รับมือผู้ป่วยเด็ก โอไมครอน

มั่นใจได้ สธ.เตรียมตัวรับมือผู้ป่วยเด็ก โอไมครอน เอาอยู่

event
รับมือผู้ป่วยเด็ก โอไมครอน
รับมือผู้ป่วยเด็ก โอไมครอน

โอไมครอน โควิด19 กลายพันธุ์ที่ติดเชื้อง่ายกว่าเดิม พบติดมากในเด็กจึงเป็นที่น่ากังวล แต่ สธ.ให้ความมั่นใจด้วยการเตรียมพร้อมรับมือ ทั้งเตียง ระบบ และยาอีกเพียบ

มั่นใจได้ สธ.เตรียมตัวรับมือผู้ป่วยเด็ก โอไมครอน เอาอยู่!!

โอไมครอน คืออะไร น่ากลัวแค่ไหน??

WHO หรือองค์การอนามัยโลก ประกาศยกระดับให้เป็นสายพันธุ์ระดับที่น่ากังวล (Variants of Concern: VOC) สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด โดยมีรหัสที่เรียกว่า โควิดสายพันธุ์ ​B.1.1.529 หรือ โอไมครอน Omicron ถูกรายงานว่าพบครั้งแรก ในตอนใต้ของทวีปแอฟริกาใต้ ที่ประเทศบอตสวานา

การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ของยีนมากถึง 50 กว่าตำแหน่ง โดย 32 ตำแหน่งเกิดขึ้นบนโปรตีนหนามแหลม หรือที่เรียกว่า Spike Protein ซึ่งเป็นโปรตีนที่ไวรัสใช้ในการเข้าสู่เซลล์ของร่างกายมนุษย์ ซึ่งพบมากกว่าทุกสายพันธุ์ และมากกว่าสายพันธุ์เดลตา ถึง 2 เท่า และพบการกลายพันธุ์ที่ส่วนตัวรับ ซึ่งไวรัสใช้จับยึดกับเซลล์ของคนเราถึง 10 ตำแหน่ง จึงเป็นสาเหตุให้ไวรัสตัวใหม่นี้ ติดง่ายมากกว่าเดิม และพบการระบาดในเด็กมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย

โอไมครอน ไวรัสกลายพันธุ์ โควิด 19
โอไมครอน ไวรัสกลายพันธุ์ โควิด 19

เช็ก 8 อาการ ติดเชื้อโอไมครอน หรือยังนะ??

พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เปิดเผยข้อมูลอาการของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ “โอไมครอน” ในประเทศไทย ที่มีอาการ 41 ราย โดย 8 อาการที่พบมากที่สุด มีดังนี้

  1. ผู้ป่วยมีอาการไอ พบได้ 54%
  2. มีอาการเจ็บคอ พบได้ 37%
  3. เป็นไข้ ตัวร้อน พบได้ 29%
  4. ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ พบได้ 15%
  5. คัดจมูก มีน้ำมูก พบได้ 12%
  6. ปวดหัว ปวดศีรษะ พบได้ 10%
  7. หายใจลำบาก พบได้ 5%
  8. จมูกไม่ได้กลิ่น พบได้ 2%

ซึ่งจะเห็นได้ว่า การติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ “โอไมครอน” ที่เป็นการติดเชื้อจากระบบทางเดินหายใจในส่วนบน จะไม่มีลักษณะลงปอด ทำให้เป็นการยาก ที่เราอาจจะพบเจอผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ปะปน มารับประทานอาหารร่วมกับเรา อยู่ในสถานที่ที่ทำงานเดียวกันกับเรา ก็ทำให้เราจำเป็นต้องมีการระมัดระวัง โดยกระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำให้สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น ก็ยังสามารถที่จะป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลอ้างอิงจาก www.komchadluek.net

โอไมครอนในเด็ก!!

มีรายงานจากหลายประเทศทั่วโลกว่า อัตราการติดเชื้อโควิด สายพันธุ์โอไมครอนในเด็กเพิ่มขึ้นกว่าสายพันธุ์อื่น อัตราการป่วยนอนโรงพยาบาลในเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี ลงมานั้นอยู่ในระดับพอกันระหว่าง Omicron โอไมครอนและเดลต้า สิ่งที่น่ากังวล คือ กลุ่มเด็กเล็กนั้นยังไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนได้ จึงควรได้รับการดูแลป้องกัน และถึงแม้ว่าช่วงวัย 5-11 ปีจะเพิ่งได้รับการอนุมัติให้ใช้วัคซีนได้ แต่คงต้องใช้ระยะเวลาอีกระยะกว่าจะฉีดได้อย่างครอบคลุม

เด็กติดเชื้อ โอไมครอน เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
เด็กติดเชื้อ โอไมครอน เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้ความมั่นใจ!!

รพ.เด็กพร้อมรับมือเด็กติดเชื้อ

ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงแผนรองรับเด็กติดเชื้อโควิด-19 ว่า ได้เตรียมพร้อมมาระยะหนึ่งแล้ว มีเป้าหมายป้องกันกลุ่มเด็กเล็กอายุ 5-11 ขวบ ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 สถาบันสุขภาพเด็กฯเตรียมความพร้อมได้ดีทั้งศักยภาพ เตียงรองรับผู้ป่วยโควิดในทุกกลุ่มอาการที่มีการติดเชื้อ โดยเฉพาะสายพันธุ์โอมิครอนที่ต่างประเทศ พบว่ามีเด็ดติดเป็นจำนวนมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ โดยมีเตียงรองรับเด็กป่วยโควิด-19 ทั้งหมด 70 เตียง มีเด็กรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 5 ราย เป็นกลุ่มอาการสีเหลือง ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 5-11 ขวบ ที่ประชุมกระทรวงฯ คาดว่าจะเริ่มฉีดได้ในเดือน ก.พ.65 ขอย้ำว่าเด็กกลุ่มนี้ควรได้รับวัคซีนเร็วที่สุด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจึงน่าเป็นห่วงมากที่สุด ขอให้ทุกโรงพยาบาลเตรียมพร้อมให้มากที่สุดสำหรับเด็กกลุ่มนี้

ข้อมูลอ้างอิงจาก www.thairath.co.th
สธ.ให้ความมั่นใจเตียงมีพอรับผู้ป่วย โอไมครอน
สธ.ให้ความมั่นใจเตียงมีพอรับผู้ป่วย โอไมครอน

นอกจากนั้น กรมการแพทย์ยังได้จัดเตรียมเตียงรองรับผู้ป่วยโควิดโอไมครอนถึง 1.1 แสนเตียงทั่วประเทศ พร้อมยา และเวชภัณฑ์อีกเพียบ!!

นพ.สมศักดิ์  อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมเรื่องเตียงรักษาผู้ป่วยนั้น มีการแบ่งระดับเตียงใหม่ตามความรุนแรงของโรค โดยเตียงระดับ 1 ไม่ใช้ออกซิเจน ส่วนเตียงระดับ 2 แบ่งเป็นระดับ 2.1 ใช้ออกซิเจนระดับน้อยๆ  หรือ oxygen low flow  และระดับ 2.2 ใช้ออกซิเจนระดับสูง หรือ oxygen high flow ซึ่งกลุ่มนี้จะมีปอดอักเสบค่อนข้างมาก และค่าออกซิเจนแย่ลง  ส่วนเตียงระดับ 3 ใส่ท่อร่วมกับเครื่องช่วยหายใจได้ นอกจากนี้ ยังให้คำนิยามเตียงระดับ 0 คือ Home isolation และ Community isolation

สำหรับเตียงใน รพ. ทั่วประเทศมีประมาณกว่าแสนเตียง โดยเตียงเฉพาะเป็นปอดอักเสบรุนแรง หรือระดับ 2.2  oxygen high flow กับเตียงระดับ 3  โดยพบว่าเตียงทั่วประเทศมี 11,000 เตียง จึงนำมาพิจารณาว่าจะรับคนไข้โอไมครอนได้แค่ไหน ซึ่งประมาณการณ์ว่า ผู้ติดเชื้อโอไมครองมีอาการรุนแรง นอนรพ.14 วัน มีเตียงรองรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงได้ 785 คนต่อวัน เมื่อทอนกลับมาเป็นผู้ป่วยทั้งหมด เตียงทั่วประเทศจะสามารถรับผู้ป่วยได้ถึง 52,300 คนต่อวัน อันนี้ยังไม่รวมกรณี Home isolation ที่สามารถรับได้อีกหลายหมื่นคน

Home isolation ปรับคุณภาพใหม่!!

“สำหรับ Home isolation  จะเป็นคำตอบของผู้ป่วยโอไมครอนที่อาจแพร่ระบาดใน 1-2 เดือนข้างหน้า เพราะครึ่งหนึ่งไม่มีอาการเลย โดยขณะนี้เราได้ทำ Home isolation คุณภาพ จากของเดิม สปสช. ระบุว่า หากตรวจ ATK  ด้วยตัวเองและพบผลบวก  เมื่อโทรไป 1330 เป็นบวกภายใน 24 ชั่วโมงจะโทรกลับ แต่ตอนนี้เราจะขอให้สถานพยาบาลที่เข้าโครงการให้ติดต่อกลับภายใน 6 ชั่วโมง ซึ่งจะเร็วขึ้น รวมทั้งยังมีการเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ เวชภัณฑ์ต่างๆ ยา รวมถึงอาหาร ได้พูดคุยกับภาคเอกชน ที่จะจัดส่งแล้ว” นพ.สมศักดิ์ กล่าว

Home Isolation (การกักตัวที่บ้าน)

  • เป็นผู้ติดเชื้อแบบไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยและไม้มีโรคอื่นร่วม
  • เป็นผู้ป่วยที่รักษาตัวในโรงพยาบาลมาแล้ว 7 – 10 วันและแพทย์ประเมินว่าสามารถกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้
  • ผู้ป่วยสมัครใจแยกกักตัวในที่พักของตน
  • อยู่คนเดียวหรือมีผู้อาศัยร่วมไม่เกิน 1 คน
  • อายุน้อยกว่า 60 ปี และมีสุขภาพแข็งแรงน้ำหนักตัวน้อยกว่า 90 กก. หรือ ไม่มีภาวะอ้วน
  • ติดต่อ 1330 กด 14 (สปสช.) หรือแอดไลน์ @comcovid-19 เพื่อเข้าสู่ระบบ โดยจะได้รับอุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหาร และอุปกรณ์ยังชีพ
  • มีแพทย์ติดตามอาการทางระบบสื่อสารที่เหมาะสม
  • หากมีความจำเป็นจะได้รับยาฟ้าทะลายโจร และยาฟาวิพิราเวียร์ รวมถึงส่งต่อโรงพยาบาลเมื่อมีอาการเปลี่ยนแปลง

Community Isolation (การกักตัวในชุมชน)

  • หากไม่สามารถแยกกักตัวที่บ้านได้ และในชุมชนมีการจัด
  • ตั้งศูนย์แยกโรคชุมชน (Community Isolation) ให้ติดต่อแกนนำหมู่บ้านหรืออาสาสมัคร เพื่อเข้ารับการกักตัวและรับการดูแลรักษาภายในศูนย์นี้การจัดตั้งศูนย์แยกโรคชุมชน อาจทำได้โดยการติดต่อ สปสช. (โทร. 1330)

    ยาน้ำฟาวิพิราเวียร์ สำหรับเด็ก
    ยาน้ำฟาวิพิราเวียร์ สำหรับเด็ก

เตรียมพร้อมยาน้ำฟาวิพิราเวียร์สำหรับเด็ก!!

นอกจากการที่ได้สั่งการให้สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติฯ หรือ โรงพยาบาลเด็กประสานงานกับโรงเรียนแพทย์ เอกชน ทางกทม. กลาโหม ตำรวจ ให้เตรียมการเรื่องเตียงเด็กแล้ว ยังได้จัดเตรียมยาสำหรับกลุ่มเด็กเล็กที่ไม่สามารถทานยาฟาวิพิราเวียร์แบบเม็ดได้ เราจึงทำแนวทางการเตรียมยาน้ำของฟาวิพิราเวียร์ จัดทำเป็นคลิปให้ทุกโรงพยาบาลเตรียมการ เพราะคาดว่าผู้ป่วยเด็กอาจมากขึ้นพอสมควร รวมทั้งได้มีเฟซบุ๊กไลฟ์ในบุคลากรสาธารณสุขให้มีการทำ Home isolation และ  Community isolation สำหรับเด็ก รวมถึงจัดเตรียมหน้ากากสำหรับผู้ป่วยเด็กโดยเฉพาะ  ส่วน Community isolation สำหรับผู้ป่วยเด็กที่ต้องมีผู้ปกครองดูแล อย่างของกทม. จะมีอย่างน้อยโซนละ 1 แห่ง และจัดระบบส่งต่อ โรงพยาบาลเมื่อมีอาการรุนแรง และจัดเตรียมเตียงระดับ 3 สำหรับผู้ป่วยเด็กที่อาการรุนแรงเอาไว้อีกด้วย

วัคซีนโควิด สำหรับเด็ก 5-11 ปี มาแน่เดือนกุมภาพันธ์ 2565!!

วันที่ 31 ธันวาคม 2564 ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด สายพันธุ์โอไมครอน กลุ่มที่เป็นห่วงมากที่สุด คือ เด็กที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการและอาหารได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนในกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างสำรวจความสมัครใจของเด็ก และผู้ปกครองโดยกระทรวงศึกษาธิการ ให้โรงเรียนเป็นหลักในการสอบถาม คาดว่าจะเริ่มฉีดได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธุ์ 2565 นี้ ในระหว่างที่รอการฉีดวัคซีนจึงขอให้ผู้ปกครองเคร่งครัดมาตรการป้องกันส่วนบุคคลขั้นสูงสุด

ข้อมูลอ้างอิงจาก chulalongkornhospital.go.th / www.hfocus.org/ www.prachachat.net

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

โอไมครอน (Omicron)ในเด็กมีสิทธิ์ติดเชื้อรุนแรงแค่ไหน?

“ฝึกลูกกินเอง” การหั่นอาหาร blw หั่นกินแบบไหนไม่ติดคอ?

100 ชื่อเท่ๆ เก๋ๆ ไม่ซ้ำไม่เชย อ่านได้ทั้งภาษาอังกฤษและไทย

5 ท่าเซ็กส์ปลอดภัย ขณะตั้งครรภ์

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up