ชวนมาแยกขยะ! เก็บกลับ- รีไซเคิล กับ TBR

ชวนเด็กๆมาเรียนรู้หลักการแยกขยะที่ดีต่อโลกตามหลักสากล โดย TBR (Thai Beverage Recycle) ท่องไว้ให้ขึ้นใจ แยกทันทีดีต่อโลก โดยมีหลักการง่ายๆจำสีแต่ถังไว้ให้ดี ขยะมี 4 ประเภท ดังนี้

✅ ถังเหลือง – ขยะรีไซเคิล (RECYCLE) วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล)หรือ ใช้ซ้ำได้ เช่น ขวดแก้ว พลาสติก แก้ว กระดาษ โลหะ หรือกระป๋องอะลูมิเนียม

✅ ถังเขียว – ขยะอินทรีย์ (COMPOSTABLE)ขยะที่ย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติ เช่น เศษอาหาร ใบไม้ เศษผักผลไม้

✅ถังน้ำเงิน- ขยะทั่วไป (GENERAL) ขยะอื่นๆที่ย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่ากับการรีไซเคิล เช่น กล่องโฟม ซองลูกอม ทิชชู่และภาชนะเปื้อเศษอาหาร

✅ ถังแดง – ขยะอันตราย (HAZARDOUS) ขยะที่มีสารเคมีหรือปนเปื้อนวัตถุอันตราย เช่น แบตเตอรี่ หลอดไฟ กระป๋องสเปรย์

เด็กๆได้เรียนรู้อย่างง่ายผ่านการเล่นเกมโยนถุงรูปขยะประเภทต่างๆ โยนทิ้งให้ถูกช่องถูกสี สนุกและให้เด็ก ๆ ได้จดจำและฝังรากลึกเป็นพื้นฐานการแยกขยะติดตัวไปจนโต และในงานยังนำรถเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า100% มาโชว์ด้วย

แล้วมาเรียนรู้กันได้ที่งาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลกวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ที่ Hall 8 ชั้น LG

#Amarinbabyandkids #Kidszone #SX2025 #SustainabilityExpo2025 #SufficiencyforSustainability #พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก

Tags

ลาน เล่น เรียนรู้ ที่ SX Kids Zone 2025

ลาน เล่น เรียนรู้ น้องจีด้า ตามหาผองเพื่อนในกระบะทรายยักษ์

Mysterious Sandbox

เล่นทรายให้อะไรมากกว่าที่คิด ! ชวนเด็ก ๆ มาค้นหาความลับใต้พื้นทราย ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน

ที่โซน “ลาน เล่น เรียนรู้ ” กับบ่อทรายยักษ์ Mysterious Sandbox น้อง ๆ หนู ๆ คนไหนมาที่งาน SX2025 อย่าลืมแวะ

มาขุด ตัก สัมผัสทรายในรูปแบบ Sensory Play พร้อมภารกิจตามหาเหล่าสัตว์ป่าที่ซุกซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นทราย และเรียนรู้เรื่อง

“ถิ่นที่อยู่” และธรรมชาติของสัตว์ป่าแต่ละชนิดไปในตัว สนุกและได้ความรู้แน่นอน!

แล้วมาเจอกันที่งาน Sustainability Expo 2025 (SX2025)

โซน SX KIDS ZONE, ชั้น LG Hall 8

🗓 26 ก.ย. – 5 ต.ค. 2568

🕙 เวลา 10.00 – 20.00 น.

📌 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

ทรายนุ่มเท้าจัง การเดินบนทรายต้องใช้กล้ามเนื้อมากกว่าการเดินบนพื้นปกติ ช่วยฝึกความแข็งแรงของขาและเท้า
มาตามหาสัตว์ป่าใต้พื้นทรายกัน  การสัมผัสเนื้อทรายที่ละเอียดนุ่มสบายมือมีผลในการผ่อนคลายอารมณ์ช่วยลดความเครียดอีกด้วย
ตัวนี้อาศัยในทะเลหรือเปล่านะ?
พัฒนาการทางความคิด และกระตุ้นจินตนการด้วยการแยกประเภทสัตว์กันจ้า
สนุกสุด ๆ เลย แถมได้ประโยชน์ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ การตัก ขุด หรือปั้นทราย ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมือ แขน และนิ้วมือด้วยนะ

Tags

พาไปทำรู้จัก! นักปรับตัวแห่งธรรมชาติ 

พาไปทำรู้จัก! นักปรับตัวแห่งธรรมชาติ  กับนิทรรศการ Adaptation Adventures Exhibition ที่ SX KIDS ZONE ในงาน SX 2025

ขอต้อนรับเด็กๆเข้าสุ่ดินแดนแห่งการปรับตัว เรียนรู้ว่าสัตว์มีการปรับตัวอย่างไรกับถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ  เพื่ออยู่รอดของสัตว์ 5 ชนิดจาก 5 สภาพแวดล้อมที่ต่างกัน 

มาเข้าสู่ห้องแรกกัน

อูฐ เจ้าแห่งทะเลทราย 

เพราะไม่ว่าจะเป็น ตา จมูก ผิวหนัง หรือแม้กระทั่งเท้า ล้วนมีวิวัฒนาการปรับตัวให้เข้ากับดินแดนทะเลทราย 

หมีสีน้ำตาล แชมป์จำศีลในฤดูหนาว

การจำศีลคือการปรับตัวรูปแบบหนึ่ง ด้วยถิ่นที่อยู่ของหมีสีน้ำตาล มีสภาพอากาศที่หนาวจัดจึงทำให้ต้องปรับตัว เด็กๆได้จำลองการเข้าไปอยู่ในถ้ำทดลองเป็นหมีสีน้ำตาลกัน

ตุ่นปากเป็ด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสุดพิศวง ทำไมออกลูกเป็นไข่?

น่าแปลกที่เจ้าตุ่นปากเป็ดออกลูกเป็นไข่ แถมยังมีอวัยวะของสัตว์หลายชนิดมารวมกัน จึงเป็นสัตว์ที่ปรับตัวเก่งสุด ๆ ลองมาสวมถุงมือแบบเท้าตุ่นปากเป็ดแล้วมาลองตีน้ำกัน

หมึกสาย นักเลียนแบบแห่งท้องทะเล

หมึกสายนักมายากลแห่งห้องทะเล สามารถเลียนแบบสัตว์ได้หลายชนิด

ลองมาทดลองว่าตัวเองเป็นหมึกสายที่เปลี่ยนสีให้เนียนไปกับสภาพแวดล้อมกัน

เพนกวินจักรพรรดิ นกยักษ์แห่งขั้วโลกใต้

ดินแดนแห่งน้ำแข็งที่หนาวที่สุดในโลก อุณหภูมิ – 40 c สมมติว่าเด็กๆเป็นลูกเพนกวิน เด็ก ๆ จะเอาตัวรอดจากความหนาวได้อย่างกันนะ มาเลียนแบบและเกาะกันเป็นกลุ่ม

แบบตอนเพนกวินกันเถอะ 

ห้องที่2 : ผจญภัยในโลกแห่งการพรางตัว

มาตามหาสัตว์ที่ซ่อนอยู่กันถอะ เตรียมอปกรณ์ไฟฉายไว้ในมือแล้วส่องหาสัตว์ที่พรางกายอยู่ให้เจอ

ห้องที่ 3: บอกลาโลกร้อน พร้อมรับมือโลกเดือด

ภาวะโลกร้อนที่รุนแรงจนกลายเป็น “ภาวะโลกเดือด” มาเขียนความมุ่งหวัง บนกระดานให้ได้ตระหนักว่าเราจะทำอย่างไรให้โลกนี้ดีขึ้น ทุกอย่างปรับเปลี่ยนอย่างยั่งยืนได้ เริ่มได้ที่ตัวเรา

ต้องไม่พลาดน๊า แล้วมาพบกันที่งาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก🌍

🗓วันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568

📍ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ที่ Hall 8 ชั้น LG

#Amarinbabyandkids #Kidszone #SX2025 #SustainabilityExpo2025 #SufficiencyforSustainability #พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก

Tags

พาทัวร์ SX Kids Zone ส่องไฮไลต์เด็ดที่เด็ก ๆ ต้องห้ามพลาด ที่งาน SX2025

เจ้าวาวาพาพี่ ๆ มาตะลุย SX KIDS ZONE ส่องไฮไลท์เด็ดจากงาน Sustainability Expo 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก งานนี้เด็ก ๆ ต้องห้ามพลาด! เพราะอัดแน่นทั้งความรู้และความสนุก ผ่านการ เล่น–ทดลอง–เรียนรู้ อย่างสร้างสรรค์ ผ่านจุดไฮไลท์สุดพิเศษ

เริ่มกันที่จุดแรกคุณพ่อคุณแม่อย่าลืมไปลงทะเบียนที่ SX KIDS Passport จุดลงทะเบียนรับสมุดคู่ใจ พาเด็ก ๆ ท่องไปในทุกกิจกรรมในงาน

นิทรรศการ Adaptation Adventures

เรียนรู้การปรับตัวของสัตว์น้อยใหญ่ และธรรมชาติรอบตัว ผ่านประสบการณ์แสนสนุก

  • ห้องที่หนึ่ง : เรียนรู้การปรับตัวของสัตว์ กับธรรมชาติ ผ่านเทคนิค Sensory Play
  • ห้องที่สอง : ผจญภัยในโลกแห่งการพรางตัว
  • ห้องที่สาม : มาบอกลาโลกร้อน พร้อมรับมือยุคโลกเดือด

Sustainability and Whale’s Exhibition by Crystal

คริสตัล ร่วมกับ ThaiWhales ชวนทุกคนมาช่วยกัน “เซฟพื้นที่สีฟ้า” ไปพร้อมกับกิจกรรมสนุกและได้สาระ เด็ก ๆ จะได้ทำความรู้จักวาฬบรูด้าผ่านวาฬเป่าลมขนาด 13 เมตร เข้าไปสัมผัสด้านในเพื่อเห็นอวัยวะต่าง ๆ ที่เหมือนกับคนจริง ๆ เรียนรู้ว่าวาฬคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และในขณะเดียวกันก็ได้ตระหนักถึงผลกระทบของขยะต่อท้องทะเล รวมถึงเข้าใจวงจรขยะ ตั้งแต่การใช้จนถึงการทิ้งอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยกันรักษาทะเลให้ยั่งยืน

Kids Stage by หนูทดลอง

สนุกแบบมีสาระ “ลองเรียน ลองเล่น ลองเป็น” ผ่านเวิร์กช็อป เสวนา และการสาธิตจากผู้เชี่ยวชาญตลอด 10 วัน ทั้งการสวมบทนักชีววิทยารุ่นจิ๋ว สำรวจธรรมชาติและร่างกายสัตว์, เรียนรู้การพรางตัวของสัตว์ทะเล, ย้อนเวลาดูฟอสซิลกับนักธรณีวิทยา ไปจนถึงการคิดค้นอาหารแห่งอนาคต 

ลาน เล่น เรียนรู้

มาสนุกกับบ่อทรายยักษ์ และเขาวงกต เพราะเล่นทรายให้อะไรมากกว่าที่คิด ทั้งเสริมจินตนาการ พัฒนากล้ามเนื้อ สร้างการรับรู้การทำงานที่ประสานกันของมือและตา Hand-Eye Coordination ผ่านการเล่นแบบ Sensory Play หรือการเล่นแบบกระตุ้นประสาทสัมผัส

เก็บกลับ-รีไซเคิล

เรียนรู้เรื่องการแยกขยะและรีไซเคิล สนุกกับเกมสร้างสรรค์ ทำความรู้จัก 3 ประเภทขยะรีไซเคิลใกล้ตัว

อีกหลายกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

Kids Market ตลาดนัดเด็กสร้างสรรค์กว่า 18 ร้าน ทุกวันเสาร์–อาทิตย์
Ocean Decade เรียนรู้มหาสมุทรผ่าน AR/VR

Diving Library สำรวจระบบนิเวศทะเลตั้งแต่ป่าชายเลนจนถึงทะเลลึก
สนามประลองคิดส์ เรียนหมากรุกไทย สากล และจีนกับครูผู้เชี่ยวชาญ

และนี่คือภาพความตื่นเต้น ที่เราอยากให้ทุกคนปักหมุดไว้ แล้วพรุ่งนี้มาพบกันที่งาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก

แล้วเจอกันวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10:00 – 20:00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ชั้น LG ฮอลล์ 8

#SX2025 #SustainabilityExpo2025 #SufficiencyforSustainability #พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก


Tags

อาการภูมิแพ้ของลูก แทบจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกบ้านในยุคนี้ หลายคนแพ้ฝุ่น แพ้อากาศ ไอจาม มีน้ำมูกทุกวัน และอีกหลายคนมีอาการแพ้นม แพ้อาหาร ทำให้คุณแม่ๆ ต้องทุ่มเทการดูแลมากขึ้นเป็นพิเศษ

นอกจากสาเหตุจะมาจากพันธุกรรมแล้ว สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป สังคมเมืองขยายใหญ่ขึ้น พื้นที่สีเขียวของธรรมชาติน้อยลง เป็นผลให้มลพิษทางอากาศกับโรคภัยก็รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะ ฝุ่น PM2.5  ที่กระตุ้นอาการภูมิแพ้ให้หนักขึ้น

สำหรับคุณแม่น้ำนมน้อยและกังวลว่าลูกจะไม่ได้รับสารอาหารจากน้ำนมแม่ ซึ่งมีส่วนช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง เพื่อเติบโตอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย สามารถเติมโภชนาการอาหารจากนมสูตร 3 สำหรับเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไปได้เลย

ทีมแม่ ABK ขอแนะนำนมสูตร 3 ที่มี 2 แบรนด์ดังอุดมด้วยสารอาหารสำคัญต่อการพัฒนาร่างกาย สมอง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมเปิดเช็กลิสต์ เปรียบเทียบสารอาหารให้ดูกันชัดๆว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

หากคุณแม่อยากให้ลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันร่างกายที่ดี  ควรให้นมแม่อย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป และให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการอย่างครบถ้วน


Tags

ลาน เล่น เรียนรู้

มาค้นหาผองเพื่อนในบ่อทรายยักษ์ และสนุกไปกับจินตนาการในเขาวงกต

ชวนเด็ก ๆ มาสนุกกับบ่อทรายยักษ์และเขาวงกตสุดตื่นเต้น ที่ไม่ได้มีแค่ความเพลิดเพลิน แต่ยังซ่อนประโยชน์ต่อการเรียนรู้ไว้อีกมากมาย เพราะการเล่นทรายให้อะไรมากกว่าที่เราคิด ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างจินตนาการ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ฝึกการแก้ปัญหา พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ รวมถึงช่วยสร้างการรับรู้และการทำงานประสานกันระหว่างมือกับตา (Hand-Eye Coordination) เด็ก ๆ จะได้สนุกไปกับ Sensory Play หรือการเล่นที่ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส ทั้งการสัมผัส การมองเห็น และการเคลื่อนไหว ที่ล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน  

กระบะทรายยักษ์

ที่จะชวนเด็ก ๆ ออกผจญภัยไปพร้อมกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผ่านภารกิจตามหาผองเพื่อนตัวน้อย ๆ และพาเพื่อน ๆ กลับไปยังถิ่นที่อยู่ให้ถูกต้อง ระหว่างการเล่น เด็ก ๆ จะได้ฝึกทักษะการแก้ปัญหา เสริมจินตนาการ และเรียนรู้การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กจากการขุด โกย และตักทราย พร้อมทั้งฝึกการประสานงานของมือและตาไปในตัว เรียกได้ว่าสนุกเพลิน ได้ทั้งความรู้และทักษะสำคัญที่จะช่วยเสริมพัฒนาการให้สมวัย

เขาวงกตอลเวง

ฐานกิจกรรมแสนสนุกที่จัดเต็มโดยทีมมืออาชีพ พร้อมพาเด็ก ๆ ผจญภัยไปในเส้นทางที่ทั้งท้าทายและเต็มไปด้วยเรื่องน่าตื่นเต้น ระหว่างการเล่น เด็ก ๆ จะได้ฝึกทักษะการแก้ปัญหา เรียนรู้การวางแผน ฝึกคิดอย่างเป็นระบบ และลองคิดนอกกรอบเพื่อหาทางออกที่สร้างสรรค์ไปพร้อม ๆ กัน นอกจากความสนุกแล้ว กิจกรรมนี้ยังช่วยเสริมพัฒนาการด้านความมั่นใจ การตัดสินใจ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยได้รับการออกแบบและดูแลจากทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Little Gaia และโรงเรียนแย้มสะอาด ที่ตั้งใจมอบทั้งความรู้และความเพลิดเพลินให้กับเด็ก ๆ อย่างเต็มที่

ต้องไม่พลาดกันน๊า แล้วพบกันที่งาน SX KIDS ZONE ชั้น LG Hall 8 ที่งาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน- วันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

#amarinbabyandkids #Kidszone #SX2025 #SustainabilityExpo2025 #SufficiencyforSustainability #พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก

Tags

FAB CAFE x UNESCO “ชุดเครื่องมือการเรียนรู้ด้านความรู้เท่าทันมหาสมุทร (Ocean Literacy)”

กระบวนการออกแบบประกอบด้วย:

1. วิเคราะห์สถานการณ์ (Situation Analysis)

เราทำการศึกษาความพยายามด้าน Ocean Literacy ที่มีอยู่ในประเทศไทยจากภาคส่วนต่าง ๆ และวิเคราะห์ช่องว่างด้านเนื้อหาและแนวทางการสอนที่ยังขาดไปในระบบการศึกษา

2. ออกแบบแนวคิด (Design Strategy)

เรานำเสนอกรอบแนวคิดที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยใช้แนวเปรียบเทียบว่า “มหาสมุทรคือเพื่อนของเรา”

และแบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 3 ระยะ คือ

รู้จัก (Get to Know) → เข้าใจ (Empathize) → อยู่ร่วม (Coexist)

โมดูลที่ 1:

รู้จัก – Diving Library

ถ้ามหาสมุทรคือเพื่อนของเรา ก้าวแรกก็คือ “การทำความรู้จัก”

สื่อการเรียนรู้ Diving Library ออกแบบให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศของทะเลในแต่ละระดับความลึก เช่น ป่าชายเลน แนวปะการัง และทะเลลึก ผ่านการเล่นและการมีปฏิสัมพันธ์ โดยเน้นพื้นที่ระนอง อันดามัน เป็นพื้นที่แรก

เพื่อทำความเข้าใจว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity) มีความสำคัญต่อสุขภาพของระบบนิเวศอย่างไร

โมดูลที่ 2:

เข้าใจ – Ocean Challenge

เมื่อรู้จักกันแล้ว ขั้นต่อไปคือ “การเข้าใจซึ่งกันและกัน”

Ocean Challenge คือชุดกิจกรรมที่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้สำรวจปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล 15 ประเด็นในพื้นที่ของตนเอง เช่น ขยะพลาสติก การทำประมงเกินขนาด หรือการพัฒนาชายฝั่ง

ครูสามารถใช้โมดูลนี้ในการจุดประกายคำถาม ฝึกการตั้งสมมติฐาน ค้นคว้า และออกแบบโซลูชันร่วมกับนักเรียน เพื่อพัฒนาต่อเป็น โครงงานจริงในชุมชน

โมดูลที่ 3:

อยู่ร่วม – Field Lab Toolkit

ขั้นสุดท้ายคือ “การเรียนรู้การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน”

เราออกแบบ Field Lab Toolkit เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนออกไปสำรวจพื้นที่จริง เรียนรู้จากวิถีชุมชนที่อยู่ร่วมกับทะเลอย่างยั่งยืน เช่นที่จังหวัดระนอง เคยประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ แต่ชุมชนได้ร่วมกันฟื้นฟูป่าชายเลนจนกลายเป็น ผืนป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

ความอุดมสมบูรณ์นั้นได้สร้างทั้งอาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ และ รายได้ให้กับชุมชน

ตัวอย่างกิจกรรมในชุดเครื่องมือ ได้แก่ เรียนรู้วิธีทำฟาร์มปูนิ่มแบบเปิดทะเลที่กะเปอร์ การเรียนรู้การแปรรูปเคยเป็นกะปิสูตรพิเศษที่เกาะเหลา หรือเรียนรู้การสร้างผลิตภัณฑ์จากต้นเหงือกปลาหมอทะเล ที่บ้านหงาว ซึ่งเป็นพืชสัญลักษณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนที่สมบูรณ์

โครงการนี้ช่วยให้เยาวชนเห็นภาพว่า การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นสามารถเดินไปด้วยกัน และช่วยสร้างรากฐานให้กับ คนรุ่นใหม่ ในการเป็นพลเมืองที่ตระหนักและลงมือเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืน


Tags

ส่อง 5 จุดสแตมป์ที่ SX KIDS ZONE

ชวนเด็ก ๆ ร่วมผจญภัย ตามรอยเรียนรู้ เก็บแต้ม Passport ที่ SX KIDS ZONE ในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก

เริ่มกันที่จุดแรกคุณพ่อคุณแม่อย่าลืมไปลงทะเบียนที่ SX KIDS Passport จุดลงทะเบียนรับสมุดคู่ใจ พาเด็ก ๆ ท่องไปในทุกกิจกรรมในงาน

Station1 นักสำรวจใต้ท้องทะเล

Sustainability and Whale’s Exhibition by Crystal
ดำดิ่งสู่โลกใต้น้ำและปกป้องพื้นที่สีฟ้าคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและท้องทะเล เพื่อวันหน้าที่ดีกว่าเพื่อเซฟวาฬตัวต่อ ๆ ไป

Station2 นักปรับตัวแห่งธรรมชาติ

Adaptation Adventure เรียนรู้การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต คู่กับธรรมชาติท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง “แล้วเราล่ะ จะปรับตัวอย่างไรให้โลกดีขึ้น?”

Station3 หนูทดลอง

Kids Mini Stage เวทีแห่งการทดลอง
ชวนเด็ก ๆ สนุกแบบมีสาระ ลองเรียน ลองเล่น ลองเป็น ด้วยกิจกรรมเสวนา, สาธิต และเวิร์คช้อปสนุก ปลุกแรงบันดาลใจผ่านอาชีพต่าง ๆ

Station4  นักสำรวจผืนทราย

ลาน เล่น เรียนรู้ Sandbox Mysteries
ชวนค้นหาความลึกลับในผืนทราย สนุกกับบ่อทรายยักษ์และพิชิตภารกิจร่วมกัน เสริมสร้างจินตนาการ พัฒนากล้ามเนื้อ กระตุ้นประสาทสัมผัส และสร้างความสัมพันธ์ด้วย Hand-Eye Coordination

Station5  นักแยกขยะ

เก็บกลับ-รีไซเคิล
เรียนรู้เรื่องขยะพลาสติก การแยกขยะ และการรีไซเคิล พร้อมสนุกกับเกมสร้างสรรค์ ทำความรู้จัก 3 ประเภทขยะรีไซเคิลใกล้ตัว

น้อง ๆ เก็บสแตมป์ครบทั้ง 5 Station มาแลกรับของรางวัลได้ฟรีที่จุดลงทะเบียน SX KIDS Passport ภายในเวลา 18.30 น.นะคะ😊

อย่าลืมมาพบกันที่งาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก

🗓 วันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568

📍 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ที่ Hall 8 ชั้น LG


Tags

รู้หรือไม่? เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สร้างสมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกัน ตั้งแต่ขวบปีแรก

ในยุคปัจจุบัน การผ่าคลอดเป็นอีกทางเลือกที่คุณแม่หลายคนให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเพราะสามารถกำหนดวันเวลาคลอดที่แน่นอนเพื่อความสะดวกในการเตรียมตัว หรือเพราะเหตุผลด้านสุขภาพที่จำเป็นต้องผ่าคลอดก็ตาม ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด การตัดสินใจย่อมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสำคัญ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคุณแม่และลูกน้อย

อย่างไรก็ตาม เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ อาจมีพัฒนาการที่แตกต่างจากเด็กที่คลอดธรรมชาติ โดยเฉพาะในเรื่องของการทำงานเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทและสมอง รวมถึงระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ในช่วงขวบปีแรกอย่างเหมาะสมกันค่ะ

ทำไม เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ ถึงแตกต่าง?

จุดเริ่มต้นที่แตกต่างกัน

ลองจินตนาการว่าการคลอดคือการเดินทางครั้งแรกของเด็กทารก สำหรับการคลอดธรรมชาติ ลูกจะเดินทางผ่านช่องคลอดของคุณแม่ ระหว่างทางก็จะได้รับ “จุลินทรีย์ตัวจิ๋ว” ที่มีประโยชน์จากช่องคลอด ซึ่งเป็นตัวช่วยแรกๆที่ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของลูก ให้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันด่านแรกๆ ให้ร่างกาย แต่สำหรับเด็กผ่าคลอด การเดินทางนี้แตกต่างออกไป เพราะลูกจะถูกนำออกมาจากหน้าท้องคุณแม่โดยตรง ทำให้พลาดโอกาสในการรับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์นี้ไปค่ะ

ไม่ใช่แค่เรื่องภูมิคุ้มกัน แต่สมองก็ด้วย!

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ไม่ใช่แค่เรื่องภูมิคุ้มกันเท่านั้นที่แตกต่างกัน แต่ยังมีเรื่องของสมองอีกด้วย จากการศึกษาที่สหรัฐอเมริกา (Deoni 2019) ได้มีการสแกนสมองเปรียบเทียบระหว่างเด็กที่คลอดธรรมชาติกับเด็กผ่าคลอดเมื่ออายุเพียง 2 สัปดาห์ พบว่าการทำงานเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทในสมองของเด็กทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ การศึกษาดังกล่าวยังพบว่าในส่วนของสมองที่เรียกว่า คอร์ปัส คาโลซัม (Corpus Callosum) ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างสมองซีกซ้ายและซีกขวา การสร้างไมอีลิน (Myelin) ของเด็กผ่าคลอดก็แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วง 3 เดือนแรกไปจนถึงอายุ 3 ปี ซึ่งไมอีลินนี้เป็นเหมือนฉนวนหุ้มสายไฟที่ช่วยให้เซลล์ประสาทส่งสัญญาณได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดังนั้น การดูแลเด็กผ่าคลอดเจนใหม่จึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ทั้งในเรื่องของพัฒนาการสมองและการสร้างภูมิคุ้มกันไปพร้อมๆ กัน เพราะช่วงขวบปีแรกคือช่วงเวลาทองที่สมองของลูกจะพัฒนาแบบก้าวกระโดด การเริ่มต้นที่ถูกต้องและรวดเร็วจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่พัฒนาการที่ดีและศักยภาพการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมสำหรับลูกค่ะ

แม่ผ่าคลอด…ให้ลูกมีสมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกัน

แม้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ จะเริ่มต้นแตกต่างจากเด็กที่คลอดธรรมชาติ แต่คุณแม่ก็สามารถมอบสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการให้ลูกได้ค่ะ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับสารอาหารสำคัญในนมแม่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งด้านสมองและภูมิคุ้มกัน

สร้างสมองให้ไวขึ้นด้วย “แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน”

ทำไมสารอาหารในนมแม่จึงสำคัญ? นักวิทยาศาสตร์พบว่าในนมแม่มีสารอาหารสำคัญหลากหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน (Alphalac Sphingomyelin) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมอง

  1. สฟิงโกไมอีลิน: เป็นไขมันที่พบในเยื่อหุ้มเซลล์ประสาทในสมอง มีส่วนช่วยในการสร้าง ไมอีลิน (Myelin) ซึ่งเปรียบเสมือนฉนวนหุ้มสายไฟที่ช่วยให้การส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาทรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การมีไมอีลินที่สมบูรณ์จะทำให้สมองประมวลผลได้ไว ส่งผลให้ลูกเรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว (จากการศึกษาโดยใช้ MRI พบว่าเด็กที่ได้รับนมแม่มีปริมาณไมอีลินสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้รับอย่างมีนัยสำคัญ)
  2. แอลฟา-แล็คตัลบูมิน: เป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่ช่วยสร้างสารสื่อประสาทในสมอง ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของสมองในด้านการเรียนรู้และภาษา

การทำงานร่วมกันของสารอาหารเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้สมองของ เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ พัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด ทั้งในเรื่องของการประมวลผลที่รวดเร็ว (FAST Processing Brain), การคิดพลิกแพลง (FLEXIBLE Brain) และการมีสมาธิ (Brain FOCUS)

เสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วย “บี แล็กทิส”

นอกจากการพัฒนาสมองแล้ว สิ่งที่ เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ พลาดไปคือการได้รับจุลินทรีย์สุขภาพจากช่องคลอดแม่ในตอนคลอด แต่คุณแม่สามารถเติมเต็มส่วนนี้ได้ด้วยการให้ลูกได้รับจุลินทรีย์สุขภาพที่สำคัญอย่าง บิฟิโดแบคทีเรียม แล็กทิส (Bifidobacterium lactis หรือ B. lactis) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุลินทรีย์ที่พบมากในนมแม่ มีงานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่าช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ 

เพื่อการเริ่มต้นที่ดีของลูกน้อย เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สามารถเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ไม่แพ้ใคร เพียงคุณพ่อคุณแม่เริ่มต้นจากสิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือนมแม่ เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของลูกน้อย ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารกว่า 200 ชนิด รวมถึงแอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน ที่ช่วยสร้างสมองไว และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์อย่าง บี แล็กทิส ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง การดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรกจะช่วยให้ลูกน้อยมีทั้งพัฒนาการทางสมองที่ก้าวกระโดดและร่างกายที่แข็งแรง พร้อมสำหรับทุกการเรียนรู้ เพื่อเติบโตเป็นเด็กที่มีศักยภาพและอนาคตที่สดใสค่ะ

หากคุณพ่อคุณแม่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารอาหารที่มีประโยชน์ในนมแม่ มีบทบาทต่อสุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อย สามารถเข้าชมได้ที่ S-Mom Club เว็บไซต์ https://www.s-momclub.com/  นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถปรึกษาพูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพโภชนาการและพัฒนาการสำหรับคุณแม่และลูกน้อยตามช่วงวัย โดยทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่ ที่  S-Mom คลับผ่าคลอด

Reference

1. Deoni S.C., et al. AJNR Am J Neuroradiol. 2019 Jan;40(1): 169–177.

2. Bentley J, et al. Pediatrics. 2016; 138:1-9.

3. Polidano C, et al. Sci Rep. 2017; 7: 11483.

4. Susuki K. Nature Education. 2010;3(9):59.

5. Floch MH,et al.J Clin Gastroenterol 2015;49:S69-S73

6. สภาการศึกษา

7. National Institutes of Health (US); Biological Sciences Curriculum Study.

8. Alpha Lactalbumin – an overview | ScienceDirect Topics

9. Susuki, K. (2010) Nature Education 3(9):59Deoni S, 2012.

10. Dai X, et al, 2019.

11. Kar P, et al. Neuroimage. 2021 Aug 1:236:118084.

12. Department of Mental Health (dmh.go.th)

13. Horwood LJ et al. Arch Dis Child Neonatal Ed 2001; 84: F23-F27.

14. Generation Beta starts in 2025: 5 things to know – ABC News

15. “เด็กเจนแอลฟา” (เด็กที่เกิดตั้งแต่ปี 2010 – 2024) และเด็กเจนเบต้า (เด็กที่เกิดตั้งแต่ปี 2025-เป็นต้น ไป)

Generation Beta starts in 2025: 5 things to know – ABC News


คิเรอิคิเรอิ เปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน กับกิจกรรม “ลุย เล่น เลอะ”

คิเรอิคิเรอิ เปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน กับกิจกรรม “ลุย เล่น เลอะ” ให้เด็กๆ สนุกได้อย่างเต็มที่ เพราะความสะอาดไว้ใจให้ “คิเรอิคิเรอิ” ดูแล

การเล่น หรือทำกิจกรรม ทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะในหลากหลายด้าน แต่มักมาพร้อมความเลอะและความสกปรก ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนกังวลเรื่องเชื้อโรค การมีผู้ช่วยทำความสะอาดที่ดี ก็จะทำให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่าผิวลูกน้อยจะสะอาด และปลอดภัย ฉะนั้นหลังจากที่เด็กๆ ได้ ลุย เล่น เลอะ อย่างเต็มที่แล้ว ถึงเวลาที่จะให้ คิเรอิคิเรอิ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดูแลความสะอาดร่างกายกันเลย

คิเรอิคิเรอิ, ครีมอาบน้ำเด็ก

“ลุย เล่น เลอะ” @ ป้าจิ๊บฟาร์ม แสนสนุก อบอุ่น เติมเต็มประสบการณ์นอกบ้าน

คิเรอิคิเรอิ ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ กลุ่มดูแลสุขอนามัย เพื่อทุกคนในครอบครัว มีแนวคิดที่ว่า “ความสะอาดคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้” คิเรอิคิเรอิจึงให้ความสำคัญของการเรียนผ่านการเล่น (Play-Based Learning) เพราะ คิเรอิคิเรอิเล็งเห็นว่า การเรียนรู้ของเด็กไม่ได้เกิดเฉพาะแค่ในห้องเรียนอย่างเดียว แต่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ โดยเฉพาะเมื่อเด็ก ๆ ได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติ และสำรวจโลกอย่างอิสระ

คิเรอิคิเรอิจัดกิจกรรม “ลุย เล่น เลอะ Exclusive Event” @ ป้าจิ๊บฟาร์ม ชวนเด็ก ๆ และครอบครัวคิเรอิคิเรอิ มาร่วมเปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน และสนุกไปด้วยกันแบบไร้กังวล ภายในงานอบอวลไปด้วยความอบอุ่น ทั้งครอบครัวพรีเซนเตอร์ คุณบีม คุณออย พี่ธีร์และน้องพีร์ พร้อมกิจกรรมมากมายที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • สัมผัสลูกเจี๊ยบ เรียนรู้การฟักไข่และเก็บไข่
  • ทำไข่เค็มกลับบ้าน
  • ทำไอศกรีมหลอด
  • ขี่ควายน้อย เรียนรู้การเพาะเลี้ยงกบนาและไส้เดือน
  • ดำนาปลูกข้าว ลุยโคลนเต็มที่
  • สไลเดอร์โคลนสุดมันส์
  • ปาร์ตี้โฟม
คิเรอิคิเรอิ, ครีมอาบน้ำเด็ก

ดูแลสุขภาพลูกช่วงปลายฝนต้นหนาวกับ คิเรอิคิเรอิ

ช่วงนี้เป็นฤดูปลายฝนถึงฤดูหนาว เป็นช่วงที่เด็ก ๆ มักป่วยง่าย คุณพ่อคุณแม่หลายคนจึงไม่กล้าปล่อยให้ลูกได้ออกไปเล่น หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกบ้าน ซึ่งอาจเป็นการปิดกั้นกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก ๆ  ความกังวลนี้จะลดลงได้หากคุณพ่อคุณแม่รู้จักวิธีดูแลสุขอนามัยของลูกให้เหมาะสม ก็จะสามารถส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกพร้อมเรียนรู้อย่างเต็มที่ทุกฤดูกาลแล้ว

 6 เคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลสุขอนามัยของลูก เพื่อเป็นเกราะป้องกันด่านแรกให้ปลอดภัยจากเชื้อโรครอบตัว ได้แก่

  • ล้างมือทุกครั้ง ทั้งก่อน-หลังหยิบ จับ สิ่งของ
  • ล้างมือให้ถูกวิธีด้วย 7 ขั้นตอนด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ
  • ดูแลเล็บมือและเท้าให้สะอาด เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค
  • ทำความสะอาดร่างกายด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย
  • เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีหลังเล่น หรือกลับจากทำกิจกรรมนอกบ้าน
  • ดูแลอาหารและน้ำดื่ม ให้ถูกสุขอนามัย
คิเรอิคิเรอิ, ครีมอาบน้ำเด็ก

คิเรอิคิเรอิครีมอาบน้ำที่พ่อแม่ทุกบ้านไว้ใจ ลุย เล่น เลอะขนาดไหนก็มั่นใจได้ ครีมอาบน้ำที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้ถึง 99.9%* ในขณะเดียวกันยังคงความอ่อนโยนต่อผิว พร้อมช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง กลิ่นหอมละมุน ขวดเดียวใช้ได้ทั้งครอบครัว มีให้เลือกตามความต้องการถึง 3 สูตร

  • Clean & Protect : ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง สุขภาพดี
  • Healthy White : ช่วยบำรุงผิวให้สวย กระจ่างใส สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
  • Nourish & Care :ช่วยปกป้องผิวจากการระคายเคือง พร้อมกลิ่นหอมละมุน

มาร่วมสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียน ให้เด็ก ๆ ได้เล่นสนุกอย่างเต็มที่กับครีมอาบน้ำคิเรอิคิเรอิ คุณพ่อคุณแม่จึงมั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะมีพัฒนาการสมวัย พร้อมสุขอนามัยที่ดี สะอาด ปลอดภัย กับครีมอาบน้ำที่ทุกครอบครัวไว้ใจ

*ผลทดสอบในห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ASTM E2315-16 กับเชื้อ E. coli, S. aureus

คุณพ่อคุณแม่หาซื้อผลิตภัณฑ์คิเรอิคิเรอิได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าทั่วไป รวมถึงช่องทางออนไลน์อย่าง Lazada, Shopee และ JD Central ให้คุณมั่นใจได้ว่ามีติดบ้านไว้สะดวกทุกเวลา

Lazada: http://bit.ly/3Jzt4Oo

Shopee: https://bit.ly/4fVJIUB

TikTok: https://bit.ly/4fZaPOn

LionShopOnline : https://bit.ly/47O3sHs


พาทัวร์ไฮไลต์ SX KIDS ZONE ยินดีต้อนรับสู่ โลกแห่งการปรับตัว

พื้นที่การเรียนรู้ สร้างสรรค์ ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด ‘Adaptation’ ปรับ เปลี่ยน แปลง เพื่อโลกที่ดีขึ้น ผ่านการ “เล่น –ทดลอง–เรียนรู้” สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ออกเดินทางพร้อม 5 คาแรกเตอร์นักกู้โลก ได้แก่ นักสำรวจใต้ท้องทะเล I นักปรับตัวแห่งธรรมชาติ I เจ้าหนูนักทดลอง I นักสำรวจผืนทราย I นักแยกขยะ ที่พร้อมนำทางทุกเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคตสร้างโลกที่ดีกว่าไปด้วยกันกับนิทรรศการสุดว้าว และกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ ได้แก่

Sustainability and Whale’s Exhibition by Crystal

คริสตัล ร่วมกับ ThaiWhales ชวนคุณมาช่วยกัน “เซฟพื้นที่สีฟ้า” เพื่อให้ทุกชีวิตในทะเลได้อยู่ต่อไปอย่างยั่งยืนและมาพบกับกิจกรรมสนุกๆ และรักษ์โลกไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ทำความรู้จักวาฬบรูด้า และอวัยวะภายใน ผ่านวาฬเป่าลม ขนาด 13 เมตร
  • เรียนรู้ว่าวาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และมีอวัยวะภายในต่างๆ เหมือนกับคน โดยเข้าไปด้านในของตัววาฬเป่าลม ที่ขนาดเท่าไซส์จริง
  • ตระหนักถึงผลกระทบของขยะต่างๆ ต่อท้องทะเล
  • ทำความเข้าใจวงจรขยะ เรียนรู้การใช้ และการทิ้งอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

Adaptation Adventures

นิทรรศการเรียนรู้ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม EP.2 เรียนรู้การปรับตัวของสัตว์น้อยใหญ่ และธรรมชาติรอบตัว ผ่านประสบการณ์แสนสนุก

ห้องที่หนึ่ง: เรียนรู้การปรับตัวของสัตว์ กับธรรมชาติ ผ่านเทคนิค Sensory Play

การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 (การมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส การดมกลิ่น และการลิ้มรส) ทดลองเคลื่อนไหว ทรงตัว สร้างประสบการณ์เสมือนจริงไปกับ 5 สัตว์นักปรับตัวคนเก่งในธรรมชาติ ได้แก่

‘อูฐ’ เท้าแบบอูฐมันดียังไงนะ มาลองเดินแบบอูฐกัน ด้วยกีบเท้ากว้าง และมีนิ้วเท้าแค่ 2 นิ้ว เวลาเดินนิ้วจะแผ่ออกช่วยกระจายน้ำหนักทำให้ไม่จม เวลาเดินบนทราย
‘หมีสีน้ำตาล’ ลองมาจำศีลแบบหมีกัน ทำไมมันจึงต้องจำศีลในที่แคบๆนานถึง 8 เดือน โดยไม่ตื่นขึ้นมากินหรือดื่มเลย
‘ตุ่นปากเป็ด’ มีผังพืดที่เท้าช่วยให้ว่ายน้ำได้ดีขึ้น มาลองมีพังผืด แบบเจ้าตุ่นปากเป็ด ดูสิว่าจะช่วยให้ว่ายน้ำดีขึ้นหรือไม่
‘หมึกสาย’ อยากรู้หรือไม่ว่าผิวของหมึกสาย เปลี่ยนสีอย่างไรได้ในพริบตา
‘เพนกวินจักรพรรดิ’ ลองมาเป็นลูกเพนกวินกัน ว่าจะเอาตัวรอดจากความหนาว -40 องศาด้วยวิธีไหน ?

ห้องที่สอง: ผจญภัยในโลกแห่งการพรางตัว

ได้เวลามาผจญภัยในป่าลึก และดำดิ่งลงสู่ใต้ทะเล ตามหาสัตว์ที่ถือเป็นเจ้าแห่งการพรางตัว ด้วย ไฟฉายวิเศษ บางตัวพรางด้วยสี บ้างปรับเปลี่ยนรูปทรงเพื่อให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อได้มากที่สุด“มาตามหาเราให้เจอนะเด็กๆ”

ห้องที่สาม: มาบอกลาโลกร้อน พร้อมรับมือยุคโลกเดือด

เมื่อสัตว์ต่าง ๆ พยายามปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ ในขณะที่ตอนนี้บ้านของพวกเขากำลังเปลี่ยนไป สัตว์หลายตัวกำลังใกล้สูญพันธุ์ไป…. เพราะโลกเดือด

มากู้โลกด้วยกัน ด้วยการฟื้นฟูธรรมชาติ หรือ Nature-based Solution ผ่านนิทรรศการที่เด็ก ๆ สามารถมีส่วนร่วมในการนำเสนอไอเดีย

และปิดท้ายด้วยกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดสร้างสรรค์ จาก อพวช.

‘Kids Stage by หนูทดลอง’

SX ร่วมกับรายการหนูทดลอง (Little Explorers) ชวนเด็ก ๆ สนุกแบบมีสาระ ลองเรียน ลองเล่น ลองเป็น พบกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญและนักเล่าเรื่องผ่านกิจกรรมเสวนา, สาธิต และเวิร์คช้อปสนุกปลุกแรงบันดาลใจผ่านอาชีพต่าง ๆ แบบจัดเต็มตลอดทั้ง 10 วัน อาทิ

  • ทดลองเป็นนักชีววิทยารุ่นจิ๋ว ไขความลับปากของสัตว์ปีกที่ใช้ในการเอาตัวรอดในธรรมชาติผ่านกิจกรรมและการทดลองที่น่าตื่นเต้น และ ท่องไปในร่างกายสัตว์ โดย พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์
  • ทดลองเป็นนักธรรมชาติวิทยา การพรางตัวของสัตว์ทะเล โดย ดร.อารมณ์ มุจรินทร์ อพวช.
  • ทดลองเป็นนักธรณีวิทยา เปิดโลกดึกดำบรรพ์กับนักบรรพชีวิน เรียนรู้สิ่งมีชีวิตผ่านฟอสซิลจริง พาเด็ก ๆ ย้อนเวลากลับไปดูว่าประเทศไทยในยุคน้ำแข็ง โดย ภาควิชาธรณีวิทยาคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ทดลองเป็นนักคิดค้นอาหารอนาคต มาลองคิด ลองทำ และเรียนรู้ถึงอาหารสำหรับโลกในอนาคต

‘ลาน เล่น เรียนรู้’

สนุกกับบ่อทรายยักษ์ และเขาวงกต เสริมจินตนาการ พัฒนากล้ามเนื้อ กระตุ้นประสาทสัมผัส และสร้างความสัมพันธ์ด้วย Hand-Eye Coordination

กระบะทรายยักษ์ลึกลับ ชวนเด็ก ๆ เล่นทรายกิจกรรมสุดฮิตที่ควรมีในทุกบ้านร่วมผจญภัยและช่วยกันค้นหาคำตอบว่าอะไรอยู่ในทราย

เขาวงกตอลเวง กับทีมมืออาชีพที่จะมาให้ทั้งความสนุกและความรู้ ฝึกทักษะการแก้ปัญหาออกกำลังกายให้สมอง ฝึกคิดนอกกรอบ จากทีม Little Gaia

“เก็บกลับ-รีไซเคิล”

เรียนรู้เรื่องการแยกขยะและรีไซเคิล สนุกกับเกมสร้างสรรค์ ทำความรู้จัก 3 ประเภทขยะรีไซเคิลใกล้ตัว

  • กล่องลังกระดาษ – สามารถลดการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 3.14 กิโลกรัม CO2e ต่อหนึ่งกิโลกรัม
  • กระป๋องอลูมิเนียม – รีไซเคิลเป็นกระป๋องใหม่ได้ ช่วยลดการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ได้
  • พลาสติก – ขยะพลาสติกบางชนิดสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้

และมาสคอตโชว์ ทั้งคุณธำรง และอีก 2 คาแรกเตอร์ใหม่ที่อยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักร่วมสนุกพร้อมรับของรางวัลแบบจัดเต็ม

อีกหลายกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ พบกับ Kids Market ตลาดนัดเด็กสร้างสรรค์ กว่า 18 ร้านค้ามาช้อปให้เพลินอุดหนุนสินค้า พ่อค้าแม่ค้ารุ่นจิ๋วได้ตลอดทั้งวัน
Ocean Decade ฉลาดรู้ด้านมหาสมุทรผ่านเทคโนโลยี AR/VR โดย Fab Cafe

เรียนรู้ Diving Library ออกแบบให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศของทะเลในแต่ละระดับความลึก เช่น ป่าชายเลน แนวปะการัง และทะเลลึก ผ่านการเล่นและการมีปฏิสัมพันธ์

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นสามารถเดินไปด้วยกัน และช่วยสร้างรากฐานให้กับ คนรุ่นใหม่ ในการเป็นพลเมืองที่ตระหนักและลงมือเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืน

สนามประลองคิดส์ เรียนหมากรุกฟรี! กับครูผู้เชี่ยวชาญพัฒนาทักษะการคิด แก้ปัญหา ให้กับเด็ก ๆ โดย

สโมสรขุนทองคำ : ฝึกฝนตั้งแต่พื้นฐาน หมากรุกไทย และหมากรุกสากล

สมาคมกีฬาหมากรุกเซี่ยงฉีแห่งประเทศไทย : ทำความรู้จัก วัฒนธรรมจีนผ่าน หมากรุกจีน

แล้วพบกันใน SX KIDS ZONE ชั้น LG Hall 8 ที่งาน Sustainability Expo 2025 (SX2025)
ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน – วันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)


Tags

Crystal X ThaiWhales Present Sustainability and Whale’s Exhibition

เพราะ “วาฬ” คือสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล คริสตัลและไทยวาฬ มาร่วมเรียนรู้และลงมืออนุรักษ์ไปด้วยกัน ผ่าน 4 กิจกรรมไฮไลท์สุดพิเศษ ที่จะพาทุกคนดื่มด่ำกับความมหัศจรรย์ของวาฬและโลกใต้ทะเล

HELLO WHALE’S WORLD

ชมภาพยนตร์สั้น จากคริสตัลร่วมกับ ThaiWhales เรียนรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ “วาฬบรูด้า” ในประเทศไทย

INSIDE THE WHALE

ร่วมสำรวจและทำมิชชั่นในตัววาฬยักษ์ใหญ่ ขนาดเท่าตัวจริง! เพื่อเรียนรู้ผลกระทบจากขยะพลาสติก ที่เป็นอันตรายต่อวาฬและท้องทะเล

SAVE BLUE SPACE

เรียนรู้การดูแล “พื้นที่สีฟ้า” แยกประเภทพลาสติก เข้าใจความสำคัญของฝาติดขวด (Tethered Caps) รู้จักวงจรการ Recycle แปลงขยะให้มีมูลค่า และสนุกไปกับเกมกิจกรรม

CREATION ZONE

ออกแบบและสร้างสรรค์วาฬในสไตล์ของตัวเอง ผ่านการระบายสี และพับ Origami วาฬตัวจิ๋ว

💙 เพราะการดูแลท้องทะเลไม่ใช่เรื่องไกลตัว
แต่คือการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับทุกชีวิตบนโลก
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้ที่บูธกิจกรรม

✅ เข้างานฟรี!
✨ มาร่วมค้นหาคำตอบ และปรับตัวรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไปด้วยกัน SUSTAINABILITY EXPO 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก

🗓 วันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10:00 – 20:00 น.
📍 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ชั้น LG ฮอลล์ 8


Tags

Sustainability Expo 2025 (SX2025) “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” สู่ทางรอดในวิกฤตโลกรวน

กลับมาอีกครั้งกับ Sustainability Expo 2025 (SX2025) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ภายใต้แนวคิดหลักการจัดงาน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability)

จึงอยากจะชวนทุกท่านมาร่วมเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นไปด้วยกัน ผ่านคำสำคัญ 4P คือ Private Public People และ Partnership นั่นหมายถึงว่าเราต้องช่วยกันถึงจะเกิดความอยู่รอด เกิดการปรับตัว และร่วมมือ เตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความเปลี่ยนแปลงที่ท้าทายอย่างสุดขั้วที่ทั่วโลกกำลังเผชิญในยุคโลกรวนเช่นตอนนี้ มีทั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และสภาพภูมิอากาศของโลก ภายในงานได้รวบรวมเทคโนโลยี และนวัตกรรมมิติต่าง ๆ ทั้งด้านสุขภาพ อาหาร และที่อยู่อาศัย รวมถึงกิจกรรมเวิร์คช็อปที่ส่งเสริมการเรียนรู้ และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนกว่า 750 ท่าน จากทั่วโลก ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ ผ่านกิจกรรมอีกมากมายที่จะมารวมไว้ในงานนี้ที่เดียวเพื่อให้ทุกคนมาร่วมสร้างสมดุลที่ดีเพื่อโลกที่ดีกว่า

จากซ้ายไปขวา – คุณชณัฐวุฒิ วิภัยการ (ก้อง กรีน กรีน) คอนเทนต์ครีเอเตอร์และนักเล่าเรื่องสายรักษ์โลก

  • คุณ Amelia Walsh Senior Trade and Investment Commissioner and Minister – Counsellor (Commercial), Australian Trade and Investment Commission (Austrade) -ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวง ชาครีย์ กิติยากร
    รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและคู่ความร่วมมือคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล รามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
  • คุณต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะจัดงาน SX2025 – คุณชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • คุณเจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด ในเครือ
    อมรินทร์ กรุ๊ป
  • คุณปิยะชาติ อิศรภักดี SX Co-Executive Director

นางต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะจัดงาน Sustainability Expo 2025 (SX 2025)
กล่าวถึงการจัดงาน Sustainability Expo ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 ที่ได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการตามพระราชปณิธานการสืบสาน รักษา ต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรมา เป็นแนวทางการจัดงานร่วมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs)

และอีกหนึ่งความพิเศษในปีนี้ คือการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน Enactus World Cup 2025 Presented by ThaiBev ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 50 กับนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านพลังของคนรุ่นใหม่ไปสู่การลงมือทำของผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ที่จะส่งผลกระทบในระดับโลก เรียกว่าเป็นเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติที่รวบรวมสุดยอดทีมเยาวชนกว่า 32 ประเทศ จากทั่วโลกที่จะมีเพียงหนึ่งทีมที่จะได้รับการประกาศเป็นแชมป์ Enactus World Cup 2025 ที่จัดขึ้นโดยมูลนิธิรากแก้วร่วมกับ Enactus ประเทศไทย โดยมี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนหลัก นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริงผ่าน SX IDEALAB พื้นที่ Workshop โดยผู้เชี่ยวชาญ  ที่ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้ ลงมือทำ และนำมาประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตจริง อาทิ การนำของที่ไม่ใช้แล้วมาเพิ่มมูลค่า การเรียนรู้การแยกขยะผ่านบอร์ดเกม ซึ่งตลอดทั้ง 10 วัน ของงาน SX2025 ผู้เยี่ยมชมจะได้ร่วมสนุก และตื่นตา ตื่นใจไปพร้อมกับการเรียนรู้ที่จะปรับตัวได้แบบง่าย

10 โซนไฮไลท์ เพื่อความอยู่รอดในยุคโลกรวน มีดังนี้

1) โซน SEP INSPIRATION

พบองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จ อาทิ มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และนิทรรศการ Immersive Experience ที่ร่วมกับ National Geographic Global สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของโลก และผลกระทบที่มีต่อมวลมนุษยชาติสู่ทางออกของการอยู่รอด ที่เป็น Landmark เช็คยอดฮิตที่ทุกคนต้องไม่พลาดด้านหน้า Prologue

2) โซน BETTER ME

พบนวัตกรรมด้านสุขภาพให้คุณรู้ลึกรู้จริงเรื่อง Personalized Medicine อาหารเพื่อการฟื้นฟู การพักผ่อนที่เหมาะสมของแต่ละคน เพราะการมีสุขภาพดี ชีวิตยืนยาวคือการปรับตัวที่เริ่มต้นได้ที่ตัวเราที่จะเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต รวมไปถึงเคล็ดไม่ลับการวางแผนทางการเงินพร้อมรับมือวัยเกษียน

3) โซน BETTER LIVING

พบนวัตกรรมด้านการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้คุณได้เรียนรู้ และปรับตัวให้ทันต่อสภาพแวดล้อมบนโลกนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สัมผัสกับ 4D Theatre ห้องจำลองภัยพิบัติที่เราต้องเผชิญ พร้อมเรียนรู้เทคโนโลยี การฝึกหนีภัย น้ำท่วมฉับพลัน คลื่นความร้อน ฯลฯ และการเตรียมตัวเพื่อรับมือสู่ทางรอดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

4) โซน BETTER COMMUNITY

พบสังคมจำลองที่จะชวนคุณมาสำรวจบทบาทของจิตอาสาผ่านโมเดลธุรกิจ หรือการรวมกลุ่มอาสาสมัครเพื่อรับมือกับวิกฤติต่าง ๆ ตั้งแต่ภัยพิบัติ การดูแลผู้สูงวัย และภารกิจช่วยเหลือสังคมด้านต่าง ๆ เพราะเชื่อว่าการปรับตัวของเมืองด้วยพลังของคนอาสาจะนำไปสู่เมืองที่ยั่งยืนแห่งอนาคต

5) โซน Better World

ที่จะชวนคุณมาฮีลใจไปกับนิทรรศการศิลปะที่สร้างค่าสู่สมดุลโลกที่หลากหลาย สะท้อนมุมมองปัญหา การปรับตัว และการอยู่รอดอย่างยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม อาทิ ภาพถ่าย จิตรกรรม ประติมากรรม ผลงานศิลปะนานาชาติจากศิลปิน BAB ก่อนจะแวะมาบันทึกภาพที่ห้องภาพฉายานิติกร

6) โซน SX Food Festival

เทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีที่ทุกคนรอคอยที่จะชวนให้ทุกคนมา “กินเพื่อรักษ์โลก” พร้อมร่วมเปลี่ยนแปลงโภชนาการง่ายๆ เพื่อสุขภาพ ไปกับเชฟคนดัง และร้านอาหารในตำนานมาให้คุณได้อิ่ม และฟินใจไปพร้อมกับการเช็คอินภาพสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศของแลนด์มาร์คเมืองยอดฮิตจากทั่วมุมโลกที่ยกมาไว้ที่นี่ที่เดียว

7) โซน Kids Zone

มาร่วมปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคตด้วยนิทรรศการ และกิจกรรม “ผ่านการเล่น-ทดลอง-เรียนรู้” ให้เด็ก ๆ ได้ตื่นตา ตื่นใจไปกิจกรรมความสนุก และความรู้ต่าง ๆ ที่เสริมสร้างจิตนาการ ให้น้องๆ ได้ปรับตัว เปลี่ยนแปลง เพื่อโลกไปพร้อมกับสัตว์โลก และสิ่งแวดล้อมรอบตัวผ่านนิทรรศการ ‘Adaptation Adventures’

8) โซน SX MARKETPLACE

ให้คุณเพลิดเพลินไปกับตลาดนัดสร้างสรรค์สินค้ายั่งยืน จากผู้ประกอบการตัวจริง ท่ามกลางบรรยากาศสวนกลางเมืองเอาใจสายกรีน สายคราฟ และสายช้อปผลิตภัณฑ์รักษ์โลกสุดว๊าวจากกว่า 217 ร้านค้า

9) SX REPARTMENTSTORE ที่จะชวนคุณมารวมแบ่งปันของนอกสายตา..ทิ้งแบบไหนดีต่อโลกเพื่อมอบคุณค่าให้แก่สังคม พร้อมเลือกซื้อสินค้ามือสองคุณภาพดีนำรายได้มอบให้การกุศล

10) งานสัมมนา และเครือข่ายธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (B2B) เจาะลึกแนวทางธุรกิจยั่งยืนที่จะสร้างความเชื่อมโยง และพลังความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก เพื่อค้นหาคำตอบ และทางรอดให้กับสังคม และสิ่งแวดล้อมในยุคโลกรวน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและติดตามกิจกรรมของ SX ได้ทาง Facebook Page : Sustainability Expo, www.sustainabilityexpo.com และแอดไลน์ @sxofficial เพื่อร่วมสนุกไปกับกิจกรรมการสะสมแต้ม ลุ้นรับรางวัลมากมาย ตลอด 10 วัน ที่จะชวนคุณมาร่วมกอบกู้โลกใบนี้ไปด้วยกันที่ Sustainability Expo 2025: “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” เพราะโลกที่ดีกว่า…เริ่มต้นได้จากเราทุกคน

#SX2025 #SustainabilityExpo2025 #SufficiencyforSustainability #พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก

Tags

โรงเรียนนานาชาติมิลล์ ฮิลล์ ประเทศไทย

ก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาในภูมิภาค ฐานะ ‘British Branded Schools’ เราจึงมุ่งมั่นพัฒนา ‘โรงเรียนนานาชาติที่ดีที่สุด’ ด้วยการลงนาม MOU กับ มิลล์ ฮิลล์ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป สถาบันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปีในสหราชอาณาจักร เพื่อเปิดโรงเรียนแห่งแรกนอกสหราชอาณาจักรที่จังหวัดเชียงใหม่

บริษัท อรสิริน เอ็ดดูเคชั่น จำกัด ในเครือ บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำทางภาคเหนือ ขยายธุรกิจก้าวสู่บทบาทใหม่ที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ ทุ่มงบกว่าพันล้านบาท ประกาศเปิดตัว โรงเรียนนานาชาติมิลล์ ฮิลล์ ประเทศไทย (Mill Hill International School Thailand) โรงเรียนนานาชาติสัญชาติอังกฤษระดับพรีเมียมที่ใช้หลักสูตร Authentic British แห่งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มิลล์ ฮิลล์ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป ขยายโรงเรียนสู่ต่างประเทศ นอกเขตสหราชอาณาจักร

นับเป็นการพลิกโฉมวงการการศึกษาภาคเหนืออย่างแท้จริง ด้วยการผสานตำนานกว่า 200 ปี ของ มิลล์ ฮิลล์ สกูล (Mill Hill School) เข้ากับแนวคิด “Connecting the World” มุ่งปั้นผู้นำรุ่นใหม่สู่ความเป็นเลิศทั้งด้านวิชาการและทักษะชีวิตอย่างมีความสุข ภายใต้ปรัชญา “Instilling Values, Inspiring Minds”

อรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน เอ็ดดูเคชั่น จำกัด กล่าวว่า “เรามองเห็นแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งของโรงเรียนนานาชาติในไทย โดยเฉพาะเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวและศูนย์กลางเศรษฐกิจ ที่มีครอบครัวต่างชาติและครอบครัวไทยกำลังซื้อสูงขยายตัวต่อเนื่อง

แม้ปัจจุบันจะมีโรงเรียนนานาชาติในเชียงใหม่กว่า 25 แห่ง รองจากกรุงเทพ แต่เรายังเห็นศักยภาพสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาสู่ระดับโลก ด้วยประสบการณ์และความแข็งแกร่งด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และเครือข่ายธุรกิจในเชียงใหม่ อรสิรินพร้อมสนับสนุนการเติบโตของโรงเรียนนานาชาติมิลล์ ฮิลล์ และเติมเต็มระบบนิเวศการใช้ชีวิต (Lifestyle Ecosystem) สำหรับนักเรียนและผู้ปกครองอย่างครบวงจร

จากการศึกษาพบว่า ปัจจุบันมีโรงเรียนในประเทศไทยไม่มากนัก ที่ได้รับการยอมรับในฐานะ ‘British Branded Schools’ เราจึงมุ่งมั่นพัฒนา ‘โรงเรียนนานาชาติที่ดีที่สุด’ ด้วยการลงนาม MOU กับ มิลล์ ฮิลล์ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป สถาบันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปีในสหราชอาณาจักร เพื่อเปิดโรงเรียนแห่งแรกนอกสหราชอาณาจักรที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาในภูมิภาคนี้

ความพิเศษที่เป็นความใส่ใจที่โรงเรียน มิลล์ ฮิลล์ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป ไม่ปล่อยผ่าน นั่นคือการเชิญคุณ เคท ไซม่อน (Kate Simon) อดีตครูใหญ่ Grimsdell มิลล์ ฮิลล์ สกูล สกูล ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียน มิลล์ ฮิลล์ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป พร้อมด้วยคณะครูจากมิลล์ ฮิลล์ อังกฤษ บินตรงมารับตำแหน่งครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนนานาชาติมิลล์ ฮิลล์ ประเทศไทย

ในส่วนของประเทศไทยเองก็ไม่น้อยหน้า นำทีมโดย ดร. ยุทธชัย ดำรงมณี ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้คร่ำหวอดด้านการศึกษาระดับนานาชาติกว่า 30 ปี ที่จะมาผนึกกำลังทำให้โรงเรียนนานาชาติแห่งใหม่นี้มีหลักสูตรที่เข้มข้นและตอบโจทย์การเรียนรู้ของเด็กๆได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งนั่นคือโรงเรียนนานาชาติมิลล์ ฮิลล์ ประเทศไทย เป็นโรงเรียนนานาชาติระดับ ‘Extraordinary value’ ที่มีมาตรฐานการศึกษาเช่นเดียวกับโรงเรียนต้นแบบที่สหราชอาณาจักร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน แต่ราคาค่าเทอมที่ถูกกว่าอังกฤษถึง 3 เท่า”

ทีมคณะคุณครูและผู้บริหารที่จะนำพาให้เชียงใหม่เป็นเมืองในฝันแห่งการเรียนรู้และเป็นศูนย์กลางการศึกษาภาคเหนือ

นอกจากนี้คุณเคท ไซม่อน (Kate Simon) กล่าวถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ว่า “มิลล์ ฮิลล์ สกูล ก่อตั้งขึ้น ณ กรุงลอนดอน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1807 ด้วยการสั่งสมปรัชญาการศึกษามานานกว่า 200 ปี ปัจจุบัน มิลล์ ฮิลล์ เป็นส่วนหนึ่งของ มิลล์ ฮิลล์ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป ที่มีเครือข่ายโรงเรียนพันธมิตรทั่วโลก

ศิษย์เก่าของเราจำนวนมากประสบความสำเร็จจนมีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ

Sir Denis Thatcher นักธุรกิจชั้นนำ สามีของนาง Margaret Thatcher อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร

Harry Melling นักแสดงชื่อดังจากภาพยนตร์ Harry Potter

Sir Norman Hartnell ดีไซเนอร์ผู้ออกแบบชุดให้ราชวงศ์อังกฤษ

ไปจนถึง Prof. Sir Richard Evans นักประวัติศาสตร์ระดับโลก

ฟรานซิส คริก (Francis Crick) ผู้ร่วมค้นพบ “ดีเอ็นเอ”

และ James Murray บรรณาธิการใหญ่คนแรกของพจนานุกรมภาษาอังกฤษฉบับออกซฟอร์ด (Oxford English Dictionary)

ดร.ยุทธชัย ดำรงมณี กล่าวว่า ” โรงเรียนนานาชาติมิลล์ ฮิลล์ ประเทศไทย ไม่ใช่แฟรนไชส์ แต่เป็นโรงเรียนในเครือมิลล์ ฮิลล์ เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป โดยตรง ซึ่งจะคงมาตรฐานเดียวกับโรงเรียนต้นแบบในสหราชอาณาจักรทุกประการ

นอกจากนี้ เรายังนำระบบ House System มาใช้เพื่อสร้างการเรียนรู้การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับปีการศึกษาแรก

เราเปิดรับนักเรียนตั้งแต่ชั้น Nursery – Year 6 ยอดนักเรียนเกือบ 100 คน โดยมีสัดส่วนนักเรียนไทย 50%และมี จีน อเมริกา อังกฤษ ยุโรปอีก 50% เราตั้งเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้าว่าจะมีนักเรียนถึง 850 คน ภายในปี 2030

สำหรับค่าเล่าเรียนประมาณ 400,000-600,000 บาท ต่อปี ซึ่งถูกกว่า มิลล์ ฮิลล์ สกูล ที่ลอนดอน ถึง 3 เท่า ในขณะที่นักเรียนได้รับหลักสูตรและมาตรฐานการเรียนการสอนเดียวกันทุกประการ นอกจากนี้ เรายังเตรียมแผนโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนกับโรงเรียนในเครือที่อังกฤษ ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้สัมผัสประสบการณ์จริงและเข้าใจถึงรากฐานของการศึกษาของ มิลล์ ฮิลล์ กรุ๊ป

ในส่วนของการลงลึกในการจัดการเรียนการสอน เป็นหน้าที่ของคุณ กันยาณรรค์ รัตนศาสตร์ชาญ ผู้จัดการโรงเรียนนานาชาติมิลล์ ฮิลล์ ประเทศไทย กล่าวว่า

“เราให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ด้วยการคัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับพัฒนาการของนักเรียนแต่ละช่วงวัย พร้อมหลักสูตร Forest School ห้องวิทยาศาสตร์, ห้องศิลปะ, ห้องดนตรี, ห้องสมุด และพื้นที่สำหรับกีฬาในร่มและกลางแจ้ง ตลอดจนมาตรการ Security & Safety ที่เข้มงวด รวมถึงการติดตั้งระบบ Positive Air Pressure และเครื่องวัดค่าฝุ่น PM2.5

โรงเรียนได้วางแผนการขยายตัวในช่วง 4 ปี ข้างหน้า ตั้งแต่ระดับ อนุบาล จนถึง Year 13 โดยจะเริ่มต้นรับสมัครนักเรียนตั้งแต่ระดับ Nursery ถึง Year 6 ในปีการศึกษาแรก 2568 และจะทยอยเปิดในทุกปี จนเต็มเฟสในปีการศึกษา 2571

ประกอบด้วย อาคารหอประชุม Sport Complex ที่ครอบคลุม สระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิก, สนามกีฬาเทนนิส, สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานพร้อมลู่วิ่ง และอาคารยิมเนเซียมที่ทันสมัย นอกจากนี้ยังมี Boarding School เพื่อเตรียมรองรับการขยายตัวของโรงเรียน”

โรงเรียนนานาชาติมิลล์ ฮิลล์ ประเทศไทย พร้อมแล้วที่จะยกระดับมาตรฐานการศึกษาของประเทศ และสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมเชื่อมโยงสู่โลกที่ไร้พรมแดน เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างมีความสุข ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ www.millhillthailand.ac.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 053-965-989


Tags

สาธิตปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

สาธิตปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ที่ที่ความสนุก คือ บทเรียนที่ดีที่สุด

การเลือกโรงเรียนให้ลูกเป็นเรื่องใหญ่ที่ตัดสินใจยากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยว่าไหมคะ (โดยเฉพาะช่วงที่ลูกวัยอนุบาล) เพราะโรงเรียนก็มีสารพัดรูปแบบการสอนให้เลือกสรร วันนี้ทีมแม่ ABK มีโรงเรียนมาแนะนำค่ะ “สาธิตปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย” เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร บอกเลยว่าหลักสูตรของสาธิตปฐมวัยนี้.. ไม่ธรรมดา ดีต่อใจผู้ปกครองแน่นอนค่ะ!!

ถ้าคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาโรงเรียนอนุบาลที่ตอบโจทย์ความต้องการในยุคสมัยใหม่ ที่นี่เป็นก้าวแรกที่จะปูทางให้เด็กๆ พัฒนาไปสู่การเป็นนักแก้ปัญหาในอนาคต

ที่สาธิตปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ใช้หลักสูตร HighScope ผสานกับ หลักสูตรแกนกลางกระทรวงศึกษาธิการ

HighScope เป็นหลักสูตรที่มีผลลัพธ์โดดเด่น ชัดเจนมาแล้วทั่วโลก และกระแสตอบรับในไทยจากคุณครู ผู้ปกครองก็เยี่ยมยอดไม่แพ้ในต่างประเทศค่ะ เพราะพัฒนาการทุกด้านของเด็ก ๆ ล้วนก้าวหน้าอย่างมีนัยยะเลยทีเดียว

รีบปักหมุดไว้เลยค่ะ

สาธิตปฐมวัย, หอการค้าไทย,
กิจกรรมกลุ่มใหญ่ของอนุบาล 1 ในวิชา ภาษาอังกฤษ วันนี้มาใน theme วิทยาศาสตร์ / teacher กำลังสาธิต how to ค่ะ
สาธิตปฐมวัย, หอการค้าไทย,
ในกิจกรรม Plan-Do-Review เด็กๆ กำลังวางแผนเล่นอะไรกันบ้างนะ
สาธิตปฐมวัย, หอการค้าไทย,
กิจกรรมกลุ่มย่อย เป็นช่วงเวลาที่เรียนรู้ด้านวิชาการค่ะ

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับ HighScope Curriculum และ point สำคัญของหลักสูตรแกนกลางกระทรวงศึกษาธิการ กันก่อนดีกว่าค่ะ

HighScope “วางแผน-ลงมือ-ทบทวน”
วงจรการเรียนรู้ที่ทำให้เด็กคิดเป็นระบบ

CORE: เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำ (Active Learning) ที่เด็กเป็นคนริเริ่มเอง
CONCEPT: “Plan-Do-Review” หรือ “วางแผน-ทำ-ทบทวน”
– Plan การฝึกคิดก่อนเรียนรู้ เด็กๆ จะได้กำหนดเป้าหมายที่แน่ชัด เรียบเรียงความคิด และตัดสินใจ
– Do ลงมือทำ = เล่นอย่างมีเป้าหมาย เด็กได้ใช้ความคิด ฝึกแก้ไขปัญหาการเล่น เรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น
– Review เล่าเรื่องอย่างสร้างสรรค์ (ทักษะภาษา + การสื่อสาร) มาทบทวนว่าทำอะไรไปบ้างและเรียนรู้อะไรจากกิจกรรมนั้น เป็นการพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ
CLASSROOM: กิจกรรม “Plan-Do-Review” หรือ “ช่วงเล่นมุม” (70 นาทีต่อวัน เริ่มตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลกันเลย)

คุณครูจะแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ ซึ่งแต่ละคนทราบดีว่าวันนี้กลุ่มไหนจะได้ Plan ก่อน

นักเรียนจะออกมา Plan วางแผนการเล่นทีละคนค่ะ เลือกมุมที่จะเล่น / เล่นอะไร / แต่ละมุมจำกัดจำนวนผู้เล่นด้วยซึ่งจะทำให้เด็กๆ เรียนรู้ 1. การอดทนรอคอย (จนถึงคิวตัวเอง) 2. ความยับยั้งชั่งใจค่ะ (มุมเล่นเต็มแล้ว)

ในระหว่างการ Plan คุณครูอีกคนจะจดบันทึกสิ่งที่นักเรียนวางแผน / เลือกเล่นอะไร เก็บข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อ support การเรียนรู้ต่อไป

หลังจากวางแผนแล้วเด็กๆ จะกระจายไปทำกิจกรรมตามมุมต่างๆ ที่ตัวเองเลือก (Do) ในขณะนั้นเองคุณครูจะคอยสังเกต + เข้าไปเล่นด้วย เพื่อให้คำแนะนำแบบรายบุคคล ใช้เวลาเล่นแบบ Focus ประมาณ 45 นาที

ออกมา Review วันละ 1 กลุ่ม เพื่อคุณครูจะได้โฟกัสเด็กๆได้อย่างละเอียดค่ะ

สาธิตปฐมวัย, หอการค้าไทย,
ตัวอย่างชาร์ตแสดงมุมเล่นที่อยู่ในห้อง มาดูกันว่าแต่ละคนเลือกเล่นอะไรบ้างนะ
เมื่อวางแผนแล้วก็ลงมือเล่น
สาธิตปฐมวัย, หอการค้าไทย,
เมื่อเด็กๆ วางแผนจบแล้ว คุณครูจะเข้าไปเล่นด้วยทีละคน (เพื่อสังเกต+แนะนำ) ทำให้นักเรียนและครูที่นี่สนิทสนมกันมาก
Plan-Do แล้วต้อง Review ผลงานของตัวเองสิคะ

Basic Education Core Curriculum (หลักสูตรแกนกลาง)

สาระสำคัญ ที่ไม่ใช่แค่ “วิชาเรียน” แต่เป็น “ทักษะชีวิต”
CORE: เน้นการเรียนรู้ 4 สาระการเรียนรู้หลัก คือ

  1. เรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง
  2. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล + สถานที่แวดล้อมตนเอง
  3. ธรรมชาติรอบตัว
  4. สิ่งต่างๆ รอบตัว

CONCEPT: กำหนดพัฒนาการ 4 ด้านที่ต้องให้เด็กบรรลุในแต่ละช่วงวัย คือ ด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา
CLASSROOM: มีการเรียนรู้ตามหน่วยการเรียน เช่น หน่วยผัก หน่วยสัตว์ ซึ่งครูจะเป็นผู้กำหนดหัวข้อและกิจกรรม (ซึ่งการจัดรูปแบบการเรียนรู้ – แต่ละโรงเรียนจะออกแบบค่ะ)

PERFECT COMBINATION
ภารกิจ “เล่น” และ “เรียน” ที่ทำให้เด็กๆ เพลิดเพลินไปกับการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลาง “ถูกย่อย” ออกมาอยู่ในทุกกิจกรรม สาธิตปฐมวัย นำเสนอความรู้ในรูปแบบ “Direct Experience NOT Direct Instruction” หรือ Active Learning แบบ HighScope ค่ะ ทำให้เด็กๆ ได้รับทั้งความรู้และ ประสบการณ์ สามารถจดจำและนำความรู้นั้นออกมาใช้ซ้ำได้อย่างง่ายดาย โดยมีกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ดังต่อไปนี้

กิจกรรมเช้าวันใหม่สดใสแข็งแรง

“Movement Play” หรือ “กิจกรรมการเคลื่อนไหว” ที่คุณครูออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ขยับร่างกายอย่างเต็มที่ พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก – มัดใหญ่ ฝึกการทรงตัวและการประสานงานของร่างกายอย่างสนุกสนานและสร้างสรรค์

กิจกรรมกลุ่มใหญ่

จริง ๆ แล้วก็คือการเรียนรู้แบบ “ลงมือทำ” เป็นหน่วยการเรียนรู้เป็น Theme (ที่นี่เรียนรู้แบบองค์รวม หรือ ใช้การเชื่อมโยง + ใช้ theme เดียวกันกับทุกๆ กิจกรรมภายในสัปดาห์ค่ะ) ใช้กิจกรรม 100% + สอดแทรกวิชาการ คุณครูจะชวนเด็กๆ มาสนุกกับอุปกรณ์และเพื่อนๆ เพื่อเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ ไปพร้อมกัน โดยคุณครูจะสาธิตให้ดูก่อน จากนั้นเด็กๆ ลงมือทำเอง การเรียนรู้รูปแบบนี้ไม่ได้แค่สนุกเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยให้เด็กๆ เข้าใจเรื่องยากๆ ได้ง่ายขึ้น และ จดจำได้นานกว่าเดิม**

กิจกรรมวางแผน-ปฏิบัติ-ทบทวน (Plan-Do-Review) หรือ ช่วงเล่นมุม

ใช้เวลาวันละ 70 นาที (เล่นอย่างโฟกัสประมาณ 45 นาที) คุณครู 1 คนจะเข้าไปเล่นกับเด็กๆ (สังเกตและแนะนำไปด้วย) ครูอีกคนจะบันทึกกิจกรรมของเด็ก ๆ เป็นรายบุคคล

กิจกรรมกลุ่มย่อย (อนุบาล 1 -3)

เน้นไปทางวิชาการ โดยเฉพาะ วิชาคณิตศาสตร์ และ วิชาภาษาไทย ค่ะ

คุณครูจะสอนเป็นกลุ่มย่อย (3-5 คน) เพื่อจะโฟกัสรายคนได้อย่างละเอียด สลับกลุ่มกันไปจนครบ
ใช้เวลาสั้น ๆ ใช้กิจกรรมเป็นหลัก (ช่วงเล่นมุมค่ะ โดยกลุ่มที่เหลือก็จะเล่นมุมของตนเองไป)
เสร็จแล้วแล้วกลุ่มนี้ก็จะมาวางแผนการเล่นต่อไป

Plan-Do-Review
นอกจากเด็กจะได้เรียนรู้คำศัพท์ แล้วยังทำให้เด็กเก็บของได้ถูกที่ด้วย คุณพ่อคุณแม่เอาไอเดียนี้ไปใช้ที่บ้านได้นะคะ
กิจกรรมกลุ่มย่อยส่งเสริมด้าน Academic ที่นี่ใช้กิจกรรม 100% กลุ่มนี้กำลังเรียนคณิตศาสตร์ค่ะ

กิจกรรมพานิทานกลับบ้าน

เลือกยืมนิทานที่ตนเองสนใจวันละ 1 เล่ม เพื่อกลับไปอ่านที่บ้านกับผู้ปกครอง (ใช้เวลาร่วมกัน) เมื่อเด็กฟัง / อ่านนิทานกับผู้ปกครองจบ อาจจะสะท้อน บอกเล่าความรู้สึกหรือความคิดด้วยการวาดภาพ หรือเขียนคำง่ายๆ จากหนังสือนิทาน ในสมุดบันทึก “พานิทาน…กลับบ้าน”

กิจกรรมเล่นสนุกนอกห้องเรียน

Outdoor activity ของจริงไม่ใช่เล่นๆ ต้องหลากหลาย สร้างสรรค์ ถึงจะเป็นการเล่นสไตล์สาธิต เวียนกัน 5 วันไม่ซ้ำ exercise ร่างกาย สมองครบส่วนเลยค่ะ ได้แก่

  • เล่นสนาม (เล่นเครื่องเล่นแบบอิสระ)
  • เล่นทราย
  • เล่นน้ำ | ลูกโป่งน้ำ | Spray |กรอกน้ำ
  • เล่นเกมส์ที่มีกฎกติกา
  • เล่นตามวัย / การละเล่นไทย

กิจกรรมเล็ก ๆ น้อยๆ ที่เด็ก ๆ ร่วมทำด้วยความสนุกสนานหลังจากตื่นนอนตอนบ่าย เช่น ทบทวนเรื่องราวที่เรียนรู้หรือกิจกรรมที่ทำร่วมกับคุณครู + เพื่อนๆ ในวันนี้ ฟังนิทาน ร้องเพลง เล่นเกมที่มีกติกาง่ายๆ หรือเกมการศึกษาค่ะ

กิจกรรมสดชื่นหลังตื่นนอน

กิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เด็ก ๆ ร่วมทำด้วยความสนุกสนานหลังจากตื่นนอนตอนบ่าย เช่น ทบทวนเรื่องราวที่เรียนรู้หรือกิจกรรมที่ทำร่วมกับคุณครู + เพื่อนๆ ในวันนี้ ฟังนิทาน ร้องเพลง เล่นเกมที่มีกติกาง่ายๆ หรือเกมการศึกษาค่ะ

สำหรับพี่อนุบาล 3 จะมี 2 กิจกรรมพิเศษ ได้แก่

กิจกรรมเสริมการเรียนรู้ – กิจกรรมด้านวิชาการ เพื่อพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ เตรียมพร้อมเป็นพี่ ป.1 ในปีถัดไป

กิจกรรมนิทานนี้ที่อยากเล่า ที่เด็กๆได้มีโอกาสฝึกการสรุปความ (จากนิทานที่เลือกเอง) + ถ่ายทอดเรื่องราวแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ ร่วมกันกับคุณครูและเพื่อนๆ แล้วก็ฝึกการเป็น public speaker ด้วยนะคะ

สาธิตที่น่าอยู่

คุณครูจะส่งรูปกิจกรรมให้ผู้ปกครองสัปดาห์ละ 1 อัลบั้ม (เพราะหน้าที่หลักคือดูแลกิจกรรม + ดูแลนักเรียนค่ะ)
ที่นี่คุณครูจะรู้จักเด็กทุกคน + ใช้เวลาร่วมกับเด็กๆ ตลอดเวลา

ในตอนเย็นคุณครูประจำชั้นจะเป็นผู้ส่งเด็กด้วยตัวเอง คุณพ่อคุณแม่สามารถพูดคุย – สอบถามด้านต่างๆ ได้ตอนมารับลูกค่ะ

ที่นี่ใช้ facility ของ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ค่ะ สนามกีฬา + สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง รวมไปถึงมีโอกาสได้เข้าไปใช้ Lab ในคณะด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินจำลอง (คณะท่องเที่ยว) หรือแม้แต่กระทั่งหน่วยงานไปรษณีย์ภายใน – เพื่อส่งจดหมายจริงๆ เด็กๆ ตื่นเต้นกันมาก พี่ๆ นักศึกษาก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน + ให้การต้อนรับแขกตัวจิ๋วเป็นอย่างดี นับเป็นประสบการณ์ที่วิเศษไม่น้อยเลยนะคะ

Dynamic ของห้องเรียนที่มีชีวิตชีวา

Mommy loves this!!! ถูกใจแม่

หลักการของ HighScope ที่ประกอบด้วย 5 สิ่งนี้ที่ดีต่อใจคุณแม่แน่นอน

1. ให้อิสระในการเลือก! (Choice)

เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เลือกสื่อ / อุปกรณ์ที่อยากใช้ / ทำสิ่งที่ต้องการด้วยตัวเอง (ที่ปลอดภัยเท่านั้น)
เพราะการได้เลือกจะทำให้เด็กๆ รู้สึกเป็นเจ้าของและสนุกกับกิจกรรมนั้น ๆ มากขึ้นค่ะ

2. ของเล่นเยอะไว้ก่อน (Materials)

ของเล่นต้อง หลากหลาย + มีจำนวนที่มากพอ + เหมาะกับวัย ให้เด็กสามารถเลือกมาเล่นหรือใช้งานได้ตามต้องการ
ที่นี่มักจะใช้เป็นของเล่น “ไม่สำเร็จรูป” ค่ะ เพราะต้องการให้เด็กๆ ต่อยอด develop การเล่นด้วยตัวเอง จะทำให้จินตนาการของเด็กกว้างไกลยิ่งขึ้น

3. ใช้ครบทุกประสาทสัมผัส! (Manipulation)

กิจกรรมในห้องเรียนต้องไม่ใช่แค่การมองดู แต่ต้องได้ลงมือทำ!
เพราะการได้ใช้ประสาทสัมผัสจะช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดีกว่าแค่การนั่งฟัง แถมยังเป็นการพัฒนาสมองไปในตัวด้วยนะคะ

4. ฟังสิ่งที่นักเรียนพูด (Child’s Language and thought)

คุณครูรับฟังทุกความคิดของทุกคน
เพราะการที่ผู้ใหญ่สนใจฟังจะทำให้เด็กรู้สึกว่าความคิดของเขามีคุณค่าและกล้าที่จะสื่อสารมากขึ้น

5. มีครูคอยช่วยอยู่ห่างๆ (Adult Scaffolding)

คุณครูทำหน้าที่เป็นผู้สังเกต ผู้ชี้แนะ ไม่เน้นการบอกให้ทำตาม แต่จะทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้วให้เด็กๆลงมือทำด้วยตนเอง (experienced) ผลคือ เด็กๆ กล้าคิด + ตัดสินใจ (แต่ต้องปลอดภัย) จะทำให้เด็กๆไม่กลัวความผิดพลาด – กล้าที่จะเรียนรู้ – และมีความมั่นใจในตัวเองท้ายที่สุดค่ะ

คุณครูดูแลอย่างดีและทั่วถึง + อยู่กับเด็กๆ ตลอดเวลา

สาธิตปฐมวัย, หอการค้าไทย,
สาธิตปฐมวัย, หอการค้าไทย,
ที่นี่ไม่มีเครื่องแบบนะคะ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ผู้ปกครอง
sensory สำคัญต่อพัฒนาการเด็กเล็กค่ะ ผลงานนี้ใช้สีสัน ใช้ข้าวสาร ผนึกด้วยกาว exercise หลายสัมผัสเลยล่ะ
สนามเด็กเล่น มีอุปกรณ์ครบครัน

ค่าใช้จ่าย สาธิตปฐมวัยม หาวิทยาลัยหอการค้าไทย

*ค่าแรกเข้า 5,000 บาท (จ่ายภาคเรียนแรกครั้งเดียว)
*ภาคเรียนที่ 1
– ค่าเทอม 39,000
– ค่าอาหาร 6,750 บาท
– ค่าประกันอุบัติเหตุประมาณ 1,060 บาท (ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม จ่ายปีละ 1 ครั้ง อาจมีการปรับตามบริษัทประกันในปีถัดไป)
รวมภาคเรียนที่ 1 ค่าใช้จ่าย 46,810 บาท
*ภาคเรียนที่ 2
– ค่าเทอม 39,000 บาท
– ค่าอาหาร 6,750 บาท
รวมภาคเรียนที่ 2 ค่าใช้จ่าย 45,750 บาท
รวมค่าใช้จ่ายต่อปีการศึกษา 92,560 บาท (ยกเว้นปีแรก 97,560 บาท)
โปรดติดตามประชาสัมพันธ์กิจกรรมและค่าเรียนของภาคเรียนพิเศษ หรือติดต่อสอบถามสาธิตฯ โดยตรง

สาธิตปฐมวัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

  • ที่อยู่ : อาคาร 17 (หลังตึก 5) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย 126/1 ซอยวิภาวดีรังสิต 2 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
  • Facebook : https://www.facebook.com/utcc.labschool
  • Website : https://satit.utcc.ac.th/
  • E-mail : [email protected]

แม่ผ่าคลอด รู้หรือไม่ เพื่อลูกพัฒนาการสมองไว และมีภูมิคุ้มกันดี เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันแรก

วิธีการคลอดส่งผลต่อพัฒนาการของลูกได้ โดยเด็กที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติจะได้รับจุลินทรีย์ชนิดดีจากช่องคลอดของแม่ ซึ่งมีประโยชน์มากมายและทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันแรกของลูก หลังจากที่ลูกลืมตาดูโลก

ส่วนเด็กที่คลอดแบบผ่าคลอดนั้นจะถูกนำตัวออกมาผ่านหน้าท้องของคุณแม่ จึงไม่มีโอกาสได้รับจุลินทรีย์ที่ดีจากช่องคลอดของคุณแม่

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยยืนยันว่า เด็กผ่าคลอดมีการเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองในช่วงเริ่มต้นน้อยกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติอีกด้วย แม่ผ่าคลอด จึงต้องใส่ใจเรื่องภูมิคุ้มกันและพัฒนาการสมองของลูกเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงขวบปีแรก ซึ่งถือเป็นเวลาทองของการพัฒนาทางสมองของลูก เป็นช่วงเวลาที่สมองของลูกพัฒนาอย่างรวดเร็วที่สุด เป็นพื้นฐานไปสู่พัฒนาการและมีความสามารถในการเรียนรู้ในอนาคต

เริ่มวันแรก! ด้วยการก้าวกระโดดของสมองที่เร็วกว่าให้เด็กผ่าคลอด

สมองควรได้รับสารอาหารที่ช่วยในการพัฒนาแบบก้าวกระโดดให้เด็กผ่าคลอด ยิ่งเริ่มต้นไวกระบวนการพัฒนาของสมองยิ่งไปไว

จากการศึกษาพบว่า 1 ใน 7 ของเด็กผ่าคลอดอาจมีความเสี่ยงต่อพัฒนาการด้านการเรียนรู้เมื่อเริ่มเข้าโรงเรียน ซึ่งพบว่าเด็กผ่าคลอดที่อายุ 4-9 ปี มีคะแนนสอบที่น้อยกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติมากกว่า

จากการศึกษาที่สหรัฐอเมริกา (Deoni 2019) ได้มีการศึกษาพัฒนาการทางสมอง โดยดูการเชื่อมโยงการทำงานของเซลล์ประสาทในสมองแต่ละส่วน (Brain Connection) ภาพสแกนสมอง เปรียบเทียบระหว่างเด็กคลอดธรรมชาติ และเด็กผ่าคลอด เมื่ออายุ 2 สัปดาห์ พบว่าสมองของเด็กผ่าคลอดมีการทำงานเชื่อมโยงแตกต่างจากเด็กที่คลอดธรรมชาติ

นอกจากนี้ พัฒนาการสมองของเด็กที่ผ่าคลอด ส่วนคอร์ปัส คาโลซัม (Corpus Callosum) ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างสมองซีกซ้าย และซีกขวา พบว่า เด็กผ่าคลอดมีการสร้างไมอีลินในสมองแตกต่างจากเด็กที่คลอดธรรมชาติ อย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่อายุ 3 เดือนจนถึง 3 ปี

นอกจากนั้น เด็กผ่าคลอดพลาดโอกาสได้รับจุลินทรีย์สุขภาพจากช่องคลอด การเสริมเด็กผ่าคลอดด้วยคือ บิฟิโดแบคทีเรียม แล็กทิส หรือ บี. แล็กทิส (Bifidobacterium lactis หรือ B. lactis) ที่มีงานวิจัยน่าเชื่อถือสูงจำนวนมากว่าช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ ซึ่งสำคัญกับเด็กผ่าคลอดที่พบว่ามีจุลินทรีย์กลุ่มนี้น้อยกว่าเด็กคลอดจุลินทรีย์สุขภาพจะช่วยเร่งภูมิคุ้มกันในช่วงเริ่มต้นได้ หนึ่งในจุลินทรีย์สุขภาพที่พบมากในนมแม่ธรรมชาติ

สารอาหารอีกอย่างที่คุณแม่ผ่าคลอดควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือ แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน ไขมันกลุ่มฟอสโฟไลปิด พบที่เยื่อหุ้มเซลล์ประสาทในสมอง และพบได้มากในนมแม่ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารกว่า 200 ชนิด เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างปลอกไมอีลิน ที่มีส่วนช่วยให้สมองสามารถติดต่อสื่อสาร และเชื่อมโยงกันได้อย่างรวดเร็ว

สฟิงโกไมอีลินจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสัญญาณประสาทให้รวดเร็วมากขึ้นแบบก้าวกระโดด ช่วยให้สมองเกิดการประมวลผล เรียนรู้ และจดจำได้แย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีประโยชน์ในด้านการทำงานที่รวดเร็วของสมอง (FAST Processing Brain) สมองคิดพลิกแพลง (FLEXIBLE Brain) และสมองมีสมาธิ (Brain FOCUS) ลูกจึงควรได้รับสฟิงโกไมอีลินให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายตั้งแต่ขวบปีแรก เพื่อวางรากฐานให้ลูกเติบโตและพัฒนาสมองได้เต็มศักยภาพ

กล่าวโดยสรุป คือ แม่ผ่าคลอดควรคำนึงถึงจุดเริ่มต้นที่แตกต่างของเด็กผ่าคลอดและเติมเต็มด้วยการสร้างสมองไว้พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันให้เด็กผ่าคลอดด้วยสฟิงโกไมอีลิน และ บี แล็กทิส สารอาหารที่พบมากในนมแม่ รวมทั้งสารอาหารอีกกว่า 200 ชนิด ซึ่งช่วยเสริมสร้างกระบวนการการทำงานของสมองแบบก้าวกระโดด และภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และสามารถเติมในสิ่งที่เด็กผ่าคลอดต้องการ เพื่อเด็กผ่าคลอดเจริญเติบโตและพัฒนาที่ดีกว่า

หากคุณพ่อคุณแม่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สารอาหารในนมแม่ที่มีประโยชน์และมีบทบาทต่อสุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อย เข้าชมได้ที่ S-Mom Club ที่เว็บไซต์  https://www.s-momclub.com/

สามารถสมัครสมาชิกเพื่อปรึกษาทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะคะ หรือสามารถปรึกษา-พูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพโภชนาการและพัฒนาการสำหรับคุณแม่และลูกน้อยตามช่วงวัย โดยทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่  Line Open Chat S-Mom Club

Reference
Deoni S.C., et al. AJNR Am J Neuroradiol. 2019 Jan;40(1): 169–177.
Bentley J, et al. Pediatrics. 2016; 138:1-9.
Polidano C, et al. Sci Rep. 2017; 7: 11483.
Susuki K. Nature Education. 2010;3(9):59.
Floch MH,et al.J Clin Gastroenterol 2015;49:S69-S73


Tags

อาบน้ำแต่งตัว ลูกน้อย ให้ตัวหอม น่ากอด แถมสุขภาพ ต้องมีไอเทมนี้เลย

เปลี่ยนกิจวัตรเดิมๆอย่างการ อาบน้ำแต่งตัว ให้ลูกน้อยที่ต้องทำทุกวันให้กลายเป็นช่วงเวลาแสนอบอุ่นของครอบครัว พบกับ 5 ไอเท็มเด็ดช่วยได้ ทั้งอาบน้ำสนุก ทำความสะอาดได้ดี แถมยังทำให้ลูกน้อยตัวหอม น่ากอดตลอดวัน

คุณพ่อคุณแม่ต่างรู้ดีว่าการ อาบน้ำแต่งตัว ให้ลูกน้อยต้องใช้ความพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะผิวของลูกตั้งแต่วันแรกเกิดจนถึงเด็กโตยังบอบบาง ไม่แข็งแรงเท่ากับผิวของผู้ใหญ่ จึงอาจเกิดอาการแพ้ได้ง่าย แถมหลายๆครั้งลูกไม่ยอมให้อาบน้ำ สระผมด้วย

ถึงเวลาที่คุณแม่ต้องหาตัวช่วยมาช่วยให้การอาบน้ำง่ายๆขึ้น แบบอาบง่าย สะอาดจริง หรือใช้เล่นสนุกได้ด้วยก็ยิ่งดี แม่ABK ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจาก Amarin Baby & Kids Awards 2024 ไว้เป็นตัวเลือกเด็ด จะมีอะไรบ้างตามมาดูกันเลยค่ะ

Enfant Organic Plus Shampoo & Body Wash Foam Mousse เป็นผลิตภัณฑ์อาบน้ำและสระผมเนื้อมูสในขวดเดียวกัน เหมาะกับผิวของลูกน้อยโดยเฉพาะ ไม่มีส่วนผสมของ Sulfate จึงช่วยให้ผิวและผมไม่แห้ง เนื้อมูสที่ให้ฟองนุ่มลื่น จึงไม่ให้ผมพันกันในขณะสระ พร้อมด้วยส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ ใช้ได้กับเด็กแรกเกิด และเหมาะกับผิวบอบบาง แพ้ง่าย

สำหรับบ้านไหนที่อยากให้ลูกตัวหอมน่ากอด แบบกลิ่นผลไม้ ขอแนะนำ Narak สบู่เหลวเด็ก น่ารัก สูตรออร์แกนิก 100% มี 4 สูตรให้เลือก ให้เด็กๆ อาบสนุก ผิวหอมสดชื่น ให้ทุกการอาบน้ำมีแต่ความสุข อุดมไปด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังอาบ ช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน ทำให้ผิวเรียบเนียน สุขภาพดี ไร้สภาพกรดด่าง อ่อนโยนแม้ผิวแพ้ง่าย ได้รับการรับรองออร์แกนิก จาก ECOCERT มั่นใจได้ว่าปลอยภัยต่อผิวลูก และยังมีวิตามิน E วิตามิน B5 ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ

แถมขวดสบู่ยังสีสันสดใส น่ารัก ช่วยดึงความสนใจของเด็กได้ดี คุณแม่ให้ลูกวัยคิดส์จับเล่นระหว่างอาบน้ำแบบเพลินๆ ก็ได้

อาบน้ำแล้วต้องไม่ลืมทำความสะอาดช่องปาก แม้แต่เด็กวัยเบบี๋ที่ฟันยังไม่ขึ้นยังจำเป็นต้องเช็ดทำความสะอาดเหงือกและช่องปากให้ทั่วถึง เพื่อไม่ให้มีคราบนมและน้ำลาย

ส่วนเด็กวัยคิดส์ที่เริ่มแปรงฟันแล้ว ขอแนะนำ Jordan เป็นแบรนด์อันดับ 1 จากนอร์เวย์​ แปรงสีฟันถูกดีไซน์ให้เหมาะกับเด็กๆ​ มีขนแปรงที่ทั้งนุ่มและอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองเหงือกและซอกซอนทั่วถึง ​มีด้ามจับถนัดมือสามารถเลือกใช้งานได้ตามช่วงวัย ในส่วนของยาสีฟันของ Jordan ก็ออกแบบมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ เพราะมีส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 97% ​ไม่มีพาราเบน ไม่มีน้ำตาล และไม่ทำลายสารเคลือบฟัน​ ไร้กังวลเรื่องสารตกค้างในช่องปาก​ มั่นใจได้ว่าไม่เป็นอันตรายต่อเด็กอย่างแน่นอน​

สำหรับใครที่อยากให้ลูกน้อยผิวสวย สุขภาพแบบตำรับไทยสูตรคุณยาย ขอแนะผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Mamoon Mamoon ผงสมุนไพรจากขมิ้น ใช้อาบน้ำได้ตั้งแต่แรกเกิด ช่วยให้ผิวสว่างใส ผิวเนียน ลดผดผื่น ลดผิวอักเสบจากรอยแมลงกัด และลดริ้วรอยก่อนวัย

หลังทำความสะอาดหรืออาบน้ำ คุณแม่จำเป็นต้องบำรุงผิวให้ชุ่มชื่นอยู่เสมอ หากลูกมีผิวแห้ง หรือแพ้ง่าย ขอแนะนำMaster Rabbit Cala Allantoin Soothing Cream เป็นการผสานกับโลชั่นเนื้อครีมเข้ากับส่วนผสมของคาลาไมน์ จึงช่วยบำรุงผิวไปพร้อมกับบรรเทาอาการคันจากผดผื่นคันของลูกน้อยได้อย่างอ่อนโยน ที่สำคัญครีม Cala นั้นถูกคิดค้นขึ้นเพื่อให้ใช้ได้อย่างอ่อนโยน สามารถใช้ดูแลผิวลูกน้อยได้ตั้งแต่แรกเกิด เนื้อครีมค่อนข้างเข้มข้น เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวได้เต็มที่ แต่ทาง่ายไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้เป็นประจำได้ทุกวัน

ในปี 2025 นี้ Amarin Baby & Kids ยังคงยืนหยัดในการเป็นสื่อเพื่อนำเสนอและเฟ้นหาผลิตภัณฑ์คุณภาพสำหรับแม่ลูกเพื่อเป็นทางเลือกให้กับคุณแม่ยุคใหม่อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยในปีนี้จะมาในคอนเซ็ปต์ Smart Life, Smart Living สุขสมดุลด้วยชีวิตสุดสมาร์ท ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีเทคโนโลยี ซึ่งช่วยให้ชีวิตของคุณแม่และครอบครัวทันสมัย สะดวกสบาย ปลอดภัยและความสุขมากขึ้น เช่น อุปกรณ์หรือเครื่องใช้งานระบบ AI ระบบอัจฉริยะที่ช่วยให้แม่เบาใจ สบายตัวทำงานอย่างอื่นควบคู่ไปได้ เช่น เครื่องปั๊มนมแฮนด์ฟรี เป็นต้น

ชวนแม่ ๆ มาร่วมคลิ๊กโหวตให้กับแบรนด์ในดวงใจกันกับ Amarin Baby & Kids Awards 2025 ได้ที่ลิงก์นี้เลย https://awards.amarinbabyandkids.com/2025/

#AmarinBabyAndKidsAwards2025 #AmarinBabyAndKids

เรื่อง แม่น่านฟ้า


รีไฟแนนซ์บ้านดีอย่างไร? มีอะไรที่ควรรู้บ้างก่อนรีไฟแนนซ์บ้าน

รีไฟแนนซ์บ้าน หรือ Refinance บ้าน คือหนึ่งในวิธีการวางแผนการเงินที่เจ้าของบ้านหลายคนให้ความสนใจ เพราะการรีไฟแนนซ์บ้านสามารถช่วยลดภาระดอกเบี้ย และปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับสภาพคล่องของคุณได้ โดยเฉพาะเมื่ออัตรา ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน 2568 ทุกธนาคาร มีการแข่งขันกันสูง ทำให้ผู้กู้มีทางเลือกที่ดีกว่าเดิม


สารบัญ


รีไฟแนนซ์บ้าน คืออะไร?

การ รีไฟแนนซ์บ้าน คือ การย้ายสินเชื่อบ้านจากธนาคารเดิมไปยังธนาคารใหม่ หรืออาจจะอยู่ธนาคารเดิมแต่เปลี่ยนสัญญา เพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีกว่า เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง วงเงินสินเชื่อที่มากขึ้น หรือระยะเวลาผ่อนที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม โดยปกติแล้วเจ้าของบ้านมักจะเลือกรีไฟแนนซ์บ้านหลังผ่อนมาแล้ว 3 ปีขึ้นไป เพื่อปรับเงื่อนไขให้เหมาะสมกับภาระการเงินในปัจจุบัน


พาส่อง 5 ข้อดีของการรีไฟแนนซ์บ้าน

สินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน

การรีไฟแนนซ์บ้าน ไม่เพียงช่วยลดภาระทางการเงิน แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการจัดการหนี้สินและสร้างความมั่นคงทางการเงินมากขึ้น มาดูกันว่าข้อดีหลัก ๆ ของสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านมีอะไรบ้าง

1. เพิ่มวงเงินสินเชื่อ

เมื่อบ้านหรือที่ดินมีมูลค่าเพิ่มขึ้น คุณสามารถรีไฟแนนซ์บ้านเพื่อขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมได้ วงเงินส่วนนี้สามารถนำไปใช้ปรับปรุงบ้าน ลงทุน หรือใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ ได้ตามต้องการ

2. ลดดอกเบี้ยบ้านที่ต้องจ่ายรายเดือน

การย้ายไปยังธนาคารที่เสนอดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้านที่ต่ำกว่า ช่วยให้ค่างวดรายเดือนลดลงทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดภาระการเงินและมีเงินเหลือใช้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน

3. ผ่อนบ้านหมดไวขึ้น

เมื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำลง เงินที่ผ่อนในแต่ละงวดจะถูกนำไปตัดหนี้เงินต้นได้มากขึ้น ส่งผลให้ผ่อนบ้านหมดเร็วกว่าแผนการผ่อนเดิม

4. ปรับเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ให้เหมาะกับชีวิตปัจจุบัน

การรีไฟแนนซ์บ้าน เปิดโอกาสให้คุณเลือกปรับระยะเวลาผ่อนให้ยืดหยุ่นขึ้น หรือเลือกวิธีผ่อนที่สอดคล้องกับรายได้ ทำให้การจัดการหนี้สบายใจขึ้น ไม่กดดันทางการเงินมากเกินไป

5. สิทธิพิเศษและโปรโมชั่นจากธนาคาร

การรีไฟแนนซ์บ้าน ในปี 2568 นี้ หลายธนาคารออกแคมเปญแข่งขันกัน ทั้งการยกเว้นค่าธรรมเนียม ค่าประเมิน หรือมอบประกันบ้านฟรี การรีไฟแนนซ์จึงไม่ได้ช่วยประหยัดเพียงดอกเบี้ย แต่ยังได้สิทธิพิเศษเพิ่มเติมที่คุ้มค่า


อยากรีไฟแนนซ์บ้านมีอะไรที่ต้องเตรียมตัวบ้าง?

เตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ก่อนจะยื่นรีไฟแนนซ์บ้าน ควรทำความเข้าใจวิธีรีไฟแนนซ์บ้าน และเตรียมความพร้อมดังนี้

  • ตรวจสอบสัญญาเงินกู้เดิม ว่าครบกำหนดผ่อนขั้นต่ำ 3 ปีหรือยัง เนื่องจากการรีไฟแนนซ์จะต้องผ่อนบ้านมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี จึงจะยื่นรีไฟแนนซ์ได้
  • เปรียบเทียบดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน 2568 ทุกธนาคาร เพื่อหาข้อเสนอที่ดีที่สุด และตรงตามความต้องการที่สุด
  • คำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อน เช่น ค่าประเมินบ้าน ค่าธรรมเนียมจดจำนอง และค่าอากร
  • เตรียมเอกสารรีไฟแนนซ์บ้าน ให้ครบ เพื่อให้การอนุมัติไว ไม่ต้องเสียเวลายื่นเอกสารเพิ่มเติมอีก

เอกสารที่ต้องใช้ในการรีไฟแนนซ์บ้าน

Refinance บ้าน

การขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องใช้เอกสารสำคัญที่คล้ายกับการกู้บ้านครั้งแรก ได้แก่

  • สำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน
  • สัญญาเงินกู้และบัญชีเงินกู้จากธนาคารเดิม
  • หนังสือแสดงภาระหนี้คงเหลือ
  • เอกสารแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หรือ Statement ย้อนหลัง
  • โฉนดที่ดินและเอกสารสิทธิ์บ้าน

หากเตรียมเอกสารรีไฟแนนซ์บ้านครบถ้วน จะช่วยให้กระบวนการดำเนินการราบรื่นและมีโอกาสอนุมัติผ่านไว


รีไฟแนนซ์บ้าน เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน ทำได้ไม่ยุ่งยาก

การรีไฟแนนซ์บ้านถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทางการเงินที่ช่วยให้เจ้าของบ้านลดภาระดอกเบี้ย ปรับโครงสร้างหนี้ และยังเพิ่มสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะต้องการลดค่างวดรายเดือน เร่งปิดหนี้ให้หมดไวขึ้น หรือใช้วงเงินที่เหลือไปต่อยอดเป็นสินเชื่อรีไฟแนนซ์บ้านสำหรับการลงทุนเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ง่ายและไม่ซับซ้อน

รีไฟแนนซ์บ้านในปี 2568 หลายธนาคารต่างออกข้อเสนอที่น่าสนใจ ทั้งการลดอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน การยกเว้นค่าธรรมเนียม ไปจนถึงโปรโมชันเสริมพิเศษ เพื่อช่วยให้เจ้าของบ้านสามารถวางแผนการเงินได้คุ้มค่าที่สุด และหากคุณเป็นผู้ประกอบการ การรีไฟแนนซ์ยังสามารถช่วยเสริมสภาพคล่องและต่อยอดไปสู่ สินเชื่อธุรกิจ ได้อีกด้วย

หากคุณกำลังลังเลว่าจะรีไฟแนนซ์บ้านที่ไหนดี ให้ Refinn ช่วยเป็นผู้ช่วยเปรียบเทียบ ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน 2568 ทุกธนาคาร ได้ง่าย ๆ ภายในไม่กี่คลิก เพื่อให้คุณมั่นใจว่าได้เงื่อนไขที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับทั้งบ้านและธุรกิจของคุณ


Tags