ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน

  • แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว : ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพรานมีการจัดแสดงสัตว์ต่างๆ ให้ชมอย่างใกล้ชิด แต่ที่เป็นทีเด็ดของที่นี่คงหนีไม่พ้นช้างและจระเข้ค่ะ ซึ่งมีทั้งแบบเดินชมและให้อาหาร รวมถึงการแสดงต่างๆ เช่น การแสดงช้างประกอบเสียงและการแสดงจับจระเข้ด้วยมือเปล่า หรือหากอยากขี่ช้างลอดถ้ำน้ำตกใหญ่ก็มีบรรยากาศจำลองให้ได้ลองขี่ช้างชมธรรมชาติกัน ถึงแม้จะไม่มีให้ลองขี่จระเข้ เพราะจะดูน่าหวาดเสียวเกินไปหน่อย แต่น้องๆ สามารถสัมผัสบรรยากาศลำธารและป่าครึ้มซึ่งจำลองที่อยู่อาศัยของจระเข้ได้ ด้วยการนั่งเรือถีบชมธรรมชาติจำลองกับคุณพ่อคุณแม่ หรือถ้าอยากดูอะไรแปลกใหม่กว่านั้นที่นี่ก็มีการแสดงมายากลให้ได้เลือกชมด้วยค่ะ เรียกว่าไปที่เดียวแต่เที่ยวได้หลากหลายมากเลย
  • ชวนลูกเล่น : ระหว่างล่องเรือหรือขี่ช้างชมบรรยากาศป่าไม้จำลอง ลองชวนกันจินตนาการดูว่าสัตว์ที่เด็กๆ ได้เจอในวันนั้นจะอาศัยอยู่ตรงส่วนใดของป่าได้บ้าง ในน้ำ บนบก บนต้นไม้ หรือได้ทั้งบนบกและบนน้ำ การพูดคุยจะช่วยให้ลูกน้อยได้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ และยังเป็นการเสริมสร้างจินตนาการด้วยค่ะ
  • คำเตือน / สิ่งที่ควรรู้หรือควรเตรียมก่อนไปเที่ยว : การแสดงช้างมีการใช้พลุหรือระเบิดขนาดเล็กเพื่อสร้างสถานการณ์จำลอง จึงมีเสียงดังอาจทำให้ลูกน้อยตกใจได้ และบ่อจระเข้มีรั้วกั้นซึ่งเด็กมีโอกาสปีนหรือพลัดตกได้ คุณพ่อคุณแม่ควรดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด

Tip : เมื่อลูกน้อยอยากเลียนแบบเจ้าหน้าที่ซึ่งจับและเล่นกับสัตว์อันตรายอย่างใกล้ชิด

_MG_2222

 

_MG_2205 _MG_2200 _MG_1887 _MG_1889 _MG_1900 _MG_1925 _MG_1999 _MG_1839

  • ราคาค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 120 บาท
    เด็กสูงไม่เกิน 130 ซม. 70 บาท
    เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. ฟรี
  • วัน-เวลาเปิด-ปิด : 8.00 – 17.00 น.
  • ที่ตั้ง : ถนนเพชรเกษม กม. 30 อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
  • ละติจูด : 13.720667 100.254756
  • การเดินทาง : – รถประจำทาง สาย 123 และ 84
  • เบอร์โทรศัพท์ : 0 242 90361-2, 034 321 471, 034 311 971
  • Web site : www.elephantshow.com

_MG_2106 _MG_2095 _MG_2064 _MG_1768 _MG_1746 _MG_1728

Tags

[Blogger พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย] ตำหนินิสัยไม่น่ารักของลูก..ไม่ช่วยอะไร ‘คำชม’ ต่างหาก เปลี่ยนลูกอยู่หมัด!

หลายๆครั้งที่หมอพูดคุยกับคุณผู้ปกครอง หมอจะพบว่าหลายท่านมีความเข้าใจผิดว่า.. การแก้ปัญหาพฤติกรรมเด็ก คือการคิดหาวิธีลงโทษเพื่อลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พอเวลาเด็กเกิดปัญหาพฤติกรรมขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการจับจุดที่เด็กทำผิดเพื่อคอยตักเตือนและลงโทษ

แต่ความจริงแล้วการปรับพฤติกรรมเด็กประกอบด้วย 2 องค์ประกอบใหญ่ๆค่ะ นอกจาก การปรับลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหา แล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญพอๆกัน ก็คือ การส่งเสริมเพื่อเพิ่มพฤติกรรมดีๆของเด็ก เช่นการให้คำชม และให้รางวัลกับพฤติกรรมที่ดีของเด็กค่ะ

หมอพูดแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะงงนะคะ ว่าการชมจะช่วยแก้ปัญหาพฤติกรรมของเด็กได้อย่างไร.. แต่หมอยืนยันค่ะว่าทำได้จริงๆ เพราะหลายๆครั้ง การให้คำชมเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความสุขกับการทำดี จะไปป้องกันการเกิดพฤติกรรมแย่ๆที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกันได้อัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องไปเสียเวลารบกับเด็กให้มากความค่ะ

เช่น เวลาที่เด็กทำท่าหวงของอยู่นานแต่สุดท้ายก็ยอมแบ่งของบางอย่างให้น้อง แทนที่เราจะตำหนิเด็กที่อิดออด แต่เปลี่ยนเป็นให้คำชมความมีน้ำใจของเขาแทน เมื่อเด็กรู้สึกดีที่ได้เป็นคนมีน้ำใจและแบ่งปัน ก็จะลดพฤติกรรมหวงของ (ซึ่งเป็นพฤติกรรมตรงข้ามกับการแบ่งปัน) ไปได้เองค่ะ

เพราะข้อสำคัญที่หมออยากฝากก็คือ เด็กทุกคนมีพฤติกรรมดีและไม่ดีปะปนสลับกันไป ฉะนั้นแล้วจากเดิมที่เราอาจจะเผลอมองแต่ส่วนที่เขายังทำไม่ดีเพื่อคอยตักเตือน จากนี้ไป เราอย่าลืมจับจุดพฤติกรรมดีๆของเด็กเพื่อคอยบอกให้เขารู้ว่าเรามองเห็นและอยากส่งเสริมให้เขาทำต่อไปด้วยนะคะ เพราะการปรับพฤติกรรมที่ได้ผลจะต้องอาศัยองค์ประกอบทั้งสองส่วนให้มีความสมดุลกันค่ะ

 

 

เรื่องโดย : พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น รพ.พหลพลพยุหเสนา
ภาพ : ShutterStock

 

 

Tags

Kidchen ครัวตัวจิ๋ว โดย คุณแม่อุ้ม สิริยากร พุกกะเวส (สูตรที่ 3) Oishii Kare Raisu ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแสนอร่อย

ลองถามเด็กญี่ปุ่นว่าชอบอาหารจานไหนมากที่สุด รับรองว่าต้องได้ยินชื่อ “คาเหระ ไรสึ!” มากเป็นอันดับต้นๆ เป็นแน่ค่ะ คงเพราะความเข้มข้นนุ่มนวลของน้ำซอส และรสชาติกลมกล่อมหวานอร่อย ที่ทำให้ข้าวหน้าแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่น (Japanese Curry Rice) ถูกใจเด็กๆ นัก และไม่ใช่แต่เฉพาะเด็กญี่ปุ่นเท่านั้นนะคะ เด็กไทยหรือเด็กชาติไหนๆ พอได้ ลองชิมก็เป็นอันต้องติดใจขอหม่ำจนเกลี้ยงจาน ยิ่งถ้าเสิร์ฟกับหมูทอดหรือปลาชุบขนมปังทอด ยิ่งเพิ่มคุณค่าและความ อร่อยให้เจ้าตัวน้อยต้องร้อง “โออิชิ… อร่อยจังเล้ย!” ให้คุณพ่อคุณแม่ได้อมยิ้มกันเป็นแถวเลยล่ะค่ะ

IMG_4754 IMG_4770

ส่วนผสม
หอมใหญ่สับละเอียด 1 หัว
มันฝรั่งปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นๆ* 2-3 หัว
แครอทปอกเปลือกหั่นเป็นชิ้นๆ 2-3 หัว
เนื้อหมูหรือไก่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ½-1 กก.
น้ำเปล่า 4 ถ้วย
แอ๊ปเปิ้ลปอกเปลือก 1 ลูก
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 2 ช้อนชา
ซุปแกงกะหรี่ญี่ปุ่นแบบก้อน 1-2 ก้อน (200 กรัม)
ซีอิ๊วญี่ปุ่น 1 ½ ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ผัดหอมใหญ่กับน้ำมันในหม้อซุปจนสุกใส
2. ใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัดจนสุก (ถ้าเป็นมังสวิรัติไม่ต้องใส่เนื้อสัตว์ก็ได้ หรืออาจจะใช้เห็ดแทน )
3. ใส่แครอทตามลงไปผัดประมาณ 5 นาที
4. เติมน้ำ ตั้งไฟให้เดือด คอยช้อนฟองที่ลอยขึ้นมาออกไปทิ้ง
5. ขูดแอ๊ปเปิ้ลใส่ลงไปในน้ำซุป ใส่มันฝรั่ง เติมน้ำผึ้งและเกลือ ลดไฟลงแล้วเคี่ยวต่อไปประมาณ 20 นาที ไม่ต้องปิดฝา คอยคนเป็นระยะ
6. พอมันฝรั่งสุกดีแล้ว ก็ใส่ซุปแกงกะหรี่ก้อน ค่อยๆ คนให้ละลาย เคี่ยวไฟอ่อนไปจนกระทั่งน้ำซุปข้น เสิร์ฟกับข้าวญี่ปุ่นอุ่นๆ และเครื่องเคียง ถ้ายังไม่ทานทันที นำเข้าตู้เย็นทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วเอามาอุ่นใหม่ก็จะยิ่งอร่อยกว่าเดิม

 
*มันฝรั่งหั่นเป็นชิ้นแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีเพื่อลดความเป็นแป้ง น้ำซุปจะได้ไม่ข้นจนเกินไป

 

 

Tags

[Blogger พ่อเอก-58] เกร็ดดี จากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก

เกร็ดดี จากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก


            ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสขึ้นเวทีเสวนาเรื่องการเลี้ยงลูกคู่กับคุณหมอจิราภรณ์ อรุณากูร (หรือหมอโอ๋เจ้าของเพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน) และคุณหมอธีรชัย บุญยะลีพรรณ ส่วนผมไปในฐานะคุณพ่อรุ่นใหม่ที่เลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจ จึงได้มีโอกาสสนทนาเรื่องลูก กับคุณหมอทั้ง 2 ท่าน ซึ่งก็ได้ให้เคล็ดลับดีๆ ที่น่าสนใจในการเลี้ยงลูก ที่น่าสนุก และอยากเอามาแบ่งปันให้อ่านกันฮะ

  • ความสม่ำเสมอ คุณหมอธี แนะนำว่า การสอนอะไรขอให้ทำให้สม่ำเสมอ ไม่ใช่อารมณ์ดีสอนอย่างหนึ่ง อารมณ์เสียสอนอย่างหนึ่ง เด็กจะไม่รู้ว่าที่ถูกคืออะไร นอกจากนั้นต้องตกลงกันให้ดีระหว่างพ่อและแม่ด้วย เช่น การรื้อกระเป๋า หากคุณแม่ดุ แต่คุณพ่อไม่ดุ เด็กจะเรียนรู้ว่าต่อหน้าคุณพ่อรื้อได้ แต่ถ้าคุณแม่อยู่ห้ามรื้อ ดังนั้นเด็กไม่ได้เรียนรู้ว่าการรื้อกระเป๋าไม่ดี ซึ่งหากไปรื้อกระเป๋าคุณครูที่โรงเรียนอาจจะกลายเป็นขโมยไป
  • การให้รางวัลต่างกับการให้สินบน เด็กๆ ต้องการคำชมเมื่อเขาทำในสิ่งที่ดีดังนั้นถ้าเด็กทำดีต้องให้รางวัล ซึ่งก็คือคำชม เช่น ถ้าเจ้าตัวเล็กทานข้าวเอง ก็ให้ชมเชยเขาด้วย ถือเป็นการให้รางวัล แต่ในอีกกรณีถ้าเจ้าตัวลงไปนอนดิ้นกลางห้างสรรพสินค้าแล้วเราบอกว่าหยุดดิ้นเดี๋ยวซื้อของเล่นให้ ในกรณีหลังเข้าข่ายให้สินบนนะฮะ ซึ่งเจ้าตัวเล็กเรียนรู้เร็วซะด้วยนะ
  • ตีลูกได้เฉพาะเวลาฉุกเฉินเท่านั้น เด็กกำลังเล่นปลั๊กไฟอาจจะรีบตีมือจะมามัวพูดดีๆ คงไม่ทัน และคุณหมอไม่ได้มองว่าการตีเป็นสิ่งที่ผิด (ตรงนี้ปะป๊าเอกเสริมคุณหมอว่าผมก็ตีนะฮะ แต่ไม่ได้ตีให้เจ็บ แต่ตีด้วยความเมตตา ตีเชิงสัญลักษณ์ให้รู้ว่าถูกตำหนิ) คุณหมอเสริมว่า เพราะหลายๆ คนมองว่าไม่ควรตี แต่การดุแรงๆ ตำหนิแรงๆ ก็เป็นการตีแบบหนึ่ง ซึ่งเด็กเองรู้สึกไม่ต่างกับถูกตี
  • การพูดด้านบวก ในมื้อกลางวันมื้อหนึ่งปูนปั้นสนุกกับการหมุนอาหารให้คนโน้นคนนี้ แต่ด้วยความเป็นเด็กก็ชอบที่จะหมุนให้เร็ว ตามปกติปะป๊าก็คงสอนว่า “หมุนเร็วไม่ดีนะเพราะอาหารจะหก และถ้วยชามอาจจะหล่นแตกได้” แต่คุณหมอมีวิธีพูดที่น่ารักและด้านบวกกว่า โดยคุณหมอพูดกับเจ้าปูนปั้นว่า “ปูนปั้นหมุนอาหารให้ผู้ใหญ่ ใจดีจังเลย แต่หมุนแบบเร็วๆ อะหมุนง่าย ใครๆก็ทำได้ หมุนช้าๆ ทำยากกว่านะ มามาลุงหมอจะสอนให้” เจ้าปูนปั้นถึงกับหันมามองหน้าลุงหมอเลยทีเดียวฮะ แล้วผมก็หันไปหาภรรยาว่าต้องหัดพูดแนวนี้ซะแล้ว
  • การกินผัก เข้าใจว่าเป็นประเด็นสำหรับหลายครอบครัว สำหรับเจ้าปูนปั้นเอง เป็นเด็กที่กินผักได้ ไม่ค่อยมีปัญหา มะระที่ผู้ใหญ่บ่นขมก็ยังทาน แต่จู่ๆบางวันก็ไม่ทานซะงั้น แม้แต่แครอทของชอบ ก็ต้องให้เขี่ยออกหมด ผมเลยได้โอกาสถามคุณหมอว่าเป็นเพราะอะไร คุณหมอบอกว่าเด็กกินผักมั้ยให้ดูภาพรวมๆ ดูค่าเฉลี่ยอย่าไปดูเป็นวันๆ เพราะเด็กจะมีอารมณ์แนวนี้อยู่อยากบ้างไม่อยากบ้างเป็นเรื่องปกติ ถ้าเฉลี่ยๆเขาทานเราก็เสริมเขาไปเรื่อยๆ ไม่ต้องไปกังวล
  • การแบ่งปัน การที่สอนเด็กให้แบ่งปันเป็นเรื่องที่ดี แต่ประเด็นที่น่าสนใจจากการสนทนากับคุณหมอคือ การที่เด็กแบ่งปันยังไม่ใช่เรื่องคุณธรรมดาความดีแต่อย่างเดียว แต่เด็กทำเพราะอยากได้รับคำชม ดังนั้นถ้าเขาทำดีแล้วเราไม่ชม เขาก็อาจจะเลิกทำ แต่ถ้าเราชมเชยเวลาที่เขาแบ่งปัน จากการทำเพื่อรับคำชม ต่อไปคุณธรรมก็จะค่อยๆ ปลูกฝังเมื่อเขาเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
  • ติดจอ อีกหนึ่งปัญหาโลกแตก ซึ่งผมเคยเขียนเรื่องนี้ไปก็ได้รับคำคอมเมนต์ว่าจะให้ทำอย่างไร ไม่มีเวลาดูลูกตลอด หรือ ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลยลูกก็ดูปกติดี สิ่งที่ได้จากการสนทนาและเสวนาในครั้งนี้ที่น่าสนใจ คือ ผลที่จะเกิดอาจจะไม่ได้เกิดปัจจุบันทันด่วนในตอนนี้นะฮะ แต่จะสะสมไปเรื่อยๆ เช่น เด็กสามารถรูดจอเปลี่ยนภาพ เปลี่ยนอะไรดูได้รวดเร็วทันใจ สิ่งที่ค่อยๆสะสมคือ ความไม่รู้จักอดทนรอ เพราะทุกอย่างมันไม่สามารถรูดปรื้ดได้หมด หรือ อีกกรณีที่คุณหมอยกตัวอย่าง คือ สติในการตัดสินที่ต้องใช้เวลาชั่ววูบ เด็กที่ติดจออาจจะตัดสินใจแบบใช้สติน้อย ไม่รอบคอบ เช่น มีคนมาดักจี้ เอามีดมาจี้ขอมือถือ ถ้ามีสติเราน่าจะยอมให้และรักษาตัว แต่มีคนที่เลือกจะสู้เพราะผลจากการเสพสื่อพวกนี้ ใช้การตัดสินใจแบบวูบวาบไม่คิดให้รอบคอบkeyword คงอยู่ที่ การดูจอมากๆ อาจจะไม่ได้เห็นผลเสียในวันนี้นะฮะ
  • เด็กง่วงนอนแล้วงอแง อันนี้คุณหมอแนะว่า ทำใจให้สบาย พยายามเข้าใจเขาว่าเขาเองก็ง่วง หงุดหงิด แต่ไม่อยากนอน เรารู้จักลูกมากที่สุด ต้องหาวิธีที่ทำให้เขาสงบ เป็นกลเม็ดครอบครัวใครครอบครัวเขา อย่าไปคิดฝืนดุเขา ตวาดหรือตีให้หยุด เพราะเป็นธรรมชาติของเด็กทุกคน

11960247_944090702298913_6621335728678131534_n 11933388_942774142430569_6715374320626245561_n 11212763_944090715632245_9072105801024757818_n

  • ทำให้ดูเป็นแบบอย่าง หลักในการเลี้ยงลูกมีง่ายๆ คือ เลี้ยงให้ลูกเติบโตมาดีกว่าเรา ทำสิ่งที่ดีให้เขาดูเป็นตัวอย่าง อะไรไม่ดีก็อย่าทำให้เห็น คุณหมอชอบลูกอมมากแต่คุณหมอจะไม่ให้ลูกเห็น เวลาจะอมก็ไปหลบๆ ซึ่งพอโตมาลูกๆ คุณหมอก็ไม่อมลูกอมกันแต่จะซื้อมาฝากคุณหมอ เพราะรู้ว่าคุณพ่อชอบ อยากให้ลูกทำอะไรก็ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง คุณหมอจะยกกรณีที่ปะป๊าเอก เก็บของให้ปูนปั้นดูเป็นตัวอย่าง จนปูนปั้นทำตามเป็นนิสัยปกติว่าเล่นของเล่นเสร็จแล้วต้องเก็บขึ้น ซึ่งคุณหมอพูดตัวอย่างนี้ทุกรอบ ผมขอเอาคลิปปูนปั้นเก็บของเล่น แบบดูไปอมยิ้มไปมาฝากด้วยครับ

ผมว่าเกร็ดเล็กๆ ข้างบนน่าจะปรับใช้ได้กับทุกครอบครัว จริงๆ ยังมีอีกหลานเรื่อง เช่น ทั้งเด็ก 2-3 ภาษา, การคุมอารมณ์ของพ่อแม่ เป็นต้น แต่จริงๆย้อนหลังอ่านที่ผมเคยเขียนไว้ได้นะฮะ ตบท้ายด้วยประโยคทีเด็ดของคุณหมอที่ช่วยลดความกดดันให้คุณพ่อคุณแม่ก็คือทำให้ดีที่สุดได้สัก 80% ก็เพียงพอแล้ว ถ้าตัดเกรดก็ได้ 4 แล้ว หวัง 100% คงยาก เมื่อได้อ่านเกร็ดต่างๆแล้ว หากครอบครัวไหนมีเกร็ดอะไรสนุกๆ มาคอมเมนต์แบ่งปันกันเพิ่มก็จะได้เป็นประโยชน์มากขึ้นนะครับ

ฝากช่องทางติดตามเจ้าปูนปั้นอีกที่คือที่ Youtube ช่อง PoonPun ‘The Smiling Boy’ นะครับ

 

 

 

Tags

[Blogger – พลอย ชิดจันทร์] ตอนที่ 5 พลอยเลี้ยงลูกให้พี่น้องรักกันก่อนอย่างอื่น

มีคนถามว่าพลอยวางเป้าหมายให้ลูกแต่ละคนไว้อย่างไรบ้างไหม

 

ตอนนี้ “ทาชิโน่”  5  ขวบ “ชิลี่” 3 ขวบ “‘ชีต้าร์'” 2 ขวบ  และ “‘ชิลิน'” เพิ่ง 5 เดือน (คนสุดท้องเกิดเดือนมีนาคม 2558) พลอยมีความสุขที่ได้เห็นลูกๆเล่นกันสนุก พี่น้องรักกัน อยากเก็บเวลาแบบนี้ไปนานๆ

 

พลอยเลยไม่ได้วางแผนอะไรไกลๆ ถ้าจะมีวางแผนบ้างก็เป็นเรื่องพื้นฐานการใช้ชีวิตของเด็กๆก่อน ปลูกฝังให้พี่น้องรักกัน เเบ่งปันกัน ช่วยเหลือกัน ส่วนเรื่องการเรียน และความชอบนั้น เขาชอบอะไรก็ปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติของเขาดีกว่าค่ะ เราพ่อแม่มีหน้าที่สังเกตว่าเขาถนัดอะไร แล้วส่งเสริมให้ถูกทางน่าจะดีที่สุดนะคะ

 

ภาพ จาก IG @ploychidjan

Tags

How to watch movie with your kids ดูหนังกับลูกต้องสอนอะไรบ้าง?

การชวนลูกดูการ์ตูนหรือภาพยนตร์ร่วมกัน ไม่ว่าจะดูกันทั้งครอบครัว ดูกับคุณพ่อ หรือคุณแม่ก็ตามเป็นกิจกรรมที่หลายๆ ครอบครัวมักทำร่วมกันในวันว่าง ตอนเย็นหลังทานข้าว หรือก่อนนอน … นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่เด็กๆ ชื่นชอบแล้ว ผู้ปกครองอย่างเราๆ ก็ได้ใช้เวลานี้พักผ่อนสมอง รวมถึงยังได้ใช้เวลาร่วมกับลูกน้อยอีกด้วย  เรามักจะบอกกับคุณผู้อ่านเสมอว่าการให้ลูกดูการ์ตูนหรือภาพยนตร์นั้น ไม่ควรให้เขาดูเพียงลำพัง เพราะไม่มีใครให้ข้อมูลหรือสอนในสิ่งที่เขาอยากรู้ได้ดีเท่าคุณพ่อคุณแม่อีกแล้ว  การดูภาพยนตร์ร่วมกับลูกคุณต้องสอนอะไรลูกบ้างนั้น เรามีคำแนะนำมาฝาก

1

สอนให้ลูกเรียนรู้พฤติกรรมทั้งดีและไม่ดี

เพราะการ์ตูนและภาพยนตร์เกือบทุกเรื่อง มักจะมีตัวเอกของเรื่องที่ทั้งดีและไม่ดี สิ่งนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถนำมาสอนลูกได้ค่ะ  สอนให้เรียนรู้เรื่องคุณธรรม การเสียสละ การแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้อื่น  เรียนรู้ว่าการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  รวมถึงลูกจะได้เห็นว่าสิ่งที่ตัวร้ายทำไม่ดีมาตลอดทั้งเรื่องนั้น จะได้เห็นผลที่ได้รับในตอนจบอย่างไร  สอนให้เขารู้ว่าสิ่งไหนที่เขาควรนำไปเป็นแบบอย่าง และสิ่งไหนที่เขาไม่ควรจะทำตามหรือเข้าใกล้เลย เป็นต้น

2

 

สอนให้ลูกรู้จักธรรมชาติของสัตว์ หรือสิ่งของ

ก่อนที่จะได้ไปสัมผัสธรรมชาติของจริงอย่างในสวนสัตว์ ทะเล ฯลฯ  ลูกจะได้เรียนรู้ธรรมชาติต่างๆ จากกการ์ตูนหรือภาพยนตร์ในแต่ละเรื่องกันก่อน อย่าง เช่น ภาพยนตร์เรื่อง Finding Nemo สอนให้รู้ว่าธรรมชาติของปลาต้องอยู่ในน้ำหรือท้องทะเล และไม่มีที่ไหนเหมาะกับปลาได้ดีที่สุดเท่านี้อีกแล้ว  เรื่อง Madagascar เด็กๆ ได้เรียนรู้ธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิดว่าเป็นอย่างไร  สิ่งที่อันตรายกับสัตว์เหล่านี้มีอะไรบ้าง หรืออย่าง เรื่อง TOY STORY ที่ทำให้ของเล่นคู่หูของเด็กๆ มีชีวิตจริงๆ ขึ้นมา สอนให้รู้จักธรรมชาติของของเล่น สอนให้รู้ว่าของเล่นที่มีทั้งดีและไม่ดีจะเป็นยังไง

3

 

สอนให้ลูกเรียนรู้เรื่องภาษา

การฝึกฝนด้านภาษาให้ลูก บอกเลยว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่เด็กๆ หลายคนชื่นชอบมากที่สุด เป็นการเรียนภาษาที่แสนจะเพลิดเพลินผ่านเรื่องราวและตัวการ์ตูน หากคำไหน หรือบทสนทนาไหนที่ลูกยังไม่เข้าใจ คุณพ่อคุณแม่สามารถให้คำแนะนำเขาได้

การให้ลูกดูการ์ตูนหรือภาพยนตร์จะดีหรือไม่ดี และได้ประโยชน์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่า “ลูกดูอยู่กับใคร?” ถ้าเขาดูอยู่คนเดียว จะไม่มีใครให้คำแนะนำได้ว่าสิ่งที่เขาดูอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี แต่ถ้าลูกดูกับผู้ปกครอง นอกจากเขาจะได้เรียนรู้สิ่งที่เราต้องการอยากจะเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ภาพยนตร์สอนแล้วนั้น  การได้ใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวจะทำให้ลูกมีความสุขและอบอุ่นซึ่งมีผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของเขาอีกด้วยค่ะ ครบทุกประสบการณ์การดูหนังที่ WWW.HOLLYWOOD-HDTV.COM

หนูน้อยอินจัด ทำท่าเลียนแบบคอนดักเตอร์ ในพิธีสวดมนต์ภายในโบสถ์

คลิปนี้ เป็นเรื่องราวของสาวน้อยแสนน่ารัก ที่สวมบทตัวเอง ว่ากำลังเป้นคอนดักเตอร์ หรือ วาทยกรตัวน้อย ผู้ควบคุมการร้องประสานเสียงในวงออร์เคสตรา ซึ่งท่าทางของหนูน้อยเหมือนจริงแถมฟีลลิ่งก็มาเต็ม น่ารักน่าเอ็นดู ฉายแววคอนดักเตอร์สาวในอนาคตออกมาให้เห็นเลยทีเดียว . . . จะน่ารักขนาดไหนไปชมกันเลยค่ะ


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Sans Déconner

 

เห็นแล้วร้องว้าว! เจ้าหนูวัย 2 ขวบเล่นยิมนาสติกสุดคล่องแคล่ว (มีคลิป)

 “อารัต” เจ้าหนูชาวอิหร่านแสนอัจฉริยะคนนี้ วัยเพียง 2 ขวบ ซึ่งเขาฝึกฝนยิมนาสติกตั้งแต่อายุ 9 เดือน โดยในคลิปจะเห็นว่าเจ้าหนูโชว์ท่วงท่าได้อย่างมีพรสวรรค์

ทั้งนี้พ่อแม่ของเจ้าหนูเปิดเผยว่า ลูกชายไม่ได้ฝึกอย่างมืออาชีพ แต่ซ้อมทุกวันวันละ 10-20 นาที โดยครอบครัวของเจ้าหนูได้โพสต์วิดีโอลงบน Instragram โชว์การเล่นยิมนาสติก ซึ่งเจ้าหนูจะแสดงให้เห็นท่วงท่าที่สมดุลและถูกต้องตามหลักยิมนาสติก และได้โชว์การเล่นในสถานที่ต่างๆภายในบ้าน

พ่อของเจ้าหนูยังได้กล่าวอีกว่า วันหนึ่งตอนที่ผมกลับจากทำงาน อารัตเดินมาจับมือผมแล้วค่อยๆยกตัวขึ้นจากพื้น ตอนนั้นผมเห็นอย่างชัดเจนว่า แขนของอารัตมีพลังอย่างมาก หลังจากนั้นเขาก็เริ่มตีลังกาม้วนหลังเขาชอบเล่นอะไรแบบนี้มากหลังจากนั้นเขาก็ใช้เวลาออกกำลังกายแบบนี้วันละ 20 นาที

14424881131442488541l

ว่าแล้วก็ตามไปชมคลิปของเจ้าหนูอัจฉริยะลีลาพริ้ว กันดีกว่าค่ะ



ขอบคุณข้อมูลจาก : www.prachachat.net

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Flash News , Daily News

 

ฝรั่งถึงกับอึ้ง! พ่อแม่ญี่ปุ่นให้เด็กไปโรงเรียนเองตั้งแต่ 6-7 ขวบ [มีคลิป]

สื่อออสเตรเลียแพร่สารคดีสะท้อนภาพสังคมญี่ปุ่นฝึกเด็กให้แกร่ง ปล่อยเดินทางไปโรงเรียนเองระยะทางไกลๆ ตั้งแต่เริ่มเรียนประถมศึกษา แม่ชี้เป็นการฝึกให้เด็กพึ่งพาและแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ขณะที่ฝรั่งเผยแม้แต่ชุมชนในเมืองซิดนีย์ที่ว่าปลอดภัยก็ยังไม่กล้า

คลิปวีดีโอนี้เป็นสารคดีเรื่อง “เด็กพึ่งตัวเองของญี่ปุ่น (Japan’s independent kids)” ในช่วงรายการเดอะฟีด (The Feed) ซึ่งเผยแพร่ผ่านทาง youtube ด้วย โดยเนื้อหาเป็นคลิปวิดีโอความยาว 8.21 นาที กล่าวถึงสังคมญี่ปุ่นที่ พ่อแม่ผู้ปกครองมีธรรมเนียมปฏิบัติให้ลูกช่วยเหลือพึ่งพาตัวเอง และเดินทางไปโรงเรียนเองตั้งแต่ยังเล็ก

ในสารคดีดังกล่าวได้ยกตัวอย่างชีวิตประจำวันของสามพ่อแม่ลูกแห่งครอบครัวอันโด ที่คุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ลูกสาววัย 7 ขวบเดินทางไปโรงเรียนเองทุกเช้าเป็นระยะทางไกลทั้งเดินด้วยเท้า และขึ้นรถไฟต่อเนื่องหลายสายกว่าจะถึงจุดหมาย

558000010762302

“เธออาบน้ำ แปรงฟัน สระผมด้วยตัวเอง … ฉันคิดว่าก็นอกจากการดูแลบ้านแล้ว เธอก็ดูแลตัวเองได้เกือบหมด” ซาโตโกะ อันโด คุณแม่วัย 39 ปีบอก “เนื่องจากโรงเรียนของเธออยู่ไกล ทำให้เธอต้องเดินทางไปเรียนด้วยรถไฟ ซึ่งเธอเดินทางไปเอง”

“หนูเดินไปสถานีรถไฟเอง ก่อนขึ้นรถไฟสายยามาโนเตะไปที่ชินจูกุ จากชินจูกุก็เปลี่ยนไปรถไฟสายชูโอ เพื่อไปปลายทางที่โคคุบันจิ” ดญ.โนเอะ อันโด สาธยายวิธีการเดินทางไปเรียนของเธอให้ฟังอย่างละเอียด

ขณะที่คุณแม่ยืนยันว่าลูกสาวต้องเดินทางไปโรงเรียนด้วยตัวคนเดียวโดยไม่มีพ่อแม่ ซึ่งการกระทำเช่นนี้จะทำให้เธอต้องเรียนรู้ในการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดหลงทางหรือขึ้นรถไฟผิดขบวนก็ต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นก็จะกลับบ้านไม่ได้

558000010762303

ด้านสื่อออสเตรเลียระบุว่า ครอบครัวอันโดไม่ได้เป็นครอบครัวญี่ปุ่นครอบครัวเดียวที่ปล่อยให้เด็กๆ เดินทางไปและกลับโรงเรียนเป็นระยะทางไกลๆ เอง แต่ครอบครัวชาวญี่ปุ่นมีการปลูกฝังเด็กให้พึ่งพาตัวเองตั้งแต่ยังอายุน้อยมากๆ เช่นนี้เป็นเรื่องปกติ ซึ่งวัฒนธรรมเช่นนี้แตกต่างจากครอบครัวชาวออสเตรเลียอย่างชัดเจน แม้ว่าอัตราการเกิดอาชญากรรมกับเด็กในชุมชนจะน้อยมากเหมือนสังคมญี่ปุ่นก็ตาม แต่พ่อแม่ชาวออสเตรเลียก็ยังไม่วางใจให้ลูกเดินทางไปโรงเรียนเองจนกระทั่งขึ้นชั้นมัธยมปลาย แม้ตัวเด็กเองจะมีความประสงค์ก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า สังคมญี่ปุ่นออกแบบให้วิถีชีวิตประชาชนเป็นเช่นนี้เพื่อที่ว่าพ่อแม่ผู้ปกครองจะได้ไม่ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและระบบการทำงานในบริษัท หรือในองค์กรเพื่อสนองตอบต่อการเลี้ยงดูเด็กและเยาวชน

ชมสารคดี Japan’s independent kids จากยูทิวบ์ SBS2Australia


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://www.manager.co.th/Japan/ViewNews.aspx?NewsID=9580000103952

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : SBS2Australia

 

Dyson digital slim เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ตัวช่วยดีๆสำหรับแม่บ้านยุคใหม่

เชื่อว่าทุกวันนี้มีแม่บ้านหลายคนที่กำลังปวดหัวอยู่กับการกำจัดฝุ่น ทำอย่างไรก็ทำความสะอาดได้ไม่หมดสักที? ยิ่งบ้านเรามีสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น ทำให้ไรฝุ่นเจริญเติบโตได้ดีขึ้นไปอีกสำหรับบางคนที่ยังทำความสะอาดบ้านด้วยไม้กวาดอาจจะยากหน่อยที่จะกำจัดพวกฝุ่นละอองเหล่านี้ให้หมดไป โดยเฉพาะยิ่งตามซอกหรือมุมเล็กๆ นี่คงไม่ต้องพูดถึง แต่บางคนใช้เครื่องดูดฝุ่นแล้วก็ยังทำความสะอาดได้ไม่หมด . . . วันนี้ นิตยสาร Realparents มีตัวช่วยทุ่นแรงชิ้นดีในการทำความสะอาดบ้านมาใหัคุณแม่บ้านกันค่ะ ^_^

วันนี้ทาง dyson thailand ได้ส่งผลิตภัณฑ์ตัวใหม่มาให้เราได้ทดสอบกัน ขอบอกว่าตอบโจทย์แม่บ้านยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวแบบเรามากๆ ตัวนี้คือ เครื่องดูดฝุ่นไดสัน ดิจิตอล สลิม DC62 เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายขนาดเล็ก หลังจากที่แกะกล่องออกมาและลองถือดู ความประทับใจแรกที่ได้รับคือ น้ำหนักเบามากๆ เคลื่อนย้ายสะดวก จับถนัดมือและไม่รู้สึกใหญ่เทอะทะเกะกะเมื่อต้องถือนานๆ ระหว่างนั้นก็ไปสะดุดตาที่เจ้าถังเก็บฝุ่น ปกติจะเคยชินกับเครื่องดูดฝุ่นทั่วไปที่จะมีถุงดักจับฝุ่นที่เมื่อดูดฝุ่นจนเต็มก็เอาถุงออกไปทิ้ง แต่เครื่องดูดฝุ่นตัวนี้แตกต่าง เจ้าไดสัน DC62 ตัวนี้มากับถังเก็บฝุ่นพลาสติกที่แค่กดปุ่มปล่อยสิ่งสกปรกทิ้งถังขยะก็จบ ง่ายและสะดวกมากๆ เพราะถังที่เป็นพลาสติกทำให้มองเห็นได้ชัดเจนเมื่อถังฝุ่นเต็มและถึงเวลาทิ้งและเราก็ไม่ต้องคอยเปลี่ยนถุงเก็บฝุ่นอีกต่อไป

ไดสัน DC62 ถูกประกอบด้วยตัวไซโคลน 15 ชุด ซึ่งเป็นตัวช่วยในการดักจับฝุ่นขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  เมื่อลองทดลองใช้ โดยการนำแป้งมาโรยตามพื้นและทดสอบประสิทธิภาพของแรงดูดต้องบอกเลยว่าจิ๋วแต่แจ๋วจริงๆ เพราะมีพลังการดูดที่แรงและสม่ำเสมอเมื่อเทียบกับเครื่องดูดฝุ่นตัวอื่น รอยแป้งหรือแม้กระทั่งแป้งที่ตกลงไปตามร่องพื้นหายไปหมดในการดูดเพียงแค่ครั้งเดียวเลยค่ะ

นอกจากนี้ ไดสัน DC62 มากับหัวดูดเฉพาะที่  แบบพิเศษให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมได้เลยค่ะ ทั้งหัวดูดแบบ Carbon Fibre ที่ช่วยลดไฟฟ้าสถิตทำให้ทำความสะอาดพื้นได้หมดจดยิ่งขึ้น หัวดูด Up Top สำหรับทำความสะอาดมุมสูง เช่น ชั้นวางหนังสือ ด้านบนเครื่องปรับอากาศ หัวดูด Combination และ Crevice สำหรับทำความสะอาดตามมุมต่างๆ และซอกระหว่างเฟอร์นิเจอร์

…เครื่องดูดฝุ่นมีมากมายหลายยี่ห้อ ฟังก์ชั่นและความสามารถของแต่ละตัวก็ดูจะคล้ายๆกันไปหมด จนบางทีผู้บริโภคอย่างเราก็เลือกซื้อไม่ถูกเลยจริงๆ แต่หลังจากที่ลองใช้เครื่องดูดฝุ่นตัวนี้ โดยส่วนตัวพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าเครื่องดูดฝุ่นตัวอื่น เพราะได้ลองใช้เครื่องดูดฝุ่นมาหลายตัว แต่ทุกตัวหลังจากดูดฝุ่นแล้ว ก็ยังมีเศษฝุ่นผงหลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะตามซอกมุมนี่บอกลาเครื่องดูดฝุ่นปกติได้เลย เครื่องดูดฝุ่นที่ดีไม่เพียงแค่ใช้ดูดฝุ่นได้อย่างสะอาดหมดจดเท่านั้น แต่จะต้องมีทุกอย่างที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ทั้งรูปลักษณ์ที่ลงตัวไม่เป็นอุปสรรคในการใช้งาน ความสะดวกสบาย ความทนทาน รวมไปถึงการประหยัดพลังงานและพร้อมด้วยนวัตกรรมใหม่ๆที่ช่วยให้ทุกอย่างจบในเครื่องเดียว และบอกได้เลยว่า ไดสัน ดิจิตอล สลิม DC62 ทำได้ค่ะ

ตั้งแต่วันที่ 15-30 กันยายนนี้ เชิญพบกับ Dyson Fluffy Event ได้ที่ Central Embassy ชั้น 2 โพสต์ภาพถ่ายหรือวีดิโอคู่กับ “Mattress wall” หรือ “Glass runway” แล้ว tag #DysonThailand บน Instagram หรือ Facebook ภาพที่ได้รับการกด Like มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ! หมดเขตวันที่ 1 ตุลาคม* www.dyson.co.th

Palmer’s cocoa butter formula Soothing Oil for Dry/Itchy Skin 150ml

Palmer’s cocoa butter formula Soothing Oil for Dry/Itchy Skin 150ml ออยล์ทาผิว สูตรอ่อนโยนสำหรับผิวที่แห้งและสูญเสียความชุ่มชื้นของคุณแม่ตั้งครรภ์ ลดอาการคัน ด้วยส่วนผสมที่อ่อนโยนและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อลูกน้อย

ผิวของคุณแม่ตั้งครรภ์มักจะขาดความชุ่มชื่นเมื่อผิวขยายขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม และอาจจะเกิดรอยแตกลายได้ง่าย ควรหาตัวช่วยดีๆ อย่างปาล์มเมอร์ สูตรโกโก้บัตเตอร์ ซูตติ้งออย ผลิตภัณฑ์อันดับ1ในอเมริกา ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ 97% พิสูจน์แล้วว่าผิวยืดหยุ่นขึ้น และช่วยลดปัญหาอาการคันหน้าจากท้องแห้งตึง เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวภายใน วิธีใช้ควรพ่นหลังอาบน้ำเสร็จทุกครั้งเช้าและเย็นนะคะ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องอยู่ในห้องแอร์ตลอด ผิวจะมีโอกาสแห้งและคันมากกว่าปกติอีกด้วยค่ะ
ราคาปกติ 490
ขาย 390 ส่งฟรีลทบ.
0891156088
Id line : monngoy

Tags

ครั้งแรกในประเทศไทย! วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์

ตั้งแต่ปี 2012 องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์เพื่อให้การป้องกันไข้หวัดใหญ่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และวัคซีนนี้มาถึงประเทศไทยแล้วค่ะ

“ในแต่ละปี ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ปีละ 250,000 – 500,000 ราย และทุกปีมีคนไทยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สูงถึง 50,000 – 70,000 ราย” ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์เสน่ห์ เจียสกุล ประธานคณะกรรมการป้องกัน และควบคุมการติดเชื้อ โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ กล่าว

สาเหตุของไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) ซึ่งมี 3 ชนิด คือ A, B และ C

  • ไวรัสชนิด A เป็นชนิดที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างกว้างขวางทั่วโลก
  • ไวรัสชนิด B ทำให้เกิดการระบาดในพื้นที่ระดับภูมิภาค
  • ไวรัสชนิด C มักเป็นการติดเชื้อที่แสดงอาการอย่างอ่อนหรือไม่แสดงอาการ และไม่ทำให้เกิดการระบาด

ในอดีตไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ A เป็นหลัก ปัจจุบันพบว่าสายพันธุ์ B เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยขึ้น “การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกัน”

“ไข้หวัดใหญ่จะมีภาวะแทรกซ้อนได้บ่อยกว่า และโดยทั่วไปอาการจะรุนแรงและยาวนานกว่าไข้หวัดธรรมดา ในผู้ที่มีโรคเรื้อรังอาจจะส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่ระบบอื่นๆ” แพทย์หญิงอรอุมา บรรพมัย อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าว

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์เสน่ห์ เสริมว่า “จากที่พบว่ามีการระบาดของสายพันธุ์ B บ่อยขึ้น ในปี 2012 องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงได้แนะนำให้เพิ่มไวรัสสายพันธุ์ B เข้าไปอีก 1 สายพันธุ์ ทำให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ 4 สายพันธุ์ ซึ่งประกอบไปด้วยไวรัสสายพันธุ์ A/H1N1, A/H3N2 และไวรัสสายพันธุ์ B 2 สายพันธุ์ คือ B/Victoria และ B/Yamagata วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent Influenza Vaccine) จึงป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น”

ในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา หลังจากเริ่มใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ พบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B เพิ่มมากขึ้น ลดจำนวนผู้ป่วยที่ต้องมารักษาตัวในโรงพยาบาล และลดค่าใช้จ่ายในการรักษาและที่เกี่ยวเนื่องกับไข้หวัดใหญ่ลงได้มาก

วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ฉีดได้ตั้งแต่เด็กอายุ 6 เดือน และผู้สูงอายุรวมถึงหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรก็สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้เช่นกัน

วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์มีประโยชน์อื่นอีกไหม?

  • สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด B ครอบคลุมสายพันธุ์มากขึ้นกว่าเดิม
  • ลดอัตราการระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่
  • ลดปัญหาจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้ป่วยเรื้อรัง
  • ลดการใช้ยาปฎิชีวนะ จากภาวะแทรกซ้อนในการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • ลดค่าใช้จ่ายในการรักษา
  • ลดการขาดงานหรือขาดเรียน
  • ลดอัตราการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล
  • ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่

คุณหมอยังแนะนำด้วยว่า เด็กๆ ที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำนะคะ 🙂

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจ โรงพยาบาลสมิติเวชพร้อมให้บริการวัคซีนไข้หวัด 4 สายพันธุ์แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ

 

อ่านเพิ่มเติมเรื่องโรคไข้หวัดใหญ่ได้ที่ > รู้จักและรับมือ “ไข้หวัดใหญ่”

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์วัคซีน โรงพยาบาลสมิติเวช

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการเว็บไซต์

ภาพ : shutterstock

รู้จักและรับมือ “ไข้หวัดใหญ่”

เรามักคิดกันว่าโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดเฉพาะหน้าฝน แต่ความจริงแพร่ระบาดได้ตลอดทั้งปีและทุกกลุ่มอายุ ผู้ป่วยบางรายมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่บางรายมีอาการรุนแรงต้องเข้าโรงพยาบาล และมีจำนวนไม่น้อยมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนเสียชีวิต

รู้จักโรคไข้หวัดใหญ่

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปีประมาณ 50,000 คน ในปีที่มีการระบาดมากจะพบได้ถึง 70,000 คน

อาการจะรุนแรงกว่าไข้หวัดปกติ และมีความเสี่ยงต่ออาการโรคประจำตัวกำเริบและภาวะแทรกซ้อน ซึ่งรวมถึงภาวะปอดบวม หลอดลมอักเสบ หรือมีผลกระทบรุนแรงต่อระบบหัวใจ หลอดเลือด และระบบประสาทจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจาก?

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza Virus) ซึ่งมีอยู่ 3 สายพันธุ์ คือ A, B และ C

  • ไวรัสชนิด A เป็นชนิดที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างกว้างขวางทั่วโลก
  • ไวรัสชนิด B ทำให้เกิดการระบาดในพื้นที่ระดับภูมิภาค
  • ไวรัสชนิด C มักเป็นการติดเชื้อที่แสดงอาการอย่างอ่อนหรือไม่แสดงอาการ และไม่ทำให้เกิดการระบาด

ไวรัสชนิด A และ B เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน โดยอาการติดเชื้อมักเริ่มขึ้นในเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบน (จมูกและคอ) และอาจแพร่กระจายไปยังปอดและหลอดลมได้ ในอดีตการระบาดของไข้หวัดใหญ่ พบว่าไวรัสสายพันธุ์ A ที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ A/H1N1 และ A/H3N2 เป็นสายพันธุ์หลัก หลายปีที่ผ่านมาพบว่าการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ B เพิ่มมากขึ้น รวมถึงในประเทศไทยด้วย

เราจะป้องกันได้อย่างไร?

การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนป้องกัน จะมีการพัฒนาวัคซีนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เหมาะสมและตรงกับการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปี

แต่เดิมวัคซีนที่ใช้กันอยู่จะป้องกันไวรัสได้ 3 สายพันธุ์ แต่เนื่องจากในระยะหลังพบว่ามีการระบาดของสายพันธุ์ B บ่อยขึ้น ในปี 2012 องค์การอนามัยโลกจึงได้แนะนำให้เพิ่มไวรัสสายพันธุ์ B เข้าไปอีก 1 สายพันธุ์ ทำให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ 4 สายพันธุ์ ซึ่งประกอบไปด้วยไวรัสสายพันธุ์ A/H1N1, A/H3N2 และไวรัสสายพันธุ์ B 2 สายพันธุ์ คือ B/Victoria และ B/Yamagata วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent Influenza Vaccine) จึงป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ใครควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่บ้าง?

กลุ่มเสี่ยงต่อไปนี้ควรได้รับการป้องกันด้วยวัคซีนอย่างสม่ำเสมอค่ะ

  • เด็ก ที่อายุน้อยกว่า 2 ปี จนถึง 5 ปี
  • ผู้สูงอายุ ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป
  • หญิงตั้งครรภ์ และ ผู้หญิงที่อยู่ในระยะ 2 สัปดาห์หลังคลอด
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง

ข้อยกเว้น ผู้ที่แพ้ไข่ไก่รุนแรงไม่สามารถฉีดได้ เนื่องจากกระบวนการผลิตวัคซีนมีการเพาะเชื้อในไข่ไก่ หากแพ้ไข่ไก่ไม่รุนแรงควรฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ดูอาการหลังฉีดวัคซีน

ทำไมต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี?

เนื่องจากภูมิคุ้มกันเชื้อไข้หวัดใหญ่จะลดต่ำลงได้ในระยะเวลาไม่นาน การฉีดวัคซีนทุกปีจึงเป็นการกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันอยู่ในระดับสูง และสอดคล้องกับสายพันธุ์ของเชื้อในแต่ละปี จึงแนะนำให้วัคซีนก่อนฤดูที่มีการระบาด คือฤดูฝนและฤดูหนาว และฉีดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

 

แต่หากลูกน้อยมีอาการป่วย และคุณสงสัยว่าลูกจะเป็นไข้หวัดใหญ่ เรามีวิธีสังเกตและข้อแนะนำค่ะ

อาการเด่นของไข้หวัดใหญ่มีอะไรบ้าง?

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน
  • ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เบื่ออาหาร

หากสงสัยว่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ควรทำอย่างไร?

เนื่องจากไข้หวัดใหญ่มีระยะแพร่โรคคือ 1 วันก่อนมีอาการ ถึง 7 วันหลังมีอาการ จึงควรทำสิ่งต่อไปนี้เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นค่ะ นอกจากปฏิบัติตามนี้แล้ว อย่าลืมไปพบแพทย์ด้วยนะคะ

  • หยุดงาน หยุดเรียน
  • ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ต้องอยู่ใกล้ผู้อื่น
  • หมั่นล้างมือให้สะอาด
  • ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ไม่ใช้จาน ชาม ช้อนส้อม แก้วน้ำ ร่วมกับผู้อื่น

รู้ไหม?

การจามสามารถแพร่เชื้อโรคได้ไกลถึง 6 ฟุต หรือเกือบ 2 เมตร! จึงควรใช้กระดาษทิชชูปิดปากทุกครั้งที่จามแล้วทิ้งถังขยะให้เรียบร้อย หากไม่มี ห้ามใช้มือปิดปากแล้วจามเด็ดขาดค่ะ! ให้ยกแขนขึ้นมาจับไหล่ฝั่งตรงข้าม เช่น ยกแขนขวาขึ้นมาก็ให้จับไหล่ซ้าย และจามใส่ข้อพับข้อศอก เพราะเป็นส่วนที่ไม่ค่อยสัมผัสกับผู้อื่นหรือสิ่งของต่างๆ มากเท่ามือ เท่านี้ก็ป้องกันการแพร่เชื้อต่างๆ สู้ผู้อื่นได้แล้วค่ะ ง่ายนิดเดียวเอง ลองนำไปสอนลูกน้อยดูนะคะ

 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจ โรงพยาบาลสมิติเวชพร้อมให้บริการวัคซีนไข้หวัด 4 สายพันธุ์แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์วัคซีน โรงพยาบาลสมิติเวช

เรียบเรียงโดย : กองบรรณาธิการเว็บไซต์

ภาพ : shutterstock

Palmer’s cocoa butter formula Massage Cream For Stretch Marks 125g

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชนิดครีม ช่วยป้องกันผิวแตกลายเนื่องจากการตั้งครรภ์ด้วยส่วนผสมจาก Vitamin E และ Cocoa Butter มาตรฐานที่คุณแม่ทั่วโลกยอมรับ
การดูแลผิวสวยของคุณแม่ตั้งครรภ์เมื่อเข้าสู่เดือนที่ 3 ผิวหน้าท้องคุณแม่เริ่มขยาย มีโอกาสแตกลายได้ง่ายต้องปกป้องผิวสวยของคุณแม่ด้วย ปาล์มเมอร์ สูตรโกโก้บัตเตอร์ มาซซาสครีม ผลิตภัณฑ์อันดับ1 ในอเมริกา ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ 97% พิสูจน์แล้วว่าผิวยืดหยุ่นขึ้น และป้องกันผิวสวยตั้งแต่แรกเริ่มของการตั้งครรภ์ ด้วยเนื้อครีมสูตรเข้มข้นที่คุณสัมผัสได้ อีกทั้งมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ได้จากธรรมชาติ ซึมซับดีกว่าปลอดภัยกว่า ควรทาบริเวณหน้าท้อง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผิวยืดหยุ่นไม่มีรอยแตกลายตลอดการตั้งครรภ์นี้ค่ะ
ราคาปกติ 465
ขาย 390 ส่งฟรีลทบ.

0891156088
ID line : monngoy

Tags

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 5 ตอน ถึงเป็น “แม่” แค่อายุ 15 แต่หนูก็รักลูกหมดใจ

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 5 / เรื่องจริงของแม่ที่หมออยากแบ่งปัน

ถึงเป็น “แม่” แค่อายุ “15” แต่หนูก็รักลูกหมดใจ

 

เสียงคนพลุกพล่านตั้งแต่ตี 3 ตี 4 เสียงยกเปิดประตูเหล็กหน้าบ้านดังกร่างเกร่ง เสียงหัวเราะหยอกล้อคุยกัน เสียงผู้คนเดินผ่านน้ำเฉอะแฉะ เสียงรถเข็นเข็นของอย่างรีบเร่ง นี่เป็นบรรยากาศทุกวันของหน้าบ้านฉันซึ่งอยู่ในตลาดสดเทศบาล

ฉันชื่อดาวเรือง (ชื่อสมมุติ) ลูกแม่ค้าขายผลไม้อยู่ในตลาด แม่ชื่อแม่ผลเป็นคนใจดี แม่มีลูกสองคนคือฉันอายุ 15 ปี กับน้องสาวอายุ 12 ปี ใครๆก็บอกว่าฉันเป็นคนหน้าตาน่ารัก เสียแต่ที่อ้วนไปหน่อย ฉันสูง 160 เซนติเมตร แต่น้ำหนักถึง 80 กิโลกรัม ฉันเรียนหนังสือถึง ม.3 ก็เลิกเรียนเพราะสมองไม่ดีนัก เรียนคาบลูกคาบดอก แต่เรื่องที่สำคัญก็คือฉันได้เสียกับรุ่นพี่จนท้อง ตอนบอกแม่นั้นฉันท้องได้ 3 เดือนเศษแล้ว แม่ไม่ว่าอะไรฉันสักคำ แม้รุ่นพี่ที่เป็นพ่อเด็กจะไม่รับแม่ก็บอกว่า “ช่างมันลูก…และหนูอย่า…อย่าแม้แต่จะคิดที่จะทำแท้ง เราเป็นชาวพุทธ แม่เชื่อเรื่องบาปกรรม ช่างมันเหอะหลานคนเดียวแม่เลี้ยงได้” แล้วแม่ก็พาฉันไปฝากท้องกับหมอที่เคยทำคลอดฉันกับน้องให้แม่ทั้งสองท้อง

วันแรกที่ฝากท้อง หมอทำอัลตร้าซาวนด์ ตรวจเลือด ตรวจน้ำปัสสาวะ และบอกว่า “ท้องได้ 16 สัปดาห์ เด็กดูแข็งแรงดี แต่สงสัยแม่จะเป็นเบาหวาน”

แม่ผลอุทานอย่างตกใจว่า “เป็นเบาหวานหรือหมอ ดาวเรืองอายุแค่ 15 ปีนะ”

หมอตรวจเลือดของฉันอย่างละเอียดสรุปว่าเป็นเบาหวาน โดยหมอคาดว่าฉันเป็นเบาหวานมาตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ หมอเลยให้นอนโรงพยาบาล 2 วัน เพื่อตรวจร่างกายโดยละเอียด ตรวจเลือด และคำนวณจำนวนยาฉีดรักษาเบาหวาน สรุปว่าฉันต้องฉีดยาฮอร์โมนเก็บน้ำตาลวันละ 2 ครั้ง หมอถามแม่ผลว่า “แล้วแม่จะให้ใครฉีดยาให้ดาวเรือง ปกติคนท้องคนอื่นๆเขาก็ฉีดตัวเอง แต่ดาวเรืองอายุยังน้อยจะฉีดได้หรือเปล่า” ฉันรู้สึกลูกดิ้นตอนที่ฉันบอกหมอว่า “คุณหมอ หนูฉีดตัวเองได้ค่ะ” “ฉีดได้แน่หรือ” หมอถามอย่างไม่แน่ใจ เมื่อฉันยืนยันว่าฉีดได้ หมอก็ให้พยาบาลสอนวิธีฉีดยาเก็บน้ำตาลที่หน้าขาของฉัน ฉีดเช้าเย็นก่อนอาหาร

อันที่จริงฉันเป็นคนกลัวเข็ม แต่หมอบอกฉันกับแม่ว่า ลูกในท้องของฉันจะปลอดภัยหากฉันคุมน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป การฉีดยาเข็มแรกด้วยตัวเอง ฉันกลัวเข็มจนน้ำตาไหล ฉันจดเข็มเข้าเนื้อตัวเองด้วยมือสั่นเทา แต่ในที่สุดฉันก็ทำได้

เมื่อท้องได้ 6 เดือน ฉันมีไข้หนาวสั่น เมื่อไปหาหมอ หมอบอกว่าฉันเป็นกรวยไตอักเสบ เหตุผลเพราะฉันติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซึ่งพบมากในคนเป็นเบาหวาน หมอรับฉันไว้ในโรงพยาบาล ฉีดยาฆ่าเชื้อนาน 5 วัน อาการก็เริ่มทุเลาลง ตั้งแต่วันนั้นแม่บอกฉันว่า ไม่ต้องมาช่วยขายผลไม้แล้ว ให้กินกับนอนจนกว่าจะคลอดลูก แม่กลัวหลานในท้องฉันจะเป็นอะไรไป แม้แต่งานบ้านแม่ก็ไม่ให้ทำ แม่ทำเอง แม่เตรียมข้าวเตรียมน้ำให้ฉันก่อนไปขายผลไม้ เมื่อท้องได้ 7เดือนฉันมีอาการครรภ์เป็นพิษ มีอาการบวมที่แขนขา ความดันโลหิตสูง หมอรับฉันไว้ในโรงพยาบาล ให้ยาเร่งปอดเด็กในท้อง เมื่อเข้า 8 เดือน (34 สัปดาห์) หมอผ่าคลอดให้ฉันเพราะความดันโลหิตสูงมากจนอาจเกิดอาการชัก ตอนแรกหมอบอกว่าลูกอาจจะไม่รอด ลูกน้อยที่คลอดออกมาเป็นเพศหญิงหนักแค่ 1,600 กรัม ปอดไม่แข็งแรง น้ำตาลในเลือดต่ำ ต้องอยู่ในตู้อบ ให้น้ำเกลือ และให้ยาแก้เรื่องน้ำตาลต่ำตลอดเวลา

เพราะพี่พยาบาลบอกฉันว่า ลูกเกิดก่อนกำหนดหากได้นมแม่ลูกจะแข็งแรงเร็ว ฉันจึงดื่มน้ำมากๆ แม่เอาไพลมาประคบเต้านม แกงเลียงหัวปลีให้ฉันกินวันละหม้อ น้ำนมของฉันจึงไหลออกมาก ฉันบีบนมตามที่พี่พยาบาลสอน ไปให้ลูกน้อยที่อยู่ในตู้อบทุกวัน เมื่อลูกแข็งแรงพอจะดูดนมได้ ฉันก็ไปให้นมลูก หลายคนแปลกใจว่าเด็กอายุ 15 ปีอย่างฉัน ทำไมให้นมลูกเก่งจัง ครบเดือนลูกก็มีน้ำหนัก 2 กิโลกรัม ได้ออกจากตู้อบและกลับบ้าน

แม้ฉันเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกคนเดียวไม่มีพ่อช่วยเลี้ยง แต่แม่ผลบอกฉันว่า “เราเลี้ยงเขาให้ดีๆ เขาก็จะเป็นคนดี เพราะมันไม่ได้อยู่ที่ว่ามีพ่อแม่ครบถ้วนลูกถึงจะเป็นคนดี” ฉันลืมบอกไปว่า แม่ผลของฉันก็เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เพราะพ่อฉันได้รับอุบัติเหตุเสียชีวิตตั้งแต่น้องสาวของฉันอยู่ในท้องแม่ อย่างไรก็ตาม ฉันตั้งใจว่าจะเลี้ยงลูกให้ดี ยังไม่มีแฟนใหม่ ในอนาคตหากมีแฟนใหม่ฉันก็คงไม่มีลูกแล้ว เพราะเบาหวานที่เป็นจะทำอันตรายต่อลูก

 

บันทึกจากหมอ

ตอนนี้ลูกสาวของดาวเรืองอายุ 5 ขวบแล้ว แม้ตัวเล็กกว่าเด็กทั่วไป แต่ก็เป็นเด็กฉลาดหน้าตาน่ารัก ลูกสาวของดาวเรืองไม่ได้เป็นที่รักของแม่และยายผลเท่านั้น แต่เป็นที่รักของคนทั้งตลาด ดาวเรืองเป็นตัวอย่างของเด็กวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์และเป็นเบาหวาน เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่างจนทำให้ลูกในท้องเกือบเสียชีวิต แต่ในที่สุดลูกก็รอดชีวิต เคสของดาวเรืองนั้น ไม่อาจจะสรุปอะไรได้ดีไปกว่าถ้อยคำที่ว่า “คุณแม่คนดีที่หนึ่งเลย” ซึ่งคุณแม่นั้นไม่ได้หมายถึงเฉพาะดาวเรืองที่ดูแลตนเองเป็นอย่างดีในขณะตั้งครรภ์ กล้าที่จะฉีดยาตนเองทุกวันวันละ 2 เข็ม ตั้งแต่ตั้งท้องจนคลอด แต่ยังหมายถึงแม่ผล แม่ค้าขายผลไม้ ซึ่งมักจะพูดกับหมอเสมอว่า “อะไรดีต่อดาวเรือง หมอก็แนะนำเถอะ ฉันจะทำตามหมอทุกอย่าง เพราะฉันมีความรู้น้อย” นั่นเอง

 

บทความโดย พญ. ชัญวลี ศรีสุโข

ภาพโดย shutterstock

 

 

หนูน้อยปิ๊งไอเดียแอบหนีออกจากเตียงมาเริงร่าข้างนอก (มีคลิป)

คลิปวีดีโอนี้เป็นความน่ารักของหนูน้อยที่ไม่อยากนอนเล่นอยู่ภายในเตียงนอนที่มีที่กั้นสูง โดยพยายามหาวิธีออกไปให้ได้ . . . จนสุดท้ายหนูน้อยก็เกิดไอเดียอันบรรเจิดขึ้นมา

ซึ่งขั้นแรกหนูน้อยได้เอาหมอนและเริ่มม้วนฟูกที่นอนให้ไปอยู่ด้านบน ก่อนจะเอาขามาหย่อนออกตรงช่องว่างของเตียง จากนั้นก็ใช้ขาขยับเดินหมุนไปเรื่อยๆ จนไปถึงเตียงใหญ่ แล้วกลับเข้าไปในเตียงตนเอง และยืนเต็มความสูงเพื่อก้าวขาออกมาบนเตียงใหญ่ พร้อมกระโดดโลดเต้นไปมาอย่างเพลิดเพลิน ^_^

ทั้งนี้ หลังจากวีดีโอดังกล่าวถูกนำไปโพสต์บนเพจเฟซบุ๊กของ 24 Horas ซึ่งเป็นเว็บไซต์เม็กซิกัน ก็ทำให้เกิดกระแสพูดถึงอย่างมาก โดยหลายคนที่ได้ชมต่างยกยิ้มให้กับความน่ารักของหนูน้อย


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.springnews.co.th/global/200209

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : لازهــــــــــــــــــــــرboyalgeria

 

สุดน่ารัก ^_^ เมื่อหนูน้อยพยายามเบ่งกล้ามเลียนแบบคุณพ่อ (มีคลิป)

เด็กๆย่อมมีพฤติกรรมเลียนแบบผู้ใหญ่อยู่เสมอๆ เพราะว่าพวกเขาต้องการที่จะทำให้ได้เหมือนผู้ใหญ่นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง หรือการพูด

เหมือนกับเด็กน้อยคนนี้ วัยเพียง 8 เดือนเท่านั้น ซึ่งคุณพ่อเล่าว่าระหว่างที่พวกเขาเตรียมตัวที่จะเข้าห้องน้ำอยู่บริเวณหน้ากระจก คุณพ่อก็ได้เกร็งตัว เบ่งกล้ามในกระจกเช็คความหล่อของตัวเอง เมื่อหนูน้อยเห็นเข้าแล้ว ก็ได้ทำเลียนแบบทันที คุณพ่อเลยนึกสนุกให้คุณแม่จับกล้องขึ้นมาถ่ายซะเลย จนกลั้นหัวเราะไม่ไหว จะน่ารักขนาดไหนไปดูกันค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก : www.baabinz.com

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Rumble Viral