เดอะไนน์เซ็นเตอร์พระราม9 ชวนน้องๆ สัมผัสวิถีชีวิตมนุษย์ยุคหินสุดตื่นตาตื่นใจ ในกิจกรรม ‘Dino Stone Age ไดโนเสาร์บุกยุคหิน’

ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9ธุรกิจในเครือเอ็มบีเคกรุ๊ป ชวนน้องๆ ท่องไปในโลกแห่งจินตนาการกับประสบการณ์สุดพิเศษที่จะพาย้อนไปสัมผัสวิถีชีวิตมนุษย์ยุคหินสุดตื่นตาตื่นใจภายใต้บรรยากาศที่รายล้อมด้วย แท่งหินและรูปสลักหินโมอายแห่งเกาะอีสเตอร์จำลอง ในงาน Dino Stone Age ไดโนเสาร์บุกยุคหิน’ สุดสนุกกับบูธกิจกรรมยุคหินต่างๆ อย่าง Dino Egg Hunterหลุมขุดค้นหาไข่ไดโนเสาร์จำลอง Stone Beadโชว์ฝีมือการประดิษฐ์สร้อยคอลูกปัดหิน เครื่องประดับยุคหินจากอุปกรณ์จำลอง อย่าง หิน กระดูกสัตว์ และเชือกหนังพร้อมทั้งลงสี วาดลวดลาย และนำกลับบ้านเป็นของที่ระลึก Mammoth Hunterหนึ่งในกิจกรรมการล่าสัตว์ในยุคดึกดำบรรพ์ ให้น้องๆ ไล่ล่าแมมมอธด้วยธนู และพบกับT-Rex Alive Showที่แสดงหุ่นจำลองเจ้าไดโนเสาร์ทีเร็กซ์เคลื่อนที่ได้ พร้อมด้วย หุ่นจำลองไดโนเสาร์คอยาวขนาดใหญ่ ความสูงกว่า 5 เมตร และยาวกว่า 7 เมตร ตั้งแต่วันที่ 17 – 23 พฤศจิกายน 2558ณ ลานกิจกรรมไนน์สแควร์ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าหรือใช้บริการภายในศูนย์การค้าฯ ครบ 300 บาทขึ้นไป/ ใบเสร็จ สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับคูปองร่วมกิจกรรม มูลค่า 120 บาท ฟรี!(คูปองมีจำนวนจำกัด เพียง 50 ใบต่อวัน)

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thenine.co.thและเฟซบุ๊กThe Nine Center Society

Tags

ชวนเดินงาน The Nine IG Market พระราม 9

ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ธุรกิจในเครือเอ็ม บี เค กรุ๊ป ขนสินค้าออนไลน์มาให้ช้อปกันสะใจ ในงาน The Nine IG Market ตลาดนัดช้อปปิ้งสินค้าออนไลน์ พบกับสินค้าสุดฮิตจากร้านค้าชื่อดังในโลกออนไลน์ อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องประดับ สินค้าแฮนด์เมด อาหาร เครื่องดื่ม และขนมโฮมเมดจากกว่า 40 ร้านค้าชื่อดัง  ในโซเซียลมีเดีย ทั้งอินสตาแกรม และเฟซบุ๊ก อาทิ ร้าน Check-In Dresses จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นงานพรีออเดอร์ คุณภาพดี ร้าน Jeans Concept จำหน่ายยีนส์แฟชั่นสุดเก๋ Local Brand จากทั่วเอเชีย ร้าน Deblissta_jewelry จำหน่ายเครื่องประดับพลอยแท้ มุกแท้ เพชร Cubic Zirconia เกรดพรีเมี่ยมนำเข้าจากยุโรป ร้าน Da_lil_pony จำหน่ายตุ๊กตาและของที่ระลึกสุดน่ารัก พร้อมเพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีสด ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 พฤศจิกายน 2558 ณ ลานกิจกรรมไนน์สแควร์ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

 

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thenine.co.th และเฟซบุ๊ก The Nine Center Society

Tags

ภูมิแพ้ในเด็ก ลูกเป็นภูมิแพ้ ความเสี่ยงโรคภูมิแพ้

Kid Safety เวลาลูกมีไข้ เมื่อไหร่ถึงต้องพาไปพบแพทย์

ฤดูฝนกำลังจะหมดลงต่อด้วยฤดูหนาว ซึ่งมีฝนพรำๆ และมีลมเย็นเบาๆมาเยือนแทน ถึงแม้อากาศโดยรวมจะสดชื่นขึ้น แต่ช่วงอากาศเปลี่ยนกลับมีเชื้อไวรัสหลายชนิดระบาดจนกระทั่งเด็กและผู้ใหญ่ป่วยกันเรื้อรังเลยทีเดียว

โรคระบาดในเด็กช่วงนี้ มีทั้งไข้หวัดธรรมดา, ไข้หวัดใหญ่, ไข้ไวรัสหลอดลมอักเสบ, ปอดอักเสบ, ไข้อาเจียน, กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ, ไวรัสท้องเสีย, ตาแดง, ไวรัสมือเท้าปาก ที่กำลังเป็นข่าวน่าสะพรึงกลัวและยังมีไวรัสไข้เลือดออกโรคอิตในเมืองไทยตลอดกาลอีก

            วิธีดูแลเวลาลูกมีไข้

ถ้าลูกมีไข้สูง คุณหนูจะปวดหัว ปวดตัว งอแง รับประทานอาหารได้น้อยลง เราต้องช่วยลดไข้ให้คุณหนูสบายตัว โดยเช็ดตัวลดไข้ เน้นมากบริเวณ ข้อพับ ลำคอ และลำตัว รับประทานยาลดไข้ พาราเซตามอล ตามขนาดที่เหมาะสมของแต่ละคน รับประทานน้ำและอาหารแบบเหลวให้มากขึ้น และถ้าไข้ไม่ลดหรือมีไข้สูงตลอดเวลา ต้องระวังจะมีการชักจากไข้ได้ ซึ่งพบมากในเด็ก 2 ขวบแรก และมักจะพบไม่เกินอายุ 7 ขวบ

            เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ถ้าลูกได้รับการดูแลลดไข้ทั้งเช็ดตัวและรับประทานยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลดและมีอาการอื่นๆรวมด้วย โดยเฉพาะการรับประทานได้น้อยมาก ซึมเพลีย มีภาวะขาดน้ำหมดแรงจากการถ่ายเหลวท้องเสียมาก ไอมากหายใจผิดปกติ มีการชักกระตุกในช่วงตัวร้อนสูง อาการทั้งหลายเหล่านี้ไม่ควรดูแลให้การรักษาที่บ้านเอง เนื่องจากอาจมีอาการรุนแรงของโรคต่างๆซ่อนเร้นอยู่ และต้องการรักษาอย่างเร่งด่วน

            การรักษาเมื่อลูกป่วยติดเชื้อไวรัส

เนื่องจากการติดเชื้อไวรัสทำให้เกิดอาการหลายอย่าง การรักษาจึงเป็นตามอาการที่มี นอกเหนือจากยาลดไข้ เช่น อาการไอหวัด ก็จะมียาลดน้ำมูก ยาลดอาการคัดจมูก ยาละลายเสมหะ ยาแก้ไอ ยาแก้อักเสบสำหรับลำคอ อาการท้องเสียจะมียาแก้ท้องเสีย ยาปรับลำไส้ ยาแก้ท้องอืด และเมื่ออาเจียนมากก็จะมียาลดอาการอาเจียน เป็นต้น  ที่สำคัญควรพยายามให้ลูกพักผ่อนมากๆ รับประทานอาหารอ่อน ดื่มน้ำและนมชงทีละน้อยและบ่อยๆ เพื่อลดภาวะร่างกายขาดน้ำรุนแรง

            ภาวะฉุกเฉินที่ต้องนำลูกพบแพทย์

  • ไข้สูงตลอดและมีภาวะซึม ชักเกร็งกระตุก
  • ปัสสาวะน้อย ไม่รับประทาน
  • ไอมากรับประทานไม่ได้ มีอาการหอบเหนื่อย

การป้องกันร่างกายไม่ให้ป่วยง่าย

  • พื้นฐานสำคัญที่ทำให้แข็งแรงไม่ป่วยง่าย คือ การพักผ่อนให้เพียงพอ เด็กๆไม่ควรนอนดึก ทานอาหารที่มีประโยชน์ ผักผลไม้สด เพื่อเพิ่มวิตามินซีธรรมชาติให้ร่างกาย รับประทานอาหารที่สุกและสะอาด สอนลูกให้ล้างมือหลังเล่นและก่อนรับประทานอาหาร
  • ใส่หน้ากากอนามัยเป็นนิสัย ถ้าไม่สบายเป็นไข้หวัด เพื่อการลดการแพร่ไข้หวัดให้ผู้อื่น และป้องกันการรับเชื้อเพิ่ม
  • หลีกเลี่ยงไม่ตากฝนหรือโดนละอองฝนชื้นๆ กรณีลูกที่ป่วยบ่อย ไม่ควรสระผมบ่อยและหลังสระผมควรทำให้ผมลูกแห้งโดยเร็ว
  • ให้วัคซีนป้องกันโรคเพิ่มจากวัคซีนพื้นฐานแก่ลูก โดยเฉพาะช่วงมีการระบาดของโรค เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนโรคท้องเสียโรตา รวมถึงวัคซีนอื่นๆที่ลดการป่วยรุนแรง เช่น วัควีนไอพีดี ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียดื้อยา
  • ดูแลบริเวณบ้านอยู่อาศัยไม่ให้มีแหล่งน้ำขัง เพาะพันธุ์ยุงลาย ทั้งดูแลตัวเองและลูกไม่ให้ถูกยุงกัด
  • นอกจากพยายามดูแลลูกให้สุขภาพดีไม่ป่วยง่ายแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องใส่ใจดูแลตัวเองด้วยนะคะ เพราะนอกจากเราต้องแข็งแรงเพื่อดูแลลูกให้ได้ดีแล้ว การป่วยเชื้อวนอยู่ในครอบครัวก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกป่วยเรื้อรัง

 

บทความโดย พญ.สาลินี หิรัญบูรณะ กุมารเวชศาสตร์ทั่วไป โรงพยาบาลเวชธานี  ลาดพร้าว 111
ภาพ shutterstock

พญ.สาลินี หิรัญบูนณะ

Tags

โรคสุกใส

แพทย์เตือน! โรคอ้วนอาจนำไปสู่โรคมะเร็งได้

คำว่า “อ้วน” คงไม่มีใครที่อยากจะเผชิญกับปัญหาอ้วน และโรคของความอ้วนสามารถเป็นบ่อเกิดกับโรคต่าง ๆ ที่ร้ายแรงได้อีกในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน แต่ว่าทุกวันนี้ทางการแพทย์ได้มีวิวัฒนาการสมัยใหม่ สามารถดูแลป้องกันรักษาและแก้ไขโรคอ้วนได้อีกด้วย

นพ.สุขประเสริฐ จุฑากอเกียรติ อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี ได้ให้ข้อมูลว่า  สาเหตุที่ก่อให้เกิดมะเร็งพบว่า เซลล์ไขมันที่มาก สามารถผลิตฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนเอสโตรเจน จะทำให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ มะเร็งเยื่อบุโพร่งมดลูก หรือมีการผลิตฮอร์โมนบางอย่างที่ไปกระตุ้น ทำให้เซลล์แบ่งตัวผิดปกติทำให้เกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ เพิ่มขึ้นได้

การป้องกันให้หายจากการเป็นโรคอ้วน

การที่จะลดน้ำหนักได้จะต้องลดปริมาณอาหารที่รับประทานเข้าไป และต้องมีการเผาผลาญพลังงาน คือการรับประทานจำกัดแคลลอรี่ ร่วมกับการออกกำลังกาย และถ้าเกิดกับคนที่มีน้ำหนักเกินมาก ๆ  เช่นค่าดัชนีมวลกายเกิน 35

หรือเกิน 40 ไปเลย (BMI ≥ 40 (มากกว่าหรือเท่ากับ 40)) อาจจะต้องใช้วิวัฒนาการทางการแพทย์ช่วย เช่นการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร การผ่าตัดบายพลาสลดขนาดในกระเพาะอาหาร  ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กับคนไข้ไม่มาก เช่นค่าดัชนีมวลกายอยู่ที่ 25 – 35  ที่คิดว่ายังคงไม่ต้องผ่าตัด

วิวัฒนาการใหม่ ไม่ต้องผ่าตัด

ล่าสุดมีเทคโนโลยีใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร เป็นการส่องกล้องใส่ในกระเพาะอาหาร เป็นการใส่บอลลูนในกระเพาะ หลักการเดียวกันกับการผ่าตัดรัดกระเพาะอาหาร คือการนำบอลลูนไปแทนที่ในกระเพาะ เพื่อทำให้คนไข้รู้สึกว่า มีอาการอิ่ม หรือว่ารับประทานได้น้อยลง นี่ก็จะเป็นตัวช่วยอย่างหนึ่งที่สามารถช่วยลดน้ำหนักคนไข้ได้ ซึ่งโดยเฉลี่ย สามารถลดน้ำหนักภายใน 1 ปีได้ประมาณ 24 กิโลกรัม

            การใส่บอลลูนที่ใส่เข้าไปอยู่ได้นานขนาดไหน

ปกติตัวบอลลูนในกระเพาะอาหารจะทำด้วยยางซิลิโคน เหมือนกับยางที่ใช้ในการทำศัลยกรรมตกแต่งทั่วไป ซึ่งมีความปลอดภัยจากคนไข้ แต่เนื่องจากอยู่ในกระเพาะอาหาร ต้องมีการบดอาหารจากในกระเพาอาหาร มีเรื่องของน้ำย่อย ฉะนั้น โดยปกติตัวบอลลูนในกระเพาะอาหารจะอยู่ในกระเพาะเราได้ประมาณ 1 ปี ก็ต้องมาถอดออก

            หลังจากร่างกายผอมแล้วถอดบอลลูนออกจะกลับมาอ้วนได้อีกมั้ย

พอถอดบอลลูนออก ถ้าคนไข้สามารถที่จะควบคุมวินัยในการรับประทานเช่นเดียวกับช่วงที่ใส่บอลลูนอยู่ คือรับประทานเป็นมื้อ ทานในปริมาณที่เหมาะสม ก็สามารถที่จะรักษาระดับน้ำหนักตัวขณะนั้นไปได้ แต่ถ้าคนไข้บางรายที่คิดว่า พอถอดออกแล้วกลับไปรับประทานเยอะเหมือนเดิม ก็สามารถที่จะกลับมาใส่บอลลูนลูกใหม่เข้าไปได้ โดยที่อายุของบอลลูนในกระเพาะอาหารอยู่ได้ 1 ปี

            ผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น

ประมาณ 0.2 – 0.3%  คือ  2 – 3คนในพันคน  โอกาสที่จะเกิดได้เช่น ตัวบอลลูนรั่ว  แต่ถ้าบอลลูนรั่วก็จะสังเกตได้จากสีปัสสาวะเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีฟ้า เพราะจะมีการใส่สารที่ปัสสาวะเป็นสีฟ้าหากมีภาวะบอลลูนรั่ว และคนไข้ดูว่าผิดปกติก็ต้องกลับมาพบแพทย์

สาว ๆ หรือ หนุ่ม ๆ คนไหน ไม่อยากตกอยู่ในสภาวะของคนเป็นโรคอ้วน ควรจะปฎิบัติตัวให้มีวินัย ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอก็จะทำให้ปราศจากโรคอ้วนได้

 

เรื่อง โรงพยาบาลเวชธานี
ภาพ Shutterstock

Tags

คุณแม่ผมร่วงเพราะลูกจำหน้าได้จริงหรือ?

คุณแม่มือใหม่หรือมือเก่าหลายคนคงเคยได้ยินคำโบราณที่ว่าถ้าลูกจำหน้าได้จะทำให้ผมคุณแม่ผมร่วง… สาเหตุที่ผมร่วงเพราะลูกจำหน้าได้นั้นจริงหรือไม่นั้นยังไม่มีใครพิสูจน์ได้แต่มีคุณแม่หลายๆคนพบว่าเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ผมตัวเองจะร่วงมากผิดสังเกต…. แต่หลักความจริงธรรมชาติของเส้นผมของคนเรามีผมร่วงทุกวันตามปกติ เกิดจากการผลัดเส้นผมตามรอบวงจรของรากผม (hair cycle) แต่ปริมาณผมที่หลุดร่วงในแต่ละวันนั้น จะไม่มากเมื่อเทียบกับอัตราการงอกใหม่ของรากผม คนเราจึงดูมีผมดกดำ เต็มศีรษะอยู่ตลอดเวลาแต่สำหรับคนที่ผมร่วงผิดปกติมากกว่า 100 เส้นต่อวัน จึงเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าวงจรชีวิตของเส้นผมเริ่มทำงานผิดปกติ ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะเริ่มล้านหลายคนมองว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่สำหรับคนที่ประสบปัญหานี้ด้วยตัวเองกับเป็นเรื่องที่กระทบ ต่อบุคลิกภาพและความเชื่อมั่นในตัวเองอย่างมากบางคนมีความกังวลทางที่ดีที่สุดจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก่อนที่จะสายเกินไป

shutterstock_90859769

การทำ Hair Reform สามารถช่วยบำรุงหนังศีรษะทำให้ให้รากผมแข็งแรงสามารถช่วยลดการหลุดร่วง เป็นการทำความสะอาดเส้นผม โปรแกรม 7 ขั้นตอนเป็นแนวทางการรักษาซึ่งจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับของผมร่วงว่าอยู่ระดับใด เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง Deep Detox  เป็นโปรแกรมการทำความสะอาดหนังศีรษะและเส้นผมอย่างล้ำลึก โดยเริ่มจากการผลัดเซลล์ที่ตายแล้วในชั้น Epidermis และชั้น Dermis ช่วยขับสารเคมี ของเสียที่ตกค้างให้ออกจากรูขุมขนโดยเครื่อง Ozone Steamer ตามด้วยDeep Cleansing โดยใช้เครื่อง Spa Machine ผสาน 3 ขั้นตอน Aroma therapy สร้างกลิ่นบำบัดให้ผ่อนคลาย Anion shampoo bubbling เครื่องสร้างฟองแชมพูออกซิเจน เพื่อลดการเสียดสีของเส้นผมช่วยรักษาสมดุลของ Keratin ให้เส้นผม Scalp galvanic ion deep cleansing ช่วยให้กล้ามเนื้อหนังศีรษะคลายตัว และเพิ่มระบบการไหลเวียนเลือดให้กับกล้ามเนื้อหนังศีรษะ หลังจากนั้น Mesotherapy (เมโสเธอราพี) ช่วยฟื้นฟูรากผมพร้อมกระตุ้นให้เกิดการงอกใหม่อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้ Digital Gun ส่งผ่านตัวยา และสารอาหารที่จำเป็นต่อเส้นผมการรักษาโดยวิธีนี้ได้ผลดีและรวดเร็ว ไม่เจ็บ ต่อมาการฉายแสงเลเซอร์LED เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราบนหนังศีรษะกระตุ้นการไหลเวียน พร้อมช่วยเสริมประสิทธิภาพของเมโสเธอราพี ในการกระตุ้นให้เกิดการเตรียมการงอกใหม่ของเส้นผมอย่างรวดเร็ว และยังลดการหลุดร่วงของเส้นผม ซึ่งได้รับการยอมรับจาก อย. สหรัฐอเมริกา ต่อมาCold wrap deep scalp soothing ช่วยลดรอยแดงจากการทำเมโสเธอราพี ตามด้วย Deep nutrient conditioning บำรุงเส้นผมอย่างล้ำลึก ช่วยให้เส้นผมหนานุ่มดูมีน้ำหนัก และมีสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ สุดท้ายTonic ลดและต่อต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราบนหนังศีรษะ ช่วยให้เซลล์รากผมแข็งแรงฟื้นตัว และผลิตเส้นผมใหม่ที่แข็งแรงช่วยชะลอการเกิดผมขาว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นปัญหา ผมบาง ผมร่วง รังแค รากผมไม่แข็งแรง หนังศีรษะแห้งหรือมัน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดด้วยวิธีที่ได้ผล ปลอดภัย หยุดปัญหาผมร่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ www.dermaster-thailand.com Tel: 027144471

Tags

กิจกรรมพ่อลูกสุขใจ…ชวนกันไปปั่นเพื่อพ่อ

ชวนคุณพ่อ & คุณลูก วัย 1-5 ปี …มาแชะภาพสุดน่ารักในคอนเซ็ปต์ “พ่อลูกสุดซี้” กับกิจกรรม…พ่อลูกสุขใจ ลุ้นรับจักรยานคันใหม่ ชวนกันไป “ปั่นเพื่อพ่อ” โดยคุณพ่อ & คุณลูก ต้องถ่ายภาพคล้ายกันในแบบใดก็ได้ แล้วโพสต์ภาพผ่านทางกิจกรรมในแฟนเพจ S-momclub ลุ้นรับรางวัลที่ 1 จักรยาน จำนวน 10 รางวัล รางวัลที่ 2 หมวกแก๊ปและผ้าพันคอสำหรับปั่นจักรยาน อีก 100 รางวัล

S-Mom_AW-1200x628-1

ข้อตกลงและเงื่อนไข

1. กิจกรรมนี้สงวนสิทธิ์ให้กับผู้ร่วมกิจกรรมที่มีบุตรวัย 1-5 ปี
2. กิจกรรมนี้เริ่มเล่นตั้งแต่วันที่ 10-25 พ.ย. 2558 และประกาศผลรางวัลทางหน้า wall ของS-MomClub ในวันที่ 30พ.ย. 2558
3. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถร่วมสนุกได้หลายครั้ง แต่ขอสงวนสิทธิ์ในการมอบรางวัล 1 ท่านต่อ 1 รางวัล และของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือโอนสิทธิ์ให้แก่ผู้อื่นได้
4. ในกรณีที่ Facebook ของผู้ร่วมสนุก ได้ Set privacy ไว้ ทำให้ทางทีมงานไม่สามารถตรวจสอบได้นั้น จะถือว่าสละสิทธิ์ในการร่วมสนุก
5. ทีมงาน S-MomClub จะติดต่อกลับทาง Inbox ของท่าน และกรุณายืนยันสิทธิ์โดยแจ้งชื่อและนามสกุลจริง ที่อยู่เพื่อการรับของรางวัล หากทีมงานไม่สามารถติดต่อท่านได้ภายใน 3 วัน จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ในการรับของรางวัล
6. กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้ทุกคน รวมทั้งพนักงานและครอบครัวของบริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด หรือบริษัทในเครือและบุคคล/องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการประกวดในครั้งนี้ มีสิทธิ์ในการ ร่วมสนุกแต่ไม่มีสิทธิ์ในการรับของรางวัล
7. ผู้ร่วมสนุกจะต้องมีตัวตนจริง และไม่มีการปลอมแปลงประวัติในการลงทะเบียนร่วมกิจกรรม บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาตัดสิทธิ์กับ Account Facebook ใดๆ ที่ส่อว่าเป็นบุคคลเดียวกัน หรือมีพฤติการณ์ส่อในทางทุจริต
8. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรับรองว่าตนเองเป็นเจ้าของผลงานรูปภาพและเรื่องราว จะต้องไม่นำรูปภาพและเรื่องราว ของผู้อื่นที่ไม่ได้รับอนุญาตมาเข้าร่วมกิจกรรม และจะต้องไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น หากมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดในทรัพย์สินทางปัญญา หรือการร้องเรียนใดๆ เกี่ยวกับผลงานรูปภาพและเรื่องราวนั้นๆ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ทางบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น
9. ข้อความหรือเนื้อหาจะต้องไม่มีเจตนามุ่งร้าย ส่อเสียด หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งทางสังคม และเสื่อมเสียต่อ บุคคลที่สาม หรือสถาบันอันเป็นที่เคารพ ทั้งนี้ บริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ขอสงวนสิทธิในการลบ ข้อมูลและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
10. ในกรณีที่มีการทุจริต หรือส่อเจตนาทุจริตในการร่วมกิจกรรม หรือผิดกติกาในการรับรางวัลใดๆ หากแม้ตรวจสอบพบในภายหลังประกาศรางวัล ให้มีผลย้อนหลังในการยกเลิกสิทธิ์ได้เช่นกัน
11. บริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการลบเรื่องราวหรือข้อความที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตาม โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
12. บริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการตัดสิทธิ์เรื่องราวที่มีการทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลง แก้ไข เพื่อร่วมกิจกรรมครั้งนี้ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล้วงหน้า
13. บริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด จะติดต่อกลับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน โดยอีเมลล์ จดหมายทางไปรษณีย์ หรือ ทางโทรศัพท์ หรือ ทางใดก็ตามที่เห็นเหมาะสม หากไม่สามารถติดต่อได้ บริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ในการมอบของรางวัลให้แก่ผู้ชนะในลำดับถัดไป โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
14. ภาพ ข้อความ และข้อมูลของผู้ร่วมสนุกที่ได้ให้ไว้ ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของทางบริษัทฯ ในการแก้ไข รวบรวม รวมทั้งสามารถดัดแปลง แก้ไข เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ การโฆษณา และ/หรือนำไปเผยแพร่สู่สาธารณชนได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ร่วมกิจกรรมหรือผู้ลงทะเบียนทราบล่วงหน้า และถือว่าผู้ร่วมสนุกยอมรับข้อตกลงนี้แล้ว
15. ผู้ร่วมสนุกอนุญาตให้บริษัทฯ ใช้และ/หรือให้ตัวแทนของบริษัทฯ ใช้ข้อมูลบางส่วนหรือทั้งหมดในกิจกรรมนี้ โดยบริษัทฯ อาจจัดส่งข่าวสาร หรือกิจกรรมทางการตลาดของบริษัทฯ ที่น่าสนใจให้กับผู้ร่วมกิจกรรมในอนาคต
16. บริษัทฯ ไม่มีส่วนรับผิดชอบในความเสียหาย การสูญหาย จากการร่วมกิจกรรมหรือการรับรางวัล และบริษัทฯ ไม่มีส่วนรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดจากความล่าช้าหรือเนื่องมาจากการขนส่งของรางวัล การสูญหายของข้อมูลการลงทะเบียน รวมถึงปัญหาหรือความผิดพลาดทางเทคนิคของเครือข่ายโทรศัพท์ ระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ เซิร์ฟเวอร์ ผู้ให้บริการ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์
17. บริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ของดการจัดส่งของรางวัลซ้ำ ในกรณีที่บริษัทฯ มีหลักฐานการรับของรางวัลที่ถูกต้องจากบริษัทไปรษณีย์ไทย
18. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านถือว่ารับทราบและยินยอมปฎิบัติตามกติกาการเข้าร่วมกิจกรรมฉบับนี้ โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
19. คณะกรรมการขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข กติกา และของรางวัลโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และคำตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
Play Date เพื่อนเล่นของลูกน้อย

[แม่อุ้ม-น้องเมตตา 16] Play Date เพื่อนเล่น (ที่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ) ของลูกน้อย

อยู่ที่โน่นเลี้ยงลูกเอง ไม่มีพี่เลี้ยง แล้วไม่เหนื่อยแย่หรือ วันๆ อยู่บ้านทำอะไรกันบ้าง เป็นคำถามที่คุณแม่ฟูลไทม์ต่างถิ่นอย่างผู้เขียนต้องคอยตอบญาติสนิทมิตรสหายอยู่บ่อยๆ

เหนื่อยน่ะเหนื่อยแน่ค่ะ แต่จะให้จ้างพี่เลี้ยงก็แพงหูฉี่ แล้วผู้เขียนก็รู้สึกว่าการได้มีโอกาสอยู่กับลูกเต็มที่โดยไม่ต้องออกไปทำงาน ถือว่าเป็นสิ่งพิเศษที่ไม่ใช่ทุกคนมีโอกาสทำได้ จึงตั้งใจจะเลี้ยงลูกเองโดยไม่รีบส่งไปเข้าโรงเรียนหรือสถานเลี้ยงเด็กที่ไหน แต่ก็ต้องยอมรับค่ะว่าบางครั้งก็หมดแรงเพราะหนูเมตตาแกพลังเยอะกว่าคุณแม่วัยกลางคนอย่างผู้เขียน อยู่บ้านกันทั้งวันเห็นทีจะไม่รอด จึงต้องหากิจกรรมต่างๆ ออกไปทำกัน ไม่ว่าจะเป็นคลาสโน่นนี่ ไปสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ สนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ ห้องสมุด และอื่นๆ อีกมากมายตามแต่ความสนใจและนึกสนุกของเราแม่ลูก

แต่ถึงจะมีเรื่องออกไปนอกบ้านทุกวัน ผู้เขียนก็ยังโหยหาการได้พูดคุยเชื่อมโยงกับคนอื่น ไม่ใช่เพียงยิ้มแย้มทักทายผิวเผินตามที่สาธารณะทั่วไป โชคดีที่มีกิจกรรมหนึ่งซึ่งผู้เขียนรู้สึกว่าสำคัญและช่วยชีวิตคุณแม่ไกลบ้านให้หายเหงาไปได้มากจริงๆ นั่นคือการพาลูกไปเล่นกับเพื่อนในวัยเดียวกัน หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า Play Date

ผู้เขียนเริ่มพาลูกสาวไปเข้ากลุ่มคุณแม่มือใหม่ (New Moms Group) มาได้ตั้งแต่ลูกยังเล็กมากๆ จากนั้นแม่ๆ ที่เจอกันในกลุ่มประมาณ 20 คน ก็รวมตัวกันสร้างเฟซบุ๊คเพจ และนัดเจอกันทุกๆ สัปดาห์ติดต่อกันมาสองปีกว่าแล้ว ถึงแม้ตอนนี้แต่ละคนจะมีภาระหน้าที่ต่างไปจากเดิม บางคนเริ่มกลับไปทำงาน บางคนย้ายบ้าน แต่ก็ถือว่ายังคบหากันเหนียวแน่น แม้จะไม่ได้เจอกันครบถ้วนเหมือนเดิมก็ตาม เท่าที่ผู้เขียนสังเกตดู ก็พบว่าลูกสาวของผู้เขียนนั้นรู้สึกผูกพันแน่นแฟ้นกับเพื่อนๆ ในกลุ่มที่โตมาด้วยกัน และผู้เขียนก็เรียกคนอื่นๆ ในกลุ่มว่า “เพื่อน” ได้อย่างเต็มปาก นับเป็นมิตรภาพที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นพร้อมๆ กับการเติบโตของลูกๆ และวุฒิภาวะความเป็นแม่ของพวกเราแต่ละคน

ก่อนหน้าจะเป็นแม่คน ผู้เขียนก็ไม่เคยได้ยินคำว่า Play Date มาก่อน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำกันยังไง แต่ผ่านไปสองปี ตอนนี้ก็รู้แล้วว่ามันคือการชวนเพื่อนมาเล่นที่บ้านนั่นเอง! สนุกตรงที่ได้ย้ายบ้านไปเรื่อยๆ ตามแต่ใครอยากจะอาสาเป็นเจ้าภาพในอาทิตย์นั้นๆ ตอนลูกเล็กมากๆ ก็เพียงแค่แม่ๆ พาลูกมาปูผ้าให้นมคุยกันไปตามเรื่อง พอลูกเริ่มโตขึ้น ก็ต้องมีกิจกรรมมีของเล่นอย่างอื่นๆ เพิ่มเติม

แรกๆ หนูๆ จะยังไม่เล่นด้วยกัน แต่จะเล่นข้างๆ กัน หรือที่เรียกว่า parallel play จนโตหน่อย ประมาณเกือบสองขวบ ถึงได้เริ่มเล่นด้วยกันมากขึ้น ลูกสาวผู้เขียนชอบไปเล่นบ้านเพื่อนมาก เพราะได้เล่นของเล่นอื่นๆ ที่บ้านตัวเองไม่มี และมีคนตัวเล็กๆ เท่าๆ กับแกคอยเล่นด้วยกัน (หรือตีกันบ้างตามอัธยาศัย) การเล่นจึงเป็นอย่างเด็กเล่นจริงๆ ไม่เหมือนเล่นกับพ่อแม่ที่คอยแต่จะสอนหรือเล่นตีความเยอะเกินไปอย่างที่ผู้ใหญ่ชอบทำกัน

ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนมากๆ ของการไปเล่นบ้านเพื่อน (หรือชวนเพื่อนมาเล่นที่บ้าน) เป็นประจำนั้นก็คือ ลูกจะมีพัฒนาการทางสังคมดีมากตั้งแต่ยังเล็ก เพราะเขาได้รู้จักที่จะแบ่งปัน เอาใจเขามาใส่ใจเรา เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น หรือที่เรียกว่ามี empathy ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญมากของการเป็นมนุษย์ หากเกิดปัญหาก็เรียนรู้ที่จะประนีประนอมยอมความแล้วคืนดีกันได้

ลูกสาวผู้เขียนตอนนี้อายุ 2 ขวบ ไม่กลัวคนแปลกหน้า ไม่หวงของ เวลาใครเล่นอะไรอยู่ก็จะไม่แย่ง แต่รอให้เพื่อนเล่นเสร็จหรือถึงตาของตัวเอง เห็นใครเศร้าก็ห่วงใยอยากเข้าไปปลอบ หรือเห็นเพื่อนสนุกสนานร่าเริงก็ไปร่วมสนุกกระโดดโลดเต้นกับเขาได้อย่างสุดเหวี่ยง ผู้เขียนเองก็ได้แลกเปลี่ยนข้อสงสัยเรื่องการเลี้ยงลูกและพัฒนาการของลูกกับเพื่อนแม่คนอื่นๆ ซึ่งมีลูกอายุเท่ากัน (ซึ่งจำเป็นมากสำหรับคนที่ไม่มีครอบครัวขยายอยู่ใกล้ชิดให้ถามไถ่ได้ และเด็กเล็กๆ นั้น อายุห่างกันไม่กี่เดือนก็มีพัฒนาการต่างกันเยอะแล้ว) และส่วนใหญ่ก็ได้สังเกตเปรียบเทียบด้วยว่าลูกเรามีพัฒนาการเหมาะสมหรือไม่อย่างไรเมื่อเทียบกับเด็กที่อายุเท่ากัน

สิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งผู้เขียนไม่ขอเรียกว่าผลพลอยได้ เพราะจริงๆ แล้วเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การให้ลูกได้มีสังคม ก็คือคุณแม่เองจะได้มีสังคมด้วย เพราะการเลี้ยงลูกอยู่กับบ้านนั้น เป็นงานหนักและบางครั้งแทบจะขาดการติดต่อกับคนอื่นไปเลย สาเหตุหลักๆ ก็คงเพราะมีเวลานอนของลูกมากำกับชีวิตไว้ เพื่อนที่เคยมี บางคนที่ไม่ได้มีลูกก็อาจจะไม่เข้าใจว่าตารางชีวิตของคนมีครอบครัวนั้นต้องเปลี่ยนแปลงและยืดหยุ่นมากขนาดไหน เป็นเหตุให้แทบไม่ได้สังสรรค์กันอีก ดังนั้น การมีเพื่อนที่มีลูกอายุเท่ากัน ก็จะว่างพร้อมๆ กันเวลาลูกตื่น นัดหมายอะไรก็สะดวกและไม่ต้องเกรงใจมากเวลาเลื่อนหรือบอกเลิกนัด เพราะเข้าใจกันดีว่ามีลูกวัยนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ

ผู้เขียนยังนึกเสมอว่าถ้าไม่มีเพื่อนๆ กลุ่มนี้ ชีวิตการเป็นคุณแม่ของผู้เขียนจะเป็นอย่างไร ผู้เขียนได้ยินมาว่า มีคุณแม่กลุ่มหนึ่งที่เจอกันแบบนี้ ผ่านไป 20 ปี ตอนนี้ยังคบกันอยู่ ล่าสุดเพิ่งพากันไปเม็กซิโก มีคนหนึ่งไม่มีสตางค์พอจะเป็นค่าเดินทาง คนที่เหลือก็ลงขันช่วยกันจนคุณแม่คนนั้นได้ไปด้วย น่ารักจริงๆ ผู้เขียนยังแอบคิดว่าสักวันหนึ่งจะชวนเพื่อนๆ กลุ่มนี้มารียูเนี่ยนกันที่เมืองไทยตอนลูกเข้ามหาวิทยาลัยกันไปหมดแล้ว อีกแค่ 16 ปีเท่านั้นเอง … แหะๆ

คุณผู้อ่านที่เป็นคุณพ่อคุณแม่ฟูลไทม์ ลองมองหากลุ่มสังคมเล็กๆ แบบนี้ดูนะคะ อาจจะเป็นเพื่อนบ้าน เพื่อนที่เจอกันในคลาสต่างๆ ที่โรงพยาบาล หรือตามแต่กิจกรรมความเหมาะสมของแต่ละครอบครัว ผู้เขียนยืนยันค่ะว่าเป็นสิ่งที่ดีมีคุณค่าจริงๆ ทั้งต่อลูกน้อยและต่อคุณพ่อคุณแม่เอง ลูกมีความสุข พ่อแม่ก็มีความสุข และในทางกลับกัน พ่อแม่ที่มีความสุข ก็จะทำให้ลูกมีความสุขไปด้วยนะคะ

 

บทความโดย: สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท อดีตนางเอกและพิธีกร ปัจจุบันเป็นเจ้าของบริษัทบ้านอุ้ม สำนักพิมพ์โอโอเอ็ม และเลี้ยงหนูน้อยเมตตาอยู่ที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรก้อน สหรัฐอเมริกา

ภาพ: Shutterstock

Tags

แบบทดสอบ

แบบทดสอบ ลูกเตาะแตะเราแบบไหน? เทวดา-นางฟ้า หรือแสบขั้นเทพ!

เจ้าตัวเล็กของคุณมีภาคไหนจัดเต็มกว่ากันระหว่างนางฟ้า-เทวดาน้อยๆ หรือว่าตัวแสบขั้นเทพ?? มาลองทำ แบบทดสอบ สำหรับเด็กวัย 1-4 ขวบต่อไปนี้ดูสิคะ

Continue reading “แบบทดสอบ ลูกเตาะแตะเราแบบไหน? เทวดา-นางฟ้า หรือแสบขั้นเทพ!”

สาวน้อยสุดน่ารัก เธอจะทำแบบนี้ทุกครั้งเมื่อพ่อดีดนิ้ว (มีคลิป)

ทารกหรือเด็กน้อย นับเป็นสิ่งมีชีวิตแสนน่ารักแต่ก็ทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าได้มากที่สุด แต่ก็มีคุณพ่อกับลูกสาวอยู่คู่หนึ่ง ซึ่งคุณพ่อกำลังเลี้ยงดูลูกน้อยที่สุดแสนจะว่านอนสอนง่าย เพราะทุกครั้งเวลาที่คุณพ่อดีดนิ้ว หนูน้อยก็จะนอนลงไปซบที่หน้าคุณพ่อทุกครั้ง อะไรจะง่ายดายขนาดนี้ หากคุณพ่อคุณแม่หลายคนได้เห็นแล้วคงอิจฉากันเป็นแน่ … ว่าแล้วก็ตามไปชมคลิปกันเลยค่ะ ^_^


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Kyoot Kids

 

Tags

ครรภ์เกินกำหนด

แม่ใจสลาย อุ้มท้องนาน 42 สัปดาห์ แต่ลูกน้อยตายหลังคลอด

ครรภ์เกินกำหนด …ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับ คุณ สมาชิกหมายเลข 2218307 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ต้องสูญเสียลูกน้อยไปหลังจากคลอดเพียงไม่นาน โดยเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 คุณ สมาชิกหมายเลข 2218307 ได้มาตั้งกระทู้บอกเล่าเรื่องราวของเธอผ่านเว็บไซต์พันทิปดอทคอม พร้อมถามความเห็นจากชาวเน็ตว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ จนทำให้ลูกของเธอต้องจากไปนั้น เป็นความผิดพลาดของใครกันแน่ เป็นที่เธอเอง หรือเป็นเพราะทางโรงพยาบาล?

ทั้งนี้ คุณ สมาชิกหมายเลข 2218307 เผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ผ่านมา 6 เดือนแล้ว เธอฝากท้องกับโรงพยาบาลรัฐโดยใช้สิทธิบัตรทอง มีกำหนดคลอดวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เริ่มมีน้ำไหลออกมาสีเหมือนน้ำมะพร้าวแต่ไม่ปวดท้อง เมื่อไปโรงพยาบาล พยาบาลตรวจแล้วบอกว่าไม่ใช่น้ำคร่ำ จึงได้นอนฟังเสียงหัวใจลูกอยู่ครึ่งชั่วโมง แล้วให้กลับบ้านได้ ต่อมาเมื่อถึงกำหนดคลอด ท้องครบ 40 สัปดาห์ ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ น้องก็ยังไม่ออก พยาบาลบอกให้รอก่อน ตรวจเสียงหัวใจแล้วให้กลับบ้านเหมือนทุกครั้ง

จากนั้นในวันที่ 5 มีนาคม พยาบาลนัดมาตรวจอีกเมื่อครบ 41 สัปดาห์ บอกต้องคลอดแล้ว ส่งตัวเธอไปแอดมิทเตรียมคลอด แต่หมอที่อยู่เวรบอกว่า เธอเป็นคนไข้ของหมออีกคน ซึ่งไม่ได้เข้าเวรวันนี้ เธอบอกว่าท้องนานแล้ว เลยกำหนดคลอดแล้วด้วย ขอเร่งคลอดหรือผ่าคลอดเลยได้ไหม แต่หมอบอกว่า ไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ เพราะเธอไม่ใช่คนไข้ของเขา และบอกว่า หากเร่งคลอดจะอันตรายและปวดมาก ให้กลับบ้านก่อน รอจนปวดค่อยมาใหม่

ตั้งครรภ์เกินกําหนด pantip

อ่านต่อ >> “แม่ใจสลาย อุ้มท้องนาน 42 สัปดาห์ แต่ลูกน้อยตายหลังคลอด”
คลิกหน้า 2

โรคไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออก วิธีสังเกตอาการและวิธีป้องกัน!

โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue) ซึ่งมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ มีพาหะนำโรคคือยุงลาย ซึ่งมักมาพร้อมฝนและน้ำขัง ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ถูกใจยุงลายอย่างยิ่ง ยุงลายนั้นปกติจะออกหากินเวลากลางวัน ตั้งแต่ช่วงสายจนถึงเย็น แต่บางครั้งก็พบยุงลายออกหากินช่วงพลบค่ำด้วย จุดสังเกตที่เห็นได้ชัดเจนคือมีสีดำสลับขาวทั้งหัว ตัว และขา

 

อย่าชะล่าใจเมื่อเป็น ไข้เลือดออก โอกาสเสียชีวิตสูง!

โรคไข้เลือดออก เป็นโรคอันตรายที่มีความรุนแรง (เป็นเชื้อไวรัสที่คล้ายโรคอีโบล่า) โดยในประเทศไทยพบได้ทั้งปีแต่จะพบมากช่วงฤดูฝน

โรคไข้เลือดออก อันตราย ป่วยได้ทั้งเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ

ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีความรุนแรงของอาการแตกต่างกัน ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น อายุ ภูมิคุ้มกันของร่างกาย เป็นต้น การติดเชื้อไข้เลือดออกครั้งแรกผู้ป่วยมักมีอาการไม่รุนแรง แต่หากติดเชื้อครั้งที่ 2 ด้วยเชื้อต่างสายพันธุ์กับครั้งแรก อาการมักจะรุนแรงถึงขั้นเลือดออกหรือช็อกได้

ผู้ป่วย ไข้เลือดออก ในระยะที่มีไข้สูงจะมีเชื้อไวรัสเดงกีอยู่ในกระแสเลือด เมื่อยุงลายมากัดผู้ป่วย เชื้อไวรัสนั้นก็จะเข้าสู่ตัวยุง จากนั้นเชื้อจะเพิ่มจำนวนขึ้นในตัวยุงและไปรวมกันที่ต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงไปกัดคนครั้งต่อไปจึงแพร่เชื้อเข้าสู่คนที่โดนยุงตัวนั้นกัดนั่นเอง

ลักษณะเด่นของ ไข้เลือดออก

  • มีระยะฟักตัวของเชื้อก่อนที่จะแสดงอาการ 5-8 วัน
  • มีไข้สูงลอย 2-7 วัน (38.5-41 องศาเซลเซียส)
  • ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ร่วมกับปวดตามกล้ามเนื้อมาก
  • บางรายมีเลือดออกผิดปกติ เช่น ถ่ายเป็นสีดำ อาเจียนเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน มีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง
  • อาจพบตับโต คือ กดเจ็บบริเวณใต้ชายโครงขวา

** ในรายที่รุนแรงจะมีภาวะช็อก หากรักษาไม่ทัน ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ภายใน 24-48 ชั่วโมงเท่านั้น **

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อ รักษาอย่างไร เมื่อเป็นไข้เลือดออก คลิกหน้า 2

คลิปน่ารัก หนูน้อยหายงอนเพราะรองเท้าปี๊บๆ

คลิปหนูน้อยน่ารัก พอได้ยินเสียงรองเท้าหัดเดินที่ดังปี๊บๆ จากที่กำลังงอนอยู่ กลายเป็นร่าเริงทันทีค่ะ นี่แหละนะโลกของเด็ก เพียงสิ่งเล็กๆ ก็ทำให้โลกของหนูกลับมาสดใสแล้วค่ะ

ที่มา: bobaepapa Channel

เชิญชวนทุกครอบครัวร่วมงานเสวนา “ไขปัญหา สุขภาพท่านชาย เพื่อคุณพ่อสุขภาพดี” 21 พ.ย. นี้

ต้อนรับวันพ่อปีนี้ โรงพยาบาลวัฒโนสถ และ โรงพยาบาลกรุงเทพ ขอเชิญผู้รักสุขภาพจูงมือคุณพ่อ และครอบครัวที่คุณรัก ร่วมงานเสวนาเรื่อง “ไขปัญหา สุขภาพท่านชาย เพื่อคุณพ่อสุขภาพดี” โดยทีมแพทย์ด้านมะเร็ง แพทย์ด้านโรคระบบทางเดินปัสสาวะเพศชาย ในหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ

  • ทำอย่างไร ห่างไกล “มะเร็งปอด” โดย พญ. สิริมานะ รัตนปราการ และ พญ.พจนา จิตตวัฒนรัตน์
  • ต่อมลูกหมากโต…ภัยเงียบของท่านชาย โดย นพ. ดำรงพันธ์ วัฒนะโชติ
  • “มะเร็งต่อมลูกหมาก” ตรวจก่อน รู้ก่อน รักษาได้ โดย นพ. ศักดิ์พิศิษฏ์ นวสิริ
  • เวิร์คช็อป ออกกำลังกายอย่างไรให้พ่อยังฟิต

พร้อมปรึกษาปัญหาสุขภาพกับทีมแพทย์ และบูธตรวจสุขภาพเบื้องต้น ตรวจวัดความดันโลหิต ประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็ง ประเมินหาความเสี่ยงต่อมลูกหมากโต ในวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2558 เวลา 08.00-12.00 น. ณ. ห้องประชุมชั้น 7R อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู (ตึก R) โรงพยาบาลกรุงเทพ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โทร 1719

20151112 man's health seminar-bangkok hospital

 

ภาพ : Shutterstock

Tags

สื่อสารชัดเจนและทรงพลัง คลิปรณรงค์เรื่องการคาดเข็มขัดนิรภัย

มาชมคลิปรณรงค์เรื่องการคาดเข็มขัดนิรภัยจากประเทศอังกฤษกันค่ะ อุบัติเหตุป้องกันได้ เพียงแค่ไม่ประมาท เพราะคนที่รักคุณยังคอยคุณอยู่ อย่าลืมคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ขับรถนะคะ

ที่มา: SussexSaferRoads Channel

7 ข้อตกลง เรียกสมดุลให้ชีวิตในบ้าน

7 ข้อตกลง เรียกสมดุลให้ชีวิตในบ้าน

บรรยากาศในครอบครัวที่มีสมดุล ไม่รุนแรง ไม่เฉยเมยต่อกันเกินไป เป็นส่วนหนึ่งที่เพิ่มความสุขให้สมาชิกในบ้านได้ เรามี 7 ข้อตกลงง่ายๆ ให้คุณไปปรับใช้กับเจ้าตัวเล็ก เพื่อสร้างบรรยากาศในบ้านที่สมดุลมาฝากกัน

การอยู่กับเจ้าตัวเล็กจอมป่วน จอมโวยวาย ไม่มีระเบียบวินัย แบบไม่ต้องจู้จี้ ขี้บ่น พูดแต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำซากจำเจ ตกลงอะไรก็ทำไม่ได้สักที ทำได้จริงนะจะบอกให้

กติกาที่ 1 ลูกจะมายุ่งด้วยไม่ได้ ถ้าลูกไม่มาช่วยงาน

เป้าหมาย : ให้ลูกมาช่วยงาน หรือไม่งอแงป่วนจิต ขณะที่แม่ทำงาน

แม่อย่างเรามักไม่เกี่ยงงอนการซักผ้า ถูพื้น หรือทำงานบ้านอื่นๆ อยู่แล้ว แต่จะอดหงุดหงิดไม่ได้ทุกทีเวลาที่ทำงานบ้านอยู่ แล้วมีเจ้านายตัวน้อยมาเรียกให้หารองเท้า หรือไปเล่นตัวต่อด้วยกัน (ซะงั้น) และแม่จะยิ่งฉุนมากขึ้น ถ้ามีเจ้านายตัวน้อยหลายคน แถมวัยไล่เลี่ยกัน

หลังจากอธิบายให้ลูกฟังไปหลายรอบแล้วว่า ลูกจ๋า ถ้าลูกมาช่วยพับผ้าให้แม่เสร็จงานไวๆ แม่ก็จะไปรับใช้…เอ๊ย เล่นกับลูกได้เร็วขึ้น แต่ตัวดีก็ทำหูทวนลม เพราะรู้แก่ใจว่าเดี๋ยวแม่ทำงานเสร็จ (เอง)

และแล้ววันหนึ่ง ที่ลูกมาเรียกร้อง พันพัวนัวเนียระหว่างกำลังง่วนกับงานตรงหน้า แม่ก็คิดได้ว่าจริงๆ แล้วที่ลูกทำอย่างนั้นก็เพราะต้องการอยู่กับแม่ให้ได้มากที่สุด จึงบอกลูกไปว่า ถ้าลูกอยากจะอยู่กับแม่ก็ต้องมาช่วยกันพับผ้าซะดีๆ แต่ถ้าไม่ช่วยก็ต้องไปรอที่อื่น หรือไปหาอะไรทำ แม่จะได้ทำงานของแม่ให้เสร็จไวๆ ปรากฏว่าเขาเลือกช่วยแม่ทำงานค่ะ!

เพราะอะไรถึงได้ผล

ทางเลือกทั้งสองข้อล้วนเป็นสิ่งที่แม่รับได้ และการได้เลือกทำให้ลูกรู้สึกว่าตนเองมีทางเลือก แม้ว่าทางเลือกนั้นจะไม่โดนใจลูกนักก็ตามที

กติกาที่ 2 แม่ทำงานเกินสองทุ่มไม่ได้นะลูก

เป้าหมาย : ให้แม่ได้มีเวลาพักผ่อน ได้เข้านอนในเวลาปกติบ้าง

คงเป็นไปได้ยากอยู่ถ้าจะบอกกับลูกและสามีว่า “เหนื่อยแล้ว ขอเข้านอนด้วยความสงบหน่อยเถอะนะ” แต่แค่พลิกแพลงเรื่องใกล้ตัว ชีวิตก็ง่ายขึ้น

“เราต้องข้ามถนนบนสะพานลอย หรือพอเห็นไฟแดงเราก็ต้องหยุดรถใช่ไหมลูก เพราะทุกคนตกลงกันว่าต้องทำตามกฎหมาย และก็มีกฎหมายแรงงานออกมาว่าเขาไม่อนุญาตให้แม่ทำงานเกินเวลาสองทุ่ม แม่ต้องทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ดังนั้นถ้ายังอยู่ในช่วงก่อนสองทุ่ม ลูกจะให้เล่นด้วย อ่านหนังสือ คุยกัน หรืออาบน้ำให้ แม่ยินดีทำให้อย่างเต็มที่ แต่หลังจากสองทุ่มไปแล้วแม่จำต้องหยุดให้บริการทันที เหมือนซินเดอเรลล่าที่ต้องรีบออกจากงานเต้นรำ ตามเวลาเที่ยงคืนที่กำหนดไว้แบบเป๊ะๆ ไงจ๊ะ”

จากนั้นเป็นต้นมา ลูกๆ กระวีกระวาดอาบน้ำ เตรียมตัวเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อจะได้ใช้บริการแม่อย่างเต็มที่ก่อนหมดเวลางานแม่ แล้วไม่นานนัก ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางจนกลายเป็นกิจวัตร และเมื่อลูกโตขึ้น เวลาเลิกงานของแม่ก็ขยับยืดยาวขึ้นไปอีกนิด ตามกิจกรรมที่มากขึ้นของลูก

เพราะอะไรถึงได้ผล

เพราะแม่ไม่ได้เป็นคนตั้งกฎนี้ขึ้นมาเอง และเด็กๆ ก็รับรู้ว่า นี่เป็นกฎที่บังคับใช้กับตัวแม่ ซึ่งแม่ไม่อาจทำผิดกฎได้…

กติกาที่ 3 โวยวาย…จะไม่มีใครได้อะไรเลย

เป้าหมาย : เลิกงอแงเอาโน่น ไม่เอานี่ เอาสีแดง ไม่เอาสีเขียว…

เมื่อมีของให้แบ่ง แจก กระจาย บทเรียนหลายครั้งที่ผ่านมา ทำให้แม่รู้ว่าต้องทำสิ่งต่อไปนี้ก่อน “ถ้าเกิดการโวยวาย จะไม่มีใครได้อะไรเลย ดังนั้นไม่ว่าจะได้อะไร เท่าไหร่ แบบไหน สมาชิกบ้านนี้จะไม่โยกโย้ เรียกร้องต่อรองโน่นนี่ หรือโวยวายว่า “ไม่ยุติธรรม” เวลาได้รับแจกขนม หรือแจกของอะไร ใครได้สีไหน ลายไหน ก็ต้องรับเอาไปแต่โดยดี ไม่มีอิดออด”

ทีแรกก็หวั่นใจอยู่ว่าเด็กๆ น่าจะยอมทำตามได้ยาก แต่เอาเข้าจริงกลับไม่ยากอย่างที่คิด อาจจะเป็นเพราะเป็นข้อตกลงที่เสมอภาคกัน ถึงวันนี้เราจะได้อะไรที่ไม่ถูกใจ แต่พรุ่งนี้คนที่ไม่ถูกใจอาจจะเป็นคนอื่นก็ได้

เพราะอะไรถึงได้ผล

เพราะเป็นกฎที่มีไว้สำหรับทุกคน และบังคับใช้อย่างเท่าเทียมกัน

กติกาที่ 4 เมื่อโดยสารรถยนต์ ต้องไปด้วยความสงบ

เป้าหมาย : เพื่อความสงบสุข

เวลาอยู่ในที่จำกัดอย่างบนรถ แล้วลูกเอาแต่ร้องงอแง หรือร้องอะไรซ้ำๆ ไปมาจนเวียนหัว ก็ทำให้แม่ป่วนจิตได้ไม่น้อย หนำซ้ำบางครั้งลูกยังพูดกวน พูดแทรก เวลาที่แม่กำลังพูดโทรศัพท์อีกด้วย จนต้องเจรจาขอความร่วมมือว่า

“แม่ฟังได้ และชอบฟังด้วยเมื่อโอกาสอำนวย แต่ขณะที่แม่ต้องใช้สมาธิ และอยู่ในที่จำกัดอย่างบนรถ แม่คงจะรับฟังไหวในระดับหนึ่งเท่านั้นนะลูก” เหมือนอย่างที่คุณแม่คนหนึ่งบอกกับลูกว่า ถ้าลูกอยากจะเล่าอะไรให้แม่ฟัง ‘แม่พร้อมจะรับฟัง เมื่อลูกพร้อมจะเล่า’ จบนะ แบบว่าฟังได้ แต่ต้องพูดกันดีๆ

เพราะอะไรถึงได้ผล

เพราะเราไม่ได้ห้าม หรือปฏิเสธลูกอย่างสิ้นเชิง แต่เปิดโอกาสให้ลูกมีทางเลือกว่า ถ้าลูกพร้อม แล้วแม่ก็จะพร้อมไปด้วย

กติกาที่ 5 ไม่มีต่อรองเรื่องการจับจ่าย

เป้าหมาย : สกัดกั้นการเรียกร้องจะเอาโน่นนี่

เรื่องนี้จะได้ผลต่อเมื่อปฏิบัติตามกฎเหล็ก คือ ทำอย่างสม่ำเสมอ และต้องตกลงกันก่อนทุกครั้ง

แม่จะบอกว่าอะไรซื้อได้ หรือไม่ได้ โดยไม่ต้องสาธยายเหตุผล และถ้าลูกไม่ยอม ให้พูดย้ำกับลูกอย่างเรียบๆ ว่า “เราจะไม่เถียงกันเรื่องใช้เงิน แม่จะต้องยึดมั่นในจุดยืน และไม่ต้องไปพูดจาตอบโต้กับลูก”

แม่อาจจะเตือน หรือแนะนำลูกได้ ในบางครั้งที่ลูกต้องการซื้อของด้วยเงินส่วนตัวของลูกเอง จนเห็นอาการอยากซื้อจนหน้ามืดปรากฏ แต่ไม่ควรถึงกับต่อต้าน ขัดขวางการควักกระเป๋าของลูก นอกเสียจากว่าของที่ลูกอยากซื้อนั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือความปลอดภัย ก็เพื่อให้ลูกจะได้เรียนรู้ถึงความเสียดายเงินที่ซื้อของอย่างไม่คุ้มค่าด้วยตนเอง และจะทำให้การไปช็อปปิ้งด้วยกันผาสุกยิ่งขึ้น

เพราะอะไรถึงได้ผล

เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ พ่อแม่ต้องเป็นคนตัดสินใจ และไม่ต้องมาเถียงกันว่าอะไรซื้อได้ซื้อไม่ได้ บางครั้งที่ลูกจ่ายเงินเอง เขาก็จะได้เรียนรู้จากการลองผิด ลองถูก หรือรู้ว่าทำไมเราถึงไม่ควรซื้อของเล่นแบบเดิมๆ หรือของที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ และถ้าเขาอดใจเก็บเงินนั้นไว้ เขาจะซื้อของที่คุ้มค่าเงินนั้นได้มากกว่า

กติกาที่ 6 พูดกันดีๆ ให้รู้เรื่องได้

เป้าหมาย : หยุดการตะโกน ร้องโวยวาย และทำกิริยาไม่สุภาพ

กติกานี้จะยั่งยืน พ่อแม่ต้องใจเย็นเข้าไว้ และทำให้ได้อย่างสม่ำเสมอ และไม่ลืมคำสำคัญคือ “พูดกันดีๆ”

เมื่อใดที่ลูกร้อง ตะโกน โวยวาย พูดจาแสดงอภินิหาร ทำกิริยาอะไรที่ไม่น่าพึงใจ ขอจงนิ่งเข้าไว้ แล้วบอกลูกว่า “พูดกันดีๆ โวยวายฟังไม่รู้เรื่อง ซึ่งเราอาจจะต้องพูดซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้งกว่าลูกจะสงบลงได้ และถ้าคุณใจเย็น พูดกับลูกซ้ำได้ “พูดกันดีๆ” โดยไม่ขึ้นเสียงหรือใส่อารมณ์ตาม ลูกจะสงบลงได้

โดยทั่วไปแล้ว เด็กๆ ร้องโวยวาย มีคำพูดหรือกิริยาไม่น่ารักออกมา ก็เพราะเขาไม่รู้จะสื่อสารอย่างไรให้ผู้ใหญ่เข้าใจ หรือเคยทำแบบนี้แล้วได้อย่างที่ต้องการ

เพราะอะไรถึงได้ผล

เป็นการทำให้ลูกรู้ว่าการโวยวายเป็นวิธีที่ไม่ได้ผล และเขาจะได้รับการสนอง เมื่อเขาพูดดีๆ และไม่ลงไม้ลงมือ จะทำให้ลูกรู้ว่าการทำตัวสุภาพ พูดจาดีๆ ก็ได้ผลเหมือนกันนะ

กติกาที่ 7 ไม่มีอะไรที่น่าเบื่อ (หรอกนะ)

เป้าหมาย : ป้องกันไม่ให้ลูกเอาแต่บอกว่า “หนูเบื่อ” “ผมเซ็ง” และให้ลูกรู้จักการทำให้ตัวเองไม่เบื่อ ไม่เซ็ง

ยิ่งลูกโตขึ้น พ่อแม่หลายๆ คนอาจจะได้ยินเขาบ่นกันว่า “เบื่ออ่ะ ไม่มีอะไรจะทำ” หรือ “เซ็งจุงเบย” จนไม่ได้ทำอะไร ทั้งที่มีอะไรให้ทำตั้งมากตั้งมาย และแทนที่จะบ่นว่าลูก ให้เขาเซ็งจนบรรยากาศในบ้านอึมครึม วิธีสร้างบรรยากาศใหม่ที่ดี พ่อแม่ช่วยเขาเปลี่ยนมุมมอง และเป็นเพื่อนช่วยคิดทำให้เห็นภาพ

“คำว่าเบื่อ เซ็ง มันก็แค่คำพูด ลูกแค่ไม่รู้จะเริ่มทำอะไรก่อนหลังก็แค่นั้น ไม่มีอะไรน่าเบื่อหรอก มีอะไรรอลูกไปทำอีกตั้งเยอะแยะ มาลองไล่เรียงดูดีๆ แล้ว จะรู้ว่ามีอะไรให้ทำอีกตั้งมากมาย แค่ลองนึกๆ ดูก็เริ่มหายเบื่อได้แล้ว”

จากนั้นพ่อกับแม่ก็สละเวลาสักหน่อย ช่วยลูกไล่ดูว่ามีอะไรที่เขาทำแล้วแต่ยังไม่เสร็จ อะไรที่เขาชอบแต่ก็หลงลืมไป หรืออะไรที่เคยที่จะลองทำ แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือสักที เขาก็หายเบื่อไปได้เยอะแล้ว ที่เหลือก็เพียงแค่จัดลำดับว่าจะทำอะไรก่อนหลัง

เพราะอะไรถึงได้ผล

เพราะเด็กๆ น่ะ พอได้เห็นสิ่งที่ตัวเองคิดในหัว ออกมาเป็นภาพ เป็นเรื่องเป็นราวชัดๆ เขาก็อยากลงมือทำแล้ว ที่สำคัญคือ การที่ลูกรู้จักหาอะไรทำให้ตัวเองเพลิดเพลินและเกิดประโยชน์ โดยไม่เอาแต่บ่นว่าเบื่อว่าเซ็ง จะเป็นคุณสมบัติที่ดีที่จะติดตัวลูกไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว

 

จากคอลัมน์ Kid Smart นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนมกราคม 2558

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

สมดุลแห่งชีวิตในลูกสมาธิสั้น

สมดุลแห่งชีวิตในลูก “สมาธิสั้น”

ผมเป็นคนที่เชื่อในเรื่องความสมดุล เชื่อว่าชีวิตควรอยู่ในสภาวะสมดุลไม่มากไปไม่น้อยไป ไม่ล้นไปไม่พร่องไป ที่จริงสมดุลที่จะสร้างความสุขให้ครอบครัวนั้นมีหลายแบบ แต่แบบหนึ่งที่จะขอพูดถึงวันนี้คือสมดุลทางพัฒนาการของลูก

เรื่องพัฒนาการเกี่ยวข้องกับเด็กๆ โดยตรง ปัญหาทางพัฒนาการเกือบทั้งหมดที่ผู้ปกครองมาปรึกษาผมนั้นถ้าไม่ใช่เพราะมีบางอย่างมากเกิน ก็มีบางอย่างขาดไป

ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ ภาวะสมาธิสั้นในเด็กที่อยู่ไม่นิ่งนั้นพูดกันง่ายๆ ไม่เอาศัพท์แสงทางเทคนิคก็คือพลังงานในตัวเด็กล้นมากเกิน ทำให้เขาอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ หรือในรายที่ออกเหม่อนั้น พลังงานในหัวก็ล้นมากเกิน จึงคิดอะไรไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุด

วิธีที่จะทำให้เขาผ่อนอาการลงคือ หาวิธีให้เขาได้ระบายพลังทางกาย หรือได้ใช้พลังความคิดออกเขาออกมาอย่างเป็นระบบระเบียบ ช่วยเขาจัดการพลังงานนั้นแต่ไม่ใช่ลดพลังงานนั้น เพราะจะเป็นการทำลายสิ่งดีๆ ที่เขามี

ถึงตรงนี้หลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงเรียกพลังงานที่ว่า “เกิน” เหล่านั้นว่าสิ่งดีๆ

ลองนึกภาพดู อย่างที่บอกว่าเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นนั้นเป็นเพราะความคิดในหัวเขามีความเร็วมากเกินที่เขาจะบังคับ อะไรแว่บเข้ามาในหัว เขาก็จะสนใจตรงนั้น แล้วสิ่งใหม่ก็แว่บเข้ามา เขาก็จะไปสนใจสิ่งนั้นอีก ฯลฯ ผลที่ออกมาเราจึงเห็นเด็กเหล่านี้ไม่สามารถจดจ่อกับอะไรได้นาน บางคนก็พูดอะไรหลายเรื่องต่อๆ กันโดยไม่มีที่มาที่ไป สุดแท้แต่อะไรจะเข้ามาในหัวเขาตอนนั้น

แต่ถ้าเราสามารถทำให้เขาควบคุมความคิดนั้นได้ เขาจะสามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้นานขึ้น ในขณะเดียวกันกับที่ประสิทธิภาพความเร็วของการคิดยังคงอยู่ เขาจะกลายเป็นเด็กที่สามารถประมวลผลในหัวได้เร็ว ความจำดี เห็นภาพต่างๆ ในเชิงมิติสัมพันธ์

เราอาจได้อนาคตนักวิทยาศาสตร์ หมอ สถาปนิก ฯลฯ สักคนในวันหน้า

ถ้าจะถามถึงวิธีที่จะช่วยให้เขามีสมดุล คำตอบก็คือ การฝึกสมาธิ และการฝึกสมาธิที่ดีที่สุดทางหนึ่งคือดนตรีและศิลปะนั่นเอง

แต่ทั้งนี้ดนตรีและศิลปะที่จะให้เขาฝึกต้องไม่มีการคาดหวังหรือบังคับเจือปนอยู่ เพราะจะเป็นการพยายามหยุดพลังงานของเขาซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ เรากำลังจะชะลอความแรงของสายน้ำด้วยการเบี่ยงทาง ไม่ใช่กักกั้น รายละเอียดการฝึกควรเป็นอย่างไร มีเวลาเมื่อไรจะมาคุยให้ฟัง หรือใครอยากทราบก็ถามมาทางเฟสบุ๊กผมได้ที่เพจ Chana Nut Sevikul

อีกอย่างที่อยากบอกก่อนหมดเนื้อที่ตรงนี้คือ ในขณะที่กำลังช่วยลูกปรับสมดุล คุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องปรับสมดุลทางอารมณ์ของตัวเพื่อช่วยลูกอีกทางด้วยการพยายามลดความเครียด ความทุกข์ ความคาดหวัง พยายามคิดในทางบวกไว้ เช่น ลูกของเราเขาปกติ เขาแค่ต้องการเวลาปรับตัวเท่านั้น

รู้ครับว่าอาจทำยาก แต่ขอให้พยายามทำเถอะครับ เพราะกระแสพลังบวกจากพ่อแม่นั้นมีส่วนสำคัญในการปรับสมดุลของชีวิตให้ลูกจริงๆ ครับ

 

จากคอลัมน์ Kid Music นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนมกราคม 2558

บทความโดย: ชนะ เสวิกุล เขียนเพลง คอลัมน์ หนังสือ และช่วยภรรยาเลี้ยงเจ้าอาย ลูกสาวคนเดียว

เด็กคนไหนอ่านหนังสือให้ฟังจะได้ตัดผมฟรี! โปรเจ็กต์ดีๆ ในไอโอวา

เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า แต่ปัญหาที่หลายประเทศทั่วโลกต้องประสบคือปัญหาเรื่องความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ของเยาวชน แน่นอนว่าโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่เด็กๆ หลายคนที่แม้จะได้เข้ารับการศึกษาตามปกติ ก็ยังคงมีปัญหาเรื่องอ่านหนังสือไม่คล่อง กลัวอายเพื่อน กลายเป็นถึงจะมีโอกาสเรียนแต่ก็พาลไม่อยากเรียนไปเสียอีก

barber-free-haircut-read-books-courtney-holmes-3barber-free-haircut-read-books-courtney-holmes-6

เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเด็กๆ ในชุมชนในเรื่องการอ่านก่อนที่จะเปิดเทอม Anderson Sainci จากรัฐไอโอวา สหรัฐฯ จึงผุดไอเดียชวนช่างตัดผมนาม Courtney Holmes มาทำโปรเจ็กต์สนุกๆ ที่เรียกว่า Back to School Bash กล่าวคือ Courtney จะตัดผมฟรีให้กับเด็กๆ โดยมีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวคือ เด็กๆ ต้องอ่านหนังสือให้เขาฟัง ซึ่ง Courtney ซึ่งเป็นสมาชิกขององค์กร Dubuque Black Men Coalition (DBMC) ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาชนผิวสีในชุมชนเมือง Dubuque นี้ก็พร้อมที่จะช่วยเหลือชุมชนอยู่แล้ว แถมเขาเองก็เป็นคุณพ่อลูกสอง เลยเข้าใจดีว่าสำหรับเด็กๆ นั้น ความมั่นใจนั้นมีความสำคัญสำหรับเด็กอย่างไร

ส่วนหนังสือนั้น ทาง DMBC ร่วมกับองค์กรท้องถิ่น Every Child, Every Promise ในการจัดหามาให้เสร็จสรรพ โดยหนังสือเหล่านี้ไม่ได้มีไว้ให้เด็กอ่านระหว่างตัดผมเท่านั้น แต่ยัังให้เด็กนำกลับไปฝึกอ่านที่บ้านได้ด้วย ซึ่งหลังจากดำเนินโครงการ Back to School Bash นี้ไม่นาน Courtney พบว่ามีเด็กๆ กว่า 20 กว่าคนมารอตัดผมและรออ่านหนังสือให้เขาฟัง แม้หนังสือส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือการ์ตูนแบบที่เด็กๆ ชอบ แต่อย่างน้อยมันก็คือการเริ่มต้น ไม่ใช่หรือ?


Screen shot 2015-10-29 at 9.19.28 PMScreen shot 2015-10-29 at 9.19.43 PMScreen shot 2015-10-29 at 9.20.05 PM


อ้างอิง: THonline, NBC News, Mike Burley/Telegraph Herald via AP, Telegraph Herald

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://www.creativemove.com/creative/back-to-school-bash/

คลิปวีดีโอจาก : NBC News

โรคปอดบวม

โรคปอดบวม ภัยร้ายสำหรับลูกน้อยวัยต่ำกว่า 5 ขวบ

องค์การอนามัยโลกกำหนดให้วันที่ 12 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวัน “โรคปอดบวมโลก” เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของโรคร้ายแรงชนิดนี้ซึ่งคร่าชีวิตเด็กน้อยอายุต่ำกว่า 5 ขวบปีละหลายแสนคน ปอดบวม ถือเป็นโรคที่ทำให้เด็กเล็กเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงที่สุดในโลกด้วยอาการที่ร้ายแรงและความเฉียบพลันของ โรคปอดบวม ค่ะ

จากสถิติขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือ ยูนิเซฟ (UNICEF) พบว่าเฉพาะในปี พ.ศ. 2558 นี้ มีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบทั่วโลกเสียชีวิตมากถึง 900,000 รายด้วยการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุของ โรคปอดบวม ซึ่งในจำนวนนี้ มี 3% เป็นเด็กทารกแรกเกิด

รศ.พิเศษ นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “โรคปอดบวมคร่าชีวิตคนทั่วโลกนับล้านคนต่อปี ทั้งที่การรับวัคซีนในช่วงแรกเกิดถึงหกเดือนนั้นสามารถช่วยป้องกันโรคนี้ได้

วัคซีนที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคปอดบวมในเด็กทารกและเด็กเล็กนั้นได้แก่ วัคซีนไอพีดี ซึ่งช่วยป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส สาเหตุสำคัญของโรคปอดบวม แต่น่าเสียดายที่ในประเทศไทยนั้น วัคซีนนี้ยังไม่อยู่ในรายชื่อวัคซีนที่รัฐสนับสนุนให้เด็กทุกคนได้รับฟรี

สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยเห็นความสำคัญในการให้วัคซีนที่จำเป็นและครอบคลุมแก่เด็กทั้งในประเทศไทยเองและทั่วโลก นอกจากจะช่วยลดอัตราการตายของเด็กๆ ได้แล้วยังลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว สังคม รวมไปถึงภาครัฐ ยังเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเด็กให้มีพัฒนาการสมวัย ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราะไม่ต้องทรมานจากอาการเจ็บป่วย ทั้งนี้ ปอดบวม ยังเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลของเด็กไทยอีกด้วย

“สุขภาพที่ดีของเด็กจำเป็นต่อการพัฒนาและสร้างประเทศในอนาคต ความร่วมมือร่วมใจและตั้งใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาป้องกันโรคให้เด็กไทยได้รับวัคซีนใหม่ๆ ตามสถานการณ์ของไทยและของโลกเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา” รศ.พิเศษ นพ.ทวี กล่าวเสริม

แม้โรคปอดบวมจะพบมากในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ แต่ผู้สูงอายุก็ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน ประชาชนทุกคนควรดูแลสุขภาพตัวเองและคนในครอบครัว การสร้างสภาพแวดล้อมให้น่าอยู่ ลดควันบุหรี่ ล้างมือและฉีดวัคซีนป้องกันโรค ซึ่งช่วยลดปัญหาโรคปอดบวมลงได้มาก

 

ในปีนี้ทางสมาคมฯ มีโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันไอพีดีเพื่อช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงต่อโรคปอดบวม ในประเทศไทย และจะขยายผลโครงการต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้น หากเราตระหนักและให้ความสำคัญกับปัญหา ปอดบวม ในที่สุดเด็กไทยทุกคนจะต้องได้รับวัคซีนไอพีดีทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไขอย่างแน่นอนค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย http://www.pidst.net/

เรียบเรียงโดย: กองบรรณาธิการเว็บไซต์

ภาพ: Shutterstock

อ่านต่อ บทความที่เกี่ยวข้อง คลิก

โรคปอดบวมในเด็ก รู้ทันอาการ ป้องกันลูกเสียชีวิตได้ !!

ลูกขี้ร้อน นอนเปิดพัดลม เสี่ยงปอดบวม หรือไม่?

อากาศแปรปรวนบ่อย…หมอแนะ! เด็กเล็กเสี่ยงปอดบวม ป้องกันได้ด้วย “นมแม่”