20 วิธี ทำให้ลูกรู้สึกมีค่า สัมผัสได้ถึงความรักจากพ่อแม่ - Amarin Baby & Kids

20 วิธี ทำให้ลูกรู้สึกมีค่า สัมผัสได้ถึงความรักจากพ่อแม่

Alternative Textaccount_circle
event

ทำให้ลูกรู้สึกมีค่า – ไม่ว่าคุณจะมีลูกวัยเตาะแตะขี้โมโหที่ชอบขว้างปาข้าวของหรือทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า หรือลูกวัยรุ่นที่เป็นตัวของตัวเองและชอบคิดว่าพ่อแม่น่ารำคาญก็ตาม แต่เด็ก ๆ ทุกคน ควรได้รับรู้ถึงความรักและความเคารพที่พ่อแม่มีให้พวกเขา ในฐานะพ่อแม่เราจะทำให้ลูกรู้สึกถึงความรักเหล่านี้ได้อย่างไร? มีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่อาจเกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่การแสดงความรักไม่ใช่สิ่งที่ได้รับความใส่ใจและให้ความสำคัญเท่าที่ควร ซึ่งบางครั้งอาจเป็นเรื่องยากสำหรับพ่อแม่ที่เติบโตมาในครอบครัวแบบนี้ที่จะแสดงความรักให้ลูกๆ ของพวกเขาสัมผัสได้อย่างที่ควรจะเป็น และพวกเขาอาจสงสัยว่าจะทำให้ลูกๆ รู้สึกถึงความรักได้อย่างไร? ก่อนอื่นเลยเรามาดูกันก่อนค่ะว่าความรู้สึกรัก รู้สึกถึงการมีค่าในสายตาของพ่อแม่มีความสำคัญกับเด็กอย่างไร?

เหตุใดความรักและความเสน่หาจึงสำคัญสำหรับเด็ก?

ความรักความเสน่หาทำให้ลูกมีความสมบูรณ์แข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ หัวใจสำคัญประการหนึ่งของพัฒนาการที่ดีของเด็ก คือความรัก ความรู้สึกได้เป็นที่รักที่มากขึ้นเท่ากับเด็กจะแข็งแรงและมีสุขภาพกายและใจดี หากเด็กรู้สึกถึงความรักและความเสน่หาได้น้อย เด็กจะมีความเปราะบางทางร่างกายและจิตใจ ขาดความมั่นใจในตัวเองและไม่ชอบเข้าสังคม ความรักและความเสน่หามีความสำคัญพอ ๆ กับอาหาร ที่อยู่อาศัย และน้ำ ช่วยสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับเด็ก มีงานวิจัยหลายพันชิ้นที่ยืนยันว่าเด็กที่มีพ่อแม่ที่แสดงออกอย่างเต็มเปี่ยมด้วยความรัก มักมีความสามารถและ ความยืดหยุ่น (resilience) ที่ดีกว่า ซึ่งสิ่งนี้สามารถส่งผลต่อความสำเร็จในชีวิตของเด็กได้

ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขช่วยให้ลูกประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

ความรักช่วยให้เด็กมีสุขภาพจิตโดยรวมที่ดี ความรักทำให้บุตรหลานของคุณมีสุขภาพที่ดีขึ้น ความรักช่วยเพิ่มพัฒนาการทางสมองและความจำของบุตรหลาน ความรักสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างพ่อแม่และลูก ความรักทำให้ลูกของคุณกล้าหาญและรอบรู้มากขึ้น!

20 วิธี ทำให้ลูกรู้สึกมีค่า สัมผัสได้ถึงความรักจากพ่อแม่

ต่อไปนี้เป็น 20 วิธีในการแสดงให้ลูกของคุณเห็นว่าคุณรักพวกเขาและพวกเขาเขย่าโลกของคุณมากแค่ไหน

1. กระตุ้นลูกของคุณให้มีความสุขเสมอ

การศึกษาพบว่า มีเก้านาทีในระหว่างวัน ที่ส่งผลกระทบต่อเด็กได้มากที่สุด :

  • สามนาทีแรกทันทีเมื่อพวกเขาตื่นนอน
  • สามนาทีหลังจากกลับถึงบ้านจากสถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียน
  • สามนาทีสุดท้ายของวันก่อนที่พวกเขาจะเข้านอน

เพราะฉะนั้นในตอนเช้า ลองปลุกลูกขึ้นมาเจอกับการโอบกอดที่พร้อมหน้าพร้อมรอยยิ้มจากพ่อและแม่ จะช่วยสร้างความอบอุ่นทางใจให้เด็กได้เป็นอย่างดี

2. ตั้งใจดูและตั้งใจฟังลูก

ในขณะสนทนากับลูก พ่อแม่ควรสบตาและตั้งใจฟังสิ่งที่ลูกพูด ความสามารถของเด็ก ๆ คือ พวกเขามักรู้ได้ทันทีว่าเมื่อไหร่ที่คุณเสียสมาธิระหว่างการพูดคุยกับพวกเขา และสิ่งนั้นจะทำให้พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาไม่สำคัญสำหรับคุณได้ เพราะฉะนั้นก่อนจะสนทนากับลูก ควรตัดทุกอย่างที่รบกวนออกไปและโฟกกัสไปที่ลูก ๆ ของคุณ เมื่อบุตรหลานของคุณต้องการพูดคุยกับคุณ (โดยเฉพาะลูกวัยรุ่น) ให้หยุดสิ่งที่คุณกำลังทำ และสบตาและให้ความสนใจกับลูกอย่างเต็มที่ ถามคำถามที่แสดงว่าคุณมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ทำให้ลูกรู้สึกมีค่า
ทำให้ลูกรู้สึกมีค่า

3. ใช้เวลาร่วมกันแบบส่วนตัว

ใช้เวลาที่มีคุณภาพ เพียง 10 นาทีต่อวันก็ยอดเยี่ยมแล้วสำหรับเด็กเล็กๆที่ต้องการอยู่ใกล้พ่อแม่เสมอ สำหรับเด็กวัยรุ่นการให้เวลากับพวกเขาก็เป็นสิ่งสำคัญแต่ควรปล่อยให้ลูกของคุณตัดสินใจว่าคุณกับเขาจะทำอะไรร่วมกัน ควรปิดโทรศัพท์ของคุณถ้าทำได้ เสียงและการแจ้งเตือนของโทรศัพท์อาจทำให้คุณเสียสมาธิได้ การเลานบอร์ดเกมส์ร่วมกันก็เป็นความคิดที่ดี

4. ถามคำถามลูก

หากคุณถามลูกด้วยคำถามสั้นๆ  เช่น  “วันนี้เรียนรู้เรื่องมั้ย” ด้วยคำถามลักษณะนี้ การสนทนาของคุณอาจจะจบลงได้อย่างรวดเร็วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทางที่ดี การถามคำถามกับลูกๆ ควรใช้คำถามปลายเปิดที่แสดงให้เห็นว่าคุณสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของลูกอย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น ถามพวกเขาว่าวันนี้พวกเขาเรียนได้รู้อะไรบ้างจากการสอบท่องคำศัพท์ที่โรงเรียน ถามถึงเนื้อเรื่องและตัวการ์ตูน จากหนังสือนิทานที่ลูก ๆ ชื่นชอบ หรือถามว่า โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร แล้วทำไมถึงอยากเป็นแบบนั้น

5. สร้างกิจวัตรที่น่าจดจำ

การสร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำกับลูกๆ คุณไม่จำเป็นต้องใช้เงินทองมากมาย เพียงสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกันสักเดือนละครั้งสองครั้ง เช่น พาลูกของคุณไปเที่ยวเดินเล่น ทานไอศครีมหลังเลิกเรียน ไปสำรวจสวนสาธารณะหรือห้องสมุดใหม่ทุกวันพฤหัสบดี หรือทำขนมร่วมกันสำหรับทานกันในครอบครัวในวันอาทิตย์ เป็นต้น การได้ทำสิ่งต่างๆ ร่วมกัน จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์พิเศษระหว่างคุณกับลูกได้เป็นอย่างดี

6. แสดงความรักของคุณ

ไม่ว่าจะเป็นการจูบการกอดหรืออะไรก็ตามที่แสดงให้ลูกเห็นว่าพวกเขามีความหมายกับคุณมากแค่ไหน ทั้งการตั้งใจรับฟังปัญหาและให้คำปรึกษา การให้ของขวัญลูกในวาระโอกาสพิเศษต่างๆ หรือการชื่นชมและให้ของขวัญเป็นรางวัลเมื่อลูกทำในสิ่งที่ดี เป็นต้น

7. ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ลูกชื่นชอบ

การแสดงความสนใจและให้ความสำคัญกับสิ่งที่ลูกทำหรือชอบ เป็นการแสดงให้ลูกรู้ว่าพวกเขามีความสำคัญต่อคุณ ฟังอย่างตั้งใจและกระตือรือร้นในขณะที่พวกเขาอธิบายว่าพวกเขาออกแบบบล็อกที่ต่อเป็นอะไร หรือวาดรูประบายสีเป็นรูปอะไร  การใส่ใจในความสนใจของลูก ๆ ช่วยให้พวกเขารู้สึกได้รับการสนับสนุน และแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความสำคัญมากพอที่คุณจะอุทิศเวลาที่มีค่าของคุณให้กับพวกเขา

ทำให้ลูกรู้สึกมีค่า

8. เรียนรู้ภาษารักของบุตรหลาน

ตามที่ ดร. แกรี่ แชปแมน และ ดร. รอส แคมป์เบล ผู้เขียน หนังสือเรื่อง The Five Love Languages of Children ระบุว่า มีภาษารักที่แตกต่างกันห้าภาษาสำหรับเด็กๆ ภาษารักเหล่านี้มีตั้งแต่ การสัมผัสทางกาย การใช้คำพูดบอกรัก การใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน การให้ของขวัญแทนใจ และการให้ความช่วยเหลือ เด็กบางคนโหยหาการกอดรัดฟัดเหวี่ยงและการเล่นกับพ่อแม่แบบใช้กำลัง (ส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้ชาย) ในขณะที่เด็กบางคนอาจกระหายการชื่นชม คำชมเชย และ คำพูดว่า “ ฉันรักคุณ” ในทุกวัน เป็นต้น  การที่พ่อแม่เรียนรู้ภาษารักของลูก และทำความเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้อย่างถ่องแท้ จะทำให้คุณสามารถตอบสนองและแสดงความรักอย่างมีประสิทธิภาพให้ลูกๆ รู้สึกได้

9. ให้ลูกได้แสดงออกถึงความเป็นตัวเอง

พ่อแม่ที่เปิดกว้างในการแสดงออกหรือความสนใจของลูก คอยสนับสนุนและปล่อยให้ลูกทำและได้เป็นในสิ่งที่พวกเขารักและชื่นชอบจะทำให้เด็กๆ รู้สึกว่าพ่อแม่ให้ความสำคัญเข้าใจและยอมรับในตัวตนของพวกเขาอย่างแท้จริง  ไม่ว่าลูกชายของคุณจะชอบเล่นตุ๊กตา หรือลูกสาวชอบเล่นหุ่นยนต์ยอดมนุษย์ ก็ควรปล่อยให้พวกเขาได้ทำและแสดงออก เพราะเราทุกคนต่างเป็นบุคคลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนั้นเราควรเลี้ยงดูลูก ๆ ของเราให้เป็นตัวของตัวเอง

10. สอนลูกไม่ให้จมอยู่กับความผิดพลาด

มนุษย์ทุกคนสามารถทำผิดพลาดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรากำลังเรียนรู้ ช่วยให้ลูกของคุณได้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความจริงของชีวิต สิ่งสำคัญ คือ ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดไม่ใช่หมกมุ่นอยู่กับความผิดพลาดเหล่านั้น การแสดงความรักต่อบุตรหลานของคุณการอยู่เคียงข้างพวกเขาเสมอ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความมั่นคงทางอารมณ์ให้พวกเขา ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นในชีวิตได้เป็นอย่างดี

11. ขอบคุณลูกของคุณ

เมื่อลูกของคุณทำความสะอาดห้องนอน หรือมุมของเล่น อย่าลืมที่จะขอบคุณพวกเขาด้วยความจริงใจ เมื่อลูกของคุณวิ่งลงบันไดเพื่อช่วยคุณหาของ หรือช่วยคุณคิดว่าจะซื้อของใช้อะไรเข้าบ้านบ้าง ให้แสดงความขอบคุณพวกเขา แม้ว่าลูก ๆ ของคุณอาจยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่พวกเขาก็ยังต้องการการสนับสนุนและส่งเสริมในความคิดและการกระทำ เช่นเดียวกับพวกเราที่บรรลุนิติภาวะแล้ว

12. แสวงหาความคิดเห็นของลูก

เมื่อคุณขอความคิดเห็นจากใคร แน่นอนว่าสิ่งนั้นจะทำให้พวกเขารู้สึกว่ามีความสำคัญและได้รับความเคารพ เช่นเดียวกันกับเด็ก ๆ บางครั้งเรามักจะบงการทุกอย่างเพื่อลูก แต่ทางที่ดี เราควรใเปิดโอกาสให้พวกเขาแบ่งปันความคิดเห็นของพวกเขาด้วย สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกๆ ของคุณรับรู้ว่าคุณคำนึงถึงความรู้สึกของพวกเขามากเพียงใด

13. ทำให้ลูกประหลาดใจ

เช่นการพาเด็กๆ ไปกินไอศกรีมหลังเลิกเรียน ฝากจดหมายรักไว้ในถุงอาหารกลางวัน ซื้อหนังสือเล่มใหม่ที่น่าสนใจจากร้านหนังสือเพื่อให้คุณกับลูกได้อ่านร่วมกันในเย็นวันนั้น ปิกนิกในสวนหลังบ้านพร้อมของว่างและของเล่นกลางแจ้งที่ลูกชื่นชอบ สิ่งเหล่านี้จะทำให้วันของเด็กๆ สดใสและมีความสุขมากขึ้น ไม่ต้องสงสัยว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่คุณทำจะช่วยให้พวกเขารู้สึกรักคุณและรู้สึกว่าคุณก็รักพวกเขา สิ่งที่คุณทำให้ลูกๆ รู้สึกเซอร์ไพรส์หัวใจพองโต มักจะติดอยู่ในความทรงจำตลอดไปแม้ในวันที่พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม

14. ชมเชยลูกของคุณ

ชมเชยลูกของคุณแม้เวลาที่อยู่ในบ้าน หรือต่อหน้าเพื่อน ๆ บองลูกและคนอื่น ๆ  สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ลูกรู้สึกว่าคุณรักและชื่นชม แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองของพวกเขา การเสริมแรงเชิงบวกยังช่วยส่งเสริมให้เด็กๆ ทำพฤติกรรมดีๆ ที่น่ายกย่องได้เสมอ

15. ให้ความสำคัญกับวาระสำคัญของลูก

การได้ยินพ่อแม่ส่งเสียงเชียร์บนอัฒจันทร์เมื่อพวกเขาแข่งกีฬา หรือยกนิ้วโป้งให้ มันหมายถึงโลกทั้งใบสำหรับลูกของคุณ บุตรหลานของคุณต้องการแสดงให้คุณเห็นว่าพวกเขาเรียนรู้อะไรและสามารถทำได้ดีเพียงใด พวกเขาต้องการสร้างความประทับใจและให้คุณภูมิใจในตัวพวกเขา พวกเขาแสวงหาการเน้นย้ำการทำสิ่งที่ดีจากคุณอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจงมอบสิ่งเหล่านี้ให้กับพวกเขาบ่อยๆ

ทำให้ลูกรู้สึกมีค่า

16. ให้กำลังใจลูก

เพื่อช่วยสร้างความภาคภูมิใจในตนเองของบุตรหลานพวกเขาต้องการกำลังใจมากมาย ความรู้สึกในเชิงบวกเป็นของขวัญที่วิเศษที่สุดอย่างหนึ่งที่จะมอบให้บุตรหลานของคุณ เมื่อพวกเขากลัวกังวลหรือรู้สึกแย่ช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นมันไปได้ ดังนั้นพ่อแม่จงเป็นกองเชียร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา แบ่งปันคำให้กำลังใจ เมื่อคุณใช้คำพูดที่ให้กำลังใจสิ่งนี้สามารถส่งผลดีต่อลูกของคุณได้ในระยะยาว

17. จัดมุมแสดงผลงานศิลปะเกียรติบัตรและเหรียญรางวัลของลูก

คุณรู้สึกดีใช่ไหมเมื่อหยุดพักและมองเห็นประกาศนียบัตร เกียรติบัตร หรือรางวัลที่คุณได้ด้วยความยากลำบาก บนผนังห้องหรือโต๊ะทำงานของคุณ? ลูกของคุณก็รู้สึกไม่ต่างกันแน่นอน ดังนั้นแสดงให้ลูกๆ เห็นว่าคุณให้เกียรติในความสามารถคิดสร้างสรรค์ การทำงานหนักและความพยายามของพวกเขา การสร้างพื้นที่เล็ก ๆ สำหรับจัดวาวรางวัลต่างๆ ของลูก ข้างมุมตู้เย็น กำแพง หรือชั้นวางของ เป็นสิ่งที่คุณควรทำ!

18. ทำตามคำสัญญา

ตอนเป็นเด็กพวกเรารู้ดีว่าคำมั่นสัญญาจากพ่อแม่มันน่าตื่นเต้นเพียงใด และเป็นธรรมดาที่เราจะรู้สึกแย่มากเมื่อมันไม่บรรลุผล  สิ่งนี้มันกระทบกับลูก ๆ ของเราได้เช่นกัน หากคุณสัญญากับลูกว่าจะซื้อของเล่นที่พวกเขาชื่นชอบให้ หากพวกเขาสามารถทำสิ่งต่างๆ ที่ท้าทายความสามารถของพวเขาได้  หากคุณสัญญากับลูกวัยเตาะแตของคุณว่าจะพาไปเที่ยวสวนสัตว์ในวันหยุด คุณจำเป็นต้องเคลียร์งานทุกอย่างให้เรียบร้อยและมั่นใจว่าจะไม่มีอะไรมาทำลายแผนการของคุณ หากคุณคิดว่าไม่สามารถทำตามสัญญาได้จงอย่าสัญญากับลูก หากคุณผิดคำสัญญาเป็นประจำ ลูกอาจมองว่าคุณไม่น่าไว้วางใจ คาดเดาไม่ได้ และไม่น่าเชื่อถือ และที่สำคัญ พวกเขาจะมองว่าคุณไม่ให้ความใส่ใจต่อสิ่งที่มีค่าสำหรับพวกเขา

19. พูดว่า“ ใช่” แทนไม่ใช่

เมื่อคุณเลือกพูดคำว่า ใช่ แท นไม่ สิ่งนี้จะช่วยลดความวิตกกังวลหรือการต่อต้านในการทำสิ่งต่างๆ ที่ลูกควรทำ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องให้หรือยอมรับทุกอย่างที่พวกเขาร้องขอคุณ เพียงแค่ต้องรู้วิธีตอบกลับคำขอของพวกเขา เรียกว่าการปฏิเสธลูกอย่างมีศิลปะ

ตัวอย่าง :

ลูกสาว:“ คืนนี้หนูต้องล้างจานไหม? หนูเหนื่อยจัง”

แม่:“ ใช่แม่ว่าแล้วว่าหนูต้องเหนื่อย หรือหมดแรงหลังจากว่ายน้ำสองชั่วโมงแน่ๆ เดี๋ยวแม่ช่วยหนูเอาจานมาแช่น้ำไว้ก่อนนะ หนูจะได้ไม่ต้องทำเหนื่อยมาก”

20. บอกลูกว่า “ พ่อแม่รักลูก”

ไม่มีอะไรที่จะทำให้ลูกรู้สึกหัวใจพองโตได้เท่ากับได้ยินและได้เห็นแววตาอันแสนอบอุ่นของคุณในยามที่คุณบอกรักพวกเขา จงทำสิ่งนี้ให้เป็นกิจวัตรประจำวัน ตอนตื่นเช้าหรือก่อนเข้านอน สิ่งนี้จะช่วยสร้างความมั่นคงและอบอุ่นในจิตใจให้กับลูกได้มากมายกว่าที่เราคิด

การแสดงให้ลูกเห็นและรู้สึกถึงความรักจากพ่อแม่นอกจากจะช่วยให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีค่าสำหรับคุณแล้ว หากพ่อแม่สามารถทำตาม 20 ข้อข้างต้นได้ แน่นอนว่าจะช่วยส่งเสริมสร้างทักษะความฉลาดรอบด้วย Power BQ ให้กับลูกได้หลายด้านเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)  ความฉลาดของการเข้าสังคม (SQ) ความฉลาดต่อการเผชิญกับปัญหา (AQ)  ความฉลาดในการคิดสร้างสรรรค์ (CQ)  เป็นต้นค่ะ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : theculturedbaby.world

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up