วิธีกินอะโวคาโด อะโวคาโด

แจกสูตร วิธีกินอะโวคาโด ผลไม้มากประโยชน์ ต้องลอง

event
วิธีกินอะโวคาโด อะโวคาโด
วิธีกินอะโวคาโด อะโวคาโด

วิธีกินอะโวคาโด ที่ว่ากันว่าเป็นผลไม้มากประโยชน์ สรรพคุณที่ดีต่อร่างกายมีมากมาย เมนูไหนดี เมนูไหนเด็ด แจกสูตรไม่มีหวงที่นี่ ขอบอกว่าต้องลอง

แจกสูตร วิธีกินอะโวคาโด ผลไม้มากประโยชน์ ต้องลอง!!

อะโวคาโด ผลไม้น่าตาไม่คุ้น สีเขียวเข้ม มีรสจืดและมีไขมันสูง โดยอะโวคาโดปริมาณ 100 กรัม มีไขมัน 15 กรัม แต่ทำไมถึงกล่าวกันว่า เป็นผลไม้มากประโยชน์ เพราะความเป็นจริงแล้ว อะโวคาโดนั้นไม่ได้ทำให้อ้วนจากไขมันที่มีมาก เพราะไขมันในอะโวคาโด เป็นไขมันชนิดที่ดี มีน้ำตาลน้อย และมีไฟเบอร์สูง ในทางกลับกันจึงกลายเป็นผลไม้ที่ทำให้รู้สึกอิ่มนาน ช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีไปเสียอีก

ของดี แต่ควรกินอย่างพอเหมาะ!!

อะโวคาโดมาพร้อมกับประโยชน์ที่เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุเลยทีเดียว และสามารถนำมาปรุงอาหารได้อย่างหลากหลายด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประโยชน์ของอะโวคาโดต่อสุขภาพนั้นจะมีมากมาย แต่ก็มีสรรพคุณบางข้อควรได้รับการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อยืนยันถึงประโยชน์และความปลอดภัยในการรับประทานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

การบริโภคอะโวคาโดในปริมาณที่เหมาะสมนั้นค่อนข้างปลอดภัย โดยผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รับประทานอะโวคาโดไม่เกิน 1 ผลต่อวัน เพราะเป็นผลไม้ที่ให้ไขมันและพลังงานสูง แต่สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ยาง (Latex Allergy) ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานเพราะผลอะโวคาโดมียางเป็นส่วนประกอบจึงอาจเสี่ยงต่ออาการแพ้ที่เป็นอันตรายได้

ชวนมากินอาหารมากประโยชน์ เพื่อสุขภาพ
ชวนมากินอาหารมากประโยชน์ เพื่อสุขภาพ

อะโวคาโด ผลไม้มาประโยชน์!!

  1. เป็นแหล่งของกรดไขมันชนิดดี อะโวคาโดมีไขมันชนิดดี คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (Monounsaturated fatty acids) ถึง 70% ซึ่งมีประโยชน์ต่อหลอดเลือดแดง เพราะจะช่วยลดไขมันเลวในหลอดเลือด เช่น คอเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล (Low Density Lipoprotein-LDL) และไตรกลีเซอไรด์ ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบและโรคหัวใจวายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้
  2. บำรุงระบบประสาทและสมอง เพราะในอะโวคาโดมีกรดโอเลอิก (Oleic Acid) ซึ่งมีผลดีและจำเป็นต่อระบบประสาทและสมอง โดยกรดไขมันชนิดนี้อาจช่วยลดความเหนื่อยล้าของสมอง และช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองได้ดีมากยิ่งขึ้น
  3. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ในอะโวคาโดมีวิตามินอี ซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลายจากมลพิษรอบตัวทั้งจากภายในและภายนอก ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิงได้ เพราะในอะโวคาโดมีลูทีน (Lutien) เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแคโรทีนอยด์ นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาที่พบว่าสารสกัดอะโวคาโดอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ แต่การศึกษาเหล่านี้เป็นเพียงการศึกษาในหลอดทดลองและมีข้อจำกัดค่อนข้างมากจึงไม่สามารถยืนยันสรรพคุณในข้อนี้ได้
  4. บำรุงและรักษาดวงตา ในอะโวคาโด มีสารลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพดวงตา มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคทางดวงตาหลายชนิด ที่สำคัญคือ โรคต้อกระจก และโรคจุดรับภาพเสื่อม
  5. มีโพแทสเซียมสูง ในอะโวคาโด 100 กรัม จะมีโพแทสเซียมสูงถึง 14% และกล้วยจะมีโพแทสเซียมอยู่ 10% ซึ่งจากการวิจัยพบว่า หากเราได้รับโพแทสเซียมในปริมาณที่มากพอจะสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ นอกจากนั้นโพแทสเซียม ยังมีส่วนช่วยในการรักษาสมดุลของน้ำ กรด-ด่างในร่างกายของเราอีกด้วย
  6. มีไฟเบอร์สูง อะโวคาโดครึ่งลูกมีไฟเบอร์ 6-7 กรัม โดยแต่ละคนมีความต้องการไฟเบอร์ในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป ในหนึ่งวัน ผู้หญิงควรได้รับไฟเบอร์ 25 กรัม และผู้ชายควรได้รับไฟเบอร์ 38 กรัม รับประทานอะโวคาโดแค่ครึ่งลูกก็เกือบได้ไฟเบอร์ในปริมาณที่ต้องการในแต่ละวันแล้ว

วิธีกินอะโวคาโด

ก่อนที่เราจะมาทำการรับประทานอะโวคาโดกัน เราต้องผ่านขั้นตอนการเลือกอะโวคาโดที่ดีกันเสียก่อน เพราะหากเลือกผลอะโวคาโดที่ตรงตาม วิธีกินอะโวคาโด แล้ว จะยิ่งเพิ่มความอร่อยให้กับเมนูอะโวคาโดมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วยนะ

วิธีเลือกอะโวคาโด

  1. ดูที่สีของขั้วอะโวคาโด ต้องเป็นสีน้ำตาลเหลือง เเปลว่าสุกพร้อมทาน ถ้าเป็นสีน้ำตาลเข้มเเล้วแปลว่าสุกเกินไป เเละถ้าขั้วยังเป็นสีเขียวอยู เเสดงว่าดิบอยู่ ยังไม่สุกนั่นเอง
  2. ลองจับดูว่า อะโวคาโด นิ่มหรือแข็ง ถ้าจับเเบบอะโวคาโดนิ่ม เเสดงว่าสุกเเล้ว เเต่ถ้าจับเเล้วนิ่มเกินไป เเสดงว่าอะโวคะโดอาจจะสุกมานานเเล้ว หรือถ้าจับแล้วแข็ง แสดงว่ายังไม่สุก ต้องดูควบคู่กับ ขั้วอะโวคาโดด้วยนะ
  3. สีของอะโวคาโด ต้องเลือกตามการรับประทานของเรา ถ้าเราจะรับประทานเลย ต้องเลือกอะโวคาโดสุกที่มีสีเข้มๆ ไปจนถึงดำ แต่ถ้าหากจะซื้อไว้รับประทานในอีก 2-3 วันให้เลือกลูกที่มีสีเขียวกว่า เพื่อให้สุกพอดีในวันที่จะรับประทาน
  4. กลิ่นของอะโวคาโด หากอะโวคาโดมีกลิ่นเเรง แปลว่าสุกแล้ว หากยังไม่มีกลิ่น แปลว่ายังไม่สุก
  5. เลือกสายพันธุ์อะโวคาโด อะโวคาโดมีหลายสายพันธุ์ เเต่ละสายพันธุ์ก็มีรสชาติเเตกต่างกันออกไป หากใครที่ชอบรับประทานรสชาติเข้มข้น เหมือนถั่ว ต้องลองสายพันธุ์ Hass, Gwen, Reed หรือหากใครชอบกินรสชาติกลางๆ อ่อนกว่า ควรเป็นสายพันธุ์ Zutano เเละ Bacon

    วิธีกินอะโวคาโด ผลไม้มากประโยชน์
    วิธีกินอะโวคาโด ผลไม้มากประโยชน์

การเก็บรักษา

  1. หากยังไม่สุก เเล้วต้องการเร่งให้สุกไวๆ ควรใส่ไว้ในถุงกระดาษ โดยใส่ไว้กับกล้วยหรือ แอปเปิ้ล เพราะผลไม้เหล่านี้จะช่วยปล่อยก๊าซเอทิลีนออกมา เหมือนเป็นการบ่มผลไม้ ทำให้อะโวคาโดสุกเร็วขึ้นภายใน 2 – 3 วันนั่นเอง ลดเวลาจากการตั้งอะโวคาโดไว้นอกถุงๆ เฉยๆ ได้หลายวันเลยทีเดียว
  2. หากอโวคาโดสุกแล้ว ให้เก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อคงสภาพให้ลูกอะโวคาโดไม่สุกเกินไป สามารถเอาออกมารับประทานต่อได้ เเบบอร่อยเหมือนซื้อมาใหม่

 

อ่านต่อ>> วิธีกินอะโวคาโด กับสูตรเมนูหลากหลาย ที่คุณต้องห้ามพลาด !! คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up