หากเด็กหนึ่งคนเปรียบเหมือนต้นไม้ การเติบโตอย่างมีคุณภาพต้องเริ่มจากการมีรากฐานที่แข็งแรง ดังเช่นจุดเริ่มต้นของ โรงเรียนนานาชาติเรนทรี แห่งนี้ค่ะ ครั้งนี้เรารู้สึกโชคดีมาก ๆ ที่มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณทิพ วรจรรย์ จิราธิวัฒน์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งและผู้บริหารโรงเรียน คุณทิพเล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นนั้นมาจากการทำหนังสือพัฒนาการเด็ก ที่ชื่อว่า Tiny Tree ที่เห็นถึงความสำคัญของการอ่านหนังสือและสื่อสารกับพ่อแม่ ว่าเราสามารถอ่านหนังสือกับลูกได้ตั้งแต่ยังเด็กไม่ต้องรอให้โต และปลูกฝังนิสัยที่ดีกับลูกได้ตั้งแต่เล็กผ่านหนังสือต่าง ๆ ที่ทำขึ้น เช่น หน้าที่ต่อตนเอง หน้าที่ต่อสังคม แต่หลังจากทำหนังสือก็พบว่าหนังสือนั้นยังคงมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้สิ่งที่อยากสื่อสารนั้นไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่มาทำโรงเรียน ด้วยความตั้งใจว่าจะได้นำสิ่งที่ต้องการนั้นมาสื่อสารผ่านการเรียนการสอนในโรงเรียนของตนเอง


Raintree International School โรงเรียนนานาชาติเรนทรี เป็นโรงเรียนอนุบาลชั้นนำที่อยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 สาขาแรกย่านสาทร และสาขาที่ 2 ที่เราพามาชมในครั้งนี้ ที่เพิ่งเปิดในปี 2024 ที่สุขุมวิท โรงเรียนนานาชาติเรนทรีให้การศึกษาระดับปฐมวัย สำหรับเด็กอายุ 1-6 ปี โดยโรงเรียนใช้หลักสูตร British Curriculum (EYFS) ผสมผสานกับแนวคิดการสอนที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Reggio Emilia ให้การศึกษาที่เน้นการเรียนรู้ที่เด็กเป็นศูนย์กลาง อีกทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น เพื่อพัฒนาทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และร่างกายอย่างสมดุล นำไปสู่การมีนิสัยรักการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต




โรงเรียนที่ถูกออกแบบด้วยความตั้งใจ ให้เป็นสถานที่เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเด็กเล็ก เพื่อให้เขาอยู่ในบรรยากาศที่ดี แวดล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียว และห้องเรียนที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ เมื่อเด็ก ๆ ได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นผ่านการเล่นอย่างสนุกและมีจุดมุ่งหมาย (purposeful play) ทำให้เขาได้ค้นพบศักยภาพของตนเองแบบ holistic development คุณทิพเล่าต่อว่า ที่นี่จะส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้ลองผิดลองถูก ฝึกการคิดวิเคราะห์ และอยู่ร่วมกับผู้อื่น โรงเรียนที่ไม่เคยมองความผิดพลาดเป็นเรื่องไม่ดี ไม่ว่าเด็ก ๆ จะยังทำบางสิ่งบางอย่างไม่ได้ คุณครูจะคอยแนะหรือสอนวิธีคิดให้เขาไม่กลัวความผิดพลาด แต่กลับส่งเสริมให้เขากล้าคิด กล้าลอง เพื่อให้สิ่งนั้นบรรลุตามที่ตนต้องการ นั่นจึงเป็นการสร้างเด็กให้รักในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทางโรงเรียนต้องการปลูกฝังนักเรียนที่นี่
การออกแบบอาคารที่ใส่ใจตั้งแต่ทิศทางลมและแสง ช่วยสร้างบรรยากาศภายในห้องเรียนและพื้นที่ลานกิจกรรมกลางแจ้ง ที่ช่วยทำให้เด็ก ๆสามารถเล่นและสนุกได้เต็มที่ มีพื้นสีเขียวขนาดใหญ่ที่เชื่อมกับอาคารเรียน ยิ่งทำให้บรรยากาศดูโล่ง โปร่ง แต่ยังคงใกล้ชิดธรรมชาติ รวมถึงครูผู้สอนที่มีคุณภาพ เป็นอีกสิ่งที่ทางโรงเรียนให้ความสำคัญ คุณครูของที่นี่เป็นครูเจ้าของภาษาที่จบปฐมวัยและพัฒนาการสำหรับเด็กโดยตรง เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ ยิ่งทำให้การเรียนการสอนของที่นี่มีคุณภาพและเหมาะสม
ด้วยแนวคิดที่เชื่อว่าการศึกษานั้นไม่ควรเป็นแค่การท่องจำหรือเรียนรู้จากข้อเท็จจริงเท่านั้น แต่ควรเน้นที่การฝึกทักษะการคิด วิเคราะห์ และการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ เด็ก ๆ ที่ได้เรียนรู้จากการทดลองและความผิดพลาดจะไม่กลัวที่จะทำผิด เพราะเข้าใจว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นจากการแก้ไขและพัฒนาไปทีละขั้น การมีโอกาสสำรวจและคิดอย่างอิสระช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ และพัฒนาทักษะในการตัดสินใจ ซึ่งสำคัญในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยข้อมูลมากมาย นอกจากนี้ยังช่วยให้เด็ก ๆ เติบโตเป็นบุคคลที่มีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและสังคม สามารถปรับตัวและแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ดีในทุกสถานการณ์
ทางโรงเรียนเล่าให้เราฟังว่า ภายในห้องเรียนนั้น ไม่ได้จำกัดว่าเด็ก ๆ ต้องเรียนรู้เหมือนกันไปทุกครั้ง ในหนึ่งการเรียน เขาสามารถเลือกเล่นหรือทำกิจกรรมที่เขาชอบและสนใจได้ หัวข้อการเรียนเดียวกันแต่ให้ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย เมื่อเขาทำในสิ่งที่ชอบได้สำเร็จ ก็จะเกิดความสุข มีความมั่นใจในตัวเองและมีความรักที่อยากจะเรียนรู้ต่อไป ซึ่งเป็นเป้าประสงค์หลักที่โรงเรียนให้ความสำคัญ




โรงเรียนนานาชาติเรนทรีนั้นตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันตั้งแต่ยังเล็ก ในช่วงวัยอนุบาลนั้นเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่พัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็กสามารถเรียนรู้และเติบโต สภาพแวดล้อมที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันนั้นจะยิ่งช่วยส่งเสริมให้เด็ก ๆ รู้จักการแบ่งปัน แก้ปัญหาร่วมกัน ยินดีและชื่นชมความสำเร็จของตนเองและผู้อื่น ที่นี่เข้าใจว่าเด็กแต่ละคนมีความชอบ ความถนัดที่ทั้งเฉพาะตัวและแตกต่างกัน ทางโรงเรียนจึงให้ความสำคัญกับการเติบโตของแต่ละบุคคล ควบคู่ไปกับการปลูกฝังแนวคิดในการทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย อีกทั้งยังปลูกฝังการเคารพซื่งกันและกัน สามารถทำงานเป็นทีมและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดีเยี่ยม นั่นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เด็ก ๆ สามารถปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ที่เจอในอนาคต การศึกษาของที่นี่จึงเป็นการช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการเรียนรู้ตลอดทุกช่วงของการเติบโต




Raintree มุ่งเน้นให้เด็กเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่ถูกออกแบบมาอย่างใส่ใจ การอยู่ร่วมกันธรรมชาติ อาคารเรียน พื่นที่ทั้งในร่วมและกลางแจ้งที่เชื่อมโยงถึงกัน ทำให้เด็ก ๆ สามารถเล่นสนุก ใกล้ชิดธรรมชาติ และเรียนรู้ได้ตลอดทั้งวัน ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่กลางโรงเรียนนั้น เป็นร่มเงาให้หนูน้อยนักคิดได้เล่นอย่างอิสระ เด็ก ๆ สามารถเรียนได้ตามธรรมชาติ ตามเป้าหมายของโรงเรียนที่อยากให้สร้างสภาพแวดล้อมที่มีความสุขและอบอุ่น เพื่อส่งเสริมให้เกิดนักคิดสร้างสรรค์และนักสื่อสารที่มั่นใจ และรักการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต




เมื่อก้าวเข้ามาในโรงเรียนนั้น สิ่งที่สัมผัสได้เลยคือบรรยากาศที่โล่ง โปร่ง สบาย การให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กเล็ก ห้องเรียนของที่นี่น่าเรียนมาก ๆ ค่ะ การออกแบบที่กว้าง มีแสดงจากธรรมชาติส่องอย่างทั่วถึง รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย รวมถึงช่วยให้เกิดสมาธิอีกด้วย เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ในห้องเรียนได้รับการคัดสรรมาอย่างดีและเหมาะสมกับวัยของนักเรียน เน้นการใช้งานที่สะดวกและปลอดภัย รวมถึงอุปกรณ์และสื่อการเรียนรู้ที่แบ่งโซนได้อย่างดี มุมศิลปะ มุมอ่านหนังสือ โซนกิจกรรม อีกทั้งยังมีสนามด้านข้างห้องเรียน ที่ออกแบบมาอย่างตั้งใจเพื่อให้เด็ก ๆ ได้เลือกเล่น สำรวจและเรียนรู้ตตามความสนใจของตน สนามเด็กเล่นและลานกิจกรรมกลางแจ้ง ออกแบบมาให้เด็กเล่นอย่างอิสระ ไปพร้อมๆกับการพัฒนาทั้งร่างกายและประสาทสัมผัสทุกด้าน โซนปีนป่าย บ่อทราย ลู่จักรยาน พื้นที่กลางแจ้ง ช่วยให้เด็ก ๆ ฝึกการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อและประสาทสัมผัสต่าง ๆ ได้ทั้งความแข็งแรง ความสนุกและปลอดภัย




โรงเรียนนานาชาติเรนทรี เป็นอีกหนึ่งในโรงเรียนที่กุ๊กประทับใจมากค่ะ ตั้งแต่ก้าวเข้ารั้วโรงเรียน สัมผัสได้ถึงบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมที่น่าเรียนมาก ๆ แม้เด็ก ๆ จะเล่นอยู่ในบริเวณพื้นที่กลางแจ้ง กลับมีร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ที่ช่วยบังแดดให้ และมีลมพัดตลอดเวลา อาคารเรียนที่เชื่อมโซนห้องต่าง ๆ ไว้ด้วย ทำให้เราสามารถมองเห็นเด็กๆได้ทุกมุมด้วยค่ะ รวมถึงการได้พูดคุยกับคุณทิพนั้น ยิ่งสัมผัสได้ถึงความรักและความตั้งใจของผู้ก่อตั้งที่อยากให้ที่นี่เป็นเหมือนบ้าน เป็นจุดเริ่มต้น เป็นสภาพแวดล้อมที่ยอดเยี่ยมให้เด็กเล็กของเราได้มีรากฐานที่แข็งแรง พร้อมเติบโตขึ้นไปเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่กลางโรงเรียนแห่งนี้
การเป็นโรงเรียนขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป ทำให้การดูแลนั้นทั่วถึง คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้เลยว่า ลูกๆของเราจะได้รับการดู การใส่ใจ คุณครูเจ้าของภาษาที่มีความชำนาญพัฒนาการเด็กเล็ก ยิ่งช่วยส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้รับการกระตุ้นให้เกิดศักยภาพในแบบของตัวเอง มีความพร้อมสำหรับการเรียนรู้ต่อไปในอนาคตหากคุณพ่อแม่กำลังมองหาโรงเรียนอนุบาลนานาชาติที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและมีมาตรฐานการดูแลที่ดี มีความพร้อมในทุกด้าน มั่นใจได้เลยว่าที่นี่จะเป็นบ้านหลังที่สองที่ทำให้ลูก ๆ เป็นหนูน้อยนักคิด นักเรียนรู้ ที่พร้อมเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่และมีรากฐานที่แข็งแรง จากการบ่มเพาะและดูแลจากที่นี่ Raintree International School Sukhumvit
ค่าเทอมรายปี
ค่าเทอม Nursery 460,000 – 480,000 บาท
ค่าเทอม Kindergarten 555,000 บาท
ค่าเทอม Y1 570,000 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 11,500 ต่อเทอม
ที่อยู่ Raintree International School Sukhumvit
54 ซอยอรรถกวี 1 สุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110
[email protected]
+(66) 085-333-5558 (For Prospective Parents)
+(66) 02-258-4599 (School Office)
เมื่อพูดถึงการปกป้องลูกน้อยจากยุงตัวร้าย เชื่อว่าคุณแม่ทุกคนต้องการผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแค่กันยุงได้ดี แต่ยังอ่อนโยนและปลอดภัยกับผิวของลูก โดยเฉพาะในยุคนี้ที่แม่อย่างเราช่างเลือก! เพราะอยากให้ลูกน้อยได้สัมผัสแต่สิ่งที่ดีที่สุด Bluemoon Organic Mosquito Repellent Lotion จึงกลายเป็นตัวช่วยที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และสารสกัดจากธรรมชาติที่มั่นใจได้
ปลอดภัยและอ่อนโยน ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด
สำหรับแม่ๆ ที่กังวลว่าผลิตภัณฑ์กันยุงจะมีสารเคมีที่อาจระคายเคืองต่อผิวลูก โลชั่นกันยุงตัวนี้แตกต่างแน่นอนค่ะ เพราะ Bluemoon Organic Mosquito Repellent Lotion ปราศจากสารเคมีอันตราย 100% ไม่มี DEET หรือสารระเหยที่อาจเสี่ยงต่อร่างกาย และยังผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถใช้ได้กับเด็กผิวบอบบาง รวมถึงเด็กที่มีภาวะ G6PD โดยไม่ทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง
ที่สำคัญ สูตรของ Bluemoon เน้นความปลอดภัยในระดับสูงสุดจนเหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่แรกเกิด (0 M+) แม่จึงสามารถใช้ได้อย่างไร้กังวล ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวัน หรือก่อนลูกเข้านอน

กันยุงได้นานถึง 7 ชั่วโมง กลิ่นหอมธรรมชาติ ไม่ฉุน
Bluemoon Organic Mosquito Repellent Lotion ได้รับการยืนยันจากผลการทดสอบของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่าสามารถป้องกันยุงได้ยาวนานถึง 7 ชั่วโมง ช่วยลดความกังวลเวลาให้ลูกออกไปเล่นนอกบ้าน สนุกกับธรรมชาติ หรือแม้แต่เมื่ออยู่บ้านที่มีมุมอับยุงเยอะๆ โลชั่นตัวนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดี นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอมละมุนจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ เช่น ลาเวนเดอร์ กานพลู ยูคาลิปตัส ดอกเจอราเนียม และอบเชย กลิ่นเหล่านี้ไม่ได้แค่หอมผ่อนคลาย แต่ยังมีคุณสมบัติทำให้ยุงไม่อยากเข้าใกล้
ซึ่งตอนทาแรกๆ จะเป็นกลิ่นที่กล่าวมาข้างต้น แต่พอทาไปสักพักเนื้อครีมเริ่มซึมซับสู่ผิวจะเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมละมุน เหมือนแป้งเด็ก ไม่ฉุน
สำหรับแม่หลายคน หรือแม้แต่เด็กๆ ที่ไม่ชอบกลิ่นฉุนของผลิตภัณฑ์กันยุงทั่วไป โลชั่นตัวนี้คือคำตอบ เพราะให้กลิ่นหอมแบบธรรมชาติที่สบายๆ ไม่ทำให้เวียนหัว และเป็นมิตรกับทุกคนในครอบครัว
กันยุงพร้อมบำรุงผิวไปด้วยกัน
นอกจากจะป้องกันยุง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Bluemoon Organic Lotion ยังเป็นตัวช่วยบำรุงผิวที่อ่อนโยน มีส่วนผสมที่คัดสรรอย่างดี เช่น
ทุกครั้งที่ใช้ คุณแม่จะสัมผัสได้เลยว่าผิวของลูกน้อยไม่เพียงแต่ปลอดภัยจากยุง แต่ยังดูสุขภาพดีและชุ่มชื้นขึ้นด้วย นอกจากนี้เนื้อครีมยังบางเบา ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนผิว ทาแล้วซึมเร็ว ทำให้ไม่เกาะเป็นคราบบนผ้า และยังเหมาะสำหรับทุกบริเวณของร่างกาย

สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 เดือน สามารถทาได้ทุกที่ยกเว้นบริเวณใบหน้า เนื่องจากเจ้าตัวเล็กอาจเผลอเอามือจับหน้าแล้วขยี้ตาได้ ทั้งนี้สามารถบริเวณที่เสี่ยงถูกยุงกัดง่าย เช่น แขน ขา หรือคอ
ส่วนสำหรับเด็กที่โตแล้วสามารถทาได้เต็มรูปแบบเพื่อป้องกันยุงแบบจัดเต็มได้เลยค่ะ
เพราะความตอบโจทย์สำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสุขภาพของลูกน้อย
ทำให้ Bluemoon Organic Mosquito Repellent Lotion ได้รับรางวัล Rising Star สาขา BEST MOSQUITO REPELLENT FOR KIDS จาก Amarin Baby And Kids Awards 2024 ไปครองเลยค่ะ

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจ สามารถติดตามข้อมูลได้ที่
Facebook : Bluemoon Official
ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2
วันที่ 11 – 20 เมษายน 2568 ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ร่วมกับ กรมป่าไม้ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมผู้นิยมสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ จัดงาน “THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025” ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2 โดยมีครอบครัว “ตูน Bodyslam” “ก้อย-รัชวิน”นำทีมร่วมผจญภัยในดินแดนของสัตว์แปลกกว่า 300 ชนิด ยกป่าจำลองพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม.ใจกลางห้างฯ ครั้งแรกกับการส่องสัตว์บน ‘บ้านต้นไม้’ ใกล้ชิดกับ “น้องบ็อบบี้ น้องเบ้บ” คาปิบาราที่โด่งดังบนโซเชียล พร้อมสนุกกับกิจกรรมขี่รถ ATVผจญภัยในถ้ำส่องสัตว์ , Exotic Camp Café และอีกมากมาย งานจัดตั้งแต่วันที่ 11 – 20 เม.ย. 2568 ที่ MCC HALL ชั้น 3 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ



เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ชุ่มฉ่ำกับป่าใจกลางห้างฯ บนพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม. พิเศษ! พบกับครอบครัวแอดเวนเจอร์ “ตูน Bodyslam” และ “ก้อย-รัชวิน” พร้อมน้องทะเล น้องเวลา นำทีมลุยโลกของเหล่าสัตว์แปลกหาชมยากในงานวันที่ 11 เม.ย. 68 เวลา 17.00-18.00 น. ครั้งแรก! ตื่นตากับกิจกรรมส่องสัตว์บน ‘บ้านต้นไม้’ อาทิ กวางเลชเวแดง, แมวป่าคารัลคัล และนกโทโคทูนแคน พลาดไม่ได้ กับOpen Zoo คาปิบาร่า ใกล้ชิดเซเลบ “คาปิบารา” ที่โด่งดังบนโซเชียล “น้องบ็อบบี้-น้องเบ้บ” และผองเพื่อน สนุกกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดท้าทาย อาทิ ขี่รถ ATV ผจญภัยในถ้ำส่องสัตว์นักล่า ทั้งเหยี่ยวแฮริส ,นกฮูกไซบีเรีย, นกฮูกไวท์เฟส ฯลฯ, กิจกรรมปีนหน้าผาจำลองบนความสูงกว่า 5 เมตร รวมทั้งใกล้ชิดกับสัตว์แปลกในExotic Camp Café อาทิ งูบอลไพธอน กิ้งก่าทะเลทราย เบี๊ยดดราก้อน ตุ๊กแกหางอ้วน และBest Cat Village Café สัมผัสความน่ารักของแมวหาชมยากหลากสายพันธุ์ทั้งสฟิ้งซ์, แบมปีโน่,เจเนตตาและคินคาโล



เพลิดเพลินกับกิจกรรมในงานมากมาย อาทิ เปิดโลกการเรียนรู้กับกิจกรรมพิเศษ Young Wild Explorers ไกด์นำทีมพาเด็กๆ เดินชมพร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ต่างๆในงาน , กิจกรรมขุดซากฟอสซิลไดโนเสาร์ , กิจกรรมขี่ม้า , กิจกรรมป้อนอาหารสัตว์ต่างๆ เช่น ให้อาหารนกแก้ว, เต่าซูคาต้า, กระต่าย, หนูแฮมสเตอร์, แพะ, แกะ, ม้า , กิจกรรมแจกกล้าไม้ ฟรี! จากกรมป่าไม้ พร้อมบริการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงฟรี! จากโรงพยาบาล Pawsville นอกจากนี้ ยังมีสิทธิพิเศษสำหรับ สมาชิก M Junior Club เฉพาะงานนี้เท่านั้น รับส่วนลดค่าเข้า 50% , แลก 59 M Point รับสิทธิ์ Exclusive เข้าโซน Capybara Open Zoo ฟรี! และแลก 99 M Point รับสิทธิ์ ถ่ายรูปใกล้ชิดกับ “บ็อบบี้-เบ๊บ” (สิทธิ์จำนวนจำกัด)
ผจญภัยส่องสัตว์แปลกหาชมยาก พร้อมสนุกกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากมายในงาน THE MALL LIFESTORE JUNGLE WALK 2025 ตอน ท่องโลกมหัศจรรย์ แดนสัตว์แปลกพิศวง EPISODE 2 ได้ตั้งแต่วันที่ 11 – 20 เม.ย. 2568 ที่ MCC HALL ชั้น 3 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ โดยมีค่าเข้าชมงานท่านละ 50 บาท (เด็กที่มีส่วนสูงต่ำกว่า 90 ซม. เข้าฟรี) พิเศษ! เฉพาะวันที่ 13 เม.ย. วันผู้สูงอายุแห่งชาติ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าชมงานฟรี! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook MCC HALL
#TheMallLifestoreJungleWalk2025 #TheMallLifestoreJungleWalk #JungleWalk #TheMallLifestoreBangkapi #TheMallGroup
คุณพ่อคุณแม่หลายคน อาจจะไม่อยากให้ลูก ๆ เล่นมือถือหรือเข้าถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ เพราะกังวลถึงผลเสียที่จะตามมาใช่ไหมคะ แต่ถ้ามีเทคโนโลยีที่จะขยายความคิดให้เด็ก ๆ ช่วยให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์และปลดปล่อยจินตนาการได้เต็มที่ ก็ดูน่าสนใจใช่ไหมคะ School Visit วันนี้เราอยากจะชวนเด็ก ๆ มาเรียนรู้เทคโนโลยีแบบง่าย ๆ ด้วยการออกแบบเกมของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร ให้กลายเป็นเกมสุดพิเศษ 1 เดียวในโลกกันค่ะ
LittleLot เป็นบริษัทงานออกแบบเพื่อเด็ก ที่เปิดทำการมาแล้วกว่า 7 ปี โดยชื่อบริษัทย่อมาจากสโลแกนที่ว่า ‘Little by little, a little makes a lot.” ก่อตั้งโดยคุณ แตงกวา-นัชชา จิระคุณ และ ป๊อปปี้-ภาณุ จิระคุณ ผลงานของบริษัทมีมากมายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น หนังสือ สื่อออนไลน์สำหรับเด็กและของเล่นสร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาการเด็ก หลังจากเปิดบริษัทมาสักพักก็อยากนำความรู้ที่เรียนมาผนวกกับประสบการณ์ในการทำงานออกแบบ ต่อยอดเป็น Workshop ให้กับเด็ก ๆ โดยใช้เทคโนโลยีมาเป็นสื่อกลางในการเล่นและเรียนรู้ ด้วยวิธีที่เหมาะสม สร้างความเชื่อใหม่ ๆ ว่าเทคโนโลยีไม่ได้น่ากลัวสำหรับเด็กเสมอไป หากออกแบบให้ถูกทาง สร้างเพลตฟอร์มหรือสร้างเครื่องมือที่เหมาะสม ก็จะทำให้เด็กมีจินตนาการไปไกลมากกว่าที่เราเห็น เมื่อเด็กเข้ามาเรียนที่นี่ เด็กจะรู้สึกอยากที่จะวาด อยากอ่าน อยากคิด อยากออกแบบและสนุกไปกับมันสุดท้ายคือความภูมิใจในตนเองเมื่อผลงานเสร็จ


คุณพ่อคุณแม่ทราบไหมคะว่า การเล่นเกมได้อะไรมากกว่าที่คิด ถ้าเด็ก ๆ เล่นเกมที่เหมาะสมกับวัย มีกำหนดระยะเวลาการเล่นที่เหมาะสม เกมจะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเสริมพัฒนาการและทักษะมากมาย ที่LittleLot จึงอยากชวนเด็ก ๆ มาสร้างเกมแบบง่าย ๆ ด้วยเกมสไตล์ Arcade ที่ไม่เคยตกยุค หากใครนึกไม่ออก ให้ลองนึกถึงเกมส์ Super Mario , Pac Man, Arcade Galaxy ต่าง ๆ เชื่อเหลือเกินว่าคุณพ่อคุณแม่ต้องเคยผ่านตาและเล่นเกมเหล่านี้มาบ้างแล้ว พื้นฐานเกมง่ายๆ แบบนี้แหล่ะค่ะ ที่เด็ก ๆ จะได้ทดลองทำกัน ไปดูขั้นตอนการทำเกมกันดีกว่า
เด็ก ๆ จะได้เลือกก่อนว่าอยากทำเกมแนวไหน โดยมี Game Template ให้เลือก 8 แบบ คือ Runner, Jumper, Platformer, Mazer Swimmer, Invader ,Popper, Racer เมื่อเลือกได้แล้วทีมงานก็จะมีคู่มือหรือ Game Guide สำหรับสร้างเกมส์นี้ให้ค่ะ ว่าเด็ก ๆ จะต้องสร้างอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละเกมก็แตกต่างกันออกไป


เมื่อเลือกเกมส์ที่อยากทำได้แล้ว เด็ก ๆ ก็จะเริ่มคิด Story หรือเรื่องราวของเกมส์กันค่ะ ขั้นตอนนี้สนุกมาก เราจะได้เห็นจิตนาการของเด็กมากมาย เด็ก ๆ จะได้ตั้งชื่อเกมส์ ได้ออกแบบ Player หรือตัวละคร สร้าง Background ออกแบบสิ่งกีดขวาง และ Object ต่าง ๆ ของเกมส์ ค่อย ๆ วาดที่ละส่วน ค่อย ๆ เติมรายละเอียด และใช้ Game Scanner สแกน Object เหล่านี้เข้าในโปรแกรมเกม






เมื่อวาดส่วนประกอบของเกมส์เสร็จแล้ว เด็ก ๆ จะมาทำเกมให้สมบูรณ์ด้วยการอัด Sound effect กันค่ะ เช่น เสียงตอน Player กระโดด เสียงตอนปล่อยอาวุธ เสียงตอนได้เหรียญรางวัล ที่นี่มีเสียงให้เด็ก ๆ เลือกมากมาย และยังสามารถอัดเสียงตัวเองใส่ไปในเกมได้ด้วยนะ หลังจากเลือกเสียงเสร็จก็จะมาเลือก พลังพิเศษกันต่อ เช่น เก็บดอกไม้ดอกนี้ตัว Player จะใหญ่ขึ้น หรือวิ่งได้เร็วขึ้น ทุกขั้นตอนจะได้ใช้จินตนาการและความคิดมาก ๆ เลยค่ะ



ถึงเวลาเล่มเกมแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเด็ก ๆ จะตื่นเต้นและสนุกแค่ไหน ที่ได้เห็นเกมของตนเองออกมาเป็นรูปเป็นร่างและจับต้องได้ และยังสามารถเข้ามาเล่นเกมของตนเองและเพื่อน ๆ ได้ด้วยนะคะที่ www.littlelot.studio/gameroom


เพราะเด็กทุกคนมีความถนัดที่ต่างกัน เด็กบางคนอาจไม่ชอบวาดรูป ไม่ชอบระบายสี แต่มีความคิดสร้างสรรค์และอยากออกแบบเกมในรูปแบบของตัวเอง ที่ Little Lot เข้าใจความต่างของเด็ก ๆ เป็นอย่างดี และมีตัวช่วยมากมายให้เด็ก ๆเทมเพลตตัวการ์ตูน ทั้งปั้นดินน้ำมัน สติกเกอร์ ทำขนม ชอบอะไรทำได้หมด เลยค่ะ





Mommy Love This ถูกใจแม่ !
Gametory Workshop
(รอบละ 2 ชม.)
10:00-12:00
13:00-15:00
15:30-17:30
รอบละ 1,250 บาท / คน
มาเรียนเป็นกรุ๊ป 2-3 คน ราคา 1,150 บาท/ คน
มาเรียน 4 คนขึ้นไป 1,050 บาท / คน
ที่อยู่
ว้าวสุด ๆ ไปเลย! ความประทับใจแรกเมื่อทีมแม่ ABK มาถึงหน้าโรงเรียนเลิศคิดมอนเตสซอรี่ (Lertkid Montessori School) อำเภอท่าอิฐ จังหวัดนนทบุรี โรงเรียนน่ารักฟีลคาเฟ่ชิค ๆ กลิ่นอาย Minimalist มาเต็ม ๆ แต่ที่เยี่ยมกว่าก็คือที่นี่เค้าใช้แนวทางมอนเตสซอรี่จัดการเรียนรู้คู่กับสาระการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางค่ะพูดได้เลยว่าทักษะทางวิชาการนี้แน่นและหลากหลายตามแบบแผนของชาติ เด็ก ๆ เติบโตอย่างฉลาดและมีความสุขแน่นอน










จริง ๆ แล้ว “ มอนเตสซอรี่ ” คือการเรียนวิชาการผ่านการใช้ประสาทสัมผัส ( รับรู้ ) ให้ครบทุกมิติ ( ด้าน ) เช่น การได้ยิน การมองเห็น การลิ้มรส การจับ – ขยับ – สัมผัส เป็นต้น การเรียนการสอนส่งเสริมการเรียนรู้เป็นรายบุคคล คุณครูจะนำเสนอกิจกรรม ( หรือวิธีการใช้อุปกรณ์ ) เป็นขั้นเป็นตอนอย่างละเอียด แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนนะคะว่า ของเล่นทั่วไป เราไม่จัดว่าเป็นอุปกรณ์แบบมอนเตสซอรี่! Montessori tools ที่แท้จริงต้องผ่านการออกแบบและกำหนดวิธีการเล่นเพื่อการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ เป็นการเล่นที่มีจุดมุ่งหมาย และนักเรียนต้องได้รับการนำเสนองาน ( How to ) ก่อนเล่นเสมอ ซึ่ง Montessori tools จะสร้างนิสัยนักสำรวจในตัวเด็ก ๆ ผสมผสานเข้ากับวิชาการ อย่างแนบเนียน โดย 1 อุปกรณ์ สามารถใช้งานหรือเล่นได้หลายแบบ แบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ และจะ Challenge ( ยาก + ซับซ้อน ) ขึ้นเรื่อยๆ การเล่นแต่ละแบบมีจุดมุ่งหมายในการเรียนรู้ที่แตกต่างกันค่ะ ไม่มีการใช้อุปกรณ์ข้ามขั้นตอน มอนเตสซอรี่ จึงคือการฝึกฝนกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ
การเล่นนี้ มอนเตสซอรี่เรียกว่า “งาน ” นักเรียนจะทราบว่า งานไหนที่ตัวเองทำได้และได้รับการนำเสนองานแล้ว เป็นผู้เลือกทำงานเอง การเลือกทำงานของเด็ก ๆ เป็นนัยยะสำคัญที่บอกบ่งชี้ “ความชอบ” หรือ “ความถนัด” สำหรับงานที่เด็ก ๆ ยังไม่เลือกทำนั้น คุณครูจะคอยแจ้ง กระตุ้นชวนให้เด็ก ๆ ทำ ทำให้ทราบว่านักเรียนชอบหรือไม่ชอบ หรือยังไม่เข้าใจวิธีการใช้งานค่ะ
มอนเตสซอรี่ก็ส่งเสริมการเรียนเป็นกลุ่มเช่นกัน เป็นรูปแบบกิจกรรมหรือเกมส์ ที่เลิศคิด กิจกรรมแบ่งการเรียนรู้ออกเป็น 4 หมวดหลักตามหลักสูตรมอนเตสซอรี่ ร่วมกับ สาระการเรียนรู้หน่วยต่าง ๆ ที่ตามหลักสูตรแกนกลาง (กระทรวงศึกษาธิการ) เป็นธีมเปลี่ยนไปทุกสัปดาห์




เด็ก ๆ ชั้น IC และ CASA ทุกคนจะทำกิจกรรมร่วมกันทุกเช้า ส่วนนี้ช่วยสร้างพัฒนาการทางสังคมให้เด็ก ๆ เรียนรู้ผ่านการเล่นร่วมกับเด็กหลากหลายวัย ตั้งแต่น้องจิ๋ว ถึงพี่โต ( ไม่เกิน 6 ปี )





หลังจากนอนหลับพักผ่อน เด็ก ๆ จะไปต่อด้วยกิจกรรมตามสาระการเรียนรู้ดังนี้เลย
Monday : วิทยาศาสตร์ (Project Approach)
Tuesday : Art (Project Approach)
Wednesday : วิทยาศาสตร์ (Project Approach)
Thursday : ภาษาจีน
Friday : Physical Education + Music + Movement
ช่วง15.30 น. ก็จะจบกิจกรรมใน 1 วัน และเด็ก ๆ อยู่ที่โรงเรียนได้ถึง 16.00 น. ค่ะ
ช่วง After school class (16.30 – 17.30 น.) หากผู้ปกครองอยากให้เด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรมก่อนกลับบ้าน [ Board games / เกมส์การศึกษา / มีวิชาการบ้างเล็กน้อย ]
การเรียนเป็นวิชาในช่วงบ่าย = ถือเป็นการเตรียมสิ่งแวดล้อมให้เด็ก ๆ สามารถไปต่อโรงเรียนประถมศึกษาได้ทุกสาย ไม่ว่าจะเป็นสายวิชาการ หรือ แนวทางเลือก





โรงเรียนคุณภาพ
คุณครู ครบเครื่อง
ห้องเรียนพ่อแม่
จุดประสงค์ : ทำให้ผู้ปกครองเข้าใจแนวทางของมอนเตสซอรี่ + ร่วมเรียนรู้เรื่องการใช้วินัยเชิงบวกมากขึ้น เพราะครอบครัวคือส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็ก ๆ ครอบครัวสามารถสนับสนุนชีวิตและการเรียนรู้ได้อย่างมีระบบเช่นกัน





ค่าเล่าเรียนของโรงเรียนเลิศคิด มอนเตสซอรี่
ค่าแรกเข้า 10,000 บาท
ชั้นเตรียมอนุบาล (IC) เป็นรายเดือน เดือนละ 14,800 บาท
ชั้นอนุบาล (Casa) เทอมละ 58,000 บาท (มี 2 เทอม)
After school รายเดือน เดือนละ 5,000 บาท
มีบริการอาหารเช้า / กลางวัน / เย็น
ที่อยู่
30/6 หมู่ 1. ตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี รหัสไปรษณีย์ 1112
Email: [email protected]
Tel: 02-1004-674
ปักหมุดแลนมาร์กฉลองสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ใจกลางสุขุมวิท
เอ็ม ดิสทริค โดยศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ จับมือภาครัฐและภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ไทย เนรมิตแลนมาร์กฉลองสงกรานต์ สุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกใจกลางสุขุมวิทกับงาน “เอ็ม ดิสทริค ไทยหรรษา มหาสงกรานต์ 2025” เพลิดเพลินกับหลากหลายกิจกรรมในแบบสไตล์ไทย ทั้งการเล่นน้ำสงกรานต์กลางสวน การแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทย เกมส์งานวัดแสนสนุก รวมถึงการแสดงจากหนูน้อยเทพีสงกรานต์ ในวันที่ 12 – 14 เมษายน 2568 ณ อุทยาน เบญจสิริ (BTS พร้อมพงษ์) และ EM YARD ชั้น G เอ็มสเฟียร์



นอกจากนี้ มาสนุกแบบ NON-STOP ที่งาน “EM DISTRICT SUMMER REPUBLIC 2025” จัดเต็มความมันส์ฉลองซัมเมอร์และเทศกาลสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ ตลอดเดือนเมษายนนี้ ได้แก่



ปิดท้าย เอาใจนักชิมทุกคนกับเมนูพิเศษรับซัมเมอร์ ในงาน “EMDINING SUMMERLICIOUS” ชวนทุกคนมาอิ่มอร่อยกับเมนูคลายร้อนกว่า 100 เมนู หลากหลายสไตล์ ภายในศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ และเอ็มสเฟียร์ หรือช้อปไอเทม Wellness & Beauty รับลมร้อนจากแบรนด์ดังกับ “SUMMER GLOW”& “SUMMERCATION” พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสำหรับทุกคน รวมถึงแคมเปญ

“EMJOY SUMMER SCHOOL BREAK” พบกับกิจกรรม TERRARIUM จัดโหลสวนสาหร่ายมาริโมะสุดสร้างสรรค์, กิจกรรมร้อยสร้อยลูกปัด STAR FISH NECKLACE ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตลอดเดือนเมษายน 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ FACEBOOK : EMPORIUM EMQUARTIER และ EMSPHERE AT EM DISTRICT หรือ LINE @EMDISTRICT
ในยุคที่มลพิษทางอากาศกลายเป็นปัญหาใหญ่ของเมืองไทย โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ที่เป็นภัยเงียบคุกคามสุขภาพของคนไทยทุกเพศทุกวัย การเรียนรู้วิธีลดฝุ่น PM 2.5 ในบ้าน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกบ้านควรให้ความใส่ใจและนำไปปฏิบัติใช้ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดฝุ่นให้กับคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
วิธีลดฝุ่น PM 2.5 ในบ้าน ทำอย่างไรได้บ้าง ลองมาดูกัน
ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร? มีอันตรายไหม
แนะนำ 5 วิธีลดฝุ่น PM 2.5 ในบ้าน
แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ภายในบ้านโดย “Q-CHANG”
เข้าใจวิธีลดฝุ่น PM 2.5 ในบ้าน สร้างสุขภาพที่ดีในครอบครัว
ฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือเล็กกว่าเส้นผมมนุษย์ประมาณ 25 เท่า ด้วยขนาดที่เล็กมาก ๆ นี้ ทำให้สามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้ง่ายมาก ส่งผลให้เกิดการระคายเคือง ไอ จาม หายใจลำบาก และอาจนำไปสู่โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจ หรือมะเร็งปอดได้ในระยะยาว
นอกจากนี้ฝุ่น PM 2.5 ยังสามารถเล็ดลอดเข้าสู่ภายในบ้านได้แม้จะปิดประตูหน้าต่างมิดชิด การเรียนรู้วิธีลดฝุ่น PM 2.5 ในบ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก เพื่อปกป้องสุขภาพที่ดีของคนในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

วิธีลดฝุ่น PM 2.5 ในบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องทำอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่า PM 2.5 ในบ้านสูงเกินมาตรฐาน ในเบื้องต้นควรวัด PM 2.5 ในบ้านอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเช็กคุณภาพอากาศและวางแผนการจัดการฝุ่นในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิธีเบื้องต้นดังนี้
เริ่มที่วิธีลดฝุ่น PM 2.5 ในบ้านง่าย ๆ อย่างการเลือกใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่น PM 2.5 และมีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ภายในห้อง โดยควรวางในจุดที่อากาศไหลเวียนได้ดี ห่างจากผนังและสิ่งกีดขวางอย่างน้อย 30 เซนติเมตร เปิดเครื่องตลอดเวลาขณะที่อยู่ในห้อง และทำความสะอาดหรือเปลี่ยนแผ่นกรองตามกำหนดเพื่อประสิทธิภาพการกรองสูงสุด
ใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีระบบกรอง HEPA ซึ่งสามารถดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำความสะอาดพื้น พรม และเฟอร์นิเจอร์อย่างทั่วถึงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง หลีกเลี่ยงการปัดกวาดที่จะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย และเช็ดถูพื้นด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ หลังดูดฝุ่น
สำหรับวิธีลดฝุ่น PM 2.5 ในบ้านอีกวิธีหนึ่งคือ การเช็กคุณภาพอากาศภายนอกอย่างสม่ำเสมอและปิดประตูหน้าต่างในช่วงที่ค่า PM 2.5 สูง โดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเย็น โดยอาจติดตั้งวัสดุปิดช่องว่างตามประตูหน้าต่างเพิ่มเติม เพื่อป้องกันฝุ่นเล็ดลอดเข้าบ้าน และเปิดหน้าต่างระบายอากาศในช่วงที่อากาศดี
ควบคุมความชื้นในบ้านให้อยู่ระหว่าง 45-50% เพื่อลดการสะสมของฝุ่นในบ้านและเชื้อรา โดยอาจใช้เครื่องดูดความชื้นในพื้นที่ที่มีความชื้นสูง เปิดพัดลมระบายอากาศในห้องน้ำและห้องครัวขณะใช้งาน และทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศสม่ำเสมอ
อีกหนึ่งวิธีลดฝุ่น PM 2.5 ในบ้านคือการใช้เครื่องเติมอากาศ ซึ่งช่วยลดฝุ่นในบ้านโดยการหมุนเวียนและกรองอากาศภายในห้อง ทำให้ฝุ่นละออง ควัน และสารก่อภูมิแพ้ถูกดักจับผ่านแผ่นกรอง ส่งผลให้อากาศสะอาดขึ้น ลดการสะสมของฝุ่นบนพื้นผิวและในอากาศ ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยหายใจสะดวกขึ้นและลดความเสี่ยงของโรคระบบทางเดินหายใจ
หนึ่งในวิธีแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ได้รับความนิยมจากหลาย ๆ บ้านรวมถึงอาคารสำนักงานต่าง ๆ นั่นคือบริการติดตั้งเครื่องเติมอากาศโดย Q-CHANG ที่มีทีมงานมืออาชีพคอยสำรวจพื้นที่และวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า เพื่อออกแบบระบบเติมอากาศที่เหมาะสมที่สุด


โดยใช้เครื่องเติมอากาศคุณภาพสูงที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 และสิ่งปนเปื้อนในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบบควบคุมอัจฉริยะที่ช่วยประหยัดพลังงานและดูแลรักษาง่าย นอกจากนี้ยังมีบริการหลังการขายที่ครอบคลุม ทั้งการตรวจเช็กระบบ การทำความสะอาด และเปลี่ยนไส้กรองตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้ตัวเครื่องสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน

ในยุคที่ฝุ่น PM 2.5 ได้กลายเป็นปัญหาสุขภาพที่หลีกเลี่ยงได้ยาก การศึกษาวิธีลดฝุ่น PM 2.5 ในบ้าน และลงมือทำอย่างจริงจังจึงเป็นสิ่งที่ทุกบ้านควรให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ การทำความสะอาดบ้านอย่างถูกวิธี การควบคุมความชื้น หรือการจัดการแหล่งกำเนิดฝุ่นภายในบ้าน
แต่หากต้องการยกระดับการป้องกันฝุ่นให้มีประสิทธิภาพสูงสุด Q-CHANG พร้อมให้คำปรึกษาและบริการติดตั้งเครื่องเติมอากาศที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับบ้านของคุณ ด้วยทีมงานมืออาชีพและเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมการันตีคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะสุขภาพที่ดีของครอบครัวคุณเริ่มต้นได้จากอากาศที่ดีภายในบ้าน หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่
จัดเซตคู่ถนอมผิว dmp สบู่เหลวและโลชั่นสูตรอ่อนโยน เพื่อผิวบอบบาง ผิวแพ้ง่าย ของลูกน้อยวัยเบบี๋โดยเฉพาะตอบโจทย์การบำรุงทั้งการอาบน้ำและบำรุงผิว ครบ จบในเซตเดียว เพราะผิวของลูกน้อยแสนอ่อนโยนบอบบางและแพ้ง่าย ซึ่งอาจทำให้เกิด อาการผิวแห้งและขาดความชุ่มชื้น โดยมักเกิดขึ้นส่วนรอยพับต่างๆของร่างกาย ซึ่งอับชื้นได้ง่าย บริเวณที่เกิดการเสียดสีบ่อยๆเวลาลูกหัดคืบคลาน เช่น ข้อศอก หัวเข่า และกรณีที่อยู่ในห้องแอร์ตลอดวันก็มีโอกาสที่ทำให้ผิวหนังนอกร่มผ้าของเด็กๆ แห้งแตกเป็นขุย หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้องอาจลุกลามเป็นแผลถลอก หรือผื่นแดงได้

ส่วนสาเหตุหลัก ๆ ของอาการผิวแห้ง ผิวแพ้ง่ายนั้นมาจากโครงสร้างของผิวทารกที่ยังไม่แข็งแรง จึงกักเก็บความชุ่นชื่นได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ บวกกับมลพิษรอบตัวที่เพิ่มขึ้นเป็นอีกตัวกระตุ้นให้ผิวเกิดการระคายเคืองง่ายเช่นกัน ดังนั้นคุณแม่จึงต้องพิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับผิวลูกมากเป็นพิเศษ
แม้เนื้อตัวของลูกวัยเบบี๋จะไม่สกปรกมากมาย แต่ควรทำความคราบเหงื่อไหลและสิ่งสกปรกใต้ผ้าอ้อมให้สะอาดทุกวัน หนึ่งในไอเท็มที่ขาดไม่ได้สำหรับการอาบน้ำลูกน้อยคือ สบู่เฮดทูโท ซึ่งมีความพิเศษกว่าสบู่อาบน้ำทั่วไปตรงที่ สามารถใช้อาบน้ำและสระผมได้ในขวดเดียวโดยไม่ต้องแยกกันใช้ จึงช่วยให้การอาบน้ำทารกเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะกับคุณแม่มือใหม่ที่อาจยังทำได้ไม่คล่องมือนัก
การเลือกซื้อสบู่เฮดทูโทให้เหมาะกับลูกเป็นเรื่องสำคัญ เพราะสบู่เฮดทูโทเหมือนกันแต่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน บางสูตรเน้นการทำความสะอาด ลดแบคทีเรีย มีกลิ่นหอมมากเป็นพิเศษ แต่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ สำหรับลูกผิวแห้ง บอบบาง และผิวแพ้ง่าย คุณแม่ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สบู่เฮดทูโทที่อ่อนโยน ซึ่งส่วนใหญ่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ ไร้สารเคมีอันตราย ทำความสะอาดง่าย และสำคัญที่สุดคือต้องช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง


อย่างสบู่อาบสระ dmp baby bath Head To Toe Wash Organic pH5.5 ที่สุดความอ่อนโยนที่ผู้เชี่ยวชาญต่างแนะนำสำหรับการใช้ดูแลเส้นผมและผิวหนังแพ้ง่าย ผิวแห้งโดยเฉพาะ(ขวดสีชมพู) ด้วยสูตร Ultra Sensitive & Dry จากดอกคาโมมายล์และไบซาโบลอลออ์แกนิค ซึ่งเติมความชุ่มชื่นจากธรรมชาติให้กับผิวลูก พร้อมผสานความอ่อนโยนระดับเดียวกับผิวหนังด้วยค่า pH5.5 ช่วยปกป้องน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ ลดการสูญเสียน้ำระหว่างอาบน้ำอุ่น ผิวลูกจึงมีสุขภาพดี ไม่แห้งกร้าน และไม่ทำให้ระคายเคืองตา
ยิ่งทำให้คุณแม่มั่นใจขึ้นอีกว่าจะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้แน่นอน ด้วยคุณสมบัติปราศจากสารระคายเคืองผิว 7 ชนิด (7 Free From Allergens) ได้แก่
ทำให้ทุกการอาบน้ำสระผมของลูกปลอดภัยไร้กังวลด้วย จากเครื่องหมายการันตีผ่านการทดสอบการแพ้ Hypoallergenic จากแพทย์ผิวหนังโดยสถาบันชั้นนำ เดิร์มแสกน เอเชีย จึงทำให้ทุกผลิตภัณฑ์ของ dmp สามารถใช้ได้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิด รวมถึงผู้ใหญ่ที่มีผิวบอบบางด้วย
สำหรับผลิตภัณฑ์สบู่เฮดทูโทของ dmp ยังมีอีกหลายสูตรให้เลือก ได้แก่ สูตร Rosehip & Chamomile ผิวนุ่มชุ่มชื่นแข็งแรง (ขวดสีเขียว), สูตรSunflower Oil ผิวสมดุลชุ่มชื่น (ขวดสีเหลือง), สูตร Double Milk & Vitamin E จากโอ๊ตมิลล์และเซียบัตเตอร์ (ขวดสีเขียวน้ำทะเล), สูตร Pure Natural Aloe vera เพิ่มความอ่อนเยาว์ (ขวดสีฟ้า) และสูตรใหม่ Goodtime Lavender & Chamomile ช่วยให้ผ่อนคลายหลับสบาย (ขวดสีม่วง)


เพื่อปกป้องผิวลูกให้คงความชุ่มชื่นยาวนาน หลังอาบน้ำเสร็จแล้วก่อนจะแต่งตัวให้ลูกน้อย คุณแม่ต้องไม่ลืมบำรุงด้วยการทาโลชั่นให้ทั่วทั้งตัว ให้เป็นเกราะเสริมความแข็งแรงให้ผิวแข็งแรง โลชั่นสำหรับเด็กควรมีเนื้อเนียน ซึมเข้าผิวได้ดี และทำจากส่วนผสมธรรมชาติออร์แกนิก ไม่ทำร้ายผิวเด็ก

สำหรับใครที่กำลังมองหาเบบี้โลชั่นสูตรออร์แกนิก ขอแนะนำ โลชั่น dmp Organic Double Milk & Vitamin E สีชมพูขวดนี้ ซึ่งเป็นสูตรที่ชุ่มชื่นมากที่สุดของ dmp จากทั้งโอ๊ตมิลค์และนมถั่วเหลือง เนื้อโลชั่นยังมีค่า pH-Balance 5.5 ช่วยในเรื่องการรักษาสมดุล และปกป้องน้ำหล่อเลี้ยงตามธรรมชาติของผิว จึงไม่เป็นอันตรายต่อผิวบอบบางของเด็กเล็ก ในส่วนของเนื้อโลชั่นมีความเข้มข้น ไม่เหนียว ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี แถมมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทาแล้วผิวนุ่มชุ่มชื่นน่ากอดทั้งวัน
การันตีคุณภาพและความนิยมจากแม่ๆทั่วประเทศ ด้วยรางวัล EDITOR’S CHOICE : BEST NATURAL & ORGANIC HEAD-TO-TOE WASH ที่มอบให้กับ DMP Baby Bath Head To Toe Wash Organic pH5.5 ในฐานะเฮดทูโทส่วนผสมจากธรรมและออร์แกนิกำสำหรับเด็ก จาก Amarin Baby & Kids Awards 2024
สำหรับคุณแม่ที่สนใจผลิตภัณฑ์ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ www.dmpbaby.com หรือติดตามโปรโมชั่นดีๆ ได้ที่เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/dmpbabyclub
เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ จำเป็นต้องได้รับการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อให้สามารถเติบโตและพัฒนาศักยภาพได้เต็มที่ หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถเรียนรู้และปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Amarin Baby And Kids จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความรู้จักกับสารอาหารสำคัญและองค์ประกอบทางโภชนาการอย่าง แอลฟาแล็ค หรือแอลฟา-แล็คตัลบูมิน (Alpha-lactalbumin) สฟิงโกไมอีลิน (Sphingomyelin) และ บีแล็กทีส (B. lactis) ที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของเด็กผ่าคลอดเจนใหม่กันค่ะ
การคลอดลูกเป็นช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของคุณแม่ทุกคน โดยเฉพาะคุณแม่ที่ผ่าคลอด อาจมีความกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการของลูกน้อย เนื่องจากวิธีการคลอดที่แตกต่างจากการคลอดธรรมชาติ มาดูกันสักนิดค่ะว่าความแตกต่างของการคลอดธรรมชาติและการผ่าคลอดนั้นส่งผลอย่างไรกับลูกน้อย
การผ่าคลอดไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการของลูกน้อย หากคุณแม่ใส่ใจดูแลและส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสม เด็กผ่าคลอดก็สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดีได้ตั้งแต่ช่วงแรก

คุณแม่ผ่าคลอดหลายท่านอาจกังวลว่าลูกน้อยจะพลาดโอกาสในการได้รับจุลินทรีย์สุขภาพจากช่องคลอด เหมือนเด็กที่คลอดธรรมชาติ แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ! เพราะนมแม่มีสารอาหารสำคัญมากมายที่ช่วยเสริมสร้างทั้งสมองไวและภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยแข็งแรงสมวัยได้
สฟิงโกไมอีลิน (Sphingomyelin)
แอลฟา-แล็คตัลบูมิน (Alpha-lactalbumin)
เสริมภูมิคุ้มกันด้วยบิฟิโดแบคทีเรียม แล็กทิส หรือ บี แล็กทิส (Bifidobacterium lactis หรือ B. lactis)

ดังนั้นแล้วคุณพ่อคุณแม่เริ่มต้นเตรียมตัวให้เด็กผ่าคลอดเจนใหม่ตั้งแต่วันแรก ด้วยสารอาหารที่พัฒนาสมองและเสริมภูมิคุ้มกันจากนมแม่ เพราะนมแม่ มีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด รวมถึงแอลฟาแล็ค สฟิงโกไมอิลิน เพื่อความสำเร็จของเด็กเจนใหม่ สร้างสมองไวพร้อมเสริมภูมิคุ้มกันด้วยบี แล็กทิส เพื่อให้เค้ามีพัฒนาการเด็กสมองไวและร่างกายที่แข็งแรง เปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ สนใจข้อมูลเพิ่มเติม เข้าชมได้ที่ S-Mom Club ที่เว็บไซต์ https://www.s-momclub.com และสามารถสมัครสมาชิกเพื่อปรึกษาทีมพยาบาลผู้เชี่ยวชาญได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง หรือสามารถปรึกษา พูดคุยเกี่ยวกับสุขภาพโภชนาการและพัฒนาการสำหรับคุณแม่ผ่าคลอด ได้ที่ Line
อ้างอิง
สำหรับคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้องทำงานไปด้วย เลี้ยงลูกไปด้วย มีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบที่ต้องทำมากมายในแต่ละวัน ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องงานและการเลี้ยงลูกไปพร้อมกันอย่างสมดุล เป็นความเหน็ดเหนื่อยที่คุณแม่หลายคนต้องเผชิญ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ลูกยังเล็ก ยิ่งต้องการการใส่ใจเป็นอย่างมากใช่ไหมคะ สิ่งหนึ่งที่คุณแม่สามารถใส่ใจลูกน้อยได้ในทุกๆ วัน คือเรื่องโภชนาการ เลือกอาหารที่เหมาะสมสำหรับวัยให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่สไตล์ไหน ก็อยากให้ลูกของเราได้รับสิ่งที่ดีด้วยกันทั้งนั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่แล้วก็อยากจะเป็นคนที่ใส่ใจลูกด้วยตัวเอง ทำอาหารให้ลูกกินเอง อยากเฝ้ามองทุกช่วงเวลาของการเติบโต ได้เห็นทุกพัฒนาการของลูกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพัฒนาการที่สำคัญในแต่ละช่วงวัย เช่น การพูดคำแรกของลูก หรือเมื่อลูกเริ่มเดินก้าวแรก คุณแม่ก็อยากภาคภูมิใจไปกับความสำเร็จในทุก ๆ ก้าวของลูก แต่ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบัน ที่คุณแม่หลายคนต้องทำงานไปด้วย เลี้ยงลูกไปด้วย อาจทำให้คุณแม่มีเวลาใส่ใจลูกน้อยลง ทั้ง ๆ ที่ลูกในวัยนี้เป็นวัยที่มีพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดดอยู่ตลอดเวลา คุณแม่จึงยิ่งต้องใส่ใจลูกน้อยเป็นอย่างมาก

อาหารคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยเจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่สมวัย คุณแม่ให้ลูกน้อยทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ และสามารถเสริมอาหารที่มีประโยชน์ให้ลูกในทุก ๆ วัน ได้ด้วยผลิตภัณฑ์อย่าง ซีรีแล็ค จูเนียร์ โจ๊กผสมแซลมอน ฟักทองและแครอท ที่มี DHA, Omega3,6 พร้อม 5 สารอาหารสำคัญ ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุหลากหลายชนิด ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ และมีเนื้อสัมผัสที่เหมาะสำหรับแต่ละช่วงวัยของลูกโดยเฉพาะ ให้ลูกได้รับโภชนาการที่ดี ได้รับความรักในทุก ๆ คำเช่นเดียวกับอาหารที่คุณแม่ปรุงเอง
เพราะทุกการเรียนรู้เล็ก ๆ ของลูก ยิ่งใหญ่เสมอ ให้ ซีรีแล็ค จูเนียร์ โจ๊ก แซลมอน ฟักทอง แครอท เป็นตัวช่วยที่ดีในการใส่ใจโภชนาการของลูกเพื่อให้คุณแม่มั่นใจได้ว่า ลูกน้อยได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารและวิตามินหลากหลายชนิด
ซีรีแล็ค จูเนียร์ โจ๊ก สามารถหาซื้อได้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ อาทิ โลตัส, บิ๊กซี, ซีเจ หรือร้านค้าใกล้บ้านท่าน หรือช่องทางออนไลน์
*ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
ฆอ. 682/2568

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ร่วมกับ บริษัท บีเคเค สไตรเดอร์ จำกัด ชวนเด็กๆ ร่วมสมัครและร่วมส่งแรงเชียร์ในการแข่งขันจักรยานขาไถสุดยิ่งใหญ่แห่งปี THE MALL LIFESTORE PRESENTS STRIDER CUP ASIAN CHAMPIONSHIP 2025 ชิงแชมป์นักแข่งสไตรเดอร์ระดับเอเชีย สนามประจำประเทศไทย ชิงทุนการศึกษาและถ้วยรางวัล สมัครการแข่งขันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 4 เมษายน 2568
การแข่งขันTHE MALL LIFESTORE PRESENTS STRIDER CUP ASIAN CHAMPIONSHIP 2025 เป็นสนามมาตรฐานในร่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เวทีสำคัญสำหรับเด็กอายุ 2 – 7 ปี ที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านกีฬา ความสมดุล และการควบคุมร่างกายผ่านจักรยานขาไถ ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกายและสมาธิแล้ว ยังเป็นโอกาสให้เด็กๆ ได้เรียนรู้กฎ กติกา มารยาทในการแข่งขัน และการมีน้ำใจนักกีฬา ทั้งนี้ กีฬาจักรยานขาไถได้รับความนิยมอย่างมากในระดับนานาชาติ





สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 13 รุ่น ตามช่วงอายุของผู้เข้าแข่งขัน อาทิ รุ่นพิเศษ 12” The Best Rider of Asia , 12″ Racing 2,3,4 ขวบ, 14X Balance Bike 3 ,4,5,6-7 ขวบ, 12″ Enjoy 2,3 ขวบ, 12″ Team Relay 3,4 ขวบ , 14X TeamRelay 5 – 7 ขวบ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักกีฬาตัวน้อยได้โชว์ศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยเด็กๆที่สนใจสามารถสมัครเข้าแข่งขันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 4 เมษายนนี้ กรอกใบสมัครได้ที่ https://bit.ly/StriderCupAsianChampionship2025 และลูกค้าสมาชิกM JUNIOR CLUB รับสิทธิ์ส่วนลดค่าสมัครแข่งขัน 200 บาท (จากราคาปกติ 1,200 บาท) โดยรับสิทธิ์ผ่านทางแอปพลิเคชั่น M Card

การแข่งขันจักรยานขาไถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย THE MALL LIFESTORE PRESENTS STRIDER CUP ASIAN CHAMPIONSHIP 2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 27 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 09.30 น.เป็นต้นไป ที่ MCC HALL ชั้น 3 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค นอกจากการแข่งขันสุดท้าทายแล้ว ภายในงาน ยังมีกิจกรรมมากมาย อาทิ สนาม Adventure สำหรับฝึกฝนทักษะก่อนลงสนามจริง และเปิดโอกาสให้เด็กๆที่สนใจทดลองขี่จักรยานขาไถ รวมถึงบูธจำหน่ายสินค้าและอุปกรณ์กีฬาราคาพิเศษเฉพาะในงาน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : The Mall Lifestore Bangkae และ StriderThailand
#StriderCupAsianChampionship2025
เพราะเราอยู่ในยุคที่สุขภาพที่ดีสำคัญเท่าการให้การศึกษาที่ดีที่สุด
คุณพ่อคุณแม่จึงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของลูกเป็นพิเศษ ไม่เพียงการรักษาให้หายจากความเจ็บป่วย แต่ต้องสร้างพื้นฐานสุขภาพที่ดี การวินิจฉัยและรักษาอาการเจ็บป่วยอย่างดีที่สุด ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเด็กอย่างยั่งยืน เพื่อให้ลูกกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว พร้อมเรียนรู้และทำกิจกรรมต่างๆ สมวัย
โรงพยาบาลสมิติเวชจึงเดินหน้าเต็มตัวจัดตั้ง โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพเด็กยุคใหม่ ด้วยศักยภาพของ Smart Hospital ครบวงจร ที่พลิกโฉมการรักษาการเจ็บป่วยทุกรูปแบบ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางโรคเด็กมากกว่า 100 ท่าน ไม่ว่าจะเป็นโรคทั่วไปที่เด็กป่วยบ่อย และโรคที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

พร้อมมุ่งสู่การเป็นโรงพยาบาลแห่งอนาคต ด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ ผ่าน Well Kidz Application แอปพลิเคชั่นให้ความรู้ข้อมูลเพื่อป้องกันสุขภาพของเด็กติดตามการรักษา นัดหมายแพทย์ และการชำระเงินได้ทุกที่ทุกเวลา เพื่อมอบสุขภาพที่ดีและมอบความอุ่นใจไร้กังวล การันตีด้วยรางวัลระดับโลก จึงทำให้พ่อแม่ชาวไทยและต่างชาติต่างเชื่อมั่นได้ตั้งแต่ก้าวแรก

จุดคัดกรองผู้ป่วยก่อนเข้าอาคาร ด่านแรกในการดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยของเด็ก และการมาตรวจสุขภาพหรือรับวัคซีนของลูกน้อย จึงทำให้มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก และอาจต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน
โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล เข้าใจความห่วงใยนี้เป็นอย่างดีจึงจัดให้มีระบบคัดกรองและแยกส่วนของเด็กสุขภาพดี กับเด็กป่วยออกจากกัน พร้อมทั้งมี Kids Dashboard ระบบแสดงคิวอัจฉริยะ ทราบสถานะและระยะเวลารอพบแพทย์และหน้าจอ Crowd Canvas แสดงความหนาแน่นของผู้ใช้บริการ ณ เวลานั้น ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ตรวจเช็กและประเมินเวลาได้สะดวก ประหยัดเวลารอคิวคุณหมอมากขึ้น

หากลูกต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลในระบบผู้ป่วยใน ทางโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ได้จัดเตรียมระบบต่างๆ เพื่อดูแลเด็กให้ปลอดภัย สะดวกสบายและมีประสบการณ์ที่ดีกับการนอนโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบห้องผู้ป่วยในให้มีความปลอดภัยสูงสำหรับเด็ก ทุกส่วนออกแบบให้เป็นส่วนโค้งมน ไม่อันตราย สีสันสบายตา หน้าจอ Smart Patient Communication เชื่อมต่อทุกการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยและทีมดูแลแบบเรียลไทม์
กรณีที่ลูกต้องเจาะสายน้ำเกลือจะใช้ระบบ IV alarm แจ้งเตือนการให้สารน้ำที่เคาน์เตอร์พยาบาลเพื่อความปลอดภัยลดการรบกวนการพักผ่อนได้มากขึ้น รวมถึง Fast Admit & Discharge แอดมิทได้รวดเร็ว และลดเวลารอกลับบ้านได้ 76%

การเจ็บป่วยของเด็กไม่เหมือนผู้ใหญ่จึงต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ที่ต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน โรงพยาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ออกแบบ Smart ER ดูแลผู้ป่วยเด็กในภาวะฉุกเฉินและวิกฤติ ตั้งแต่จุดเกิดเหตุด้วยรถฉุกเฉินที่ติดตั้งระบบสื่อสารแบบเรียลไทม์ เชื่อมต่อกับศูนย์สั่งการรับส่งต่อผู้ป่วย (Samitivej Medical Transport Center) ในการส่งข้อมูลผู้ป่วยล่วงหน้าเพื่อให้ทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลเตรียมการรักษาได้ทันที และเปลี่ยนประสบการณ์ความเจ็บปวดด้วย รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ทำให้เด็กและคุณพ่อคุณแม่คลายกังวลจากสถานการณ์ตรงหน้าลงได้

นอกจากนี้ โรงพยาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ยังเป็นโรงพยาบาลเด็กเอกชนไทยที่มีกุมารแพทย์ครบทุกสาขามากกว่า 100 ท่าน ทั้งการรักษาโรคยากและซับซ้อนในเด็ก จึงสามารถให้การรักษาทุกความเจ็บปวดได้ครบถ้วนในที่เดียว พร้อมทั้งมีการประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยเด็กทุกระดับ สมาร์ตทุกมิติในการป้องกันและรักษาโรคยากด้วยศูนย์เฉพาะทางในเด็ก

เช่น ศูนย์หัวใจและการผ่าตัดเด็กและทารก ที่มีการรักษาและวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด โดยทีมกุมารแพทย์โรคหัวใจและศัลยแพทย์ผ่าตัดหัวใจเด็กที่สามารถรักษาโรคหัวใจในเด็กทุกชนิดได้ตั้งแต่แรกเกิด และให้การรักษาโรคหัวใจเด็กหายขาดแล้วกว่า 400 ราย ห้องผ่าตัดแบบไฮบริดที่มี Biplane Technology บนเครื่องเอ็กซเรย์ ซึ่งสามารถถ่ายภาพได้หลายระนาบเพื่อลดการสัมผัสรังสี และการใช้อุปกรณ์กายภาพ Robotic ของศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูด็ก มาช่วยในการฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาเคลื่อนไหวได้ตามปกติ และการประเมินการเจริญเติบโตของกระดูกด้วยเทคโนโลยี AI ที่แม่นยำ

เพื่อให้การรักษาสามารถรองรับการดูแลสุขภาพของเด็กทั้งในประเทศไทยและจากต่างประเทศ โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จึงมีระบบซัพพอร์ทอื่นๆมากมาย ทั้ง การปรึกษาแพทย์ทางไกลสำหรับผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติ ช่วยให้ผู้ป่วยรับการตรวจกับแพทย์ได้แบบเรียลไทม์ โดยสามารถบริการได้ทั่วโลก มีบริการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศ ที่สามารถรับ-ส่งผู้ป่วยจากสนามบินมายังโรงพยาบาลภายในไม่กี่นาที รวมถึงสามารถรองรับประกันภัยได้มากกว่า 100 แห่งทั่วโลก
นอกจากความใส่ใจที่มีต่อการรักษาเด็กทุกคนแล้วโรงพยาบาลเด็กสมิติเวชยังคำนึงถึงการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้โซลาร์เซลล์ และกระจกกันร้อนรอบอาคาร ซึ่งสามารถลดความร้อนลงได้ถึง 40 % และประหยัดพลังงานไปพร้อมกัน ส่วนภายในอาคารติดตั้งระบบกรองอากาศ ทำให้อากาศที่หมุนเวียนมีคุณภาพอากาศ PM2.5 ระดับสีฟ้า ซึ่งปลอดภัยสูงสุด
โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคสูงถึง 98%สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในทีมแพทย์ พยาบาลเจ้าหน้าที่และโรงพยาบาลอย่างแท้จริง ด้วยความตั้งใจอยากให้เด็กทุกคนเติบโตอย่างแข็งแรง มีสุขภาพดีติดตัวไปตลอดชีวิต #โตไปไม่ป่วย
เมื่อลูกน้อยเติบโตถึงวัยเข้าโรงเรียน นับเป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่นั้น ทั้งรู้สึกตื่นเต้นพร้อม ๆ กับรู้สึกเป็นกังวลกับโลกใบใหม่ที่ใหญ่ขึ้นของลูก เพราะการมองหาโรงเรียนที่ดีแห่งแรกให้กับลูกนั้น เปรียบเหมือนการหาบ้านหลังที่สอง และเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายคนมองหาโรงเรียนที่ไม่เพียงแต่ให้ความรู้ทางด้านวิชาการ แต่เป็นพื้นที่ที่สำคัญในการวางรากฐานของการเติบโตที่ครบทุกด้านอย่างเป็นองค์รวม ทั้งด้าน ร่างกาย ทางสังคม อารมณ์ และความคิด เพื่อให้มั่นใจว่าสถานที่ที่เราตัดสินใจเลือกนั้น จะเป็นบ้านที่ทำให้ลูกน้อยของเราได้เรียนรู้ เติบโต และค้นพบศักยภาพของตนอย่างมีความสุข
ดังเช่น “โรงเรียนอนุบาลรักวิทย์” แห่งนี้ค่ะ ด้วยความพร้อมของสถานที่ อุปกรณ์การเรียน ครูที่มีความเข้าใจในพัฒนาการและการเรียนรู้ที่แท้จริงสำหรับอนาคต หลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำและผ่านประสบการณ์จริง อ้างอิงทฤษฎีด้านพัฒนาการและแนวคิดการเรียนรู้ของผู้เรียนที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบ EF(Executive Function) โดยจัดสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น หนุนเสริมต่อการเรียนรู้เติบโตของเด็ก ๆ เป็นรายบุคคล โรงเรียนอนุบาลรักวิทย์จึงเป็นสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากผู้ปกครองในย่านเพชรเกษมและบริเวณใกล้เคียง School Visit ครั้งนี้ พาคุณพ่อคุณแม่ไปสำรวจ พร้อมกับทำความรู้จักโรงเรียนขนาดเล็กแต่เต็มไปด้วยคุณภาพแห่งนี้กันค่ะ
โรงเรียนอนุบาลรักวิทย์เป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนรู้ส่งเสริมด้านการสื่อสาร “สองภาษา” ในระดับปฐมวัย ด้วยแนวคิดการเรียนเชิงรุก “Active Learning” เน้นสร้างความหมายการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงผ่านการลงมือทำ เพราะเชื่อว่าโลกของการเรียนรู้ไม่ได้อยู่ในเฉพาะห้องห้องเรียนอีกต่อไป ความหมายเดิมของการเรียนถูกปรับเปลี่ยนจากการเรียนรู้ผ่านการฟัง ไปสู่การเรียนรู้ผ่านการเผชิญกับความท้าทาย ที่นำไปสู่การตั้งคำถามเพื่อย้อนกลับมาถอดรหัสการเรียนรู้ด้วยตัวของนักเรียนเอง ด้วยคำถามสำคัญที่ใช้เป็นหลักในการจัดการเรียนรู้ คือโรงเรียนจะยังมีบทบาทแบบเดิมอยู่หรือไม่หากสิ่งแวดล้อม ของการเรียนรู้และการเติบโตของนักเรียนในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง?


จากคำถามข้างต้นทางโรงเรียนได้ค้นพบว่าการเรียนรู้จำเป็นต้องเชื่อมโยงผู้เรียนกับปรากฏการณ์จริงเพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พัฒนากระบวนการคิด การวางแผน การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม และการเรียนรู้ด้วยตัวเอง กับสถานการณ์จริงที่ท้าทายและไม่สามารถคาดเดาได้ โดยเฉพาะการเรียนรู้ผ่านการงานที่ต้องตั้งเป้าหมายถึงผลลัพธ์ด้วยตนเอง และดำเนินการลองผิดลองถูก คาดเดาและรับมือกับผลที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง นำไปสู่ ความสามารถด้านการคิดแบบยืดหยุ่น สามารถปรับตัวเรียนรู้ รับผิดรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองได้ลงมือทำ กระทั่งสำเร็จเกิดเป็นความภาคภูมิใจรู้สึกเคารพตัวเอง เห็นคุณค่าของตัวเองและกล้าที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองเมื่อต้องเผชิญกับความไม่รู้ที่เกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นทักษะสำคัญของคนรุ่นใหม่ในอนาคต ที่ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในด้านเทคโนโลยี ปัญหาสิ่งแวดล้อม และสังคมโลก
โรงเรียนอนุบาลรักวิทย์เชื่อมั่นในพลังของการศึกษาและความพร้อมสำหรับอนาคต โดยเฉพาะนักเรียนในช่วงปฐมวัย ซึ่งต้องการเวลาของการสร้างตัวตน เห็นถึงคุณค่าของความสามารถที่ตัวเองใช้ร่างกายส่วนต่าง ๆ ได้อย่างมั่นคงและมั่นใจ เกิดกระบวนการพัฒนาสมรรถนะด้านการสื่อสารการใช้ภาษาได้อย่างรู้ความหมายและใช้ได้จริง รู้จักการใช้เหตุผลแบบตรงไปตรงมาเชื่อมโยงกับจินตนาการที่กว้างและลึก นำไปสู่การตีความเพื่อให้ความหมายกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวได้อย่างเข้าใจ เกิดเป็นความรู้สึกเคารพตัวเองเห็นพลังในการเรียนรู้ของตนเองในทุก ๆ วัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญเพื่อส่งต่อไปสู่การเรียนรู้ที่ซับซ้อนและเป็นนามธรรมมากขึ้นของระดับประถมศึกษา ดังนั้นในทุกวันจึงเป็นการเรียนรู้ที่สนุกท้าทาย และเต็มไปด้วยประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่โรงเรียนได้เตรียมการเรียนในรูปแบบ Project -Base learning ซึ่ง ถือว่าเป็นนวัตกรรมระดับสากลที่เป็นที่ยอมรับมาปรับใช้เพื่อพัฒนาเด็ก ๆ ตั้งแต่ระดับปฐมวัย มีจุดมุ่งหมายหลักที่สำคัญ คือการพัฒนา 3 ทักษะ เพื่อพร้อมสำหรับโลกยุคใหม่



โรงเรียนอนุบาลรักวิทย์ได้มุ่งเน้นฝึกทักษะการคิด การวางแผนและการควบคุมอารมณ์ ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบเฉพาะ เพื่อการเรียนรู้อย่างยืดหยุ่นและเห็นคุณค่าในตนเอง ทั้งกิจกรรมภายในห้องและนอกห้องเรียน เน้นให้เด็ก ๆ มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ผ่านการเล่น การสำรวจ และการทดลอง ทักษะการเรียนรู้เป็นทักษาสำคัญที่ช่วยให้เด็กสามารถความเข้าใจเนื้อหาใหม่ ๆ และนำไปปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเด็ก ๆ ได้เรียนรู้ ได้ลองผิดลองถูกทำความเข้าใจจนเกิดเป็นความสามารถด้านการสร้างความรู้ที่เป็นระบบ ลงมือทำการงานของตัวเองด้วยระบบคิดวิเคราะห์ที่ประกอบไปด้วยเหตุผลชัดเจน สื่อสารความคิด ความเห็น และแนวคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นลำดับ เรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่นร่วมรับผิดรับรับผิดชอบ ร่วมให้ความเห็นแสดงท่าทีของความเป็นผู้นำ หรือผู้ตามได้เหมาะสมกับกาลเทศะ และสำคัญยิ่งกล้าคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ใหม่ในเชิงนวัตกรรมได้อย่างมีความหมายและตอบโจทย์ได้ตรงกับความต้องการของตัวเอง
โรงเรียนอนุบาลรักวิทย์ตระหนักถึงความสำคัญของการเปิดโลกผ่านห้องเรียนธรรมชาติและ Project-Based Learning เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เข้าใจความซับซ้อนและความท้าทายในชีวิตจริง นำไปสู่การรู้จักตั้งคำถาม จะปรากฎการณ์ ที่ตัวเองสนใจ พร้อมกับการระบุเป้าหมายที่ต้องการศึกษา หรือต้องการรู้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้สัมพันธ์กับความเป็นจริง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของการเชื่อมโยงระหว่างความรู้ ความจริง และตัวตนของเด็กเด็กเอง หากความรู้มีความหมายเช่นนี้การเรียนกับความเป็นจริงจะเป็นเรื่องเดียวกันมุมมองใหม่ต่อความรู้ไม่ใช่การนำไปเพื่อทดสอบเพื่อตอบคำถามให้คนอื่นถูกใจแต่เป็นการนำความรู้เพื่อสร้างความหมายใหม่เกิดกระบวนการเปลี่ยนผ่านที่ตัวผู้เรียนกับผลลัพธ์ต่อความเข้าใจใหม่ที่เกิดขึ้น จากการลงมือทำผ่านการ ตั้งเป้าหมายด้วยตัวเอง การวางแผน การตัดสินใจ และการสะท้อนคิดเพื่อประเมินผลลัพธ์จากตนเอง หรือจากเพื่อนที่ร่วมทำงานไปพร้อมกัน
เพราะการเรียนรู้แบบ Life skills นั้น เป็นการพัฒนาทักษะชีวิต ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ทักษะที่สำคัญและจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน ไม่ใช่การเรียนรู้ในห้องเรียนเท่านั้น แต่การออกไปทำกิจกรรมนอกห้อง ได้พบเจอสิ่งใหม่ ๆ ล้วนแต่เป็นการสร้างความรู้และประสบการณ์ชีวิต ทำให้เด็ก ๆ เติบโตอย่างมั่นใจและสามารถปรับตัวได้กับทุกสถานการณ์ที่ต้องเผชิญ
ในยุคปัจจุบันที่ภาษาอังกฤษเป็นทักษะสำคัญที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ เข้าถึงสื่อการเรียนรู้ได้อย่างหลากหมายทั่วโลก โรงเรียนอนุบาลรักวิทย์จึงเน้นพัฒนาภาษาอังกฤษกับครูเจ้าของภาษา เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้ภาษาสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม สนุกปลอดภัยช่วยให้เด็ก ๆ เรียนรู้ภาษาอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว เสริมให้มีความมั่นใจ ผ่านกิจกรรมต้องลงมือปฏิบัติที่หลากหลาย สร้างโอกาสให้เด็ก ๆ รู้จักตั้งคำถามด้วยชุดภาษาอังกฤษที่มีใจความสอดคล้องกับประเด็นสำคัญของการสื่อสาร สามารถระบุความคิดของตัวเองได้ชัดเจนเข้าใจง่ายและตรงไปตรงมา และมีความมั่นใจที่จะสื่อสารกับเพื่อน กับคุณครู กับผู้ปกครอง หรือต่อหน้าผู้อื่น เพื่อยกระดับสมรรถนะด้านการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษอย่างเข้าใจและเป็นธรรมชาติ




เป้าหมายของอนุบาลรักวิทย์ คือการสร้างนักเรียนที่มีสมรรถนะในการเรียนรู้ที่พร้อมรับกับอนาคต ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเผชิญหน้ากับเทคโนโลยี ความเปลี่ยนแปลงของโลก และการสื่อสารแบบไร้พรมแดน เด็กๆ ที่นี่จะได้เรียนรู้และปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ที่หลากหลาย สามารถคิดอย่างเป็นอิสระ และทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเอง คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่าเด็กทุกคนจะเป็นผู้เรียนรู้ที่มีความพร้อมที่จะอ่านโลกรอบตัว ได้อย่างเข้าใจ และ เรียนรู้ที่จะจัดการตัวเองให้เหมาะสมในการที่จะเป็นพลเมืองของ โลกใบนี้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อเป็นคนที่ปรับตัวได้ในโลกที่ไม่หยุดเปลี่ยนแปลง



หากคุณพ่อคุณแม่กำลังมองหาโรงเรียนอนุบาลให้กับลูก การตั้งใจเลือกบ้านหลังที่สองอย่างพิถีพิถันจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะโรงเรียนแรกของลูกนั้นคือสถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโต ดังนั้นโรงเรียนอนุบาลรักวิทย์จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีและน่าสนใจ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มองหาโรงรียนที่ใส่ใจในการดูแลมีระบบการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย บรรยากาศที่อบอุ่น คุณพ่อคุณแม่จึงมั่นใจได้ว่า โรงเรียนอนุบาลรักวิทย์คือพื้นที่ที่มีคุณภาพและพร้อมหล่อหลอมให้ลูก ๆ ของเราเติบโตอย่างมีความสุข มีพื้นฐานทักษะชีวิตที่แข็งแรง พร้อมเติบโตเป็นสู่อนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สามารถพึ่งตนเองได้ และสร้างฐานของการเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิตต่อไป กับที่นี่..โรงเรียนอนุบาลรักวิทย์












ที่อยู่ LUCKWIT KINDERGARTEN
โรงเรียนอนุบาลรักวิทย์ แขวงหนองค้างพลูเขตหนองแขม กรุงเทพ 10160
📞 Tel. 02-060-3698, 098-851-7368
https://www.facebook.com/share/18h9Dkn62t/?mibextid=wwXIfr
ครั้งแรกกับการเปิดตัวสูตรใหม่! ของ S-26 Gold 3 เอกสิทธิ์เฉพาะ หนึ่งเดียวของเอส-26 ที่ผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน สูตรที่พัฒนาขึ้น* แอลฟา สฟิงโกไมอีลินคือเครื่องหมายการค้าเวย์โปรตีนเข้มข้นที่มีแอลฟา-แล็คตัลบูมินและสฟิงโกไมอีลิน ให้คุณพ่อและคุณแม่ มอบสิ่งที่ดีให้กับลูก

ก้าวครั้งสำคัญคิดค้นพัฒนา เพื่อสูตรที่ดีขึ้นกว่าสูตรเดิม ผลิตภัณฑ์ นม S-26 Gold 3 (เอส-26 โกลด์ 3) ผสม แอลฟา สฟิงโกไมอีลิน และ สารอาหารที่มีประโยชน์หลากหลาย เช่น

เพราะอนาคตที่ยิ่งใหญ่ อาจสร้างได้ด้วยการวางรากฐานที่ดีจากคุณพ่อและคุณแม่ให้ลูก ให้ลูกเรียนและเล่นไปด้วยกัน และในยุคของ AI ทุกจินตนาการอาจเป็นจริงได้ เพราะเด็กเจนใหม่ สามารถอยู่ร่วมกันและทำงานร่วมกับ AI คุณพ่อและคุณแม่ควรให้ลูกทานอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ตั้งแต่วันนี้ และเสริมเขาด้วย S-26 Gold 3 สูตรเดียวเอกสิทธิ์เฉพาะที่ผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน พร้อมทั้งสารอาหารและคุณประโยชน์ที่หลากหลาย เลือกสิ่งดีให้กับลูก
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ใหม่! เอกสิทธิ์เฉพาะ S-26 Gold 3 ผสมแอลฟา สฟิงโกไมอีลิน
และ ใหม่! S-26 Gold 3 มีวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ โลตัส, บิ๊กซี, ซีเจ หรือ ร้านค้าใกล้บ้านท่าน หรือช่องทางออนไลน์
*เมื่อเทียบกับ S-26 Progress 360o Smart Care 3
ฆอ.333/2568