สุดยอดคุณหมอ! ใช้วิธีหลอกเล่นกับเด็ก แอบฉีดยาไปตอนไหนมองแทบไม่ทัน

การฉีดยาให้เด็กถือเป็นเรื่องสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ไม่ได้ เพราะอย่างไรก็ตามตั้งแต่แรกเกิดจนโตเราต้องโดนฉีดยากันทุกคนเพื่อรับวัคซีนมาป้องกันโรคต่างๆ และอุปสรรคอย่างหนึ่งของการฉีดยาให้กับเด็กคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากความกลัวและน้ำตา คุณพ่อคุณแม่ รวมไปถึงคุณหมอและพยาบาลต่างต้องช่วยกันจับพร้อมปลอบประโยนเพื่อไม่ให้เด็กน้อยดิ้นทุรนทุรายจากความเจ็บปวด

แต่สำหรับคุณหมอคนนี้เอาไปเลย รางวัลสุดยอดคุณหมอ >> ไม่รู้ว่าหมอเด็กต้องมีลูกเล่นเอาไว้ ดึงความสนใจของเด็กเวลาจะฉีดยาแบบนี้ทุกคนไหม เพราะถ้าจะฉีดแบบธรรมดา เด็กต้องร้องแน่ๆ แต่คุณหมอคนนี้ เก่งมากๆ ทำเป็นเล่นกับเด็ก เล่นไปเล่นมาแอบฉีดยาไปแล้วเรียบร้อย ว่าแต่เนียนขนาดไหนตามไปดูกันเลยค่ะ

https://www.facebook.com/760793817374228/videos/825487224238220/


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Funny Vines

 

เตือนคุณแม่! หยุดตามใจปาก เพราะความลำบากจะตกถึงลูก

อาหารฟาสต์ฟู้ตกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินในโลกยุคปัจจุบันไปแล้ว มันดูง่าย มีสไตล์ เป็นคนทำงานที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองที่ทันสมัย

…หลายคนเสพติดพฤติกรรมการกินแบบนั้น แม้จะรู้ว่าอาหารเหล่านั้นมีคุณค่าทางโภชนาการน้อยก็ตาม ซึ่งคงไม่มีใครจะห้ามได้เพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่สำหรับบางคนก็อาจถึงเวลาแล้วที่ต้องทบทวนตัวเอง ลดทอนความคุ้นเคยในการกินไม่เลือกลงบ้าง โดยเฉพาะคุณผู้หญิงทั้งหลายที่กำลังจะกลายเป็นคุณแม่!

>> และนี่เป็นผลงานภาพถ่ายของ Raul Krebs ช่างภาพชาวบราซิลเลียนใช้ในงานโฆษณาโดยจัดทำขึ้นเพื่อรณรงค์ต่อต้านการกินอาหารจังค์ฟู้ดในสตรีมีครรภ์ ด้วยก็อปปี้สั้นๆ ง่ายๆ ว่า ‘Your child is what you eat.’ แน่นอนว่าลูกๆ จะเป็นอื่นไปไม่ได้แน่ เพราะต้องกินอาหารร่วมผ่านทางสายรกกับแม่นานนับ 9 เดือน และตามด้วยนมแม่อีกหลายเดือนหลังการคลอด ข้อเท็จจริงก็คือเด็กควรได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนจากแม่ ซึ่งประกอบไปด้วย เกลือแร่ โปรตีน ไขมัน วิตามิน และคาร์โบไฮเดรต เพื่อเสริมสร้างสมองและพัฒนาการอื่นๆ ของร่างกาย ทั้งยังมีผลการศึกษาได้เผยให้รู้ว่า โภชนาการที่ดีของคุณแม่ส่งผลต่อพัฒนาการทางพันธุกรรมของทารก นอกจากจะเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แล้วยังช่วยป้องกันการเกิดเนื้องอกให้ทารกได้ด้วย

คงจะเป็นเรื่องน่าเศร้าถ้าคุณแม่ทั้งหลายมองข้ามความสำคัญของสารอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ และตามใจตัวเองไปกับความคุ้นเคยในการกินโดยไม่แคร์ว่ามันจะส่งผลกระทบกับลูกในท้องอย่างไร? สื่อโฆษณาเป็นตัวกระตุ้นให้คนเราอยากเลียนแบบทำอะไรสนองความอยากได้ มันก็เป็นเครื่องขัดเกลาให้เราทบทวนตัวเองได้เช่นกัน บางทีเป็นเพราะเรามักง่ายจนมองข้ามไปว่า คนเรามีชีวิตอยู่โดยสัมพันธ์กับชีวิตอื่นเสมอ เพราะแค่จุดกำเนิดของชีวิตมนุษย์ก็โดนกำหนดชะตากรรมไว้กับความรับผิดชอบของชีวิตอีกรุ่นหนึ่งซะแล้ว

Babies-breastfeeding-on-junk-food-will-disturb-mums-to-be1-650x433Babies-breastfeeding-on-junk-food-will-disturb-mums-to-be31-650x433SPRS-Pregnancy-and-Junk-Food-5SPRS-Pregnancy-and-Junk-Food-3 SPRS-Pregnancy-and-Junk-Food-1 Babies-breastfeeding-on-junk-food-will-disturb-mums-to-be21-650x433


 

อ้างอิง :  Medical Daily, UFUNK, Ads of The World

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : http://www.creativemove.com/advertising/your-child-is-what-you-eat/#ixzz3oLfUhUdv

ภาพยนตร์สำหรับเด็ก 4 เรื่อง ที่พ่อแม่ ควรเปิดให้ลูกดู

กิจกรรมยามว่างที่หลายครอบครัวมักทำร่วมกัน นั่นคือการดูหนังหรือภาพยนตร์ ยิ่งเป็นการดูด้วยกันในบ้านแล้วยิ่งดีใหญ่ เพราะคุณพ่อคุณแม่สามารถพูดคุยกับลูกๆ หรือให้คำแนะนำในสิ่งที่ลูกสนใจได้ รวมถึงยังเลือกภาพยนตร์ได้ตามความชอบอีกด้วย ในการเลือกภาพยนตร์นอกจากเลือกเพียงเพราะลูกชื่นชอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เราควรสลับกับภาพยนตร์ที่คุณพ่อคุณแม่เล็งเห็นว่ามีประโยชน์หรือมีข้อคิดดีๆ ที่อยากให้ลูกเรียนรู้ และที่สำคัญยังคงสนุกสนานตามแบบฉบับสำหรับเด็ก วันนี้เรามีภาพยนตร์ 4 เรื่อง ที่คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดให้ลูกดู มีเรื่องอะไรบ้างนั้นมาดูกันค่ะ

1

  1. เพื่อนแท้ในป่าใหญ่ The Fox and the Hound

ภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากเด็กๆ จะได้ชมภาพการ์ตูนสีสันสดใส เห็นป่าน้อยใหญ่ในเรื่องแล้ว ยังได้เรียนรู้เรื่องราวของมิตรภาพที่แสนจะน่ารักของเพื่อนรักที่ต่างเผ่าพันธุ์ระหว่าง ท็อด ลูกสุนัขจิ้งจอก กับ คอปเปอร์ สุนัขล่าเนื้อ ที่เติบโตมาด้วยกัน ในป่าใหญ่ ไม่ว่ามิตรภาพนั้นจะถูกบททดสอบสักเท่าไหร่ ก็ไม่อาจถูกทำลายลงได้  เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่น่ารัก ที่เราอยากแนะนำให้ผู้ปกครองเปิดให้ลูกๆ ดูค่ะ


 

2

  1. The Little Mermaid เงือกน้อยผจญภัย

เอาใจเด็กหญิงทั้งหลายด้วยนิทานสุดคลาสสิกที่ถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นสีสันสดใส   The Little Mermaid เงือกน้อยผจญภัย  จุดเด่นนอกจากจะได้ฟังเสียงเพลงอันไพเราะแล้ว  ยังเพลิดเพลินไปกับการผจญภัยในโลกใต้ท้องทะเลที่เสมือนจริงของแอเรียล เงือกสาวแสนร่าเริงหลงรักรักเสียงเพลง ที่มาพร้อมกับเพื่อนๆ อย่าง ฟลาวเดอร์ และปูคาริบ และเออร์ซูล่าแม่มดใจร้ายที่มีสร้างสีสันให้กับเรื่องนี้  สิ่งที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้จากเรื่องนี้คือ การเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำตามความฝันของนางเงือกน้อย แอเรียล ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ทั่วโลก ทำตามความมาแล้ว


 

3

  1. Happy Feet เพนกวินกลมปุ๊ก ลุกขึ้นมาเต้น

บนทวีปแอนตากร์ติกมีเหล่านกเพนกวินที่ทุกตัวจะต้องร้องเพลงเป็นและต้องมีเพลงประจำตัว  ยกเว้นมัมเบิ้ล ที่ร้องเพลงได้แย่ที่สุด แต่มีทักษะการเต้นที่ดี แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจของพ่อ กลอเรียเพื่อนสาวนักร้องยอดเยี่ยมของฝูง และโนอาห์ ผู้นำที่อยากไล่มัมเบิลออกจากฝูง แต่เมื่อมัมเบิลออกจากบ้านมาพบกับกลุ่มเพนกวินอีกลุ่มที่ต้อนรับท่าเต้นสุดเจ๋งของเขาได้ และพร้อมเดินทางข้ามดินแดนแสนกว้างใหญ่ เพื่อตามหาว่าทำไมอาหารจึงน้อยลง และเขาก็ ได้คำตอบว่าต้นเหตุมาจากมนุษย์นั่นเอง เรื่องนี้สอนให้เด็กๆ เห็นถึงความพยายามและตั้งใจในการทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จ การพัฒนาความสามารถในสิ่งที่ถนัด และการเรียนรู้สิ่งแวดล้อม


 

4

  1. Pinocchio ฅนไม้ผจญภัย

จากนิทานอันคุ้นเคยสู่ภาพยนตร์ที่จะทำให้เด็กๆ เพลิดเพลิน การ์ตูนเรื่อง Pinocchio พิน็อคคิโอผจญภัย ผ่านเรื่องราวของ พิน็อคคิโอ เด็กชายหุ่นไม้ที่ เจ็ป เพ็ตโต ช่างไม้สร้างขึ้นมา และมีชีวิตจากคำอธิษฐาน แต่การที่จะเป็นคนนั้นไม่ง่าย พิน็อคคิโอจะต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อน ทั้งในเรื่องของความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ การช่วยเหลือผู้อื่น และไม่เห็นแก่ตัว จากการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่

การสอนให้ลูกเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ทั้งข้อดีและข้อเสียในชีวิต มีหลากหลายวิธีค่ะ แต่วิธีที่เริ่มต้นได้เร็ว เด็กๆ เข้าใจง่าย อีกทั้งยังให้ความสนุกและเพลิดเพลินนั่นคือการเรียนรู้จากภาพยนตร์และการ์ตูนนั่นเอง และจะดีที่สุดถ้ามีคุณพ่อคุณแม่คอยดูอยู่เคียงข้างและให้คำแนะนำกับเขาได้ค่ะ

การดูภาพยนตร์ให้ได้สนุก บรรยากาศก็สำคัญนะคะ ในวันที่ 31 ตุลาคม – 8 พฤศจิกายน 2558  ชวนคุณพ่อคุณแม่ไปมองหาไอเดียในการตกแต่งห้องดูหนังของครอบครัวกันดีกว่า ที่งาน >> บ้านและสวนแฟร์ 2015 ที่ ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี  ห้ามพลาดนะคะ ^_^

belt

ชุดให้นมแม่ ชุดคลุมท้อง

ชุดให้นมแม่ ชุดคลุมท้อง

Muko Dress แบรนด์อันดับหนึ่งของ ชุดคลุมท้อง ชุดเปิดให้นมลูก

ที่ทุกชุด มาจากการออกแบบตัดเย็บเองอย่างใส่ใจ

เน้นเนื้อผ้าดี ลายสวยน่ารัก คัตติ้งเนี๊ยบๆ

และที่สำคัญสวมใส่สบาย และเปิดให้นมลูกสะดวกสุดๆค่ะ

ช่องเปิดให้นมกว้าง ถ้ามีซิปจะซิปซ่อนอย่างดีไม่ระคายผิวลูกน้อย

คุณแม่หลายๆท่านประทับใจในชุด กลับมาเป็นลูกค้าประจำ

พร้อมกระซิบว่าใส่ชุด Muko Dress ทีไร มีแต่คนชมว่าสวยค่ะ (ปลื้มๆ)

คุณแม่ สวยได้ ให้นมลูกก็สะดวกสุดๆ ด้วยชุดแบรนด์ Muko Dress ^^

และมั่นใจได้เลย ว่าได้สวมใส่ชุดคุณภาพดี

คุ้มเกินราคา ที่ไม่ซ้ำใครๆ แน่นอน

เพราะเป็นแบบเฉพาะของแบรนด์ Muko Dress เท่านั้นค่ะ ^^

สั่งซื้อ สอบถาม line : @mukodress (ใส่ @ ด้านหน้าด้วยน๊า)

FB : MUKODRESS

Tags

สุดซึ้ง พยาบาลห้องฉุกเฉินทารกแรกเกิดได้รับคำขอบคุณจาก "อดีตคนไข้ตัวน้อย" (มีคลิป)

สุดซึ้ง พยาบาลห้องฉุกเฉินทารกแรกเกิดได้รับคำขอบคุณจาก “อดีตคนไข้ตัวน้อย” (มีคลิป)

คุณเรเน่ เฮ็นดริกซ์ พยาบาลประจำห้องฉุกเฉินทารกแรกเกิดได้เฝ้าดูแลเด็กน้อยที่ป่วยและคลอดก่อนกำหนดในห้องฉุกเฉินมาแล้วหลายปี ช่วยชีวิตน้อยๆ มาหลายสิบคน ในโฆษณาสุดกินใจนี้ อดีตคนไข้ของเธอมารวมตัวกันเพื่อขอบคุณผู้หญิงที่คอยดูแลพวกเขาโดยเฉพาะ

วันที่ 15 กันยายนของทุกปีเป็นวันพยาบาลทารกแรกเกิดแห่งชาติ (National Neonatal Nurses Day) ของสหรัฐอเมริกา กระดาษทิชชูคลีเน็กซ์จึงจัดแคมเปญเพื่อวันนี้โดยเชื้อเชิญคุณเรเน่มาร่วมงานด้วยกัน

เธอบอกในวิดีโอว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือฉันจะดูแลทารกเหมือนกับที่ฉันอยากให้ใครสักคนดูแลลูกของฉันตอนที่ฉันไม่อยู่” จากนั้นเธอก็บอกว่าการยังคงพูดคุยกับครอบครัวเหล่านั้นหลังจากเบบี๋ออกจากโรงพยาบาลแล้วสำคัญต่อเธอแค่ไหน แล้วทีมงานก็เซอร์ไพรส์คุณเรเน่ด้วยการให้ดูวิดีโอของครอบครัวต่างๆ ที่เธอเคยดูแลลูกของเขา ว่าครอบครัวเหล่านั้นรู้สึกขอบคุณเธอมากเพียงใดที่ดูแลลูกน้อยให้รอดปลอดภัยและช่วยให้ผ่านช่วงเวลาแสนลำบากมาได้

คุณแม่คนหนึ่งกล่าวว่า “ไม่มีคำขอบคุณใดจะเพียงพอสำหรับสิ่งที่คุณทำเลยค่ะ”

และคุณแม่อีกคนหนึ่งกล่าวคำที่มีความหมายยิ่งว่า ว่า “คุณคือฮีโร่ของเราค่ะ”

และแล้วคุณพยาบาลเรเน่ก็ถึงกับน้ำตาไหลขณะดูวิดีโอ แต่ช่วงเวลาซึ้งๆ ยังไม่จบ หลายครอบครัวมาพบกับเธอที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนั้นจริงๆ เพื่อขอบคุณ เธอทั้งตกใจทั้งซึ้งใจขณะที่เด็กๆ อดีตคนไข้เบบี๋มาทักทายเธอและถือภาพของตัวเองขณะอยู่ในห้องฉุกเฉินไว้ด้วย

มาดูคลิปกันดีกว่าค่ะ ^^

ที่มา: Former patients show thanks to NICU nurse in touching Kleenex commercial | abc11.com

เรียบเรียงโดย: กองบรรณาธิการเว็บไซต์

ภาพ: Kleenex Brand on YouTube

Tags

จดหมายรักซึ้งๆ จากใจคุณพ่อคนใหม่ ถึงคุณแม่ทุกคนค่ะ

นักแสดงและผู้กำกับ จัสติน บัลดอนนี่ คุณพ่อคนใหม่ของลูกสาวตัวน้อย “ไมย่า” ที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา ได้เขียนจดหมายรักถึงคุณแม่ทุกคน จะซาบซึ้งกินใจขนาดไหน เราแปลมาให้อ่านไว้ที่นี่แล้วค่ะ

ถึงคุณผู้หญิงทุกคน (รวมทั้งคุณผู้ชายที่กำลังอ่านอยู่ด้วยครับ) ได้โปรดให้เกียรติอ่านจดหมายฉบับนี้ของผม ผมได้ย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ภรรยาของผมเริ่มตั้งครรภ์ จนถึงวันที่เธอได้ให้กำเนิดลูกสาวตัวน้อยของเรา จดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายรักครับ… เขียนถึงภรรยาของผม ลูกสาวของเรา และถึงคุณครับ ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ผมไม่เคยพบเห็นความงาม ความบริสุทธิ์ ความรู้สึกลึกซึ้งที่สื่อถึงกัน พลังใจอันเข้มแข็ง ความอดทนมุ่งมั่น ตลอดจนความรู้สึกปลาบปลื้มและมีความสุข เท่ากับช่วงเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา ผมคิดว่าผมรักภรรยาของผมมากแล้วนะครับ แต่ตอนนี้… ผมไม่ได้พูดเกินจริงนะครับ ผมรู้สึกเทิดทูนบูชาเธอมากยิ่งกว่าเดิม เอมิลี่อยากให้ตอนไมย่าเกิดเป็นเหมือนการเฉลิมฉลองเล็กๆ ของความรักของเรา ผมทำได้แค่บอกว่าขอบคุณ ขอบคุณ และขอบคุณ… น้ำตาแห่งความปลื้มปิติของผมมันไหลไม่หยุด ถ้าคุณเป็นผู้ชายที่กำลังอ่านจดหมายฉบับนี้อยู่และมีภรรยานะครับ… ขอเวลาสักวินาที แล้วหันไปกอดเธอหน่อยครับ บอกเธอว่าคุณรู้สึกขอบคุณเธอมากแค่ไหน ให้เธอรู้ว่าคุณรู้สึกเป็นเกียรติและโชคดีมากๆ ที่มีเธอเข้ามาในชีวิต ให้เธอรู้ว่าคุณเชื่อในการตัดสินใจของเธอและเธอเป็นแม่ที่สมบูรณ์แบบแค่ไหน ถ้าคุณเป็นผู้หญิงและกำลังอ่านจดหมายฉบับนี้อยู่… ช่วยหันไปมองตัวเองในกระจกหน่อยครับ มองลึกเข้าไปในดวงตาของตัวเอง และบอกกับตัวเองว่าคุณมี “ทุกสิ่งทุกอย่าง” พร้อมอยู่ตรงหน้าแล้ว… ทุกอย่างเริ่มจากข้างในตัวคุณ คุณเป็นคนพิเศษ และสามารถที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่างตามที่ใจปรารถนา สิ่งที่ผู้ชายทำได้คุณก็ทำได้เช่นกัน (และอาจดีกว่าด้วยซ้ำ) หนำซ้ำยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่คุณทำได้แต่ผู้ชายไม่มีวันทำได้… นั่นเป็นเพราะมันถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องเป็นคุณเท่านั้น ฉะนั้นถ้าคุณเห็นกำแพงแก้วขวางอยู่ตรงหน้า จงรู้ไว้ว่ามันอยู่ตรงนั้นเพื่อที่จะให้คุณพังมันลงมา จงรู้ไว้ว่าคุณสวยในแบบฉบับของตัวเอง… คุณผู้หญิงทุกคนครับ คุณเป็นมากกว่าที่คุณคิด พวกคุณล้วนสมบูรณ์แบบ ผมอยากให้ไมย่าลูกสาวของผมเติบโตขึ้นท่ามกลางคำพูดเหล่านี้ และต้องเป็นคำพูดของผู้ชายที่อยู่ในชีวิตของเธอด้วย ผมขอมอบคำขอบคุณและกำลังใจให้แก่ผู้หญิงทุกคน ผมเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่รู้สึกซาบซึ้งใจเมื่อได้สัมผัสกับพลังและความสง่างามของเพศแม่ จดหมายฉบับนี้จึงเป็นจดหมายรัก จดหมายที่เป็นตัวแทนของความรัก และเป็นถ้อยคำจากหัวใจของพ่อคนหนึ่ง ส่งถึงใครก็ตามที่กำลังต้องการได้ยินคำพูดเหล่านี้

ที่มา: http://www.bellybelly.com.au/post-natal/new-dad-writes-love-letter-to-all-mothers/

Tags

เรื่องจริงจากหมอสูติฯ ตอนที่ 11 เรื่องของแม่ที่ทุกข์ใจตลอด 9 เดือน

“หมอตรวจเราทั้งคู่แล้วบอกว่าฉันปกติดี แต่จอห์นน้ำเชื้ออ่อน อสุจิมีจำนวนแค่ 10 ล้านต่อซีซี ทั้งที่ปกติไม่ควรต่ำกว่า 20 ล้าน หมอแนะนำให้จอห์นหยุดดื่มเหล้า สูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ ทั้งยังได้สั่งวิตามินและธาตุสังกะสีให้จอห์นรับประทาน”

ฉันชื่อแดงต้อย (ชื่อสมมุติ) อายุ 26 ปี ฉันไม่ได้เป็นคนสวย หน้าเหลี่ยม ผิวคล้ำ จมูกไม่โด่ง ที่ดูดีคือผมสีดำสนิทที่ลื่นเรียบของฉันปล่อยยาวถึงตะโพก แต่ฉันรู้ ฉันสวยในแบบที่ฝรั่งชอบ แค่ไปเที่ยวพัทยาฉันก็เป็นที่ถูกตาต้องใจของฝรั่ง ฉันคบกับฝรั่งที่ชื่อจอห์น (ชื่อสมมุติ) อายุ 35 ปี มานาน 4 ปี 2 ปีแรกจอห์นไปๆมาๆระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับเมืองไทย 2 ปีหลังเขามาทำงานประจำที่เมืองไทย ในปีนี้เขาพาพ่อแม่มาสู่ขอฉัน จัดงานแต่งงานใหญ่โต สินสอดทองหมั้นนอกจากเป็นเงินและทองส่วนหนึ่งแล้ว เขาซื้อที่ดิน ปลูกบ้านให้ พร้อมรถเก๋งใหม่เอี่ยมคันงาม ทั้งยังให้เงินเดือนเดือนละสองหมื่นบาท หากต้องการอะไรก็ขอเพิ่ม

เมื่อมีบ้าน จอห์นกลับบ้านตรงเวลาทุกวัน บางวันฉันขับรถไปหาพ่อแม่ที่อยู่คนละจังหวัด เขาขอร้องให้ไปตอนเขาไม่อยู่ เขาบอกว่าเขาขาดฉันไม่ได้ กลับบ้านมาต้องเห็นหน้าฉัน ฉันก็ตกลง

แต่งงานกันได้ไม่นาน จอห์นบ่นอยากมีลูก เขาคิดว่าน่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับคู่ของเรา เพราะอันที่จริงฉันอยู่กับเขามานาน 4 ปี โดย 2 ปีหลังมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ เขาจึงพาฉันไปปรึกษาหมอ หมอตรวจเราทั้งคู่แล้วบอกว่าฉันปกติดี แต่จอห์นน้ำเชื้ออ่อน อสุจิมีจำนวนแค่ 10 ล้านต่อซีซี ทั้งที่ปกติไม่ควรต่ำกว่า 20 ล้าน หมอแนะนำให้จอห์นหยุดดื่มเหล้า สูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ ทั้งยังได้สั่งวิตามินและธาตุสังกะสีให้จอห์นรับประทาน

คาดไม่ถึงว่า เพียงสองเดือนหลังจากไปหาหมอ ประจำเดือนฉันก็ขาด เมื่อไปหาหมอ หมอตรวจพบว่าฉันท้องได้ 6 สัปดาห์ น้อย(นามสมมุติ)เพื่อนของฉันรีบถามหมอว่า “คุณหมอคะ สมมุติแดงต้อยมีแฟนสองคน แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรคะว่าคนไหนเป็นพ่อ” หมอไม่ได้แสดงสีหน้าประหลาดใจ เหมือนเจอเรื่องแบบนี้เป็นประจำ หมอตอบว่า “ไม่ยากหรอกค่ะ อันดับแรกก็ดูวันปฏิสนธิ อย่างของคุณแดงต้อยตอนนี้ตั้งครรภ์ 6 สัปดาห์ แสดงว่ามีการปฏิสนธิย้อนจากวันนี้ลงไปสี่สัปดาห์ คือวันที่…” หมอเอาแผ่นหมุนที่ใช้คำนวณวันครบคลอดมาหมุนดู แล้วตอบต่อว่า “หากวันที่…ซึ่งเป็นวันไข่ตก คุณแดงต้อยนอนกับใคร คนคนนั้นก็คงเป็นพ่อเด็ก”

ฉันรู้สึกเย็นเยียบในอก ปัญหาคือวันที่ไข่ตก ฉันมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายสองคน ตอนกลางวันฉันไปนอนกับชายไทยซึ่งเป็นแฟนเก่า ทุกครั้งที่ฉันบอกจอห์นว่าจะขับรถไปหาแม่กับพ่อ แต่ฉันไม่ได้ไปหาหรอก ฉันไปหาแฟนคนนี้แหละ ทุกครั้งแฟนเคยสวมถุงยางอนามัย แต่ครั้งนี้เขาขอไม่ใช้ถุงยางอนามัยฉันก็ยินยอม พอกลับมาบ้านตอนกลางคืนฉันก็มีเพศสัมพันธ์กับสามี

น้อยซึ่งรู้เรื่องของฉันดี เพราะฉันเล่าทุกอย่างให้เพื่อนสนิทอย่างเธอฟังอย่างไม่ปิดบัง ถามหมอว่า “แต่หากนอนกับแฟนสองคนในวันไข่ตก คนหนึ่งนอนตอนกลางวัน คนหนึ่งนอนตอนกลางคืน อย่างนี้โอกาสเป็นลูกใครสูงกว่ากันคะ”

หมอยิ้มบางๆขณะตอบว่า “นอนวันเดียวกัน โอกาสเป็นลูกใครบอกไม่ได้หรอกค่ะ แบบนี้อาจจะต้องตรวจด้วยวิธีอื่น เช่น ตรวจหาดีเอ็นเอ ตรวจกรุ๊ปเลือดของเด็กมาเทียบกับพ่อแม่ แต่ส่วนใหญ่ก็จะตรวจเมื่อเด็กคลอดออกมาแล้วนะคะ”

ฉันกลับบ้านพร้อมน้อยอย่างกะปลกกะเปลี้ย น้อยปลอบใจฉันว่า “ไม่ต้องกลัว อย่างไรเด็กก็มีพ่อแน่ ไม่ใช่ลูกฝรั่งก็ลูกคนไทย” ฉันตอบน้อยพร้อมน้ำตาว่า “แต่หากพ่อเป็นคนไทย ฉันกับลูกก็ไม่มีอนาคต น้อยเธอก็รู้แฟนคนไทยของฉันไม่มีงานทำ แถมยังคบผู้หญิงคนนั้นคนโน้นเปรอะไปหมด” น้อยพยักหน้าเมื่อบอกว่า “อย่างนี้ขึ้นอยู่กับดวงแล้วล่ะ หากเป็นลูกของจอห์น แกกับลูกคงสบายไปทั้งชาติ แต่ถ้าไม่ใช่ แกไม่ต้องคิดมาก เพราะคิดมากไปก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้”

เมื่อจอห์นรู้ว่าฉันท้อง เขาดีใจสุดขีด โทรศัพท์ไปบอกพ่อแม่ของเขาที่เมืองนอก ให้ฉันหยุดทำงานบ้าน จ้างคนมาทำแทน เขาพาฉันไปฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศ เพราะบริษัทเขามีสวัสดิการให้ หากฉันต้องจ่ายเอง ฝากท้องแต่ละครั้งหลายพันบาททีเดียว

ความเครียด ความกลัว ความดีของจอห์นที่มีให้ ทำให้ฉันเครียดมาก ฉันแพ้ท้องรุนแรง จนต้องนอนโรงพยาบาลถึงสามครั้ง หลังจากหายแพ้ท้องน้ำหนักฉันก็ขึ้นน้อยมาก จอห์นหาอาหารบำรุงทุกอย่างมาให้ฉันกิน เมื่อตั้งครรภ์ได้ห้าเดือน หมอตรวจครรภ์ด้วยอัลตร้าซาวนด์ บอกว่าทารกเจริญเติบโตดี เป็นเด็กผู้ชาย ยิ่งทำให้จอห์นยิ้มไม่หุบ เขาบอกว่าจะตั้งชื่อลูกว่า จอห์นจูเนียร์

ความเครียดทำให้ฉันโทรศัพท์คุยกับน้อยไม่เว้นแต่ละวัน น้อยพาฉันเข้าวัด ฉันไปบนบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่าถ้าเป็นลูกของจอห์นฉันจะเลิกคบชู้สู่ชายตลอดชีวิต เมื่อท้อง จอห์นห้ามเดินทางไกล ฉันจึงไม่ได้ไปหาแฟนเก่าอีก ฉันมาคิดดู หากฉันโชคร้ายแฟนเก่าเป็นพ่อของเด็ก จอห์นคงเลิกรากับฉัน อย่างนั้น ฉันก็ยอมเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกคนเดียว เพราะแฟนเก่าเหมาะกับการเป็นแฟนเท่านั้น ไม่เหมาะกับการเป็นพ่อของลูก…

บันทึกจากหมอ

ฉันชื่อหมอรังสิมา (ชื่อสมมุติ) เป็นคนให้คำปรึกษาแดงต้อยเรื่องลูกในท้องเป็นลูกใคร เวลาผ่านไปนานจนฉันแทบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว มาเจอแดงต้อยอีกที เธออุ้มลูกเข้ามาที่โรงพยาบาล เมื่อพบฉันเธอยกมือไหว้ ฉันแทบกลั้นหายใจเมื่อรู้สึกลุ้นว่าลูกแดงต้อยเป็นลูกของคนไทยหรือฝรั่ง แต่แล้วฉันก็ได้ยินเสียงทัก… “ซาหวัดดีครับ” เป็นเสียงของฝรั่งสามีแดงต้อย คนเป็นพ่ออุ้มเด็กในอ้อมแขนของแม่ขึ้นซบบ่า ฉันจึงเห็นว่าเด็กน้อยลูกของแดงต้อยมีตาสีฟ้า ผมสีทอง ผิวขาวถอดแบบพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ฉันหันมามองแดงต้อย เห็นเธอยิ้มกว้าง ฉันยิ้มตอบ ไม่ได้พูดอะไร ทั้งที่ในใจอยากบอกว่า เรื่องแบบนี้เกิดในสมัยนี้ยากเหลือเกิน แดงต้อย…เธอเป็นคนหนึ่งในจำนวนน้อยที่โชคดี

 

บทความโดย: พญ. ชัญวลี ศรีสุโข

ภาพ : Shutterstock

Tags

เอาใจหนูน้อยกับมื้อพิเศษ! ฮอทด็อกเจ้าหญิงดิสนีย์แสนอร่อย ^_^

เจ้าหญิง Disney ถือเป็นขวัญใจของเด็กๆเลยก็ว่าได้ ซึ่งบางครั้งเราก็เคยได้เห็นเจ้าหญิง Disney ที่ถูกนักออกแบบหลายคนนำมาจินตนาการใหม่ ไม่ว่าจะทำให้ผมยุ่งๆ สลับใบหน้ากับพระเอก หรือแม้แต่สลับใบหน้ากับตัวร้ายเราก็เคยเห็นมาแล้ว

…และล่าสุดดูเหมือนว่าจินตนาการอันล้ำเลิศนี้จะไม่หยุดอยู่แค่นั้น เพราะเว็บไซต์อาหาร LuckyPeach ได้ตัดสินใจเปลี่ยนให้เหล่าตัวละครเจ้าหญิง กลายเป็นฮอทด็อก! ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังโครงการนี้อย่าง Anna Hezel และ Gabriella Paiella เจ้าแห่งการทำโปรเจ็ค ได้คิดค้นวิธีและหาโครงสร้างที่จะเปลี่ยนให้เจ้าหญิง Disney อย่าง Ariel, Rapunzel, Pocahontas และ Belle ให้กลายเป็นฮอทด็อกอันแสนสวยงาม

ว่าแต่ฮอทด็อกที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเจ้าหญิง Disney หน้าตาเป็นอย่างไร ดูแล้วจะหิวไหม? ลองไปชมพร้อมๆกันเลยค่ะ 

Ariel

Pocahontas

Rapunzel

Belle

และชิ้นนี้ใช้แผ่นชีสมาตัด วาดให้เป็นหยักๆ เป็นรูปกระโปรง แล้วก็เอาซอสมะเขือเทศมาวาดเป็นเส้นผม เท่านี้ก็เรียบร้อย

เป็นเมนูที่ง่ายมากเลยนะคะ ว่าไหม? ไม่ต้องสวยมาก คุณแม่ๆลองเอาไปทำกันดู หรือจะลองฝึกทำเป็นตัวกาาร์ตูนใหม่ๆ ก็ได้  อาจจะประยุกต์ให้เป็นแบบของตัวเอง หรือให้เด็กๆช่วยสร้างสรรค์ก็ได้ ทีนี้ล่ะ คงเกิดไอเดียใหม่ๆ ขึ้นมาเยอะแน่ๆ เลยค่ะ ^_^

ขอบคุณภาพจาก : www.boredpanda.com

5 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก น้องลิซซี่ “หมู ฉึกฉึก” โตเป็นสาวแล้ว!

เเจ้งเกิดเป็นที่รู้จักจากวลีเด็ด “หมูฉึก ๆ” ในโฆษณาเครื่องปรุงรสยี่ห้อดัง จนครองใจผู้ชมทั่วประเทศไปเมื่อ 5 ปีก่อน สำหรับ น้องลิซซี่ เฟลิเซีย ณัฐษณา บุทเชอร์  จนทำให้มีผลงานต่อเนื่องในวงการบันเทิงไม่น้อย

14440167911444016853l

14440167911444016859l
ล่าสุดตอนนี้ น้องลิซซี่ มีอายุ 10 ขวบแล้ว เริ่มโตขึ้นเป็นสาวน้อยน่ารัก เเต่ก็ยังคงความสดใสสมวัยเหมือนเดิม เเถมยังฉายเเววสวยเเละน่ารักออกมาให้ได้เห็น เชื่อว่าคงจะมีหลายคนถ้าไม่บอกว่านี่คือลิซซี่ หมูฉึกๆก็คงจะจำไม่ได้อย่างเเน่นอน  ว่าเเล้วน้องลิซซี่ จะเปลี่ยนไปแค่ไหน? มาดูภาพล่าสุดของสาวน้อยคนนี้กันเลยค่ะ

11060836_10152609538028078_8276482572628946689_n10989117_10152477115548078_2730153383709566578_n11260580_10152446953358078_4450919792117937422_n 11781891_10152586188428078_9213656212351245599_n 11889624_10152627854343078_6185175309294617022_n 12096372_10152712349323078_6572215918598776446_n 12115718_10152708904173078_561523745531835872_n 11709226_10152555596268078_773443933426481538_n 11403196_10152525835828078_5456325670958491212_n 11011695_10152459704023078_1647020637562965474_n

11215114_10152526944573078_7206944378998451640_n

12032928_10152689614223078_5651952486052391695_n


ขอบคุณภาพจาก : https://www.facebook.com/Felicia-Butcher-273599918077/timeline/

ทารกวัยขวบเศษคอหักรอดชีวิตปาฏิหาริย์! แพทย์ผ่าตัดเชื่อมคอให้สำเร็จ

ทารกน้อยรอดปาฏิหาริย์ แพทย์ช่วยผ่าตัดเชื่อมกระดูกคอได้สำเร็จ หลังประสบอุบัติเหตุจนคอหัก

เป็นเหตุการณ์ที่ทำเอาคนเป็นแม่แทบใจสลาย เมื่อได้เห็นลูกน้อยวัยหัดเดินได้รับบาดเจ็บ คอหักจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ซึ่งมีโอกาสน้อยเหลือเกินที่จะรอดชีวิต แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นในที่สุด เมื่อทีมแพทย์จากโรงพยาบาลบริสเบนในออสเตรเลีย สามารถช่วยเหลือเด็กน้อยรายนี้ให้มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง
1443970644_298795โดยจากรายงานของ เว็บไซต์นิวยอร์กเดลี่นิวส์ เปิดเผยว่า เด็กน้อยดวงแข็งรายนี้มีชื่อว่า แจ็คสัน เทย์เลอร์ วัย 16 เดือน ซึ่งรอดชีวิตจากอุบัติเหตุรถยนต์มาได้อย่างน่าอัศจรรย์ หลังจากรถที่แม่ของเขาขับชนเข้ากับรถคันอื่น

0810m26

แม่ของแจ็คสันเผยว่า หลังจากที่เกิดเหตุเธอได้พยายามช่วยเหลือลูกชายออกจากรถ แต่ในวินาทีที่ดึงร่างของเขาออกมาเธอก็รู้ได้ทันทีว่าคอของลูกหักเสียแล้ว

1443970663_298796

จากนั้นเด็กน้อยได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบริสเบนอย่างเร่งด่วน โดยแพทย์ผู้รับผิดชอบการรักษาหนูน้อยรายนี้ก็คือ เจฟฟ์ แอสกิน ศัลยแพทย์กระดูกสันหลัง ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งการผ่าตัดกระดูกนั่นเอง โดยแพทย์วินิจฉัยว่ากระดูกสันหลังของแจ็คสันเคลื่อนหลุดจากด้านใน ทำให้กระดูกส่วนศีรษะหลุดออกจากส่วนคอ แต่นับว่าเคราะห์ดีทีไขสันหลังไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด

1443970672_298804

หลังจากการผ่าตัดร่วม 6 ชั่วโมง ในที่สุดแพทย์ก็ประสบความสำเร็จเชื่อมต่อกระดูกของหนูน้อยเข้าใหม่อีกครั้ง คาดว่าหลังจากใส่อุปกรณ์ช่วยค้ำพยุงส่วนศีรษะอีก 8 สัปดาห์ แจ็คสันก็จะสามารถฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์

0810m25

ทั้งนี้กรณีของแจ็คสันนับว่าเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ เพราะแพทย์ชี้ว่า เด็กส่วนมากที่มีการบาดเจ็บในลักษณะนี้มักจะเสียชีวิต และหากรอดมาได้ก็อาจจะไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือหายใจได้อีก

 


ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : http://hilight.kapook.com/view/127537

ภาพและคลิปวีดีโอจาก :  7 News Melbourne, คุณ nollygrio สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

คลิปสุดน่ารักปนฮา ^_^ กับหนูน้อยขาแดนซ์!! เมื่อคุณพ่อเริ่มดีดกีตาร์

เด็กๆกับเสียงเพลงเป็นของคู่กัน พ่อลูกคู่นี้ก็เช่นกัน ออกลีลาท่าทางจนทำให้คุณต้องหยุดขำไม่ได้เป็นแน่ ^_^

>> เมื่อคุณพ่อหยิบกีตาร์ขึ้นมาดีดและร้องเพลง เจ้าหนูก็พุ่งเข้าไป . . . จากนั้นก็เริ่มออกลีลาและสเต็ปเทพๆ ทั้งร้อง และเต้นพร้อมเขย่าหัวอย่างเมามันส์ ถึงเพลงจะป็อปแต่หนูน้อยก็ร็อคไม่เบาเลยทีเดียว

ว่าแต่เจ้าตัวน้อยจะ โยกมันส์สุดๆ ขนาดไหน ตามไปชมคลิปกันเลย >>


ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก : Rumble Viral

วัคซีน HPV

วัคซีน HPV ฉีดได้ตั้งแต่เด็กทั้งหญิงชาย ลดเสี่ยงมะเร็ง

วัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้สูงถึง 70% แนะนำให้ฉีดได้ทั้งเด็กหญิงและชายอายุ 9-13 ปี จะสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด ช่วยห่างไกลมะเร็งร้าย

วัคซีน HPV ฉีดได้ตั้งแต่เด็กทั้งหญิงชาย ลดเสี่ยงมะเร็ง!!

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส “เอชพีวี” สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงได้สูงถึง 70% ของเชื้อที่ก่อมะเร็ง และแนะนำให้ฉีดในเด็กหญิงและชายอายุ 9-13 ปี เนื่องจากเด็กจะสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด และจากผลการศึกษาวิจัยล่าสุด ภูมิคุ้มกันนั้นจะคงอยู่ยาวนานถึง 8 ปีเลยทีเดียว เรามารู้จักไวรัสเอชพีวีและ “ความร้าย” ของเจ้าไวรัสตัวนี้กัน

“ไวรัสเอชพีวี” คืออะไร?

เอชพีวี (HPV: Human Papilloma Virus) มีอยู่ในธรรมชาติมาเป็นพันปีแล้ว และมีมากกว่า 100 สายพันธุ์! ไวรัสเอชพีวีชอบเกาะติดที่ผิวหนังมนุษย์เรา โดยเฉพาะผิวหนังที่มีความชุ่มชื้น และมีประมาณ 15 สายพันธุ์ที่เป็นชนิดความเสี่ยงสูง ก่อให้เกิดโรคมะเร็งต่างๆ ของอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งหญิงและชาย การศึกษาด้านการแพทย์เพิ่งค้นพบเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ว่า ไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์ที่ 16 และ 18 เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกมากกว่า 70% เลยทีเดียว แถมยังมีสายพันธุ์ที่ 6 และ 11 ที่ก่อให้เกิดโรคหูดหงอนไก่ทั้งในชายและหญิง ซึ่งเป็นโรคที่ชวนอับอายและก่อความรำคาญถึง 90%

วัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก
วัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก

ทำไม “ไวรัสเอชพีวี” ถึงทำให้เป็นโรคมะเร็ง?

โดยปกติแล้วหากคนเราติดเชื้อไวรัสเอชพีวีจะไม่มีอาการใดๆ และร่างกายของเราก็สามารถขจัดเชื้อออกไปเองได้ด้วย แต่ถ้าเราได้รับเชื้ออย่างต่อเนื่อง หรือติดเชื้อเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เป็นโรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งองคชาติ โรคมะเร็งทวารหนัก โรคมะเร็งช่องปากและคอ รวมถึงโรคหูดหงอนไก่ด้วย

เราติดเชื้อไวรัสเอชพีวีจากที่ไหนได้บ้าง?

ไวรัสนี้จะติดต่อทางการสัมผัสทางผิวหนัง เพศสัมพันธ์จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ติดเชื้อบริเวณปากมดลูก อวัยวะเพศ รวมถึงทวารหนัก แต่เราอาจติดเชื้อเอชพีวีโดยไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ก็ได้

“มะเร็งปากมดลูก” ภัยร้ายของผู้หญิงไทย

จากสถิติพบว่าผู้หญิงไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกเฉลี่ยวันละ 14 คน หรือราวปีละกว่า 5,000 คน! และมีผู้ป่วยใหม่เพิ่มปีละกว่า 10,000 คน และยังเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ของผู้หญิงทั่วโลกอีกด้วย

“หูดหงอนไก่” ทำลายความมั่นใจ อันตรายต่อเบบี๋แรกเกิด

โรคหูดหงอนไก่เป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่พบในผู้หญิงมากกว่า ปัจจุบันนี้พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมาก แม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่บริเวณที่เป็นโรคนั้นเจ็บปวด ไม่น่าดู อาจทำให้คู่รักมีปากเสียงกัน และแม้รักษาหายแล้วก็มีโอกาสเป็นซ้ำสูงมาก นอกจากนี้หากคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นหูดหงอนไก่ อาจขัดขวางการคลอด หรือทำให้ทารกเป็นหูดหงอนไก่ที่คอหอย หลอดลม หรือเส้นเสียง อาจมีผลให้ทารกหายใจไม่ออกจนเสียชีวิตได้ แม้การผ่าคลอดจะทำให้เสี่ยงน้อยลงแต่ป้องกันไว้ก็ย่อมดีกว่าแก้

วัคซีน HPV !!

วัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี

วัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV ในประเทศไทย มี 3 ชนิด ได้แก่ ชนิด 2 สายพันธุ์, 4 สายพันธุ์ และชนิด 9 สายพันธุ์ โดยมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่อยู่ในวัคซีนเกือบร้อยละ 100 ดังนั้น วัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์ และ 4 สายพันธุ์จะป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ร้อยละ 70 ในขณะที่วัคซีน 9 สายพันธุ์จะป้องกันได้สูงถึงร้อยละ 90 นอกจากนี้ ทั้งวัคซีน 4 สายพันธุ์และ 9 สายพันธุ์สามารถป้องกันการเกิดหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศได้ด้วย สามารถเริ่มฉีดวัคซีนดังกล่าวให้เด็กผู้หญิงตั้งแต่อายุ 9 ขวบเป็นต้นไปจนถึงอายุ 45 ปี ผู้ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์จะได้ประโยชน์สูงสุดจากวัคซีน ประโยชน์อาจจะลดลงบ้างในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว สำหรับเด็กผู้ชาย และผู้ชายก็ได้รับประโยชน์จากการฉีดวัคซีนนี้ในการป้องกันมะเร็งบริเวณอวัยวะสืบพันพันธุ์ และมะเร็งทวารหนักด้วยเช่นกัน โดยทั่วไป แนะนำให้ฉีดวัคซีนทั้งหมด 3 เข็ม ยกเว้นในกรณีที่อายุน้อยกว่า 15 ปีให้ฉีดเพียง 2 เข็ม

*ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน เจ็บบริเวณฉีด มีไข้ พบได้น้อย

ที่มา :  https://www.siphhospital.com
วัคซีน HPV ผู้ชายก็ฉีดได้
วัคซีน HPV ผู้ชายก็ฉีดได้

สารพันคำถามเกี่ยวกับ วัคซีน HPV

  • ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีน HPV?

วัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก ควรฉีดในผู้หญิงอายุตั้งแต่ 9-26 ปี หรืออาจขยายระยะเวลาได้ถึง 45 ปี ในผู้ชายก็ทำนองเดียวกัน เพราะเป็นวัยที่ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด และเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของวัคซีน HPV ควรได้รับวัคซีนในวัยที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน เพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพจากวัคซีนสูงสุด รวมไปถึงการได้รับวัคซีนอย่างต่อเนื่องจำนวน 3 เข็ม โดยเว้นระยะการฉีดคือ

ฉีดเข็มที่ 1 กำหนดวันได้เอง/วันที่ต้องการฉีด
เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1-2 เดือน
เข็มที่ 3 ห่างจากเข็มที่ 1 ประมาณ 6 เดือน

  • อาการข้างเคียงหลังจากฉีดวัคซีน

โดยทั่วไปแล้วมักไม่ค่อยพบอาการข้างเคียงที่รุนแรง อาจมีอาการเล็กน้อย โดยอาการที่พบบ่อย เช่น มีอาการปวด บวมบริเวณฉีดวัคซีน บางรายอาจมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย หรือปวดกล้ามเนื้อ

  • อายุเยอะ แต่งงานแล้วฉีดได้หรือไม่?

ผู้หญิงอายุเกิน 30 ปี ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว หรือไม่ว่าจะวัยไหน สถานะใด ก็สามารถฉีดวัคซีน HPV ได้ เพื่อที่วัคซีนจะเข้าไปป้องกันเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่ไม่เคยติดได้เช่นกัน ยิ่งเราสามารถทำความรู้จักโรคมะเร็งปากมดลูกและป้องกันได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถลดโอกาสที่จะเกิดโรคได้เร็ว หรือเมื่อตรวจพบแล้วก็สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที รวมไปถึงการหมั่นสังเกตตัวเองและหมั่นตรวจสุขภาพร่างกายเป็นประจำสม่ำเสมอ

  • ถ้าเคยได้รับเชื้อ HPV มาแล้วจะฉีดวัคซีนได้ไหม?

แม้ว่าจะเคยได้รับเชื้อมาแล้ว การฉีดวัคซีน HPV สามารถช่วยป้องกันเชื้อวัคซีน HPV สายพันธุ์อื่นๆ ได้ หรือแม้กระทั่งป้องกันการเกิดเชื้อ HPV ซ้ำในสายพันธุ์เดิมได้อีกด้วย

  • ฉีดตั้งแต่เด็ก ได้ผลดีที่สุด

ในเด็กอายุ 9-13 ปี ฉีดวัคซีนเอชพีวีเพียง 2 เข็มก็พอ เนื่องจากร่างกายเด็กกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าผู้ใหญ่ถึง 2 เท่า และยังเป็นวัยที่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ จึงมีโอกาสได้รับเชื้อเอชพีวีน้อยกว่าวัยผู้ใหญ่

จากการติดตามผลการใช้วัคซีนเอชพีวีชนิด 4 สายพันธุ์ในระยะยาว พบว่าตรวจพบภูมิคุ้มกันในเลือดแม้เวลาจะผ่านไปแล้ว 8 ปี กระตุ้นแอนติบอดี้ได้สม่ำเสมอ และปลอดภัยในเด็กด้วย

นอกจากนี้ยังพบว่าถ้าเด็กได้รับวัคซีนขณะอายุ 12-13 ปี จะป้องกันการติดเชื้อได้ดีมาก แต่หากฉีดช้าไปเพียง 2.5 ปี ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า

ปัจจุบันรัฐบาลประเทศออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และแคนาดา กำหนดนโยบายให้วัคซีนเอชพีวีเป็นวัคซีนพื้นฐานของเด็กชายและหญิงอายุ 11-12 ปีแล้ว

  • ทำไมเด็กชาย-ผู้ชายจึงควรฉีด “วัคซีนเอชพีวี”?

เพราะผู้ชายเป็นพาหะของเชื้อไวรัสเอชพีวี หากคุณผู้ชายติดเชื้ออาจไม่มีอาการใดๆ และมักตรวจไม่พบเชื้อ จึงส่งต่อเชื้อไปให้กับหญิงคนรักโดยไม่รู้ตัว การฉีดวัคซีนเอชพีวีชนิด 4 สายพันธุ์ก็จะช่วยลดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้หญิง และป้องกันโรคมะเร็งองคชาติ มะเร็งทวารหนัก และหูดหงอนไก่ได้อีกด้วย

ป้องกันมะเร็งปากมดลูก ไม่ยาก แค่ฉีดวัคซีน
ป้องกันมะเร็งปากมดลูก ไม่ยาก แค่ฉีดวัคซีน
  • ไปฉีดวัคซีนได้ที่ไหนบ้าง?

สามารถฉีดได้ตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ โรงพยาบาลประจำจังหวัด โรงพยาบาลประจำอำเภอบางแห่ง ราคาจะแตกต่างกันไป

  • ฉีดวัคซีนเอชพีวีแล้ว ยังต้องตรวจคัดกรองประจำปีอยู่หรือเปล่า?

ยังคงต้องตรวจ เพราะยังมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่เชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่วัคซีนให้ความคุ้มครอง

  • แม่ท้องฉีดได้ไหม?

ยังไม่มีผลการศึกษาอย่างชัดเจนว่าหากฉีดวัคซีนเอชพีวีแล้วจะส่งผลถึงทารกในครรภ์หรือร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์หรือไม่ แนะนำให้ปรึกษาสูตินรีแพทย์เจ้าของครรภ์

  •  ผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว สายเกินไปไหมที่จะฉีดวัคซีน?

แม้จะเคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว การฉีดวัคซีนก็ยังให้ประโยชน์ในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งบริเวณอวัยวะเพศ และหูดหงอนไก่ได้อย่างคุ้มค่า จากการวิจัยพบว่า ผู้หญิงอายุถึง 45 ปี ที่ได้รับวัคซีนก็ยังมีความคุ้มครองต่อการติดเชื้อเอชพีวีอย่างมีนัยสำคัญ

  • สาวๆ ที่พบว่าผล pap smear ผิดปกติ หรือมีผลการตรวจเชื้อเอชพีวีเป็นบวก หรือแม้แต่ได้รับการรักษาระยะก่อนมะเร็งของปากมดลูกไปแล้ว สามารถฉีดวัคซีนได้หรือไม่?

ฉีดได้และมีประสิทธิภาพเพียงพ่อในการป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์อื่นๆ ในวัคซีนนั้น มีข้อมูลทางการแพทย์สนับสนุนว่าอาจช่วยป้องกันการกลับเป็นซ้ำของผู้ป่วยที่รับการรักษาระยะก่อนมะเร็งของปากมดลูกไปแล้ว

 

อ่านต่อ>> อัพเดทราคา แพ็คเกจ วัคซีน HPV ฉีดที่ไหน อย่างไร ราคาเท่าไหร่ คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

ชาวเน็ตจีนแห่ชื่นชม! พยาบาลใจดีให้ทารกดื่มนมตนเองในห้องผ่าตัด

เรียกได้ว่าเป็นภาพอันน่าประทับใจที่ถูกพูดถึงกันอย่างมาก ซึ่งถูกถ่ายขึ้นในโรงพยาบาลเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน โดยเผยให้เห็นภาพของพยาบาลรายหนึ่งที่กำลังให้ทารกน้อยที่ต้องเตรียมเข้ารับการผ่าตัด ดื่มนมจากอกของตนเองได้

ทั้งนี้เนื่องจากว่าทารกน้อยงอแงจึงทำให้การเตรียมผ่าตัดเป็นไปด้วยความลำบาก  ซึ่งไม่ว่าจะด้วยหน้าที่หรือด้วยสัญชาติญาณก็ตามแต่ พยาบาลรายนี้นามว่า ลี่เบาเซีย จึงได้อุ้มทารกน้อยมาอยู่อ้อมอกพร้อมกับปลอบโยนเพื่อให้หยุดร้องไห้ พร้อมกันนี้เธอยังได้ให้ทารกดื่มนมจากอกของเธอเอง ซึ่งวิธีนี้ก็ทำให้ทารกน้อยสงบลง และคลายความหวาดกลัวจากการผ่าตัด จนกระทั่งการผ่าตัดประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดี

breastfeed_nurse5

เมื่อการผ่าตัดมีผลสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทางคุณพ่อของทารกน้อยรายนี้ก็ได้ขอพบกับพยาบาลที่ปลอบโยนลูกของเขาพร้อมกับแสดงคำขอบคุณที่พยาบาลได้ดูแลลูกของเขาเป็นอย่างดี รวมถึงยังขอบคุณคุณหมอและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำให้การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ทำให้ภาพที่เผยแพร่ออกมานั้นได้รับคำชมจากชาวเน็ตกันอย่างล้นหลาม ถึงความมีน้ำใจของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เหล่านี้ พร้อมกับบอกว่านี่คือความภาคภูมิใจของวงการแพทย์จีน

เรียกได้ว่าน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ที่มีต่อกันนั้นไม่เสื่อมคลายไปเลยจริงๆ ซึ่งก็มีเรื่องราวที่น่าประทับใจในโรงพยาบาลอีกหลายเรื่องราว เป็นการทำให้ผู้ป่วยไว้วางใจได้ว่าการบริการทางการแพทย์นั้น เข้าอกเข้าใจผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง


ขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพจาก : www.guchill.com

ชุดเด็กสุดเท่

ชุดเด็กน่ารัก สุดเทห์ ใส่สบาย
สินค้าพร้อมส่งนะจ๊ะ
เสื้อเชิ้ต (สำหรับเด็ก1-4ปี)
Size: S, M, L
ราคา 320 บาท
กางเกงเอวยางยืด เนื้อผ้ายืดนิ่มมากใส่สบาย (สำหรับเด็ก1-5ปี)
Size: 100, 120, 140, 160
ราคา 350 บาท

สั่งซื้อ/สอบถาม
ID Line: thesunkids

Tags

แต่อ่านเล่นๆ ยังอ่านน้อยลง

ผลสำรวจน่าใจหาย! ในสหรัฐอเมริกาพบว่า เด็กที่ชอบอ่านหนังสือเพื่อความเพลิดเพลิน หรือหนังสืออ่านเล่นลดลงอย่างต่อเนื่อง! สาเหตุสำคัญที่เด็กๆ ระบุคือ เพราะความเครียดจากการเรียนและต้องอ่านแต่หนังสือเรียน หนังสือวิชาการ และมีกิจกรรมอื่นที่น่าสนใจมากกว่า

เป็นการสำรวจล่าสุดเมื่อปี 2557 โดยสำนักพิมพ์หนังสือเด็กสกอลาสติก* ร่วมกับบริษัทยูโกฟ บริษัทวิจัยการตลาด เพื่อหาว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้เด็กวัยต่างๆ ชอบอ่านมากขึ้น โดยสำรวจเด็กและผู้ปกครองอเมริกันจำนวน 2,558 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุ 6-17 ปี มากกว่า 1,000 คน

ข้อมูลนี้น่าจะช่วยให้คุณผู้อ่านฉุกคิดอะไรได้บ้างไม่มากก็น้อย ยังมีอะไรที่น่าใจหายอีก มาดูกันค่ะ

 

หมายเหตุ *สำนักพิมพ์หนังสือเด็กชื่อดังสกอลาสติกมีผลงานโด่งดังไปทั่วโลกอย่างแฮรี่ พอตเตอร์และเรื่องชุดกัปตันกางเกงใน อีกทั้งยังเป็นผู้จัดงานบุ๊คแฟร์ในโรงเรียนต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย ซึ่งสกอลาสติกได้จัดทำออกมาเป็นรายงานประจำทุก 2 ปี ตั้งแต่ปี 2549 ในชื่อ “รายงานการอ่านของเด็กและครอบครัว” ถึงปัจจุบันเป็นฉบับที่ 5 แล้ว

 

เด็กอายุ 6- 17 ปี ที่อ่านหนังสือเพื่อความสุขใจลดลง

2010  ร้อยละ 60

2012       “     58

2014       “     51

 

ความถี่ในการอ่านก็น้อยลงด้วย

ร้อยละ 31 บอกว่า อ่านหนังสือเพื่อความสนุก หย่อนใจเกือบทุกวัน ซึ่งลดลงจากร้อยละ 37 เมื่อปี 2010

ร้อยละ 37 บอกว่า ไม่ค่อยชอบอ่าน ขณะที่ร้อยละ 12 บอกว่าไม่ชอบอ่านหนังสือเลย

 

ยิ่งโตขึ้น ยิ่งอ่านเล่น บันเทิงใจน้อยลง

6-8 ขวบ 62%

9-11 ปี 46%

12-14 ปี 49%

15-17 ปี 46%

 

ตอนเล็กชอบอ่านมากกว่า

เด็กร้อยละ 44 บอกว่าโตขึ้นรักการอ่านมากขึ้นกว่าเดิม

ร้อยละ 29 บอกว่า เมื่อตอนเล็กๆ ชอบอ่านมากกว่านี้

 

อยากอ่านน้อยลง แม้จะอ่านเล่น เพราะ

ร้อยละ 60 บอกว่า เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างให้สนใจมากกว่าการอ่านหนังสือ

ร้อยละ 47 บอกว่า เพราะถูกบังคับให้อ่านหนังสือเรียนวิชาการมากเสียจนไม่รู้สึกอยากอ่านเพื่อพักผ่อนเพลิดเพลินเลย

 

พ่อแม่อยากเห็นลูกอ่านเพื่อความสนุกสุขใจ

แม้เด็กที่อยากอ่านเพราะเพลิดเพลินใจลด แต่พ่อแม่ที่อยากเห็นลูกๆ อ่านหนังสือเพื่อความบันเทิงมีมากถึงร้อยละ 75 โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 71 ประสานเสียงบอกว่า “อยากให้ลูกๆ ของตนไปทำกิจกรรมอื่นๆ ด้วย นอกจากเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์”

ฟรานซี อเล็กซานเดอร์ หัวหน้าส่วนการศึกษาสกอลาสติค สรุปว่า หากทั้งโรงเรียนและบ้านส่งเสริมและให้เวลาเด็กๆ ทุกวัยได้เพลิดเพลิน มีความสุขกับหนังสือที่พวกเขาพอใจหรือเลือกอ่านเองแล้ว จะช่วยให้เด็กๆ ค้นพบพลังและความรื่นรมย์ของการอ่าน ซึ่งจะเป็นแรงส่งให้เด็กๆอ่านหนังสือมากขึ้น จนการอ่านช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ และเปิดโอกาสมากมายให้กับเด็กๆ ในอนาคต”

 

จากเรื่อง : Sharp decline in children reading for pleasure, survey findsใน theguardian.com
เรียบเรียงโดย  : เจริญขวัญ
ภาพ : Shutterstock

Tags

ทำไมพี่วัย 4 ขวบ ชอบแกล้งน้องอยู่เรื่อย

คุณพ่อคุณแม่พาน้องภู เด็กชายวัย 4 ขวบ มาหาครูแป๋มเพื่อมา “เล่นบำบัด” (Play Therapy) ให้น้องภูมีพฤติกรรมการเล่นดีขึ้น ด้วยเหตุที่คุณพ่อคุณแม่ว่า “น้องภูดื้อ ชอบเล่นรุนแรง เล่นกับน้องไม่ได้เลยชอบแกล้งน้องทุกที”

พอเข้ามาในห้องเล่น น้องภูมีท่าทางสนใจการเล่น เข้าไปดูของหลายอย่าง และในที่สุดก็เลือกปั้นแป้งโดว์ น้องภูปั้นเป็นรูปโดนัทหน้าต่างๆ อย่างสวยงาม ไม่มีเล่นรุนแรงเลย ออกจะเล่นเงียบๆ ไม่ค่อยพูดคุยแสดงความรู้สึกมากนัก

ครั้งต่อๆ มา เมื่อน้องภูเริ่มสนิทคุ้นเคย และไว้ใจครูแป๋มมากขึ้น จึงเปิดเผยเรื่องของตัวเอง

“ครูแป๋มรู้มั้ย ว่าที่ภูชอบแกล้งน้องเป็นเพราะอะไร”

“ไม่รู้สิคะ เป็นเพราะอะไรเหรอ”

“เพราะว่า…” น้องภูยิ้มเขินๆ “ตอนที่ภูแกล้งน้อง พ่อกับแม่จะรีบวิ่งเข้ามาสนใจ แล้วบอกภูว่า ‘ไม่เอาลูก อย่าแกล้งน้อง’ แต่เวลาภูเล่นกับน้องดีๆ นะ พ่อกะแม่ไม่เคยสนใจเล้ยย” และบอกอีกว่ายิ่งเวลาที่เขาเล่นแรงๆ กับน้อง พ่อกะแม่จะให้ความสนใจทุกครั้งไป

 

พอช่วงท้ายชั่วโมง ครูแป๋มสรุปความโดยรวมให้คุณพ่อคุณแม่

“น้องภูมักจะแกล้งน้องหรือเล่นแรง เพราะเมื่อทำอย่างนี้เขาได้รับความสนใจ ขณะที่ตอนเล่นดีๆ น้องภูรู้สึกว่าไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่ สำหรับน้องภูแล้วถึงได้รับความสนใจทางลบก็ยังดีกว่าไม่ได้รับความสนใจเลย”

คุณพ่อคุณแม่รับฟังแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง

ในที่สุดคุณแม่บอกว่า “เห็นจะจริงค่ะ เพราะเวลาเขาเล่นดีๆ เราก็ปล่อยไป เห็นว่าไม่มีอะไรน่าห่วง จะเข้าไปหาก็ต่อเมื่อเขาเล่นแรงหรือแกล้งน้องเท่านั้น”

คุณพ่อพยักหน้าเห็นด้วยกับคุณแม่ แล้วเสริมว่า “แต่เดี๋ยวนี้เขาไม่ค่อยเล่นดีๆ แล้วครับ ชอบเล่นแรงๆ”

“อาจจะเป็นเพราะน้องภูไม่ค่อยได้มีโอกาสในการฝึกเล่นดีๆ ค่ะ เขารู้แต่ว่าพอเล่นไม่ดีเมื่อไหร่ จะได้รับความสนใจเมื่อนั้น จริงๆ แล้วน้องภูเล่นดีๆ ได้นะคะ คุณพ่อคุณแม่ลองให้ความสนใจเวลาเขาเล่นดีๆ ไม่เล่นแรงไม่แกล้งน้องดูสิคะว่าน้องจะเป็นอย่างไร” ครูแป๋มเสนอทางใหม่

หลายสัปดาห์ต่อมา คุณพ่อคุณแม่สีหน้าคลายกังวลพร้อมกับรายงานผล

“เราตกลงว่าจะสนใจตอนน้องภูเล่นดีๆ เวลาที่เขาเล่นแรงหรือแกล้งน้อง สนใจน้อยลงมากจนแทบไม่สนใจเลย เวลาที่พี่น้องเล่นกันราบรื่น เราก็แสดงความชื่นชม พูดชมเชยและกอดน้องภู บอกให้เขารู้ว่าพ่อแม่ดีใจที่เห็นเขาเล่นกับน้องดี เรื่องเล่นแรง แกล้งน้องก็ลดลงไปมากจนแทบไม่มีแล้ว”

จะเห็นได้ว่า เพียงคุณพ่อคุณแม่ให้เวลาสังเกต ทำความเข้าใจพฤติกรรมการเล่นของลูก เปิดใจ ปรับทัศนคติและวิธีการปฏิบัติต่อลูกจะทำให้เห็นว่าจริงๆ แล้วลูกไม่ได้ดื้อ แต่มีสาเหตุของพฤติกรรมต่างๆ

การเล่นก็กลับมาทำหน้าที่ส่งเสริมความผูกพันและทักษะที่ดีรวมทั้งความสุขให้น้องภูและน้องอีกครั้งค่ะ

 

 

 

เรื่องโดย : คุณฉันทิดา สนิทนราทร นักเล่นบำบัด (Play Therapist) โรงพยาบาลมนารมย์ จากแฟนเพจ Funtastic Play and Toys

หมายเหตุ * ชื่อเด็กในเรื่องเป็นชื่อสมมติ

Tags

มาเป็นคุณแม่สนุกๆ กันเถอะ

คุณแม่อย่างเราจริงอยู่ว่าภาระหน้าที่ต่างๆ ทั้งการเลี้ยงลูก ดูแลบ้านช่อง หรือหน้าที่การงาน ไม่ค่อยจะอำนวยให้อาชีพแม่อย่างเรารู้สึกสนุกสนานมากนัก แต่…ใช่ว่าจะไม่มีเสียเลย มาดูเคล็ดลับง่ายๆ ที่ทำให้ทุกๆวันของการเป็นแม่มีความสุขและน่าจดจำกันดีกว่า

ตื่นเร็วขึ้นอีกนิด

การเลี้ยงลูก เลี้ยงลูกไม่ดี ลูกเอาแต่ใจ

ในทุกๆวัน คุณแม่ต้องรีบตื่นเช้าอยู่แล้วเพื่อเตรียมตัวลูกคนโตไปโรงเรียน วุ่นวายกับลูกคนเล็กที่คอยเอามือแหย่ปลั๊กไฟตลอดเวลา ต้องวิ่งไปหาถุงเท้าให้คุณพ่อผู้ที่ไม่เคยหาอะไรเจอ และไหนจะต้องเตรียมตัวไปทำงานอีก ดูแล้วแทบไม่มีเวลาให้ตัวเองเลย ดังนั้นวิธีง่ายๆที่จะช่วยเพิ่มความสดชื่นและพลังให้คุณแม่ได้คือ ลองตื่นเช้ากว่าเดิมสักครึ่งชั่วโมง แล้วหากิจกรรมผ่อนคลายทำ อย่างดื่มกาแฟสักถ้วย ฟังเพลงที่ชอบ หรืออ่านหนังสือเล่มโปรด การได้ปลดปล่อยความตึงเครียดแค่ 10-15 นาที ก็ช่วยชาร์จพลังคุณแม่ได้ทั้งวันแล้วล่ะค่ะ

 

หาเวลาทำสิ่งที่ตัวเองชอบ

shutterstock_342748883

ลองหันหลังกลับไปมองดูว่า ที่เรารู้สึกว่าตัวเองยุ่งทั้งวันจนไม่มีเวลานั้นเป็นเพราะเราจัดการทุกอย่างมากไปหรือเปล่า บางครั้งคุณแม่อาจต้องปล่อยวางให้ตัวเองได้พักบ้าง แล้วเจียดเวลาตรงนั้นมาทำสิ่งที่ตัวเองชอบ เช่น ทาเล็บ อ่านนิยาย ปลูกต้นไม้ ต่อจิ๊กซอว์ เป็นต้น

ใช้เวลากับลูกอย่างจริงจัง

shutterstock_375178963

อ่านเรื่อง “มาเป็นคุณแม่สนุกๆ กันเถอะ” คลิกหน้า 2

Tags

ข้อดีลูกดูดเต้า

อุ้มลูกดูดนม ด้วย 6 เคล็ดลับ ท่าอุ้มกระตุ้นน้ำนม

สำหรับคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายที่ตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แต่ก็ไม่แน่ใจว่า อุ้มลูกดูดนม ถูกวิธีหรือไม่ เพราะนอกจากการอุ้มลูกที่ถูกวิธีจะช่วยให้ลูกน้อยได้รับน้ำนมแม่อย่างเต็มที่แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นวงจรการสร้างน้ำนมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคุณแม่ไม่ต้องทรมานกับอาการหัวนมแตกอีกด้วยค่ะ

ก่อนอื่น อยากให้คุณแม่ทำความเข้าใจกระบวนการสร้างน้ำนมกันสักเล็กน้อย แพทย์หญิงรัชดา เกษมทรัพย์ กุมารแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี อธิบายเรื่องนี้ไว้ว่า…

กระบวนการสร้างน้ำนมของคุณแม่จะเริ่มตั้งแต่ 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์แล้วค่ะ ดังนั้นคุณแม่ทุกคนจึงมีน้ำนมเตรียมพร้อมอยู่ในเต้าอย่างเท่าเทียมกัน เพียงแต่ว่าน้ำนมยังไม่หลั่งออกมาเท่านั้น กระทั่งเมื่อคุณแม่คลอดลูกน้อยออกมา กระบวนการผลิตน้ำนมยังคงดำเนินต่อไปแต่ต้องอาศัยการดูดกระตุ้นของลูกน้อยเข้ามาช่วย เพื่อให้น้ำนมที่มีอยู่เต็มเต้าได้ระบายออกมาและร่างกายก็จะสร้างน้ำนมขึ้นมาแทนที่อย่างต่อเนื่องค่ะ อ้อ..แต่ก็ต้องเป็นการดูดกระตุ้นอย่างถูกวิธีด้วยนะคะ

ท่าอุ้มลูกเข้าเต้า
ท่าอุ้มลูกเข้าเต้า

วิธีดูดกระตุ้นที่ดีที่สุด คือดูดให้เร็วที่สุด ภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด หรืออย่างน้อยๆก็ควรให้ลูกได้ดูดกระตุ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอดก็ยังดีค่ะ เพราะเป็นช่วงที่ลูกจะได้รับ หัวน้ำนม ซึ่งไม่ใช่แค่สารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ลูกน้อยเท่านั้น แต่ยังมีสเต็มเซลล์ที่จะช่วยเสริมสร้างเซลล์ต่างๆ ในร่างกายของลูกด้วย

วิธี อุ้มลูกดูดนม ช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่

โดยทั่วไปท่าให้นมแม่จะมีอยู่ 4 ท่าหลักๆ คือ ท่านั่งอุ้มลูกแนบอก ท่านั่งและอุ้มลูกแนบอกแบบสลับแขน ท่านั่งแบบอุ้มด้านข้างแนบอก และท่านอนตะแคง ซึ่งแต่ละท่านี้มีจุดร่วมเดียวกัน คือ

ท่าอุ้มลูกที่ถูกวิธี
ท่าอุ้มลูกเข้าเต้า
  • ศีรษะกับลำตัวลูกต้องเป็นแนวเดียวกัน
  • ลำตัวลูกอยู่ในลักษณะตะแคงเข้าหาแม่ (หรือแม่ตะแคงหาลูกในท่านอน) โดยพุงของลูกชิดติดกับพุ่งของแม่
  • ลูกอ้าปากกว้าง งับมิดลานนม โดยคุณแม่อาจใช้นิ้วเขี่ยที่ข้างแก้มให้ลูกอ้าปากแล้วค่อยๆ สอดหัวนมเข้าไป
  • ให้ลูกงับหัวนมจนมิดถึงลานนม สังเกตว่าเวลาลูกดูดนมคางลูกต้องอยู่ชิดเต้านมแม่ จมูกเชิดขึ้น
  • ลูกดูดนมได้แรง กลืนเป็นจังหวะ และมีการสลับหยุดเป็นพักๆ
  • คุณแม่ไม่รู้สึกเจ็บหัวนมเวลาที่ลูกดูด

ในช่วง 3-5 วันหลังคลอดเป็นช่วงที่คุณแม่ต้องใจแข็งอดทนนิดหนึ่งนะคะ เพราะแต่ละคนน้ำนมจะระบายออกมาเร็วช้าต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของคุณแม่ที่อาจจะยังอ่อนเพลียจากการคลอด การดูดกระตุ้นที่ถูกวิธี รวมทั้งโอกาสที่จะได้ให้ลูกดูดกระตุ้นน้ำนมบ่อยๆ ซึ่งในช่วงที่ให้นมลูกนี้ คุณแม่ควรทำจิตใจให้สบาย และดื่มน้ำอุ่นมากๆ ยามลูกหลับก็ต้องรีบพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อร่างกายจะได้ฟื้นตัวเร็ว

อ่านต่อ >> “กระบวนการผลิตน้ำนมที่คุณแม่ควรรู้
พร้อม เช็กกันว่า…ลูกดูดนมแม่ถูกวิธีหรือยัง?” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่