วิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน

9 วิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน หรือไปทำร้ายคนอื่น

วิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน
วิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน

4. การใช้นิทานเข้าช่วย

สมัยนี้มีนิทานต่าง ๆ มากมาย ที่จะสอนให้เด็กเป็นคนที่มีจิตใจดี ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่มีเวลา ลองไปร้านหนังสือ ดูหนังสือนิทานเด็กสักเล่มสองเล่มนะคะ แล้วมาเล่าให้ลูกฟังก่อนนอน ค่อย ๆ ปลูกฝังพวกเขาไปวันละนิดละหน่อย อีกไม่นาน ลูก ๆ ก็จะมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นเองค่ะ

5. เป็นที่ปรึกษาที่ดี

หากลูกบอกถึงสาเหตุแล้วว่า ที่ลูกทำไปนั้น เพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากเพื่อน หรือว่ากลัวลูกไม่รัก คุณพ่อคุณแม่อย่ารอช้านะคะ รีบอาศัยจังหวะนั้น ค่อย ๆ แนะนำพวกเขาว่า มีหลากหลายวิธีมากที่จะทำให้เพื่อนรักเรา ยกตัวอย่างเช่น การรู้จักแบ่งปัน การเสียสละ และการให้เกียรติซึ่งกันและกัน เป็นต้น

6. ลองเสนอทางเลือกเพื่อแก้ไขสถานการณ์

การเริ่มต้นรังแกเพื่อนไม่ควรเป็นชนวนให้ลูกเป็นอันธพาล มิตรภาพต่อกันติดได้ เพียงให้ลูกนำของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ไปให้เด็กที่เขารังแก หรือชวนกันเล่นเกมเพื่อกู้มิตรภาพกลับมา

วิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน
ลูกถูกเพื่อนแกล้ง

7. หลีกเลี่ยงการลงโทษเด็กด้วยวิธีรุนแรง

คุณพ่อคุณแม่อาจจะใช้วิธีบอกให้เด็กรู้ถึงผลเสียที่จะตามมาเวลาแกล้งผู้อื่น เช่น ไม่เป็นที่รัก ไม่ได้ดาวจากคุณครู หรือลงโทษด้วยการตัดสิทธิ์บางอย่าง เช่น ให้ขนมน้อยกว่าคนอื่น ให้ออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย

8. สนใจเฉพาะพฤติกรรมที่ดี

หากเด็กแกล้งเพื่อน เพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากคุณครูมีวิธีแก้ คือ คุณครูจะต้องปรับพฤติกรรมการแสดงออกต่อเด็กใหม่ โดยเมื่อเด็กทำพฤติกรรมที่ดี ให้รีบให้ความสนใจ หรือกล่าวชมเชย และเมื่อเด็กมีพฤติกรรมด้านลบให้เพิกเฉยกับเด็กในระยะหนึ่ง โดยให้ความสนใจกับเด็กที่ถูกแกล้งมากกว่า เมื่อโดนเพิกเฉยบ่อยครั้ง เขาจะเรียนรู้ว่าพฤติกรรมนี้ไม่เป็นที่ยอมรับ และจะเลิกแกล้งเพื่อนได้ในที่สุด

9. ลองปรึกษาคุณหมอ

ข้อสุดท้ายของวิธีสอนลูกไม่ให้แกล้งเพื่อน หากคุณพ่อคุณแม่พยายามสอนและบอกลูกแล้ว แต่ลูกยังไม่เลิกพฤติกรรมนี้ ก็อาจจะพาลูกไปปรึกษากับคุณหมอ เพื่อให้ช่วยตรวจดูว่าลูกมีปัญหาพัฒนาการการเข้าสังคมหรือไม่ อย่างไร

เพียงเท่านี้กับวิธีการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ที่วิธีการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ หรือที่ปัญหาพฤติกรรมของลูกน้อยตั้งแต่ต้น ก็จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์เด็กแกล้ง หรือรังแก ทำร้ายกันได้แน่นอนค่ะ

อ่านต่อบทความอื่นน่าสนใจ คลิก :


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก : www.trueplookpanya.com , www.thaihealth.or.th

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เรื่องที่คนอ่านมากสุด

keyboard_arrow_up
X AmarinBabyAndKids