื่อเล่าเรื่อง “อาไซ” ลูกชายที่เลือกตุ๊กตาเงือกน้อยเอเรียลจากร้านของเล่น ซึ่งเป็นของเล่นเด็กผู้หญิงแท้ๆ แทนที่จะเลือกหุ่นยนต์ ปืนอัดลม หรืออะไรก็ได้ที่เด็กผู้ชายเล่นกัน

คุณพ่ออธิบายว่า เรื่องของเรื่องคืออาไซได้รับของขวัญวันเกิดมา 2 ชิ้น ที่เหมือนกัน คุณพ่อจึงพาไปร้านของเล่นและเลือกเปลี่ยนเป็นของที่ชอบแต่ยังไม่มี และปรากฏว่า สิ่งที่อาไซเลือกคือ ตุ๊กตาเงือกน้อย เขาอัดคลิปนี้ขณะที่รถจอดอยู่ในลานจอดรถสักแห่ง และนอกจาก อาไซ แล้วยังมีลูกเล็กอีกคนในรถด้วย

ซึ่งคุณพ่อได้กล่าวในคลิปว่า “รู้มั้ยว่า พ่อรู้สึกยังไงที่ลูกชายเลือกสิ่งนี้ …. เย้ พ่อรู้สึกอย่างนี้เลย พ่อและแม่ปล่อยให้ลูกชายเลือกชีวิต เลือกสิ่งที่คาดหวัง เลือกสิ่งที่สนใจ เลือกอะไรก็ได้ ลูกทั้งสองคนได้คำสัญญาตลอดไปจากพ่อตอนนี้ว่า พ่อจะรักและยอมรับลูก ไม่ว่าลูกตะเลือกชีวิตอย่างไร”

จากคำกล่าวของคุณพ่อนี้ ตามไปดูคลิปกันดีกว่าค่ะ ว่าจะน่ารักแค่ไหน ^_^


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.prachachat.net

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Mikki Willis

 

คลิปนี้ทำให้คุณแม่รู้ว่า ถ้าอยากจะนอนหลับชิวๆกับ “ลูก” ก็ฝันไปเถอะ!

หลายคนคงมีความฝันว่าถ้าเกิดมีลูก พอถึงเวลานอนจะเอาลูกมานอนไว้ตรงกลาง แล้วพ่อกับแม่ก็มานอนข้างๆ ดูเป็นครอบครัวอบอุ่น และพอตื่นเช้ามาก็จุ๊บหน้าผากลูกคนละที แล้วก็ลุกไปทำอาหารกัน . . .

 

แต่สิ่งเหล่านี้มีแค่ในความฝันหรือเอ็มวีไม่ก็หนังเท่านั้นแหละค่ะ เพราาะความเป็นจริงมันโหดร้ายยิ่งนัก ดังคลิปนี้ ซึ่งเป็นคลิปของคุณแม่ชื่อว่า Esther Anderson ทำขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนได้ดูว่า เวลาเราจะนอนกับลูก มันมักจะไม่ได้เป็นอย่างที่ฝัน

เพราะคุณต้องเจอกับ…

นี่

1

นี่

2

แล้วก็นี่

3

 

เจ้าตัวน้อยจะแสบได้แค่ไหนอีก ไปดูคลิปเต็มๆกันดีกว่าค่ะ ^_^


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : www.catdumb.com

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Story of This Life

บริษัทญี่ปุ่นสุดครีเอท จัดโปรแกรมฝากลูกรับปิดเทอมฤดูร้อนที่บริษัท!

ครอบครัวไหนที่ทั้งพ่อและแม่ทำงานประจำ เวลาที่ลูกปิดเทอม ก็มักจะต้องหากิจกรรม อาจจะเป็นโปรแกรมเรียนฤดูร้อนที่โรงเรียน หรือพาลูกไปฝากปู่ย่าตายายใช่ไหมคะ แต่ที่ญี่ปุ่น ที่โรงเรียนจะไม่มีโปรแกรมเหล่านี้ และด้วยสภาพสังคมที่มักอยู่กันเป็นครอบครัวเดี่ยว จึงมักไม่นิยมนำลูกของตนไปฝากกับปู่ย่าตายาย ดังนั้น เด็กโตที่ปิดเทอมจึงมักต้องอยู่คนเดียว พ่อแม่ก็ต้องเป็นห่วงแน่นอนใช่ไหมคะ

บริษัทชื่อดังอย่างบริษัท Mitsubishi Shouji จึงได้ออกไอเดียจัดโปรแกรมให้พนักงานสามารถเอาลูกๆ มาฝากเลี้ยงที่บริษัทได้ทั้งวันตั้งแต่เช้าจนถึงเวลาเลิกงานเลยทีเดียว และไม่ใช่ฝากอย่างเดียวค่ะ มีกิจกรรมและการสอนหนังสือให้เด็กๆ ตลอดทั้งวัน พร้อมอาหารกลางวันอีกด้วย

mitsubishi-shouji-summer-kid1

mitsubishi-shouji-summer-kid3

เด็กๆ ที่จะสามารถเข้าร่วมโปรแกรมนี้ได้ต้องเป็นเด็ก ป.1-ป.6 เท่านั้น และมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2 หมื่นเยนต่อสัปดาห์ (หรือประมาณ 6,600 กว่าบาท) หากเทียบกับค่าครองชีพในญี่ปุ่นแล้วถือว่าถูกมาก ถ้าหากฝากลูกไว้ที่เนิร์สเซอรี่ก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงกว่านี้ แถมไม่มีสอนหนังสืออีกด้วยค่ะ คุ้มสุดๆ เลย

ฝ่ายบุคคลของบริษัทนี้กล่าวว่า สาเหตุที่จัดโครงการนี้ขึ้นมาก็เพราะอยากทำให้พนักงานวางใจ ไม่ต้องกังวลกับลูก และเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้ประสิทธิภาพของพนักงานดีขึ้น

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมบริษัท Mitsubishi Shouji จึงเป็นหนึ่งในบริษัทที่คนญี่ปุ่นอยากเข้าไปทำงานมากที่สุด เป็นบริษัทใหญ่ที่น่ารักและอบอุ่นมากจริงๆ เลยใช่ไหมคะ

 

ที่มา: Facebook Fanpage I Love Japan – เรียนภาษาญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น, รายการข่าว ANN

คลิปสุดน่ารัก กับหนูน้อยที่ “หน้าเหมือนโกรธ” อยู่ตลอดเวลา แต่ใครดูก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าน่ารัก!!

ที่เขา่ากันว่า เด็กก็เปรียบเหมือนผ้าขาว ไม่มีพฤติกรรมเสแสร้ง แกล้งทำแต่อย่างใด งานนี้คงจะจริงเพราะเด็กเมื่อรู้สึกอย่างไร ก็จะแสดงออกอย่างนั้นไม่ปิดบัง คงจะเหมือนหนูน้อยคนนี้… 

ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ตึงเครียดแบบนี้ เราจะพาไปดูหนูน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มคนนี้ ที่ไม่รู้ไปโกรธใครมา ถึงทำหน้าบึ้งได้ตลอดเวลา ซึ่งแสดงสีหน้าออกมาได้ชัดเจนมาก . . . แต่ก็ปนไปด้วยความน่ารักพร้อมกับหน้าตาน่าสงสาร ตามไปดูกันดีกว่าค่ะว่าหน้าตาของเจ้าหนูจะบึ้งได้ขนาดไหน

 

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ . . . หลายคนดูแล้วอาจทำหน้าตามน้องกันไปเลยทีเดียว

แต่ถ้าจะให้แอดมินเดา สงสัยน้องคงกำลังทำภารกิจใหญ่อยู่แน่ๆเลย (ผมกำลังเบ่งอึ๊!ครับหม่ามี้)

 


ขอบคุณข้อมูลจาก : board.postjung.com

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : BEBE ENOJADO

ศาสตราจารย์สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ ผู้ได้รับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ 12 ประจำปี พ.ศ. 2558

คุณเมตตา อุทกะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) จัดงานประกาศผลและมอบรางวัล “ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์” ครั้งที่ 12 ประจำปีพุทธศักราช 2558 เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่คุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ และเพื่อเชิดชูบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นแบบอย่างของการทำงานสร้างสรรค์เพื่อสังคม สำหรับบุคคลที่ได้รับ รางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ 12 ประจำปีพุทธศักราช 2558 ได้แก่ ศาสตราจารย์สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ ประธานอำนวยการจัดทำสารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ ผู้ริเริ่มก่อตั้งสถาบันทักษิณคดีศึกษาและพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา ณ สถาบันทักษิณคดีศึกษา เกาะยอ สงขลา วันที่ 26 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา

ศาสตราจารย์สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ เป็นผู้ริเริ่มและเป็นประธานอำนวยการจัดทำ สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ โดยระยะแรกได้รับทุนอุดหนุนจากมูลนิธิโตโยต้า จัดทำเสร็จและพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก พ.ศ. 2529 (1 ชุด มี 10 เล่ม เนื้อหาเรียงลำดับตามตัวอักษร มีความยาว 4,305 หน้า) มีนักวิชาการร่วมดำเนินการ 211 คน สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้เป็นสารานุกรมวัฒนธรรมไทยชุดแรกของประเทศไทยและของเอเชีย ต่อมาในปี พ.ศ. 2542 ได้เป็นประธานอำนวยการจัดทำสารานุกรมวัฒนธรรมไทยภาคใต้ฉบับปี พ.ศ. 2542 โดยได้รับทุนจากมูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ดำเนินการชำระต่อจาก สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ พ.ศ. 2529 ได้เพิ่มเติมเนื้อหาเป็นจำนวนมาก ทำให้สารานุกรมชุดนี้มีจำนวนถึง 18 เล่ม มีความยาว 9,076 หน้า และใน พ.ศ. 2550 ได้ดำเนินการชำระเพื่อพิมพ์อีกครั้งหนึ่งในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา

อีกทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งสถาบันทักษิณคดีศึกษาและพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยาขึ้นในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรทรวิโรฒ สงขลา ตั้งแต่ พ.ศ. 2519 จนได้ยกฐานะเป็นหน่วยราชการระดับสถาบันเมื่อ พ.ศ. 2523 ต่อมาได้ย้ายมาก่อสร้างที่เกาะยอ ตั้งแต่ พ.ศ. 2530 จนถึงปัจจุบัน ศาสตราจารย์สุธิวงศ์เป็นผู้รณรงค์และผลักดันให้เกิดหน่วยงานดังกล่าว และเป็นผู้นำในการจัดหาสถานที่ก่อสร้างร่วมกับประชาชน เพื่อรวบรวมประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของชาวใต้ สถาบันทักษิณคดีศึกษาและพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา เป็นสถาบันพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยาแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ยอมรับของนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศ

ศาสตราจารย์สุธิวงศ์เป็นผู้ปฏิบัติตนอยู่ในทำนองคลองธรรมมาโดยตลอด มีคุณธรรม จริยธรรมอันดีงามทั้งในการครองตน ครองคนและครองงาน ใช้ชีวิตสมถะเรียบง่าย และสืบเนื่องจากคุณงามความดีที่ได้กระทำมา ทำให้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์รวมทั้งรางวัลและการเชิดชูเกียรติอีกมากมาย คณะกรรมการจึงมีมติให้ศาสตราจารย์สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ ได้รับรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ประจำปีพุทธศักราช 2558

 

บุคคลในภาพจากซ้ายไปขวา

  1. นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน์ ประธานคณะกรรมการตัดสินรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ 12
  2. ระพี อุทกะพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานค้าปลีก บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด
  3. เมตตา อุทกะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
  4. ศาสตราจารย์สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ ผู้ได้รับรางวัลรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ 12
  5. อาจารย์ประดับ พงศ์ไพบูลย์ ภรรยาศาสตราจารย์สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์
  6. ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
  7. โชคชัย ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทอมรินทร์เทลิวิชั่น จำกัด
  8. รุ่งมณี เมฆโสภณ กรรมการตัดสินรางวัลชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ครั้งที่ 12

[Blogger พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย] ไม่มีเวทมนตร์ใดเสกให้ลูกเชื่อฟังและทำตาม

เลือกวิธีพูดสื่อความหวังดีให้เป็น

ไม่มีเวทมนตร์ใดเสกให้ลูก เชื่อฟัง และ ทำตามพ่อแม่!!

 

สมัยอยู่กรุงเทพฯ หมอกับทีมนักจิตวิทยาเคยจัดอบรมเรื่องเทคนิคการปรับพฤติกรรมเด็กอยู่หลายครั้งค่ะ พอถึงหัวข้อเรื่อง “เทคนิคการสื่อสาร” ทีไร คุณพ่อคุณแม่มักถามหาว่า มีคำพูดแบบไหนที่จะทำให้ลูก “เชื่อฟัง” และ “ทำตาม” ที่เราพูดได้

แหม..ถ้ามีเวทมนตร์แบบนั้นก็คงดีนะคะ (ฮา)

เพราะความจริงแล้ว ไม่มีคำพูดคำไหนหรอกค่ะที่จะไปควบคุมความคิดจิตใจของคนอื่นได้ และลูกๆก็คือคนคนหนึ่งที่มีความคิดของตัวเอง ไม่ใช่หนึ่งในอวัยวะในความควบคุมของเรา

เทคนิคการพูดที่ดีจึงไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจะไปสั่งการใคร แต่การพูดที่ดี คือพูดแล้ว คนฟังเข้าใจว่าต้องการจะสื่ออะไร และไม่ทำให้คนฟังขุ่นข้องหมองใจโดยไม่จำเป็น

เจตนาที่ดีของเราจะได้สื่อไปถึงลูก ไม่หล่นหายไปกลางทางเพราะการเลือกใช้คำผิด

เทคนิคง่ายๆ ก็คือ การพูดความคิดเห็นและความรู้สึกของเรา โดยใช้ตัวเราเป็น “ประธาน” ขึ้นต้นประโยค หรือที่เราเรียกกันว่าเทคนิค “I-message” ค่ะ เช่น ถ้าเราเป็นห่วงที่ลูกไม่ทำการบ้านตามเวลา เราก็พูดไปตรงๆค่ะ ว่า

“แม่เป็นห่วง กลัวลูกจะทำการบ้านไม่ทัน”

ฟังแล้วก็เข้าใจเลยใช่ไหมคะว่าคุณแม่คนนี้เป็นห่วงลูก (สังเกตนะคะว่าประโยคนี้ มี “แม่” หรือ “ผู้พูด” เป็นประธานของประโยค)

แต่ถ้าเราเปลี่ยนเป็นพูดอีกแบบ เช่น

“ดึกป่านนี้แล้วทำไมลูกไม่รู้จักทำการบ้าน” หรือ “ทำไมลูกเหลวไหลแบบนี้” (สังเกตนะคะว่าในประโยค มี “ลูก” หรือ “ผู้ฟัง” เป็นประธานของประโยค)

พูดแบบนี้ฟังแล้วเหมือนเป็นการตำหนิใช่ไหมคะ ลองนึกดูนะคะ ว่าเวลาลูกฟังประโยคนี้แล้ว แทนที่จะไปคิดเรื่องการบ้าน อาจจะกลายเป็นอารมณ์เสียกับคุณแม่แทน เพราะรู้สึกว่าคุณแม่ไปบ่นเขา ความหวังดีของคุณแม่ก็ถูกบดบังไปอย่างน่าเสียดายค่ะ

ซึ่งแน่นอนค่ะ ว่าเทคนิค “I-message” นี้ไม่ใช่เวทมนตร์ที่จะเสกให้เด็กลุกไปทำการบ้านหรือทำตามใจพ่อแม่ แต่เราเชื่อค่ะว่าถ้าคุณพ่อคุณแม่สื่อสารเจตนาดีของตัวเองให้เด็กเข้าใจได้ เด็กจะเลือกสิ่งที่ดีให้กับตนเอง และครอบครัวก็ไม่ต้องเสียเวลาทะเลาะกันเพราะถ้อยคำที่ผิดหูไม่กี่คำ

เพราะคำพูดที่ผู้พูดนึกว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย มีผลกับความรู้สึกผู้ฟังมากกว่าที่คิดนะคะ

 

เรื่องโดย : พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย  จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น รพ.พหลพลพยุหเสนา
ภาพ : Shutterstock

 

Tags

[Blogger พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย] ‘เราอยากให้เขาได้ดี เลยต้องคอยบอกคอยสอน

‘แม่ไม่ชอบผม คอยดุว่าตลอด’

‘เราอยากให้เขาได้ดี เลยต้องคอยบอกคอยสอน’

ครอบครัวคุณเข้าใจสวนทางกันแบบนี้หรือเปล่า!?

 

หนึ่งในหน้าที่หลักของจิตแพทย์เด็กคือการรับฟังค่ะ

เรารับฟังทั้งเด็กและผู้ปกครอง บางทีก็ฟังทั้งสองฝ่ายไปพร้อมๆกัน บางทีก็ขอฟังแยกทีละคน และเวลาที่เรารับฟังเด็กและผู้ปกครองแยกจากกันนี่แหละค่ะ ที่เรามักจะพบเรื่องราวที่น่าสะดุดใจ..โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่คำพูดของทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกัน

เมื่อเด็กพูดว่า “แม่เขาไม่ชอบผม ไม่ว่าผมจะทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจ คอยแต่จะหาเรื่องดุว่าตลอด”

ส่วนคุณแม่พูดว่า “เรารักเขา อยากให้เขาได้ดี เลยต้องคอยบอกคอยสอน”

ฟังสองประโยคนี้แล้ว รู้สึกยังไงกันบ้างคะ?

บางคนก็คงฟังแล้วถอนใจว่า “เอาน่า ที่แท้ก็แค่เข้าใจผิดกันเท่านั้นเอง อีกหน่อยโตเป็นผู้ใหญ่ เด็กก็คงคิดได้เองว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่นั้นหวังดี”

แต่การปล่อยผ่านไปเฉยๆ ก็ดูจะเป็นการผลักภาระให้เด็กและโชคชะตาเกินไปซักหน่อยค่ะ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราพบว่าก็ไม่ใช่ทุกบ้านนะคะที่ตอนท้ายจะมาลงเอยด้วยดี

เพราะการปล่อยให้เด็กต้องอยู่ในความคับข้องใจนานๆ หรือปล่อยความแตกแยกให้บานปลาย ก็อาจกลายเป็นรอยร้าวที่ยากต่อการสมานค่ะ

จากคำให้การที่ขัดแย้งกันข้างต้น สิ่งที่สะกิดใจหมอที่สุดก็คือ..น่าจะมีความผิดพลาดในการสื่อสารระหว่างแม่ลูกคู่นี้ ความปรารถนาดีของคุณแม่ถึงได้ถูกแปลไปในทางลบ

ลองนึกดูนะคะ ถ้าคุณผู้ปกครองหวังดี อยากให้ลูกได้ดี แต่คำพูดที่ออกไปคือ “ทำไมทำตัวแบบนี้ ทำไมไม่ทำแบบนั้น ทำไมไม่เอาอย่างคนอื่นเขาบ้าง” เวลาที่เด็กรับฟังคำพูดเหล่านี้ คุณคิดว่าสิ่งที่ตกค้างในใจเด็กจะเป็นความหวังดีของเรา หรือจะเป็นความรู้สึกแย่ๆที่โดนตำหนิมากกว่ากันคะ

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านก็อย่าลืมที่จะคอยสำรวจคำพูดของเราเองอยู่เสมอนะคะว่าเผลอทำให้ลูกน้อยเนื้อต่ำใจหรือเปล่า เพราะความหวังดี ที่สื่อสารออกไปได้ไม่ดี อาจจะกลายเป็นอาวุธที่ทิ่มแทงจิตใจเด็กของเราอยู่ก็ได้ค่ะ

 

ปล.ส่วนเคล็ดลับและเทคนิคอื่น ๆ ที่เราใช้ในการสื่อสารกับเด็กให้ได้ประสิทธิภาพ หมอจะขอเล่าต่อในบล็อกถัดไปค่ะ

 

 

เรื่องโดย : พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย  จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น รพ.พหลพลพยุหเสนา
ภาพ : Shutterstock

Tags

White Pancake & Fresh Fruit (8 เดือน++)

White Pancake & Fresh Fruit (8 เดือน++)

เวลาเตรียมและทำ 20 นาที

(ส่วนผสมสำหรับ 6-8 ชิ้น)

ข้าวตุ๋น                                    ¼            ถ้วย

แป้งสาลีอเนกประสงค์         3              ช้อนโต๊ะ

นมถั่วเหลือง                          1/4 -1/3 ถ้วย

น้ำตาลทรายสีรำ                   2              ช้อนชา

วานิลาชนิดน้ำ                       ½            ช้อนชา

ผลไม้สดชนิดตามชอบหั่นชิ้นเล็ก สำหรับกินคู่กัน

 

วิธีทำ

  1. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน คนจนส่วนผสมข้น
  2. ตักหยอดให้เป็นแผ่นกลม ขนาด 3-4 เซ็นติเมตร นำเข้าไมโครเวฟความร้อนสูงสุด นาน 1-2 นาที แล้วนำออกมาพักให้พออุ่น จากนั้นทำซ้ำต่ออีกครั้ง หรือจนแพนเค้กเซ็ตตัว (แต่ระวังอย่าให้แห้งเกินไป) เสร็จแล้วพักให้เย็นสนิท
  3. จัดใส่จานพร้อมผลไม้สด ให้ลูกกินได้ทันที

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการเรียลพาเรนติ้ง

Tags

Oatmeal Mixfruit Finger (6 เดือน++)

Oatmeal Mixfruit Finger (6 เดือน++)

เวลาเตรียมและทำ 30 นาที

(ส่วนผสมสำหรับ 6-7 ชิ้น)

ข้าวโอ๊ต                                                                                    ½            ถ้วย

นมถั่วเหลือง                                                                             ½            ถ้วย

ผลไม้อบแห้งชนิดตามชอบสับละเอียด                              1              ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

  1. ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน แล้วนำไปตุ๋นไฟอ่อนประมาณ 2-3 นาที จนข้าวโอ๊ตและผลไม้อบแห้งนิ่ม
  2. เกลี่ยเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมบนจานทนความร้อน ให้หนาประมาณ 0.5 เซ็นติเมตร
  3. นำเข้าไมโครเวฟความร้อนสูงสุดนาน 2 นาที แล้วนำออกมาพักให้พออุ่น จากนั้นทำซ้ำต่ออีก 2 ครั้ง (รวมเวลา 6 นาที) หรือจนแผ่นแป้งเซ็ตตัวดี เสร็จแล้วพักให้เย็นสนิท
  4. พลิกด้าน นำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 2 นาที ทำซ้ำเดิมอีก 2 ครั้ง แล้วพักให้เย็นสนิท หรือดูจนข้าวโอ๊ตเริ่มแห้งเป็นแผ่นแต่ไม่แข็งเกินไป
  5. ใช้มีดปอกผลไม้ หั่นให้เป็นแท่งกว้างประมาณ 2 เซ็นติเมตร แล้วนำเข้าไมโครเวฟอีก 2 นาที แล้วพักให้เย็นสนิท ก็พร้อมให้ลูกถือกินได้เลย

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการเรียลพาเรนติ้ง

Tags

รถเข็นเด็ก

รถเข็นเด็กยี่ห้อ B-Boy/ ราคา 1,890 บาท /สภาพดีพร้อมใช้งาน/ซื้อมา3ปีที่แล้ว แทบไม่ได้ใช้เลยเพราะไม่ค่อยได้ออกไปไหน เก็บไว้ก็เสียดายอยากส่งต่อให้คุณแม่ที่มองหารถเข็นมือสอง สภาพดี ใช้ได้ทั้งเด็กผู้หญิงและผู้าย รับน้ำหนักได้ถึง 18 Kg. สินค้าแทบไม่มีตำหนิ /
ติดต่อ https://www.facebook.com/sasiwimon.saraboot
0917873199, 0880789043(คุณกุ๊กกิ๊ก)

Tags

Smoothie พลังแสงอาทิตย์ (8 เดือน++)

Smoothie พลังแสงอาทิตย์ (8 เดือน++)

เวลาปรุง 15 นาที

ส่วนผสม (สำหรับ 5 ที่)

  1.  สับปะรดหั่นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย
  2. มะม่วงสุกหั่นชิ้นเล็ก 1 ถ้วย
  3. กล้วยสุกหั่นชิ้นเล็ก 1 ผล
  4. น้ำส้มคั้น 2 ถ้วย
  5. ผักโขม 2 ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

  1. ใส่ผลไม้ทั้งหมดลงในโถปั่น เติมน้ำส้มคั้น แล้วปั่นส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันจนละเอียด
  2. แบ่งส่วนผสมจากส่วนที่ 1 ออกมาเล็กน้อย แล้วปั่นรวมกับผักโขม จะได้ส่วนที่เป็นสีเขียว
  3. ใส่ส่วนผสมสีเขียวไว้ด้านล่าง แล้วเติมส่วนสีเหลืองของ สับปะรด มะม่วงสุก กล้วย และน้ำส้มคั้น

ลงไปด้านบน พร้อมเสิร์ฟ

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการเรียลพาเรนติ้ง

Tags

จิ้ม จุ่ม ซอสผัก&ซอสผลไม้ (8 เดือน++ )

จิ้ม จุ่ม ซอสผัก&ซอสผลไม้ (8 เดือน++ )

เวลาเตรียมและทำ 30 นาที
ส่วนผสมสำหรับ 1 ที่

ขนมปังกรอบ                                                           5 แท่ง

แตงกวาออร์แกนิกหั่นเป็นแท่ง                            5 แท่ง

แครอทออร์แกนิก หั่นเป็นแท่งต้มสุก                 5 แท่ง

ฟักทองออร์แกนิก หั่นเป็นแท่งต้มสุก                5 แท่ง

แอปเปิ้ลออร์แกนิก                                                2 ลูก

แครอทหั่นเป็นแว่น                                               ½ ถ้วย

มั่นฝรั่งหั่นเป็นแว่น                                               ½ ถ้วย

น้ำผึ้งออร์แกนิก                                                    1 ช้อนชา

เกลือทะเล                                                             เล็กน้อย

ไข่ออร์แกนิก ใช้เฉพาะไข่แดง                         1 ฟอง

นมจืดออร์แกนิก                                                  3 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า                                                               ½ ถ้วย
น้ำสต็อกผักออร์แกนิก                                      1 ถ้วย

 

วิธีทำซอสผัก

1.ต้มแครอทและมันฝรั่งในน้ำสต๊อกผักออร์แกนิกจนสุกและนิ่ม จากนั้นเติมน้ำลงไปอีกเล็กน้อย
2. นำแครอท และมันฝรั่งที่ได้ใส่ลงเครื่องปั่น เติมไข่แดง รวมถึงนมลงไปปั่นรวมกันจนละเอียด
3. นำส่วนผสมทั้งหมดมาตั้งไฟ เคี่ยวจนเนื้อเนียน ปรุงรสด้วยเกลือเพียงเล็กน้อย
4. รับประทานคู่กับผักที่หั่นไว้เป็นแท่ง และขนมปังกรอบ

 

วิธีทำซอสผลไม้

1.หั่นแอปเปิ้ลออร์แกนิกเป็นชิ้นเล็กๆบางๆ นำไปต้มให้สุกจนนิ่ม เติมน้ำเพิ่มเล็กน้อย
2.นำแอปเปิ้ลที่สุกและนิ่มแล้ว ไปบดให้ละเอียด
3. เติมน้ำผึ้ง และเกลือ เล็กน้อย
4. รับประทานคู่กับผักที่หั่นไว้เป็นแท่ง และขนมปังกรอบ

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการเรียลพาเรนติ้ง

Tags