รถโรงเรียน ลืมเด็กในรถ

รถโรงเรียน ลืมเด็กอีกแล้ว!! สลดเด็ก7ขวบเสียชีวิตทรมาน

event
รถโรงเรียน ลืมเด็กในรถ
รถโรงเรียน ลืมเด็กในรถ

รถโรงเรียน ลืมเด็กในรถจนเสียชีวิต เหตุการณ์ซ้ำซากที่คร่าชีวิตเด็กน้อย ที่คนเป็นพ่อแม่สุดช้ำใจ ไม่อยากให้เกิด ควรหยุดเหตุร้ายนี้กันได้หรือยัง

รถโรงเรียน ลืมเด็กอีกแล้ว!! สลดเด็ก 7 ขวบเสียชีวิตทรมาน

ครูลืมเด็กในรถตู้รับส่งนักเรียน สุดสลด น้องจีฮุน วัย 7 ขวบเสียชีวิตทรมาน ย่าใจสลาย เอาเรื่องถึงที่สุด ล่าสุด ผลชันสูตร ออกแล้ว

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 สิงหาคม 65 พ.ต.ต.ประเสริฐ กุลบุตรดี สว.(สอบสวน) สภ.พานทอง ได้รับแจ้งมีเหตุเด็กนักเรียนเสียชีวิตภายในรถตู้รับ-ส่ง ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 10 ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งรีบไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลพานทองและหน่วยกู้ภัยว่างอุทยานพานทอง

ในที่เกิดเหตุเป็นภายในลานจอดรถของโรงเรียนดังกล่าว พบรถตู้รับส่งนักเรียน เบอร์ 3 ยี่ห้อโตโยต้าทะเบียน 1 นข 5421 กทม. จอดอยู่ ภายในรถตู้หลังเบาะคนขับรถพบร่างของ น้องจีฮุน อายุ 7 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.2/2 ของโรงเรียนดังกล่าว นอนเสียชีวิตอยู่ในสภาพคว่ำหน้า มีเลือดออกปากตัวซีด จากการตรวจสอบบนเบาะพบกระเป๋าเป้สะพายสีดำและแก้วน้ำดื่มวางอยู่

จากการสอบถามครูที่โรงเรียน เบื้องต้นได้ให้ข้อมูลกับทางตำรวจและทีมแพทย์ฟังว่า เมื่อเช้าได้ขับรถเข้ามาจอดแล้วก็รับเด็กนักเรียนลงจากรถ พอเห็นคนหมดก็ได้ขยับรถไปจอดที่ลานจอดรถของโรงเรียนเพื่อรอรับเด็กกลับช่วงเย็น แต่พอเวลา 16.00 น.ได้เตรียมเอารถมาจอดรอรับเด็กเพื่อจะส่งกลับบ้าน แต่พอเปิดประตูรถออกก็พบว่าน้องจีฮุนนอนอยู่

จากนั้นได้ทำการเรียกน้อง โดยการจับขาแต่น้องไม่มีการตอบรับ ตอนนั้นยอมรับตกใจจนทำอะไรไม่ถูก และก็ได้จับขาน้องแล้วเรียกอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีการตอบรับหรือขยับตัว จึงรีบไปแจ้งครูคนขับรถและครูคนอื่นๆ ให้มาช่วยตรวจสอบพบว่าน้องไม่หายใจแล้ว

ข่าวเด็ก 7 ขวบถูกลืมใน รถโรงเรียน เสียชีวิต
ข่าวเด็ก 7 ขวบถูกลืมใน รถโรงเรียน เสียชีวิต

ต่อมาทางพ่อแม่น้องจีฮุนได้เดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.พานทอง เพื่อเป็นหลักฐานเหตุประมาททำให้ลูกของตนต้องมาเสียชีวิตเพราะความไม่รอบคอบในครั้งนี้

ความคืบหน้าล่าสุด 31 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังที่โรงเรียนดังกล่าว พบบรรยากาศเงียบเหงา มีผู้ปกครองบางส่วนมาส่งลูกหลานด้วยตนเองมากขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่มีครูหรือทางผอ.ออกมาพูดเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่อย่างได

ต่อมาได้เดินทางไปยังบ้านย่าของน้องจีฮุน คุณย่าได้เปิดเผยว่า วานนี้ตอนเย็นลูกชายโทรมาบอกว่ามีครูมาหาที่บ้าน มากัน 3 คน มีครูประจำชั้น ครูขับรถรับส่งและครูพี่เลี้ยง ที่นั่งมากับเด็กๆ บนรถ เมื่อมาถึงบ้านเพื่อมาบอกว่าน้องจีฮุนเสียแล้ว ตนได้ข่าวจึงรีบตามไปที่โรงเรียนก็พบว่าน้องจีฮุนนอนเสียชีวิตอยู่ ตนก็อยากเข้าไปกอดหลานเพราะคิดว่าหลานยังมีชีวิต แต่หมอไม่ให้เข้าเพราะกลัวว่าจะทำอะไรกับศพ ทำให้ชันสูตรยาก ตนจึงได้นั่งดูและได้แต่เสียใจเพราะหลานคนเดียว ตนรักมากเลี้ยงมาแต่เด็ก ทำให้ทุกอย่างและยอมจ่ายค่าเทอมแพงๆ เพื่อให้หลานเรียนดีๆ และมีคนดูแลดีๆ เพราะตนเห็นตอนมารับเดินลงมาถึงบ้านและตอนส่งก็ส่งให้ถึงมือ คิดว่าดีแล้ว แต่สุดท้ายพ้นสายตาตนก็ไม่รู้จะดูแลแค่ไหน

ตนอยากเตือนเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ปกครองหลายๆ คน ให้เคสของหลานตนเป็นกรณีตัวอย่าง ตนไม่อยากให้ไปเกิดกับครอบครัวใครอีก และอยากให้ไปส่งลูกหลานด้วยตัวเองจะดีกว่า อย่าไปไว้ใจใครมากเพราะไม่ใช่ลูกหลานของเขา และตนยันยืนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ทางโรงเรียนจะรับผิดชอบกับชีวิตของหลานตนยังไง ตนจะเรียกร้องความยุติธรรมให้หลาน จนกว่าจะได้ความเป็นธรรม

ทางด้านเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจและเก็บพยานหลักฐานจากรถตู้เพื่อเอาไปประกอบสำนวนทางคดี ผลชันสูตรเบื้องต้นทางแพทย์ระบุว่า ขาดอากาศหายใจ ส่วนผลชันสูตรอย่างละเอียดต้องรอผลจากทางแพทย์อีกครั้ง ประมาณ 3-7 วัน

ที่มา : https://www.amarintv.com

เปิดสาเหตุเด็กเสียชีวิตจากอะไร เมื่อลืมลูกในรถ

สาเหตุการเสียชีวิตของเด็กที่ถูกลืมไว้ในรถส่วนใหญ่เกิดจากที่ร่างกายของเด็กมีความร้อนสูงเกินขนาด คือมีความร้อนสูงถึง 42 องศา หากถูกลืมไว้ในรถนานเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไป จากนั้นเซลล์ในร่างกายจะเริ่มตาย เลือดในร่างกายจะเริ่มเป็นกรด ต่อมาสมองก็จะบวมจนไปทับก้านสมองในส่วนการควบคุมในระบบการหายใจ

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ได้แนะนำ ให้ผู้ปกครองห้ามทิ้งลูกไว้ในรถขณะที่จอดรถไว้ที่กลางแจ้ง ถ้าไม่จำเป็นที่ต้องทิ้งลูกไว้ ก็ให้นำลูกลงจากรถไปด้วยในทุกๆครั้ง ไม่เพียงเท่านี้ ไม่ควรที่จะแง้มหน้าต่างรถและทิ้งลูกไว้ เพราะไม่ได้ป้องกันความร้อนภายในรถได้ เพราะสาเหตุหลักที่เด็กเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากการขาดอากาศหายใจ แต่เพราะเกิดความร้อนในรถที่สูงเกินกว่าร่างกายเด็กจะรับไหว ถึงแม้จะจอดรถไว้ในที่ร่มก็ตามเด็กก็สามารถเสียชีวิตจากความร้อนสูงได้เช่นกัน

วิธีป้องกันการลืมเด็กนักเรียน ใน รถโรงเรียน
วิธีป้องกันการลืมเด็กนักเรียน ใน รถโรงเรียน

วิธีการป้องกันการลืมเด็กไว้ในรถ

การป้องกันการลืมเด็กไว้ในรถมีด้วยกัน 4 ข้อ ดังนี้

  • ไม่ว่าจะทำธุระเร็วหรือช้า ไม่ควรทิ้งเด็กไว้ตามลำพังโดยเด็ดขาด ควรนำเด็กลงไปด้วยทุกครั้ง ถึงแม้เด็กจะหลับอยู่ก็ตามก็ต้องเอาลงจากรถ ไม่ต้องกังวลเรื่องลูกงอแง ควรนึกถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ ไม่เพียงเท่านี้ยังเป็นการฝึกลูกในรู้ว่าการจอดรถต้องลงจากรถ
  • แง้มหน้าต่าง แล้วทิ้งลูกไว้ได้ เป็นความเข้าใจผิด เพราะสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กที่ถูกทิ้งไว้ไม่ได้เกิดจากการขาดอากาศหายใจแต่เกิดจากความร้อนที่สูงมากเกินกว่าร่างกายเด็กรับไหว ดังนั้น ทำความเข้าใจใหม่ ไม่ควรแง้มหน้าต่างแล้วทิ้งลูกเอาไว้ ควรให้ลูกลงจากรถทุกครั้ง
  • ในกรณีที่ไปกับรถคนอื่นควรหมั่นตรวจสอบสอบถามเป็นระยะว่าตอนนี้ลูกอยู่ที่ไหน ลงจากรถแล้วหรือยัง เพราะการที่เราต้องหมั่นตรวจสอบเพราเพื่อความปลอดภัยของลูก เพราะผู้ที่ไม่มีประสบการณ์การเลี้ยงลูกอาจมีการเผลอลืมเด็กไว้ในรถเป็นได้
  • ในกรณีที่ลูกไปโรงเรียนกับรถโรงเรียน ก่อนใช้บริการควรตรวจสอบมาตรฐานการรับส่งของผู้ให้บริการว่าดีหรือไม่ เพื่อความมั่นใจ โดยมีคำแนะนำว่า เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี ไม่ควรใช้บริการของรถโรงเรียน เพราะด้วยความต้องรับผิดชอบหลายชีวิต อาจมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นได้บ่อยเสมอ ดังนั้นช่วงเด็กอายุประมาณนี้ พ่อแม่ควรเป็นคนรับส่ง แต่หากจำเป็นจริงๆ พ่อแม่ต้องดูถึงมาตรการความปลอดภัยของรถโรงเรียนด้วย ไม่ใช่ดูเฉพาะสภาพรถว่าเป็นอย่างไรเท่านั้น แต่ต้องดูถึงเรื่องผู้ที่ต้องเป็นคนไปรับส่งลูกว่ามีใครบ้าง คนขับรถเป็นอย่างไร คนที่ติดรถเป็นคุณครูระดับปฐมวัย มีความเข้าใจเรื่องเด็กเล็กไหม เวลารับส่งเด็กขึ้นรถลงรถมีการเช็คชื่อเด็กหรือไม่ แล้วมาตรการของโรงเรียนเป็นอย่างไร เมื่อเด็กถึงโรงเรียนแล้วมีการดับเบิ้ลเช็คอีกครั้งหรือไม่

ดังนั้น สิ่งที่ต้องตระหนักอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยก็คือ ผู้ที่ใกล้ชิดเด็กเล็กทั้งหลายต้องมีความระมัดระวังมากกว่าปกติหลายเท่า เพราะต้องคิดเสมอว่าเด็กเล็กยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองเรื่องความปลอดภัยได้ เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องไม่ประมาทแม้เพียงเสี้ยววินาที

ที่มา : https://www.thaichildcare.com

สอนลูกวิธีช่วยเหลือตัวเองเมื่อติดในรถ!! 

ล่าสุด เพจ หมอแล็บแพนด้า โพสต์ แนะพ่อแม่สอนลูกเอาตัวรอดจากการถูกลืมไว้ในรถโรงเรียนเบื้องต้น นับว่าเป็นข้อแนะนำที่คุณพ่อคุณแม่น่าลองนำไปสอนลูกกันดู เมื่อการแก้ไขที่ต้นเหตุยังไม่มีให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง ดังนั้นเพื่อชีวิต และความปลอดภัยของลูกเรา คงต้องสอน และฝึกลูกของเราให้มีทักษะในการแก้ปัญหาด้วยตนเองกันให้ได้เสียก่อน เรียกได้ว่าฝึกให้ลูกมี ความฉลาดแก้ปัญหา (AQ : Adversity Quotient)

อ่านข่าวลืมเด็กไว้ในรถโรงเรียนจนเสียชีวิตแล้วรู้สึกหดหู่จริงๆ และขอแสดงความเสียใจกับผู้ปกครองด้วยครับ ที่จริงรถโรงเรียนจะต้องมีมาตรการความปลอดภัยที่มากกว่านี้ แสดงว่าไม่มีการตรวจสอบซ้ำเลยว่าเด็กลงครบมั้ย
.
เพื่อช่วยกันป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ไม่ให้เกิดกับลูกหลานเรา อย่าลืมโทรสอบถามคุณครูเป็นระยะ หรือคนขับรถว่าลูกถึงที่หมายยัง จะได้มั่นใจว่า ลูกของเราได้ลงจากรถแล้วจริงๆ
.
และที่สำคัญ อย่าลืมหารายละเอียดของรถโรงเรียนที่เราใช้บริการให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นใครเป็นคนขับ เบอร์โทรอะไร มีใครไปกับลูกเราบ้าง
เวลารับส่งเด็กขึ้นรถ ลงรถมีการเช็คชื่อเด็กมั้ย แล้วพอถึงโรงเรียนแล้วมีการตรวจสอบอีกรอบมั้ย
.
พอเราตรวจสอบฝั่งรถโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว มาดูฝั่งผู้ปกครองบ้าง สิ่งสำคัญที่เราทำได้ก็คือ ‘การสอนให้ลูกเอาตัวรอด’ ซึ่งมีหลายวิธีที่พอช่วยได้ก็คือ
.
สอนลูกบีบแตรรถที่อยู่ตรงพวงมาลัย บอกลูกอย่าหยุดบีบแตรจนกว่าจะเห็นคนเดินมาหาที่รถ จะได้มีคนมาช่วยเหลือได้ทัน

เพจหมอแล็บแพนด้า แนะวิธีเอาตัวรอดเมื่อเด็กติดอยู่ในรถ
เพจหมอแล็บแพนด้า แนะวิธีเอาตัวรอดเมื่อเด็กติดอยู่ในรถ

.
สอนให้ลูกรู้เรื่องปุ่ม เปิด-ปิด ปุ่มล็อกประตูอยู่ตรงไหนของรถ ทำแบบไหน เด็กจะได้เปิดเป็น
.
ส่วนใหญ่เด็กที่ติดอยู่ในรถไม่ได้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ แต่เสียชีวิตเพราะความร้อนจัดที่อยู่ในรถ ยิ่งนานเกิน 10 นาที ร่างกายของเด็กจะแย่ลง
เราควรสอนให้ลูกให้รู้จักวิธีเปิดกระจกรถ เพื่อระบายอากาศ และลูกยังสามารถตะโกนขอความช่วยเหลือได้ด้วยครับ
.
ถ้าไปหลายคน ควรสอนให้ลูกนั่งข้างๆ เพื่อน และบอกเพื่อนเสมอว่าถ้าจะลงรถให้เรียกและจับมือลงพร้อมกัน
.
ถ้าลูกมีโทรศัพท์มือถือ อย่าลืมสอนโทรสายด่วน 1669 จะได้มีคนมาช่วยอย่างปลอดภัย
.
อย่าลืมลองเอาไปใช้นะครับ ลูกหลานเราจะได้ปลอดภัย ไม่เกิดเหตุการณ์น่าสลดซ้ำอีกครับ

ที่มา : หมอแล็บแพนด้า

อ่านต่อ >>มาตรการรถโรงเรียน ระดับนโยบายของไทยเป็นอย่างไร คลิกหน้า 2

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up