ขี้แมลงวัน ไฝทำนายมะเร็งไฝได้

ดูอย่างไร ขี้แมลงวัน ของลูกจะกลายเป็นมะเร็งไฝ!!

ขี้แมลงวัน ไฝทำนายมะเร็งไฝได้
ขี้แมลงวัน ไฝทำนายมะเร็งไฝได้

ทำนายฝัน ทำนายตำแหน่ง ขี้แมลงวัน สามารถบอกอนาคตได้ แต่รู้หรือไม่ลักษณะของไฝก็ใช้ทำนายโรคร้ายได้เช่นกัน มะเร็งไฝรู้ไวรักษาเร็วหายได้ มาเช็กร่างกายลูกกันเถอะ

ดูอย่างไร.. ขี้แมลงวัน ของลูกจะกลายเป็นมะเร็งไฝ!!

ไฝ (Mole) หรือ ขี้แมลงวัน(Lentigines)  เป็นสิ่งที่เราสามารถพบเห็นได้ตามผิวหนังของทุกคน ทุกอายุ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่มีอันตราย จุดดำต่าง ๆ บนร่างกายที่เราเรียกว่า ขี้แมลงวันจนทำให้ใครหลาย ๆ คนเข้าใจผิดคิดว่าจุดเหล่านั้นเกิดจากแมลงวันมาขี้ไว้ตามตัว แต่แท้จริงแล้ว ทั้งไฝ และขี้แมลงวันนั้นเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์ผิวหนัง ที่มีหน้าที่สร้างเม็ดสี แม้จะเป็นการทำงานที่ผิดปกติแต่เป็นสิ่งที่พบได้บ่อย ๆ ในเกือบทุกคน ซึ่งมิได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด จะมีมากหรือน้อยนั้นแตกต่างกันไปตามเชื้อชาติ กรรมพันธ์ู และตัวบุคคลเอง โดยความจริงแล้วความผิดปกติของเซลล์ผิวหนังนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เรื่อยมาจนเป็นผู้ใหญ่ แต่เรามักจะสังเกตเห็นตอนที่มีมากในตอนโตแล้วเท่านั้นเอง

การเกิดไฝ ขี้แมลงวัน จากเซลล์ผิวหนังที่สร้างเม็ดสี
การเกิดไฝ ขี้แมลงวัน จากเซลล์ผิวหนังที่สร้างเม็ดสี

ไฝ หรือขี้แมลงวันเกิดขึ้นได้อย่างไร

มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของ Melanocyte แล้วเกิดเป็นเนื้องอกจากการเพิ่มจำนวนของเซลล์เมลาโนไซท์ โดยไฝจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูน ส่วนขี้แมลงวันจะเป็นตุ่มราบสีดำ และอยู่ตื้นกว่าไฝ โดยทั่ว ๆ ไป ไฝ และขี้แมลงวัน จะมีการเพิ่มขึ้นตามอายุอย่างช้า ๆ ซึ่งมักจะสังเกตได้ในช่วงวัยรุ่น หรือตั้งครรภ์ โดยการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นในบริเวณทั่วตัวพร้อม ๆ กัน ซึ่ง Melanocy เป็นเซลล์ที่อยู่ในชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) โดยมีหน้าที่ในการสร้างเม็ดสีเมลานิน ซึ่งปริมาณและขนาดของเมลานิน จะเป็นตัวกำหนดสีผิวของคนเรา ว่าจะมีผิวขาว ผิวคล้ำ มากน้อยเพียงใด และมีการติดตามแล้วพบว่า ไฝ และขี้แมลงวัน จะมีโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนังได้ ที่เรียกว่า Melanoma ซึ่งมีอันตรายร้ายแรง และเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ผศ. พญ. สุธินี รัตนิน จากสาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี อธิบายว่า “ถึงแม้มะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสี หรือเมลาโนมา (Melanoma) จะเป็นมะเร็งที่พบได้ไม่บ่อย แต่ก็เป็นมะเร็งผิวหนังชนิดร้ายแรงที่สุด ปัจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นที่มีความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของเซลล์เม็ดสีที่สามารถพัฒนากลายเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสีได้ และพบการเกิดของมะเร็งชนิดนี้ในประเทศไทยมากถึง 500 รายต่อปี”

ไฝและมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสีนั้นบางครั้งแยกออกจากกันได้ยากโดยเฉพาะมะเร็งเม็ดสีระยะเริ่มต้น ทำให้ผู้ป่วยหลายคนเผลอมองข้ามไม่ทันระวัง และปล่อยให้ลุกลามจนเป็นอันตรายต่อชีวิต ทั้งนี้ สาเหตุที่แน่นอนนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากการที่ผิวหนังถูกกับสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ เป็นเวลานาน เช่นถูกแสงแดดจัด ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานานแรมปี หรือ ถูกสารเคมี เป็นต้น ในบางครั้ง ไฝที่เป็นอยู่ปกติ หากถูกถูไถ เช่น ตามขอบเสื้อ ขอบกางเกง เป็นเวลานาน อาจมีการกลายเป็นมะเร็งได้

รู้ได้อย่างไรว่าไฝนั้นผิดปกติ …เพียงแค่ใช้หลัก ABCDE

การหมั่นตรวจเช็กตำหนิร่างกายอยู่เสมอ เป็นการตรวจสอบด้วยตนเองที่ง่ายที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวหนังบริเวณที่โดนแสงแดดบ่อย ๆ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรหมั่นสำรวจผิวของลูกน้อยทุกซอกทุกมุมด้วยว่าไฝที่มีอยู่เป็นไฝปกติหรือเป็นอาการของโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสี หรือมะเร็งผิวหนังชนิดอื่น ๆ สามารถทำได้โดยการสังเกตการเปลี่ยนแปลงง่าย ๆ เช่น ไฝโตเร็วกว่าปกติ สีเปลี่ยนแปลง มีเลือดออก หรือเป็นแผลเรื้อรังรักษาไม่หาย พิจารณาประกอบกับประวัติโรคมะเร็งผิวหนังของคนในครอบครัว การมีไฝเป็นจำนวนมาก หรือเคยถูกแสงแดดไหม้บ่อยครั้งในวัยเด็ก ทั้งนี้การตรวจร่างกายเบื้องต้นเพื่อดูลักษณะของไฝว่าผิดปกติหรือไม่ สามารถทำได้โดยสังเกตว่าไฝมีรูปร่างสมมาตรหรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง ขอบเขต สี และขนาดของไฝ ซึ่งเป็นหลักง่าย ๆ ที่เรียกว่า ABCDE ดังนี้

ลักษณะไฝ ขี้แมลงวัน ที่ต้องเฝ้าระวัง
ลักษณะไฝ ขี้แมลงวัน ที่ต้องเฝ้าระวัง

A – Asymmetry คือลักษณะที่ไฝมีรูปร่างไม่สมมาตร ไม่กลม

B – Border Irregularity คือลักษณะที่ไฝมีเส้นขอบไม่เรียบ

C – Color Variation คือการที่ไฝมีสีไม่สม่ำเสมอตั้งแต่ 2 สีขึ้นไป

D – Diameter ไฝที่มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสี มักมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 6 มม.

E- Evolution มีการเปลี่ยนแปลงของไฝอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น เช่น โตขึ้น แตกเป็นแผล เป็นต้น

ตรวจดูตั้งแต่หัวจรดเท้า

เนื่องจากไฝมะเร็งเกิดได้ทุกบริเวณ ทุกซอกหลืบในร่างกาย การจะตรวจให้ครบควรทำให้เป็นระบบ

  • เริ่มจากใบหน้า อย่าลืมดูริมฝีปาก หน้าด้านข้าง โดยใช้กระจกบานเล็กช่วย
  • แหวกผมดูหนังศีรษะ
  • ตรวจมือ ฝ่ามือ ง่ามนิ้วสองข้าง
  • ข้อศอกลำตัวด้านข้างรักแร้สองข้าง
  • อก ลำตัวด้านหน้า
  • หลัง คอด้านหลัง ต้นแขนด้านหลัง
  • ใช้กระจกบานเล็กช่วยดูสะโพก ขาด้านหลัง
  • นั่ง สำรวจดูขาและเท้า แม้แต่อวัยวะเพศก็ควรตรวจดูด้วย
ไฝปกติ ไม่อันตราย
ไฝปกติ ไม่อันตราย

ในฝรั่งผิวขาวนั้น ไฝมะเร็งในผู้ชายพบบ่อยที่แผ่นหลัง ส่วนในผู้หญิงพบได้ที่ขาท่อนล่าง และหลัง ส่วนคนเอเชียพบบ่อยที่มือและเท้า แต่ที่จริงแล้วไฝมะเร็งสามารถพบได้ทุกบริเวณไม่เว้นแม้แต่ในลูกตาขาว เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรละเลยและประมาท

พบและบันทึก

เมื่อตรวจพบไฝบนร่างกายที่ต้องสงสัย ควรบันทึกการเปลี่ยนแปลงไว้เป็นประจำทุกเดือน และหมั่นสังเกตให้รอบคอบแม้มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการรักษา โดยบันทึกวันที่ตรวจพบ ขนาด และสี

พบแพทย์หากสงสัย

หากมีไฝผิดปกติหรือมีข้อต้องสงสัย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการตรวจเพิ่มเติม เบื้องต้นแพทย์จะตรวจดูด้วยสายตา โดยพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะเป็นมะเร็งเมลาโนมา หากมีความเสี่ยงจึงวินิจฉัยต่อด้วยการตรวจชิ้นเนื้อ ซึ่งเป็นการตัดเอาตัวอย่างไฝที่น่าสงสัยไปส่งตรวจด้วยกล้องไมโครสโคปโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งนี้ในการตัดเอาไฝออกมานี้ แม้ไฝดังกล่าวจะเป็นเซลล์มะเร็งแต่ก็จะไม่ส่งผลให้เกิดการแพร่กระจายของมะเร็งแต่อย่างใด ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานเกิน ทั้งนี้เพราะว่า มะเร็งผิวหนังในระยะแรกสามารถรักษาให้หายได้ หากปล่อยไว้นาน โรคอาจจะกระจายออกไป ยากแก่การรักษา

“อาการเริ่มแรกของมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสีจะมีลักษณะคล้ายไฝ แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงขนาด สี รูปร่าง และขอบเขตอย่างรวดเร็ว มีการแตกเป็นแผล และสามารถลุกลามแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลือง และอวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ ปอด กระดูก และสมอง” นพ. ธัช อธิวิทวัส จากหน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

หมั่นสังเกตไฝ ขี้แมลงวัน ป้องกันมะเร็งร้ายให้ลูกได้
หมั่นสังเกตไฝ ขี้แมลงวัน ป้องกันมะเร็งร้ายให้ลูกได้

มะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสี

การรักษานั้น ในระยะเริ่มต้นแพทย์จะใช้วิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดผิวหนังบริเวณที่มีก้อนร่วมกับการตัดต่อมน้ำเหลืองในบริเวณข้างเคียง ซึ่งจะดำเนินการโดยศัลยแพทย์ตกแต่ง แต่เนื่องจากมะเร็งผิวหนังชนิดเม็ดสีสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายและมีโอกาสแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่างๆ แพทย์จึงอาจใช้การฉายรังสีหรือให้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน (Immunotherapy) หรือยารักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ร่วมด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

สำหรับการรักษาในผู้ป่วยระยะลุกลาม แพทย์ยังสามารถเลือกใช้ยาทั้งสองชนิดดังกล่าว คือ ยารักษาที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน หรือยารักษาแบบมุ่งเป้าในการรักษาได้เช่นกัน โดยยาทั้งสองกลุ่มนี้มีข้อมูลการศึกษาทางการแพทย์ว่ามีประสิทธิภาพที่ดีกว่ายาเคมีบำบัดและมีผลข้างเคียงน้อยกว่า แต่การรักษาด้วยยาทั้งสองกลุ่มนี้อาจมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ทางที่ดีจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับรังสี UV และไปพบแพทย์ทันทีเมื่อพบความผิดปกติของผิวหนัง

อ่านต่อ โรคมะเร็งจอตาในเด็ก โรคมะเร็งท็อปฮิตในเด็ก พ่อแม่ต้องระวัง

เนื่องจากแสงแดดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ผิวหนัง จนทำให้เกิดไฝ หรือขี้แมลงวันขึ้นตามร่างกาย ดังนั้นการลดการเกิดไฝ ก็จะช่วยให้ลดอัตราเสี่ยงการเป็นมะเร็งไฝได้อีกทางหนึ่ง วิธีป้องกันการเกิดไฝ มีดังนี้

  • ทาครีมกันแดดประมาณ 30 นาทีก่อนออกจากบ้าน เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 เป็นอย่างต่ำ ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมงหรือบ่อยกว่านั้นหากมีเหงื่อออกหรือโดนน้ำ และควรทาแม้กระทั่งในวันที่มีแดดน้อย
    ทาครีมกันแดด ป้องกันการเกิดไฝ
    ทาครีมกันแดด ป้องกันการเกิดไฝ

     

  • เลี่ยงการออกแดดในช่วงแสงแรงซึ่งจะมีรังสียูวีเข้มที่สุด ได้แก่ช่วงเวลาตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น
  • ปกปิดผิวหนังด้วยหมวกปีกกว้าง กางเกงขายาว และเสื้อคลุมอย่างมิดชิด

การสังเกตการเปลี่ยนแปลงของไฝบนร่างกายไม่เพียงแต่คุณพ่อคุณแม่ควรจะหมั่นสังเกตให้แก่ลูกแล้ว ตัวเราเองก็ควรดูแลด้วยเช่นกัน เพราะโรคภัยไข้เจ็บนั้น มักจะเกิดโดยไม่เลือกเพศ เลือกวัย การหมั่นดูแล ตรวจตราร่างกายให้เราได้รู้ทันก่อนที่จะเกิดเป็นโรคร้ายแรง อย่างมะเร็งร้ายก็จะทำให้รักษาได้ทัน ไม่อันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก www.si.mahidol.ac.th/scimath.org /sanook.com/pobpad

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

โรคมะเร็งในเด็ก ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

ลูกติดเชื้อโรคครูป หลังไปโรงพยาบาล แค่แป๊บเดียวก็ติดโรคได้

ผลเสียของการให้ลูกเล่นโทรศัพท์ ทารกดูมือถือนานกระทบต่อความฉลาด!

อันตรายไหม?ลูก นอนหลับ แล้วทำไมตาปิดไม่สนิทกรอกไปมา

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up