เทียบชัดๆ! นมสูตร 3 เสริมสมองไวได้มากกว่า ให้ลูกเป็นเด็กเจนใหม่ตัวจริง

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากเสริมให้ลูกน้อยมี สมองไว ความจำดี มีไหวพริบและเติบโตเป็นเด็กเจนใหม่ นมสูตร 3 ถือเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม! แต่การจะเลือกนมที่ตอบโจทย์จากตัวเลือกมากมายในท้องตลาดไม่ใช่เรื่องง่าย Amarin Baby And Kids จึงรวบรวมนมสูตร 3 ตัวท็อปมารีวิวเปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆ ทั้งในเรื่องคุณค่าทางสารอาหาร ส่วนผสมสำคัญ ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลยดีกว่าว่าแบรนด์ไหนจะตอบโจทย์ที่สุดสำหรับเด็กเจนใหม่ตัวจริง!

รีวิวนมสูตร 3 เสริมเด็กเจนใหม่ให้สมองไว ในยุคที่การแข่งขันสูงเช่นนี้ พ่อแม่หลายคนต่างมองหาวิธีที่ดีที่สุดเพื่อเสริมสร้าง สมอง และ ร่างกาย ให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรงและมีศักยภาพสูงสุด การเรียนรู้ในยุคของ เด็กเจนใหม่ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่เป็นการเรียนรู้รอบด้านที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ลูกพร้อมรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น และนี่คือเหตุผลที่นมผงสูตร 3 ได้กลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่คุณแม่ยุคใหม่ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะช่วยเสริมโภชนาการให้ครบถ้วนแล้ว ยังมีสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงสมองโดยเฉพาะ วันนี้ Amarin Baby And Kids จึงได้รวบรวม 3 นมผงตัวท็อปในตลาด ได้แก่ นมผง S-26 Gold สูตร 3 นมผง Hi-Q 1 Plus Super Gold สูตร 3 และ นมผง Enfagrow A+ MindPro สูตร 3 มาเทียบกันให้เห็นชัดๆ ว่าแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นอย่างไร และจะตอบโจทย์ลูกน้อยได้ดีแค่ไหนค่ะ

S-26 Gold สูตร 3: อัพเกรดความสมองไว จัดเต็ม 45 สารอาหารสำคัญ

มาเริ่มต้นที่ S-26 Gold สูตร 3 มาพร้อมสูตรใหม่ที่จัดเต็มสารอาหารกว่า 45 ชนิด เพื่อให้ลูกน้อยพร้อมเติบโตและเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ ด้วยสารอาหารเสริมสมอง และเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่มีเอกสิทธิ์เฉพาะ S-26 Gold 3 ผสม แอลฟา สฟิงโกไมอีลีน (เวย์โปรตีนเข้มข้นที่มีแอลฟา-แล็คตัลบูมิน และ สฟิงโกไมอีลิน) มีแกงกลิโอไซด์ DHA โอเมก้า 3 6 9 โคลีน และวิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง เพื่อเสริมสร้างความฉลาดรอบด้าน นอกจากนี้ ยังมี 2’-FL วิตามินซี วิตามินดี วิตามินเอ มีส่วนช่วยในการทำหน้าที่ของระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง รวมไปถึงวิตามินและแร่ธาตุที่เสริมทัพมาแน่นๆกล่อง ให้ลูกสนุกกับทุกการเรียนรู้ในทุกวันโดยไม่ต้องกังวลอะไรเลยค่ะ

Enfagrow A+ MindPro สูตร 3: 36 สารอาหารหลากหลาย เพื่อการเติบโตและพัฒนาการ

นมผง Enfagrow A+ MindPro มาพร้อม 36 สารอาหาร ที่มีต่อการเติบโตและพัฒนาการของลูกน้อย โดยมีส่วนประกอบสำคัญอย่าง MFGM และสารอาหารอื่น ๆ เช่น DHA, สฟิงโกไมอีลีน  มี ใยอาหาร 2’-FL  พร้อมด้วยวิตามินและสารอาหารอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โคลีน, โอเมก้า 3, 6, 9, วิตามิน B12, B6 และทอรีน ให้ลูกน้อยพร้อมเปิดรับทุกการเรียนรู้ในทุกวัน

Hi-Q 1 Plus Super Gold สูตร 3: พัฒนาการรอบด้านด้วย 35 สารอาหาร

นอกจากจะมี ซินไบโอติก ที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้ด้วยโพรไบโอติกและใยอาหาร GOS/lcFOS แล้ว และมีสารอาหารอีกมากมาย เช่น DHA, สฟิงโกไมอีลีน, ทริปโตเฟน, วิตามินบี 12 และ โอเมก้า 3, 6, 9 พร้อมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรงด้วย 2’-FL ให้ลูกพร้อมเรียนรู้และเติบโตอย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน

ตารางเปรียบเทียบปริมาณสารอาหารนมผงสูตร 3

สุดยอดสารอาหารเสริมทัพพลังสมองให้กับลูกน้อยต่อยอดอนาคตที่ดี

เด็กเจนใหม่ สมองต้องไว มีความคิดพลิกแพลงและไหวพริบต้องดี เพื่ออนาคตที่อยู่ร่วมกับวิวัฒนาการที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดโดยเฉพาะ การนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมพร้อมรับมือได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งให้ลูกน้อย ด้วยการให้ลูกรับประทานอาหารที่มี โภชนาการครบ 5 หมู่ และเสริมด้วยสารอาหารกลุ่มบำรุงสมอง ได้แก่ 

  • แอลฟาแล็ค (แอลฟาแล็คตัลบูมิน) สฟิงโกไมอีลิน ส่วนสำคัญที่ทำให้การทำงานของสมองในเด็กเจนใหม่มีประสิทธิภาพ โดยการสร้างสารสื่อประสาท ในสมอง และเพิ่มประสิทธิภาพของการส่งสัญญาณประสาทให้เป็นไปแบบก้าวกระโดด
  • แกงกลิโอไซด์  มีส่วนช่วยทำให้การเรียนรู้จดจำสิ่งต่างๆ ได้อย่าง รวดเร็ว
  • ดีเอชเอ เออาร์เอ โคลีน โอเมก้า 3 6 9  และ วิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการทำงานปกติของระบบประสาทและสมอง

หากคุณแม่กำลังลังเลว่าจะเลือกนมสูตร 3 กล่องไหนให้ลูกดี เราขอแนะนำตัวนี้เลยค่ะ นมผง S-26 Gold สูตร 3 เพราะให้สารอาหารที่จำเป็นครบถ้วนสำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป ให้ลูกสมองไวพร้อมเติบโตและเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่

คุณแม่สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม นมสูตร 3 สำหรับเด็ก 1 ขวบขึ้นไป คลิก

อ้างอิง

  1. คู่มืออาหารตามวัยสำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศในพระบรมราชินูปถัมภ์
  2. พัฒนาการของลูกน้อยเมื่ออายุ 1 ปี, Unicef Thailand
  3. พัฒนาการที่ดีของลูกน้อยในครรภ์เริ่มดูแลได้ตั้งแต่วันนี้, โรงพยาบาลวิภาวดี
  4. สารอาหารสำคัญ เพิ่มพัฒนาการทางสมองให้ลูกรัก, โรงพยาบาลศิครินทร์
  5. ประโยชน์ของธาตุเหล็ก อาหารเสริมธาตุเหล็กมีอะไรบ้าง?, โรงพยาบาล MedPark
  6. วิตามินซีกับการป้องกันหวัด, โรงพยาบาลปิยมหาราชการุณย์

Tags

สร้างพื้นฐานสมองอัจฉริยะให้เด็กเจนใหม่ -เคล็ดลับเลี้ยงลูกให้ทันโลก AI

คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ทราบไหมคะ? ในโลกที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ การสร้าง สมองไว ให้เด็กเจนใหม่ จึงต้องก้าวไกลกว่าการเรียนรู้แบบเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกน้อยในวัย Gen Alpha หรือ Gen Beta ที่เติบโตมากับเทคโนโลยี  การปูพื้นฐานที่ดีตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้ลูกคิดวิเคราะห์เป็น สมองไวเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมรับมือกับโลกอนาคตได้อย่างฉลาดค่ะ

การเสริมสร้างทักษะสมองและพัฒนาการที่เหมาะสม จะช่วยให้ลูกปรับตัว แก้ไขปัญหา และเติบโตได้อย่างมีคุณภาพค่ะ และเรื่องง่ายๆ ที่คุณพ่อคุณแม่เริ่มต้นให้ลูกได้ตั้งแต่วัยแรกเกิด ก็คือการให้ นมแม่ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารกว่า 200 ชนิด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมในการ สร้างสมองไว เกินคาด เพื่ออนาคตที่ก้าวไกลของเด็กเจนใหม่ค่ะ

เตรียมสมองให้ฉลาดกว่าได้ตั้งแต่วันแรกเพื่ออนาคตของเด็กเจนใหม่!

คุณแม่รู้ไหมคะว่า สมองคือจุดเริ่มต้นของทุกพัฒนาการของลูกน้อย ตั้งแต่การมองเห็น การได้ยิน ไปจนถึงการเรียนรู้ภาษาและการโต้ตอบกับคุณพ่อคุณแม่ เพราะทุกอย่างล้วนเกิดจากพัฒนาการของสมองที่รวดเร็วอย่างน่าทึ่งในช่วงขวบปีแรกของชีวิต มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันว่า การเริ่มต้นที่แตกต่างในวัยทารก ส่งผลต่อโอกาสความสำเร็จที่แตกต่างในอนาคต เพราะโลกหมุนไปเร็วขึ้นทุกวัน การเตรียมสมองให้พร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณแม่จะมอบให้ลูกได้

สร้างสมองไว ได้มากกว่าเดิมให้เด็กเจนใหม่!

แล้วจะทำยังไงให้ลูก เด็กเจนใหม่ ของเรามี สมองไว ได้เกินคาด? คำตอบอยู่ที่ แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน” ค่ะ! สารอาหารมหัศจรรย์นี้พบมากในนมแม่ และเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างสารสื่อประสาทและเพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณประสาทในสมอง ทำให้ลูกน้อยของคุณมีทั้ง

  • สมองที่ประมวลผลเร็ว (FAST Processing Brain): เพื่อการเรียนรู้และจดจำที่ว่องไว
  • สมองที่คิดพลิกแพลง (FLEXIBLE Brain): เพื่อการแก้ปัญหาและการปรับตัวในทุกสถานการณ์
  • สมองที่มีสมาธิ (Brain FOCUS): เพื่อการเรียนรู้ที่ลึกซึ้งและมีประสิทธิภาพ

และยังไม่หมดแค่นี้นะคะ ในนมแม่ยังมีโปรตีนคุณภาพอย่าง แอลฟาแล็ค (แอลฟาแล็คตัลบูมิน) ซึ่งช่วยสร้างสารสื่อประสาทที่จำเป็นต่อการทำงานของสมองอีกด้วย งานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าเด็กที่ได้รับนมแม่มีคะแนน IQ และพัฒนาการทางภาษาที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น คุณแม่เริ่มต้นได้ง่ายๆ ตั้งแต่วันแรกของลูกน้อยด้วยการให้นมแม่ เพราะนมแม่มีสารอาหารกว่า 200 ชนิด รวมถึง แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน ที่จะช่วยให้ เด็กเจนใหม่สร้างสมองไว ได้มากกว่าที่แม่คิด เชื่อมต่อเซลล์สมอง 100,000 ล้านเซลล์ เพื่อพัฒนาการที่พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าโลกจะหมุนไปเร็วแค่ไหน สมองไวของลูกก็พร้อมจะก้าวทันโลกใบนี้ได้อย่างมีความสุขในทุกๆ วันค่ะ

เพื่อให้คุณแม่มีตัวช่วยดีๆ ในการดูแลลูกน้อยให้มีพัฒนาการที่สมบูรณ์และเป็น เด็กเจนใหม่ที่สมองไว พร้อมสำหรับทุกการเรียนรู้ในยุคที่โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน คุณแม่สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและเคล็ดลับดีๆ ได้ที่ S-Mom Club ค่ะ

  • เว็บไซต์ S-Mom Club: ค้นหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์และครบถ้วนได้ที่ https://www.s-momclub.com/
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี: สมัครสมาชิกเพื่อปรึกษาทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
  • Line Open Chat S-Mom Club: เข้าร่วมพูดคุย ปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพ โภชนาการ และพัฒนาการของลูกน้อยตามช่วงวัยกับคุณแม่ท่านอื่นๆ ได้ที่นี่เลยค่ะ

อ้างอิง

1. สภาการศึกษา

2. National Institutes of Health (US); Biological Sciences Curriculum Study.

3. Alpha Lactalbumin – an overview | ScienceDirect Topics

4. Susuki, K. (2010) Nature Education 3(9):59Deoni S, 2012.

5. Dai X, et al, 2019.

6. Kar P, et al. Neuroimage. 2021 Aug 1:236:118084.

Department of Mental Health (dmh.go.th)

7. Horwood LJ et al. Arch Dis Child Neonatal Ed 2001; 84: F23-F27.

8. Generation Beta starts in 2025: 5 things to know – ABC News

9. “เด็กเจนแอลฟา” (เด็กที่เกิดตั้งแต่ปี 2010 – 2024) และเด็กเจนเบต้า (เด็กที่เกิด

ตั้งแต่ปี 2025 – เป็นต้น ไป) Generation Beta starts in 2025: 5 things to know – ABC

News


Tags

นมแม่ป้องกันภูมิแพ้ได้ เปิดความลับ H.A. ที่หลายคนยังไม่รู้

เมื่อลูกน้อยลืมตาดูโลก สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนปรารถนาคือการเห็นลูกเติบโตแข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โรคภูมิแพ้” แต่คุณแม่รู้หรือไม่ว่าเกราะป้องกันภูมิแพ้ที่ดีที่สุดนั้นอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด และเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันแรกของชีวิตลูก วันนี้จะพาคุณแม่ไปเจาะลึกความลับที่ซ่อนอยู่ในน้ำนมแม่ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นอาหารที่ดีที่สุด แต่ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยป้องกันภูมิแพ้ให้ลูกน้อยได้อย่างน่าทึ่ง ไปดูกันว่าทำไม นมแม่ป้องกันภูมิแพ้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างเกราะคุ้มกันให้ลูกห่างไกลภูมิแพ้ได้อย่างยั่งยืน

โรคภูมิแพ้ในเด็ก ภัยเงียบที่น่ากังวล

รู้หรือไม่คะว่า เด็กไทยกว่า 50% มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ และความเสี่ยงนี้อาจเพิ่มสูงถึง 80% เลยทีเดียว หากคุณพ่อและคุณแม่เป็นโรคภูมิแพ้ด้วยกันทั้งคู่ เนื่องจากโรคภูมิแพ้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้นั่นเองค่ะ นอกจากนี้ ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมอย่างฝุ่น PM 2.5 ในปัจจุบัน ก็ยิ่งทำให้ลูกน้อยของเราเสี่ยงต่อการถูกกระตุ้นอาการภูมิแพ้ได้มากขึ้นไปอีก

หากลูกน้อยของคุณแม่มีอาการเหล่านี้ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล มีผื่นในเด็กทารก ลมพิษในเด็กบวมแดง คันตามผิวหนัง คันหรือเคืองตา หนังตาบวม อาเจียน หรือหอบหืด นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าลูกกำลังเป็นโรคภูมิแพ้ในเด็ก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะที่เรียกว่า Allergic March หรือ “ลูกโซ่ภูมิแพ้” ได้ค่ะ

Allergic March หรือ “ลูกโซ่ภูมิแพ้” คืออะไร?

Allergic March คือกระบวนการที่โรคภูมิแพ้ในเด็กพัฒนาต่อเนื่องจากภูมิแพ้ชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่งค่ะ โดยอาจเริ่มต้นจากการแพ้อาหารในเด็กเล็กก่อนอายุ 1 ขวบ หรือโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ซึ่งอาจพบได้ตั้งแต่ช่วงเดือนแรกของชีวิต จากนั้นจึงตามมาด้วยโรคทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด และภูมิแพ้จมูก ที่มักพบตั้งแต่อายุ 1-2 ปีขึ้นไป

กระบวนการนี้จะดำเนินไปเป็นลำดับขั้นตามอายุและการเจริญเติบโตของลูกน้อยนะคะ ซึ่งในบางกรณี อาการภูมิแพ้ชนิดเดิมก็อาจกลับมาเป็นซ้ำได้ หรืออาจเกิดอาการภูมิแพ้หลายชนิดพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน ดังนั้น การป้องกันไม่ให้ลูกเป็นภูมิแพ้ตั้งแต่ช่วงขวบปีแรกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเลยค่ะ

นมแม่ เกราะป้องกันภูมิแพ้ที่ดีที่สุด

วิธีที่สำคัญที่สุดในการป้องกันภูมิแพ้ในทารกคือ การให้นมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน หรือให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ เพราะ นมแม่ป้องกันภูมิแพ้ ให้ลูกน้อยได้อย่างน่าทึ่ง เนื่องจากนมแม่มีคุณสมบัติเป็น H.A. (Hypoallergenic) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคภูมิแพ้ได้สูงถึง 42% เลยนะคะ

นอกจากนี้ โปรตีนในนมแม่บางส่วนยังถูกย่อยให้มีขนาดเล็กลง หรือที่เรียกว่า Partially Hydrolyzed Proteins (PHP) ซึ่งง่ายต่อการดูดซึมและช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ได้อีกด้วยนะคะ นอกจากนี้ ในนมแม่ยังมีสารอาหารสำคัญอีกมากมายกว่า 200 ชนิด รวมถึง พรีไบโอติกโอลิโกแซคคาไรด์ (HMOs) ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยแข็งแรงขึ้นค่ะ โดยมีกลุ่มใยอาหารหลัก ซึ่งมีใยอาหาร 5 ชนิด ที่พบมากในกลุ่มนี้ ที่พบมากในกลุ่มนี้ ได้แก่ 2’FL, DFL, LNT, 6’SL, และ 3’SL 

ยิ่งไปกว่านั้น ในนมแม่ยังมี โพรไบโอติก หลากหลายสายพันธุ์ เช่น B. lactis (บี แล็กทิส) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อก่อโรคบางชนิดได้ค่ะ

ดังนั้น คุณแม่สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงของภูมิแพ้ให้ลูกได้ตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยการให้นมแม่ที่มีคุณสมบัติเป็น H.A. และ PHP ซึ่งง่ายต่อการดูดซึม และยังมีพรีไบโอติก (HMOs) และโพรไบโอติก เช่น B. lactis ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยนะคะ หากคุณพ่อคุณแม่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สารอาหารที่มีประโยชน์ในนมแม่และมีบทบาทต่อสุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อย เข้าชมได้ที่ S-Mom Club ที่เว็บไซต์ https://www.s-momclub.com/ สามารถสมัครสมาชิกเพื่อปรึกษาทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะคะ หรือสามารถปรึกษา-พูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพโภชนาการและพัฒนาการสำหรับคุณแม่และลูกน้อยตามช่วงวัย โดยทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่ Line: S-Mom คลับเด็กแพ้ง่าย

สามารถเช็คความเสี่ยงภูมิแพ้ได้ที่ https://www.s-momclub.com/baby-allergies

Reference

1. Bergmann RL, et al. Clin Exp Allergy 1997:27:752-760

2. Chad Z. Paediatr Child Health 2001:6(8):555-566.

3. Hill DA and Spergel JM. Ann Allergy Asthma Immunol 2018;120:131-137.

4. เข้าใจโรคภูมิแพ้ – BNH HOSPITAL

5. (ch9airport.com)

6. Ngamphaiboon, Jarungchit & Tansupapol, Chanyarat & Chatchatee, Pantipa. (2009). Atopic risk score for allergy prevention. Asian biomedicine. 


Tags

แนะนำเครื่องปั๊มนม

แนะนำเครื่องปั๊มนม 10 แบรนด์ ใช้ง่าย ฟังก์ชันเลิศ เหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่

พวกเราทีมแม่เข้าใจดีว่าช่วงที่สำคัญมากช่วงนึงของลูกน้อยก็คือช่วงที่เค้ายังกินนมจากอกคุณแม่ แต่ด้วยภาระกิจที่คุณแม่อาจจะต้องทำงาน หรือทำธุระประจำวัน ไม่สามารถอุ้มลูกน้อยเข้าเต้าได้ตลอดเวลา จึงเกิดอาการคัดหน้าอกจากน้ำนมที่ยังผลิตออกมาเรื่อยๆตามธรรมชาติ เครื่องปั๊มนม จึงเป็นตัวช่วยที่ดีมาก เพราะไม่เพียงช่วยให้คุณแม่สบายตัวขึ้น แต่ยังกระตุ้นน้ำนมออกมาได้ในปริมาณเยอะ สามารถเก็บรักษามาป้อนลูกน้อยได้ทุกเวลาที่ต้องการด้วย ดีงามขนาดนี้ ลองมาดูเครื่องปั๊มนม 10 แบรนด์นี้ พร้อมแนะนำต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจดูนะคะ

แนะนำเครื่องปั๊มนม 10 แบรนด์ ใช้ง่าย ฟังก์ชันเลิศ เหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่

เครื่องปั๊มนม เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับเก็บสำรองน้ำนมคุณแม่ให้ลูกน้อยมีไว้ทานตอนที่ไม่สะดวกเข้าเต้า และยังช่วยกระตุ้นให้เต้านมผลิตน้ำนมได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังบรรเทาอาการคัดหน้าอกตามธรรมชาติด้วย โดยมีให้เลือกทั้งแบบปั๊มด้วยมือ และแบบปั๊มไฟฟ้า เป็นลักษณะฝาครอบเต้านมทั้งแบบทีละข้างและแบบคู่ ใช้แรงดูดในการกระตุ้นน้ำนมจากเต้าออกมาเก็บในภาชนะรองรับน้ำนม 

แนะนำเครื่องปั๊มนม

เลือกเครื่องปั๊มนมแบบไหนดี    

  • สำหรับคุณแม่ที่มีปริมาณน้ำนมไม่มาก และมีเวลาในการปั๊มนม สามารถเลือกเครื่องปั๊มนมแบบปั๊มมือได้ ข้อดีคือปรับได้ตามแรงบีบตัวเอง พกพาสะดวก ราคาไม่แพง
  • สำหรับคุณแม่ที่มีปริมาณน้ำนมมาก ไม่มีเวลาปั๊มนมได้นานๆ ควรเลือกเครื่องปั๊มนมแบบไฟฟ้า ข้อดีคือปรับกำลังดูดได้ มีความคงที่ ลดความเมื่อยล้า และประหยัดเวลา
  • ควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่ใช้วัสดุไม่เป็นอันตรายต่อผิว หรือ BPA Free ซึ่งเป็นสารเคมีที่มักใช้ผลิตพลาสติก หากใช้ไปนานๆจะสะสม และเป็นอันตรายต่อร่างกาย
  • เครื่องปั๊มนมควรมีฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกให้คุณแม่ เช่น ฟังก์ชันกระตุ้นน้ำนมเลียนแบบการดูดนม ฟังก์ชั่นหยุดการทำงาน ฟังก์ชั่นแจ้งเตือน ฯลฯ
  • ควรเลือกขนาดของกรวยปั๊มนมให้เหมาะกับขนาดเต้านมและหัวนม

 

  • Philips Avent

เครื่องปั๊มนมไฟฟ้ารุ่น SCF303/01 พิเศษด้วยเทคโนโลยี Rhythmic Wave ที่คล้ายกับการดูดและกลืนน้ำนมจากเต้านมของลูกน้อย ช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปั๊มน้ำนมไฟฟ้ามาเป็นคู่ ทำงานแบบสลับการดูด ช่วยให้เต้านมอีกข้างหนึ่งได้พักในขณะที่ปั๊มน้ำนมอีกข้างหนึ่ง มีฟังก์ชันการจำอัตโนมัติ ทำให้เก็บบันทึกการตั้งค่าได้ง่าย และยังมีปุ่มหยุดชั่วคราวหากต้องการหยุดพักระหว่างการปั๊มน้ำนมด้วย สามารถปรับระดับการดูดได้ถึง 4 ระดับ นอกจากนี้ยังผลิตจากวัสดุปราศจากสาร BPA ทำงานเงียบ น้ำหนักเบา พกพาสะดวก มาพร้อมคุณสมบัติครบจบในตัวจริงๆ 

ข้อมูลเพิ่มเติม Philips Avent ที่ปั๊มน้ำนมไฟฟ้าแบบคู่จากธรรมชาติ SCF303/01

แนะนำเครื่องปั๊มนม
ภาพจาก https://www.philips.co.th/

  • Medela

เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าแบรนด์จากสวิสเซอร์แลนด์ รุ่น Freestyle Double Electric สำหรับคุณแม่ยุคนี้ที่ต้องการความสะดวกสบายขณะปั๊มนม ตัวเครื่องเป็นแบบปั๊มคู่ น้ำหนักเบาไม่ถึง 4 ขีด พกพาสะดวก เทคโนโลยีการปั๊มเป็นแบบ 2-Phase จำลองพฤติกรรมการดูดน้ำนมตามธรรมชาติ เริ่มด้วยการดูดกระตุ้น จังหวะสั้นและถี่ แล้วเปลี่ยนเป็นการปั๊ม จังหวะยาวและช้า สามารถเลือกปรับระดับได้ถึง 9 ระดับตามระดับความสบายของคุณแม่ แถมยังพิเศษด้วยบราสำหรับปั๊มนม ที่ช่วยให้คุณแม่ปั๊มนมได้แบบไม่ต้องใช้มือจับขวดอีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม MEDELA เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า รุ่น Freestyle Double Electric

แนะนำเครื่องปั๊มนม
ภาพจาก https://shopee.co.th/

  • Spectra

เครื่องปั๊มนมรุ่นพกพา Dual Compact ตัวเครื่องเล็ก น้ำหนักเบา ดีไซน์เรียบหรูน่าใช้ โดดเด่นด้วยระบบ 2 มอเตอร์ แยกการทำงานซ้ายขวาอย่างอิสระ โหมดเด่นของเครื่อง คือ Stimulate เเละ Sucking Mode ทำให้เพิ่มปริมาณน้ำนมได้อย่างรวดเร็ว และยังถนอมหัวนม เพราะเลียนแบบการดูดของทารกตามธรรมชาติ คือ ดูด ปล่อย และพัก ช่วยให้รีดน้ำนมได้หมด กรวยปั๊มนมมีเทคโนโลยี Patented Technology “Spectra Back-Flow Protect Function” เพื่อความสะอาดปลอดภัย ลิขสิทธิ์เฉพาะสเปคตร้าเท่านั้น นอกจากนี้ยังการันตีคุณภาพจากสถาบันชั้นนำระดับโลกทั้งในยุโรปและอเมริกา

ข้อมูลเพิ่มเติม SPECTRA Dual Compact

แนะนำเครื่องปั๊มนม

  • Pureen

รุ่นนี้เป็นแบบปั๊มคู่ที่ให้แรงดูดนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ ช่วยให้คุณแม่ไม่เจ็บและทำให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้มากด้วย โหมดกระตุ้นน้ำนมและโหมดปั๊มนมสามารถปรับระดับความแรงได้ถึง 9 ระดับ มาพร้อมระบบป้องกันน้ำนมไหลย้อนเข้าไปในสายปั๊ม จึงสะอาด ปราศจากการติดเชื้อ และยังเปลี่ยนเป็นปั๊มเดี่ยวก็ได้ตามความสะดวกของคุณแม่ ไม่ต้องกังวลเรื่องแหล่งพลังงาน เพราะใช้ได้ถึง 3 แบบ ทั้งพาวเวอร์แบงค์ แบตลิเธียมชาร์จไฟได้ ไปจนถึงไฟบ้าน แถมยังน้ำหนักเบาเพียง 350 กรัม มาพร้อมกระเป๋าหิ้ว จะพกพาไปไหนก็สะดวก

ข้อมูลเพิ่มเติม เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า ชนิดปั๊มคู่

เครื่องปั๊มนม

  • Brusta

Brusta Miracle Go รุ่นนี้จิ๋วแต่ทรงพลัง เห็นแล้วต้องว้าวด้วยดีไซน์ตัวเครื่องกระทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 200 กรัมเท่านั้น มาพร้อมสายห้อยคอสุดเก๋ และแฮนด์ฟรีกรวยไม่ต้องใช้มือจับ เพิ่มความคล่องตัวให้คุณแม่ไม่ต้องถือเครื่องตอนปั๊มนม มี 4 โหมดการทำงานอัจฉริยะ คือ กระตุ้น ปั๊ม รีดน้ำนมค้างเต้า โดยเฉพาะโหมดสลายก้อนน้ำนมอุดตัน ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ Brusta ช่วยป้องกันการอักเสบของเต้านม และทุกโหมดยังสามารถปรับได้อีกถึง 9 ระดับ นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันน้ำนมไหลย้อนกลับด้วยระบบวาล์วเซฟโฟล์ ทำงานก็เงียบไม่กวนลูกน้อย แบตยังอึด ใช้งานได้นานถึง 3 ชั่วโมง 

ข้อมูลเพิ่มเติม Brusta เครื่องปั๊มนม Miracle Go

เครื่องปั๊มนม

  • Malish 

รุ่น All New Plus จะช่วยคุณแม่ปั๊มนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เด่นเรื่องจังหวะการดูดเร็ว เกลี้ยงเต้าไว ช่วยเคลียร์ให้เต้าคุณแม่ไม่เป็นก้อน และยังบริการเลือกกรวยให้ตรงกับขนาดหัวนมของคุณแม่ด้วย เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการทำสต็อกน้ำนม ตัวเครื่องมี 2 มอเตอร์ปรับแยกซ้ายขวาได้อย่างอิสระ เพิ่มความสะดวกได้ทั้งปั๊มพร้อมกันและปั๊มเต้าเดียว ฟังก์ชั่นก็หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโหมด Pause หากต้องการหยุดระหว่างปั๊มนม โหมดบันทึกการปั๊มส่วนตัวให้คุณแม่ให้ไม่ต้องคอยปรับโหมดไปมา โหมดปิดเสียงปุ่มกด โหมดล็อคหน้าจอป้องกันเครื่องเปลี่ยนโหมดเอง แถมแบตยังใช้งานได้นานด้วย 

ข้อมูลเพิ่มเติม Malish รุ่น All New Plus

เครื่องปั๊มนม

  • NATUR

รุ่น MN-3 ตัวนี้เป็นแบบปั๊มมือ หรือปั๊มนมแบบโยก เหมาะกับคุณแม่ที่มีเวลาปั๊มนมเองสบายๆ ใช้แบบครั้งต่อครั้ง ความพิเศษของปั๊มมือรุ่นนี้คือสามารถปรับได้ 2 โหมด ทั้งโหมดกระตุ้น ที่ช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำนม และโหมดปั๊มนม ให้เเรงดูดดี ไม่เจ็บเต้า และยังมีปากกรวยซิลิโคนที่นิ่ม นุ่มสบาย กระชับเต้า ช่วยให้เกิดแรงดูดสุญญากาศขณะปั๊ม กระตุ้นน้ำนมไหลได้อย่างต่อเนื่องเสมือนลูกน้อยดูดจากอกแม่ ด้ามปั๊มจับก็ถนัดมือ ใช้งานง่าย ปั๊มสะดวกได้ด้วยมือเดียว คุณแม่สามารถควบคุมแรงปั๊มได้ด้วยตัวเอง เป็นเครื่องปั๊มนมที่เหมาะพกพา ทำความสะอาดง่าย และราคาก็น่าคบด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม NATUR ชุดปั๊มนมแบบโยก รุ่น MN-3

เครื่องปั๊มนม

  • Pigeon

ปั๊มนมไฟฟ้ารุ่น Go Mini ตัวนี้ ดีไซน์น่ารัก ดูมินิมอล จนได้รับรางวัลด้านแนวคิดสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรมทั้งจาก Red Dot Design ประเทศเยอรมันนี และ Good Design Award ประเทศญี่ปุ่น ประสิทธิภาพยังล้นเหลือด้วยระบบปั้มคู่ มี 2 โหมด คือ โหมดกระตุ้นน้ำนม และโหมดปั๊มน้ำนม สามารถปั๊มน้ำนมได้อย่างเกลี้ยงเต้า และนุ่มนวลเหมือนการดูดของทารก ไม่ทำร้ายหัวนมคุณแม่ พกพาก็สะดวก ทั้งเล็ก น้ำหนักเบา ไม่ต้องห่วงแบตหมดด้วย เพราะมีช่องเสียบสาย USB สามารถชาร์จกับพาวเวอร์แบงค์ได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถใช้กับขวดนม Pigeon ได้ทุกรุ่น ปั๊มเสร็จก็ให้ลูกน้อยดื่มได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม Pigeon เครื่องปั๊มน้ำนมไฟฟ้า รุ่น GoMini

เครื่องปั๊มนม

  • Fico

รุ่น FCB07 เป็นเครื่องปั้มนมมอเตอร์เดี่ยวแบบชาร์จไฟได้ในตัว ตัวนี้น้ำหนักเบา ทำให้พกพาสะดวกมาก มาพร้อม 2 โหมด คือ นวดกระตุ้น และดูดน้ำนม ทำงานด้วยระบบ AI อัจฉริยะ เริ่มที่โหมดนวดเป็นเวลา 2 นาทีก่อน หลังจากนั้นระบบจะเปลี่ยนอัตโนมัติเป็นโหมดดูด ซึ่งสามารถกดเพิ่มลดแรงดูดเพื่อความสบายของคุณแม่ได้ถึง 9 ระดับ และยังมีหน่วยความจำอัตโนมัติ โดยจะสั่งทำงานจากระดับความแรงในการปั้มนมครั้งล่าสุด ไม่ต้องปรับใหม่ให้วุ่นวาย และปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยกรวยซิลิโคน 3D ปราศจากสารอันตราย นุ่มนวล ช่วยป้องกันเต้านมคุณแม่จากการอักเสบ   

ข้อมูลเพิ่มเติม Fico เครื่องปั้มนม รุ่น FCB07

เครื่องปั๊มนม

  • GLOWY STAR

รุ่น GYT-20 ดีไซน์น่ารัก สีหวาน มีโหมดนวดกระตุ้นน้ำนมอัจฉริยะ ทำงานเองอัตโนมัติเมื่อเปิดเครื่อง โดยความแรงจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น ทันทีที่น้ำนมเริ่มหลั่ง คุณแม่สามารถกดเปลี่ยนเป็นโหมดปั๊มเก็บน้ำนมได้ทันที หรือเครื่องจะเปลี่ยนให้เองภายใน 2 นาที แรงดูดยังสามารถปรับได้ถึง 9 ระดับ มีโหมดปั๊มอ่อนโยน แบบนวดไปปั๊มไป ซึ่งจะช่วยให้นมเกลี้ยงเต้าดียิ่งขึ้น ฟังก์ชั่นหน่วยความจำ ที่จะจดจำการใช้งานครั้งล่าสุดเมื่อปิดเครื่อง คุณแม่จึงไม่จำเป็นต้องปรับระดับใหม่ทุกครั้ง นอกจากนี้เสียงก็เงียบมาก เมื่อปั๊มความแรงสูงสุด เสียงดังไม่เกิน 50 เดซิเบล จึงไม่รบกวนการนอนของลูกน้อย

ข้อมูลเพิ่มเติม GLOWY รุ่น GY T-20

เครื่องปั๊มนม

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

รีวิวเครื่องปั๊มนม 10 แบรนด์ยอดนิยม ปั๊มเกลี้ยง เสียงเบา พกพาสะดวก ไลฟ์สไตล์คุณแม่ยุคใหม่

คุณแม่มือใหม่เลือก เครื่องปั๊มนม แบบไหนดี ใช้งานคล่องตัว ปั๊มได้ไม่สะดุด

เปิดตำนาน “เครื่องปั๊มนม” ย้อนกลับไป 200 ปี

แนะนำหมอโรคเลือดและโรคมะเร็งในเด็ก

โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล Samitivej International Children’s Hospital โรงพยาบาลเด็กที่นับเป็นศูนย์กลางนานาชาติในการรักษาผู้ป่วยเด็ก มาตรฐานรักษาโรคเฉพาะทาง โรคยาก โรคซับซ้อน ความเชี่ยวชาญและชื่อเสียงกว่า 20 ปีของการเป็นโรงพยาบาลเด็กที่พ่อแม่นึกถึง และยังเป็นที่ยอมรับในวงการสุขภาพเด็กทั่วภาคพื้นเอเซียแปซิฟิก

ศูนย์โรคเลือดและโรคมะเร็งในเด็ก และศูนย์ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด ของโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล นับว่าเป็นศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางและความเป็นเลิศ ทีมกุมารแพทย์โรคเลือดและโรคมะเร็งอัน และศูนย์ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด

ศ.นพ สุรเดช หงส์อิง

กุมารแพทย์อันดับต้นของไทยและในต่างประเทศ ดูแลผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งมากว่า 20 ปี และยังได้ American Board ด้านโลหิตวิทยาและมะเร็งวิทยาในเด็ก

ศ.นพ. สุรเดช หงส์อิง รักษาผู้ป่วยเด็กมากกว่า 2,000 ราย ทำการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากพ่อแม่ หรือที่เรียกว่าปลูกถ่ายไขกระดูกแบบ Haploidentical transplantaiton เพื่อการรักษาโรคธาลัสซีเมียสำเร็จมากกว่า 800 ครั้ง และยังมีงานวิจัยพัฒนาการรักษาทางพันธุวิศวกรรม แบบใหม่ อาทิ CAR T-Cell โดยเป็นการร่วมคิดค้นกับทีมแพทย์ไทย เพื่อใช้รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งเม็ดเลือดขาว โดยผลข้างเคียงน้อยมาก ทำให้โรคสงบถึง 80% รวมถึงพัฒนาการรักษามะเร็งในเด็กด้วย ยีนบำบัด

ศ.นพ.สามารถ ภคกษมา

กุมารแพทย์อันดับต้นของไทยและในต่างประเทศอีก 1 ท่าน ประสบการณ์ด้านการรักษาโรคมะเร็ง และดูแลผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งกกว่า 20 ปี และได้ American Board เช่นกัน เป็นทั้งคณะกรรมการกุมารเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย และยังได้เป็นวิทยากรที่โรงเรียนแพทย์เป็นเวลาหลายปี งานวิจัยกว่า 30 ฉบับที่ได้รับการเผยแพร่ทั้งในและต่างประเทศคุณหมอมีความชำนาญการในด้านการรักษาโรคมะเร็งในเด็ก อาทิ การรักษามะเร็งเม็ดเลือด การปลูกถ่ายไขกระดูกและเซลล์ต้นกำเนิด เพื่อรักษาโรคธาลัสซีเมีย โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว (Sickle cell anemia: SCD) ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และโรคทางพันธุกรรม

พญ.พรชนก เอี่ยมศิริรักษ์

กุมารแพทย์สาขาโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็กอีก 1 ท่าน ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในการรักษาโรคเลือดและโรคมะเร็งในเด็ก หลังจากจบการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) ได้ศึกษาต่อเฉพาะทางด้านโลหิตวิทยาและมะเร็งในเด็ก จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี นอกจากเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว ยังเป็นวิทยากรให้กับโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

งานวิจัยของ พญ. พรชนก เอี่ยมศิริรักษ์ มีส่วนสำคัญในการพัฒนาการรักษาโรคในผู้ป่วยเด็ก อาทิ งานวิจัยด้านการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อรักษาโรคธาลัสซีเมียในเด็ก และงานวิจัยด้านการดูแลรักษาผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก นอกจากนี้ ผลงานการวิจัยในเรื่องการปลูกถ่ายไขกระดูก ยังได้รับการตีพิมพ์และนำเสนอในที่ประชุมระดับนานาชาติ

พญ.นุตตรา สุวันทารัตน์

กุมารแพทย์โรคเลือดและมะเร็งในเด็ก เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง แพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางด้านโรคเลือดและมะเร็งในเด็ก จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยเด็กในหลากหลายกลุ่มโรคเฉพาะทาง ได้แก่

  • การปลูกถ่ายไขกระดูกในเด็ก ทั้งแบบ Autologous, Allogeneic และ Haploidentical Transplant
  • การรักษาโรคมะเร็งในเด็ก เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดลิมฟอยด์ (ALL), มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดมัยอิลอยด์(AML), มะเร็งต่อมหมวกไต, มะเร็งกระดูก และมะเร็งกล้ามเนื้อลาย
  • โรคเลือดในเด็ก เช่น ธาลัสซีเมีย, โรคฮีโมโกลบินผิดปกติ, ภาวะไขกระดูกล้มเหลว
  • ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด เช่น โรคฮีโมฟีเลียและภาวะเลือดออกง่าย
  • ความผิดปกติของโรคเกี่ยวกับเกล็ดเลือด เช่น โรคเกล็ดเลือดต่ำจากภูมิคุ้มกัน เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติ เป็นต้น

สอบถามและทำนัดได้ที่ ศูนย์โรคเลือดและโรคมะเร็งในเด็ก และศูนย์ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด รพ.เด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อาคาร B ชั้น 8

โทร. 66 (0) 2378-9480, 66 (0) 2378-9488, 66 (0) 2378-9489

อีเมล์ [email protected]

Tags

ชวนมาแยกขยะ! เก็บกลับ- รีไซเคิล กับ TBR

ชวนเด็กๆมาเรียนรู้หลักการแยกขยะที่ดีต่อโลกตามหลักสากล โดย TBR (Thai Beverage Recycle) ท่องไว้ให้ขึ้นใจ แยกทันทีดีต่อโลก โดยมีหลักการง่ายๆจำสีแต่ถังไว้ให้ดี ขยะมี 4 ประเภท ดังนี้

✅ ถังเหลือง – ขยะรีไซเคิล (RECYCLE) วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล)หรือ ใช้ซ้ำได้ เช่น ขวดแก้ว พลาสติก แก้ว กระดาษ โลหะ หรือกระป๋องอะลูมิเนียม

✅ ถังเขียว – ขยะอินทรีย์ (COMPOSTABLE)ขยะที่ย่อยสลายได้ง่ายตามธรรมชาติ เช่น เศษอาหาร ใบไม้ เศษผักผลไม้

✅ถังน้ำเงิน- ขยะทั่วไป (GENERAL) ขยะอื่นๆที่ย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่ากับการรีไซเคิล เช่น กล่องโฟม ซองลูกอม ทิชชู่และภาชนะเปื้อเศษอาหาร

✅ ถังแดง – ขยะอันตราย (HAZARDOUS) ขยะที่มีสารเคมีหรือปนเปื้อนวัตถุอันตราย เช่น แบตเตอรี่ หลอดไฟ กระป๋องสเปรย์

เด็กๆได้เรียนรู้อย่างง่ายผ่านการเล่นเกมโยนถุงรูปขยะประเภทต่างๆ โยนทิ้งให้ถูกช่องถูกสี สนุกและให้เด็ก ๆ ได้จดจำและฝังรากลึกเป็นพื้นฐานการแยกขยะติดตัวไปจนโต และในงานยังนำรถเก็บกลับบรรจุภัณฑ์ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า100% มาโชว์ด้วย

แล้วมาเรียนรู้กันได้ที่งาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลกวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ที่ Hall 8 ชั้น LG

#Amarinbabyandkids #Kidszone #SX2025 #SustainabilityExpo2025 #SufficiencyforSustainability #พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก

Tags

ลาน เล่น เรียนรู้ ที่ SX Kids Zone 2025

ลาน เล่น เรียนรู้ น้องจีด้า ตามหาผองเพื่อนในกระบะทรายยักษ์

Mysterious Sandbox

เล่นทรายให้อะไรมากกว่าที่คิด ! ชวนเด็ก ๆ มาค้นหาความลับใต้พื้นทราย ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน

ที่โซน “ลาน เล่น เรียนรู้ ” กับบ่อทรายยักษ์ Mysterious Sandbox น้อง ๆ หนู ๆ คนไหนมาที่งาน SX2025 อย่าลืมแวะ

มาขุด ตัก สัมผัสทรายในรูปแบบ Sensory Play พร้อมภารกิจตามหาเหล่าสัตว์ป่าที่ซุกซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นทราย และเรียนรู้เรื่อง

“ถิ่นที่อยู่” และธรรมชาติของสัตว์ป่าแต่ละชนิดไปในตัว สนุกและได้ความรู้แน่นอน!

แล้วมาเจอกันที่งาน Sustainability Expo 2025 (SX2025)

โซน SX KIDS ZONE, ชั้น LG Hall 8

🗓 26 ก.ย. – 5 ต.ค. 2568

🕙 เวลา 10.00 – 20.00 น.

📌 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

ทรายนุ่มเท้าจัง การเดินบนทรายต้องใช้กล้ามเนื้อมากกว่าการเดินบนพื้นปกติ ช่วยฝึกความแข็งแรงของขาและเท้า
มาตามหาสัตว์ป่าใต้พื้นทรายกัน  การสัมผัสเนื้อทรายที่ละเอียดนุ่มสบายมือมีผลในการผ่อนคลายอารมณ์ช่วยลดความเครียดอีกด้วย
ตัวนี้อาศัยในทะเลหรือเปล่านะ?
พัฒนาการทางความคิด และกระตุ้นจินตนการด้วยการแยกประเภทสัตว์กันจ้า
สนุกสุด ๆ เลย แถมได้ประโยชน์ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ การตัก ขุด หรือปั้นทราย ช่วยฝึกกล้ามเนื้อมือ แขน และนิ้วมือด้วยนะ

Tags

พาไปทำรู้จัก! นักปรับตัวแห่งธรรมชาติ 

พาไปทำรู้จัก! นักปรับตัวแห่งธรรมชาติ  กับนิทรรศการ Adaptation Adventures Exhibition ที่ SX KIDS ZONE ในงาน SX 2025

ขอต้อนรับเด็กๆเข้าสุ่ดินแดนแห่งการปรับตัว เรียนรู้ว่าสัตว์มีการปรับตัวอย่างไรกับถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ  เพื่ออยู่รอดของสัตว์ 5 ชนิดจาก 5 สภาพแวดล้อมที่ต่างกัน 

มาเข้าสู่ห้องแรกกัน

อูฐ เจ้าแห่งทะเลทราย 

เพราะไม่ว่าจะเป็น ตา จมูก ผิวหนัง หรือแม้กระทั่งเท้า ล้วนมีวิวัฒนาการปรับตัวให้เข้ากับดินแดนทะเลทราย 

หมีสีน้ำตาล แชมป์จำศีลในฤดูหนาว

การจำศีลคือการปรับตัวรูปแบบหนึ่ง ด้วยถิ่นที่อยู่ของหมีสีน้ำตาล มีสภาพอากาศที่หนาวจัดจึงทำให้ต้องปรับตัว เด็กๆได้จำลองการเข้าไปอยู่ในถ้ำทดลองเป็นหมีสีน้ำตาลกัน

ตุ่นปากเป็ด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสุดพิศวง ทำไมออกลูกเป็นไข่?

น่าแปลกที่เจ้าตุ่นปากเป็ดออกลูกเป็นไข่ แถมยังมีอวัยวะของสัตว์หลายชนิดมารวมกัน จึงเป็นสัตว์ที่ปรับตัวเก่งสุด ๆ ลองมาสวมถุงมือแบบเท้าตุ่นปากเป็ดแล้วมาลองตีน้ำกัน

หมึกสาย นักเลียนแบบแห่งท้องทะเล

หมึกสายนักมายากลแห่งห้องทะเล สามารถเลียนแบบสัตว์ได้หลายชนิด

ลองมาทดลองว่าตัวเองเป็นหมึกสายที่เปลี่ยนสีให้เนียนไปกับสภาพแวดล้อมกัน

เพนกวินจักรพรรดิ นกยักษ์แห่งขั้วโลกใต้

ดินแดนแห่งน้ำแข็งที่หนาวที่สุดในโลก อุณหภูมิ – 40 c สมมติว่าเด็กๆเป็นลูกเพนกวิน เด็ก ๆ จะเอาตัวรอดจากความหนาวได้อย่างกันนะ มาเลียนแบบและเกาะกันเป็นกลุ่ม

แบบตอนเพนกวินกันเถอะ 

ห้องที่2 : ผจญภัยในโลกแห่งการพรางตัว

มาตามหาสัตว์ที่ซ่อนอยู่กันถอะ เตรียมอปกรณ์ไฟฉายไว้ในมือแล้วส่องหาสัตว์ที่พรางกายอยู่ให้เจอ

ห้องที่ 3: บอกลาโลกร้อน พร้อมรับมือโลกเดือด

ภาวะโลกร้อนที่รุนแรงจนกลายเป็น “ภาวะโลกเดือด” มาเขียนความมุ่งหวัง บนกระดานให้ได้ตระหนักว่าเราจะทำอย่างไรให้โลกนี้ดีขึ้น ทุกอย่างปรับเปลี่ยนอย่างยั่งยืนได้ เริ่มได้ที่ตัวเรา

ต้องไม่พลาดน๊า แล้วมาพบกันที่งาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก🌍

🗓วันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568

📍ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ที่ Hall 8 ชั้น LG

#Amarinbabyandkids #Kidszone #SX2025 #SustainabilityExpo2025 #SufficiencyforSustainability #พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก

Tags

พาทัวร์ SX Kids Zone ส่องไฮไลต์เด็ดที่เด็ก ๆ ต้องห้ามพลาด ที่งาน SX2025

เจ้าวาวาพาพี่ ๆ มาตะลุย SX KIDS ZONE ส่องไฮไลท์เด็ดจากงาน Sustainability Expo 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก งานนี้เด็ก ๆ ต้องห้ามพลาด! เพราะอัดแน่นทั้งความรู้และความสนุก ผ่านการ เล่น–ทดลอง–เรียนรู้ อย่างสร้างสรรค์ ผ่านจุดไฮไลท์สุดพิเศษ

เริ่มกันที่จุดแรกคุณพ่อคุณแม่อย่าลืมไปลงทะเบียนที่ SX KIDS Passport จุดลงทะเบียนรับสมุดคู่ใจ พาเด็ก ๆ ท่องไปในทุกกิจกรรมในงาน

นิทรรศการ Adaptation Adventures

เรียนรู้การปรับตัวของสัตว์น้อยใหญ่ และธรรมชาติรอบตัว ผ่านประสบการณ์แสนสนุก

  • ห้องที่หนึ่ง : เรียนรู้การปรับตัวของสัตว์ กับธรรมชาติ ผ่านเทคนิค Sensory Play
  • ห้องที่สอง : ผจญภัยในโลกแห่งการพรางตัว
  • ห้องที่สาม : มาบอกลาโลกร้อน พร้อมรับมือยุคโลกเดือด

Sustainability and Whale’s Exhibition by Crystal

คริสตัล ร่วมกับ ThaiWhales ชวนทุกคนมาช่วยกัน “เซฟพื้นที่สีฟ้า” ไปพร้อมกับกิจกรรมสนุกและได้สาระ เด็ก ๆ จะได้ทำความรู้จักวาฬบรูด้าผ่านวาฬเป่าลมขนาด 13 เมตร เข้าไปสัมผัสด้านในเพื่อเห็นอวัยวะต่าง ๆ ที่เหมือนกับคนจริง ๆ เรียนรู้ว่าวาฬคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และในขณะเดียวกันก็ได้ตระหนักถึงผลกระทบของขยะต่อท้องทะเล รวมถึงเข้าใจวงจรขยะ ตั้งแต่การใช้จนถึงการทิ้งอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยกันรักษาทะเลให้ยั่งยืน

Kids Stage by หนูทดลอง

สนุกแบบมีสาระ “ลองเรียน ลองเล่น ลองเป็น” ผ่านเวิร์กช็อป เสวนา และการสาธิตจากผู้เชี่ยวชาญตลอด 10 วัน ทั้งการสวมบทนักชีววิทยารุ่นจิ๋ว สำรวจธรรมชาติและร่างกายสัตว์, เรียนรู้การพรางตัวของสัตว์ทะเล, ย้อนเวลาดูฟอสซิลกับนักธรณีวิทยา ไปจนถึงการคิดค้นอาหารแห่งอนาคต 

ลาน เล่น เรียนรู้

มาสนุกกับบ่อทรายยักษ์ และเขาวงกต เพราะเล่นทรายให้อะไรมากกว่าที่คิด ทั้งเสริมจินตนาการ พัฒนากล้ามเนื้อ สร้างการรับรู้การทำงานที่ประสานกันของมือและตา Hand-Eye Coordination ผ่านการเล่นแบบ Sensory Play หรือการเล่นแบบกระตุ้นประสาทสัมผัส

เก็บกลับ-รีไซเคิล

เรียนรู้เรื่องการแยกขยะและรีไซเคิล สนุกกับเกมสร้างสรรค์ ทำความรู้จัก 3 ประเภทขยะรีไซเคิลใกล้ตัว

อีกหลายกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

Kids Market ตลาดนัดเด็กสร้างสรรค์กว่า 18 ร้าน ทุกวันเสาร์–อาทิตย์
Ocean Decade เรียนรู้มหาสมุทรผ่าน AR/VR

Diving Library สำรวจระบบนิเวศทะเลตั้งแต่ป่าชายเลนจนถึงทะเลลึก
สนามประลองคิดส์ เรียนหมากรุกไทย สากล และจีนกับครูผู้เชี่ยวชาญ

และนี่คือภาพความตื่นเต้น ที่เราอยากให้ทุกคนปักหมุดไว้ แล้วพรุ่งนี้มาพบกันที่งาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก

แล้วเจอกันวันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10:00 – 20:00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ชั้น LG ฮอลล์ 8

#SX2025 #SustainabilityExpo2025 #SufficiencyforSustainability #พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก


Tags

อาการภูมิแพ้ของลูก แทบจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกบ้านในยุคนี้ หลายคนแพ้ฝุ่น แพ้อากาศ ไอจาม มีน้ำมูกทุกวัน และอีกหลายคนมีอาการแพ้นม แพ้อาหาร ทำให้คุณแม่ๆ ต้องทุ่มเทการดูแลมากขึ้นเป็นพิเศษ

นอกจากสาเหตุจะมาจากพันธุกรรมแล้ว สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป สังคมเมืองขยายใหญ่ขึ้น พื้นที่สีเขียวของธรรมชาติน้อยลง เป็นผลให้มลพิษทางอากาศกับโรคภัยก็รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะ ฝุ่น PM2.5  ที่กระตุ้นอาการภูมิแพ้ให้หนักขึ้น

สำหรับคุณแม่น้ำนมน้อยและกังวลว่าลูกจะไม่ได้รับสารอาหารจากน้ำนมแม่ ซึ่งมีส่วนช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง เพื่อเติบโตอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย สามารถเติมโภชนาการอาหารจากนมสูตร 3 สำหรับเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไปได้เลย

ทีมแม่ ABK ขอแนะนำนมสูตร 3 ที่มี 2 แบรนด์ดังอุดมด้วยสารอาหารสำคัญต่อการพัฒนาร่างกาย สมอง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมเปิดเช็กลิสต์ เปรียบเทียบสารอาหารให้ดูกันชัดๆว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

หากคุณแม่อยากให้ลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันร่างกายที่ดี  ควรให้นมแม่อย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป และให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการอย่างครบถ้วน


Tags

ลาน เล่น เรียนรู้

มาค้นหาผองเพื่อนในบ่อทรายยักษ์ และสนุกไปกับจินตนาการในเขาวงกต

ชวนเด็ก ๆ มาสนุกกับบ่อทรายยักษ์และเขาวงกตสุดตื่นเต้น ที่ไม่ได้มีแค่ความเพลิดเพลิน แต่ยังซ่อนประโยชน์ต่อการเรียนรู้ไว้อีกมากมาย เพราะการเล่นทรายให้อะไรมากกว่าที่เราคิด ไม่ว่าจะเป็นการเสริมสร้างจินตนาการ กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ฝึกการแก้ปัญหา พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ รวมถึงช่วยสร้างการรับรู้และการทำงานประสานกันระหว่างมือกับตา (Hand-Eye Coordination) เด็ก ๆ จะได้สนุกไปกับ Sensory Play หรือการเล่นที่ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส ทั้งการสัมผัส การมองเห็น และการเคลื่อนไหว ที่ล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน  

กระบะทรายยักษ์

ที่จะชวนเด็ก ๆ ออกผจญภัยไปพร้อมกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผ่านภารกิจตามหาผองเพื่อนตัวน้อย ๆ และพาเพื่อน ๆ กลับไปยังถิ่นที่อยู่ให้ถูกต้อง ระหว่างการเล่น เด็ก ๆ จะได้ฝึกทักษะการแก้ปัญหา เสริมจินตนาการ และเรียนรู้การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กจากการขุด โกย และตักทราย พร้อมทั้งฝึกการประสานงานของมือและตาไปในตัว เรียกได้ว่าสนุกเพลิน ได้ทั้งความรู้และทักษะสำคัญที่จะช่วยเสริมพัฒนาการให้สมวัย

เขาวงกตอลเวง

ฐานกิจกรรมแสนสนุกที่จัดเต็มโดยทีมมืออาชีพ พร้อมพาเด็ก ๆ ผจญภัยไปในเส้นทางที่ทั้งท้าทายและเต็มไปด้วยเรื่องน่าตื่นเต้น ระหว่างการเล่น เด็ก ๆ จะได้ฝึกทักษะการแก้ปัญหา เรียนรู้การวางแผน ฝึกคิดอย่างเป็นระบบ และลองคิดนอกกรอบเพื่อหาทางออกที่สร้างสรรค์ไปพร้อม ๆ กัน นอกจากความสนุกแล้ว กิจกรรมนี้ยังช่วยเสริมพัฒนาการด้านความมั่นใจ การตัดสินใจ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยได้รับการออกแบบและดูแลจากทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Little Gaia และโรงเรียนแย้มสะอาด ที่ตั้งใจมอบทั้งความรู้และความเพลิดเพลินให้กับเด็ก ๆ อย่างเต็มที่

ต้องไม่พลาดกันน๊า แล้วพบกันที่งาน SX KIDS ZONE ชั้น LG Hall 8 ที่งาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน- วันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)

#amarinbabyandkids #Kidszone #SX2025 #SustainabilityExpo2025 #SufficiencyforSustainability #พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก

Tags

FAB CAFE x UNESCO “ชุดเครื่องมือการเรียนรู้ด้านความรู้เท่าทันมหาสมุทร (Ocean Literacy)”

กระบวนการออกแบบประกอบด้วย:

1. วิเคราะห์สถานการณ์ (Situation Analysis)

เราทำการศึกษาความพยายามด้าน Ocean Literacy ที่มีอยู่ในประเทศไทยจากภาคส่วนต่าง ๆ และวิเคราะห์ช่องว่างด้านเนื้อหาและแนวทางการสอนที่ยังขาดไปในระบบการศึกษา

2. ออกแบบแนวคิด (Design Strategy)

เรานำเสนอกรอบแนวคิดที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยใช้แนวเปรียบเทียบว่า “มหาสมุทรคือเพื่อนของเรา”

และแบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 3 ระยะ คือ

รู้จัก (Get to Know) → เข้าใจ (Empathize) → อยู่ร่วม (Coexist)

โมดูลที่ 1:

รู้จัก – Diving Library

ถ้ามหาสมุทรคือเพื่อนของเรา ก้าวแรกก็คือ “การทำความรู้จัก”

สื่อการเรียนรู้ Diving Library ออกแบบให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศของทะเลในแต่ละระดับความลึก เช่น ป่าชายเลน แนวปะการัง และทะเลลึก ผ่านการเล่นและการมีปฏิสัมพันธ์ โดยเน้นพื้นที่ระนอง อันดามัน เป็นพื้นที่แรก

เพื่อทำความเข้าใจว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity) มีความสำคัญต่อสุขภาพของระบบนิเวศอย่างไร

โมดูลที่ 2:

เข้าใจ – Ocean Challenge

เมื่อรู้จักกันแล้ว ขั้นต่อไปคือ “การเข้าใจซึ่งกันและกัน”

Ocean Challenge คือชุดกิจกรรมที่ช่วยให้เด็ก ๆ ได้สำรวจปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล 15 ประเด็นในพื้นที่ของตนเอง เช่น ขยะพลาสติก การทำประมงเกินขนาด หรือการพัฒนาชายฝั่ง

ครูสามารถใช้โมดูลนี้ในการจุดประกายคำถาม ฝึกการตั้งสมมติฐาน ค้นคว้า และออกแบบโซลูชันร่วมกับนักเรียน เพื่อพัฒนาต่อเป็น โครงงานจริงในชุมชน

โมดูลที่ 3:

อยู่ร่วม – Field Lab Toolkit

ขั้นสุดท้ายคือ “การเรียนรู้การอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน”

เราออกแบบ Field Lab Toolkit เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนออกไปสำรวจพื้นที่จริง เรียนรู้จากวิถีชุมชนที่อยู่ร่วมกับทะเลอย่างยั่งยืน เช่นที่จังหวัดระนอง เคยประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ แต่ชุมชนได้ร่วมกันฟื้นฟูป่าชายเลนจนกลายเป็น ผืนป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก

ความอุดมสมบูรณ์นั้นได้สร้างทั้งอาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ และ รายได้ให้กับชุมชน

ตัวอย่างกิจกรรมในชุดเครื่องมือ ได้แก่ เรียนรู้วิธีทำฟาร์มปูนิ่มแบบเปิดทะเลที่กะเปอร์ การเรียนรู้การแปรรูปเคยเป็นกะปิสูตรพิเศษที่เกาะเหลา หรือเรียนรู้การสร้างผลิตภัณฑ์จากต้นเหงือกปลาหมอทะเล ที่บ้านหงาว ซึ่งเป็นพืชสัญลักษณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนที่สมบูรณ์

โครงการนี้ช่วยให้เยาวชนเห็นภาพว่า การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นสามารถเดินไปด้วยกัน และช่วยสร้างรากฐานให้กับ คนรุ่นใหม่ ในการเป็นพลเมืองที่ตระหนักและลงมือเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืน


Tags

ส่อง 5 จุดสแตมป์ที่ SX KIDS ZONE

ชวนเด็ก ๆ ร่วมผจญภัย ตามรอยเรียนรู้ เก็บแต้ม Passport ที่ SX KIDS ZONE ในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก

เริ่มกันที่จุดแรกคุณพ่อคุณแม่อย่าลืมไปลงทะเบียนที่ SX KIDS Passport จุดลงทะเบียนรับสมุดคู่ใจ พาเด็ก ๆ ท่องไปในทุกกิจกรรมในงาน

Station1 นักสำรวจใต้ท้องทะเล

Sustainability and Whale’s Exhibition by Crystal
ดำดิ่งสู่โลกใต้น้ำและปกป้องพื้นที่สีฟ้าคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและท้องทะเล เพื่อวันหน้าที่ดีกว่าเพื่อเซฟวาฬตัวต่อ ๆ ไป

Station2 นักปรับตัวแห่งธรรมชาติ

Adaptation Adventure เรียนรู้การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต คู่กับธรรมชาติท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง “แล้วเราล่ะ จะปรับตัวอย่างไรให้โลกดีขึ้น?”

Station3 หนูทดลอง

Kids Mini Stage เวทีแห่งการทดลอง
ชวนเด็ก ๆ สนุกแบบมีสาระ ลองเรียน ลองเล่น ลองเป็น ด้วยกิจกรรมเสวนา, สาธิต และเวิร์คช้อปสนุก ปลุกแรงบันดาลใจผ่านอาชีพต่าง ๆ

Station4  นักสำรวจผืนทราย

ลาน เล่น เรียนรู้ Sandbox Mysteries
ชวนค้นหาความลึกลับในผืนทราย สนุกกับบ่อทรายยักษ์และพิชิตภารกิจร่วมกัน เสริมสร้างจินตนาการ พัฒนากล้ามเนื้อ กระตุ้นประสาทสัมผัส และสร้างความสัมพันธ์ด้วย Hand-Eye Coordination

Station5  นักแยกขยะ

เก็บกลับ-รีไซเคิล
เรียนรู้เรื่องขยะพลาสติก การแยกขยะ และการรีไซเคิล พร้อมสนุกกับเกมสร้างสรรค์ ทำความรู้จัก 3 ประเภทขยะรีไซเคิลใกล้ตัว

น้อง ๆ เก็บสแตมป์ครบทั้ง 5 Station มาแลกรับของรางวัลได้ฟรีที่จุดลงทะเบียน SX KIDS Passport ภายในเวลา 18.30 น.นะคะ😊

อย่าลืมมาพบกันที่งาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก

🗓 วันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568

📍 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ที่ Hall 8 ชั้น LG


Tags

รู้หรือไม่? เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สร้างสมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกัน ตั้งแต่ขวบปีแรก

ในยุคปัจจุบัน การผ่าคลอดเป็นอีกทางเลือกที่คุณแม่หลายคนให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเพราะสามารถกำหนดวันเวลาคลอดที่แน่นอนเพื่อความสะดวกในการเตรียมตัว หรือเพราะเหตุผลด้านสุขภาพที่จำเป็นต้องผ่าคลอดก็ตาม ซึ่งไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด การตัดสินใจย่อมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสำคัญ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคุณแม่และลูกน้อย

อย่างไรก็ตาม เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ อาจมีพัฒนาการที่แตกต่างจากเด็กที่คลอดธรรมชาติ โดยเฉพาะในเรื่องของการทำงานเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทและสมอง รวมถึงระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ในช่วงขวบปีแรกอย่างเหมาะสมกันค่ะ

ทำไม เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ ถึงแตกต่าง?

จุดเริ่มต้นที่แตกต่างกัน

ลองจินตนาการว่าการคลอดคือการเดินทางครั้งแรกของเด็กทารก สำหรับการคลอดธรรมชาติ ลูกจะเดินทางผ่านช่องคลอดของคุณแม่ ระหว่างทางก็จะได้รับ “จุลินทรีย์ตัวจิ๋ว” ที่มีประโยชน์จากช่องคลอด ซึ่งเป็นตัวช่วยแรกๆที่ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของลูก ให้ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันด่านแรกๆ ให้ร่างกาย แต่สำหรับเด็กผ่าคลอด การเดินทางนี้แตกต่างออกไป เพราะลูกจะถูกนำออกมาจากหน้าท้องคุณแม่โดยตรง ทำให้พลาดโอกาสในการรับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์นี้ไปค่ะ

ไม่ใช่แค่เรื่องภูมิคุ้มกัน แต่สมองก็ด้วย!

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ไม่ใช่แค่เรื่องภูมิคุ้มกันเท่านั้นที่แตกต่างกัน แต่ยังมีเรื่องของสมองอีกด้วย จากการศึกษาที่สหรัฐอเมริกา (Deoni 2019) ได้มีการสแกนสมองเปรียบเทียบระหว่างเด็กที่คลอดธรรมชาติกับเด็กผ่าคลอดเมื่ออายุเพียง 2 สัปดาห์ พบว่าการทำงานเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทในสมองของเด็กทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ การศึกษาดังกล่าวยังพบว่าในส่วนของสมองที่เรียกว่า คอร์ปัส คาโลซัม (Corpus Callosum) ซึ่งเป็นส่วนที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างสมองซีกซ้ายและซีกขวา การสร้างไมอีลิน (Myelin) ของเด็กผ่าคลอดก็แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วง 3 เดือนแรกไปจนถึงอายุ 3 ปี ซึ่งไมอีลินนี้เป็นเหมือนฉนวนหุ้มสายไฟที่ช่วยให้เซลล์ประสาทส่งสัญญาณได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดังนั้น การดูแลเด็กผ่าคลอดเจนใหม่จึงต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ทั้งในเรื่องของพัฒนาการสมองและการสร้างภูมิคุ้มกันไปพร้อมๆ กัน เพราะช่วงขวบปีแรกคือช่วงเวลาทองที่สมองของลูกจะพัฒนาแบบก้าวกระโดด การเริ่มต้นที่ถูกต้องและรวดเร็วจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่พัฒนาการที่ดีและศักยภาพการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมสำหรับลูกค่ะ

แม่ผ่าคลอด…ให้ลูกมีสมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกัน

แม้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ จะเริ่มต้นแตกต่างจากเด็กที่คลอดธรรมชาติ แต่คุณแม่ก็สามารถมอบสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการให้ลูกได้ค่ะ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับสารอาหารสำคัญในนมแม่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญทั้งด้านสมองและภูมิคุ้มกัน

สร้างสมองให้ไวขึ้นด้วย “แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน”

ทำไมสารอาหารในนมแม่จึงสำคัญ? นักวิทยาศาสตร์พบว่าในนมแม่มีสารอาหารสำคัญหลากหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ แอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน (Alphalac Sphingomyelin) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมอง

  1. สฟิงโกไมอีลิน: เป็นไขมันที่พบในเยื่อหุ้มเซลล์ประสาทในสมอง มีส่วนช่วยในการสร้าง ไมอีลิน (Myelin) ซึ่งเปรียบเสมือนฉนวนหุ้มสายไฟที่ช่วยให้การส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาทรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การมีไมอีลินที่สมบูรณ์จะทำให้สมองประมวลผลได้ไว ส่งผลให้ลูกเรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว (จากการศึกษาโดยใช้ MRI พบว่าเด็กที่ได้รับนมแม่มีปริมาณไมอีลินสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้รับอย่างมีนัยสำคัญ)
  2. แอลฟา-แล็คตัลบูมิน: เป็นโปรตีนคุณภาพสูงที่ช่วยสร้างสารสื่อประสาทในสมอง ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของสมองในด้านการเรียนรู้และภาษา

การทำงานร่วมกันของสารอาหารเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมให้สมองของ เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ พัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด ทั้งในเรื่องของการประมวลผลที่รวดเร็ว (FAST Processing Brain), การคิดพลิกแพลง (FLEXIBLE Brain) และการมีสมาธิ (Brain FOCUS)

เสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงด้วย “บี แล็กทิส”

นอกจากการพัฒนาสมองแล้ว สิ่งที่ เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ พลาดไปคือการได้รับจุลินทรีย์สุขภาพจากช่องคลอดแม่ในตอนคลอด แต่คุณแม่สามารถเติมเต็มส่วนนี้ได้ด้วยการให้ลูกได้รับจุลินทรีย์สุขภาพที่สำคัญอย่าง บิฟิโดแบคทีเรียม แล็กทิส (Bifidobacterium lactis หรือ B. lactis) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุลินทรีย์ที่พบมากในนมแม่ มีงานวิจัยจำนวนมากยืนยันว่าช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ 

เพื่อการเริ่มต้นที่ดีของลูกน้อย เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ สามารถเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ไม่แพ้ใคร เพียงคุณพ่อคุณแม่เริ่มต้นจากสิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือนมแม่ เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของลูกน้อย ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารกว่า 200 ชนิด รวมถึงแอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอีลิน ที่ช่วยสร้างสมองไว และจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์อย่าง บี แล็กทิส ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง การดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรกจะช่วยให้ลูกน้อยมีทั้งพัฒนาการทางสมองที่ก้าวกระโดดและร่างกายที่แข็งแรง พร้อมสำหรับทุกการเรียนรู้ เพื่อเติบโตเป็นเด็กที่มีศักยภาพและอนาคตที่สดใสค่ะ

หากคุณพ่อคุณแม่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารอาหารที่มีประโยชน์ในนมแม่ มีบทบาทต่อสุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อย สามารถเข้าชมได้ที่ S-Mom Club เว็บไซต์ https://www.s-momclub.com/  นอกจากนี้ คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถปรึกษาพูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพโภชนาการและพัฒนาการสำหรับคุณแม่และลูกน้อยตามช่วงวัย โดยทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่ ที่  S-Mom คลับผ่าคลอด

Reference

1. Deoni S.C., et al. AJNR Am J Neuroradiol. 2019 Jan;40(1): 169–177.

2. Bentley J, et al. Pediatrics. 2016; 138:1-9.

3. Polidano C, et al. Sci Rep. 2017; 7: 11483.

4. Susuki K. Nature Education. 2010;3(9):59.

5. Floch MH,et al.J Clin Gastroenterol 2015;49:S69-S73

6. สภาการศึกษา

7. National Institutes of Health (US); Biological Sciences Curriculum Study.

8. Alpha Lactalbumin – an overview | ScienceDirect Topics

9. Susuki, K. (2010) Nature Education 3(9):59Deoni S, 2012.

10. Dai X, et al, 2019.

11. Kar P, et al. Neuroimage. 2021 Aug 1:236:118084.

12. Department of Mental Health (dmh.go.th)

13. Horwood LJ et al. Arch Dis Child Neonatal Ed 2001; 84: F23-F27.

14. Generation Beta starts in 2025: 5 things to know – ABC News

15. “เด็กเจนแอลฟา” (เด็กที่เกิดตั้งแต่ปี 2010 – 2024) และเด็กเจนเบต้า (เด็กที่เกิดตั้งแต่ปี 2025-เป็นต้น ไป)

Generation Beta starts in 2025: 5 things to know – ABC News


คิเรอิคิเรอิ เปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน กับกิจกรรม “ลุย เล่น เลอะ”

คิเรอิคิเรอิ เปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน กับกิจกรรม “ลุย เล่น เลอะ” ให้เด็กๆ สนุกได้อย่างเต็มที่ เพราะความสะอาดไว้ใจให้ “คิเรอิคิเรอิ” ดูแล

การเล่น หรือทำกิจกรรม ทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะในหลากหลายด้าน แต่มักมาพร้อมความเลอะและความสกปรก ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนกังวลเรื่องเชื้อโรค การมีผู้ช่วยทำความสะอาดที่ดี ก็จะทำให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่าผิวลูกน้อยจะสะอาด และปลอดภัย ฉะนั้นหลังจากที่เด็กๆ ได้ ลุย เล่น เลอะ อย่างเต็มที่แล้ว ถึงเวลาที่จะให้ คิเรอิคิเรอิ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดูแลความสะอาดร่างกายกันเลย

คิเรอิคิเรอิ, ครีมอาบน้ำเด็ก

“ลุย เล่น เลอะ” @ ป้าจิ๊บฟาร์ม แสนสนุก อบอุ่น เติมเต็มประสบการณ์นอกบ้าน

คิเรอิคิเรอิ ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ กลุ่มดูแลสุขอนามัย เพื่อทุกคนในครอบครัว มีแนวคิดที่ว่า “ความสะอาดคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้” คิเรอิคิเรอิจึงให้ความสำคัญของการเรียนผ่านการเล่น (Play-Based Learning) เพราะ คิเรอิคิเรอิเล็งเห็นว่า การเรียนรู้ของเด็กไม่ได้เกิดเฉพาะแค่ในห้องเรียนอย่างเดียว แต่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ โดยเฉพาะเมื่อเด็ก ๆ ได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติ และสำรวจโลกอย่างอิสระ

คิเรอิคิเรอิจัดกิจกรรม “ลุย เล่น เลอะ Exclusive Event” @ ป้าจิ๊บฟาร์ม ชวนเด็ก ๆ และครอบครัวคิเรอิคิเรอิ มาร่วมเปิดประสบการณ์นอกห้องเรียน และสนุกไปด้วยกันแบบไร้กังวล ภายในงานอบอวลไปด้วยความอบอุ่น ทั้งครอบครัวพรีเซนเตอร์ คุณบีม คุณออย พี่ธีร์และน้องพีร์ พร้อมกิจกรรมมากมายที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • สัมผัสลูกเจี๊ยบ เรียนรู้การฟักไข่และเก็บไข่
  • ทำไข่เค็มกลับบ้าน
  • ทำไอศกรีมหลอด
  • ขี่ควายน้อย เรียนรู้การเพาะเลี้ยงกบนาและไส้เดือน
  • ดำนาปลูกข้าว ลุยโคลนเต็มที่
  • สไลเดอร์โคลนสุดมันส์
  • ปาร์ตี้โฟม
คิเรอิคิเรอิ, ครีมอาบน้ำเด็ก

ดูแลสุขภาพลูกช่วงปลายฝนต้นหนาวกับ คิเรอิคิเรอิ

ช่วงนี้เป็นฤดูปลายฝนถึงฤดูหนาว เป็นช่วงที่เด็ก ๆ มักป่วยง่าย คุณพ่อคุณแม่หลายคนจึงไม่กล้าปล่อยให้ลูกได้ออกไปเล่น หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกบ้าน ซึ่งอาจเป็นการปิดกั้นกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก ๆ  ความกังวลนี้จะลดลงได้หากคุณพ่อคุณแม่รู้จักวิธีดูแลสุขอนามัยของลูกให้เหมาะสม ก็จะสามารถส่งเสริมและสนับสนุนให้ลูกพร้อมเรียนรู้อย่างเต็มที่ทุกฤดูกาลแล้ว

 6 เคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลสุขอนามัยของลูก เพื่อเป็นเกราะป้องกันด่านแรกให้ปลอดภัยจากเชื้อโรครอบตัว ได้แก่

  • ล้างมือทุกครั้ง ทั้งก่อน-หลังหยิบ จับ สิ่งของ
  • ล้างมือให้ถูกวิธีด้วย 7 ขั้นตอนด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือ
  • ดูแลเล็บมือและเท้าให้สะอาด เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค
  • ทำความสะอาดร่างกายด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย
  • เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีหลังเล่น หรือกลับจากทำกิจกรรมนอกบ้าน
  • ดูแลอาหารและน้ำดื่ม ให้ถูกสุขอนามัย
คิเรอิคิเรอิ, ครีมอาบน้ำเด็ก

คิเรอิคิเรอิครีมอาบน้ำที่พ่อแม่ทุกบ้านไว้ใจ ลุย เล่น เลอะขนาดไหนก็มั่นใจได้ ครีมอาบน้ำที่ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้ถึง 99.9%* ในขณะเดียวกันยังคงความอ่อนโยนต่อผิว พร้อมช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง กลิ่นหอมละมุน ขวดเดียวใช้ได้ทั้งครอบครัว มีให้เลือกตามความต้องการถึง 3 สูตร

  • Clean & Protect : ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง สุขภาพดี
  • Healthy White : ช่วยบำรุงผิวให้สวย กระจ่างใส สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
  • Nourish & Care :ช่วยปกป้องผิวจากการระคายเคือง พร้อมกลิ่นหอมละมุน

มาร่วมสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียน ให้เด็ก ๆ ได้เล่นสนุกอย่างเต็มที่กับครีมอาบน้ำคิเรอิคิเรอิ คุณพ่อคุณแม่จึงมั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะมีพัฒนาการสมวัย พร้อมสุขอนามัยที่ดี สะอาด ปลอดภัย กับครีมอาบน้ำที่ทุกครอบครัวไว้ใจ

*ผลทดสอบในห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ASTM E2315-16 กับเชื้อ E. coli, S. aureus

คุณพ่อคุณแม่หาซื้อผลิตภัณฑ์คิเรอิคิเรอิได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านค้าทั่วไป รวมถึงช่องทางออนไลน์อย่าง Lazada, Shopee และ JD Central ให้คุณมั่นใจได้ว่ามีติดบ้านไว้สะดวกทุกเวลา

Lazada: http://bit.ly/3Jzt4Oo

Shopee: https://bit.ly/4fVJIUB

TikTok: https://bit.ly/4fZaPOn

LionShopOnline : https://bit.ly/47O3sHs


พาทัวร์ไฮไลต์ SX KIDS ZONE ยินดีต้อนรับสู่ โลกแห่งการปรับตัว

พื้นที่การเรียนรู้ สร้างสรรค์ ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด ‘Adaptation’ ปรับ เปลี่ยน แปลง เพื่อโลกที่ดีขึ้น ผ่านการ “เล่น –ทดลอง–เรียนรู้” สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ออกเดินทางพร้อม 5 คาแรกเตอร์นักกู้โลก ได้แก่ นักสำรวจใต้ท้องทะเล I นักปรับตัวแห่งธรรมชาติ I เจ้าหนูนักทดลอง I นักสำรวจผืนทราย I นักแยกขยะ ที่พร้อมนำทางทุกเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคตสร้างโลกที่ดีกว่าไปด้วยกันกับนิทรรศการสุดว้าว และกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ ได้แก่

Sustainability and Whale’s Exhibition by Crystal

คริสตัล ร่วมกับ ThaiWhales ชวนคุณมาช่วยกัน “เซฟพื้นที่สีฟ้า” เพื่อให้ทุกชีวิตในทะเลได้อยู่ต่อไปอย่างยั่งยืนและมาพบกับกิจกรรมสนุกๆ และรักษ์โลกไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ทำความรู้จักวาฬบรูด้า และอวัยวะภายใน ผ่านวาฬเป่าลม ขนาด 13 เมตร
  • เรียนรู้ว่าวาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และมีอวัยวะภายในต่างๆ เหมือนกับคน โดยเข้าไปด้านในของตัววาฬเป่าลม ที่ขนาดเท่าไซส์จริง
  • ตระหนักถึงผลกระทบของขยะต่างๆ ต่อท้องทะเล
  • ทำความเข้าใจวงจรขยะ เรียนรู้การใช้ และการทิ้งอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

Adaptation Adventures

นิทรรศการเรียนรู้ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม EP.2 เรียนรู้การปรับตัวของสัตว์น้อยใหญ่ และธรรมชาติรอบตัว ผ่านประสบการณ์แสนสนุก

ห้องที่หนึ่ง: เรียนรู้การปรับตัวของสัตว์ กับธรรมชาติ ผ่านเทคนิค Sensory Play

การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 (การมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส การดมกลิ่น และการลิ้มรส) ทดลองเคลื่อนไหว ทรงตัว สร้างประสบการณ์เสมือนจริงไปกับ 5 สัตว์นักปรับตัวคนเก่งในธรรมชาติ ได้แก่

‘อูฐ’ เท้าแบบอูฐมันดียังไงนะ มาลองเดินแบบอูฐกัน ด้วยกีบเท้ากว้าง และมีนิ้วเท้าแค่ 2 นิ้ว เวลาเดินนิ้วจะแผ่ออกช่วยกระจายน้ำหนักทำให้ไม่จม เวลาเดินบนทราย
‘หมีสีน้ำตาล’ ลองมาจำศีลแบบหมีกัน ทำไมมันจึงต้องจำศีลในที่แคบๆนานถึง 8 เดือน โดยไม่ตื่นขึ้นมากินหรือดื่มเลย
‘ตุ่นปากเป็ด’ มีผังพืดที่เท้าช่วยให้ว่ายน้ำได้ดีขึ้น มาลองมีพังผืด แบบเจ้าตุ่นปากเป็ด ดูสิว่าจะช่วยให้ว่ายน้ำดีขึ้นหรือไม่
‘หมึกสาย’ อยากรู้หรือไม่ว่าผิวของหมึกสาย เปลี่ยนสีอย่างไรได้ในพริบตา
‘เพนกวินจักรพรรดิ’ ลองมาเป็นลูกเพนกวินกัน ว่าจะเอาตัวรอดจากความหนาว -40 องศาด้วยวิธีไหน ?

ห้องที่สอง: ผจญภัยในโลกแห่งการพรางตัว

ได้เวลามาผจญภัยในป่าลึก และดำดิ่งลงสู่ใต้ทะเล ตามหาสัตว์ที่ถือเป็นเจ้าแห่งการพรางตัว ด้วย ไฟฉายวิเศษ บางตัวพรางด้วยสี บ้างปรับเปลี่ยนรูปทรงเพื่อให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อได้มากที่สุด“มาตามหาเราให้เจอนะเด็กๆ”

ห้องที่สาม: มาบอกลาโลกร้อน พร้อมรับมือยุคโลกเดือด

เมื่อสัตว์ต่าง ๆ พยายามปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ ในขณะที่ตอนนี้บ้านของพวกเขากำลังเปลี่ยนไป สัตว์หลายตัวกำลังใกล้สูญพันธุ์ไป…. เพราะโลกเดือด

มากู้โลกด้วยกัน ด้วยการฟื้นฟูธรรมชาติ หรือ Nature-based Solution ผ่านนิทรรศการที่เด็ก ๆ สามารถมีส่วนร่วมในการนำเสนอไอเดีย

และปิดท้ายด้วยกิจกรรมเวิร์คช้อปสุดสร้างสรรค์ จาก อพวช.

‘Kids Stage by หนูทดลอง’

SX ร่วมกับรายการหนูทดลอง (Little Explorers) ชวนเด็ก ๆ สนุกแบบมีสาระ ลองเรียน ลองเล่น ลองเป็น พบกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญและนักเล่าเรื่องผ่านกิจกรรมเสวนา, สาธิต และเวิร์คช้อปสนุกปลุกแรงบันดาลใจผ่านอาชีพต่าง ๆ แบบจัดเต็มตลอดทั้ง 10 วัน อาทิ

  • ทดลองเป็นนักชีววิทยารุ่นจิ๋ว ไขความลับปากของสัตว์ปีกที่ใช้ในการเอาตัวรอดในธรรมชาติผ่านกิจกรรมและการทดลองที่น่าตื่นเต้น และ ท่องไปในร่างกายสัตว์ โดย พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์
  • ทดลองเป็นนักธรรมชาติวิทยา การพรางตัวของสัตว์ทะเล โดย ดร.อารมณ์ มุจรินทร์ อพวช.
  • ทดลองเป็นนักธรณีวิทยา เปิดโลกดึกดำบรรพ์กับนักบรรพชีวิน เรียนรู้สิ่งมีชีวิตผ่านฟอสซิลจริง พาเด็ก ๆ ย้อนเวลากลับไปดูว่าประเทศไทยในยุคน้ำแข็ง โดย ภาควิชาธรณีวิทยาคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ทดลองเป็นนักคิดค้นอาหารอนาคต มาลองคิด ลองทำ และเรียนรู้ถึงอาหารสำหรับโลกในอนาคต

‘ลาน เล่น เรียนรู้’

สนุกกับบ่อทรายยักษ์ และเขาวงกต เสริมจินตนาการ พัฒนากล้ามเนื้อ กระตุ้นประสาทสัมผัส และสร้างความสัมพันธ์ด้วย Hand-Eye Coordination

กระบะทรายยักษ์ลึกลับ ชวนเด็ก ๆ เล่นทรายกิจกรรมสุดฮิตที่ควรมีในทุกบ้านร่วมผจญภัยและช่วยกันค้นหาคำตอบว่าอะไรอยู่ในทราย

เขาวงกตอลเวง กับทีมมืออาชีพที่จะมาให้ทั้งความสนุกและความรู้ ฝึกทักษะการแก้ปัญหาออกกำลังกายให้สมอง ฝึกคิดนอกกรอบ จากทีม Little Gaia

“เก็บกลับ-รีไซเคิล”

เรียนรู้เรื่องการแยกขยะและรีไซเคิล สนุกกับเกมสร้างสรรค์ ทำความรู้จัก 3 ประเภทขยะรีไซเคิลใกล้ตัว

  • กล่องลังกระดาษ – สามารถลดการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 3.14 กิโลกรัม CO2e ต่อหนึ่งกิโลกรัม
  • กระป๋องอลูมิเนียม – รีไซเคิลเป็นกระป๋องใหม่ได้ ช่วยลดการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ได้
  • พลาสติก – ขยะพลาสติกบางชนิดสามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้

และมาสคอตโชว์ ทั้งคุณธำรง และอีก 2 คาแรกเตอร์ใหม่ที่อยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักร่วมสนุกพร้อมรับของรางวัลแบบจัดเต็ม

อีกหลายกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ พบกับ Kids Market ตลาดนัดเด็กสร้างสรรค์ กว่า 18 ร้านค้ามาช้อปให้เพลินอุดหนุนสินค้า พ่อค้าแม่ค้ารุ่นจิ๋วได้ตลอดทั้งวัน
Ocean Decade ฉลาดรู้ด้านมหาสมุทรผ่านเทคโนโลยี AR/VR โดย Fab Cafe

เรียนรู้ Diving Library ออกแบบให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศของทะเลในแต่ละระดับความลึก เช่น ป่าชายเลน แนวปะการัง และทะเลลึก ผ่านการเล่นและการมีปฏิสัมพันธ์

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นสามารถเดินไปด้วยกัน และช่วยสร้างรากฐานให้กับ คนรุ่นใหม่ ในการเป็นพลเมืองที่ตระหนักและลงมือเปลี่ยนแปลงโลกอย่างยั่งยืน

สนามประลองคิดส์ เรียนหมากรุกฟรี! กับครูผู้เชี่ยวชาญพัฒนาทักษะการคิด แก้ปัญหา ให้กับเด็ก ๆ โดย

สโมสรขุนทองคำ : ฝึกฝนตั้งแต่พื้นฐาน หมากรุกไทย และหมากรุกสากล

สมาคมกีฬาหมากรุกเซี่ยงฉีแห่งประเทศไทย : ทำความรู้จัก วัฒนธรรมจีนผ่าน หมากรุกจีน

แล้วพบกันใน SX KIDS ZONE ชั้น LG Hall 8 ที่งาน Sustainability Expo 2025 (SX2025)
ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน – วันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)


Tags

Crystal X ThaiWhales Present Sustainability and Whale’s Exhibition

เพราะ “วาฬ” คือสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล คริสตัลและไทยวาฬ มาร่วมเรียนรู้และลงมืออนุรักษ์ไปด้วยกัน ผ่าน 4 กิจกรรมไฮไลท์สุดพิเศษ ที่จะพาทุกคนดื่มด่ำกับความมหัศจรรย์ของวาฬและโลกใต้ทะเล

HELLO WHALE’S WORLD

ชมภาพยนตร์สั้น จากคริสตัลร่วมกับ ThaiWhales เรียนรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ “วาฬบรูด้า” ในประเทศไทย

INSIDE THE WHALE

ร่วมสำรวจและทำมิชชั่นในตัววาฬยักษ์ใหญ่ ขนาดเท่าตัวจริง! เพื่อเรียนรู้ผลกระทบจากขยะพลาสติก ที่เป็นอันตรายต่อวาฬและท้องทะเล

SAVE BLUE SPACE

เรียนรู้การดูแล “พื้นที่สีฟ้า” แยกประเภทพลาสติก เข้าใจความสำคัญของฝาติดขวด (Tethered Caps) รู้จักวงจรการ Recycle แปลงขยะให้มีมูลค่า และสนุกไปกับเกมกิจกรรม

CREATION ZONE

ออกแบบและสร้างสรรค์วาฬในสไตล์ของตัวเอง ผ่านการระบายสี และพับ Origami วาฬตัวจิ๋ว

💙 เพราะการดูแลท้องทะเลไม่ใช่เรื่องไกลตัว
แต่คือการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับทุกชีวิตบนโลก
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงได้ที่บูธกิจกรรม

✅ เข้างานฟรี!
✨ มาร่วมค้นหาคำตอบ และปรับตัวรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไปด้วยกัน SUSTAINABILITY EXPO 2025 : พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก

🗓 วันที่ 26 กันยายน – 5 ตุลาคม 2568 เวลา 10:00 – 20:00 น.
📍 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ชั้น LG ฮอลล์ 8


Tags

Sustainability Expo 2025 (SX2025) “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” สู่ทางรอดในวิกฤตโลกรวน

กลับมาอีกครั้งกับ Sustainability Expo 2025 (SX2025) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ภายใต้แนวคิดหลักการจัดงาน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability)

จึงอยากจะชวนทุกท่านมาร่วมเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นไปด้วยกัน ผ่านคำสำคัญ 4P คือ Private Public People และ Partnership นั่นหมายถึงว่าเราต้องช่วยกันถึงจะเกิดความอยู่รอด เกิดการปรับตัว และร่วมมือ เตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความเปลี่ยนแปลงที่ท้าทายอย่างสุดขั้วที่ทั่วโลกกำลังเผชิญในยุคโลกรวนเช่นตอนนี้ มีทั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และสภาพภูมิอากาศของโลก ภายในงานได้รวบรวมเทคโนโลยี และนวัตกรรมมิติต่าง ๆ ทั้งด้านสุขภาพ อาหาร และที่อยู่อาศัย รวมถึงกิจกรรมเวิร์คช็อปที่ส่งเสริมการเรียนรู้ และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนกว่า 750 ท่าน จากทั่วโลก ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ ผ่านกิจกรรมอีกมากมายที่จะมารวมไว้ในงานนี้ที่เดียวเพื่อให้ทุกคนมาร่วมสร้างสมดุลที่ดีเพื่อโลกที่ดีกว่า

จากซ้ายไปขวา – คุณชณัฐวุฒิ วิภัยการ (ก้อง กรีน กรีน) คอนเทนต์ครีเอเตอร์และนักเล่าเรื่องสายรักษ์โลก

  • คุณ Amelia Walsh Senior Trade and Investment Commissioner and Minister – Counsellor (Commercial), Australian Trade and Investment Commission (Austrade) -ศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวง ชาครีย์ กิติยากร
    รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและคู่ความร่วมมือคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล รามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
  • คุณต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะจัดงาน SX2025 – คุณชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • คุณเจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด ในเครือ
    อมรินทร์ กรุ๊ป
  • คุณปิยะชาติ อิศรภักดี SX Co-Executive Director

นางต้องใจ ธนะชานันท์ ผู้อำนวยการคณะจัดงาน Sustainability Expo 2025 (SX 2025)
กล่าวถึงการจัดงาน Sustainability Expo ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 ที่ได้น้อมนำพระปฐมบรมราชโองการตามพระราชปณิธานการสืบสาน รักษา ต่อยอด ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรมา เป็นแนวทางการจัดงานร่วมกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs)

และอีกหนึ่งความพิเศษในปีนี้ คือการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน Enactus World Cup 2025 Presented by ThaiBev ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 50 กับนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านพลังของคนรุ่นใหม่ไปสู่การลงมือทำของผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ที่จะส่งผลกระทบในระดับโลก เรียกว่าเป็นเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติที่รวบรวมสุดยอดทีมเยาวชนกว่า 32 ประเทศ จากทั่วโลกที่จะมีเพียงหนึ่งทีมที่จะได้รับการประกาศเป็นแชมป์ Enactus World Cup 2025 ที่จัดขึ้นโดยมูลนิธิรากแก้วร่วมกับ Enactus ประเทศไทย โดยมี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนหลัก นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริงผ่าน SX IDEALAB พื้นที่ Workshop โดยผู้เชี่ยวชาญ  ที่ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้ ลงมือทำ และนำมาประยุกต์ปรับใช้ในชีวิตจริง อาทิ การนำของที่ไม่ใช้แล้วมาเพิ่มมูลค่า การเรียนรู้การแยกขยะผ่านบอร์ดเกม ซึ่งตลอดทั้ง 10 วัน ของงาน SX2025 ผู้เยี่ยมชมจะได้ร่วมสนุก และตื่นตา ตื่นใจไปพร้อมกับการเรียนรู้ที่จะปรับตัวได้แบบง่าย

10 โซนไฮไลท์ เพื่อความอยู่รอดในยุคโลกรวน มีดังนี้

1) โซน SEP INSPIRATION

พบองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืนที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จ อาทิ มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และนิทรรศการ Immersive Experience ที่ร่วมกับ National Geographic Global สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของโลก และผลกระทบที่มีต่อมวลมนุษยชาติสู่ทางออกของการอยู่รอด ที่เป็น Landmark เช็คยอดฮิตที่ทุกคนต้องไม่พลาดด้านหน้า Prologue

2) โซน BETTER ME

พบนวัตกรรมด้านสุขภาพให้คุณรู้ลึกรู้จริงเรื่อง Personalized Medicine อาหารเพื่อการฟื้นฟู การพักผ่อนที่เหมาะสมของแต่ละคน เพราะการมีสุขภาพดี ชีวิตยืนยาวคือการปรับตัวที่เริ่มต้นได้ที่ตัวเราที่จะเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต รวมไปถึงเคล็ดไม่ลับการวางแผนทางการเงินพร้อมรับมือวัยเกษียน

3) โซน BETTER LIVING

พบนวัตกรรมด้านการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้คุณได้เรียนรู้ และปรับตัวให้ทันต่อสภาพแวดล้อมบนโลกนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สัมผัสกับ 4D Theatre ห้องจำลองภัยพิบัติที่เราต้องเผชิญ พร้อมเรียนรู้เทคโนโลยี การฝึกหนีภัย น้ำท่วมฉับพลัน คลื่นความร้อน ฯลฯ และการเตรียมตัวเพื่อรับมือสู่ทางรอดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

4) โซน BETTER COMMUNITY

พบสังคมจำลองที่จะชวนคุณมาสำรวจบทบาทของจิตอาสาผ่านโมเดลธุรกิจ หรือการรวมกลุ่มอาสาสมัครเพื่อรับมือกับวิกฤติต่าง ๆ ตั้งแต่ภัยพิบัติ การดูแลผู้สูงวัย และภารกิจช่วยเหลือสังคมด้านต่าง ๆ เพราะเชื่อว่าการปรับตัวของเมืองด้วยพลังของคนอาสาจะนำไปสู่เมืองที่ยั่งยืนแห่งอนาคต

5) โซน Better World

ที่จะชวนคุณมาฮีลใจไปกับนิทรรศการศิลปะที่สร้างค่าสู่สมดุลโลกที่หลากหลาย สะท้อนมุมมองปัญหา การปรับตัว และการอยู่รอดอย่างยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม อาทิ ภาพถ่าย จิตรกรรม ประติมากรรม ผลงานศิลปะนานาชาติจากศิลปิน BAB ก่อนจะแวะมาบันทึกภาพที่ห้องภาพฉายานิติกร

6) โซน SX Food Festival

เทศกาลอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีที่ทุกคนรอคอยที่จะชวนให้ทุกคนมา “กินเพื่อรักษ์โลก” พร้อมร่วมเปลี่ยนแปลงโภชนาการง่ายๆ เพื่อสุขภาพ ไปกับเชฟคนดัง และร้านอาหารในตำนานมาให้คุณได้อิ่ม และฟินใจไปพร้อมกับการเช็คอินภาพสวยๆ ท่ามกลางบรรยากาศของแลนด์มาร์คเมืองยอดฮิตจากทั่วมุมโลกที่ยกมาไว้ที่นี่ที่เดียว

7) โซน Kids Zone

มาร่วมปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคตด้วยนิทรรศการ และกิจกรรม “ผ่านการเล่น-ทดลอง-เรียนรู้” ให้เด็ก ๆ ได้ตื่นตา ตื่นใจไปกิจกรรมความสนุก และความรู้ต่าง ๆ ที่เสริมสร้างจิตนาการ ให้น้องๆ ได้ปรับตัว เปลี่ยนแปลง เพื่อโลกไปพร้อมกับสัตว์โลก และสิ่งแวดล้อมรอบตัวผ่านนิทรรศการ ‘Adaptation Adventures’

8) โซน SX MARKETPLACE

ให้คุณเพลิดเพลินไปกับตลาดนัดสร้างสรรค์สินค้ายั่งยืน จากผู้ประกอบการตัวจริง ท่ามกลางบรรยากาศสวนกลางเมืองเอาใจสายกรีน สายคราฟ และสายช้อปผลิตภัณฑ์รักษ์โลกสุดว๊าวจากกว่า 217 ร้านค้า

9) SX REPARTMENTSTORE ที่จะชวนคุณมารวมแบ่งปันของนอกสายตา..ทิ้งแบบไหนดีต่อโลกเพื่อมอบคุณค่าให้แก่สังคม พร้อมเลือกซื้อสินค้ามือสองคุณภาพดีนำรายได้มอบให้การกุศล

10) งานสัมมนา และเครือข่ายธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (B2B) เจาะลึกแนวทางธุรกิจยั่งยืนที่จะสร้างความเชื่อมโยง และพลังความร่วมมือทุกภาคส่วนทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก เพื่อค้นหาคำตอบ และทางรอดให้กับสังคม และสิ่งแวดล้อมในยุคโลกรวน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมและติดตามกิจกรรมของ SX ได้ทาง Facebook Page : Sustainability Expo, www.sustainabilityexpo.com และแอดไลน์ @sxofficial เพื่อร่วมสนุกไปกับกิจกรรมการสะสมแต้ม ลุ้นรับรางวัลมากมาย ตลอด 10 วัน ที่จะชวนคุณมาร่วมกอบกู้โลกใบนี้ไปด้วยกันที่ Sustainability Expo 2025: “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” เพราะโลกที่ดีกว่า…เริ่มต้นได้จากเราทุกคน

#SX2025 #SustainabilityExpo2025 #SufficiencyforSustainability #พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก

Tags