นมสำหรับแม่ตั้งครรภ์ นมผงสำหรับแม่ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์

ดื่มนมสำหรับแม่ท้องทำให้ลูกแพ้นมวัวจริงหรือ?

Q: เคยมีเพื่อนแนะนำว่า ไม่ควรดื่ม นมสำหรับแม่ตั้งครรภ์ ที่มักอวดอ้างสรรพคุณว่ามีแคลเซียมสูง โฟเลตเยอะๆ ประเภทที่ดื่มหนึ่งกล่อง เทียบเท่านมวัว 3 แก้ว เพราะเมื่อลูกคลอดมาจะมีอาการแพ้นมวัว เรื่องนี้จริงหรือเปล่าคะ

นมสำหรับแม่ตั้งครรภ์ นมผงสำหรับแม่ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์

ปริมาณนมที่คุณแม่ตั้งครรภ์เลือกดื่ม ควรให้ได้แคลเซียมประมาณ 600-800 มก. ซึ่งเมื่อรวมกับการรับประทานแคลเซียมเสริม 1 เม็ด จะทำให้ได้ปริมาณรวมแคลเซียม 1200-1500 มก. ไม่ทำให้เกิดการแพ้นมวัวในเด็กได้ แต่สาเหตุที่เด็กแพ้นมวัว เกิดจากคุณพ่อหรือคุณแม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว เมื่อบรรจบกับไม่เคยดื่มนมวัวมาก่อน แล้วต้องมาเร่งดื่มนมวัวตอนตั้งครรภ์ในปริมาณมากๆ บางคนดื่มเป็นลิตร การที่ร่างกายไม่เคยได้โปรตีนที่มาจากนมวัวเลย แล้วมาถูกกระตุ้นจากปริมาณนมเยอะๆ อย่างนี้ จึงจะเกิดอาการแพ้นมวัวในเด็กได้

อ่านต่อ “กินอย่างไรให้ลูกในท้องแข็งแรง” หน้า 2

รพ.เด็กแนะนำเทคนิค “นวดเต้าด้วยมือ” ช่วยเหลือแม่ยุคใหม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ในยุคปัจจุบันผู้คนเริ่มหันกลับมาให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการนวดเต้านมโดยเฉพาะในกลุ่มแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ “การนวดเต้านม” เป็นภูมิปัญญา ในการแก้ไขปัญหาการให้นมแม่ ที่มีหลากหลายวิธีการปรากฏให้เห็นในแทบทุกทวีปทั่วโลก เช่นเดียวกับทุกภาคของประเทศในระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดประเด็นทางสังคมในสื่อออนไลน์ ถึงความนิยมในการนวดเต้านม เพื่อแก้ไขปัญหาการให้นมบุตรที่มีการสื่อสารบอกต่อว่าจะเป็นการช่วยเพิ่มน้ำนม การใช้วิธีนวดแบบรุนแรงที่มีผลให้เกิดการช้ำอักเสบของเต้านม การใช้อุปกรณ์เจาะ แยงท่อน้ำนมประกอบการนวดเพื่อแก้ไขปัญหาท่อน้ำนมตัน ซึ่งความเชื่อและการปฏิบัติดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อความเข้าใจผิดของแม่ และก่อให้ปัญหาแทรกซ้อนในระบบท่อน้ำนม การเกิดปัญหาเต้านมอักเสบ เต้านมเป็นฝีตามมา

 

เพื่อทำความเข้าใจและหาคำตอบในประเด็นดังกล่าว ในการประชุมวิชาการนมแม่แห่งชาติครั้งที่ 5    สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) ได้จัด Pre-conference  workshop ขึ้นเพื่อให้แพทย์ พยาบาล แพทย์แผนไทย และแม่อาสา  ได้มีโอกาสอันดีในการได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และได้รับมุมมองศาสตร์แห่งการนวดในหัวข้อ “Therapeutic Breast Massage in Lactation (TBML)” โดยได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ 2 ท่านจากสหรัฐอเมริกา ได้แก่ ดร.แอนน์ วิตต์ (Dr. Ann Witt) แพทย์ผู้ก่อตั้ง Breastfeeding Medicine of Northeastern Ohio และ มายา โบลแมน (Maya Bolman) พยาบาลผู้ชำนาญศาสตร์การนวดแบบรัสเซียแบบผสมผสานหลักการของระบบต่อมน้ำเหลือง (lymphatic system) และปัจจุบันเป็นประธาน ILCA Multicultural Committee วิทยากรทั้ง 2 ท่าน มีความชำนาญในการปฏิบัติงานในคลินิกนมแม่อย่างยาวนานและมีผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในหลายประเทศ วิทยากรได้ถ่ายทอดความรู้ทั้งในด้านทฤษฎีและสาธิตวิธีการนวดเต้านมแก่คุณแม่ที่มีปัญหาเต้านมคัดและท่อน้ำนมอุดตัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับศาสตร์และวิธีการนวดเต้านมที่ถูกต้อง

รพ.เด็ก

แพทย์หญิงชนิกานต์ ทิพาโรจนกิจ กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ ได้เข้าร่วมการประชุมและอธิบายสรุปว่า “การนวดเต้านมแบบ TBML และบีบน้ำนมด้วยมือ เป็นเทคนิคที่คุณแม่ที่ให้นมแม่ สามารถนำไปปฏิบัติต่อได้ด้วยตน เอง ทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานที่ ไม่มีค่าใช้จ่าย  เน้นการนวดที่นุ่มนวล ไม่เจ็บ โดยใช้การลูบไล่อย่างแผ่วเบา ไปในทิศทางระบบท่อต่อมน้ำเหลือง  ซึ่งในทางกายภาพระบบต่อมน้ำเหลือง จะมีตัวต่อมฝังในร่างกายส่วนต่างๆ และจะมีท่อนำน้ำเหลืองกระจายออกมาท่อต่อมน้ำเหลืองส่วนใหญ่อยู่บริเวณผิวหนัง ไม่ได้อยู่ลึก ผู้นวดจึงไม่ต้องกดน้ำหนักลงไปลึก การที่คุณแม่มีเต้านมคัด ของเหลวที่อยู่ในเต้านมไม่ได้มีเพียงน้ำนมเท่านั้น แต่ยังประกอบด้วยสารคัดหลั่ง ดังนั้นการนวดตามหลักการของ lymphatic system คือ ไล่ระบายให้สารคัดหลั่งกลับสู่ต่อม น้ำเหลืองใต้รักแร้ได้ง่าย สะดวกขึ้น อาการคัดตึงเต้านม อาการเป็นก้อนจากท่อน้ำนมอุดตัน และความเจ็บปวดจะลดลง ใช้การประคบเย็นภายหลังการนวดเพื่อช่วยลดบวม”

 

นอกจากนี้ แพทย์หญิงศิริพร กัญชนะ ประธานศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “การนวดเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยทำให้น้ำนมเพิ่มขึ้น การจะมีน้ำนมมากขึ้นต้องอาศัยหลักการเดิม คือ การให้ลูกได้ดูดบ่อย ดูดถูกวิธี ดูดให้นานพอ พบว่าในระหว่างการนวดและการดูดของลูก ฮอร์โมนออกซิโทซินมีลักษณะการหลั่งที่ต่างกัน ถ้าคุณแม่อยากเพิ่มน้ำนมก็ควรเอาลูกเข้าเต้าให้บ่อยขึ้น นอกจากนี้ ความเจ็บปวดจะกดการหลั่งของฮอร์โมนออกซิโทซิน ดังนั้น การนวดต้องไม่เจ็บ เมื่อคุณแม่รู้สึกสุขสบายจากการนวด น้ำนมก็จะไหลดี ทั้งนี้ไม่ควรสอดใส่วัสดุใดๆ เข้าทางรูเปิดของท่อน้ำนม เนื่องจากอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ เกิดเต้านมอักเสบเป็นฝีตามมา วิธีการปฏิบัติดังกล่าวยังไม่มีงานวิจัยที่ได้มาตรฐานรองรับและไม่เป็นคำแนะนำให้ปฏิบัติตามหลักการสากล”

 

รองศาสตราจารย์คลินิก แพทย์หญิงศิราภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กล่าวสรุปว่า “ปัญหาเต้านมคัด ท่อน้ำนมตัน เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่ทำให้เป็นอุปสรรคในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้สำเร็จ การให้ลูกดูดนมออก หรือการบีบน้ำนมออกบ่อยจากเต้า เป็นหลักการสำคัญในการจะเพิ่มการสร้างน้ำนม สำหรับการนวดเต้านมเป็นหนึ่งในขบวนการเสริมในกรณีเต้านมคัด ที่อาศัยเทคนิคการนวดที่แผ่วเบา ในทิศทางที่กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของระบบน้ำนม ระบบน้ำเหลือง ที่เหมาะสม ส่งผลต่อการกระตุ้นให้น้ำนมมีทางเดินออก และความรู้สึกผ่อนคลาย จะมีผลให้น้ำนมไหลดี  การเจาะแยงท่อน้ำนมเป็นเรื่องที่อันตรายต่อการนำการติดเชื้อเข้าสู่เต้า ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาความไม่เข้าใจหรือการส่งต่อความเข้าใจที่ผิดในสังคม สถาบันฯมีความยินดี ที่จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ บนพื้นฐานของวิชาการ และงานวิจัยที่ได้มาตรฐาน เพื่อความถูกต้องในการปฏิบัติ และป้องกันอันตรายจากปัญหาแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์”

 

เรื่องโดย มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก

ภาพจาก shutterstock

Tags

คลิปทารกน้อยหัดว่ายน้ำค่ะ น่ามหัศจรรย์จริงๆ

ทารกตัวน้อยๆ ก็หัดว่ายน้ำได้แล้วนะคะ แต่ต้องอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

เรามาดูคลิปทารกน้อยว่ายน้ำกันเลยค่ะ

เมื่อแพทย์พบว่าเด็กน้อยทั้งสองคนเป็น “ฝาแฝดภาพสะท้อน” จะเป็นอย่างไรและเกิดได้บ่อยแค่ไหน ไปชมกันค่ะ (มีคลิป)

เมื่อแพทย์พบว่าเด็กน้อยทั้งสองคนเป็น “ฝาแฝดภาพสะท้อน” (Mirror-Image Twins)

ฝาแฝดภาพสะท้อนเป็นอย่างไรและเกิดได้บ่อยแค่ไหน เราลองไปชมกันค่ะ (มีคลิป)

คู่สามีภรรยา ริชชี่และเดเนียล ตื้นเต้นมากเมื่อได้รู้ว่ากำลังตั้งท้องลูกแฝดเหมือน (Identical Twin) เป็นเด็กชาย 2 คน แต่เมื่อแพทย์ได้ตรวจร่างกายของเด็กชายทั้งสองอย่างละเอียด หลังจากคลอดออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2556 แพทย์จึงพบว่าเด็กชายทั้งสองไม่ใช่ฝาแฝดเหมือนแบบธรรมดา

mirror image twins02

 

ลูคัสกับลูอี้มีผมสีทองและตาสีฟ้าเป็นประกาย แต่พวกเขาไม่ใช่ฝาแฝดเหมือนทั่วไป พวกเขาเป็น “ฝาแฝดภาพสะท้อน” (Mirror-Image Twins) ที่มีอวัยวะภายในและรูปร่างหน้าตาเหมือนกับภาพสะท้อนจากกระจกของกันและกัน ทั้งหัวใจ ม้าม และตับของลูคัส ล้วนอยู่อีกด้านหนึ่งของร่างกาย

mirror image twins03

แม้ว่าฝาแฝดภาพสะท้อนจะมีรูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน แต่ก็อาจมีบางอย่างตรงข้ามกัน เช่นคนหนึ่งจะถนัดซ้าย ในขณะที่อีกคนจะถนัดขวา นอกจากนี้ความเหมือนกันของฝาแฝดภาพสะท้อนอาจลงลึกไปถึงลายมือที่เหมือนกันราวกับเป็นคนๆ เดียวกัน หรือแม้กระทั่งการมี DNA ที่ตรงกันเลยก็เป็นได้

mirror image twins05

ฝาแฝดภาพสะท้อนเกิดขึ้นได้ยากมาก โดยจะเกิดจากการที่ตัวอ่อนแยกตัวจากกันช้า คือประมาณ 10 วันหลังจากวันที่มีการตั้งครรภ์ หากตัวอ่อนของลูคัสและลูอี้แยกตัวจากกันช้าขึ้นอีก 1 วัน พวกเขาอาจกลายเป็นฝาแฝดแบบตัวติดกันก็ได้

ลูคัสและลูอี้ช่างน่ารักและเป็นเหมือนความมหัศจรรย์เล็กๆ ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นจริงๆ ค่ะ

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก: http://www.littlethings.com/mirror-image-twins/

ถ้าภาพที่ลูกจินตนาการออกมามีชีวิตจริงๆ ล่ะ จะเป็นอย่างไร

คุณพ่อมากฝีมือ ถ่ายทำคลิปวีดีโอจำลองภาพจากจินตนาการของลูกชายออกมาได้อย่างสนุกและตื่นเต้นมากๆ ค่ะ เราไปดูกันดีกว่าว่าในหัวสมองของเด็กๆ เค้าจินตนาการอะไรกัน เห็นแล้วต้องทำให้คุณพ่อคุณแม่หวนไปนึกถึงสมัยที่ตัวเองเป็นเด็กแน่ๆ เลยค่ะ

ที่มา: Action Movie Kid Channel

ถ้าลูกน้อยของเรามีพลังซุปเปอร์ฮีโร่ขึ้นมาจะเป็นอย่างไรนะ

หนังสั้นสนุกๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ ถ้าลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่มีพลังซุปเปอร์ฮีโร่ขึ้นมาล่ะจะเป็นอย่างไร คลิกไปดูกันได้ทั้งครอบครัวเลยค่ะ

ที่มา: Field Day Channel

มาดูคลิปศิลปะการพับกระดาษที่เด็กๆ ต้องหลงรักกันค่ะ

เพียงกระดาษแผ่นเล็กๆ ก็กลายเป็นงานศิลปะที่สร้างแรงบันดาลใจได้แล้วค่ะ ศิลปินนักพับกระดาษจากประเทศแอฟริกาใต้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากการพับกระดาษออกมาได้แบบมีเอกลักษณ์จริงๆ ค่ะ เด็กๆ เห็นเป็นต้องร่ำร้องให้คุณพ่อคุณแม่พับกระดาษให้แน่ๆ คุณพ่อคุณแม่ลองหัดพับแบบง่ายๆ ก่อนก็ได้ค่ะ สิ่งของใกล้ตัวธรรมดาๆ อย่างกระดาษแผ่นเล็กๆ สามารถช่วยกระตุ้นจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ การฝึกสังเกต และพัฒนากล้ามเนื้อมือของเจ้าตัวเล็กได้ดีไม่แพ้ของเล่นราคาแพงเลยค่ะ

ที่มา: White on Rice Channel

อดยิ้มไม่ได้เลยค่ะ เจ้าหนูน้อยร้องเพลง “Baby” ของจัสติน บีเบอร์ ซะด้วย

ใครเห็นเจ้าหนูน้อยร้องเพลง “Baby” ของจัสติน บีเบอร์ กับคุณพ่อ เป็นต้องพลอยอารมณ์ดีตามแน่ๆ ก็น่าเอ็นดูซะขนาดนั้นนี่นา คุณพ่อเข้าใจสอนจังเลยค่ะ

ที่มา: Tom Fletcher Channel

ป้องกันผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก

ป้องกันผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก

เด็กมีภูมิต้านทานต่ำ แถมผิวยังบอบบาง ทำให้เกิดอาการแพ้หรือโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้ง่าย ยิ่งอากาศร้อนๆ แบบนี้เหงื่อออกนานหน่อยก็มีผื่นคันขึ้นเสียแล้ว โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมีอาการอย่างไร มีสาเหตุจากอะไร และจะรักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ในฉบับนี้คุณหมอศรีศุภลักษณ์ สิงคาลวณิช จากสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย จะมาคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังให้คุณแม่ทุกท่านค่ะ

อาการชวนคันของผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

ไม่ว่าจะเป็นผื่นแดงกระจายอยู่ตามร่างกาย เป็นตุ่ม เป็นแผ่นแดง ผิวลอกเป็นขุย หรือมีน้ำเหลืองร่วมด้วย ทั้งหมดนี้คืออาการของผื่นภูมิแพ้ผิวหนังทั้งนั้นเลยค่ะ ซึ่งอาการสำคัญของโรคนี้คืออาการคันคะเยอ ยิ่งลูกรักคันก็ยิ่งเกา ยิ่งเกาผิวหนังก็ยิ่งแดงและอักเสบ ทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัวตลอดวัน เป็นอุปสรรคต่อการเล่นและเรียนรู้มากเลยค่ะ

เจ้าผื่นภูมิแพ้มาจากไหนนะ

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังยังระบุสาเหตุชัดเจนไม่ได้ เพราะอาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง คุณหมอยกตัวอย่างเช่น พันธุกรรม ภูมิคุ้มกันหรือสภาพร่างกายในช่วงนั้น หากเป็นเด็กแพ้ง่าย ช่วงนั้นสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์แข็งแรง เมื่อรับประทานอาหารที่ไม่ถูกกับร่างกาย เจอสภาพอากาศแปรปรวน สัมผัสข้าวของเครื่องใช้ที่อาจมีสารระคายเคืองผิวหนัง เชื้อโรคต่างๆ หรือเกิดความเครียดก็เป็นปัจจัยที่อาจกระตุ้นทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่ายค่ะ

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังไม่หายขาด แต่ป้องกันได้ไม่ยากนะ

ปัจจุบันโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดค่ะ แต่สามารถดูแลรักษาอาการในแต่ละครั้งได้ โดยการปรึกษาคุณหมอเพื่อแนะนำวิธีล้างแผล วิธีการดูแลผิวหนัง และจ่ายยาที่เหมาะสมกับเด็กในแต่ละวัย คุณหมอกำชับว่าคุณแม่ไม่ควรซื้อยาจากร้านขายยาเองนะคะ เพราะยาอาจแรงไปและก่อให้เกิดผลข้างเคียงกับลูกได้ค่ะ ส่วนวิธีป้องกันก็ทำได้ง่ายๆ หลายวิธีดังนี้ค่ะ

  • ไม่อาบน้ำบ่อยจนเกินไปเพราะจะทำให้ผิวแห้งและแพ้ง่าย
  • ทาครีมหรือโลชั่นหลังอาบน้ำทันทีเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวแข็งแรง
  • สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้ลูกเกิดอาการแพ้ ทั้งอาหาร สารเคมีฝุ่นละออง หรือสถานที่สกปรก เพราะทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ลูกน้อยเกิดอาการผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้ง่ายๆ ค่ะ

 

เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ

ภาพ : Shutterstock

ภาพ: VINCENT KESSLER/REUTERS

น่ารัก! เมื่อคุณแม่พาลูกสาวเข้าร่วมประชุมรัฐสภายุโรป

ภาพ: VINCENT KESSLER/REUTERS

สำหรับเวิร์คกิ้งวูแมนผู้เป็นคุณแม่หลายท่านอาจรู้สึกว่าลำบากในการจัดสรรเวลาให้ “งาน” และ “ลูก” ให้ลงตัว แต่สุดท้ายเพื่อลูกแล้ว คุณแม่เป็นผู้หญิงมหัศจรรย์ที่ทำได้ทุกอย่าง! ดังเช่นคุณแม่คนเก่งท่านนี้ค่ะ

Licia Ronzulli ผู้เป็นสมาชิกรัฐสภายุโรปจากประเทศอิตาลีระหว่างปี ค.ศ. 2009-2013 พาลูกสาวหน้าตาน่าเอ็นดู Vittoria เข้าร่วมประชุมรัฐสภายุโรปที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 เมื่อหนูน้อยอายุได้ 1 เดือนกว่าๆ เท่านั้นเอง เป็นภาพที่น่าเอ็นดูและแสดงให้เห็นถึงระเบียบที่ยืดหยุ่นของรัฐสภายุโรปที่เอื้อให้ผู้เป็นสมาชิกที่มาร่วมประชุมสามารถนำลูกมาทำงานด้วยได้

ภาพ: http://www.elephantjournal.com/2014/01/licia-ronzulli-member-of-european-parliament-has-been-taking-her-daughter-vittoria-to-the-parliament-sessions-for-2-years-now-images/
ภาพ: http://www.elephantjournal.com/2014/01/licia-ronzulli-member-of-european-parliament-has-been-taking-her-daughter-vittoria-to-the-parliament-sessions-for-2-years-now-images/

ระยะหลังหนู Vittoria ในวัยเตาะแตะก็เริ่มเลียนแบบคุณแม่บ้างด้วยการยกมือโหวต น่ารักสุดๆ ไปเลยค่ะ!

ภาพ: VINCENT KESSLER/REUTERS
หนู Vittoria วัย 2 ขวบ เมื่อเดือนตุลาคม 2012 | ภาพ: VINCENT KESSLER/REUTERS

สุดท้ายนี้เราขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่เวิร์คกิ้งวูแมนทุกคนนะคะ ^^

ที่มา:

  1. Licia Ronzulli of European Parliament, has been taking her daughter to sessions for 2 years. (images) | elephant journal
  2. In pictures: MEP Licia Ronzulli’s daughter Vittoria in Strasbourg parliament – Telegraph

เรียบเรียงโดย: กองบรรณาธิการเว็บไซต์

ใช้เครื่องฟังเสียงหัวใจ แต่ไม่ได้ยินเสียงลูกในท้อง ต้องกังวลไหม?

ใช้เครื่องฟังเสียงหัวใจ แต่ไม่ได้ยินเสียงลูกในท้อง ต้องกังวลไหม?

Q : ตอนนี้อายุครรภ์ 9 สัปดาห์แล้วค่ะ ลองใช้เครื่องฟังเสียงหัวใจ แต่ยังไม่ได้ยินเสียงหัวใจลูกเลย ทั้งที่ตอนฟังของคุณหมอได้ยินชัดเจน กังวลค่ะว่าลูกจะเป็นอะไรหรือเปล่า

เดี๋ยวนี้มีคุณแม่ที่ใส่ใจตรวจสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์เอง ด้วยการซื้อเครื่องฟังเสียงหัวใจลูกมาไว้ที่บ้าน และจะฟังด้วยตนเองนั้นเยอะขึ้น แต่เครื่องที่ขายกันทั่วไปจะใช้ยาก ต้องรอให้ทารกในครรภ์โตประมาณสัก 5 เดือนขึ้นไป ขนาดของมดลูกโตเกือบเท่ากับระดับสะดือ จะฟังง่ายขึ้น ส่วนเครื่องมือที่ใช้ในโรงพยาบาลจะมีความละเอียดจับเสียงหัวใจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ยังไม่เยอะ แต่มีราคาค่อนข้างแพง ประมาณ 30,000-50,000 บาทแล้วแต่รุ่น ไม่เหมาะที่คุณแม่จะซื้อใช้เอง

จริงๆ แล้วถ้าลูกในท้องโตตามอายุครรภ์ หน้าท้องขยายอย่างเหมาะสม ก็พอจะอนุมานได้ว่า ลูกยังแข็งแรงดี ไม่จำเป็นต้องฟังเสียงหัวใจลูกเองที่บ้านทุกวันก็ได้ เพราะถ้าใช้เครื่องมือที่ไม่เหมาะสม พอหาเสียงหัวใจลูกไม่เจอ เนื่องจากวางไม่ถูกตำแหน่ง ไม่ตรงกับหัวใจของลูก จะทำให้คุณแม่เข้าใจผิดว่าลูกอยู่ในภาวะอันตรายแล้ว ก่อให้เกิดความกังวลโดยไม่จำเป็น พออายุครรภ์เกิน 5 เดือน คุณแม่สามารถสังเกตความสมบูรณ์จากการดิ้น หรือการขยับตัวของลูกก็ได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษใดๆ คุณแม่สามารถนำค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปหาซื้อหนังสือเด็กที่เป็นนิทานภาพสวยๆ ไว้อ่านให้ลูกฟัง เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการเรียนรู้ของลูกน้อย จะคุ้มค่ากว่าค่ะ


จากคอลัมน์ Pregnancy Q&A นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนพฤษภาคม 2558

บทความโดย: นาวาตรี พญ.ณัฐยา รัชตะวรรณ สูตินรีแพทย์

ภาพ: Shutterstock

คุณพ่ออารมณ์ดีเลี้ยงลูกแฝด 4 คนชวนเล่นสนุกสนาน ขำกันแบบไม่หยุด (มีคลิป)

ใครไม่มีลูกแฝดคงไม่รู้สึกว่าเวลาเลี้ยงลูกแฝดนั้นลำบากขนาดไหน  แค่แฝดสองก็เหนื่อยแล้ว แต่นี่เป็นคุณพ่อลูกแฝด 4 คน ที่กำลังพยายามหาวิธีทำให้ลูกๆมีความสุข นอกจากโต๊ะที่สร้างสรรค์ทำออกมา เพื่อเวลาป้อนข้าว ป้อนนมจะได้เอาอยู่แล้ว … คุณพ่อสุดเก่งก็ยังมีวิธีหยอกล้อให้ลูกๆหัวเราะอย่างพร้อมกันทั้งหมดได้อีก เก่งจริงๆเลยค่ะ ^_^


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : minh Nguyen

 

ไอเดียสุดน่ารัก ^_^ คุณแม่สอนทำเบนโตะให้สวยด้วยการร่างภาพ

คุณแม่หลายคนอาจจะเคยเห็นการแชร์ภาพอาหารเฟล ๆ ที่ตั้งใจจะทำให้ออกมาสวยเก๋ กะจะโชว์กันเต็มที่ แต่ความเป็นจริงมันสวนทางกัน ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาดันตรงกันข้าม เละเทะ หน้าตาบูดเบี้ยวไม่เป็นท่า เพราะบางครั้งเราไม่ได้วางแผนในการทำมาก่อน คิดจะทำก็ลงมือทำกันแบบดื้อ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเมนูเบนโตะ หรือข้าวกล่องแนวมุ้งมิ้งที่ทำอย่างไรก็ไม่เห็นเหมือนต้นแบบสักที วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำเคล็ดลับในการทำข้าวกล่องให้ออกมาสวยเป๊ะด้วยวิธีการร่างภาพและวาดแบบออกมาก่อน เป็นเคล็ดลับมาจาก คุณกรุณา สิรกุลยวรรณ (คุณแม่น้องเอแคลร์) เจ้าของเพจ เฟซบุ๊ก My Little Kitchen ที่จะมาช่วยทำให้การทำเมนูเบนโตะเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น แถมทำออกมาแล้วดูเนี้ยบดูดี และในแต่ละเมนูข้าวกล่องหน้าตาดี๊ดีนี้ เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย เห็นทีเจ้าตัวน้อยที่เคยดื้อไม่กินข้าวจะต้องยอมสยบแล้วล่ะ

ความน่ารักของคุณแม่ วาดภาพร่างก่อนทำอาหารให้ลูกสาวทาน โดย คุณกรุณา สิรกุลยวรรณ (คุณแม่น้องเอแคลร์) เจ้าของเพจ เฟซบุ๊ก My Little Kitchen

โชว์ห่วยนะคะ ไม่ได้วาดมา 10 กว่าปีแล้ว พอดีขุดสมบัติตัวเองแล้วเจอชุดสีน้ำ ได้แค่นี้ก็ได้ใจมากแล้วล่ะ เพราะไม่ได้จับปากกาดินสอมานาน นานจนลืมว่าลายมือตัวเองมันเป็นอย่างไร ทุกกล่องข้าวมีเรื่องราว เดี๋ยวจะวาดมาบังคับดูอีกนะคะ ชื่อกระทู้เราไม่ได้ตั้งเองนะคะ ได้มาจากเชฟร็อก (Chef Rock) ที่ได้กรุณาแชร์ภาพวาดเราไปที่เพจของเชฟ (Chef) ค่ะ เลยขอจิ๊กมาตั้งกระทู้เลย ล็อกอิน (Login) ตอนแรกยืมน้องสาวมา ตอนนี้ยึดมาเรียบร้อยแล้วค่ะ (เลยรู้เลยว่าใครหลังไมค์มาจีบน้องมั่ง) เหมือนบ้าง ไม่เหมือนบ้าง ให้อภัยกันไป นะ นะ นะ !!

อันนี้เป็นความรู้พื้นฐานที่เราวาดขึ้นมาเพื่อเป็นความรู้ในการจัดกล่องข้าวแบบญี่ปุ่นค่ะ หลักใหญ่ ๆ เลยจะมีอยู่ 5 ข้อ เป็นเรื่องของ 5 สี, 5 รสชาติ, 5 วิธีการปรุง, 5 รสชาติ และ 5 ประสาทสัมผัสค่ะ

Bento-1_1

แต่วันนี้จะมาเรื่องของสีก่อนนะคะ กล่องเบนโตะถ้าจะจัดให้สวยต้องมีครบทั้ง 5 สี ได้แก่

 สีขาว : ข้าว มันฝรั่ง เต้าหู้ บะหมี่ พาสต้า ถั่วงอก ขนมปัง

สีดำ, น้ำตาล : เห็ดหอม สาหร่ายทะเล (วากาเมะ โนริ) รากบัว บลูเบอร์รี

สีเขียว : ผักกาดหอม บรอกโคลี ถั่วเขียว ถั่วแระญี่ปุ่น ผักใบเขียว บวบ หน่อไม้ฝรั่ง กีวี

สีแดง : มะเขือเทศ พริกแดง สตรอว์เบอร์รี แอปเปิล องุ่น ราสป์เบอร์รี ไส้กรอก แฮม เบคอน บ๊วยดอง

สีเหลือง, สีส้ม : ไข่ ข้าวโพด แครอท มันเทศ ฟักบัตเตอร์นัท (Butternut Squash คล้าย ๆ ฟักทอง) และแคนตาลูป

 5 นาที สำหรับการแบ่งปันความสุขเล็ก ๆ ในครัวเล็ก ๆ ของคนรักกล่องข้าวไม้ค่ะ

วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล

กล่องข้าวไม้ธรรมชาตินำเข้าจากญี่ปุ่นค่ะ ชอบห่อข้าวไปทานที่ทำงานเอง ส่วนตัวแล้วแม่เอแคลร์ชอบใช้ภาชนะที่ทำจากไม้เป็นประจำอยู่แล้วค่ะ ในขณะที่งานกระเบื้องและงานเซรามิกจะให้ความรู้สึกหนักแน่น หรูหรา งานไม้จะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่น เป็นมิตร และจริงใจ

วันนี้เอาสีเข้มที่มีอยู่มาให้ดูค่ะ มีทั้งแบบไม้เป็นชิ้นแล้วเจาะลงไป แบบ Magewappa ที่เอาแผ่นไม้เป็นชิ้นมาประกอบ มีทั้งทรงกลม ทรงรี ทรงสี่เหลี่ยม รูปไข่ รูปถั่วก็มีค่ะ ให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล

อันนี้สีไลท์ (Light) สว่าง ๆ ค่ะ

มาถึงคอลเลคชั่น (Collection) ที่รักมากที่สุดค่ะ เป็นซากุระที่ทางญี่ปุ่นใช้เตารีด (Iron Press) ประทับลายลงไปในเนื้อไม้ค่ะ ซากุระคอลเลคชั่น (Sakura Collection) นี้ไม่ได้ทำออกมาตลอดทั้งปีนะคะ ทำมาเฉพาะช่วงฤดูที่ซากุระบาน ค่อนข้างจะมีจำนวนจำกัด (Limited) พอสมควรค่ะ

มีความรู้พื้นฐานในการจัดกล่องข้าวแล้ว มีกล่องข้าวแล้ว ต่อไปนี้เป็นอวดอย่างเดียว ทั้งหมดเป็นกล่องข้าวที่เราทำให้ลูกทานมื้อเช้าในรถเวลาไปโรงเรียน หรือทานที่โรงเรียนวันที่สายมาก ๆ ขอร้องให้คุณครูดูแลให้ค่ะ

 

ปลาซาบะย่างซีอิ๊ว

ปลาซาบะย่างซีอิ๊วค่ะ มาพร้อมกับข้าวหอมมะลิคลุกด้วยผงโรยข้าวรสผัก (ช่วยทำให้ข้าวมีรสอร่อยมากขึ้นค่ะ) ห่อด้วยโนริสาหร่ายลูกชิ้นกุ้งทอด ซุปมิโซะ และไข่หวานญี่ปุ่นค่ะ

วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล
วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล

กล่องข้าวมื้อเที่ยง

กล่องข้าวมื้อเที่ยงค่ะ เป็นข้าวไรซ์เบอร์รี ปลาหมึกชุบแป้งทอด ไข่ดาวทำเป็นรูปเท้าน้องหมาค่ะ

วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล
วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล

ข้าวปั้นโอนิงิริ (ข้าวปั้นญี่ปุ่น)

ข้าวปั้นโอนิงิริ (ข้าวปั้นญี่ปุ่น) ไส้ไข่กุ้งมายองเนสกับไส้ยำสาหร่ายมาพร้อมกับฟักทองเทมปุระและรากบัวย่างเทอริยากิค่ะ

วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล
วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล

ข้าวปั้นกระต่าย (Another Cute Moment from Little Rabbit)

วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล
วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล

ข้าวปั้นโดราเอมอน

วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล
วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล

ข้าวปั้นสามเหลี่ยมเล็ก ๆ

วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล
วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล

ข้าวราดซอสมิโซะ

ข้าวราดด้วยซอสมิโซะค่ะ มีมิซูนาไฮโดร (ข้างบ้านให้มา) แปะหน้าทานเคียงไปด้วย… ซอสมิโซะนี่รสชาติอร่อยมาก คือเอาไปทานกับอะไรก็อร่อยค่ะ

วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล
วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล

มินิพิซซ่า

มินิพิซซ่าแป้งบางกรอบโรยหน้าด้วยผักโขมและกุ้ง โปะหน้าด้วยมอสซาเรลลาชีสเยอะ ๆ แบบไม่กลัวล้มละลาย ปรุงรสให้หอมอร่อยด้วยพาร์มีซานชีสและมีเมลอนเป็นผลไม้ค่ะ

วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล
วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล

ข้าวปั้นรูปหนูแฮมสเตอร์

ข้าวปั้นรูปหนูแฮมสเตอร์ค่ะ มีไก่ทอดและไข่หวาน ผักเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ ที่ลองร่างรูปไว้เมื่อเช้านั่นแหละค่ะ ทำออกมาแล้วไม่ค่อยเหมือนเท่าไรนัก ทน ๆ ดูกันไปก่อนนะคะ

วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล
วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล

กล่องข้าวมื้อเช้า

กล่องข้าวมื้อเช้าของเอแคลร์ค่ะ วันนี้ง่ายมาก (เกินไปหรือเปล่า) เป็นไข่เป็ดต้มสุกใช้เครื่องสไลซ์บาง ๆ บรอกโคลีต้มสุก แอปเปิลแดงหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า มีขวดใส่ซอสเล็ก ๆ ให้น้องด้วยค่ะ

วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล
วิธีร่างภาพก่อนทำเบนโตะ ไอเดียทำข้าวกล่องให้สวยเป๊ะ ไม่เละ ไม่เฟล

สำหรับใครที่ยังอยากชมภาพความน่ารักของกล่องข้าวสำหรับคุณหนูแบบอื่น ๆ ไว้เป็นไอเดีย ตามมาดูมาชมกันต่อได้เลยจ้า >> ชาเขียวมะลิเย็นหวานน้อย <<


 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://pantip.com/topic/34239635/comment2-1

https://www.facebook.com/My-Little-Kitchen-1586838871559672/

Tangram

Tangram “seven boards of skill” เป็นของเล่นรูปแบบ puzzle โบราณจากประเทศจีน และได้รับความนิยมสู่ประเทศยุโรปตั้งแต่ต้นศตวรรษที่19

Tangram ประกอบด้วยแผ่นไม้ทรงเรขาคณิตทั้งหมด 7 แผ่นประกอบเป็นรูปร่างต่างๆจากเงา ถ้าโจทย์พื้นฐานจะมีขอบเขตเงาของรูปเรขาคณิต ในระดับสูงขึ้นไปคือเงาล้วนๆจะเริ่มใช้เวลาในการแก้ปัญหามากขึ้น

กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นสมองซีกขวาค่ะ

#Tangram

ราคา 100 บาท SALE ลดเหลือ 80 บาท!!!!

ค่าส่งลงทะเบียน 30 บาท

Tags

สุดซึ้ง! หนูน้อย 3 ขวบ ยอดกตัญญูดูแลแม่ป่วยหนักเพียงลำพัง

สำนักข่าว CCTV รายงานเรื่องราวสุดประทับใจของเด็กหญิง “เฉียนเฉียน” วัย 3 ขวบ จากประเทศจีน ที่กำลังได้รับการยกย่องจากชาวสื่อสังคมออนไลน์ ในจีนจำนวนมากในขณะนี้ เนื่องจากหนูน้อยได้ดูแลแม่บังเกิดเกล้าที่กำลังป่วยหนัก หลังจากประสบอุบัติเหตุชนแล้วหนี ทำให้กระดูกหลายส่วนหักจนขยับไปไหนไม่ได้ ต้องนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลตลอดเวลา

เด็กหญิงเฉียนเฉียนดูแลผู้เป็นแม่เพียงลำพัง โดยทำทุกอย่างได้เหมือนผู้ใหญ่ ทั้งป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดเนื้อเช็ดตัว หรือแม้กระทั่งนำปัสสาวะและอุจจาระของแม่ไปเททิ้ง

in7 in9

ก่อนหน้านี้ แม่ของเฉียนเฉียนประสบอุบัติเหตุโดนรถชนแล้วคนขับหนี ทั้งคู่ต้องการเงินมารักษาอาการบาดเจ็บ ซึ่งเป็นเงินหลายหมื่นหยวน ส่วนพ่อของเฉียนเฉียนได้หย่ากับแม่ และขาดการติดต่อไปเป็นเวลานานแล้ว จนรายการโทรทัศน์ได้มาถ่ายทำและเผยแพร่เรื่องราว ของสองแม่ลูกออกไปทางออนไลน์ และบนโลกสื่อสังคมออนไลน์ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ผู้คนโทรศัพท์มาแสดงความประสงค์บริจาคเงินและเสื้อผ้าให้แม่-ลูกคู่นี้

ล่าสุดสองแม่ลูกได้รับเงินบริจาคกว่า 6,000 หยวน หรือราว 30,000 บาท รวมถึงเสื้อผ้า อาหาร และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นอื่นๆ ด้วย ซึ่งนางหวังก็ขอบคุณพลเมืองดีทุกๆ คนที่มีน้ำใจช่วยเหลือเธอและลูก


ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : www.krobkruakao.com

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Multi Media

ภาพจาก kaixian.tv

ท้องแล้วไปเที่ยวดูหิมะได้ไหม

Q: วางแผนว่าจะไปเที่ยวดูหิมะที่ต่างประเทศค่ะ แต่ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้ 22 สัปดาห์ (ท้องแรก) ไม่ทราบว่าจะไปได้ไหมคะ ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ

การเดินทางไปต่างประเทศ ตอนที่อายุครรภ์ยังไม่เกิน 30 สัปดาห์ สามารถทำได้ค่ะ ถ้าไม่มีภาวะรกเกาะต่ำ ภาวะแท้งคุกคาม หรือประวัติเคยแท้งซ้ำซ้อน เคยคลอดลูกก่อนกำหนด แต่การเที่ยวในสภาพอากาศที่เย็นจัด คุณแม่ควรใส่เสื้อผ้าให้ความอบอุ่นกับร่างกายให้เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ เพราะถ้ามีการติดเชื้อ เช่น หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ จะทำให้เชื้อโรคลุกลามกลายเป็นปอดอักเสบได้ง่าย ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อลูกในท้องและคุณแม่ได้ ทางที่ดีก่อนเดินทางควรปรึกษาสูติแพทย์ที่คุณแม่ฝากท้องด้วยและขอใบรับรองจากแพทย์เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางค่ะ

 

จากคอลัมน์ Pregnancy Q&A นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนพฤษภาคม 2558

บทความโดย: นาวาตรี พญ.ณัฐยา รัชตะวรรณ สูตินรีแพทย์

ภาพ: Shutterstock

แต่งหน้าสวยวิ้งได้ใน 8 นาที แม่คนไหนก็ทำได้

แต่งหน้าสวยวิ้งได้ใน 8 นาที แม่คนไหนก็ทำได้!

คุณแม่หลายคนยอมเปลือยหน้าสด เพียงเพราะหาเวลามาจัดการใบหน้าไม่ได้ หรือไม่ก็คิดเอาเองว่า การแต่งหน้า หรือแม้กระทั่งแค่บำรุง มันใช้เวลานานเกินไป ด้วยความที่ฉบับนี้เราชวนคุณแม่มาจัดการชีวิตอย่างสมดุล เลยสรรหาทางลัดเด็ด พาคุณแม่สวยได้ไม่เกิน 10 นาที ซึ่งงานนี้ลูกยังไม่ทันร้องหา แม่ก็สวยครบเซ็ต เสร็จเรียบร้อย ทันใจ

Step 1 แต้มครีมกันแดด SPF 20 ขึ้นไป บริเวณจุดสำคัญบนใบหน้า อย่าลืมใบหู ใต้คาง และลำคอ จากนั้นเกลี่ยครีมให้ทั่วใบหน้า

Step 2 ถ้ามีผิวสวยอยู่แล้ว แต่มีรอยคล้ำใต้ตา หรือรอยดำจากสิว ให้ใช้คอนซีลเลอร์ เกลี่ยปกปิดรอยบริเวณที่ต้องการ โดยใช้นิ้วนางแตะเบาๆ เริ่มจากบริเวณใต้ตาเกลี่ยเป็นแนวยาวลงมาเป็นรูปตัว D คว่ำจนถึงปีกจมูก แล้วต่อด้วยทาร่องจมูกข้างแก้ม แต่หากผิวหน้าไม่เรียบเนียน สีผิวไม่สม่ำเสมอ ควรเปลี่ยนจากคอนซีลเลอร์มาใช้รองพื้นชนิดที่เกลี่ยง่ายแทน

Step 3 ทาแป้งพัฟ หรือแป้งฝุ่นให้ทั่วไปหน้าและลำคอ เริ่มจากหน้าผาก ตา แก้มและไล่มาที่คาง

Step 4 ใช้อายแชโดว์สีที่อ่อนกว่าสีผม 1 เฉดมาปัดไปตามรูปคิ้ว ทำให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติ หรือใช้แปรงหวีคิ้วจัดระเบียบคิ้วก่อน จากนั้นใช้มาสคาร่าใส หรือมาสคาร่าสำหรับปัดคิ้ว ก็ได้

Step 5 ทาอายแชโดว์หรืออายไลเนอร์สีขาว รองพื้นบนเปลือกตาก่อน แล้วค่อยทาสีที่ชอบทับลงไป จะทำให้สีตาสวยและชัดขึ้นกว่าเดิม

Step 6 เพื่อความรวดเร็วใช้อายไลเนอร์แบบดินสอทาที่ดัดขนตา นอกจากขนตางอนงามแล้ว ยังได้เส้นอายไลเนอร์แถมมาด้วย

Step 7 ปัดมาสคาร่า ถ้ากลัวเลอะหากระดาษแผ่นเล็กมารองไว้บนเปลือกตาก่อนลงมือปัด

Step 8 ปัดแก้มด้วยสีชมพูอ่อน โดยยิ้มขณะปัดด้วย จะได้ไปตามแนวโหนกแก้ม

Step 9 เลือกใช้ลิปกลอสสี ที่มีเนื้อบางเบาแทนลิปสติกเนื้อแมท แบบติดทนนาน เพราะต้องเสียเวลาในการเกลี่ย

Step 10 ถ้าวันไหนรีบสุดๆ แนะนำให้ปัดคิ้ว และทาลิปสีจัดจ้าน ก็พอแล้ว

 

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ภาพ: Shutterstock