โจ๊กข้าวกล้องไก่บ้านกับผักสีรุ้ง (1 ขวบ++)

 

โจ๊กข้าวกล้องไก่บ้านกับผักสีรุ้ง (1 ขวบ++)

เวลาเตรียมและทำ 15 นาที
ส่วนผสมสำหรับ 1 ที่

ข้าวกล้องออร์แกนิกบด                       5 ช้อนโต๊ะ

หน้าอกไก่บ้านสับละเอียด                  ½ ถ้วย

น้ำสต๊อกผักออร์แกนิก                         2 ถ้วย

เกลือทะเล                                              เล็กน้อย

ซีอิ้วขาวออร์แกนิก                                เล็กน้อย

ข้าวโพดอ่อน แครอท เห็ดออรินจิ ฟักทอง บล็อคโคลี ออร์แกนิกหั่นเต๋า 1 ถ้วย

 

วิธีทำ

1.ต้มไก่บ้านในน้ำสต๊อกผักจนสุกดี

2.ใส่ผักออร์แกนิกหั่นเต๋าลงไป ตามด้วยข้าวกล้องออร์แกนิกบด คนให้ทั่วจนสุก

3.ปรุงรสด้วยเกลือทะเล และซีอิ้วขาวเล็กน้อย

 

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการเรียลพาเรนติ้ง

Tags

แซนวิชปลาย่าง กับน้ำสลัดฟักทอง (2 ขวบ++ )

แซนวิชปลาย่าง กับน้ำสลัดฟักทอง (2 ขวบ++ )

เวลาเตรียมและทำ 20 นาที
ส่วนผสมสำหรับ 1-2 ที่

ขนมปังโฮลวีตออร์แกนิก                      2 แผ่น (เลือกชนิดตัดขอบ)

ปลาทู                                                    1 ตัว

ฟักทอง                                                  ½ กิโลกรัม

น้ำตาลทรายแดงออร์แกนิก                 200 กรัม

น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ออร์แกนิก             2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันมะกอก                                        2 ช้อนโต๊ะ
เกลือทะเล                                              เล็กน้อย
ผักสลัดออร์แกนิก                                 ½ ถ้วย

 

วิธีทำ

1.ละลายน้ำตาลทรายแดงกับแอปเปิ้ลไซเดอร์ พักไว้

2.ต้มฟักทองให้เปื่อย แล้วบดฟักทองให้ละเอียด

3.นำฟักทองที่บดละเอียด ใส่ลงในน้ำตาลทรายแดงที่ละลายแล้ว

4.ค่อยๆเทน้ำมันมะกอกลงไป คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือทะเลเล็กน้อย พักไว้

5.นำปลาทูไปย่าง แล้วยีเนื้อปลาให้ละเอียด

6.ผสมเนื้อปลาทูกับน้ำสลัดฟักทองเข้าด้วยกัน

7.ทาบนขนมปัง (จะปิ้งหรือไม่ปิ้งก็ได้)

8.ตกแต่งด้วยผักสลัดหรือผักอื่นๆตามชอบ

 
บทความโดย : กองบรรณาธิการเรียลพาเรนติ้ง

Tags

ข้าวกล้องตะลุยสวน (2 ขวบ++)

ข้าวกล้องตะลุยสวน (2 ขวบ++)

เวลาเตรียมและทำ 25 นาที
ส่วนผสม 1-2 ที่

ข้าวกล้องออร์แกนิกหุงสุก                                  1 ถ้วย

กระเทียมสับ                                                          1 ช้อนชา

ต้นหอมซอย                                                           1 ช้อนชา

ปลาทูย่าง                                                              ½ ถ้วย

ไข่ไก่ออร์แกนิก                                                      1 ฟอง

น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิกสำหรับปรุงอาหาร      1 ช้อนโต๊ะ

เกลือทะเล                                                              เล็กน้อย

ซีอิ้วขาวออร์แกนิก                                                เล็กน้อย

สาหร่ายญี่ปุ่นสำหรับห่อ                                      1 แผ่น

ข้าวโพดอ่อน แครอท เห็ดออรินจิ ฟักทอง บล็อคโคลี ออร์กานิกหั่นเต๋า 1 ถ้วยตวง

 

 

วิธีทำ

1.ใส่น้ำมันลงในกะทะ ผัดกระเทียมให้หอม จากนั้นนำปลาทูลงผัด

2.ตามด้วยผักต่างๆ ที่หั่นเต๋าลงผัดจนสุก

3.ตอกไข่ออร์แกนิกลงไป เติมต้นหอมซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน

4.ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาวและเกลือเล็กน้อย
5.พักไว้ให้เย็น
6.นำส่วนผสมทั้งหมดวางลงในสาหร่ายแล้วห่อ
7.ตัดเป็นชิ้นๆพอคำคล้ายกับซูชิ

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการเรียลพาเรนติ้ง

Tags

ดวงใจในกลางสวน (1 ขวบ++)

ดวงใจในกลางสวน (1 ขวบ++)

เวลาเตรียมและทำ 15 นาที
ส่วนผสมสำหรับ 1 ที่

ไข่ออร์แกนิก                                                                          1 ฟอง

แป้งข้าวโพด                                                                         1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิกสำหรับปรุงอาหาร                    ½ ช้อนโต๊ะ

ซิ้อิ้วขาวออร์แกนิก                                                               เล็กน้อย
น้ำเปล่า                                                                                  ½ ถ้วย
กระเทียมสับ                                                                          1 ช้อนชา
ผักสารพัดสี เช่น ข้าวโพดอ่อน แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ เห็ดออรินจิ ออร์แกนิกหั่นเต๋า 1 ถ้วยตวง

 

วิธีทำ
1.นำกระทะตั้งไฟ เติมน้ำลงไป วางพิมพ์รูปหัวใจ (ถ้าไม่มีก็ทอดธรรมดา)

2.พอน้ำเดือด ตอกไข่ พยายามให้ไข่แดงอยู่ตรงกลาง

3.เมื่อได้ไข่ดาวรูปหัวใจแล้ว นำขึ้นมาพักไว้กลางจาน

4.เทน้ำมันมะพร้าวลงในกะทะ ใส่กระเทียมสับลงไป ตามด้วยผักรวมที่หั่นไว้ลงไปผัดจนสุก

5.นำแป้งข้าวโพด ผสมในน้ำ แล้วใส่ลงไปในกะทะ คนให้เข้ากัน
6.ผัดจนสุก แล้วปรุงรสด้วยซีอิ้วขาวเล็กน้อย

7.นำผักที่ผัดไว้ราดรอบๆไข่ดาว

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการเรียลพาเรนติ้ง

Tags

พ่อสุดอาร์ตวาดแมงมุมสามมิติแกล้งลูกสาว

ความสามารถพิเศษในการวาดรูปทำให้หลายๆคนอิจฉา สามารถนำสิ่งมีชีวิตมาวางบนกระดาษได้ ทำให้กระดาษเปล่าขาวๆกลายเป็นสิ่งที่น่าดึงดูด

ชาวเนตบนยูทูปท่านนี้ มีความสามารถในการวาดภาพสามมิติ อย่างหาตัวจับยากในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคุณพ่อของหนูน้อยคนหนึ่ง เมื่อคุณพ่ออยากแกล้งลูกสาวก็เลยวาดแมงมุมตัวหนึ่งซะเหมือนเด๊ะออกมา ถึงคุณพ่อจะขี้แกล้งแบบนี้ แต่คุณจะนึกไม่ถึงเลยว่าหนูน้อยจะรับมือกับ “แมงมุมยักษ์” แบบนี้!

มาดูขั้นตอนการวาด เริ่มตั้งแต่ร่างแบบกันเลย

ลงสี

ลงเงา เป็นไงล่ะ เหมือนมากเลยใช่มั้ย?

โคตรเหมือนแมงมุมจริงๆ ดูแล้วเริ่มขนลุกแล้ว

ตอนแรกอยากจะทำให้ลูกสาวตกใจซะหน่อย ไม่คิดว่าปฏิกิริยาที่เห็นจะออกมางี้…

มาดูคลิปพร้อมเสียงด้วยกันเลยดีกว่า~ ต้องดูให้จบนะ เพราะหนูน้อยจะทำให้คุณยิ้มไม่หุบ

 


ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : www.manyum.com

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Kaikenn

 

[Blogger-ซาร่า คาซิงกินี] ตอนที่ 4 แบ่งเวลาเลี้ยงลูกสไตล์ซาร่า

“แบ่งเวลางานและเวลาเลี้ยงลูกสไตล์ซาร่า

 

แม้ว่าจะมีลูก เราก็ต้องทำงาน วิธีแบ่งเวลาเรื่องงานของซาร่าอาจจะแตกต่างจากคนอื่นสักหน่อย มาลองฟังกันค่ะ

เนื่องจากช่วงขวบแรก ซาร่ากับแม็กซ์เวลล์มีงานออกอีเว้นท์คู่กันด้วยบ่อย ซาร่าจึงเอาเรื่องงานกับการเลี้ยงลูกมารวมกัน เราไปไหน เขาก็ไปด้วยเสมอ ไม่ห่างกันเลย เพราะให้ลูกได้อยู่ใกล้ชิดกับเรา หิวก็กินนมเข้าเต้า ได้เล่นกับเขาไม่ห่าง เพราะว่า 2 ขวบปีแรก สมองของเด็กจะพัฒนาจากอาหารและการเลี้ยงดู ได้สัมผัสจากแม่ ซึ่งดีกว่าของเล่นชนิดอื่นๆ

แต่ซาร่าก็จะมีธุรกิจส่วนตัวอยู่ 2 – 3 อย่างค่ะ โดยจะเลือกงานที่ทำที่บ้านได้ เหมือนเอาออฟฟิศมาตั้งที่บ้าน คือทำงานในบ้านและมีเวลาเลี้ยงลูกไปด้วย

ส่วนการดูแลตัวเองก็มีบ้าง แต่จะพาพี่แม็กซ์ไปด้วยเสมอ พูดง่ายๆ ว่าซาร่าห่างกับลูกน้อยมากจริงๆ ค่ะ

 

 

 

เครื่องปั้มนมมือสอง

เครื่องปั้มนมมือสอง ยี่ห้อ spectra 9+ / 4,500 บาท / สภาพดีมาก / ใช้ไปเพียงครั้งเดียว. ที่ขายเพราะ ลูกไม่ดูดนมจากชวดคะ ดูดจากเต้าเลย ซื้อมาเมื่อ 27/5/58. อุปกรณ์ครบ. เป็นแบบปั้มคู่คะ / 089-1108329 จอยคะ

Tags

ไฮไลท์สำหรับครอบครัวใน Central Plaza Westgate

Central เปิดห้างใหม่ ย่านบางใหญ่ ในคอนเซ็ปต์ “ชีวิตใหญ่มาก”

ครอบครัวชานเมืองแถบตะวันตกได้มีจุดนัดพบ และช้อปปิ้งแหล่งใหม่ ย่าน บางใหญ่ นนทบุรี เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 58 กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชาวบางใหญ่และใกล้เคียง เมื่อร้านค้าชั้นนำกว่า 500 ร้านค้า และร้านอาหารชั้นนำกว่า 200 ร้านค้า  มาอยู่ใกล้ๆ แล้ว  บนพื้นที่กว่า 500,000 ตารางเมตร มีท็อปส์ มาร์เก็ต และท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์, โรงภาพยนตร์เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์, โดราเอมอน คอมมิคเวิลด์โมเดลเวอร์ชั่นในเมืองหนังสือการ์ตูนโดราเอมอนขนาดยักษ์

a-5 a-6

รถเข็นเด็ก ห้องน้ำเด็ก รถไฟฟ้านำเที่ยว และโซนอาหารสำหรับเด็ก

มีรถเข็นเด็กน่ารักให้บริการ มีห้องเปลี่ยนผ้าอ้อมพร้อมสำหรับเบบี๋ มีห้องน้ำสำหรับเด็กที่พ่อแม่เฝ้ามองดูได้จากด้านนอก ปล่อยให้เด็กได้ทำกิจกรรมของตัวเอง พิเศษสำหรับเด็กและผู้ปกครองเท่านั้นในโซน Foodpark ที่นั่งรับประทานอาหารสำหรับครอบครัว

 

 

a-8 (1) a-8 (2) a-8 (3) a-8 a-9 (1) a-10 (1) a-10 (3) a-10 (2)

 

นอกจากนี้ยังมี Playground ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นกับเพื่อนๆ และให้คุณพ่อคุณแม่ได้ถ่ายรูปอีกเพียบ

The tree of life
น้ำพุแห่งจินตนาการ

อลังการตอนรับทุกท่านอยู่ที่โถงด้านหน้า (ฝั่งถนนกาญจนาภิเษก) ด้วยมูลค่าก่อสร้างกว่า 50 ล้านบาท เปลี่ยนสีไปตามจังหวะดนตรี มีจุดนั่งพัก สำหรับนัดพบ

a-12

Sound of garden
สวนดนตรีเหนือจินตนาการ

สวนดอกไม้ในรูปแบบสวนดนตรี สีสันสดสวย

a-11

Sound of garden สวนดนตรีเหนือจินตนาการ

Giant Giraffe
สวนสนุกไม่รู้เบื่อ

พี่ยีราฟตัวใหญ่ รอต้อนรับหนูๆ แม้กระทั่งผู้ใหญ่วัยรุ่นก็อดใจแวะถ่ายรูปไม่ได้

a-2

Wise Garden
สนามเด็กเล่นในรังพี่นกฮูกใจดี

42 Wise Garden

 

สำหรับเด็กนักเรียนก็มีโรงเรียนเสริมทักษะมาเปิดเพียบ ผู้ปกครองไม่ต้องขับรถเข้าเมืองไปรับส่ง มีทั้งโรงเรียนสอนภาษา และดนตรี

 

a-1

 

ที่ตั้ง Central Plaza Westgate ตำบาลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 – 21.00 น. (จันทร์ – ศุกร์) และ 10.00 – 22.00 น. (เสาร์ – อาทิตย์)

 

21 เบญจรัตน์ - จิตติรัตน์ ตันตสิรินทร์ 25 วิภาวี, ด.ช.เอกวิทย์-ด.ญ.วรดา คอมันตร์ 27 ด.ญ.วรดา - ด.ช.เอกวิทย์ คอมันตร์ 29 มีน - พิชญา วัฒนามนตรี 30 ครอบครัวสุพิชญา สุรคุปต์ 40 Balloon Festival 43  The Tree of Life 45 โซน Giant Giraff 47 Doraemon Comic World

เครื่องปั้มนมมือสอง Ameda

ส่งต่อเครื่องปั้มนมไฟฟ้าคู่มือสองค่ะ Ameda Lactaline สภาพ 90% อุปกรณ์ครบชุด แถมกระเป๋าใส่สีดำ และ ถุงเก็บน้ำนม SUMMUM 4 กล่อง สนใจติดต่อ ส้ม 089-8124473 อยู่แถวศรีราชาค่ะ

Tags

คุณกำลังทำร้ายหัวใจลูกรักอย่างรุนแรงอยู่หรือไม่?

คลิปวิดีโอแนว Social Experiment จัดทำโดย UNICEFThailand เป็นการจำลองเหตุการณ์ของเด็กดื้อกับแม่ในร้านอาหาร ตีแผ่ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กในชีวิตประจำว­ันที่ถูกสังคมมองข้าม เนื่องจากความเชื่อในการเลี้ยงดูแบบ “รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” ซึ่งถูกปลูกฝังกันมาอย่างยาวนานในสังคมไทย

ทั้งนี้ยังมีบทสัมภาษณ์แง่คิดดีๆ ในการเลี้ยงลูก โดย หนูดี วนิษา เรซ มาร่วมกันสร้างความเชื่อที่ถูกต้อง “เลี้ยงลูกอย่างเข้าใจ หยุดใช้ความรุนแรง” กับยูนิเซฟ www.endviolencethailand.org เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปชมคลิปกันเลยค่ะ

คลิปวิดีโอจำลองเหตุการณ์เด็กดื้อกับแม่ในร้านอาหาร

 

หลังจากดูคลิปนี้แล้ว . . . เราจึงอยากย้อนกลับไปถามคุณพ่อคุณแม่ว่าเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นกับครอบครัวของคุณหรือเปล่า? ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กคงไม่มีวันหมดไป ถ้าเราทุกคนไม่รู้จักหยุดและคิด ว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากอะไร และไม่รู้จักเลือกใช้วิธีการที่ถูกต้องในก­ารแก้ไขปัญหากับเด็กๆ 

เราหวังว่าคลิปวิดีโอนี้ จะทำให้คุณเปลี่ยนความเชื่อเดิมๆ มาลองใช้การเสริมสร้างวินัยเชิงบวกในการเล­ี้ยงลูก
เพื่อยุติความรุนแรงต่อเด็กในทุกรูปแบบ รวมถึงความรุนแรงที่ใช้ในการอบรมสั่งสอน
ซึ่งสามารถส่งผลร้ายต่อพัฒนาการทางอารมณ์แ­ละจิตใจของลูกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/unicefthailand/videos/10153088726884632/

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : UNICEFThailand

 

ชาวเน็ตซึ้ง! แห่แชร์เรื่องเล่า”ชัชชาติ” พ่อผู้แข็งแกร่งดูแลลูกชายหูหนวก

ชาวเน็ตแห่แชร์สเตตัสเพจ “มนุษย์กรุงเทพฯ” ที่สัมภาษณ์อดีตรัฐมนตรีฯ ผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ซึ่งเล่าเรื่องประสบการณ์ชีวิตตนเองที่มีลูกชายเกิดมาหูหนวก พร้อมวิธีดูแลรักษาลูกจนหายเป็นปกติ เป็นที่ซาบซึ้งใจของชาวเน็ตจนแชร์สเตตัสจำนวนมาก

chatchart_6

สเตตัสดังกล่าวระบุว่า

“ลูกชายของผมเกิดเมื่อปี 2000 ร่างกายภายนอกของเขาปกติดี กระทั่งวันหนึ่งมีคนทักว่า ทำไมเรียกแล้วไม่หัน พออายุหนึ่งขวบกว่าๆ ผมตัดสินใจพาไปตรวจ พยาบาลบอกผลว่า ลูกชายของผมหูหนวก เคยเห็นเด็กหูหนวกส่งภาษามือ แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง เป็นวินาทีเปลี่ยนชีวิตเลย ตอนนั้นผมตกใจ นั่งร้องไห้ สงสารลูกว่าอนาคตจะเป็นยังไง เราเหมือนปฏิเสธตัวเอง คิดว่าหมออาจตรวจผิด เลยไปตรวจที่อื่น แต่ทุกที่ก็บอกเหมือนเดิม ผมถึงขนาดไปไหว้พระ บนบานศาลกล่าว ขอให้เขาหาย ตอนลูกหลับก็เอาหูฟังเสียงดังๆ เปิดใส่ เผื่อจะกระตุ้นให้เขาได้ยิน เป็นความหวังลมๆ แล้งๆ เวลาผ่านไปเริ่มตกตะกอนว่าเป็นไปไม่ได้

“ผมเริ่มซื้อหนังสือเกี่ยวกับคนหูหนวกมาอ่าน ศึกษาบทความต่างๆ ทางเลือกมีทั้งการฝึกใช้ภาษามือ แต่คนอื่นสื่อสารด้วยยาก สังคมก็จะแคบ หรือใช้เครื่องช่วยฟัง ซึ่งเหมาะกับคนที่มีการได้ยินเหลืออยู่บ้าง หรือวิธีอ่านปาก ซึ่งก็ต้องใช้พร้อมเครื่องช่วยฟัง แต่ลูกของผมหูหนวกสนิทเลย อีกทางคือ การผ่าตัดประสาทหูเทียม สิบกว่าปีที่แล้วเมืองไทยมีอยู่บ้าง แต่เด็กที่ผ่ามักไม่ประสบความสำเร็จ คือพูดไม่ได้ แต่ผมคิดว่าถ้าทำสำเร็จ เขาจะสื่อสารกับคนทั่วไปได้เลย ผมเลยเลือกทางนี้

“ประเทศที่ผ่าตัดได้เยอะคือ ออสเตรเลีย ผมติดต่อไปหาหมอคนหนึ่ง เขาผ่ามานับพันคน บินไปคุยอยู่สองครั้ง แล้วถึงพาลูกไปตรวจ พอรู้ผลว่าผ่าได้ ตอนนั้นผมเป็นอาจารย์ เลยสอบเอาทุนจากรัฐบาลออสเตรเลียไปทำวิจัย แล้วพาลูกไปผ่าเมื่อเดือนธันวาคม 2002 ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง แต่สิ่งสำคัญกว่านั้น คือเราต้องฝึกให้เขาเข้าใจเครื่องนี้ ปกติประสาทหูชั้นในมีลักษณะเป็นก้นหอย มีขนๆ อยู่ พอได้ยินเสียง ขนก็สั่น แล้วเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นสมอง แต่ลูกของผมไม่มี เลยใส่ขดลวดไฟฟ้าไปแทน เวลาพูดจะเหมือนที่เราพูดกัน แต่เขาจะได้ยินอีกแบบ สมมุติคำว่า พ่อ เขาก็จะได้ยินเป็น ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด

“หลังจากผ่าตัด ช่วงแรกเขาไม่พูดเลย เราก็เครียด ไม่รู้ว่ามาถูกทางหรือเปล่า ถ้าผิดก็ไม่รู้จะกลับไปยังไง การผ่าก็ไปทำลายของเดิมทั้งหมด ตอนนั้นพ่อแม่ต้องฝึกอาทิตย์ละ 3 ชั่วโมง เพื่อกลับมาฝึกลูก 24 ชั่วโมงที่บ้าน หลังหกเดือนเขาก็เริ่มพูดได้ เครื่องมีความละเอียดไม่เท่าหูคน ผมเลยเลือกฝึกภาษาอังกฤษเพราะวรรณยุกต์ไม่เยอะ อีกอย่างความรู้บนโลกนี้ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเขาพูดได้ อนาคตคงเรียนภาษาไทยได้ หลังจากนั้นเขากลับมาอยู่โรงเรียนอินเตอร์ พูดอังกฤษได้ พูดไทยได้นิดหน่อย เป็นเด็กหูหนวกหนึ่งในไม่กี่คนที่เรียนโรงเรียนคนปกติได้

“การมีลูกเป็นคนพิเศษ ทำให้ผมโฟกัสขึ้น ชีวิตเรามุ่งกับเขาเป็นหลัก ผมต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี เพื่อที่จะอยู่กับเขาให้นานที่สุด เราอยู่เพื่อเขา ตอนนี้ลูกผมอายุ 15 เขาเข้าใจ รับได้ คุยกับเพื่อนได้ ด่ากันได้ ใช้อินเทอร์เน็ตได้ เวลาไหว้พระ ผมไม่เคยขอให้เขาเป็นเด็กเรียนเก่งเลย ผมขอให้เขาเข้าสังคมได้ มีเพื่อนที่ดี ชีวิตมีความสุข ผมพอแล้ว”


ขอบคุณที่มาของเนื้อหาจาก : m.prachachat.net

ขอบคุณภาพจาก : hilight.kapook.com

สาวน้อยตัวเล็กหัวใจยิ่งใหญ่ ช่วยชีวิตเด็กแอฟริกานับหมื่นจากโรคมาลาเรีย “ทูตแห่งมุ้ง แคทเธอรีน”

ภาพจาก http://www.nytimes.com/2008/06/02/us/02malaria.html

ใครเลยจะคิดว่า เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งวัย 5 ขวบ จะช่วยชีวิตเด็กชาวแอฟริกาได้นับหมื่นคน!

เมื่อเดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2549 กลางดึกคืนหนึ่ง คุณ Lynda Commale ได้ดูสารคดีเรื่อง “Malaria: Fever Wars” ทางโทรทัศน์ตอนที่ทุกคนหลับไปแล้ว คุณลินดาได้รับรู้ว่าโรคมาลาเรียนั้นร้ายแรงจนทำให้มีเด็กๆ ในทวีปแอฟริกาตายทุก 30 วินาที เรื่องนี้ทำให้เธอกังวลจนนอนไม่หลับ เช้าวันต่อมา ลูกสองคนถามเธอว่า “แม่เป็นอะไรไป” คุณลินดาก็เล่าเรื่องสารคดีเมื่อคืนให้ฟัง

ตอนนั้น เด็กหญิงแคทเธอรีนซึ่งเป็นลูกสาวคนโต อายุเพียง 5 ขวบ พอฟังแม่เล่าจบ แคทเธอรีนก็เริ่มนับนิ้ว

“1 2 3 …” เด็กหญิงนับไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึง 30 แล้วเธอก็ทำหน้าตาตื่นพร้อมกับพูดว่า

“แม่คะ เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วค่ะ”

อะไรสักอย่างที่จะช่วยไม่ให้เด็กๆ ต้องตายด้วยโรคมาลาเรีย…

“สิ่งนั้น” หาได้ง่ายมาก คือ มุ้งที่แช่ด้วยยากันยุง

แค่ได้รู้เรื่องนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เด็กหญิงอยากส่งมุ้งไปแอฟริกาทันที!

แคทเธอรีนเริ่มเผยแพร่เรื่อง “มุ้ง” ที่โบสถ์ใกล้บ้าน เธอนำมุ้งของจริงที่จะไปบริจาคมาให้ทุกคนได้ดู แถมแจกที่คั่นหนังสือทำมือด้วย และเพื่อให้เด็กวัยเดียวกันเข้าใจได้ง่าย แคทเธอรีนกับน้องชายตัวน้อยชื่อโจเซฟ วัย 3 ขวบ จึงช่วยกันทำบ้านจิ๋วขึ้นมาจากกล่องพิซซ่า มีตุ๊กตาบาร์บี้เป็นตัวแทนครอบครัวชาวแอฟริกันในบ้านเสริมด้วยผ้าบางๆ ผืนเล็กแทนมุ้ง แมลงของเล่นแทนยุง เธอแสดงโชว์น่ารักๆ ให้ทุกคนดูว่า “มุ้ง” จะปกป้องเด็กที่หลับอยู่ได้อย่างไร

คุณลินดาบอกว่า “แคทเธอรีนวางตุ๊กตาเข้าไป แล้วพูดว่า ‘เธอปลอดภัยแล้วล่ะ’ แค่นั้นเด็กทุกคนก็เข้าใจได้แล้ว”

ให้เด็กพูดกับเด็กเป็นเรื่องง่ายเสมอ จริงไหมคะ

ช่วงวันหยุดยาวในปีนั้น ครอบครัวของแคทเธอรีน เด็กๆ และเพื่อนบ้านร่วมด้วยช่วยกันทำใบประกาศทำมือ เพื่อตอบแทนคนที่บริจาคเงินเพื่อซื้อมุ้ง ทีมงานแสนอบอุ่นนี้ทำใบประกาศไปมากกว่า 600 ใบเลยทีเดียวค่ะ

ไอเดียน่ารักแสนเรียบง่ายอย่างใบประกาศฝีมือเด็กๆ ประสบความสำเร็จเกินคาด แคทเธอรีนกับคุณแม่รวบรวมเงินบริจาคให้กับโครงการ “Nothing But Nets” (ไม่เอาอะไรนอกจากมุ้ง) ได้มากกว่า 300,000 บาทก่อนจะถึงช่วงคริสต์มาสเสียอีก! เป้าหมายในปี พ.ศ. 2549 ประสบความสำเร็จอย่างงดงามค่ะ

ช่วงต้นปี พ.ศ. 2550 แคทเธอรีนและคุณแม่ลินดาไปเป็นตัวแทนในงานเปิดตัวโครงการ Nothing But Nets ที่นิวยอร์ก ทั้งสองได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามในการทุ่มเททำกิจกรรมรวบรวมเงินบริจาค หนูน้อยแคทเธอรีนยังโชว์บ้านมุ้งจิ๋วต่อหน้าสื่อมากมายที่มาทำข่าวในวันนั้นด้วย เธอตื่นเต้นและยินดีมากที่ได้แบ่งปันเรื่องที่ทำไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา

จากวันนั้นเธอเดินทางไปยังโบสถ์และโรงเรียนหลายต่อหลายแห่งเพื่อนำเสนอเรื่องมุ้ง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2551 สาวน้อยก็รวบรวมเงินบริจาคเพื่อซื้อมุ้งได้ถึงราว 3 ล้านบาท!

หลังจากนั้นแคทเธอรีนและครอบครัวยังได้ไปร่วมงานวันโรคมาลาเรียโลกอยู่หลายปี และทำหลายกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ความสำคัญของการป้องกันโรคมาลาเรีย จนถึงปีนี้เธอน่าจะทำกิจกรรมเพื่อรวบรวมบริจาคเงินให้กับโครงการ Nothing But Nets ไปเกินกว่า 6 ล้านบาทแล้วล่ะค่ะ

เรียลพาเรนติ้งยังคงยึดมั่นในแนวทาง “เลี้ยงลูกให้ฉลาดและเป็นคนดี” คุณพ่อคุณแม่มีส่วนช่วยส่งเสริมลูกอย่างมากค่ะ หากลูกเอ่ยปากอยากช่วยเหลือคนอื่น อยากทำความดี แม้เป็นเรื่องเพียงเล็กน้อย อย่าลืมสานต่อความคิดเล็กๆ อันหวังดีของลูกนะคะ หากเราไม่ละเลย เราจะได้ปลูกเมล็ดความดีลงในตัวลูกตั้งแต่ยังเด็ก และในอนาคต ต้นความดีนี้จะเติบโตงดงามอย่างแน่นอนค่ะ

 

โครงการ Nothing But Nets เป็นโครงการรณรงค์ของมูลนิธิสหประชาชาติเพื่อเสริมความรู้และหาเงินทุนเพื่อต่อสู้กับโรคมาลาเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการตายของเด็กๆ ในทวีปแอฟริกา เราสามารถร่วมต่อสู้กับโรคมาลาเรียด้วยการบริจาคเงิน 10 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 350 บาท) เพื่อส่งมุ้งหนึ่งหลังไปช่วยหนึ่งครอบครัว ผู้สนใจสามารถบริจาคได้ที่เว็บไซต์ http://www.nothingbutnets.net ค่ะ

 

ที่มา

  1. Lynda & Katherine Commale | Nothing But Nets
  2. 4 Young people working to end malaria, one bed net at a time | ONE
  3. A $10 Mosquito Net Is Making Charity Cool – NYTimes.com

[Blogger พลอย ชิดจันทร์] ตอนที่ 1 เผยเคล็ดลับครอบครัวแสนอบอุ่น

 

พลอยมักได้รับความเห็นจากคุณแม่หลายๆท่านว่า พลอยได้กลายเป็นไอดอลของคุณแม่คนไทยจำนวนมากที่อยากมีลูกหลายคน ครอบครัวดูน่ารักอบอุ่น สมาชิกทุกคนดูใกล้ชิดสนิทสนมกัน อีกทั้งพลอยยังดูสวยสดใสวัยรุ่น

 

ถามว่าอะไรคือเคล็ดลับของสิ่งเหล่านี้?

 

พลอยขอตอบว่าสิ่งสำคัญคือการแบ่งเวลาค่ะ ตอนมีลูกคนแรก เวลาส่วนใหญ่พลอยทุ่มให้ลูกหมดเลย เเต่พอเริ่มมีประสบการณ์ ก็รู้ว่าต้องรู้จักแบ่งเวลาให้ตัวเราเองและลูกด้วย ถ้ายิ่งมีลูกหลายคน ก็ต้องแบ่งเวลาให้ได้ เราต้องรู้ว่าลูกในแต่ละวัยต้องการอะไร และจะทำอย่างไรให้ลูกคนโตไม่รู้สึกว่าแม่สนใจเเต่น้องคนเล็ก ซึ่งเราอาจจะให้เวลากับลูกคนโตมากหน่อย เพราะเขาเริ่มทำกิจกรรมต่างๆได้ คอยพูดคุยและเฝ้าดูสิ่งที่เขาทำ ส่วนน้องคนเล็กเราจะเน้นความใกล้ชิด ช่วงให้นม กอดจูบหอมเป็นปกติ เมื่อกินอิ่ม ก็นอนหลับ

 

ถึงแม้มีลูกมาก แต่พลอยก็ไม่มีปัญหาที่จะปลูกฝังให้รักกัน เพราะจะให้ลูกได้ใกล้ชิดกันมากๆ เวลาที่พี่อยากอุ้ม กอด หอมน้อง ก็ปล่อยเต็มที่ จะไม่ห้าม หรือพูดว่าอย่า  อยากให้รู้สึกรักและใกล้ชิดกันตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งตอนนี้พี่ทั้ง 3 คนก็สามารถช่วยดูแลน้องเล็กได้หมดเลยค่ะ

 

ส่วนเรื่องลูกเล่นกัน ทะเลาะกัน พลอยใช้เทคนิคการให้คะเเนน จะมีสมุดเล็กๆคอยจดคะเเนน ซึ่งใครได้คะเเนนมากจะได้รางวัล ถ้าทะเลาะกันจะลดคะเเนน  และเมื่อมีการแบ่งปันกันก็จะเพิ่มคะเเนนให้ คิดว่าเทคนิคนี้ได้ผลนะคะ ทำให้ลูกแบ่งปันกันมากขึ้น ลดปัญหาการทะเลาะกัน  เป็นวิธีที่อยากสอนเเละทำให้เขารู้จักแบ่งปันกันค่ะ

ภาพจาก : IG @ploychidjan

Tags

คุณแม่คนดังเผยเคล็ดลับ เทคนิคการเลี้ยงลูกแบบ Non-Stop Learning

การพัฒนาสมองของลูกน้อยในช่วง 1-5 ปีแรกของชีวิต เป็นช่วงเวลาทองที่สมองลูกรักมีพัฒนาการสูงสุดและเติบโตถึง 85% ของสมองผู้ใหญ่ การเรียนรู้ทุกวินาทีจึงเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้…

Non-Stop Learning คือการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้สมองทำงานอย่างต่อเนื่องและเกิดความเชื่อมโยงที่แน่นหนา ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากฝีมือของคุณแม่  >> มาดูกันว่าคุณแม่คนดังมีเทคนิคการเลี้ยงลูกแบบ Non – Stop Learning อย่างไรบ้าง

 

1mos

คุณเกม-ดวงพร ปฐวีกานต์ คุณแม่ลูกสองของน้องโสนกับน้องสวรรค์

“เกมเชื่อว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาแม้แต่ในกิจวัตรในชีวิตประจำวันง่ายๆอย่าง การกินข้าวเอง เพื่อให้ลูกได้หัดใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็กให้คล่อง ต่อยอดการเรียนรู้ด้วยการสอนเรื่องชื่ออาหาร สีสัน หรือจำนวน โดยให้ลองเปรียบเทียบขนาดหรือจับกลุ่มประเภทของอาหาร โดยเฉพาะในวัย 3 ขวบ โสนจะมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ รอบตัว เกมก็จะกระตุ้นเขา โดยชวนให้หาคำตอบไปพร้อมกัน ส่วนน้องสวรรค์ ตอนนี้น้องยังทานนมแม่ ก็จะให้ความสำคัญกับโภชนาการโดยเลือกอาหารที่ช่วยสร้างเซลล์สมองอย่างดีเอชเอ ควบคู่กับการกระตุ้นพัฒนาการ ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัส การร้องเพลงหรือพูดคุยกับเขา แม้แต่ชวนโสนมาคุยกับน้องด้วยค่ะ”

………………..

2may

คุณเมย์-ปทิดา กำเนิดพลอย กับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน น้องมายู

“ถึงตอนนี้มายูยังเล็ก แต่เซลล์สมองเค้าเชื่อมต่อเป็นพันๆ ล้านเซลล์แล้ว ทุกนาทีเค้าเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา เมย์จะสรรหากิจกรรมสนุกๆ เล่นกับลูกโดยคำนึงถึงวัยเป็นหลัก เช่น ตอนนี้น้องกำลังอยู่ในวัยช่างสำรวจ เราก็เล่นซ่อนของแล้วให้มายูตามหาเพื่อฝึกฝนการสังเกต จดจำและหัดแก้ปัญหาง่ายๆ ส่วนตอนเด็กกว่านี้เมย์จะร้องเพลงให้ฟังเพื่อให้ลูกอารมณ์ดี มีสุขภาพจิตแจ่มใส แต่การเรียนรู้ต้องมาพร้อมกับร่างกายที่พร้อม เมย์ก็จะใส่ใจเรื่องโภชนาการแก่ลูกโดยจัดอาหารที่ครบคุณค่าในแต่ละมื้อ และดื่มนมที่เสริมดีเอชเอเพราะดีต่อสมอง เพื่อเตรียมความพร้อมทุกทางเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Non-stop Learning ค่ะ”

………………..

P

คุณหญิงแอร์ – ม.ร.ว. จันทรลัดดา ยุคล อุบลเดชประชารักษ์ คุณแม่เซเลบริตี้คนดัง

“น้องพลายชอบรถของเล่นมากจนจำชื่อยี่ห้อต่างๆ ได้แม่น เราเลยใช้ของเล่นที่ลูกชอบมาประยุกต์เป็นการเรียนรู้เพิ่ม เช่น สอนเรื่องแบ่งแยกสี ทิศทางซ้าย-ขวา หรือคำศัพท์ต่างๆ เมื่อเขาได้เรียนรู้พร้อมกับการเล่นในสิ่งที่เขาชอบ เขาก็จะให้ความสนใจเป็นพิเศษและจดจำสิ่งที่เรียนรู้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ครอบครัวเราชอบเดินทางท่องเที่ยว เพราะอยากให้ลูกได้เรียนรู้โลกกว้าง นอกจากเขาจะได้วิ่งเล่น ฝึกกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวแล้ว เขายังได้สัมผัสประสบการณ์จริงไม่ใช่แค่เรื่องวิชาการเท่านั้น ที่สำคัญตัวพ่อแม่เองเป็นต้นแบบของลูก เพราะสมองของลูกในช่วงวัยนี้จะจดจำและเลียนแบบพ่อแม่ เราอยากให้ลูกเป็นแบบไหน เราก็ต้องประพฤติตัวเป็นแบบนั้นค่ะ”

……………….

4คุณอุ้ย-สุทัศนีย์

คุณอุ้ย-สุทัศนีย์ ซอโสตถิกุล คุณแม่สาวทำงานคนสวย

ตอนนี้น้องกายชอบอ่านหนังสือและสนใจในการอ่านมาก ดังนั้นอุ้ยก็จะส่งเสริมพัฒนาการทางสมองของเขาด้วยการซื้อหนังสือ pop-up สนุกๆ หรือที่มีเสียงดนตรี และต่อยอดเช่นหาตุ๊กตาผ้ามาเล่าเรื่องประกอบให้ลูกรู้จักเรื่องของสัมผัสเพิ่มเติม เล่าเรื่องด้วยโทนเสียงสูงต่ำ อุ้ยเชื่อว่าการส่งเสริมพัฒนาการทางสมองของลูกที่ดีจะต้องครบทั้งไอคิวและอีคิวค่ะ”

………………..

5คุณหนิง-คนึงนิจ มฆวัตสกุล  คุณแม่ลูกแฝดสี่สาว เจ้าของบล็อกPetite 4 The Quadruplet

คุณหนิง-คนึงนิจ มฆวัตสกุล  คุณแม่ลูกแฝดสี่สาว เจ้าของบล็อกPetite 4 The Quadruplet

“ลูกๆ ทั้งสี่คนจะมีพัฒนาการทางทักษะที่แตกต่างกัน แม้ว่าจะเป็นแฝดกัน แต่ละคนก็จะมีความสนใจที่ไม่เหมือนกัน เราจึงต้องใส่ใจว่าลูกแต่ละคนเริ่มมีพัฒนาการทางทักษะด้านไหนเป็นพิเศษ เพื่อเน้นกิจกรรมตามความเหมาะสม ทำของเล่นกันเองที่บ้านสนุกๆ ซึ่งได้ความรู้พร้อมสร้างเสริมทักษะแตกต่างกัน เช่น เอาเส้นพาสต้ามาร้อยเป็นสร้อย ระหว่างทานข้าวเพื่อสอนเรื่องการแยกแยะรูปร่าง การนับเลข และการพัฒนากล้ามเนื้อมือให้แข็งแรง เป็นรูปแบบการเรียนรู้แบบง่ายๆ ที่จัดสรรได้จากชีวิตประจำวันค่ะ อีกทั้งต้องใส่ใจและพูดคุยกับลูกบ่อยๆ เพื่อเปิดรับความรู้ได้อย่างไม่สิ้นสุดค่ะ”

 

ก็หวังว่าคุณแม่จะได้เคล็ดลับดีๆ เพื่อเสริมสร้างทุกนาทีสู่การเรียนรู้ไม่สิ้นสุดของลูกน้อยนะคะ ^_^

สลด! แม่ทิ้ง”เด็กทารกสองเพศ”พร้อมเงิน ในสวนสาธารณะ หลัง”ช๊อก”รับสภาพไม่ได้

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุสลด เมื่อเด็กทารกสองเพศรายหนึ่ง ได้ถูกมารดาทิ้งไว้ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง สาเหตุเชื่อว่าเพราะไม่สาเหตรับสภาพเพศที่ผิดปกติของลูกของเธอได้

รายงานระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองซีป๋อ ในมณฑลกวางตุ้ง โดยเด็กดังกล่าวมีสภาพสองเพศ คือ มีทั้งอวัยวะเพศชาย และหญิง อยู่ร่วมกัน ก่อนที่เด็กจะถูกพบโดยชายสูงวัยรายหนึ่ง ในสภาพที่เด็กถูกห่ออยู่ในผ้าห่ม ใส่เสื้อผ้า และเงินอีกจำนวนหนึ่ง และชายสูงวัยรายนี้ได้ส่งเด็กอาภัพรายนี้ให้แก่โรงพยาบาล โดยเด็กยังคงมีสุขภาพดี


ขอบคุณข้อมูข่าวและภาพจาก : www.matichon.co.th

ที่มา : www.scmp.com