นับวันไข่ตก

นับวันไข่ตก ช่วยเรื่องอะไร? ต้องนับยังไง! เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสท้อง

นับวันไข่ตก
นับวันไข่ตก

นับวันไข่ตก ที่แม่นยำ ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งท้องได้

การนับวันไข่จะตก จะนับในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนที่ประจำเดือนรอบใหม่จะมา ซึ่งการจะคำนวณวันตกไข่ให้แม่นๆ ได้นั้นจะใช้ได้เฉพาะกับผู้หญิงที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอเท่านั้น เช่น รอบเดือนจะมาทุกๆ 28 วันเสมอ วันไข่ตกก็อยู่ในช่วงวันที่ 14 ของรอบเดือน (นับวันที่ประจำเดือนมาวันแรกเป็นวันที่ 1 ของรอบเดือน) เมื่อนับวันได้แล้วก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ในช่วงก่อนวันตกไข่ประมาณ  2  วัน พูดง่ายๆ ก็คือ ตั้งแต่วันที่ 12 ของรอบเดือน เพราะอสุจิจะมีชีวิตรอผสมไข่อยู่ได้ประมาณ 2 วันก่อนการตกไข่

สัญญาณที่บ่งว่าไข่พร้อมที่จะปฏิสนธิ

  • ดูมูกที่ออกจากช่องคลอด ปกติคุณผู้หญิงจะมีเมือกใสออกจากช่องคลอด เมื่อไข่พร้อมที่จะปฏิสนธิ ช่วงที่ไข่ตกมูกจะใสเหนียวเหมือนไข่ขาวและมีปริมาณมาก
  • ปากมดลูกจะนุ่มขึ้น ใหญ่ขึ้นและชื้นมากขึ้น หากคุณผู้หญิงสังเกตให้ดีจะทราบความแตกต่าง
  • ตรวจอุณหภูมิตอนเช้าหลังตื่นนอน ปกติอุณหภูมิจะคงที่ ก่อนไข่จะพร้อมปฏิสนธิสองถึงสามวันอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย วันที่ไข่พร้อมจะปฏิสนธิอุณหภูมิสูงขึ้นจะเป็นวันที่ไข่พร้อมจะปฏิสนธิ

ไขมัน Trans Fat

การจดบันทึกข้อมูลเพื่อวางแผนมีลูก

การจดบันทึกข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับร่างกายของคุณผู้หญิงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้ เพราะเมื่อคุณสังเกตและบันทึกการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกาย จะทำให้ทราบได้ว่าเมื่อใดที่จะมีไข่ตก ซึ่งการจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของร่างกายทุกวัน จะทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นกับร่างกาย สิ่งที่ต้องบันทึก คือ

  • จดบันทึกอุณหภูมิร่างกายหลังตื่นนอน (basal body temperature) ซึ่งเป็นอุณหภูมิหลังการนอนหลับพักผ่อน
  • สังเกตการเปลี่ยนแปลงของมูกช่องคลอด
  • ติดตามร่างกายขณะเริ่มมีรอบประจำเดือน
  • จดบันทึกว่าเมื่อใดที่คุณมีเพศสัมพันธ์บ้าง

การ นับวันไข่ตก ที่แม่นยำ หรือการรู้ข้อมูลต่างๆ ข้างต้นทำให้เกิดความแตกต่างจากคนอื่น ซึ่งแม้ว่าโดยเฉลี่ยของคู่รักที่พยายามจะตั้งครรภ์หรือในกรณีที่ทั้งคู่มีภาวะมีบุตรยากจะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือนจึงจะตั้งครรภ์ แต่ในคู่รักที่รู้ว่าเมื่อไรจะมีไข่ตก และมีเพศสัมพันธ์เป็นประจำในช่วงเวลาดังกล่าวก็จะช่วยเพิ่มโอกาสของการตั้งครรภ์มากกว่านั่นเองค่ะ

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก :


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.honestdocs.cowww.siamhealth.net

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

keyboard_arrow_up