Kid Safety เด็กเกาหลีใต้ 25% เข้าข่ายเป็นโรคติดมือถือแล้ว

นอกจากโรคติดต่ออย่างไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ ล่าสุดมีผลวิจัยของเกาหลีที่กำลังจะตีพิมพ์ในปี 2559 เผยถึงอาการติดโทรศัพท์มือถือของเด็กเกาหลีใต้ ว่ากันว่าคนเอเชียกำลังติดกันมากและผู้เป็นโรคนี้ก็มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ นักจิตวิทยาเรียกอาการของโรคนี้ว่า “โนโมโฟเบีย” (Nomophobia)

 

โนโมโฟเบีย คือความหวาดกลัวว่าตัวเองจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีโทรศัพท์มือถือ   จากการสำรวจนักเรียนเกาหลีใต้เกือบ 1,000 คน พบว่าเด็กๆ ใช้มือถือกันตั้งแต่อายุ 11-12 ปี ใช้เวลาอยู่กับมัน 5.4 ชั่วโมงต่อวัน และพบว่าเด็กเกาหลีใต้ถึง 25 % เข้าข่ายเสพติดมือถือเสียแล้ว

 

  • ในเอเชียมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือราว 2,500 ล้านคน
  • มีอุบัติเหตุที่มีสาเหตุจากการไม่ระวังขณะใช้โทรศัพท์มือถือเกิดขึ้นมาก เช่น ตกท่าเรือ ตกรถเมล์

 

ในสิงคโปร์ ที่มียอดประชากรเสพติดเทคโนโลยีมากถึงขึ้นต้องมีคลินิกบำบัดอาการติดเทคโนโลยีสมัยใหม่  ยกตัวอย่างเช่น คุณครูในโรงเรียนบางแห่งสั่งการบ้านผ่าน WhatsApp ทำให้เด็กๆ ก็ต้องพลอยมีโทรศัพท์มือถือไปด้วย

 

ในขณะที่จีนเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ระบุว่าโรคเสพติดอินเตอร์เน็ตถือเป็นโรคทางคลินิก ได้มีคลินิกเพื่อบำบัดโรคเสพติดสื่อออนไลน์ใหม่ๆ โดยมีจิตแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

 

นายโทมัส ลี จิตแพทย์ที่ปรึกษา ได้กล่าวว่า ประเทศอื่นๆ ในเอเชียควรจะจัดให้โรคติดโทรศัพท์มือถือเป็นโรคทางจิตเวชอย่างหนึ่งเช่นเดียวกับการติดการพนันหรือเสพติดเซ็กส์ เพราะผู้เสพติดแล้วเมื่อพยายามเลิกจะมีอาการลงแดงเหมือนกัน เช่น กระสับกระส่าย นั่งไม่ติดที่ วิตกจริต โกรธ โมโห

 

ลองมาตรวจสอบตัวเองกันว่าคุณเข้าข่ายมีอาการติดโทรศัพท์มือถือหรือยัง?

– กดมือถือเช็คโน่นเช็คนี่โดยไม่มีเหตุผล

– รู้สึกกระวนกระวาย นั่งไม่ติด เพียงแค่คิดว่าไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้

– เลี่ยงการไปสังสรรค์กับผู้อื่น เพียงเพื่อจะได้ใช้เวลากับโทรศัพท์มือถือ

– ตื่นขึ้นมาตอนดึก ๆ และมากดโทรศัพท์มือถือดู

– ผลการเรียนหรือการทำงานแย่ลง เนื่องจากใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับโทรศัพท์มือถือ

– วอกแวกได้ง่าย ๆ เพียงแค่เห็นอีเมล์หรือข้อความจากแอปพลิเคชัน

 

เรียบเรียงข้อมูลจาก https://www.facebook.com/BBCThai

ภาพ : Shutterstock

 

keyboard_arrow_up