ทารกแรกเกิดจำเป็นต้องสวมหมวกหรือเปล่านะ!

 เวลาเราเห็นภาพทารกแรกเกิด เรามักจะเห็นทารกน้อยถูกห่อตัวด้วยผ้าห่อตัวเด็กสีหวานและสวมหมวกสำหรับเด็กอ่อน หมวกของทารกจึงเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป บางโรงพยาบาลก็จะสวมหมวกให้กับทารกแรกคลอดทุกคน ขณะที่บางโรงพยาบาลจะสวมหมวกให้เฉพาะทารกที่คลอดก่อนกำหนดหรือทารกที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์เท่านั้น…แต่จากการศึกษาล่าสุดพบว่าหมวกนั้นไม่จำเป็นสำหรับทารกแรกคลอดเลย เป็นเพราะอะไร ลองไปอ่านกันค่ะ

Newborn baby boy sleeping in hospital

1.หมวกทำให้คุณแม่ได้กลิ่นจากตัวของเบบี๋ได้ไม่เต็มที่
คนที่เป็นแม่คงรู้ดีว่าไม่มีกลิ่นไหนหอมเท่ากลิ่นตัวของลูก กลิ่นของลูกที่คุณแม่ชอบ ช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนอ๊อกซิโทซิน ที่ช่วยสร้างสายใยรักและผูกพันระหว่างแม่กับลูก ฮอร์โมนนี้ช่วยเรื่องการหลั่งน้ำนมของคุณแม่หลังคลอด และช่วยให้คุณแม่รู้สึกคลายกังวลได้ด้วยค่ะ ดังนั้นคุณแม่สูดกลิ่นหอมๆ จากศีรษะของเบบี๋น้อยให้เต็มปอดเลยค่ะ
2.การกอดเบบี๋ก็ให้ความอบอุ่นเพียงพอแล้วค่ะ
บางคนเข้าใจว่าการสวมหมวกให้เบบี๋จะช่วยสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายทารกน้อย แต่ความเป็นจริงนั้นการที่คุณแม่กอดลูกน้อยไว้กับอกก็เป็นการให้ความอบอุ่นอย่างเพียงพอแล้วค่ะ การสวมหมวกกลับจะยิ่งทำให้เบบี๋รู้สึกร้อนเกินไปด้วยซ้ำ ช่วงเวลาหลังคลอดทารกควรได้อยู่ในอ้อมกอดของแม่ การได้รับความอบอุ่นจากร่างกายของแม่ไม่เพียงช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายเบบี๋เท่านั้น แต่ยังช่วยปรับอารมณ์ ความรู้สึก และสร้างความผูกพันไปพร้อมๆ กันด้วย

ถึงคราวที่คุณแม่จะถอดหมวกของทารกน้อย และสูดกลิ่นหอมๆ จากศีรษะของลูกให้ชื่นใจแล้วค่ะ


ที่มา: http://www.bellybelly.com.au/baby/no-hats-on-newborn-babies/

https://mobile.facebook.com/notes/นมแม่/ช่วงเวลาพิเศษหลังคลอด-60-นาทีทอง/542350395805041?_rdr
ภาพจาก: Shutterstock

เหล่าเซเลปตัวน้อยกับควันหลงวันลอยกระทง 2015

มาดูเหล่าเซเลปตัวน้อยใส่ชุดไทย เข้ากับเทศกาลวันลอยกระทงของไทยจริงๆ ค่ะ จะน่ารักแค่ไหน มีใครกันบ้างน้า…
1.น้องออกัส และออก้า ลูกสาวและลูกชายอารมณ์ดีของ พ่อเปิ้ล นาคร และแม่จูน
ใส่ชุดไทยพร้อมถือกระทง น่ารักจริงๆเลย
CR : IG june_kasama

2.น้องวันใหม่ ฉัตรบริรักษ์ ก็ใส่ชุดไทยไปร่วมกิจกรรมที่โรงเรียน แถมรำวงโชว์อีกด้วย ไม่ธรรมดาเลยนะน้องวันใหม่
CR : IG momomama1234

4
3.น้องฌานาและฌารีน ลูกสาวคู่แฝด ของพ่อเอ็ม อภินันท์  ใส่ชุดไทยเดินเตาะแตะเป็นคู่ ความน่ารักทวีคูณไปอีก
CR : IG m_apinan


4.น้องรดา ลูกสาวตัวจิ๋ว ของแม่นุ้ย สุจิรา ถึงหนูตัวเล็ก แต่ก็ใสชุดไทยมาสุขสันต์วันลอยกระทงพี่ๆได้ค่ะ
CR : IG pondyentafo

5
5.น้องภูดิศ สะกิดใจ ลูกชายของพ่อป๋อและแม่เอ๋ ก็น่ารักไม่แพ้กัน หล่อเลยก็ว่าได้
CR : IG aey_pornthip

2

Tags

กำลังใจคนสำคัญของ “พ่อปอ ทฤษฎี สหวงษ์”

 

น้องมะลิ “พาขวัญ สหวงษ์”ลูกสาววัย 2 ขวบ ของ “ปอ ทฤษฎี สหวงษ์” กับ ภรรยา “โบว์ แวนด้า ”

ชื่อ “พาขวัญ” พ่อปอเป็นคนตั้งให้เองและตั้งใจที่จะให้ลูกมีชื่อแบบไทย

ทุกวันน้องมะลิจะไปหาพ่อปอที่โรงพยาบาลและคอยทักทายคนที่มาเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มที่สดใส ฝึกสวัสดี และท่าเต้นที่ไร้เดียงสา… ความน่ารักของน้องมะลิ ทำให้หนูน้อยกลายเป็นขวัญใจของใครหลายๆคนในตอนนี้ และยังเป็นกำลังใจสำคัญที่สุดของพ่อปอ เพราะพ่อปอรักน้องมะลิและครอบครัวมาก

กำลังใจที่สำคัญครั้งนี้ รอคอยการกลับมาของพ่อปอ …หวังให้พ่อปอหายดีและกลับมาหาน้องมะลิเร็วๆ

นิตยสารเรียลพาเรนติ้งขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวสหวงษ์ ขอให้พ่อปอหายเร็วๆ แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ รีบกลับมากอดน้องมะลิและครอบครัวนะคะ

CR : IG portidandmali_fanclub

Tags

คลิปวีดีโอสุดน่ารัก เมื่อน้องสาวตัวน้อยอยากมีเพื่อนเล่น เธอจึงพยายามเดินไปปลุกพี่ชายให้ตื่น!

คลิปวีดีโอสุดน่ารักนี้เป็น เหตุการณ์ของน้องสาวตัวน้อยคนหนึ่ง ที่สงสัยจะเกิดอาการเหงาขึ้นมา เลยเดินดุ่มๆ เข้าไปหาพี่ชายที่กำลังนอนหลับอยู่บนโซฟา แถมยังพยายามจะปลุกให้เขาตื่นอีกด้วย

so cute1

พี่ชายนอนหลับอยู่แท้ ก็เข้าไปปลุกอยู่นั่นแหละ

so cute2

สงสัยคงจะเหงา และอยากมีเพื่อนเล่นแน่ๆ เลย

so cute3

ไม่ว่าหนูน้อยจะปลุกเท่าไหร่พี่ชายก็ยังไม่ยอมตื่น

so cute4

และสุดท้ายเมื่อพี่ชายที่แสนดีตื่น เขาก็ได้จูจุ๊บน้องสาวสุดเลิฟตั้งหลายที แถมยังดูเหมือนว่าพี่น้องคู่นี้คงจะรักกันสุดๆ เลยละ

so cute5

เราลองไปชมความน่ารักของทั้งคู่ผ่านคลิปวีดีโอนี้กันเลย ><


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : JustLaugh

 

คลิปหนูน้อยมือกลองวัย 5 ขวบ ฝีมือร้ายกาจจริงๆ ค่ะ

หนูน้อยวัยเพียง 5 ขวบ แต่ฝีมือการตีกลองไม่แพ้ใครเลย แบบนี้นักดนตรีมืออาชีพต้องยกนิ้วให้แน่ๆ ค่ะ

ที่มา: Eduarda Henklein Baterista Channel

สุดซึ้ง สาวเวียดนามไร้แขน แต่ดูแลหลานชายตัวน้อยได้เป็นอย่างดี

เรื่องราวของเธอคนนี้ สาวเวียดนามผู้เกิดมาไร้แขน Nguyet ผลพวงจากปฏิบัติการณ์ Agent Orange ของสหรัฐอเมริกาในสงครามเวียดนามโดยการหยอดสารเคมีลงภาคพื้นดิน เพื่อทำลายหน่วยรบของประเทศเวียดนามที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคนจำนวนหลายล้านคนเลยทีเดียว ชาวเวียดนามราวๆ 4.8 ล้านคนได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ เสียชีวิตไปหลายพันคน และแน่นอนได้รับร้ายทางสุขภาพอีกนับล้านเลยล่ะ และนั่นรวมถึงรุ่นลูกหลานของพวกเขา

Nguyet ก็คือหนึ่งในกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ โดยพ่อแม่ของเธอได้รับสารเคมีเข้าไป ทำให้เกิดความผิดพลาดทางพันธุกรรม

2

พอเธอเกิดมาก็พบว่าเธอไม่มีแขน3

แต่กระนั้นเธอก็ไม่เคยยอมแพ้4

หรือคิดน้อยเนื้อต่ำใจในชีวิตของเธอ5

เธอกลับทำกิจกรรมต่างๆ ได้เหมือนคนปกติ แม้จะไร้แขน6

ตอนนี้ Nguyet ใช้ชีวิตร่วมกับพ่อแม่ของเธอ ในบ้านแถบกรุงฮานอย เมืองหลวงของประเทศ7

เธอสามารถทำงานบ้านงานเรือนได้ปกติ แถมช่วยดูแลหลานๆ ตัวจิ๋ว ลดภาระของครอบครัวไปได้อีกเยอะเลยทีเดียว8

แถมยังค้นคว้าหาข้อมูลประดับความรู้จากโลกออนไลน์อยู่บ่อยๆ9

ความฝันของเธอนั้นเรียบง่าย เพียงแค่มีบ้านหลังเล็กๆ อยู่ในหมู่บ้านที่ครอบครัวของเธออาศัยอยู่ แค่นั้นแหละ…10

สุดยอด!!! เหมียวขอซูฮกเธอเลย ขนาดเกิดมาพิการ แต่เธอไม่ได้ยอมแพ้กับชีวิตง่ายๆ จนสามารถเป็นคนหนึ่งที่ดูแลผู้อื่นได้เลยล่ะ เราเกิดมามีร่างกายครบ ก็อย่างยอมแพ้ในชีวิตนะจ๊ะ ^^


ที่มา: Borepanda

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://www.catdumb.com/armless-woman-333/

สุดยอดคุณครูจากฮ่องกง นำไอเดียจากเด็กประถมมาต่อยอดเพื่อช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

คุณครูฮาราดะเป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองจากประเทศฮ่องกง เมื่อคุณครูพานักเรียนชั้นประถมไปทัศนศึกษาบริเวณชายหาด เด็กๆ ก็เหยียบโดนขยะหลายชิ้น ทั้งครูและนักเรียนจึงตัดสินใจช่วยกันเก็บขยะไปทิ้ง คุณครูจึงถือโอกาสให้ความรู้กับเด็กๆ เพิ่มเติมเรื่องมลภาวะและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมทางทะเล พบว่าทุกวันนี้มากกว่า 80% ของมหาสมุทรทั่วโลกเต็มไปด้วยขยะพลาสติกเม็ดเล็กๆ ซึ่งขั้นตอนในการเก็บเศษพลาสติกชิ้นเล็กๆ เหล่านี้เป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากและสิ้นเปลืองมาก คุณครูและนักเรียนกลุ่มนี้จึงคิดหาวิธีที่ง่ายและประหยัดเพื่อเก็บขยะเหล่านี้

[ted id=2363]

คุณครูให้เด็กๆ ช่วยกันคิดหาวิธีเก็บขยะได้อย่างอิสระ จากนั้นก็นำเอาความคิดที่เจ๋งๆ ของเด็กแต่ละคนมารวมกัน แล้วจึงสร้างเป็นต้นแบบหุ่นยนต์เก็บขยะที่ลอยน้ำได้ ภายหลังคุณครูได้นำรายละเอียดของสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ไปเขียนไว้บนเว็บไซต์ของโรงเรียน โดยหวังว่าจะมีใครที่มีเงินทุนมากพอมาเห็นผลงานชิ้นนี้ แล้วทำให้มันเป็นอุปกรณ์ที่ทันสมัยและใช้ได้จริง

ข้อคิดที่คุณครูได้จากการทำโครงการแรกนี้คือ เมื่อเขาให้นักเรียนเห็นปัญหาตรงๆ นักเรียนก็ไม่ลังเลที่จะช่วยกันระดมความคิดแก้ปัญหาทันที

pollutedwater

ต่อมาเด็กๆ ได้เห็นภาพจากอินเตอร์เน็ต เป็นภาพของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ประเทศบังกลาเทศ กำลังตักน้ำที่ปนเปื้อนไปด้วยน้ำมัน เพื่อนำไปใช้อุปโภคบริโภค นักเรียนประถมจากฮ่องกงกลุ่มนี้จึงรวมตัวกันประดิษฐ์อุปกรณ์วัดระดับน้ำเสีย แล้วส่งไปยังประเทศบังกลาเทศ

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ แทนที่เด็กๆ จะมองเห็นปัญหาอย่างเดียว พวกเขาลงมือแก้ปัญหาด้วย พวกเขาทำมันจากความรู้สึกสงสารและเห็นใจเด็กผู้ชายที่อยู่ในภาพ คุณครูรู้สึกประทับใจมาก จึงเกิดแรงบันดาลใจริเริ่มโครงการใหม่ที่ใหญ่ขึ้น เนื่องจากคุณครูฮาราดะเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นและฝรั่งเศส เหตุระเบิดที่โรงงานนิวเคลียร์ในเมืองฟูกูชิม่า เมื่อปีค.ศ. 2011 จึงเป็นเรื่องที่ครูฮาราดะให้ความสำคัญอย่างมาก คุณครูเดินทางไปวัดค่ามลพิษที่เมืองฟูกูชิม่าเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้คุณครูให้เด็กๆ เข้าร่วมด้วย แต่ไม่ได้ไปที่ฟูกูชิม่าจริงๆ หรอกนะคะ เด็กๆ จะอยู่ที่ศูนย์รับข้อมูลมลพิษที่ฮ่องกงที่เด็กๆ ช่วยกันตั้งขึ้น คุณครูจะรายงานผลค่ามลพิษให้เด็กๆ ฟังอย่างละเอียดทุกวัน จากนั้นเด็กๆ จะช่วยกันคิดว่าจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร

Fukushima

ในที่สุดคุณครูก็สามารถระดมทุนเพื่อสร้างศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อมที่ฮ่องกงได้สำเร็จ ที่ศูนย์นี้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กจะได้ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม เด็กๆ จะได้มีโอกาสทำความฝันให้เป็นจริง ในขณะที่ผู้ใหญ่ก็ได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

EnvironmentCenter

ครูฮาราดะบอกว่าผู้ใหญ่ควรเลิกปิดบังความจริงเรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อมจากเด็กๆ ได้แล้ว เด็กๆ จะได้มีโอกาสระดมความคิด แรงกาย และแรงใจช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ คุณครูเน้นย้ำข้อคิดจากอัจฉริยะอย่างไอน์สไตน์ที่บอกว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” เด็กๆ นั้นมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ ผู้ใหญ่ควรสนับสนุนละไม่ปิดกั้นความคิดของเด็กๆ ค่ะ

ที่มา: http://www.ted.com/talks/cesar_harada_how_i_teach_kids_to_love_science#t-569578

เจ้าหนูน้อยวัย 7 ขวบจะทำอย่างไรเมื่อสะอึกระหว่างการร้องเพลงชาติ (มีคลิป)

อีธาน ฮอลล์ เจ้าหนูน้อยวัย 7 ขวบ เกิดสะอึกขึ้นมาระหว่างการนำร้องเพลงชาติในพิธีเปิดการแข่งขันเบสบอลที่ประเทศออสเตรเลีย แต่เจ้าหนูอีธานก็แสดงสปิริตด้วยการร้องต่อจนจบเพลง ผู้คนในสนามต่างก็ประทับใจในความมุ่งมั่นของเจ้าหนูกันยกใหญ่ จนกลายเป็นข่าวดังที่ประเทศออสเตรเลียไปเลยค่ะ ไปดูคลิปกันเลย ทั้งเสียงดีและมีความกล้า ได้ใจคนไปเต็มๆ เลย

ที่มา: ABLtv.com Channel

แคมเปญบาร์บี้สุดน่ารัก จับเด็กๆมาทำงานแทนผู้ใหญ่ ตอกย้ำพ่อแม่ว่าจินตนาการสำคัญแค่ไหน (มีคลิป)

เรามักได้ยินพ่อแม่ที่เป็นฝรั่งบอกกับลูกๆ ของตัวเองเสมอว่า “ลูกเป็นอะไรก็ได้ที่ลูกอยากเป็น” ซึ่งก็เป็นคำสอนที่หวังจะกระตุ้นความมั่นใจและเปิดโอกาสให้ลูกคิดนอกกรอบ จนค้นพบความเป็นตัวเองในที่สุด

ทีมงานผู้ผลิตของเล่นยอดฮิตของโลกอย่างตุ๊กตาบาร์บี้ (Barbie) ก็รู้ซึ้งถึงประโยคฮิตนี้ดี จึงหาวิธีใหม่ๆ เจ๋งๆในการกระตุ้นให้พ่อแม่ฉุกคิดว่า การเล่นของเล่นดีๆ อย่างตุ๊กตาบาร์บี้ มันสามารถกระตุ้นจินตนาการ และสร้างให้เด็กค้นพบตัวเองได้อย่างแท้จริง พวกเขาจึงออกไอเดียจับเด็กเด็ดๆ มาปลอมตัวเป็นผู้ใหญ่ และทำอาชีพทุกอย่างที่พวกเธอยากเป็น

2015-10-11_14-07-06

โดยใช้เลือกเด็ก 5 คนที่มีความฝันแตกต่างกันว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร บ้างก็อยากเป็นครู บ้างอยากเป็นหมอสัตว์แพทย์ คนบรรยายในพิพิธภัณฑ์ นักธุรกิจ และโค้ชทีมฟุตบอล ให้พวกเธอมาลงสนามจริง และจับตาดูปฏิกิริยาของผู้ใหญ่รอบๆ ตัวพวกเธอ เมื่อเห็นเด็กน้อยมาโชว์ความเป็นมืออาชีพตัวจริงต่อหน้าพวกเขา

2015-10-11_14-04-27

2015-10-11_14-06-09

เนื้อหาในคลิปถ่ายทำจากสถานที่จริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน ซึ่งผู้ใหญ่ทุกคนก็ต้องอึ้ง เมื่อเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ สานฝันของตัวเองได้จริงๆ แม้จะอยู่ในร่างกายจิ๋วๆ ของพวกเธอ แต่ความน่ารักก็คือ ผู้ใหญ่ทุกคนพร้อมที่จะเล่นสนุกและให้โอกาสกับเด็กๆ ทุกคนจริงๆ เสียด้วย แบบนี้โลกค่อยหน้าอยู่ขึ้นอีกเยอะ!

 


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : www.marketingoops.com

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Barbie

คลิปสุดน่ารัก ^_^ เจ้าตูบแอบขโมยของเล่นเด็กน้อยจนร้องไห้ สุดท้ายคาบมาคืน

มะหมากับเด็กน้อยเป็นสิ่งที่คู่กัน … และเมื่อสองสิ่งนี้มาเจอกัน ความน่ารักจึงบังเกิด ^_^ อย่างคลิปวีดีโอนี้ ที่เจ้าสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลที่ชื่อชารฺลี และหนูน้อยลอร่านี้ ที่มีอาการพ่อแง่แม่งอนกันเล็กน้อย เพราะเจ้าชารฺลีแอบขโมยคาบของเล่นไป แต่สุดท้ายก็เอามาคืน ดูแล้วน่ารักฟรุ้งฟริ้งมากกกกกกก


ขอบคุณข้อมูลจาก : http://board.postjung.com/790937.html

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : CharlieDaDog

 

คุณแม่ลูกอ่อน

12 ประโยคที่รับรองว่าคุณแม่ลูกอ่อนทุกคนอยากได้ยิน

คำพูดของเพื่อนและคนใกล้ชิดของคุณแม่ลูกอ่อนมีความหมายมากนะคะ นอกจากจะไม่พูดแง่ลบให้คุณแม่คิดมาก เช่น วิพากษ์วิจารณ์การเลี้ยงลูกหรือพูดเปรียบเทียบการเลี้ยงลูกกับแม่คนอื่นแล้ว มีคำพูดประโยคไหนนะที่จะช่วยสร้างกำลังใจดีๆ ให้กับคุณแม่บ้าง

  1. “อยากได้อะไรจากเซเว่นมั้ย”
    ของกินของใช้เล็กๆ น้อยๆ อย่างสบู่ ยาสีฟัน หรือเครื่องดื่มอร่อยๆ ก็ช่วยให้แม่ลูกอ่อนไม่ต้องเสียเวลาออกไปหาซื้อเองแล้วค่ะ สิ่งเล็กๆ แค่นี้ก็มีความหมายกับแม่ลูกอ่อนแล้วค่ะ
  2. “วันนี้หน้าตาสดใสจัง”
    ไม่ต้องถึงขนาดชมว่า “สวย” หรอกค่ะ แม่ลูกอ่อนที่อดนอนคงไม่คิดว่าตัวเองสวยหรอก แค่ชมว่า “สดใสจัง” ก็ช่วยให้คุณแม่รู้สึกดีกับตัวเองได้แล้วค่ะ
  3. “ทำ…..มาให้กินจ้ะ”
    การดูแลทารกนั้นเหน็ดเหนื่อย คุณแม่ต้องคอยอุ้มเบบี๋ ป้อนนม และเปลี่ยนผ้าอ้อมทั้งวันทั้งคืน จนลืมเวลากินอาหารไปเลย การเข้าครัวทำอาหารนั้นก็ยิ่งยาก เราลองทำอาหารอร่อยๆ ไปฝากคุณแม่กันค่ะ พลังกายพลังใจเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าแน่นอน
  4. “มีผลไม้มาฝาก”
    ถ้าเราไม่มีเวลาหรือไม่มีฝีมือในการทำอาหาร ลองซื้อผลไม้ไปฝากคุณแม่กันค่ะ ช่วงนี้แม่ลูกอ่อนต้องกินอาหารที่มีประโยชน์เพื่อช่วยเพิ่มวิตามินและสร้างภูมิต้านทาน วิตามินและธาตุเหล็กในผลไม้สามารถช่วยให้สุขภาพของคุณแม่ดีขึ้นค่ะ
  5. “วันนี้จะมาเป็นแจ๋วให้นะ”
    แม่ลูกอ่อนต้องป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม เก็บกวาดบ้าน และคอยต้อนรับแขกที่มาแสดงความยินดีกับเบบี๋ตัวน้อย เราลองเสนอตัวที่จะช่วยทำงานบ้าน เช่น ดูดฝุ่น นำขยะไปทิ้ง ซักผ้าอ้อม ฯลฯ แต่ถ้าคุณแม่ยังเกรงใจ ก่อนกลับเราสามารถช่วยเก็บกวาดบริเวณที่นั่งคุยกับคุณแม่และนำจานและแก้วน้ำที่เราใช้ไปล้างให้เรียบร้อยก็ได้ค่ะ
  6. “เดี๋ยวเสิร์ฟน้ำให้นะ”
    ให้คุณแม่นั่งพักแทนที่จะต้องคอยเสิร์ฟเครื่องดื่มให้กับแขกที่มาเยี่ยม เราไปช่วยจัดหาเครื่องดื่มแทนคุณแม่เลย
  7. “ลูกน่ารักจัง”
    ประโยคนี้คุณแม่ฟังเท่าไร่ก็ไม่มีวันเบื่อค่ะ
  8. “เลี้ยงลูกเก่งจัง”
    อย่าลืมชื่นชมคุณแม่ในการเลี้ยงลูกนะคะ แม่ทุกคนอยากฟังประโยคนี้อยู่แล้ว
  9. “ให้ฉันช่วยดูลูกได้นะ เธอไปพักหน่อยเถอะ”
    ถ้าคุณแม่ได้ยินประโยคนี้ต้องดีใจสุดๆ แน่ แค่ได้พักอาบน้ำกินข้าวแบบสบายๆ สัก 20 นาทีคุณแม่ก็มีแรงเพิ่มขึ้นแล้ว แต่กับแม่ลูกอ่อนบางคน การต้องห่างจากลูกเพียงเสี้ยววินาทีก็เป็นไปไม่ได้แล้วค่ะ ไม่ต้องนึกโกรธคุณแม่นะคะที่เราอุตส่าห์เสนอความช่วยเหลือ แต่กลับถูกปฏิเสธ เพราะฮอร์โมนหลังคลอดจะทำให้แม่บางคนตัวติดหนึบกับเบบี๋ค่ะ
  10. “…..เป็นเด็กอารมณ์ดีจัง”
    พ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกอารมณ์ดีกันทั้งนั้น ปกติทารกอายุครบ 6 สัปดาห์จะเริ่มยิ้มเป็น การบอกว่าเบบี๋อารมณ์ดีก็เป็นการให้กำลังใจแม่ลูกอ่อนได้ดีค่ะ
  11. “พอลูกเริ่มโตก็เลี้ยงง่ายขึ้น”
    ถ้าเรามีลูกที่โตแล้ว เราสามารถปลอบใจคุณแม่ได้ค่ะ บอกว่าการเลี้ยงลูกจะง่ายขึ้นเรื่อยๆ อย่างเรื่องการนอน พอเบบี๋โตขึ้นก็จะค่อยๆ นอนเป็นเวลาค่ะ
  12. “อยากปรึกษาอะไรโทร.มานะ”
    การต้องดูแลเบบี๋ทั้งวันทั้งคืนก็ทำให้แม่ลูกอ่อนเหงาเหมือนกันนะ ให้คุณแม่รู้ว่ามีคนอยู่เคียงข้าง รับรองว่ามีกำลังใจเลี้ยงลูกเพิ่มขึ้นแน่นอนค่ะ

ที่มา: http://www.bellybelly.com.au/baby-sleep/things-to-say-to-a-sleep-deprived-parent/

ภาพจาก: Shutterstock

แม่ชาวอังกฤษตั้งครรภ์แบบธรรมชาติ ได้ฝาแฝด 4 (มีคลิป)

เอมม่า ร็อบบินส์ คุณแม่ชาวอังกฤษ ให้กำเนิดลูกชายฝาแฝด 4 คน จากการตั้งครรภ์แบบธรรมชาติ แต่เรื่องที่น่าประหลาดใจก็คือทารกน้อย 3 ใน 4 คน ได้แก่ โจชัวร์ แซ็คคารี่ และรูเบ็น เป็นฝาแฝดเหมือน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก เพราะเอมม่าตั้งครรภ์ลูกแฝดเองตามธรรมชาติ

ภาพจากคลิปคือตอนที่ทารกน้อยอายุ 6 เดือน เวลาออกไปข้างนอกกันทั้งครอบครัว เด็กๆ จะอยู่ในรถเข็นพิเศษที่ทำขึ้นสำหรับแฝด 4 โดยเฉพาะ ใครๆ เห็นก็อดจะยิ้มไม่ได้กับความน่ารักน่าเอ็นดูของครอบครัวนี้ค่ะ

https://youtu.be/8pfekZzlEmk

ที่มา: http://www.littlethings.com/rare-triplets-among-quads-v5/

คลิปจาก: Beanyman62News Channel

เพจสมุดบันทึกเด็กหญิงเรไรรายวัน ใสใสวัยน่ารัก

กดไลค์กันหรือยัง เพจเด็กหญิงเรไรรายวัน

คนสมัยก่อนนิยมปลูกฝังลูกหลานให้ร่ำเรียน เขียนอ่านกันที่บ้าน แต่สมัยนี้เรากลับเห็นเด็กอยู่กับจอ เล่นแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนในสัดส่วนที่มากกว่า .. มาอ่านบันทึกน่ารักของเด็กหญิงเรไรรายวัน แล้วจะรู้ว่าการเขียนบันทึก ส่งเสริมความคิดและสติปัญญาอย่างไร

 7

 

ใครๆ ก็ไม่อยากเป็นคนแก่ แม้กระทั่งเด็ก

1
“อายุ 7 ขวบ ฉันกลายเป็นคนแก่ไปแล้ว ฉันมีไข้ 38.4 มีน้ำมูกและหนาว พ่อกับแม่พาไปหาหมอ หมอดูที่กระดาษ หมอบอกไม่เจอตั้งนานกี่ขวบแล้ว พ่อบอก 7 หมอบอกแก่แล้วนะ ใครๆ ก็ไม่ชอบคำว่าคนแก่ ฉันเคยเรียกยายนาว่าคนแก่ แต่ยายไม่ชอบ ยายให้เรียกว่าคนมีอายุ ฉันไม่แก่ โลกนี้ไม่มีคนแก่อีกต่อไป” พี่ก็ไม่ชอบให้ใครมาเรียกว่าเป็นคนแก่เหมือนกัน

 

เขียนเรื่องคนแปลกหน้า แสดงให้เห็นการปลูกฝังที่ดีจากทางบ้าน

3

“คนที่เราไม่รู้จักคือคนแปลกหน้า ฉันรู้เรื่องคนแปลกหน้าจากโรงเรียน คุณยายชอบบอกให้ระวังเหมือนกันฉันเห็นคนแปลกห้ามี 3 แบบ หน้ายิ้ม โกรด เฉยๆ เด็กที่ชอบคนยิ้มๆ อาดถูกหลอก ฉันไม่ยิ้มกับคนแปลกหน้าทุกแบบ” ดีแล้วจ้า จะได้ปลอดภัย

 

น้องแฝดกลายเป็นยุงลายไปเสียแล้ว

4

“น้องแฝดของฉันเป็นพวกกับยุงลาย เที่ยวกัดคนในบ้านจนเลือดออกของแม่ที่แขน ของยายมากกว่า มี 6 แผล ฉันนับดูแล้วมีหัวไหล่ขวา หัวไหล่ซ้าย และหน้าอก ตอนนี้น้องน่ากลัวมากเลย มีฟันเยอะ ฟันน้องคม ถ้ายุงมากัดเราตบ แต่เป็นน้องเราไม่ตบ” รู้ด้วยว่าตบน้องไม่ได้นะจ๊ะ

 

 

น้องเรไรรายวัน ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร เที่ยวชมศิลาจารึกพ่อขุนรามฯ
น้องเรไรรายวัน ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร เที่ยวชมศิลาจารึกพ่อขุนรามฯ

ประโยชน์ของการเขียนบันทึก

  1. ฝึกพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ ในส่วนต้นแขน
    2. เพิ่มทักษะการทำงานอย่างประสานกันระหว่างสายตาและกล้ามเนื้อมือ
    3. เสริมสร้างความคิด จินตนาการ
    4. สร้างสมาธิ
    5. เพิ่มทักษะการสื่อสาร

 

เด็กหญิงเรไรรายวัน เป็นนามปากกาของเด็กหญิงเรไร สุวีรานนท์ ชื่อเล่นว่าน้องต้นหลิว เริ่มจดบันทึกจากคำแนะนำของคุณแม่ที่สนใจพาน้องเข้าร่วมโครงการสมุดบันทึกวัยเยาว์ โดยส่งรายชื่อร่วมกับเพื่อนคนอื่นให้ห้องและได้รับสมุด โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องจดบันทึกทุกวัน

คุณแม่ ชนิดา สุวีรานนท์ เล่าว่า “เริ่มแรกเลยในเด็กเล็กถ้าปล่อยให้เขาเขียน เขาไม่เขียนเอง เขาก็จะเล่ามากกว่า เรื่องที่น้องเอามาเขียนส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องในบ้าน ช่วงนี้เขาสนุกอยู่กับเรื่องของน้องแฝด และที่บ้านมีคุณตาคุณยายที่มีเรื่องสนุกมาเล่าให้เขาฟัง ทำให้มีเรื่องราวหลากหลายมาเล่าให้แม่ฟัง และสุดท้ายเขาจะสวมบทบาทสมมติเป็นคุณครู ให้คุณแม่เลือกว่าจะให้เขาเขียนเรื่องไหน ถ้าแม่เลือกอะไรไป เขาจะไปเลือกอีกเรื่องหนึ่งเสมอ”

แม่จะบอกเสมอว่าให้เขียนสิ่งที่อยู่ในหัว เขียนผิดเขียนถูกไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล

ในช่วง 37 วันแรก มีคนถามแม่ว่า สอนเขาอย่างไร เราดึงสิ่งที่เขาชอบ และหาแรงผลักมา Drive ให้เขาสนใจ น้องต้นหลิวเขาเห็นแม่เป็น Hero เพราะแม่ขับรถได้ แม่ก็จะบอกว่า ให้ต้นหลิวกินนมเยอะๆ ขาจะได้ยาวๆ โตขึ้นจะได้ขับรถได้ แต่การขับรถเราต้องคิดว่า เราจะขับไปไหน

ขึ้นต้นประโยคเหมือนสตาร์ทรถ

การเขียนก็เหมือนกับการขับรถ ว่าเราจะขับไปที่ไหน ดินสอก็เหมือนกับกุญแจ ที่เสียบแล้วสตาร์ทรถ เพราะฉะนั้นประโยคแรกในการเขียนนั้นสำคัญ

เขียนให้เป็นเรื่องสนุก

100 วันขึ้นไป เขาจะชินกับการเริ่มเขียน บางทีเขาคิดประโยคจบได้ก่อนประโยคก่อนด้วยซ้ำ แต่การเขียนของเขาจะไม่ได้เสร็จใน 5 – 10 นาที บางทีเป็นชั่วโมง เพราะระหว่างนั้นเขาจะมีเรื่องเล่าของเขา หรืออยากทำอย่างอื่น เวลาแม่อยู่กับเขาก็จะทำให้เป็นเรื่องสนุก ให้เขารู้สึกว่าไม่ใช่งาน มีเวลากับตรงนี้พอสมควร

อ่านทวน ฝึกคิดอย่างเป็นระบบ

พอ 7 ขวบ เขาเริ่มอ่านหนังสือเก่งขึ้นแล้ว เขาจะเริ่มอ่านได้เป็นประโยค เชื่อมประโยคได้ ก่อนเขาเขียนประโยคต่อไปเขาจะกลับไปอ่านประโยคแรก แล้วจะรู้ว่า “และ” กับ “แต่” ใช้อย่างไร เรื่องไวยากรณ์และคำศัพท์ก็จะตามมา ในช่วงสอบก็จะมีสอบศัพท์ยาก เขาจะได้รู้ว่าคำไหนที่เคยเขียนผิด เขาก็จะกลับมาแก้เอง โดยที่แม่ได้บอกให้เขาแก้เดี๋ยวนั้น”

 

ณ วันนี้ น้องเขียนมาได้ 135 วันแล้ว และมีหลายคนถามไปถึงคุณแม่ว่ามีวิธีการสอนน้องอย่างไร วันนี้เรานำวิธีของคุณแม่ ที่เคยโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวมาฝากกันค่ะ

“วันที่ 37 ของเรไรรายวัน

 

มีหลายคนถามว่าแม่ทำได้ยังไง ให้ลูกเขียนบันทึกทุกวัน มีเคล็ดลับอะไร เก่งจัง ขอแชร์ 3 คำนะคะ “ลง-มือ-เขียน”

 

 

ช่วงต้น:

 

ดูเหมือนแม่ต้องใช้ลูกล่อลูกชนมากๆ ทำตัวเหมือนเป็นร่างเดียวกัน

ช่วยคิดเรื่อง ช่วยสะกด ช่วยลบ และคอยป้อยอ (สำคัญมากๆ) ยกเว้นช่วยเขียน

 

ผ่านไปสักระยะ:

 

ปล่อยให้ลูกคิดเองว่าจะเขียนอะไร แค่กระตุ้นถามว่า มีอะไรน่าสนุกบ้างในวันนี้ของเขา แล้วให้ลูกเล่าปากเปล่าออกมาเป็นฉากๆ ก่อนลงมือเขียน จากนั้นแม่ก็คอยโยนหินถามทาง เช่น แล้วไงต่อ เล่าให้ชัดกว่านี้ได้ไหม ในขั้นนี้ขยับจากการช่วยสะกดทั้งคำ มาเป็นสะกดคำให้ลูกเลือกใช้ว่าถ้าออกเสียงแบบนี้น่าจะใช้พยัญชนะ สระ หรือวรรณยุกต์ตัวไหน (ประมาณมี ก. ข. ค. ให้เลือกกา) ถ้าลูกเลือกผิดก็จะสะกดเน้นๆ ซ้ำไปมา (ทำเสียงตลกๆ เว่อร์ๆ) เพื่อบอกใบ้ว่าไอ้ที่เค้าเลือกนะไม่ถูก และก็ยังคงป้อยออย่างต่อนื่อง

 

เริ่มเข้าสัปดาห์ที่ 4:

 

ลูกจะบอกเองว่า แม่ๆ วันนี้หนูจะเขียนเรื่องนี้นะ พร้อมเล่าออกมาปากเปล่าก่อนเหมือนเดิม แต่ดูมั่นใจและลื่นไหลขึ้น ตอนนี้แม่หยุดถามนู่นนี่ เพียงแค่นั่งข้างๆ และรับฟัง พร้อมป้อยอมากกว่าเดิม ลูกลงมือเขียน จะเงยหน้ามองแม่เมื่อเขียนคำยาก

ตามความคิดออกมาไม่ได้ จุดนี้คงต้องช่วยกันไป

อีกสักพักใหญ่จนกว่าจะมีความชำนาญ แต่ไม่ต้องเน้นเรื่องตัวสะกดมากน่าจะดีกว่า

 

 

เด็กๆ มีความคิดอ่าน แต่ยังไม่สามารถเรียบเรียง และสื่อออกมาได้ชัดเจนดังใจนึก การเป็นนักเขียนสำหรับน้อยคน คือ พรสวรรค์ ส่วนตัวแล้วเชื่อใน พรแสวง ด้วย ยิ่งในเรไรแล้ว การฝึกฝน วินัยในการเขียน และได้รับการชี้แนะ

จากผู้ใหญ่อย่างต่อเนื่อง น่าจะช่วยให้เค้าสามารถ

พัฒนาการเขียนได้ระดับหนึ่ง”

 

ใครที่ยังไม่ได้สอนให้ลูกหัดเขียน เริ่มต้นวันนี้ก็ไม่สายเกินไปนะคะ มองหาสมุดเปล่าเขียนง่าย ๆ และอาจลองนำวิธีของคุณแม่ชนิดามาใช้ดูก็ไม่สงวนสิขสิทธิ์ค่ะ ถ้าหลงรักเด็กหญิงคนนี้เข้าแล้ว กดไลค์ได้ที่ 000314: เรไรรายวัน

rai

 

Tags

ลอยกระทง 1 ครอบครัวต่อ 1 กระทงและหลีกเลี่ยงโฟมกันนะคะ

สุขสันต์วันลอยกระทงค่ะคุณพ่อคุณแม่และเด็กๆ การลอยกระทงเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน แต่เนื่องจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ทำให้จำนวนกระทงก็เพิ่มขึ้นไปด้วย เจ้ากระทงเหล่านี้เลยกลายเป็นขยะของเช้าวันต่อไป เรามาดูสถิติของจำนวนขยะที่ทางสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ต้องทำการเก็บในปีที่ผ่านมา คือปี พ.ศ. 2557 กันค่ะ

ปีที่แล้วเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครเริ่มเก็บกระทงกันตั้งแต่ 20:00 น. จนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น เวลาประมาณ 6:00 น. สามารถเก็บได้ทั้งหมด 982,064 กระทง แบ่งเป็นกระทงจากวัสดุธรรมชาติ 885,995 กระทง และกระทงที่ทำจากโฟม 96,069 กระทง มีจำนวนกระทงที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้นถึง 116,649 กระทง ทาง กทม. จะต้องมีหน้าที่ขนขยะเหล่านี้ไปฝังกลบที่โรงกำจัดขยะ 3 แห่ง บริเวณหนองแขม อ่อนนุช และท่าแร้ง เห็นไหมคะว่ากระทงกลับกลายเป็นขยะปริมาณมหาศาลเพียงข้ามคืน

ดร. วิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ จึงให้แนวทางการลอยกระทงแบบ 3R ไว้ว่า

  1. Reduce 1 ครอบครัวลอยแค่ 1 กระทงเล็กๆ
  2. Reuse ใช้วัสดุเหลือใช้มาทำกระทง
  3. Recycle กระทงที่ลอยแล้วสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่

นอกจากนี้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น กาบกล้วย ใบตอง และดอกไม้สด ยังเป็นวัสดุที่เหมาะสมกับการทำกระทงที่สุด ควรหลีกเลี่ยงวัสดุจากโฟมหรือพลาสติก รวมถึงกระทงจากขนมปัง เพราะขนมปังเป็นสารอินทรีย์ จะทำให้น้ำเสียเร็วขึ้น

รู้แบบนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ที่จะพาลูกๆ ไปลอยกระทง อย่าลืมคำนึงถึงสภาพแวดล้อมกันด้วยนะคะ รักษาประเพณีที่ดีงามไปควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กๆ ด้วยค่ะ

 

เรียบเรียงโดย: กองบรรณาธิการ

ข้อมูลจาก: http://www.tnamcot.com/content/57899

http://news.thaipbs.or.th

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1448120494

ภาพจาก: Shutterstock

สตรองมาก! สาวน้อยญี่ปุ่นแชมป์คาราเต้สามสมัย วัย 9 ขวบ (มีคลิป)

เด็กหญิงวัย 9 ขวบในความคิดของหลายๆ คน คงจะนึกถึงเด็กตัวเล็กๆ วิ่งเล่นกับเพื่อน เล่นตุ๊กตา ตามประสาเด็กทั่วไป

แต่สำหรับสาวน้อยคนนี้ มีดีกรีเป็นถึงแชมป์คาราเต้ในรุ่นอายุของตัวเองถึง 3 สมัย! ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยายนอกจากคำว่า “สตรอง” จริงๆ ค่ะ (ฮ่าๆ)

เด็กหญิงมาฮิโระ ทาคาโนะ เริ่มเล่นคาราเต้มาตั้งแต่วัยสี่ขวบ เพราะสนอกสนใจที่พี่ชายวัยห้าขวบฝึกเล่นคาราเต้กับคุณพ่อ

แม้เป็นถึงแชมป์ 3 สมัย น้องมาฮิโระก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง น้องชอบหมีดัฟฟี่ของดิสนีย์ ชอบกินช็อกโกแลต ทำการบ้านก่อนมื้อเย็นเป็นกิจวัตร แถมยังชอบเล่นสเก็ตบอร์ด เล่นเกมส์ และโดดดึ๋งๆ เล่นบนแทรมโพลีนด้วย

น้องมาฮิโระเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อได้โชว์ฝีมือการฝึกฝนคาราเต้ในมิวสิกวิดีโอเพลง Alive ของนักร้องสาว Sia เรามีมิวสิกวิดีโอนี้เพลงนี้มาให้ดูกันค่ะ ^^ ท่วงท่างดงามเข้มแข็งของน้องดึงดูดสายตามากๆ

น้องบอกว่าสนุกกับการถ่ายมิวสิกวิดีโอมาก และอยากเล่นอีก ยิ่งถ้าเป็นจัสติน บีเบอร์หรือเทย์เลอร์ สวิฟต์ เสนอมาล่ะก็ ไม่พลาดแน่ๆ

เด็กหญิงมาฮิโระเคยแพ้การแข่งขันแค่เพียงครั้งเดียวตอนช่วงอนุบาล น้องร้องไห้ นึกถึงความหลังว่าการแพ้นั้นทำให้รู้สึกเจ็บปวดมาก เคล็ดลับของน้องคือ “ซ้อมให้เหมือนกับแข่งขัน และแข่งขันให้ได้เหมือนกับตอนซ้อม” น้องฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง ทุกวันหลังเลิกเรียนจะไปซ้อมกับพี่ชาย แต่เสน่ห์ของกีฬาคาราเต้สำหรับน้องนั้นเรียบง่ายนิดเดียว คือทำให้มีเพื่อน น้องบอกว่ากีฬานี้ “เล่นกับเพื่อนได้”

คุณพ่อคุณแม่ของน้องบอกว่ารู้สึกขอบคุณคาราเต้ เพราะกีฬานี้สอนเด็กให้รู้จักวินัย ความพยายาม และความยืดหยุ่นที่จะเล่นให้ได้ดีภายใต้ความกดดันและรูปแบบต่างๆ ที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ทั้งการโค้ง การขานอย่างแข็งขัน รวมถึงการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง และการเรียนรู้ที่จะเคารพลำดับชั้นซึ่งถูกแบ่งแยกโดยระดับฝีมือด้วยสีเข็มขัด

โปรไฟล์น้องมาฮิโระยังไม่จบแค่นี้ค่ะ น้องได้รับเลือกเป็น “ตัวแทน” อย่างเป็นทางการสำหรับกีฬาคาราเต้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2020 ที่กรุงโตเกียว คาราเต้ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการว่าจะได้บรรจุเข้าในโอลิมปิกหรือไม่ แม้จะยังไม่มีกำหนดเกณฑ์อายุ แต่น้องมาฮิโระก็อาจอายุน้อยเกินกว่าจะร่วมแข่งขัน

น้องบอกว่า “หนูอยากแข่งโอลิมปิก และคว้าเหรียญทองให้ได้ค่ะ”

ถ้ายังไม่จุใจ เรามีคลิปตอนน้องฝึกซ้อมกระบวนท่าคาราเต้สุดเป๊ะมาให้ดูกันด้วยค่ะ ^^

ที่มา : billboard.com

ภาพ : ew.com

โลกสดใสกับคลิปการแสดงของศิลปินฮูลาฮูบกับเด็กน้อย

มาฟังเพลงเพราะๆ กับการแสดงเจ๋งๆ ของศิลปินนักเล่นฮูลาฮูบ ที่เล่นสนุกกับเด็กๆ ได้น่าเอ็นดูมากๆ เลยค่ะ

ที่มา: Rumble Viral Channel