หวัดแดด

หวัดแดด ต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร?

หวัดแดด
หวัดแดด

เดี๋ยวเข้าห้องแอร์ เดี๋ยวอยู่นอกบ้าน พฤติกรรมเสี่ยงแบบนี้อาจทำให้ลูกเป็น หวัดแดด ไข้หวัดในหน้าร้อนที่ไม่ควรมองข้าม หวัดแดด มีอาการต่างจากไข้หวัดปกติอย่างไร? อ่านต่อเลย

หวัดแดด ต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร?

ฤดูฝนมักจะเป็นฤดูที่เด็ก ๆ ป่วยกันบ่อย เพราะอากาศที่เย็นลงนั้น เอื้อต่อการแพร่เชื้อโรคของไวรัสและแบคทีเรียชนิดต่าง ๆ ได้ แต่อากาศร้อน ๆ ก็ใช่ว่าจะทำให้ลูกน้อยของเราปลอดภัยหรอกนะคะ เพราะอากาศร้อน ๆ อย่างนี้ ก็ทำให้ลูกเสี่ยงที่จะเป็น “หวัดแดด” ได้เช่นกัน แม้หวัดแดดจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าไข้หวัดร้าย ๆ ชนิดอื่น ๆ แต่การเรียนรู้ อาการและวิธีรักษาอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยบรรเทาอาการไม่สบายตัวของลูกได้ นอกจากนี้ยังจะสามารถสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ ที่ไปพบแพทย์ได้อีกด้วย

หวัดแดดคืออะไร?

หวัดแดดเป็นการเจ็บป่วยจากภาวะอากาศร้อน เป็นภาวะวิกฤตที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนในร่างกายได้

โรคหวัดแดดมีสาเหตุมาจากอะไร?

  1. อุณหภูมิของอากาศที่ร้อน
  2. ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่สูงขึ้น
  3. การอยู่กลางแจ้งหรืออยู่ในที่ที่อาจได้รับรังสีความร้อน
  4. การอยู่ในสภาวะที่มีลมหรือการระบายอากาศน้อย

ใครที่เสี่ยงเป็นไข้หวัดแดดบ้าง?

ไข้หวัดแดดนี้เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่มักพบบ่อยในผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด เช่น เกษตรกร นักกีฬา, เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ, ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง, คนอ้วน, ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ, ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งผู้ที่ต้องเข้าออกบ่อย ๆ ระหว่างสถานที่ที่มีเครื่องปรับอากาศและสภาพอากาศภายนอกที่ร้อนจัด

ไข้หวัดแดด เชื้อโรคชนิดเดียวกันกับไข้หวัดใหญ่นะ

หวัดแดดเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้เป็นเชื้อโรคในกลุ่มเดียวกับไข้หวัดใหญ่ เพียงแต่ไข้หวัดแดด เป็นไข้หวัดที่เกิดในหน้าร้อน ดังนั้น อาการป่วยเมื่อเป็นไข้หวัดแดดนั้น จะแตกต่างจากอาการป่วยเมื่อเป็นไข้หวัดทั่วไปและไข้หวัดใหญ่ ดังนี้

โรคหวัดแดดแตกต่างจากไข้หวัดทั่วไปอย่างไร?

  • มีไข้ต่ำ ๆ (ไม่เกิน 40 องศาเซลเซียล)
  • วิงเวียน ปวดศีรษะ
  • ครั่นเนื้อครั่นตัว
  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  • ปากแห้ง คอแห้ง แสบคอ
  • ท้องไส้ปั่นป่วน
  • ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน
  • นอนไม่ค่อยหลับ

หลายครั้งผู้ที่เป็นหวัดมักเกิดความสับสนระหว่าง หวัดแดด กับ ไข้หวัด เพราะอาการค่อนข้างคล้ายคลึงกัน แต่ในความจริงแล้ว ไข้หวัดจะมีอาการคัดจมูก มีน้ำมูก เจ็บคอ มีเสมหะ ร่วมด้วย ส่วนหวัดแดดจะไม่ค่อยมีน้ำมูก หรือมีน้ำมูกใสๆเพียงเล็ก น้อย และไม่มีอาการเจ็บคอ แต่จะรู้สึก ขมปาก คอแห้ง และแสบคอแทน

มาทำความรู้จักกับโรคไข้หวัดแดดกันเถอะ

วิธีดูแลเมื่อเด็กเป็นไข้หวัดแดด

เนื่องจากไข้หวัดแดดเกิดขึ้นจากเชื้อตัวเดียวกับไข้หวัดใหญ่ เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถหายได้เองหากดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง ดังนั้น วิธีการดูแลเมื่อเด็กเป็นไข้หวัดแดด จะคล้าย ๆ กับการดูแลเด็กเมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่ ดังนี้

  1. ให้ลูกน้อยพักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะช่วยฟื้นฟูให้ร่ายกายกลับมาแข็งแรงได้โดยเร็ว
  2. เมื่อมีไข้ ให้หมั่นเช็ดตัวเพื่อระบายความร้อนภายใน (อ่านต่อ การเช็ดตัวลดไข้ให้ลูกอย่างถูกวิธี)
  3. ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ หรือให้ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วเป็นอย่างน้อย การดื่มน้ำเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยระบายความร้อนจากร่างกายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การดื่มน้ำหรือจิบน้ำบ่อย ๆ จะช่วยบรรเทาอาการปากแห้ง คอแห้ง แสบคอ จากไข้หวัดแดดได้อีกด้วย
  4. ในกรณีที่มีไข้ อาจทานยาลดไข้ร่วมด้วย (อ่านต่อ วิธีคำนวณปริมาณยาลดไข้เด็ก ที่ถูกต้อง) สำหรับทารกแรกเกิด เมื่อมีไข้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนทานยาลดไข้ค่ะ
  5. หลีกเลี่ยงการไปยังสถานที่ที่มีผู้คนแออัด เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่เชื้อและการรับเชื้อเข้าร่างกายเพิ่มในขณะที่ร่างกายอ่อนแอ
  6. หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีแดดจัด หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ ๆ มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบ่อย ๆ เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว จะทำให้อาการไข้หวัดแดดแย่ลงได้
  7. สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านเข้าใจผิดว่าเมื่อเป็นไข้ จะต้องห่มผ้าหนา ๆ เพราะลูกจะหนาว แต่ในความเป็นจริงแล้วการห่มผ้าหนา ๆ หรือใส่เสื้อผ้าหนา ๆ เพื่อไม่ให้ลูกหนาวสั่น ไม่สามารถใช้ได้ในกรณีที่ลูกเป็นไข้หวัดแดดค่ะ การให้ลูกอยู่ในห้องที่มีอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวเกินไป และมีอากาศถ่ายเท จากนั้นให้ลูกสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อระบายความร้อนที่อยู่ในร่างกายออกไปได้ง่าย ๆ ถึงจะเป็นวิธีที่ถูกต้องค่ะ
ไข้หวัดแดด
ไข้หวัดแดด

โรคหวัดแดด แม้ไม่แสดงอาการที่รุนแรงแต่ความร้อนที่สะสมอยู่ภายในร่างกายย่อมส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายใน เช่นเดียวกับเครื่องยนต์ที่ร้อนจัด สมรรถนะ ในการทำงานก็ย่อมลดลงตามไปด้วย ดังนั้นเราจึงควรป้องกันและดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อให้ห่างไกลจากโรคหวัดแดด ดังนี้

วิธีป้องกันและดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคหวัดแดด

  1. เพื่อป้องกันการเกิดไข้หวัดแดด ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน เพื่อไม่ให้ร่างกายสะสมความร้อนมากเกินไปจนไม่สบายได้
  2. หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน หรือมีกิจกรรมต่าง ๆ กลางแจ้ง ควรใส่หมวก กางร่ม หรือสวมเสื้อผ้าเบาสบายแต่ปกปิดผิวได้ทั้งร่างกาย เช่น การสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
  3. ระหว่างวัน หรือขณะที่อยู่กลางแดดให้หมั่นจิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายรู้สึกกระหายน้ำมากเกินไป เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการเกิดหวัดแดด ก็ยังเสี่ยงต่อการเป็นลมแดดได้ด้วยเช่นกัน
  4. ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก่อนออกแดด ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 เป็นอย่างต่ำ ทา 30 นาที ก่อนออกแดด และระหว่างวันก็สามารถทาครีมกันแดดได้เช่นกัน
  5. ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายครบถ้วน จะได้ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคของร่างกายให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น
  6. หมั่นพากันไปทั้งครอบครัว เพื่อออกกำลังกาย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง
  7. ในวันที่อากาศร้อนจัด แต่หากจำเป็นต้องทำงาน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งนานหลายชั่วโมง นอกจากการดื่มน้ำบ่อย ๆ แนะนำให้หาผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำเย็น แล้วเช็ดทั่วตัวบ่อย ๆ เพื่อช่วยระบายความร้อนของร่างกาย

โรคหวัดแดด แม้ไม่ใช่โรคที่อันตราย แต่สำหรับเด็กเล็กนั้น โรคนี้ก็สร้างความทรมานจากอาการคอแห้ง เจ็บคอ มีไข้ ให้กับลูกน้อยได้ อีกทั้งโรคนี้ยังทำให้ลูกร่างกายอ่อนแอลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อร้ายชนิดอื่น ๆ เช่น โรคโควิด-19 ได้อีกด้วย ดังนั้น มาป้องกันลูก ๆ ไม่ให้เป็นโรคหวัดแดดกันเถอะ

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

7 โรคในฤดูร้อน 3 ภัยจากอากาศร้อน ที่เด็กเล็กต้องระวัง!!

เด็ก!! เสี่ยงติด “โรคพิษสุนัขบ้า” โรคที่ไม่ได้เกิดจากแค่สุนัข

เมื่อลูกปวดท้องจาก “โรคบิด” ภัยร้ายหน้าร้อนที่ต้องระวัง!!

แม่ต้องระวัง! โรคแทรกซ้อนโควิด-19 ในเด็ก ทำลูกป่วยหนัก

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, RAMA Channel, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

 

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up
X AmarinBabyAndKids