แม่ท้องก็ออกกำลังกายในฟิตเนสได้นะ

แม่ท้องก็ออกกำลังกายในฟิตเนสได้นะเออ!

เพิ่งรู้ว่าการออกกำลังกายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ได้มีจำกัดแค่ในสระว่ายน้ำ และคลาสโยคะ เท่านั้น แต่ในฟิตเนสสุดเดิร์นอย่าง Miglore Fitness and Lifestyle คนท้องก็สามารถมาออกกำลังได้ โดยเข้าคลาสกับเทรนเนอร์มาวินได้เลย เขาคนนี้ได้รับการฝึกอบรมเรื่องการออกกำลังกายของคุณแม่ท้องมาแล้ว ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญเพียงไม่กี่คนที่ออกแบบท่าต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับคุณแม่ท้องได้ ท้ายบทความนี้ มาวินแนะนำ 3 ท่าเด็ดฝากไว้ให้คุณแม่ท้องลองทำเองที่บ้านด้วยค่ะ

“การดูแลร่างกายตัวเองขณะตั้งครรภ์เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะโดยปกติเราต้องใช้ร่างกายหนักทุกวันอยู่แล้ว พอตั้งท้องร่างกายยิ่งทำงานมากขึ้นเป็นสองเท่าเพื่อดูแลลูกของเรา หลายคนอาจจะคิดว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรออกกำลังกาย เพราะอาจเกิดอันตรายต่อเด็ก แต่มีผลวิจัยจากสหรัฐอเมริกาออกมาบอกแล้วว่า การออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดใหญ่ช้าๆ เป็นเวลา 30-45 นาที ช่วยทำให้ระบบสูบฉีดหัวใจของเด็กในท้องทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายลักษณะนี้นอกจากเตรียมความแข็งแรงให้เขาตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้ว ยังเตรียมพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นของแม่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียมที่หายไป การแตกลายของหน้าท้อง อาการปวดหลัง เจ็บเข่า และหน้าท้องย้วย

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนจะเริ่มออกกำลังกายต้องสอบถามคุณหมอว่า ตัวเรามีอะไรต้องระวังเป็นพิเศษไหม ถ้าปกติก็สามารถออกได้เลย โดยเริ่มในช่วงอายุครรภ์ 5 เดือนเป็นต้นไปจนถึงใกล้คลอด ในการออกกำลังแต่ละครั้งไม่ควรเกินครึ่งชั่วโมง ขณะออกควรตรวจสอบตัวเองด้วยว่าหักโหมมากเกินไปรึเปล่า พูดคุยกับคนอื่น ๆ ได้ปกติไหม ถ้าหอบ หรือหายใจได้แค่ทางปากอย่างเดียวเมื่อไหร่ให้หยุดทันที รวมถึงถ้าเกิดอาการหน้ามืด เวียนหัว บาดเจ็บ ก็ต้องหยุดเช่นเดียวกัน หากอยากเข้าฟิตเนสเดิม ๆ ที่เคยใช้บริการ ต้องสอบถามก่อนว่ามีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้หรือไม่ เพราะเคยเกิดกรณีครรภ์เป็นพิษมาแล้วจากการออกกำลังกายที่ผิดสุขลักษณะ ส่วนการออกกำลังกายแบบโยคะนั้นดีกับลูก ทำให้ระบบสูบฉีดหัวใจลูกเราดี น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ไม่ได้ช่วยเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อให้คุณแม่เลย

“ในฐานะที่เป็นเทรนนิ่ง ถ้าคุณเลือกมาหาผม ผมจะแนะนำการเล่นบอดี้เวทดีที่สุด ช่วยบริหารกล้ามเนื้อ เพราะใช้น้ำหนักของตัวเองอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับเครื่อง ซึ่งคนท้องห้ามใช้เด็ดขาด อันตรายมาก ทั้งนี้กล้ามเนื้อสำคัญที่ถูกใช้อย่างหนักช่วงตั้งครรภ์ ก็จะมี

•  หลัง

สิ่งที่คุณแม่หลังคลอดเป็นมาก คือ หลังค่อม ไหล่ห่อ กระดูกผิดรูป

•  อุ้งเชิงกราน

ตัวช่วยในการพยุงตัวของคุณแม่ ซึ่งพอคลอดปุ๊บ มักสูญเสียรูปร่างเดิม ดูผิดรูป

•  กล้ามเนื้อท้อง

ช่วงตั้งครรภ์ผนังกล้ามเนื้อด้านนอกจะขยายออก เพื่อรองรับลูก เมื่อเราคลอดออกไปแล้วช่องว่างยังอยู่ ถ้าเราดูแลตัวเองตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ หลังคลอดกลับมาออกกำลังกายหน้าท้องก็จะยุบลงไวขึ้น แข็งแรง และมีการจัดเรียงกล้ามเนื้อที่ดี ผมมี 3 ท่า เพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ นี้ให้คุณแม่ตั้งครรภ์ลองทำดูด้วย

3 ท่าเด็ด อัพความฟิต หลัง-อุ้งเชิงกราน-ท้อง

* ท่าเหล่านี้ทำได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 5 เดือนขึ้นไปจนถึงใกล้คลอด หากทำแล้วเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อนานกว่า 1-5 นาที หน้ามืด เวียนหัว ให้หยุดทำทันที *

•  ท่า Legs Lunge & Shoulder Press บริหารกล้ามเนื้อหลัง

ทำขวา และซ้าย นับเป็น 1 ครั้ง ทำทั้งหมด 12-15 ครั้ง 3 เซ็ท แต่ละเซ็ทพัก 30 วินาที

  1. ยืนตรง ยกหน้าอกขึ้น หายใจเข้า
  2. ก้าวขาขวาไปข้างหน้า ยืดขาซ้ายไปด้านหลัง แล้วย่อตัว ขาหลังเหยียดลงให้ต่ำ
  3. ยกแขนทำมุม 90 องศา แล้วเหยียดแขนขึ้น พร้อมหายใจออก
leg-lunges-shoulder-press
ท่า Legs Lunge & Shoulder Press

 

•  ท่า Side Lunge บริหารอุ้งเชิงกราน

ทำขวา และซ้าย นับเป็น 1 ครั้ง ทำทั้งหมด 12-15 ครั้ง 3 เซ็ท แต่ละเซ็ทพัก 30 วินาที

  1. ยืนตรง เปิดหลังให้ตรง
  2. เหยียดขาซ้ายไปด้านข้าง แอ่นก้น ส่วนขาขวาย่อลง
  3. ปลายเท้าชี้ตรง
side-lunges
ท่า Side Lunge

 

•  ท่า Push Up One Leg Lift บริหารกล้ามเนื้อแขน และหน้าท้อง

ทำข้างละ 10 ครั้ง แล้วสลับข้าง 3 เซ็ท แต่ละเซ็ทพัก 1 นาที

อุปกรณ์ : เก้าอี้แข็งแรงหนึ่งตัว ถ้าไม่มีทำกับผนังที่บ้านก็ได้

  1. ยันแขนกับเก้าอี้ หรือ ผนัง ยืดขาออก ไหล่และฝ่ามือขนานกัน กดก้นลงมาเพื่อให้รองรับลูกในท้องได้
  2. ยกขาขวาตรงๆปลายเท้าชี้ไปข้างหลัง เกร็งนิ้วเท้า
  3. อีกขาที่วางบนพื้นยกส้นขึ้น
  4. งอแขนกดตัวเองลงมา หายใจเข้าตอนลง และหายใจออกตอนยกตัวขึ้น
push-up-one-leg-lift
ท่า Push Up One Leg Lift

 

ขอขอบคุณ Functional Trainer อนาวิณ บัวศิริ “เทรนเนอร์มาวิน” จาก Miglore Fitness and Lifestyle

Miglore Fitness and Lifestyle โซน 2 ชั้น 2 เหนือธนาคารกสิกรไทย Crystal Design Center (CDC) สอบถามราคา และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 102 2601 และ 083 078 3979 หรือ www.miglorefitness.com และแฟนเพจเฟสบุ๊ค Miglore Fitness and Lifestyle

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ภาพ : Shutterstock

ลงโทษลูกด้วยการตีได้หรือไม่

[Blogger พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย] ลงโทษลูกด้วยการ “ตี” ได้หรือไม่

ลงโทษลูกด้วยการ “ตี” ได้หรือไม่

ดาบสองคมที่พ่อแม่ต้องเลือกใช้ให้เป็น

ตั้งแต่ทำงานเป็นจิตแพทย์เด็กมา หนึ่งในคำถามที่คุณพ่อคุณแม่ถามกันมากที่สุด คงเป็นคำถามที่ว่า.. “เราจะลงโทษเด็กด้วยการตีได้หรือไม่”

ซึ่งนี่ก็เป็นคำถามเดียวกับที่สังคมถกเถียงกันมานาน ว่าคำพังเพยโบราณที่แนะนำให้ตีเด็กนั้นถูกต้องหรือเปล่า

ในความเห็นของหมอ หมอมองว่า “การตี” จะมีประโยชน์หรือโทษ ก็ขึ้นอยู่กับ “วิธีการใช้” ค่ะ

เพราะ “การตี” นั้นเป็นได้ทั้ง “การลงโทษ” และ “การทำร้าย”

หากเจตนาของผู้ปกครอง ต้องการใช้การตีเพื่อ “การลงโทษ” เพื่อสอนให้เด็กหยุดทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การตีนั้นก็ต้องสอดคล้องไปกับหลักการของการลงโทษ นั่นคือ ต้องเป็นไปตามกฎกติกาที่ตกลงร่วมกัน มีเหตุผลรองรับ และมีการอธิบายให้เด็กเข้าใจ อีกทั้งความรุนแรงของการตีก็ต้องไม่เกินกว่าเหตุ

แต่หากการตีเป็นไปด้วยอารมณ์ ก็คงไม่ต่างอะไรกับการทำร้าย ให้เด็กเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งการลงโทษที่รุนแรงก็ส่งผลให้เด็กจำนวนไม่น้อยมีปัญหาอารมณ์ ต่อต้านผู้ปกครอง และบางคนก็กลายเป็นผู้ใช้ความรุนแรงในอนาคต

ซึ่งหมอไม่แปลกใจค่ะ ที่เรื่องการตีเด็กนั้นจะถูกโต้เถียงกันมาตลอด เพราะความจริง วิธีการ “ตี” ให้ได้ประโยชน์ นั้นมันทำไม่ง่าย และต่อให้เราทำตามหลักการ แต่ถ้าเด็กไม่เข้าใจเจตนา (อาจจะด้วยวัยของเด็ก หรืออารมณ์ของเด็กในขณะนั้น) การตีก็อาจส่งผลข้างเคียงได้เช่นกัน

ดังนั้น หากคุณผู้ปกครองจะเลือกใช้การตีเพื่อสอนเด็ก หมอก็อยากให้ลองทบทวนให้แน่ใจก่อนนะคะ ว่าการตีของเราจะเป็นประโยชน์หรือโทษ แล้วเราจะเลือกใช้วิธีอื่นเพื่อสอนเด็กแทนการตีได้หรือไม่ เพราะการ “ลงโทษ” ที่ไม่ใช่การตีก็มีอยู่มากมายค่ะ เช่น การตัดสิทธิ์ ลดของชอบ หรือการให้เด็กทำอะไรเพื่อชดใช้ความผิด ซึ่งหมอมองว่าเด็กจะได้เรียนรู้การรับผิดชอบ เป็นประโยชน์ยิ่งกว่าการตีเสียอีกค่ะ

 

บทความโดย : พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา

ภาพจาก : shutterstock

ภาพถ่ายรูปร่างของคุณแม่หลังคลอดกลายเป็นกระแสดังในโลกโซเชียล

รูปร่างของคุณแม่หลังคลอดมักจะถูกปกปิดอยู่ภายใต้เสื้อผ้าตัวหลวม แต่เมื่อไม่นานมานี้กลับกลายเป็นกระแสดังบนโลกออนไลน์

blogger-postpartum-body1-313x207

ในขณะที่สื่อต่างๆ ลงภาพหุ่นฟิตของคุณแม่ดาราและคนดังหลังคลอด แต่ในความเป็นจริงจะมีคุณแม่สักกี่คนที่จะกลับมาหุ่นสวยได้ในเวลาไม่นานหลังคลอด นอกจากคุณแม่จะต้องทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการดูแลลูกแล้ว รูปร่างของคุณแม่หลังคลอดก็เปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งหน้าท้องที่ห้อยลงมา สะดือที่เหี่ยวย่น และริ้วรอยต่างๆ รอบพุงของคุณแม่

ภาพรูปร่างคุณแม่หลังคลอดจริงๆ จากโซเชียลมีเดียจึงช่วยให้คุณแม่คลายความกังวลลงได้บ้าง ทำให้เห็นว่าคุณแม่ทุกคนก็ผ่านช่วงที่รูปร่างเป็นแบบนี้มาเหมือนๆ กันนะ

คุณแม่จูลี่ โบเซล เป็นบล็อกเกอร์ชื่อดังชาวนิวซีแลนด์ เธอได้โพสภาพถ่ายรูปร่างจริงของตัวเองหลังคลอด หลังจากนั้นภาพถ่ายของเธอก็กลายเป็นกระแสดังไปทั่วโลกออนไลน์ คุณแม่จูลี่เข้าใจดีว่าคุณแม่ทั้งหลายต่างก็มีความกังวลและรู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่างหลังคลอดของตัวเอง

blogger-postpartum-body

เธออยากให้คนอื่นๆ เห็นว่ารูปร่างของคุณแม่หลังคลอดที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร เธอจึงโพสรูปของตัวเองหลังคลอดลูกคนที่สอง มีรูปถ่ายรูปร่างที่เปลี่ยนไปของเธอในหลายๆ ช่วง เริ่มตั้งแต่รูปที่ถ่าย 24 ชั่วโมงหลังคลอด รูปถ่าย 2 วันหลังคลอด หลังจากนั้นก็มีภาพถ่ายช่วง 1 สัปดาห์ 2 สัปดาห์ 10 สัปดาห์ และ 14 สัปดาห์ ตามลำดับ

นอกจากนี้ยังมีรูปของลูกชายที่เพิ่งคลอดอยู่ด้วย เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจว่าแม่สามารถทำทุกอย่างเพื่อลูกได้ จูลี่กล่าวว่าผู้คนไม่ควรตัดสินผู้หญิงจากรูปร่างของเธอ แต่ควรดูจากสิ่งที่เธอทำ นั่นก็คือการเสียสละหลายสิ่งหลายอย่าง รวมทั้งรูปร่างที่สวยงาม เพื่อให้กำเนิดลูกน้อยค่ะ

ที่มา: http://www.bellybelly.com.au/post-natal/the-blogger-whose-postpartum-body-went-viral/

สีอุจจาระทารกแรกเกิด

ลักษณะ และ สีอุจจาระทารกแรกเกิด บอกสุขภาพได้มากกว่าที่คิด

ลักษณะ อึทารกแรกเกิด หรือ สีอุจจาระทารกแรกเกิด เป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรสังเกตอยู่เสมอ แถมไม่ใช่เรื่องที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่จะรับมือได้ง่ายๆ เลย Amarin Baby & Kids จึงมีวิธีการดูสีอุจจาระของทารกแรกเกิด มาแนะนำ เพื่อให้คุณแม่ทราบถึงสุขภาพร่างกายของลูกน้อยแรกเกิดได้ จะเป็นอย่างไรตามมาดุกันเลยค่ะ

สีอุจจาระทารกแรกเกิด บอกสุขภาพได้มากกว่าที่คิด

ซึ่งในครั้งแรกๆ คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจรู้สึกรังเกียจ อุนจิ หรือ อึของลูก ขณะที่คุณพ่อคุณแม่บางคนรู้สึกเฉยๆ แถมบางคนกลับชอบเจ้าอุนจินี่ด้วยซ้ำ เพราะเวลาไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาล คุณหมอก็มักจะถามถึงสีและรูปร่างของอุนจิของลูกทารกน้อยเสมอ

ทั้งนี้เรื่อง การอึ ของลูกน้อยนั้น ก็ถือเป็นเรื่องที่พ่อแม่มือใหม่ทุกคนกังวลใจอย่างมาก เพราะคุณจะไม่รู้มาก่อนเลยว่าเวลาที่ลูกน้อย อึ” ออกมาไม่รู้สีแบบไหนปกติ หรือไม่ปกติ หรือทำไมเวลาที่ลูกหน้าดำหน้าแดงบิดตัวไปมาเป็นเพราะปวดท้องอึ หรือปวดท้องอย่างอื่นหรือเปล่า ซึ่งนั่นก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี แต่ที่จะต้องเรียนรู้กันต่อไปคือการสังเกตว่า สีอุจจาระทารกแรกเกิด สีแบบไหนบ่งบอกอะไรต่อสุขภาพของลูกน้อยค่ะ

สีอุจจาระทารก
สีอุจจาระทารกแรกเกิดบอกสุขภาพ

อย่างไรก็ดี เมื่อลูกน้อยเริ่มอาหารเสริมได้แล้ว อาหารเหล่านั้นก็มีส่วนทำให้ รูปร่าง และ สีอุจจาระทารกแรกเกิด เปลี่ยนไปได้ ซึ่งสิ่งที่ช่วยทำให้ลูกน้อยขับถ่ายได้ดีมี 3 ประการ คือ

1) น้ำ

2) เส้นใย

3) ฝึกลูกให้มีอุปนิสัยในการขับถ่ายที่ดี

เพราะอาหารเสริมนั้นแข็งกว่าน้ำนม จึงทำให้อุจจาระของเด็กที่เพิ่งเริ่มฝึกหม่ำอาหารเสริมมีความแข็งขึ้น และมีสีที่เข้มขึ้นด้วย เนื่องจากเขากำลังปรับตัวเข้ากับอาหารใหม่ๆ บางครั้งคุณแม่อาจพบชิ้นส่วนอาหารที่ไม่ย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ ปนออกมากับอุจจาระ ผักและผลไม้อาจทำให้อุจจาระของลูกมีลักษณะเปลี่ยนไปบ้าง เมื่อลูกอายุเข้าปลายขวบปีแรก ลูกมักจะถ่ายอุจจาระวันละ 1 ครั้ง อาจมีความถี่มากหรือน้อยกว่านี้ได้ในเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ตราบใดที่อุจจาระยังคงนิ่มเหมือนเดิม

แล้วลักษณะเด่น และสีอุจจาระทารกแรกเกิด จะสามารถบอกสุขภาพของลูกได้อย่างไร ตามไปดูกันเลยค่ะ…⇓

คุณพ่ออัจฉริยะ สามารถกล่อมลูกน้อยหลับได้ด้วย “กระดาษทิชชู่” เพียงแผ่นเดียว! (มีคลิป)

สำหรับคุณพ่อมือใหม่หลายๆคนแล้ว การกล่อมลูกน้อยให้นอนหลับดูจะเป็นภาระกิจสุดโหดหินเลยทีเดียว! เพราะกว่าที่จะทำให้ให้ลูกหลับได้ก็ต้องโอ๋กันอยู่นาน และยิ่งหนักเข้าไปใหญ่หากเด็กงอแง ทีนี้เล่นเอาไม่ได้หลับทั้งคืนแน่ๆ

แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไป หากทุกคนได้มาดูวิธีกล่อมลูกน้อยของคุณพ่อที่ชื่อว่า Nathan Dailo เค้าได้พบวิธีกล่อมลูกน้อยให้หลับด้วยเวลาอันรวดเร็ว(เร็วจริงๆ) ด้วยกระดาษทิชชู่เพียงแผ่นเดียว เค้าใช้กระดาษทิชชู่ทำอะไร? ไปชมภาพกันค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.catdumb.com/how-to-put-a-baby-to-sleep/

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Nathan Dailo

 

Nahim Café & Handcraft (นะฮิม คาเฟ่ แอนด์ แฮนด์คราฟ)

แม้จะอยู่ในซอกหลืบของเยาวราช (ช่วงปลายๆ) แต่ความน่ารักก็ฟุ้งกระจาย ตั้งแต่ป้าย ไปจนถึงเมนู แต่สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาคือ เจ้าอัลปาก้า น่าจะเป็นตัวเอก เพราะอยู่ทั้งบนโลโก้ผนังร้าน ของที่ระลึก ไม่เว้นแม้กระทั่งบนขนมปัง และลูกมะพร้าว!!

“อัลปาก้าดูเหมือนสุนัขที่บ้าน พิมเลยเอามาใช้ ส่วนตัวที่มีกาน้ำชา และผลไม้ครอบหัวนี่ ตัวพิมเองค่ะ ทั้งหมดนี้พิมวาดเอง”

แล้วชื่อร้านนะฮิมแปลว่าอะไรคะ “คุณแม่ชอบเรียกพิมว่า น้องพิม แล้วพอเรียกเร็วๆ รัวๆ มันกลายเป็นนะฮิม ซึ่งชื่อนี้เพื่อนก็เรียกกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ”

พูดถึงร้านแล้ว มาโฟกัสถึงอาหารกันบ้าง คุณพิมบอกว่าที่ร้านเน้นอาหารว่าง และเครื่องดื่มเป็นหลัก เมนูแม้จะมีไม่เยอะ แต่รับรองว่าเด็ดทุกตัว เริ่มจาก Hot Chocolate Pot ชอคโกแลตร้อน 95 บาท ที่เรียกเสียงชัตเตอร์ได้รัวมาก

nahim_cafe_2

ต่อด้วย อัญชันมะนาวโซดา 80 บาท

_MG_9546

วาฟเฟิลสตรอเบอร์รี่ นูเทลล่า 145 บาท

nahim_cafe_4

เครื่องดื่มชาบรรจุขวด มี 5 รสชาติ ขวดละ 85 บาท (น่ารักมาก อยากเหมาหมด)

nahim_cafe_5

ซุปแครอท 165 บาท จานนี้คาวาอี้มากจนต้องขอแชร์ต่อ

nahim_cafe_6

และสุดท้ายที่พลาดไม่ได้ น้ำมะพร้าวปั๊มลายอัลปาก้า ซึ่งถ้าใครดื่มหมดแล้วอยากแบกมะพร้าวกลับบ้าน ก็ไม่มีใครว่านะคะ

 

นะฮิม คาเฟ่ แอนด์ แฮนด์คราฟ ซอยนานา ถ.เจริญกรุง เยาวราช เปิดให้บริการทุกวัน (ยกเว้นวันพุธ) วันธรรมดา เวลา 11.00 – 21.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 9.00-21.00 น.

โทร. 0-2623-3449 | แฟนเพจเฟสบุ๊ค NAHIM CAFE

จอดรถได้ที่ตึก อาคารหมอมี ตึกโตโยต้า และ ซอยประดู่ ชั่วโมงละ 30 บาท หรือ ใช้บริการ MRT ขึ้นทางออกที่สองของสถานีหัวลำโพง แล้วเดินย้อนขึ้นไปทาง ถ.ไมตรีจิตต์

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

หญิงท้องแก่ไปดูโชว์ตลก ขำหนัก “จนลูกเล็ด” คลอดก่อนกำหนดเลย!

เว็บไซต์ Daily Mail ได้รายงานเรื่องราวของคุณแม่ท้องแก่วัย 28 ปี ที่ไปชมการแสดงตลกแบบสดๆ เป็นครั้งแรก แต่เธอคงจะขำหนักมาก จนน้ำคร่ำเธอแตก และอีก 32 ชั่วโมงถัดมา เธอก็ให้กำเนิดลูกสาวคนที่ 4 โดยเป็นการคลอดก่อนกำหนดถึง 6 สัปดาห์

และนี่คือหน้าตาของหนูน้อยที่หลุดออกจากท้องคุณแม่

unnamed12

เด็กน้อยลืมตาดูโลกเมื่อเช้าวันเสาร์ และเซอร์ไพรส์หนักขึ้นไปอีก เพราะที่บ้านเธอไม่รู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ เพราะเธอตั้งใจเก็บเป็บความลับหลังจากแท้งลูกชายไปก่อนหน้านี้…ทั้งนี้ นักแสดงตลกคนนี้ เป็นนักแสดงโปรดของเธอ เธอจึงไม่พลาดการแสดงสดครั้งนี้ และแน่นอนเขาทำให้เธอขำได้มากจริงๆ

คุณแม่กับลูกสาวทั้ง 3
unnamed-1

เธอส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊คบอก Michael ดาราตลกคนดังกล่าวว่า การแสดงของเขาทำให้เธอขำมากขนาดไหน ขำจนลูกสาวของเธอออกมาลืมตาดูโลกเร็วกว่ากำหนดถึง 6 สัปดาห์ และมีสุขภาพแข็งแรง เธอยังทิ้งท้ายไปยังคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทุกคนว่าควรเตรียมตัวสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ไว้ตลอดเวลา

และนี่คือ Michael McIntyre นักแสดงตลกที่ทำคุณแม่ขำหนักมาก ^_^ 
unnamed-211

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : www.kiitdoo.com

ที่มา : Dailymail
ความทรงจำในวัยเด็ก

รวม 5 เหตุการณ์สำคัญ …ที่จะฝังใจลูกไปตลอดกาล

ความทรงจำในวัยเด็ก …หากลองนึกย้อนไปถึงช่วงที่คุณยังเป็นเด็ก คุณจำได้หรือไม่ว่าว่าคุณพ่อคุณแม่มักใช้เวลากับคุณแบบไหนบ้าง!?

และเมื่อคุณมีลูก ลองจินตนาการว่า เมื่อลูกโตขึ้น เขาจะจดจำเรื่องราวในวัยเด็กเรื่องไหนได้บ้าง ลูกจะยังจำได้ไหมว่าพ่อแม่ค่อยแอบดูเขาอยู่ตลอดเวลา หรือลูกจะจดจำช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นต่างๆ เช่น ครั้งแรกที่คุณพาเขาไปเที่ยวสวนสนุก หรือวันแรกที่คุณสอนให้เขาขี่จักรยานสองล้อเป็น นี่คือสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำบ่อยๆ และทำให้ดีที่สุดเพราะเรื่องราวเหล่านี้จะอยู่ในใจของลูกไปตลอดกาล มีอะไรกันบ้าง ลองไปอ่านกันดูค่ะ

5 ความทรงจำในวัยเด็ก ที่พ่อแม่ต้องทำ!

1. เมื่อคุณพ่อคุณแม่ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย

ประสบการณ์ที่ประทับใจในวัยเตาะแตะ
ความทรงจำที่ทำให้ลูกประทับใจ

เนื่องจากเด็กทุกคนต้องการการปกป้องดูแลจากผู้ใหญ่ ลูกๆ จะจำได้ดีเวลาที่คุณพ่อคุณแม่ไล่ภูติผีปีศาจให้ออกไปจากฝันร้ายของพวกเขา แต่ในทางตรงกันข้าม เด็กๆ ก็จะจดจำเวลาที่คุณพ่อคุณแม่โกรธจัดและทำให้พวกเขากลัวเหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่อย่ากังวลใจไปค่ะ การที่เด็กๆ ได้เผชิญสถานการณ์ทางอารมณ์ที่หลากหลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ทางสังคมสำหรับเด็ก คุณพ่อคุณแม่เพียงทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับครอบครัวก็เพียงพอแล้วค่ะ

2. เมื่อคุณพ่อคุณแม่หยุดทำอย่างอื่น แล้วหันความสนใจมาอยู่ที่ลูกๆ

ความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัว
ความทรงจำที่ทำให้ลูกประทับใจ

เด็กๆ รับความรู้สึกรักผ่านทางการดูแลเอาใจใส่จากผู้ใหญ่ เวลาที่คุณพ่อคุณแม่หยุดกดโทรศัพท์ แล้วหันมาเล่นปาร์ตี้น้ำชากับลูกสาวตัวน้อย โยนลูกบอลเล่นกัน หรือกระโดดเด้งดึ๋งบนแทรมโพลีนด้วยกัน ล้วนเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ จะจดจำได้มากที่สุด ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่อย่าลืมใช้ช่วงเวลาดีๆ แบบนี้กับลูกกันเยอะๆ นะคะ ช่วงเวลาแบบนี้แหละที่จะตราตรึงอยู่ในใจเด็กๆ ไปตลอดชีวิตของพวกเขา

Must readวิธีการเลี้ยงลูกอย่างชาญฉลาด ของ ‘เจ้าชายวิลเลียม’ ดยุกแห่งเคมบริดจ์ (อังกฤษ)

อ่านต่อ >> “ความทรงจำในวัยเด็กที่พ่อแม่ต้องทำ” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

จริงหรือ? … การนอนหลับกําหนดความฉลาดของลูกได้!

aw-9 ใช้สำหรับโขว์หน้าแรกบทความในเว็ปไซต์

การนอนหลับของลูกทั้งกลางวันและกลางคืนสามารถกําหนดพัฒนาการของสมองและความฉลาดของลูกได้จริงหรือ?

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า โดยความเป็นจริงแล้ว สมองของลูกสามารถเรียนรู้และ พัฒนาได้ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน

จาก British Medical Journal  หรือวารสารการแพทย์อังกฤษได้รายงานการศึกษา Millenium Cohort แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของการนอนหลับกับการพัฒนาของสมองในเด็กเล็ก ลูกน้อย ที่นอนไม่ตรงเวลาจนถึงอายุสามขวบส่วนใหญ่จะมีปัญหาในด้านการอ่าน ทักษะทางคณิตศาสตร์ และ การสัมผัสรับรู้เมื่อช่วงเวลาผ่านไปพวกเขาก็ยังคงมีพัฒนาการที่ล่าช้า และส่วนมากจะเป็นในเด็กผู้ หญิงมากกว่าเด็กผู้ชาย ซึ่งสรุปว่าสามปีแรกของชีวิตดูเหมือนจะเป็นเวลาที่สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการนอนหลับและการพัฒนาการทางสมอง

Key-visual-&-design5

นอกจากนั้นยังมีผลการวิจัยที่มีความคล้ายคลึงกับการวิจัยข้างต้นซึ่งทําในประเทศแคนาดาที่ตีพิมพ์ในวารสารการนอนปี 2008  ซึ่งพบว่าลูกน้อยก่อนอายุ 41 เดือนที่นอนหลับน้อยกว่าสิบชั่ว โมงต่อคืน มีแนวโน้มที่จะมีปัญหาด้านภาษา และด้านการอ่าน ซึ่งในการศึกษาของ ทั้ง สองแห่งยังพบว่า ปัญหาเหล่านี้ยังคงอยู่แม้ว่าจะมีการปรับปรุงเวลาการนอนหลับหลังจากที่ลูกมีอายุ เกินสามขวบแล้ว

ร่างกายของลูกน้อยไม่สามารถสร้าง กรดอะมิโนจําเป็นได้ ร่างกายต้องได้รับกรดอะมิโนจําเป็นจากอาหารที่รับประทานเข้าไป และหนึ่งใน กรดอะมิโนสําคัญนี้เรียกว่าทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งทริปโตเฟนมีบทบาทสําคัญในพัฒนาการ ของระบบประสาทของลูกน้อยวัยแรกเกิด  และสารอาหารที่ชื่อว่า แอลฟา-แลคตัลบูมิน (Alpha-lactalbumin) ซึ่งเป็นโปรตีนคุณภาพสูงพบมากในนมแม่นั่น เอง  เมื่อย่อยแล้วให้กรดอะมิโนจำเป็น

Screen-Shot-2558-10-07-at-13.46.52

เราทุกคนรู้ถึงความจำเป็นของการนอนหลับ… แต่อย่างไรก็ดี การที่มีวิทยาศาสตร์ช่วยเตือนเราถึง ความสำคัญของการนอนหลับว่าลูกน้อยต้องการการนอนหลับที่ดี เพื่อการพัฒนา ทางสมองและการเจริญเติบโตที่ดียิ่งขึ้นนั้นเป็นการช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่อย่างมาก ดังนั้นคุณ พ่อคุณแม่ควรดูแลลูกน้อยโดยเน้นเรื่องจัดวางการนอนหลับตอนกลางคืน และลำดับความสำคัญ ของเรื่องนี้ให้มาก ไม่ควรมองข้ามนะคะ

 


แหล่งอ้างอิง:

[1] Yvonne Kelly, et al. British Medical Journal. Time for bed: associations with cognitive performance in 7-year-old children: a longitudinal population-based study. J Epidemiol Community Health doi:10.1136/jech-2012-202024

 

[2] Emla Fitzsimons, et al. The Millennium Cohort Study, UK’s newest longitudinal birth cohort study and follows the lives of a sample of babies born between 1 September 2000 and 31 August 2001 in England and Wales, and between 22 November 2000 and 11 January 2002 in Scotland and Northern Ireland.

 

[3] Robert Rosenberg, Sleep and Childhood Brain Development: The Critical Link. Jul 9, 2013, Everyday Health

 

[4] Évelyne Touchette, et al. Journal Sleep, VOLUME 30, ISSUE 09, Associations Between Sleep Duration Patterns and Behavioral/Cognitive Functioning at School Entry. Sleep, 2007 Sep 1; 30(9): 1213-1219

 

[5] Heine WE. The significance of tryptophan in infant nutrition. In: Huether G, Kochen W, Simat TJ, Steinhart H, eds. Tryptophan, Serotonin, and Melatonim: Basic Aspects and Applications. New York, NY: Kluwer Academic/Plenum Publishers; 1999:705-710. Advances in Experimental Medicine and Biology; vol 467.

 

[6] Heine WE, Klein PD, Reeds PJ. The importance of Alpha-Lactalbumin in infant nutrition. J.Nutr. 1991;121:277-283

คลิปซึ้งๆ ที่บอกว่าพวกหนูอยากเล่นกับพ่อแม่มากแค่ไหน

บริษัทอิเกีย ประเทศสเปน ได้ทำการทดลองกับเด็กๆ เกี่ยวกับของขวัญวันคริสต์มาสที่เด็กๆ อยากได้มากที่สุด เด็กๆ จะได้เขียนจดหมาย 2 ฉบับ ฉบับแรกเขียนถึงคุณลุงซานตา และอีกฉบับจะเขียนถึงคุณพ่อคุณแม่ค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าเนื้อหาระหว่างจดหมายที่เด็กๆ เขียนถึงซานตากับจดหมายที่เขียนถึงพ่อแม่จะแตกต่างกันขนาดนี้

เมื่อให้เขียนจดหมายถึงคุณลุงซานตา เพื่อขอของขวัญที่พวกเขาอยากได้มากที่สุด เด็กๆ จะขอแต่สิ่งของหรือของเล่นที่เป็นวัตถุเท่านั้น เด็กบางคนก็ขอของเล่นราคาแพง แถมบางคนยังขอกระทั่งม้ายูนิคอร์น

ต่อมาเด็กๆ ก็ได้เขียนจดหมายฉบับที่สอง เพื่อขอสิ่งที่อยากได้มากที่สุดจากพ่อและแม่ค่ะ ตอนแรกเด็กๆ ก็ยังดูงงๆ แต่สักพักพวกเขาก็เขียนลงไปค่ะ

เมื่อพ่อและแม่ของเด็กๆ ได้อ่านจดหมาย พวกเขาซาบซึ้งมาก เพราะสิ่งที่พวกเด็กๆ ต้องการมากที่สุดก็คือการใช้เวลาร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ พวกเขาชอบให้พ่อแม่จักจี้และเล่านิทานให้ฟัง

คุณพ่อคุณแม่ต่างปลาบปลื้มใจกันมาก พวกเขาเคยคิดว่าเด็กๆ อยากได้ของเล่นราคาแพง แต่ความจริงเด็กๆ ต้องการอยู่กับครอบครัวของพวกเขามากกว่าค่ะ

ที่สำคัญคือตอนสุดท้ายที่เด็กๆ จะต้องเลือกส่งจดหมายได้แค่ฉบับเดียว ทายสิคะว่าพวกเขาจะเลือกส่งฉบับไหน… ทั้งหมดเลือกส่งจดหมายถึงคุณพ่อคุณแม่ค่ะ น่าปลื้มใจแทนคุณพ่อคุณแม่จังเลย

ความรักความอบอุ่นในครอบครัวคือสิ่งที่เด็กๆ ทุกคนต้องการ เพียงแค่การใช้เวลากับพวกเขา เล่นกับพวกเขา และอ่านนิทานสนุกๆ ให้ฟัง ก็เป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดสำหรับเด็กๆ แล้วค่ะ

ที่มา: http://www.buzzfeed.com/abagg/this-heartwarming-video-shows-that-kids-prefer-spending-time#.opdZMA9Bb
คลิปจาก: Anna Johndrow Channel

หัวเราะกันกระจาย คลิปหนูน้อยแข่งเบ่งกล้ามกับคุณพ่อ

เจ้าหนูทำท่าเบ่งกล้ามแข่งกับคุณพ่อได้น่าเอ็นดูจริงๆ ไว้โตเป็นหนุ่มแล้วมาแข่งเบ่งกล้ามกับคุณพ่ออีกนะคะ

ที่มา: Rumble Viral Channel

เฮฟวี่ซอรัส วงร็อคสุดเท่สำหรับเด็กฟินแลนด์

ประเทศฟินแลนด์มีวงดนตรีร็อคมากมาย ล่าสุดด้วยไอเดียแปลกแหวกแนว วงร็อคสำหรับเด็ก ชื่อวงเฮฟวี่ซอรัสจึงถือกำเนิดขึ้น

ถึงท่วงทำนองดนตรีจะเป็นสไตล์ร็อค แต่สมาชิกในวงทุกคนกลับแต่งตัวเป็นชุดไดโนเสาร์

“เนื้อหาของเพลงก็จะเกี่ยวกับนักรบและมังกรที่ชอบดื่มนมและทำเรื่องสนุกๆ เหมือนที่เด็ก 2 – 7 ขวบมักจะชอบทำกัน” หนึ่งในสมาชิกของวงกล่าว

วงเฮฟวี่ซอรัสสร้างเรื่องราวต้นกำเนิดของวงเป็นแบบนิทานสนุกๆ เรื่องราวมีอยู่ว่าสมาชิกแต่ละคนอยู่ในไข่ไดโนเสาร์ที่ทำจากเหล็กกล้า พวกเขาเป็นไดโนเสาร์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ และจะฟักตัวออกจากไข่ได้ต่อเมื่อมีสายฟ้าฟาดลงบนเปลือกไข่ และมีแม่มดท่องมนต์ทำพิธี

แต่อันที่จริงแล้ววงนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 เมื่อหนึ่งในสมาชิกของวงพาลูกๆ ไปดูคอนเสิร์ต เขาจึงเกิดความคิดที่จะตั้งวงดนตรีที่แปลกแหวกแนวแบบนี้ขึ้น

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วงเฮฟวี่ซอรัสก็มีชื่อเสียงโด่งดังและได้เซ็นต์สัญญากับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่างโซนี่ และอีกไม่นานพวกเขาก็กำลังจะมีภาพยนตร์ออกมาอีกด้วย

เด็กๆ ที่ฟินแลนด์โชคดีจังเลยค่ะ ที่มีวงดนตรีร็อคสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เด็กๆ ก็อยากฟังเพลงมันๆ เหมือนกันค่ะ นอกจากนี้วงเฮฟวี่ซอรัสยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการประสบความสำเร็จจากความกล้าที่จะคิดนอกกรอบอีกด้วยค่ะ

ที่มา: http://mentalfloss.com/us/go/70768

คลิปจาก: HevisaurusVEVO Channel

ฮัดเช้ย! เมื่อลูกแฝดแกล้งจามตามคุณพ่อ

เจ้าหนูทั้งสองคนเลียนแบบคุณพ่อได้น่ามันเขี้ยวจริงๆ เลย ทั้งเสียงและท่าทาง เบบี๋อย่างหนูก็เล่นเป็นแล้วนะ

ที่มา: twinnerwinners Channel

ผ้าอ้อม-ผ้าห่อตัวมัสลินเอนกประสงค์

ผ้าอ้อม-ผ้าห่อตัวมัสลินเอนกประสงค์ เนื้อผ้าทอจากเส้นฝ้ายเกรดพรีเมียม 100% ทอแบบ 2 ชั้น เนื้อผ้าเนียน หนา นุ่ม สบายผิวน้องมาก ให้ความอบอุ่น และระบายอากาศได้ดีมาก สามารถปรับใช้งานได้คุ้มค่าทั้งห่อตัว ปูนอน เช็ดตัว เป็นผ้าห่มให้น้อง ได้เลยจร้ะ ^^
ของใช้จำเป็นสำหรับเด็กแรกเกิด และใช้ต่อได้จนเข้าพรีอนุบาลเลยจร้ะผ้าห่อตัวมัสลินเอนกประสงค์ ขนาด 120*120 เซนติเมตร
🎉🎉🎉 ราคาโปร 4 ผืน 1290 บาท รวมส่งอีเอมเอสคะ…
ผืนละ 350 บาทจร้ะ 🎉🎉🎉
made with love for your baby
Tida&Mom
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อสินค้าได้ที่ :
Line ID: tidaandmom หรือ Inbox มาได้เลยจร้ะ
โทร :0954293471
www.tidaandmom.com
‪#‎ของใช้ของจำเป็นสำหรับลูกน้อย‬
‪#‎muslinswaddleplus‬
‪#‎ผ้าห่อตัวมัสลิน‬
‪#‎ผ้าห่อตัวที่ปรับใช้งานได้อย่างคุ้มค่าทั้งปูนอนเป็นผ้าห่มและห่อตัวน้องช่วงแรกเกิด‬

Tags

ชมภาพล่าสุด! สมเด็จพระบรมโอสาฯ ทรงทำกิจกรรมร่วมกับ “องค์ที”

ภาพสุดประทับใจของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ที่พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยมองค์ทีที่ประเทศเยอรมัน ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกัน … ถือเป็นภาพที่น่าประทับใจของผสกนิกรชาวไทยที่ได้ชื่นชมพระบารมีของทั้งสองพระองค์

(ชมภาพล่าสุด) สมเด็จพระบรมฯ กับพระองค์ที ทรงทำกิจกรรมกลางแจ้ง และทรงดนตรี ร่วมกัน

โพสต์โดย องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน บน 28 ตุลาคม 2015


ขอบคุณที่มาของภาพ จาก : องค์กรเก็บขยะแผ่นดิน

แห่ชื่นชม เด็กหญิงวัย 6 ขวบสู้ชีวิตสุดๆ หลังเกิดมามี”หัวใจ”โผล่อยู่นอกหน้าอก

เว็บไซต์เมโทรของอังกฤษได้นำเสนอเรื่องราวของเด็กหญิงเวอร์ซาเวีย อายุ 6 ขวบ จากรัสเซีย ซึ่งกำลังต่อสู้กับโรคผิดปกติตั้งแต่เกิด นั่นคือโรคตำแหน่งหัวใจผิดปกติ ซี่งเกิดขึ้นยากมากจะมีแค่ 1 ใน 1 ล้าน อาการและความรุนแรงของโรคนี้มีความแตกต่างกันไป แต่ในกรณีของเด็กหญิงเวอร์ซาเวีย ทั้งหัวใจและลำไส้ใหญ่อยู่นอกช่องท้องและหน้าอกของเธอ โดยสังเกตเห็นหัวใจของเวอร์ซาเวียอย่างชัดเจน ขณะเต้นเป็นจังหวะที่มีชั้นผิวหนังบางๆ ห่อหุ้มไว้

ด้านแม่ของหนูน้อย บอกว่าตอนตั้งครรภ์แพทย์ระบุลูกของเธออาจไม่สามารถมีชีวิตรอด แต่ 6 ปีหลังจากนั้น เด็กหญิงเวอร์ซาเวียยังยิ้มแย้มแจ่มใสและต่อสู้กับโรคนี้อยู่ … ดูภายนอกเวอร์ซาเวียเหมือนเด็กปกติทั่วไป เด็กหญิงใจสู้ผู้นี้ชื่นชอบม้าและโลมา ชอบวาดรูป ร้องเพลง เต้นรำ และบียอนเซ่ นักร้องชื่อดังของสหรัฐฯ

นางดารี แม่ของเวอร์ซาเวีย กับลูกสาว

ถึงแม้ว่าเด็กหญิงเวอร์ซาเวียจะมองโลกในแง่บวก แต่ยังจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออยู่ ผู้เป็นแม่จึงตัดสินใจย้ายมาที่สหรัฐฯ เพื่อนำลูกสาวมารักษา ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลเด็กของบอสตันบอกว่า ยินดีจะให้ความช่วยเหลือ แต่ยังไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ภายใน 2 ปี เนื่องจากความดันโลหิตสูง

ตอนนี้สองแม่ลูกย้ายมาอยู่ที่ฟลอริดา รวมทั้งยังมีการจัดตั้งเพจเพื่อรับบริจาคเงินช่วยเหลือด้านค่ารักษาพยาบาลชื่อ crowdfunding page ซึ่งมีผู้ใจบุญร่วมบริจาคจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีผู้คนแห่ให้กำลังใจอย่างล้นหลามหลังจากแม่ได้โพสต์ภาพลูกสาวผ่านสื่อสังคมออนไลน์

เด็กหญิงเวอร์ซาเวีย กล่าวถึงอาการผิดปกติของเธออย่างน่าชื่นชมว่า  “หนูรู้ว่าทำไมหัวใจของหนูออกมาอยู่ข้างนอก เพราะว่าพระเจ้าทรงต้องการให้คนอื่นเห็นว่า พระองค์สามารถสร้างสิ่งพิเศษ เหมือนที่เกิดขึ้นกับหนูได้”


ที่มา: www.nbcmiami.com

ขอบคณข้อมูลและภาพจาก : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1446369194