สยามสามไตร สร้าง “ด” ให้เป็น “ฅ” อย่างสมบูรณ์

ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือเด็กๆ กำลังนั่งสมาธิฟังเสียงบรรยายธรรมกันอย่างเงียบสงบไม่ว่าจะเด็กเล็กหรือเด็กโต นั่นทำให้เราอดแปลกใจไม่ได้ว่า อะไรทำให้เด็กน้อยเหล่านั้นมีสมาธิได้ขนาดนี้ ขนาดที่ผู้ใหญ่บางคนยังไม่สามารถทำได้… สุดท้ายเราก็ได้คำตอบและอยากพาคุณพ่อคุณแม่ไปฟังพร้อมๆ กันค่ะ

           

กว่า 30 ปีที่ผ่านมา

จากอนุบาลหนูน้อยในปี 2523 โดยการก่อตั้งของศาสตราจารย์นายแพทย์อุดม – คุณหญิงมัทนี โปษะกฤษณะ และมีอาจารย์อนินทิตา โปษะกฤษณะ เป็นผู้รับใบอนุญาต เริ่มแรกมีการจัดการเรียนการสอนตามแนวทางของโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการเรียนรู้แบบอิสราเอล มุ่งเน้นพัฒนาให้เด็กมีความสามารถเก่งคิดเก่งทำ จนกระทั่งในปี 2539 โรงเรียนได้เริ่มนำแนวทาง “มาพัฒนาคนกันใหม่” จากท่านเจ้าคุณอาจารย์พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต) มาใช้ มีการนำธรรมะมาปฏิบัติจริงเพื่อพัฒนาเด็กทั้งพฤติกรรม จิตใจ ปัญญา ปลูกฝังให้เป็นคนดีนำความเก่ง และเมื่อปี 2542 โรงเรียนอนุบาลหนูน้อยก็ได้เข้าสู่ “ระบบการศึกษาแนวพุทธ” อย่างเต็มรูปแบบ จนถึงปัจจุบันโรงเรียนได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สยามสามไตร” เปิดสอนในระดับเด็กเล็ก อนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น

 

IMG_3439

ปฏิบัติตามวิถี

สยามสามไตรเป็นโรงเรียนแนวพุทธที่มีการวางรากฐาน 3 วิถีไว้ชัดเจน คือ วิถีไทย วิถีธรรมชาติ และวิถีพุทธ

– วิถีไทย

เพราะกระแสค่านิยมตะวันตกกำลังมาแรง จนหลายครอบครัวไม่อาจต้านทานกระแสได้ ทางโรงเรียนจึงมีการปลูกฝังให้เด็กๆ ฝืนกระแสโลก มีภูมิคุ้มกันในตัวเอง ไม่ลืมความเป็นไทย ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม มารยาท ซึ่งนอกจากเด็กๆ จะต้องแต่งชุดไทยทุกวันพฤหัสบดีแล้ว ในวันสำคัญต่างๆ ทางโรงเรียนยังมีการจัดกิจกรรมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และซึมซับที่มาที่ไปในรากเหง้าของตัวเอง

– วิถีธรรมชาติ

ปลูกฝังให้เด็กเป็นผู้อนุรักษ์ไม่ทำลาย และเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติอย่างกลมกลืน สำหรับเด็กเล็กก็ดูนกดูต้นไม้ศึกษาธรรมชาติในโรงเรียนกันก่อน ส่วนเด็กโตหน่อยทางโรงเรียนก็จัดค่ายธรรมชาติให้ออกไปทัศนศึกษากันทุกปี นอกจากนี้ยังมีชมรมรสนิยมธรรมชาติที่จัดทริปถึง 4 ครั้งต่อปีให้เด็กๆ จูงมือคุณพ่อคุณแม่ไปศึกษาธรรมชาติกันทั้งครอบครัว

– วิถีพุทธ

สอดแทรกการปฏิบัติในกิจวัตรประจำวันของเด็กๆ เช่น การสวดมนต์ตอนเช้า และการทำสมาธิระหว่างวันหรือวิทิสาสมาธิ ที่เมื่อเสียงสัญญาณดังขึ้น ทั้งเด็กเล็ก เด็กโต ครู ผู้ปกครอง ทุกคนในโรงเรียนต้องหยุดกิจกรรมที่ตัวเองทำอยู่เพื่อสวดมนต์และทำสมาธิพร้อมๆ กัน วันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที เพื่อเรียกสติและสมาธิกลับมา นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังมีการใส่บาตร ฟังธรรม ช่วงเช้าก่อนเข้าเรียนให้เด็กๆ และผู้ปกครองได้ร่วมปฏิบัติกันทุกวันพระ และกิจกรรมปฏิบัติธรรมสำหรับผู้ปกครอง เด็ก และคุณครู ในทุกๆ ปี

 

IMG_3592

ลงมือทำจริง

การเรียนรู้ตามช่วงวัยเป็นเรื่องสำคัญ เด็กเล็กที่นี่ยังไม่เน้นเรื่องเขียนอ่าน แต่จะส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายอย่างเต็มที่ เน้นกิจกรรมกลางแจ้งให้เด็กๆ ได้คลาน คืบ ปีนป่าย ก้าวข้าม เป็นการพัฒนาทั้งร่างกายและสมองสองซีกไปพร้อมๆ กัน นอกจากนี้เด็กๆ ยังได้เรียนรู้ภาษาผ่านเกมและนิทาน ทำให้ค่อยๆ สะสมคลังคำไปในตัว ส่วนเด็กโตจะต้องลงมือทำกิจกรรมจริง โดยการเรียนรู้นอกห้องเรียน เช่น วิชาธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ ที่นอกจากต้องศึกษาธรรมชาติของจริงแล้ว ยังต้องรวบรวมความรู้เพื่อจัดแสดงนิทรรศการในโรงเรียนอีกด้วย

 

           

Information

โรงเรียนสยามสามไตร โทร. 0-2311-0134 www.siamsaamtri.ac.th

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการ

เลิกนมมื้อดึก

เลิกนมมื้อดึก และฝึกหลับยาว สำหรับลูกน้อยวัยเด็กเล็ก

Q: ลูกชายอายุย่างสองขวบแล้วค่ะ คุณแม่ควร เลิกนมมื้อดึก หรือเปล่า และนมมื้อดึกจะส่งผลให้ฟันผุหรือเปล่าคะ

เด็กอายุหนึ่งขวบขึ้นไป ควรได้รับการฝึกให้นอนหลับยาวโดยไม่ตื่นขึ้นมาดูดนมกลางดึก เพราะการกินนมตอนกลางคืนจะทำให้ฟันผุง่าย (คราบนมตกค้างในปากจะถูกแบคทีเรียในปากย่อยจนเกิดสารที่ทำให้ฟันผุกร่อน) และเด็กวัยนี้ก็มีฟันขึ้นหลายซี่แล้ว หากลูกกินนมผง คุณแม่ควรฝึกให้เลิกกินนมตอนกลางคืนได้แล้วค่ะ ให้ลูกกินข้าว 3 มื้อ ส่วนนมควรให้กิน 20-28 ออนซ์ต่อวัน โดยเฉลี่ย 24 ออนซ์ต่อวัน แบ่งให้กิน 3-4 ครั้ง แล้วแปรงฟันหรือเช็ดปากให้สะอาดก่อนเข้านอน การกินนมแล้วหลับไปพร้อมขวดคาปากหรือให้น้ำตามเพียงเล็กน้อย รวมถึงการตื่นกลางดึกแล้วกินนมเพื่อทำให้หลับต่อได้ จะทำให้มีปัญหาฟันผุ ลูกได้รับนมมากเกินไป เป็นโรคอ้วน หรือเกิดปัญหากินข้าวมื้อเช้าได้น้อย

เลิกนมมื้อดึก หลับยาว ตื่นกลางดึกนมส่วนเกินทำให้เป็นโรคอ้วน และเป็นการสร้างทัศนคติเกี่ยวกับการกินแบบผิดๆ คือ ไม่ใช่กินเพื่อดำรงชีวิต แต่เพื่อตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ (สุขก็กิน ทุกข์ก็กิน จนอ้‰วน) และยังเป็นเหตุที่ทำให้ลูกต้องใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเพื่อรองรับปัสสาวะจำนวนมากเพราะไม่อาจกลั้นฉี่ได้จนถึงเช้า หรือต้องตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำคืนละหลายๆ ครั้ง ทำให้การนอนของลูกและคุณแม่ถูกรบกวนโดยไม่จำเป็น

ดังนั้น หากลูกกินข้าวและนมในปริมาณที่เหมาะสมแล้วในช่วงระหว่างวัน การที่ลูกตื่นตอนกลางคืนแล้วเรียกหานม ก็ไม่ได้แสดงว่าเขาหิว แต่เป็นเพราะเคยชินกับการดูดนมเพื่อกล่อมให้หลับ และไม่เคยถูกฝึกให้หลับด้วยตัวเอง แต่คุณแม่ยังไม่ต้องท้อใจ เพราะเราฝึกลูกได้หลายวิธีค่ะ

อ่านต่อ “ลูกกินนมแม่ ต้องเลิกนมมื้อดึกไหม?” คลิกหน้า 2

banner300x250

จินตนาการสำคัญ…ขนาดนี้…

Q. มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องจินตนาการครับ ผมรู้ว่าจินตนาการสำคัญและเป็นเรื่องที่ส่งเสริมกันมากโดยเฉพาะในยุคสมัยนี้ แต่ผมก็ยังเห็นว่า จินตนาการเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอยู่ดี ผมยังมองไม่ค่อยออกว่าจะมีผลกับชีวิตในอนาคตมากขนาดไหน

  • ผมมีลูก 2 คน 5 ขวบ กับ 3 ขวบครับ เขาจะเล่นสมมติ จินตนาการอะไรเราไม่ไปห้ามในส่วนนั้น แต่เขาก็ซน จะทำหรือเล่นอะไรให้ผาดโผน วุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ ต้องห้ามกันไม่ใช่หรือครับ คนรอบๆ ตัวผมทั้งเตือน แนะนำ ต่อว่าอยู่บ่อยๆ ว่าผมไม่ควรทำอย่างนั้น
  • การห้ามบ่อยๆ มีผลถึงกับปิดกั้นจินตนาการเลยหรือครับ ถึงไม่ห้ามตรงๆ ผมก็คิดว่าอาจมีคำพูดหรือการกระทำอื่นที่ให้ผลเหมือนการบอกห้าม โดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัวอยู่ดี ใช่หรือไม่ครับ

 

ผมเชื่อว่าเราแปลคำว่า “จินตนาการ” ไม่ตรงกันหรอกครับ   เราในที่นี้หมายถึงสังคมไทยทั้งหมด

ข้ามคำแปลมาที่คำถามแรก “เขาจะเล่นสมมติ จินตนาการอะไรเราก็ไม่ไปห้ามในส่วนนั้น แต่เขาก็ซน จะทำหรือเล่นอะไรก็ให้ผาดโผน วุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ เลยต้องหยุด ต้องห้ามกัน หลายครั้งก็มีคำเตือน แนะนำ ต่อว่า ไม่ควรทำอย่างนั้น”  อันนี้ขอตอบว่า “การเล่นสมมติ” เป็นเรื่องดีที่สุดเรื่องหนึ่งของพัฒนาการเด็ก การเล่นสมมติทำให้เกิดผลต่อสมอง 2 ข้อครับ

หนึ่งคือช่วยให้พัฒนาการทางภาษารุดหน้า ผมอยากเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่นั่งลงกับพื้นชวนลูกเล็กเล่นทำกับข้าวหรือเล่นเป็นคุณหมอด้วยมือเปล่า หรือหยิบฉวยวัสดุรอบตัวมาสมมติเป็นอุปกรณ์ครัวหรืออุปกรณ์ของคุณหมอนั่นนี่ไปเรื่อยๆ ผมรับประกันว่าท่านจะสนุกมาก ลูกจะสนุกที่สุด และภายในไม่กี่เดือนเขาจะพูดคำศัพท์ใหม่ๆ ที่คุณตะลึง

ตอนที่เราลงนั่งเล่นสมมติ เราต่างหากที่ต้องมีจินตนาการ มิเช่นนั้นเราเองจะไม่สนุกและเลิกเล่น แต่ลูกนั้นพร้อมเต็มร้อยที่จะตามเราไปไหนๆ หากผมหยิบเศษไม้สักชิ้นมาแล้วว่าเป็นเข็มฉีดยา ไม้นั่นคือเข็มฉีดยาทั้งในสมองและในใจของเขา โดยทั่วไปผมไม่จำเป็นต้องใช้เข็มฉีดยาพลาสติกมาเล่นก็ได้แต่ใครจะใช้ก็ไม่ผิดกติกา

 

ผลต่อสมองข้อสอง คือสมองเกิดการเชื่อมโยงของข่ายใยประสาทจำนวนมากมาย เป็นร่างแหและวงจรประสาทที่จะช่วยให้ลูกของเรากลายเป็นคนที่สามารถคิดนอกกรอบได้ง่ายกว่า และกลายเป็นนักแก้ปัญหาแม้ว่าปัญหานั้นจะแก้ไม่ได้

ร่างแหและวงจรประสาทที่มากมายซับซ้อนในสมองของเขาเปรียบเสมือนตรอกซอกซอยในเมืองใหญ่ เวลาเราพบทางตันเราหลบซ้ายขวาไปถึงจุดหมายจนได้อย่างไร ลูกของเราก็จะสามารถหลบหลีก พลิกแพลง และค้นหาทางเลือกของชีวิตได้เสมอๆ

การเล่นสมมติยังมีประโยชน์ต่อการพัฒนาจิตใจมากมาย   ที่มากที่สุดคือทำให้เขาเรียนรู้ว่าตนเองสามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้มากมายด้วยการคิดนอกกรอบ   แน่นอนว่าตอนนี้ทำได้สารพัดเพราะเป็นการเล่นสมมติ   แต่ลองเชื่อเสียแล้วว่าตนเองเก่งขนาดนั้น   อะไรที่เป็นอุปสรรคในภายภาคหน้าก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรง

การเล่นสมมติต้องการเสรีภาพ ไม่มีเสรีภาพจะสมมติอะไรกันออกได้เล่า เมื่อมีเสรีภาพเสียแล้วย่อมเป็นธรรมดาที่เด็กทุกคนจะสนุกจนเกินเลย ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราต้องคอยดูแล สั่งสอน วางกติกา และมีข้อห้ามบางประการ เหล่านี้เป็น “หน้าที่” ของผู้ใหญ่   อยากได้ลูกฉลาดเราก็ต้องลงแรงไปเล่นด้วย เล่นแล้วก็ต้องเหนื่อยยากคอยดูแลคอยห้ามปราม แต่ถ้าไม่อยากได้ลูกฉลาด อยากให้ลูกไม่ซนอยู่นิ่งๆ ไม่ผาดโผน ก็สอนเขาเล่นเกมคอมพิวเตอร์ เขาก็จะอยู่นิ่งๆ ได้หลายชั่วโมง ผู้ใหญ่ก็สบายดี สรุปในขั้นต้นนี้ว่าอยากได้ของดีก็ต้องลงทุน

 

คำถามถัดมา “การห้ามบ่อยๆ มีผลถึงกับปิดกั้นจินตนาการเลยหรือครับ ถึงไม่ห้ามตรงๆ แต่ก็คิดว่าอาจมีคำพูดหรือการกระทำอื่นที่ให้ผลเหมือนการบอกห้าม โดยที่พ่อแม่ไม่รู้ตัวใช่หรือไม่ครับ”

ใช่ครับ การห้ามบ่อยๆ ย่อมปิดกั้นเสรีภาพในการเล่น ดังนั้นเราก็ควรมีข้อห้ามที่น้อยที่สุด อะไรปล่อยได้รอได้เราเสียสละนั่งเฝ้าดูเขา ได้ก็ควรปล่อย เขาจะพัฒนาไปข้างหน้าอย่างสนุกสนาน เร็ว และนอกกรอบ

เช่นกันถ้าไม่อยากเหนื่อยยากกับการต้องมานั่งคอยห้ามหรือนั่งเฝ้าระวัง ก็ซื้อเกมคอมพิวเตอร์ให้เขาเล่นเขาก็จะนิ่งจนเราไม่ต้องห้ามอะไรเลย นอกจากห้ามเล่นนานเกินไป

 

กลับไปที่ข้อความ “ผมยังมองไม่ค่อยออกว่าจะมีผลกับชีวิตในอนาคตมากขนาดไหน” เรื่องนี้ผมยืนยันกับคุณพ่อได้ว่าการคิดนอกกรอบได้จึงจะนำไปสู่จินตนาการ การคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม เด็กที่คิดนอกกรอบไม่เป็นเลยจะพบปัญหาในอนาคตว่าตนเองไร้จินตนาการ ไม่สามารถสร้างงาน และไม่มีนวัตกรรม ซึ่งไม่เป็นผลดี

ศตวรรษที่ผ่านมาเป็นยุคอุตสาหกรรม   เรารู้เท่าที่รู้แล้วทำงานตรงหน้าให้เสร็จก็พอ แต่ศตวรรษนี้เป็นยุคข้อมูลข่าวสาร ลูกของเราไม่สามารถรู้เท่าที่รู้   เขาต้องมีทักษะที่จะเสพข้อมูลมหาศาล ประเมินและคิดวิเคราะห์   แล้วสร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมใหม่สำหรับงานตรงหน้า   จะไม่มีงานอะไรที่อยู่นิ่งๆ ให้ลูกของเราทำง่ายๆ อีกต่อไปครับ

 

บทความโดย: นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์ แผนกจิตเวช โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

มิกซ์กรีนสเปรด (1 ขวบ+)

“ถ้ามีสเปรดทำง่าย อร่อย อุดมไปด้วยสารอาหาร ทานคู่กับขนมปังโฮลวีทในตอนเช้า
เชื่อสิ ทั้งคุณและลูกน้อยของคุณก็อารมณ์ดีไปทั้งวันแล้ว”

 สำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป

 

เตรียม 5 นาที ปรุง 10 นาที

ส่วนผสม สำหรับ 2-3 ที่

  1. ถั่วแระญี่ปุ่นหรือถั่วลันเตา  1/3  ถ้วย
  2. ผักโขมลวกสุก  ½  ถ้วย
  3. บร็อกโคลีต้มสุก  ½  ถ้วย
  4. ปลากระพงหั่นชิ้นเล็ก  1/3  ถ้วย
  5. หอมใหญ่หั่นชิ้นเล็ก  ¼  ถ้วย
  6. เนยสดรสเค็ม  2  ช้อนโต๊ะ
  7. ครีมชีสฟีลาเดลเฟีย  100  กรัม
  8. เกลือป่นเล็กน้อย (ไม่ใส่ก็ได้)
  9. ขนมปังโฮลวีท สำหรับเสิร์ฟคู่กัน

 

 

วิธีทำ

  1. ตั้งเนยด้วยไฟกลาง รอให้ร้อน ใส่หอมใหญ่ลงผัดให้หอม ใส่เนื้อปลาลงผัดให้สุก ตามด้วยถั่วแระ ผักโขม และบร็อกโคลี ผัดทุกอย่างให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือแล้วปิดเตา
  2. ปั่นส่วนผสมทั้งหมดกับครีมชีสให้เข้ากัน เสร็จแล้วตักใส่ถ้วย เสิร์ฟคู่กับขนมปังโฮลวีท

 

 

♥ Cooking Tip ♥

เปลี่ยนจากเนื้อปลาเป็นสันในไก่ได้ หรือถ้ากินมังสวิรัติก็เปลี่ยนเป็นเห็ดฟางหรือเห็ดออรินจิครึ่งถ้วยแทนได้

 

บทความและภาพโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

เยลลี่กีวี่แอปเปิ้ล (1 ขวบ+)

“ครั้งแรกกับการได้แสดงฝีมือแม่ครัวตัวน้อยกับอาหารแสนสนุก ที่เด็กๆ ทุกคนไม่ควรพลาด”

 สำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป

 

เตรียม 5 นาที ปรุง 10 นาที แช่เย็น 1-2 ชั่วโมง

ส่วนผสม สำหรับ 3-4 ที่

  1. กีวีค่อนข้างสุก  3  ผล
  2. น้ำแอปเปิ้ล  2  ถ้วย
  3. ผงวุ้น  2  ช้อนชา  (ละลายกับน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ)
  4. เจลาตินชนิดแผ่น  2  แผ่นใหญ่

 

วิธีทำ

  1. แบ่งกีวีออกมา 2 ผล ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก พักไว้สำหรับใส่พิมพ์
  2. หั่นกีวี 1 ผล ที่เหลือเป็นซีกตามยาว หั่นตรงแกนกลางที่มีเม็ดสีดำออก แล้วนำไปปั่นรวมกับน้ำแอปเปิ้ล ระหว่างนี้แช่เจลาตินในน้ำเย็นให้นุ่ม เตรียมไว้
  3. นำไปตั้งไฟรอให้ร้อน ใส่เจลาติน (บีบน้ำออกแล้ว) ตามด้วยผงวุ้นละลายน้ำ คนให้ละลายเข้ากันดี ปิดเตา พักไว้ให้พออุ่น
  4. ใส่กีวีหั่นแล้ว 2-3 ชิ้นต่อ 1 พิมพ์เล็ก แล้วเทส่วนผสมเยลลี่ลงไปให้เต็มพิมพ์ พักไว้ให้หายร้อน แล้วนำไปแช่เย็นให้เซ็ทตัวดี

 

♥ Cooking Tip ♥

  • น้ำแอ๊ปเปิ้ลที่ใช้เป็นชนิดกล่องซึ่งมีรสหวานอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องใส่น้ำตาลเพิ่ม
  • สามารถเพิ่มแอ๊ปเปิ้ลเขียวหั่นเป็นชิ้นเล็กลงในเยลลี่ได้

 

บทความและภาพโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ดิปโยเกิร์ตอะโวคาโด (2 ขวบ+)

“วิธีทำง่ายถูกใจคุณแม่ รสชาติอร่อยถูกใจลูกน้อย นับเป็นมื้อว่างที่ให้คุณค่าอาหารครบถ้วนไม่แพ้มื้อหลักเลยทีเดียว”

สำหรับเด็กวัย 2 ขวบขึ้นไป

 

เตรียม 2 นาที ปรุง 5 นาที

ส่วนผสม สำหรับ 2 ที่

  1. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ  ½  กระปุก
  2. ซาวครีม  ½  กระปุก
  3. อะโวคาโดสุกเต็มที่ หั่นชิ้นใหญ่  1  ผล
  4. ขนมปังขาไก่ แครอท หรือเซเลอรี่ หั่นแท่งยาว

 

วิธีทำ

ปั่นโยเกิร์ต ซาวครีม และอะโวคาโดให้เข้ากัน จัดเสิร์ฟคู่กับขนมปังขาไก่ แครอท และเซเลอรี่

 

 

♥ Cooking Tip ♥

เปลี่ยนจากอะโวคาโดเป็นถั่วลันเตาหรือถั่วแระญี่ปุ่นได้

 

บทความและภาพโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

Eatery อีทเทอรี่

ร้านน่ารักที่ดึงดูดทั้งเด็กๆและผู้ใหญ่ให้หลุดเข้าไปในโลกเทพนิยาย ใครอยากเป็นพระราชา พระราชินีก็เลือกเก้าอี้กันได้ แถมยังมีเจ้าตุ๊กตาหมีตัวเล็กตัวใหญ่วางเรียงรายให้หยิบเล่นแอคท่าได้ตามใจ นี่แค่เดินเข้าร้านก็รู้สึกสนุกแล้ว ร้านนี้เอาใจทุกคนในบ้านเพราะมีอาหารหลากหลายสัญชาติให้เลือกกว่า 130 เมนู ทั้งไทย ฝรั่ง จีน รสชาติแบบต้นตำรับแท้ๆ ที่สำคัญมีเมนูสำหรับเด็กโดยเฉพาะด้วยนะ

IMG_2037

เมนูที่ไม่อยากให้พลาด ยำปลาทูฟู 220 บาท ปลาทูฟูทอดกรอบกินคู่กับยำมะม่วงรสชาติจัดจ้านถึงใจ ถ้าอยากได้เมนูอินเตอร์หน่อยก็ต้อง ซี่โครงหมูย่างอบน้ำผึ้ง 280 บาท ซี่โครงหมูชิ้นใหญ่อบน้ำผึ้งจนเนื้อนุ่มหวาน สุดท้าย มักกะโรนีซุปน่องไก่ 120 บาท เมนูสำหรับเจ้าตัวเล็ก ชามนี้ได้รสหวานกลมกล่อมจากวัตถุดิบคุณภาพดี ส่วนของหวานใครอยากจัดหนัก นี่เลย ครัวซองสปลิท 120 บาท ครัวซองชิ้นโตสอดไส้ไอศกรีมวานิลลากินคู่กับกล้วยหอมราดซอสช็อกโกแลตและวิปครีม แต่ถ้าขอเมนูเบาๆ ก็ต้อง พันนาคอตต้า 120 บาท พันนาคอตต้าเนื้อนุ่มรสชาติหวานมันกำลังดีท็อปด้วยซอสสตอว์เบอร์รี่และบลูเบอร์รี่ เสิร์ฟคู่กัน 2 ถ้วย อิ่มกำลังดี

อ้อ…ถ้าใครมาเป็นครอบครัวใหญ่ ทางร้านก็มีห้องวีไอพี (8-12 คน) ให้เลือกใช้บริการ หรือถ้าอยากจัดงานปาร์ตี้ให้เด็กๆ บอกเลย Eatery จัดให้!!

ที่ตั้ง : ชั้น G ห้างสรรพสินค้า Plearnary Mall วัชรพล เวลาเปิด-ปิด 10.00 – 22.00 น. โทร. 02 136 8004, 091 770 5833 Instagram :  EateryPlearnary

 

บทความโดย กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ไข่ตุ๋นสีเขียว (10 เดือน+)

“น้ำซุปจากน้ำปั่นผักโขม ทำให้มีสีเขียวสวยแปลกตาและน่าตื่นเต้นสำหรับเด็กๆ”

 สำหรับเบบี๋วัย 10 เดือนขึ้นไป

 

เตรียม 10 นาที ปรุง 15 นาที

ส่วนผสม สำหรับ 1 ที่

  1. ไข่ไก่  1  ฟอง
  2. ไก่บด  2  ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำซุปไก่หรือน้ำซุปผัก  ½  ถ้วย
  4. ผักโขมลวกหั่นชิ้นเล็ก  ¼  ถ้วย
  5. เนยสดชนิดเค็ม  1  ช้อนชา
  6. แครอทหั่นชิ้นตามชอบต้มสุก สำหรับตกแต่ง

 

วิธีทำ

  1. ปั่นน้ำซุปกับผักโขมพอหยาบ เสร็จแล้วกรองแยกผักโขมกับน้ำออกจากกัน พักไว้
  2. ตั้งกระทะไฟกลาง ใส่เนยลงไปรอให้ร้อน ใส่ผักโขมในข้อแรกและไก่บดลงผัดให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยทนความร้อน (เหลือไว้เล็กน้อยสำหรับตกแต่ง) พักไว้
  3. ตีไข่ให้เนื้อเนียน ใส่น้ำซุปผักในข้อแรกลงคนให้เข้ากัน เทผ่านกระชอน แล้วเทใส่ถ้วยในข้อ 2
  4. นำไปนึ่งไฟอ่อนประมาณ 15 นาที หรือจนกระทั่งสุก ยกออกจากเตา ตกแต่งด้วยผักโขมผัดเนยและแครอท

 

♥ Cooking Tip ♥

ตกแต่งด้วยเนื้อไก่ต้มสุกหั่นชิ้นเล็กแทนได้

 

บทความและภาพโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

mejico เมฮิโก้

อาหารเม็กซิกัน ไม่ได้มีดีแค่ ทาโก้ เท่านั้นนะ ยังมีเมนูอร่อยๆรอให้เราไปลองชิมอีกตั้งเยอะ กับ เมฮิโก้ ร้านโมเดิร์นเม็กซิกันสุดชิค ส่งตรงจากประเทศออสเตรเลีย ที่ขอเท่ไล่มาตั้งแต่โลโก้ร้าน การตกแต่ง รสชาติ ไปจนถึงวิธีการเสิร์ฟ ถ้าใครได้เข้ามาในร้านคงงงว่า ครกและสากที่ตั้งอยู่มีไว้เพื่ออะไร เด็กคนไหนเข้ามามียกตำกันลั่นร้านแน่ ของประดับตกแต่งมีไว้สำหรับเมนู กัวลาโมเล่ (Guacamole) เท่านั้นค่ะ พนักงานจะนำส่วนผสมต่างๆลงไปในครกและตำเสิร์ฟเดี๋ยวนั้นเลย (ราคา 235 บาท)

 

IMG_2018

ส่วนของว่างอีกจานที่ต้องสั่ง ข้าวโพดสไตล์เม็กซิกัน (Corn Lollipops Street Style) (135 บาท) ปลาหมึกชุบแป้งทอด (Chilli-Lime Calamari Rings) 185 บาท จบอาหารจานเล่นๆไปแล้ว มาเอาจริงกันดีกว่าค่ะ กับ เนื้อส่วนซี่โครงรสบาร์บีคิว (Beef Short Rib) 695 บาท และหมูสามชั้นอบ (Twice Cooked Pork Belly) ราคา 275 บาท ตบท้ายด้วยของหวาน อย่าง ชูโรโดนัท ฟองดู (Churros Fondue) 185 บาท เครื่องดื่มของที่นี่ก็เว้นวรรคไว้ไม่ได้เลย เพราะอุดมไปด้วยเตกีล่าที่ทำจาก อากาเว่ 100% เราจะเลือกจิบค็อกเทลขายดี อย่าง Mejico Signature Margarita ก็ได้ แต่ถ้าอยากสั่งมาให้เด็กๆได้ดื่มกันด้วย แนะนำ พวกน้ำลิ้นจี่ผสมเม็ดแมงลัก สดชื่นแบบฟรุ๊ตตี้ๆไม่ซ้ำใคร

 

 ที่ตั้ง : ชั้น 2 Groove@Centralworld เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-24.00 น. โทร.0 2252 6660 www.mejico.asia

 

บทความโดย กองบรรณาธิการเรียลพาเรนติ้ง

สามสหายมะพร้าวอ่อนใบเตย (8 เดือน+)

“กล้วย เผือก และฟักทองหั่น นึ่งสุกจนนิ่ม ต้มในน้ำมะพร้าวอ่อน ใบเตย และเนื้อมะพร้าวอ่อน ใส่น้ำตาลเล็กน้อย”

สำหรับเบบี๋วัย 8 เดือนขึ้นไป

 

เวลาปรุง 30 นาที

ส่วนผสม สำหรับ 2 – 3 ที่

  1. กล้วยน้ำว้านึ่งสุกหั่นเต๋า  1/2  ถ้วย
  2. เผือกนึ่งสุกหั่นเต๋า  1/3  ถ้วย
  3. ฟักทองนึ่งสุกหั่นเต๋า  1/3  ถ้วย
  4. มะพร้าวอ่อน  1/2  ถ้วย
  5. น้ำมะพร้าวอ่อน  2  ถ้วย
  6. ใบเตย  2  ใบ
  7. น้ำตาลทราย  1  ช้อนโต๊ะ

 

วิธีทำ

  1. นำน้ำมะพร้าวอ่อนใส่ใบเตยตั้งไฟปานกลางจนเดือดหอม ตักใบเตยออกทิ้ง
  2. ใส่น้ำตาลทรายคนจนละลาย
  3. ใส่กล้วย เผือก ฟักทอง มะพร้าวอ่อน เคี่ยวไฟอ่อนสักครู่ ตักใส่ชามกินตอนอุ่นๆ

 

♥ Cooking Tip ♥

  • กล้วย เผือก และฟักทองนึ่งพอสุก อย่าให้เละ จากนั้นนำมาปอกเปลือกแล้วจึงหั่น กล้วยจะมีเนื้อผิวเรียบเป็นสีชมพูน่ากิน
  • น้ำมะพร้าวเป็นน้ำผลไม้ที่ดีที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะมีแร่ธาตุสำคัญต่อร่างกาย ได้แก่ โปรตีน น้ำตาล แคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และไขมันที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย

 

บทความและภาพโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

แกงบวดฟักทองหรรษา (6 เดือน+)

อาหารบดมักเป็นอาหารแข็งประเภทแรกที่ลูกกิน ดังนั้นเราต้องเลือกสารอาหารในรูปแบบของผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ … อย่าง ฟักทอง ที่มีเนื้อส้มชวนรับประทาน อุดมไปด้วยสารแคโรทีนอยด์ที่ช่วยพัฒนาระบบการมองเห็นและต้านอนุมูลอิสระ อีกทั้งยังมีเส้นใย วิตามินซี และสังกะสีสูงอีกด้วย ฟักทองช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและรักษากระดูกและฟันให้แข็งแรง เรามีจึงสูตรอาหารที่จะเปลี่ยนฟักทองที่แสนจะธรรมดาให้กลายเป็นอาหารเด็กโฮมเมดที่รับรองว่าลูกคุณจะติดใจ

“ฟักทองนึ่งสุกบดจนเนียน ใส่น้ำกะทิและน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวจนเข้ากันหอมกรุ่นใส่ชามหยอดด้วยกะทิและงาดำคั่วบด”

สำหรับเบบี๋วัย 6 เดือนขึ้นไป

เวลาปรุง 30 นาที

ส่วนผสม สำหรับ 2 – 3 ที่

  1. ฟักทองนึ่งบด  1  ถ้วย
  2. หางกะทิ  1  ถ้วย
  3. หัวกะทิ  2  ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำตาลมะพร้าว  1  ช้อนโต๊ะ
  5. เกลือเล็กน้อย
  6. งาดำคั่วบดละเอียดสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

  1. นำหางกะทิตั้งไฟอ่อนพอเดือด อย่าให้แตกมัน
  2. ใส่น้ำตาลมะพร้าว เกลือ แล้วคนจนละลาย
  3. ใส่ฟักทองบดลงไป คนให้เข้ากันจนเนียน พักไว้
  4. นำหัวกะทิมาใส่หม้อตั้งไฟอ่อน จนร้อนสุกแต่อย่าให้แตกมัน ใส่เกลือเล็กน้อย
  5. ตักฟักทองในชามมาหยอดหัวกะทิ แล้วโรยด้วยงาดำคั่วบด

บทความและภาพโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

IPPUDO (อิปปุโดะ)

ราเมงต้นตำรับจากเมืองฮากะตะ (เมืองหลวงแห่งราเมง) “อิปปุโดะ” ร้านนี้เปิดมากว่า 30 ปีแล้ว และได้รับความนิยมอย่างมากจนมีกว่า 80 สาขาที่ญี่ปุ่น และอีกกว่า 45 สาขาทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยสาขาแรกอยู่ที่เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ตั้งแต่เปิดร้านก็มีคนต่อคิวรอลิ้มรสความอร่อยเป็นจำนวนมาก จนต้องเปิดสาขา 2 เมื่อต้นปีที่ผ่านมาที่ห้างเอ็มโพเรียม สาขาล่าสุดนี้เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว

_MG_0037

เมนูแนะนำเริ่มต้นที่เครื่องดื่มน่าลอง ซัมเมอร์พันซ์ 95 บาท มีส่วนผสมของน้ำลิ้นจี่และทับทิมดื่มแล้วสดชื่นสุดๆ เมนูถูกใจเด็กๆต้อง ยาคูลท์เยลลี่ 100 บาท รสเปรี้ยวๆหวานๆมีเยลลี่ให้เคี้ยวหนุบหนับ ส่วนราเมงต้องสั่ง คาราคาเมง คาคุนิ และไข่ 280 บาท ชามนี้เด็ดสุดที่เนื้อหมูคาคูนิ เนื้อหมูสามชั้นที่มีมันแทรกแบบพอดีหมักด้วยซอสถั่วเหลืองสูตรเฉพาะผ่านการตุ๋นจนนุ่ม ละลายในปาก สลัดแซลมอน 200 บาท ผักหวานสดกรอบแซลมอนสดชิ้นโต สำหรับหนูๆมีเซ็ตเมนูให้เลือก Combo A 169 บาท ราเมงชิโรมารุไซส์เล็ก เสิร์ฟพร้อมไก่ทอดคาราเกะและน้ำส้ม และ Combo B 149 บาท เซ็ตนี้มีข้าวปั้น กุ้งสไปซี่ เนื้อหมูบด ไก่คาราเกะ กีวี่และน้ำส้ม

 

 

ที่ตั้ง : ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม สุขุมวิท 24 โทร. 02 259 8728 และ ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ ถนนเพลินจิต เปิดบริการทุกวัน 10.30 น. – 22.00 น. โทร. 02 160 5672 Facebook Ippudo Thailand  Instagram  ippudothailand

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

สารพันมันอบราดซอสไข่แดง (1 ขวบ+)

“สีสดใส รสชาติอร่อย ประโยชน์มากมายจากมันเทศและไข่แดง รับรองลูกของคุณต้องชอบแน่”

 สำหรับเด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป

 

เวลาปรุง 30 นาที

ส่วนผสม สำหรับ 2 – 3 ที่

  1. มันเทศสีส้ม  1  หัว
  2. มันเทศสีม่วง  1  หัว
  3. เกลือเล็กน้อย
  4. น้ำมันมะกอก
  5. ต้นหอมซอยสำหรับโรยหน้า

 

วิธีทำ

  1. ล้างมันเทศ ปอกเปลือก และหั่นเป็นชิ้นยาวประมาณ 2 นิ้ว
  2. นำมันเทศที่หั่นแล้วมาใส่ถาดเกลี่ยให้ทั่ว ผึ่งไว้ครึ่งชั่วโมง
  3. ราดด้วยน้ำมันมะกอกบางๆ โรยเกลือเล็กน้อยแล้วคลุกให้ทั่วเข้ากัน นำเข้าอบอุณหภูมิ 200 องศาจนกรอบนอก
  4. จัดมันอบใส่จาน ราดด้วยซอสไข่แดง แล้วโรยต้นหอมหั่นฝอย

 

ส่วนผสมซอสไข่แดง

  1. ไข่เค็มสุกเฉพาะไข่แดง  2  ฟอง
  2. น้ำตาลทราย  1/2  ช้อนชา
  3. นมสด  1/3  ถ้วย
  4. น้ำมันมะกอก

วิธีทำซอสไข่แดง

  1. ตั้งกระทะไฟปานกลาง ใส่น้ำมันมะกอกเล็กน้อย ใส่ไข่แดงลงไปผัด ยีไข่ให้ละเอียด
  2. ใส่นมและปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายเล็กน้อย เคี่ยวจนเป็นซอสข้น

 

♥ Cooking Tip ♥

  • สามารถเปลี่ยนจากมันเทศเป็นเผือกหรือแครอตได้ตามชอบ
  • มันเทศมีวิตามินบี 2 โฟเลต มีวิตามินซีบำรุงเนื้อเยื่อในร่างกายและช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคโรทีนอยด์ได้ดี มีกากใยสูง ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก

 

บทความและภาพโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

“ทางสายกลาง” ให้ลูกกินของหวานแบบไม่เสพย์ติด ห้ามมากไปทำลูกเครียดจนแอบกินไม่หยุด

ไม่ให้ลูกกินขนม หรือน้ำอัดลม ดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพฟันของลูกก็จริงอยู่ แต่ “จิตใจ” ลูกล่ะ จะยังดีอยู่หรือเปล่า มาดูมุมมองจากจิตแพทย์กันดีกว่าค่ะ

Q: เราไม่อนุญาตให้ลูกกินน้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ แต่ปู่ย่า ตายาย อากง อาม่า ฯลฯ ให้มาจะทำอย่างไร ปฏิเสธทุกครั้งก็คงไม่ดี แต่ปล่อยไปคงตบะแตกแน่ ตอนนี้ก็แทบจะฉุดกันไม่อยู่แล้วค่ะ

เรื่องทุกเรื่องให้พยายามหาทางสายกลางให้พบ

เอาเรื่องลูกก่อน เด็กๆ ชอบ 2 อย่าง เล่น และ กินขนม ชีวิตที่ได้เล่นและได้กินขนมเป็นชีวิตที่มีความสุขมาก   ผมจึงไม่เห็นด้วยที่เด็กเล็กเอาแต่เรียนและคัดหนังสือโดยได้เล่นน้อยเกินไป และไม่เห็นด้วยที่เราจะเข้มงวดกับเรื่องขนมเสียจนเด็กไม่ได้รับความสุขสมวัยที่เขาควรจะได้

(อ่านเพิ่มเติม ลูกแทบไม่กินลูกอม ทำไมถึงยังฟันผุ?)

ไม่ให้ลูกกินขนม ติดหวาน ฟันผุอย่าฟูมฟายเกินเหตุหากเด็กๆ จะได้รับขนมหวาน ไอศกรีม น้ำอัดลม หรืออาหารไม่มีประโยชน์บ้าง   แต่ยังคงมีกติกาว่าเราให้ได้เท่านี้ไม่มากไปกว่านี้   หรือจะให้ขนมหวานกับไอศกรีมต่อเมื่อเป็นเวลาหลังอาหารมื้อหลักเท่านั้น เป็นต้น ก็แล้วแต่จะกำหนดกัน แต่ที่จะห้ามขาดกันเลยนั้นดูเหมือนจะทำลายจิตวิญญาณเด็กเล็กมากไปหน่อย

ข้อเสียของขนมหวานและน้ำอัดลมคือทำให้ฟันผุและอ้วน อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ชีวิตของผมพบเด็กฟันดีและไม่อ้วน เป็นโรคประสาทเพราะความเคร่งครัดเข้มงวดเหล่านี้มามาก จึงออกจะลำเอียงว่าบางครั้งข้อกำหนดทางสุขอนามัยก็ออกจะขวาจัดเกินไป ยกตัวอย่างสุดโต่งซึ่งเป็นเรื่องจริง ลองนึกภาพเด็กที่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้กินไอศกรีมเลยจะเป็นเด็กที่มีความทุกข์มากเพียงใด

อ่านต่อ “ทะเลาะกับปู่ย่าตายายเรื่องเลี้ยงลูกประจำ ทำอย่างไร?” คลิกหน้า 2

ลูกโกรธ

ลูกโกรธ ลูกโมโห เรื่องธรรมดา แต่ต้องสอนลูกแสดงออก “ให้เป็น”

เมื่อ ลูกโกรธ โมโห หงุดหงิด จนบางครั้งแสดงจินตนาการสุดโต่งจนออกแนว “เด็กก้าวร้าว” ทั้งที่ไม่เคยให้ลูกเสพสื่อที่ใช้ความรุนแรง คุณพ่อคุณแม่ก็คงกังวลใจไม่น้อย มาดูเคสจริงจากคุณแม่ท่านหนึ่งกันค่ะ

Q: ลูกอนุบาล 2 อายุ 4 ขวบแล้ว เวลาโมโห หงุดหงิดจากโรงเรียน ก็จะบอกไม่ชอบครู ไม่รักเพื่อนคนนั้นคนนี้ บางทีไปไกลขนาด “จะยิงเลย อยากขับรถถังไปทับ อยากเตะไปนอกโลกโน่น ฯลฯ” จินตนาการอย่างนี้ แปลว่าเขาเป็นเด็กก้าวร้าวหรือเปล่าคะ ที่บ้านเราก็ไม่ได้ทำอะไรหรือให้เขาดูสื่อที่รุนแรงเลย แปลกใจและกังวลมาก ขอคำแนะนำด้วยค่ะ

shutterstock_161036915

ลูกโกรธ ลูกโมโห เรื่องธรรมดา แต่ต้องสอนลูกแสดงออก “ให้เป็น”

เกิดมาไม่เหมือนกัน บางคนเลี้ยงง่าย บางคนเลี้ยงยาก ขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางอารมณ์เป็นอย่างไร มีคำศัพท์เรียกว่า temperament ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบหลายส่วน ฟังดูมีวิชาการเป็นอันมาก

แต่อย่าไปสนใจเลย หันมาสนใจลูกของเราดีกว่า เด็กอายุ 4 ขวบมีอะไรให้เขาลองผิดลองถูกอีกมาก เขาโมโหใครกลับบ้านบ่อยๆ นั้นเพราะพื้นฐานทางอารมณ์เขาเป็นเช่นนั้นเอง คำถามคือทันทีที่เขาพูดว่าไม่ชอบครู ไม่รักเพื่อน เราควรทำตัวอย่างไร

อ่านต่อ “พ่อแม่ควรทำอย่างเมื่อลูกพูดหรือบ่นด้วยความโกรธ” หน้า 2

แมงโก้ ทรี ออน เดอะ ริเวอร์

ด้วยความที่ร้านอยู่ตรงหัวมุมสุดโครงการ ติดกับคลองหลอด วิวที่เห็น จึงเป็นโค้งน้ำเจ้าพระยาไล่มาตั้งแต่โรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนต์ไปจนถึงโรงพยาบาลศิริราช และด้วยฉากเบื้องหน้างดงามขนาดนี้ ที่นี่จึงเป็นอีกแลนด์มาร์คหนึ่ง ที่เหมาะกับการมานั่งจิบเครื่องดื่มเย็นๆชมพระอาทิตย์ตกกัน โดยเราจะนั่งดื่มด่ำอยู่บริเวณร้านอาหารชั้น 2 หรือ บนบาร์ชั้น 3 ก็ได้ เพราะทุกมุมของร้านหันหน้าออกไปทางแม่น้ำเจ้าพระยาหมด นอกจากวิวที่ถูกพูดถึงไปแล้ว อาหาร และเครื่องดื่มของที่นี่ ก็เริดจนอดแนะนำต่อไม่ได้

 

นอกจากรสชาติอร่อยแล้ว การพรีเซนต์แต่ละจานยังไม่ธรรมดาอีกด้วย มีเสิร์ฟทั้งจากเขียง และจากถุงกระดาษกันเลย ทำเอาอดใจไม่ไหว ต้องงัดมือถือขึ้นมาถ่ายอัพเฟสให้เพื่อนๆเห็นกันสักหน่อย สำหรับเมนูที่อยากให้ได้ลองกัน

_MG_0020

 

Try me ! สลัดปลาหมึกย่าง 260 บาท ปอเปี๊ยะผัดไทย 200 บาท ลาบซี่โครงหมูย่าง 420 บาท ข้าวเหนียวมะม่วง 120 บาท พานาค็อตต้ามะพร้าวอ่อน 120 บาท

Sib me! The river’s Breezy ใช้ผลไม้สดจริงๆให้รสชาติเหมือนกำลังกินปีโป้ 170 บาท The Purple Junk หอมกลิ่นโหระพา และเมเปิ้ลไซรับ 170 บาท Virgin Mojito ใช้น้ำเชื่อมและมะนาวสายพันธุ์ตาฮิติ 170 บาท The World’s Jam เสาวรสที่ใส่แยมแอปริคอต ให้รสเปรี้ยวอมหวาน 170 บาท และ light up the corn yard ค็อกเทล ที่พรีเซนต์ได้สุดเกรียน มาในถุงกระดาษโรยหน้าด้วยเผือกทอด 295 บาท ** ราคานี้ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และเซอร์วิสชาร์จ **

 

ที่ตั้ง : ชั้น 2 ศูนย์การค้ายอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค อาคารดี 5 ติดกับท่าเรือปากคลองตลาด เปิดให้บริการทุกวัน (ส่วนร้านอาหารตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 23.00 น.) (ส่วนบาร์ตั้งแต่เวลา 11.00 – 01.00น.)
การเดินทาง : เนื่องจากมีที่จอดรถน้อยมาก และทางเข้าค่อนข้างแคบ แนะนำให้มาทางเรือด่วน หรือ รถโดยสารสาธารณะจะสะดวกกว่าค่ะ

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

“ประสานมิตร” โรงเรียนคิดบวก

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีที่แล้ว สำนักพิมพ์ประสานมิตร ผู้สร้างสรรค์ตำราเรียนคุณภาพที่อยู่คู่กับวงการศึกษาไทย มายาวนาน ได้ก่อตั้งโรงเรียนประสานมิตรขึ้น โดย คุณวรพร ทรัพย์ทวีพร และคณาจารย์นักวิชาการ ด้านคุรุศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ จนถึงวันนี้ผู้บริหารรุ่นที่สองอย่างครูตุ๊ก พัชรี เวชยันต์วิวัฒน์ ลูกสาวของคุณวรพร ยังคงยึดมั่นเจตนารมณ์ของคุณแม่ไว้อย่างแน่วแน่ด้วยการมอบความรู้และความรักให้แก่นักเรียนด้วยดีเสมอมา แต่เธอไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ ยังคงปรับตัวและหาวิธีการสอนให้เหมาะสมกับยุคสมัย โดยเฉพาะหลักสูตรการเรียนรู้ภาษาสมองเอ็นแอลพี ที่เริ่มต้นใช้ครั้งแรกเมื่อปีการศึกษา 2557 แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้ว เราไปทำความรู้จักกับโรงเรียนประสานมิตรและหลักสูตรภาษาสมองกันดีกว่าค่ะ

 

 

            หลักสูตรภาษาสมอง NPL

ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบัน ที่หลายคนบอกว่า “อยู่ยาก” ครูตุ๊กเล็งเห็นถึงปัญหาและนำไปสู่การศึกษาเพื่อหาวิธีพัฒนาการเรียนการสอน โดยมีจุดมุ่งหมายให้เด็กๆ มีสภาพจิตใจที่แข็งแรง เข้าใจสภาพแวดล้อม สามารถปรับตัวให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และมอบความรักความเข้าใจให้แก่คนรอบตัวได้ “ครูตุ๊กเคยเข้าเรียนคอร์สของครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนความคิดและมุมมองในหลายๆเรื่อง รู้สึกเข้าใจตัวเองมากขึ้น และนำมาปรับใช้ในชีวิตในครอบครัว ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้นมาก จึงสนใจวิธีการนี้จริงจังและนำมาปรับใช้ในโรงเรียน ซึ่งหลักสูตร NPL (Neuro Linguistic Programming) จะช่วยให้เด็กมีแนวคิดเชิงบวกทุกมิติ พัฒนาอัจฉริยภาพ และครอบคลุมถึงการฟังพูดอ่านเขียน ทำให้เด็กอ่านหนังสือแล้วเข้าใจมากขึ้น โดยจะมีเทคนิคที่ช่วยให้เด็กลบบางอย่างทิ้ง และทำให้เด็กจำได้แม่นขึ้น ซึ่งที่ต่างประเทศก็มีการสอนรูปแบบนี้อยู่ แต่สำหรับประเทศไทยเราเป็นโรงเรียนแรกที่เริ่มใช้”

 

_MG_5122

            ค้นหาศักยภาพด้วยนวัตกรรมนำสมัย

ครูตุ๊กเล่าให้เราฟังว่า นอกจากหลักสูตรภาษาสมองแล้ว ทางโรงเรียนยังร่วมมือกับสถาบันพัฒนาศักยภาพปัญญธารา (P-Pac) ในเครือบริษัทซีพีฯ นำนวัตกรรมการวิเคราะห์ลายผิว (Finger Scan) มาใช้กับเด็กๆในโรงเรียนเพื่อค้นหาศักยภาพที่โดดเด่นของเด็กแต่ละคนตามทฤษฎีพหุปัญญา “โครงการ P-Pac in Education มีค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไป โดยจะวิเคราะห์เกี่ยวกับผลด้านการศึกษา ซึ่งผลสแกนจะทำให้ทราบถึงศักยภาพ ลักษณะนิสัย วิธีการเรียนรู้ บุคลิกภาพและความสามารถเฉพาะของเด็ก เช่น เด็กบางคนรับข้อมูลแล้วต้องใช้เวลากลั่นกรองนาน หรือบางคนรับแล้วพูดออกมาเลย การวิเคราะห์ P-Pac จะช่วยให้ครูผู้สอนมีแนวทางในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็กคนนั้นๆ รวมถึงหาวิธีกระตุ้นการเรียนรู้ให้เหมาะกับเด็กแต่ละคนด้วย ซึ่งจากที่ผ่านมาเราก็เห็นความเปลี่ยนแปลงของเด็กที่ร่วมโครงการอย่างชัดเจน”

 

สุดท้ายถึงแม้ว่าการวิเคราะห์ P-Pac จะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจลูกได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังมีสิ่งสำคัญที่ครูตุ๊กอยากฝากไว้ “ถึงแม้ว่าการสแกนจะทำให้เรารู้ว่าเด็กมีศักยภาพมากแค่ไหน โรงเรียนสามารถส่งเสริมได้ถูกที่ถูกทาง แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันก็คือครอบครัว การเลี้ยงดู และสิ่งแวดล้อม ดังนั้นก็ต้องอาศัยแรงของพ่อแม่ที่ช่วยส่งเสริมลูกเช่นกันค่ะ”

 

 

 

โรงเรียนประสานมิตร เปิดสอนระดับเตรียมอนุบาล – ประถมศึกษาตอนปลาย

เลขที่ 59/573 หมู่บ้านพรร่มเย็น ถนนเสมาฟ้าคราม-ลำลูกกา คลอง 2 จังหวัดปทุมธานี 12130 โทร. 0-2987-6601-2 เวบไซต์ www.psm.ac.th

 

 

บทความโดย กองบรรณาธิการเรียลพาเรนติ้ง

ฟรุ้ตชิเปรี้ยวหวานแสนสนุก (2 ขวบ+)

“ข้าวเหนียวมูนม้วนสอดไส้สตรอเบอรี่ มะม่วงสุกและกีวี่ หวานมันเปรี้ยว และเต็มไปด้วยวิตามินซี”

สำหรับเด็กวัย 2 ขวบขึ้นไป

 

เวลาปรุง 30 นาที

ส่วนผสม สำหรับ 2 – 3 ที่

  1. ข้าวเหนียวมูน  1  ถ้วย
  2. สตรอเบอร์รี่ หั่นเต๋าเล็ก  1/3  ถ้วย
  3. มะม่วงหั่นเต๋าเล็ก  1/3  ถ้วย
  4. กีวีหั่นเต๋าเล็ก  1/3  ถ้วย
  5. งาขาวคั่ว  ½   ถ้วย
  6. งาดำคั่ว  1  ช้อนชา

 

วิธีทำ

  1. นำข้าวเหนียวมูนมานวดในชามผสม
  2. เตรียมเสื่อสำหรับม้วนซูชิ หุ้มด้วยพลาสติกใสกันข้าวติด
  3. แผ่ข้าวเหนียวบนเสื่อให้ทั่ว โรยงาดำคั่วลงไปให้ทั่ว
  4. เรียงผลไม้ที่เตรียมไว้บนข้าวเหนียว
  5. ค่อยๆ ม้วนข้าวเข้าด้วยกันเป็นท่อน กดให้แน่น นำมาคลุกบนงาขาวให้ทั่ว ตัดเป็นชิ้นหนา 1 นิ้ว หรือพอดีคำ

 

♥ Cooking Tip ♥

เมนูนี้อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต ไขมันจากข้าวเหนียว วิตามินซีจากผลไม้ ไอโอดีน สังกะสี แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 1 บี 2 และ บี 3 จากงา

 

บทความและภาพโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง