[แม่อุ้ม-น้องเมตตา 05] Breast is Best นมแม่ดีที่หนึ่งเลย!

คราวที่แล้วผู้เขียนได้เล่าถึงองค์กรอิสระและเว็บไซต์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับนมแม่ไปแล้ว คราวนี้เลยจะขอเล่าถึงข้อดีและประสบการณ์ปีกว่าๆ ของการให้นมแม่ล้วนๆ (exclusive breastfeeding หมายถึงให้แต่นมแม่ ไม่ให้น้ำหรืออาหารเสริมอื่นใดในช่วง 6 เดือนแรก) ที่ผู้เขียนประสบมาด้วยตนเองให้ฟังก็แล้วกันนะคะ

 

แต่แรกเริ่ม ผู้เขียนตั้งใจว่าจะให้นมลูกจากอก แล้วก็ปั๊มเพิ่มบางส่วน เพื่อให้คุณสามีได้ป้อนนมลูกจากขวดบ้างแต่พอเอาเข้าจริง หนูเมตตาแกไม่ยอมกินจากขวด ลองซื้อมาแทบทุกแบบที่มีในท้องตลาดก็ไม่สำเร็จซักแบบ pacifier ก็ไม่ยอมใช้ เสียสตางค์ไปอย่างเยอะ ซื้อมาให้ลองเกือบสิบอัน คุณลูกเธอจับโยนลงพื้นโม้ด จะดูดแต่นมจากอกแม่ท่าเดียว ทีนี้พอผู้เขียนใช้เครื่องปั๊มนมเพิ่ม ร่างกายก็เลยงง เพราะเหมือนจะได้รับการส่งสัญญาณว่ามีเบบี๋สองคนนะจ๊ะ เห็นท่าจะต้องผลิตนมเพิ่มเป็นพิเศษซะแล้ว น้ำนมก็เลยพุ่งเป็นน้ำก๊อก เมตตาดูดไม่ทัน สำลักแค็กๆ อารมณ์เสียอีก เป็นอันว่าต้องหยุดปั๊ม เหลือกันตัวต่อตัวแม่ลูก ทีแรกผู้เขียนก็แอบกลุ้มว่าตายละวา … ถ้าฉันเป็นอะไรขึ้นมา เราก็จะปราศจากอุปกรณ์ช่วย นมสำรองในตู้เย็นก็ไม่มี เมตตาต้องอดตายเป็นอันแน่ แต่เมื่อผ่านช่วงสามเดือนแรกและเริ่มตั้งสติได้ ก็เข้าใจว่าเรานี่ช่างติงต๊อง พยายามทำอะไรที่ฝืนธรรมชาติ ลูกเขาอุตส่าห์ยืนยันว่า “ของจริงนี่ละแม่ แน่ที่สุดแล้ว” ก็ไม่ฟัง ถึงได้ทุลักทุเลหงุดหงิดกันทุกฝ่าย พอทำความเข้าใจและปล่อยวาง ถึงได้รู้ว่าการให้นมแม่ล้วนๆ นี่ดีมีประโยชน์มากมายหลายประการดังนี้นะคะ

 

หนึ่ง ประหยัด เพราะนมแม่ไม่ต้องซื้อหา ค่าใช้จ่ายจริงๆ คือค่าอาหารดีๆ มีประโยชน์สำหรับคุณแม่ (และอย่าลืมกินวิตามินเสริมตลอดระยะเวลาที่ให้นมด้วยนะคะ เพราะสารอาหารที่มีประโยชน์จะถูกดึงออกไปกับนมแม่ก่อนเพื่อป้อนลูกน้อย เพราะฉะนั้นเพื่อให้ร่างกายของลูกและตัวคุณแม่เองได้สารอาหารครบถ้วน คุณแม่จึงควรจะกินวิตามินเสริมด้วย) ผู้เขียนเห็นราคานมผงสำหรับทารกแล้วยังตกใจว่าแพงจัง ไหนจะค่าขวดค่าเครื่องอุ่นเครื่องฆ่าเชื้ออีก เก็บสตางค์ไว้เป็นค่าเล่าเรียนลูกในอนาคตน่าจะดีกว่าไหมคะ

 

สอง คุณแม่ไม่ต้องไปเข้าคอร์สลดน้ำหนักหลังคลอด อันนี้ขอยืนยันและนั่งให้นมยันว่าจริงยิ่งกว่าจริง ตอนท้องผู้เขียนน้ำหนักขึ้นประมาณ 15 กิโลกรัม ให้นมลูกอยู่เดือนแรกเท่านั้น กลับมาผอมกว่าตอนก่อนท้องเสียอีก น่าอัศจรรย์มาก ผู้เขียนอ่านเจอในหนังสือ Ina May’s Guide to Breastfeeding ว่า การที่ผู้หญิงสะสมไขมันที่ต้นแขน ก้น และต้นขามากเป็นพิเศษระหว่างท้องนั้น ก็เพื่อให้สามารถนั่งให้นมได้นานๆ และไขมันทั้งหมดที่สะสมไว้ ก็เพื่อใช้เป็นอาหารให้กับลูกในยามให้นมนี่เอง เพราะฉะนั้น คุณผู้หญิงที่คลอดลูกแล้วไม่ยอมให้นม น้ำหนักจะลดยาก ต้องเสียสตางค์เป็นหมื่นเป็นแสนเพื่อเข้าคอร์สลดน้ำหนัก ทั้งที่จริงๆ แล้วให้นมลูกไม่กี่เดือนก็เห็นผลเหมือนกัน และเป็นผลระยะยาวต่อทั้งคุณแม่และคุณลูกด้วย

 

สาม สะดวก ไม่ต้องพก ไม่ต้องล้างขวดนมและอุปกรณ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้เปลืองเวลาและเหนื่อยใจ ลำพังแค่ให้นมลูกทั้งวันทั้งคืนก็จะตายอยู่แล้ว ถ้ายังต้องคอยล้างขวด ฆ่าเชื้อกันทั้งวันก็จะพาลให้เครียดกันเสียเปล่าๆ ความสะดวกอีกอย่างก็คือยามเดินทาง (โดยเฉพาะไปต่างประเทศ) มีแค่แม่คนเดียวก็สบายหายห่วง ไม่อย่างนั้นต้องพกกระเป๋าใบใหญ่ใส่นมและอุปกรณ์ต่างๆ ไหนจะต้องหาที่อุ่น หาน้ำร้อน หาที่ล้าง ถ้านมเหลือก็ต้องทิ้งน่าเสียดาย ในขณะที่นมจากอกแม่ไม่มีบูดไม่มีเหลือ พร้อมดื่มเสมอ

 

สี่ ปรับตามความต้องการในแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยและมีสารอาหารครบถ้วน เช่น ถ้าลูกดูดนมน้อย น้ำนมก็จะข้น แต่ถ้าดูดเยอะ น้ำนมก็จะเหลว หรือสารอาหารจะเปลี่ยนไปทุกวัน ฯลฯ ยิ่งถ้าลูกเริ่มโตขึ้น เริ่มสนใจสิ่งต่างๆ รอบตัวจนไม่ค่อยยอมดูดนมนานๆ น้ำนมก็จะกลายเป็น power shot คืออัดแน่นด้วยคุณค่าทางอาหาร แถมสารอาหารที่อยู่ในนมแม่จะทำงานร่วมกัน ทำให้ร่างกายหนูน้อยดูดซึมไปใช้ได้เต็มที่ ในขณะที่สารอาหารแบบ “แยกมาเป็นอย่างๆ” ในนมผงนั้นอาจจะไม่ได้รับการดูดซึมไปใช้ทั้งหมด เว็บไซต์ของ La Leche League บอกว่าร่างกายมนุษย์นั้นโตช้ามากเมื่อเทียบกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ ส่วนที่พัฒนาไวที่สุดคือสมอง เพราะฉะนั้นนมแม่จึงมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูงกว่าไขมัน เพื่อให้มีน้ำตาลไปเลี้ยงสมองได้เต็มที่ ทีนี้ถ้าเราเลี้ยงลูกคนด้วยนมวัวหรือนมชนิดอื่นๆ ลูกก็จะโตแต่ตัว สมองพัฒนาได้ไม่ดีเท่าที่ควร (ความเห็นส่วนตัวนะคะ)

 

ห้า ทำให้ลูกท้องไม่ผูกและไม่เป็นภูมิแพ้ เพราะนมแม่มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ และทำให้ระบบขับถ่ายของหนูน้อยเป็นปกติ เมตตาไม่เคยท้องผูกหรือท้องเสียเลย แถมไม่แพ้อาหารอะไรซักอย่าง เพราะนมแม่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่จะไปเคลือบผนังลำไส้ของลูก ทำให้ไม่เกิดอาการลำไส้อักเสบ ซึ่งจะส่งผลให้โปรตีนที่ย่อยไม่หมดและเชื้อโรค “รั่ว” ออกมานอกลำไส้ เป็นสาเหตุให้ร่างกายเกิดภูมิแพ้และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา

 

หก ไม่ค่อยเป็นผื่นผ้าอ้อม เหตุผลหลักๆ คือเพราะนมแม่ดูดซึมได้มาก ลูกจึงไม่ค่อยมีอึมากนัก แถมนมแม่ยังจะช่วยลดค่า pH ทำให้อึของลูกน้อยมีความเป็นกรดมากขึ้น (ถ้าอึและฉี่มีความเป็นด่างมาก เวลาสัมผัสกับผิวที่บอบบางของทารกเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการอักเสบระคายเคือง) ตำราโบราณยังบอกว่าให้ใช้นมแม่ทาบริเวณที่เป็นผื่นผ้าอ้อมด้วย สารพัดประโยชน์จริงๆ เลย

 

เจ็ด หนูน้อยจะแข็งแรงมาก เพราะแม่เป็นคนสร้างภูมิคุ้มกันต่อสภาวะแวดล้อมเดียวกันกับที่หนูน้อยอาศัยอยู่แล้วส่งภูมิคุ้มกันนั้นผ่านนมแม่ ตั้งแต่เกิดมา ลูกสาวผู้เขียนแทบไม่เคยป่วยเป็นอะไร มีน้ำมูกไหลนิดหน่อยอยู่ 2 วันเท่านั้นเอง ฉีดวัคซีนก็ไม่เคยเป็นไข้ Dr.William Sears คุณหมอเด็กคนดัง กล่าวไว้ในเว็บไซต์ askdrsears.com ว่า นมแม่หนึ่งหยดนั้น มีเซลล์เม็ดเลือดขาวราวเกือบล้านเซลล์! และเซลล์เหล่านี้เองที่จะทำหน้าที่เป็นทหารกล้า ต่อสู้กับเชื้อโรคร้ายต่างๆ จนกว่าร่างกายหนูน้อยจะสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงเป็นของตนเอง

 

แปด ไม่เป็นโรคหูอักเสบและมีพัฒนาการด้านการพูดดี ข้อนี้น่าจะเกี่ยวเนื่องมาจากการที่ลูกน้อยแข็งแรง ไม่ค่อยเป็นหวัดคัดจมูกน้ำมูกไหล ทำให้ไม่มีเชื้อโรคลุกลามเข้าไปถึงหูส่วนกลางซึ่งเต็มไปด้วยน้ำ เด็กที่เป็นหวัดบ่อย มักจะเกิดการติดเชื้อตามมา ทำให้ปวดหูร้องไห้งอแง (ลูกสาวผู้เขียนไม่เคยเป็นโรคหูอักเสบ แต่ก็หาเรื่องร้องไห้งอแงได้อีกอยู่ดี ฮ่าๆ) และถ้ารักษาไม่ถูกต้องก็จะมีผลต่อการได้ยิน ซึ่งจะส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อไปถึงพัฒนาการด้านการพูดอีกด้วย

 

เก้า อารมณ์ดีทั้งแม่และลูก เพราะฮอร์โมน oxytocin และ prolactin (หลายคนเรียกว่า love hormone) ที่หลั่งออกมาเวลาให้นมนั้น จะทำให้คุณแม่และคุณลูกผ่อนคลายและอาบเอิบไปด้วยความรัก มิน่า ให้นมทีไรหลับปุ๋ยกันไปทั้งแม่และลูกอยู่เรื่อยเชียว ผู้เขียนเองยังนึกเสมอว่า นี่ถ้าไม่ได้ฮอร์โมนเหล่านี้ช่วยไว้ ป่านนี้คงจะสิ้นสภาพ รับมือกับความเครียดและความเหนื่อยล้าจากการเลี้ยงเด็กเล็กๆ แสนซนอย่างหนูเมตตาไม่ได้แน่ๆ

สิบ รักและผูกพันกันยาวนาน ความผูกพันแน่นแฟ้นที่สร้างขึ้นระหว่างแม่กับลูกผ่านการให้นมนั้น ไม่ได้มีผลดีเพียงระยะสั้นๆ แต่จะสร้างสัมพันธภาพอันงดงามไปจนตลอดชีวิตก็ว่าได้ leader ของ La Leche League คนหนึ่งซึ่งเป็นคุณแม่เหมือนกันเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ถึงแม้เธอจะอายุสามสิบกว่าแล้ว แต่ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกว่าอกแม่นั้นเป็นที่ที่อบอุ่นปลอดภัยที่สุดเสมอ เล่าแล้วเธอก็อดน้ำตารื้นขึ้นมาไม่ได้

 

ผู้เขียนก้มลงมองหน้าเจ้าลูกสาวตัวน้อยแล้วก็รู้สึกอุ่นในใจ … แม่รักหนูนะจ๊ะ และอกแม่จะเป็นที่พักใจให้หนูตลอดไป เมตตามองตอบกลับมาแล้วก็ปีนขึ้นตัก มองหน้าดูดนมแม่จุ๊บๆ อย่างรู้กัน

 

สำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาน้ำนมน้อยในช่วงแรก ไม่ต้องหมดกำลังใจนะคะ เพื่อนของผู้เขียนเล่าให้ฟังว่ามีวิธีหนึ่งที่เขาใช้ และช่วยกระตุ้นน้ำนมได้ดีมาก เรียกว่า nursing vacation คือสองสามวันไม่ทำอะไรเลย นอกจากอยู่บนเตียงกับลูกให้ลูกดูดนมทั้งวันทั้งคืน (และอย่าลืมหาอะไรทำให้เพลิดเพลิน เช่น ดูหนัง อ่านหนังสือ รวมทั้งให้คนทำอาหารที่ดีมีประโยชน์ให้ทานด้วย) รับรองได้ผลชะงัดยิ่งกว่าเครื่องปั๊มหรือยาวิเศษชนิดไหนๆ แรกๆ อาจจะเจ็บสักหน่อย แต่ผ่านช่วงแรกไปได้ก็จะสบายและเป็นธรรมชาติขึ้นทั้งแม่และลูกค่ะ

 

บทความโดย: สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท อดีตนางเอกและพิธีกร ปัจจุบันเป็นเจ้าของบริษัทบ้านอุ้ม สำนักพิมพ์โอโอเอ็ม และเลี้ยงหนูน้อยเมตตาอยู่ที่เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรก้อน สหรัฐอเมริกา

ภาพ: shutterstock

keyboard_arrow_up