โรค ITP เกล็ดเลือดต่ำ

แม่แชร์ประสบการณ์สังเกตให้ดี ลูกป่วย มีตุ่มแดงแปลกๆ ขึ้น เสี่ยงเป็น โรค ITP เกล็ดเลือดต่ำ รักษาช้าเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต!

โรค ITP เกล็ดเลือดต่ำ
โรค ITP เกล็ดเลือดต่ำ

โรค ITP เกล็ดเลือดต่ำ

โดยเรื่อง โรค ITP ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ที่หนูน้อยเป็นนั้น ศาสตราจารย์แพทย์หญิง อรุณี เจตศรีสุภาพ วว.กุมารเวชศาสตร์, อว.โลหิตวิทยา ได้ให้ข้อมูลที่ดีไว้ ดังนี้

ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia) เป็นสาเหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการเลือดออกผิดปกติ ผู้ป่วยบางรายมีเกล็ดเลือดต่ำมาก และเมื่อไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที อาจเกิดอาการเลือดออกจนเสียชีวิตได้ สาเหตุของเกล็ดเลือดต่ำมีได้หลายอย่าง หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม สามารถทำให้ผู้ป่วยหายและมีชีวิตเป็นปกติได้

เกล็ดเลือด (Platelet) เป็นส่วนหนึ่งของเม็ดเลือดที่อยู่ในกระแสเลือด (ในกระแสเลือดมีเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด) มีหน้าที่สำคัญทำให้เลือดอยู่ในภาวะปกติ ไม่เกิดเลือดออกง่าย แต่หยุดยาก โดยจำนวนและหน้าที่ของเกล็ดเลือดต้องปกติ1

Good you know : ไอทีพี (ITP ; Immune thrombocytopenia) ส่วนใหญ่เกิดในเด็กอายุ 2-6 ขวบเป็นหลัก มีสถิติอยู่ในช่วง 1.6-3.9 คนต่อประชากร 100,000 คน คือเฉลี่ยแล้วพบว่าในประชากร 100,000 คนจะป่วยเป็นไอทีพีประมาณ 2 คน เป็นภาวะที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเกล็ดเลือด เพราะมีข้อสันนิษฐานว่าเด็กจะได้รับเชื้อไวรัสจนมีการสร้างแอนตี้บอดี้ไปทำลายไวรัส และตัวแอนตี้บอดี้ที่หลงเหลืออยู่ในระบบกระแสเลือดจึงไปทำลายเกล็ดเลือด โรคนี้ถ้าพบครั้งแรกในเด็กอายุ 10 ขวบ ขึ้นไปอาจมีโอกาสกลายเป็นโรคเกล็ดเลือดต่ำไอทีพี ชนิดเรื้อรังได้2

สาเหตุของโรค ITP เกล็ดเลือดต่ำ

โรคเกล็ดเลือดต่ำชนิด ITP ในเด็ก มักจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งทำให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี้ต่อเกล็ดเลือดของตนเอง ทำให้เกิดการทำลายเกล็ดเลือดของตนเองที่ม้าม จำนวนเกล็ดเลือดในกระแสเลือดจะลดต่ำลง ทำให้เกิดปัญหาเลือดออกเนื่องจากเกล็ดเลือดต่ำ ที่พบได้บ่อยคือ พบจ้ำเลือดตามผิวหนัง หรือมีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน เซลล์ต้นกำเนิดของเกร็ดเลือดในไขกระดูกจะสร้างเกร็ดเลือดตัวอ่อนๆ เพิ่มขึ้นสู่กระแสเลือด แต่เกล็ดเลือดที่สร้างใหม่นี้จะถูกทำลายอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ระดับเกล็ดเลือดในเลือดต่ำ3

โรค ITP เกล็ดเลือดต่ำ

โรค itp เกล็ดเลือดต่ำ มีอาการอย่างไร?

เมื่อเกล็ดเลือดต่ำเพียงเล็กน้อยอาจไม่มีอาการอะไรเลย ไม่มีเลือดออกที่ใด แต่เมื่อเกล็ดเลือดต่ำถึงระดับหนึ่ง จะมีอาการเลือดออก อาการเลือดออกจากเกล็ดเลือดต่ำ มักเกิดที่ผิวหนังเป็นจุดเลือดออกแดงๆ คล้ายยุงกัด กดแล้วไม่จางหายไป (หากเป็นจุดยุงกัดเมื่อกดแล้วจะจางลง) หรือเป็นจ้ำเลือดออกตื้นๆ (Ecchymosis) ซึ่งบางคนเรียกว่า ‘พรายย้ำ”

จ้ำเลือดปกติ คลำดูจะเรียบแต่บางครั้งคลำดูเหมือนมีไตแข็งขนาดเมล็ดถั่วเขียวอยู่ตรงกลางจ้ำเลือดก็ได้ จ้ำเลือดจะมีสีม่วงปนเหลืองเนื่องจากเม็ดเลือดแดงที่อยู่ในตำแหน่งเลือดออกจะแตกตัวได้สารสีเหลือง สีจ้ำเลือดจะไม่สม่ำเสมอ แล้วแต่การแตกตัวของเม็ดเลือดแดงก่อนหลัง หากมีจ้ำเป็นสีน้ำตาลเสมอกันอาจไม่ใช่จ้ำเลือด อาจเกิดจากการแพ้ยาบางชนิด ซึ่งเรียกว่า fixed drug eruption

บางคนอาจมีเลือดออกแถวเยื่อเมือกบุในช่องปาก เลือดออกที่เหงือก ในหญิงที่มีประ จำเดือนแล้ว อาจมีเลือดประจำเดือนออกมาก บางคนมีปัสสาวะเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระมีเลือดปน หรือถ่ายอุจจาระสีดำเหมือนเส้นผม หรือยางมะตอย

อาการเลือดออกจากเกล็ดเลือดต่ำเพียงสาเหตุเดียว มักไม่มีเลือดออกในข้อหรือในกล้ามเนื้อลึกๆ หากมีอาการดังกล่าวต้องหาสาเหตุของเลือดออกจากปัจจัยการแข็งตัวของเลือดผิดปกติด้วย

การวินิจฉัยภาวะเกล็ดเลือดต่ำของแพทย์

ภาวะเกล็ดเลือดต่ำจะวินิจฉัยเมื่อเกล็ดเลือดมีจำนวนน้อยกว่า 150,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร ค่าปกติของเกล็ดเลือดคือ 150,000 ถึง 450,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร เมื่อเกล็ดเลือดต่ำกว่า 100,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร จะมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะเลือดออก โอกาสที่เลือดจะออกได้เองโดยไม่มีบาดแผล เกิดเมื่อเกล็ดเลือดเหลือน้อยกว่า 20,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร

ควรพาลูกไปพบแพทย์เมื่อใด?

ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการเลือดออกผิดปกติ เช่น จุดเลือดออกตามตัว จ้ำเลือดตามตัว มีเลือดออกที่เยื่อเมือกบุช่องปาก เลือดออกตามไรฟัน มีประจำเดือนมากผิดปกติ มีเลือด ออกจากทางเดินอาหาร ถ่ายอุจจาระสีดำเหมือนเส้นผมหรือยางมะตอย ปัสสาวะเป็นเลือด หรือเมื่อมีเลือดออก เลือดจะหยุดยาก เช่น ถอนฟันแล้วเลือดไหลไม่หยุด หรือมีเลือดออกจากแผลผ่าตัด เป็นต้น

หากมีจุดเลือดออกหรือจ้ำเลือด หรือมีเลือดออกผิดปกติที่ใด แล้วมีอาการปวดศีรษะอาเจียนพุ่ง ซึมลง ต้องรีบไปโรงพยาบาลด่วน เนื่องจากอาจมีเลือดออกในสมอง ซึ่งต้องวินิจฉัยและรักษาทันท่วงที

ข้อแนะนำ : พบอาการเรื้อรังหรือโรคแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น เลือดออกมาก เลือดออกในสมองได้เป็นส่วนน้อยในโรคนี้ ส่วนใหญ่จะรักษาให้หายขาดได้ ควรนึกถึงโรคนี้และรีบไปพบแพทย์โดยเร็วถ้าพบผู้ป่วยมีจุดแดงขึ้นตามตัวโดยไม่มีอาการอื่นๆ นำมาก่อน

โรค ITP เกล็ดเลือดต่ำ

การรักษาโรค ITP เกล็ดเลือดต่ำ ในเด็ก

โดย นายแพทย์ เรืองฤทธิ์ หรรษกุล ผู้อำนวยการแพทย์โรงพยาบาลธนบุรี 2 ได้กล่าวถึงการรักษาโรค itp เกล็ดเลือดต่ำ นี้ว่า ขึ้นอยู่กับระดับเกล็ดเลือด ถ้าอยู่ในระดับ 70,000-100,000 อาจไม่ต้องรับการรักษา แต่ถ้าต่ำกว่า 70,000 อาจต้องเริ่มการรักษา ยิ่งถ้าต่ำกว่า 25,000 จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ซึ่งโรคนี้จะได้รับยายับยั้งการต้านการทำลายของเกล็ดเลือดต่อภาวะไอทีพี สำหรับภาวะโลหิตจางแตกต่างกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ เนื่องจากเลือดมีส่วนประกอบ 3 อย่าง ได้แก่ เม็ดเลือด เกล็ดเลือดและน้ำ ปริมาณภาวะเลือดจางแปลว่าตัวเม็ดเลือดน้อยลง ความเข้มข้นของเม็ดเลือดน้อยลง มี 2 กรณี คือตัวเม็ดเลือดอาจจะมีเท่าเดิม แต่ตัวปริมาณเลือดในเม็ดเลือดน้อยลง กับตัวเม็ดเลือดปกติแต่ผอมลง

ดังนั้นถ้าลูกน้อยรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ก็จะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำและโลหิตจางอยู่แล้ว ส่วนการรับประทานอาหารเสริมและวิตามินบำรุงเป็นส่วนประกอบย่อย แต่โรงงานการผลิตที่สำคัญคือไขกระดูก

อาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ต้องการสารอาหารที่ช่วยในการสร้างเลือด คือ

  • Vitamin E เช่น อาหารทะเล จมูกข้าว ข้าวกล้อง ไข่ เมล็ดพืชและถั่ว
  • Vitamin K เช่น เครื่องในสัตว์ ผักใบเขียว มันฝรั่ง
  • Folic Acid or Folate (โฟเลต)เช่น ผลไม้ ถั่วฝัก ผักใบเขียวเข้ม ตับ
  • Iron (ธาตุเหล็ก) เช่น ตับ ปลา เนื้อแดง แป้งถั่วเหลือง ลูกเกด ถั่วฝัก
  • อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ

ได้ทราบกันแล้วนะคะสำหรับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยว โรค itp เกล็ดเลือดต่ำ ฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือคุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตอาการของลูกน้อยให้เป็นอย่างดีและถี่ถ้วนและพามาพบแพทย์ให้เร็วที่สุด ก็จะสามารถรักษาได้จนอยู่ในภาวะสงบของโรค ซึ่งทางการแพทย์ไม่ได้ระบุว่าเป็นแล้วหายขาด แต่มีภาวะสงบของ โรคได้เป็นปี ๆ จนกระทั่งทำให้เด็กที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำและภาวะโลหิตจางสามารถมีชีวิตได้ตามปกติ

อ่านต่อ “บทความน่าสนใจ” คลิก!


แหล่งข้อมูลอ้างอิงจาก :

1haamor.com

2www.dailynews.co.th

3www.gotoknow.org

 

รวม 20 อาการต้องสงสัย ลูกไม่สบาย แบบนี้..! กำลังป่วยเป็นโรคอะไร?

Save

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up