ซาฟารีเวิลด์ สนุก+เรียนรู้ได้ทุกส่วน

 

IMG_2959

มารีนปาร์ค

แบ่งออกเป็นสองโซนใหญ่ๆ โซนแรกประกอบไปด้วยกิจกรรมมากมาย พวกเราจะสามารถเดินจนทั่วบริเวณได้ภายใต้หมอกไอน้ำเย็นสบาย กิจกรรมหลักๆ ของโซนนี้แบ่งออกเป็นโชว์ 7 อย่าง ได้แก่ ลิงอุรังอุตัง สิงโตทะเล ช้าง คาวบอยสตั้นท์ โลมา สงครามจารกรรม และโชว์นกสวยงาม   แต่ละโชว์จะมีขึ้นเพียงวันละหนึ่งรอบเท่านั้น ( มีเอกสารให้เช็ครอบที่โน่นเลยค่ะ ไม่ต้องห่วง )

นอกจาก 7 โชว์หลักแล้ว ทั่วทั้งพื้นที่หลายร้อยไร่ของซาฟารีเวิลด์ยังถูกใช้ให้คุ้มค่าด้วยนานาสัตว์หลากชนิดซึ่งอยู่กันอย่างเป็นธรรมชาติจนมนุษย์ต้องอิจฉา แซมด้วยจุดเด่นสำคัญไม่ให้ขาดตลอดทาง   ไม่ว่าจะเป็นศาลาเลี้ยงยีราฟอุ่นเครื่องก่อนเข้าไปในซาฟารีปาร์ค ที่ไม่ใช่แค่ยีราฟ 2 ตัว 4 ตัวให้เราพอได้ถ่ายรูป แต่ยีราฟที่นี่จะกรูเข้าหาเราเต็มที่เป็นฝูงใหญ่ เด็กๆ จะได้ป้อนอาหารอย่างใกล้ชิด แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ยังตื่นเต้นทุกทีที่ได้เจอ

หรือจะเป็นวอลรัสตัวอ้วนพุงพลุ้ยใกล้บริเวณโชว์ช้างที่รอให้เราไปทักทาย   นกและสัตว์ตัวเล็กๆ น่ารักในมินิเวิลด์ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเราหลงเข้าไปในเมืองคนแคระ ส่วนขยายใหม่อย่างไวท์เวิลด์ที่ประกอบด้วยสัตว์สีขาว 3 ประเภทคือหมีขาว เสือขาว และสิงโตขาวก็เปิดโลกทัศน์ให้เราตื่นตา   นอกจากนี้ส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ศูนย์อาหารริมน้ำที่สามารถให้อาหารหงส์ตัวสวยที่ว่ายผ่านมา ลานของเล่นที่สนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่   ไอศกรีมและเครื่องดื่มจากแบรนด์ Sfree เหล่านี้ล้วนช่วยเติมวันพักผ่อนของเราให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

IMG_3086

 

เอ็กส์เวิลด์

แม้จะเปิดใหม่ได้ไม่นานแต่ก็คาดว่าจะเป็นที่นิยมในไม่ช้า   นั่นก็คือส่วนของ “Eggs World” ฟังจากชื่อแล้วคงรู้ว่าเกี่ยวกับไข่อย่างแน่นอน แต่นี่ไม่ใช่เมืองไข่ธรรมดา เพราะมันเกิดขึ้นจากความตั้งใจให้เป็นศูนย์การเรียนรู้อันสำคัญยิ่งต่ออนาคตของชาติ   ภายในอาคารนี้นำเสนอห้องปฏิบัติงานจริงในการดูแลไข่ของนกพันธุ์ต่างๆ เป็นกระบวนการฟักไข่ของจริงตั้งแต่วันแรก แบ่งห้องวิจัยออกตามอายุของลูกนก

เสริมข้อมูลด้วยบอร์ดที่ให้เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ตลอดทาง มีนิทรรศการภาพลูกนก และไข่หลากหลายสายพันธุ์จากหลายที่   มีไข่ที่ใหญ่ที่สุดและเล็กที่สุดในโลกไว้ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ หรือจะเป็นโมเดลไข่ใบยักษ์แสดงรูพรุนจำนวนมหาศาลเกินคาดเดานั้นที่นี่ก็ไม่พลาดที่จะนำเสนอ ก่อนจะออกจากเอ็กส์เวิลด์มีดีวีดีสารคดีสรุปและอธิบายทุกขั้นตอน เหมาะกับเด็กนักเรียนและผู้สนใจ หากแต่ต้องสังเกตที่ตั้งกันสักหน่อย เพราะอาคารนี้จะอยู่หลังโชว์ช้างและตั้งตัวอยู่เงียบเชียบจนเราแทบจะหาไม่เจอ

 

IMG_6075

 

ล่องเรือป่าดิบชื้น

อีกหนึ่งส่วนที่ได้รับการปรับเปลี่ยนให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติและได้อารมณ์เสมือนจริงอันเป็นจุดประสงค์ใหญ่ที่ต้องการให้ผู้เข้าชมได้ความสุขกลับไปมากที่สุด   จังเกิลครุยส์จึงลึกลับและเงียบเชียบเหมาะแก่การไปนั่งพักและสัมผัสบรรยากาศป่าดิบชื้นอย่างที่เห็นในหนัง   นับตั้งแต่เริ่มต้นออกเดินทางก็สร้างความตื่นเต้นได้ไม่น้อย คล้ายเสียงอันลึกลับจากข้างในกำลังรอให้เราเข้าไปเสียที   แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวล เพราะไม่มีอะไรน่ากลัวเกินไปสำหรับเด็กๆ   เพียงแค่เรานั่งข้างๆ และคอยพูดคุยอธิบายสิ่งละอันพันละน้อยให้เขาฟัง ก็จะเป็นช่วงเวลาเต็มความอบอุ่นรวมถึงอาหารสมองให้ลูกได้เป็นอย่างดีค่ะ

ซาฟารีปาร์ค

ส่วนสำคัญที่หากไม่เข้าไปก็คงเหมือนมาไม่ถึง สวนสัตว์เปิดส่วนนี้ให้เข้าชมได้ทั้งจากรถส่วนตัวและรถโคชของที่นี่ ( ค่าบริการท่านละ 30 บาท ) ระยะทาง 5 กิโลเมตรประกอบไปด้วยสัตว์นานาพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นยีราฟฝูงใหญ่  นกกระจอกเทศ อูฐ แรด ม้าลาย วาตุซี่ นิลไก กระทิง รวมไปถึงส่วนของสัตว์ดุร้ายอย่างเสือ สิงโต หรือหมีควาย   เราจะได้อยู่ใกล้ชิดกับสัตว์โดยมีเพียงกระจกกั้น เหล่าสัตว์ป่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างเป็นอิสระ ทั้งนกทั้งม้าลายจะอยู่ด้วยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นการสัมผัสบรรยากาศทุ่งกว้างอัฟริกาได้ง่ายๆ ในเมืองไทย ระยะเวลาประมาณ 35 นาทีอาจสั้นไปสำหรับคุณหนูๆ จนต้องกลับมาอีกสักหลายๆ รอบ

คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมเตรียมพร้อมพกหมวกไปเผื่อเด็กๆ ในวันที่อากาศร้อน รวมถึงร่มในวันที่ฝนอาจจะตก มีข้อแนะนำว่าให้เดินในส่วนของมารีนปาร์คกันจนเมื่อยหนำใจ   แล้วค่อยไปต่อด้วยรถโคชแอร์เย็นๆ เพื่อผ่อนคลายก็จะเป็นการดี หรือถ้าใช้รถส่วนตัวยิ่งสบายใหญ่ ออกจากส่วนซาฟารีปาร์คแล้วจะขับกลับบ้านเลยก็ได้ไม่ว่ากัน

ที่ตั้ง : ซาฟารีเวิลด์ เลขที่ 99 ถนนปัญญาอินทรา แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-2518-1000-19 เว็บไซต์ www.safariworld.com

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ยามาซาโตะ

 

ในวันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปี ถือเป็นเทศกาลโคโดโมะโนะฮิ หรือ วันเด็กผู้ชายของญี่ปุ่น ซึ่งในวันนี้บ้านไหนมีลูกผู้ชายจะประดับโต๊ะตุ๊กตาใส่ชุดนักรบ หรือ ชุดซามูไร รวมถึงตั้งเสาธงปลาคาร์ฟไว้ในบริเวณบ้านเพื่ออวยพรให้ลูกชายมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ไข้ และเป็นเด็กเลี้ยงง่าย โตเร็วๆ

_MG_6004

ห้องอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับยามาซาโตะ (Yamazato) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ จึงจัดอาหารชุดพิเศษ “ ไคเซกิ “ ที่ส่งตรงวัตถุดิบชั้นเลิศจากญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น ปลาคินเมได (ปลาที่มีหัวรูปร่างคล้ายนักรบ นิยมนำมาทำเป็น 1 ในเมนูอาหารสำหรับเทศกาลนี้ ) ปลากะพงญี่ปุ่น หอยปีกนก ท้องปลาทูน่า ในราคาชุดละ 3,ooo ++*บาท ส่วนของเด็กผู้ชายจัดรวมกันในถาดเดียว สนนราคา 300 ++*บาท รวมขนมหวานประจำเทศกาล อย่าง คาชิวะโมจิ ขนมแป้งโมจิไส้ถั่วแดงห่อด้วยใบคาชิวะ หรือ ใบโอ๊ค ใบที่คนญี่ปุ่นเชื่อว่า ถ้าเด็กคนไหนได้กินจะแข็งแรง และเติบโตอย่างแข็งแกร่งเหมือนต้นโอ๊ค

*ราคานี้ยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
ที่ตั้ง : ชั้น 24 โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวัน มื้อกลางวันตั้งแต่เวลา 11.30 น – 14.30 น. และมื้อค่ำตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 22.30 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือ สำรองที่นั่ง โทร. 02 687 9000 หรือ [email protected]

บทความโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

2 ร้าน 2 อารมณ์ ที่มิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพฯ

 

โฟลว์ : บุฟเฟ่ต์เลิฟเวอร์ ต้องมา

IMG_6153

เชื่อว่าคอบุฟเฟ่ต์ตัวจริงต้องบรรจุ โฟลว์ ไว้ในเช็คลิสท์แน่ เผลอๆบางคนอาจยกให้ที่นี่ติดอันดับ 1 ใน 3 บุฟเฟ่ต์โรงแรมสุดเลิฟในดวงใจไปแล้วก็ได้ เพราะมีให้ไล่ชิมกันตั้งแต่ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนสุดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ภายใต้ครัวเปิดโล่งถึง 7 ครัว นอกจากของคาวแล้ว ของหวานก็ห้ามพลาด ทำเอาเคลิ้มแทบทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็น ครีมบลูเล่ หรือ ขนมค่ำ ไทยๆ แต่ถ้าใครอยากอิ่มเอมความงามของริมน้ำเจ้าพระยาช่วงโพล้เพล้ ฟ้ากำลังเปลี่ยนสีล่ะก็ แนะนำจองดินเนอร์สักมื้อ แล้วจะเผลอใจหลงรักที่นี่โดยไม่รู้ตัว

 

ที่ตั้ง : ชั้นล็อบบี้ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพ ถ.เจริญนคร คลองสาน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทั้งราคาบุฟเฟ่ต์ และโปรโมชั่นพิเศษได้ที่โทร.0 2442 2000

 

 

เดอะแลนเทิร์น “ช๊อกโกแลต การ์เด้น” : ตกหลุมรักคาปูชิโน่เย็นที่นี่

 

IMG_6258

 

นี่สิถึงจะเรียกว่าชิลล์เอ้าท์ของแท้ ด้วยบรรยากาศดีๆที่รายล้อมร้านนี้เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นริมแม่น้ำเจ้าพระยาเบื้องหน้า ต้นไทรอายุกว่าร้อยปีด้านหลัง และแนวไผ่ด้านข้าง ให้ความรู้สึกสบาย โปร่งโล่ง เหมาะสำหรับจิบชายามบ่าย พร้อมขนมอร่อยๆในเซ็ทอาฟเตอร์นูน ที เป็นที่สุด ว่าแล้วขอสั่งคาปูชิโน่เย็น แก้วโปรดมาจิบเล่นให้เย็นใจเพิ่มด้วยดีกว่า ส่วนเด็กๆไม่ต้องน้อยใจไป สั่งช็อคโกแลต เค้ก หรือ ไอศครีมเทปปันยากิ ที่ทำกันสดๆ มาร่วมแจมกับคุณพ่อ คุณแม่ด้วยก็ได้

ที่ตั้ง : ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน ถ.เจริญนคร คลองสาน

สอบถามข้อมูลรายละเอียดได้ที่โทร.0 2442 2000

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

 

Tags

ปฐมพยาบาลหนูน้อยหัวโน

วิธีปฐมพยาบาลหนูน้อยหัวโน

  1. ตรวจดูบาดแผลว่ามีเลือดออกหรือไม่
  2. หากไม่มีเลือดออก ให้เริ่มจากการน้ำผ้าชุบน้ำเย็น หรือผ้าห่อน้ำแข็ง มาประคบเย็นที่แผลไว้ 10-15 นาที เพื่อให้เส้นเลือดแข็งตัว แล้วทิ้งระยะ 2-3 ชั่วโมง แล้วประคบซ้ำอีกครั้งนาน 5 นาที
  3. หลังจากเกิดแผลแล้ว 24 ชั่วโมง ให้เปลี่ยนมาใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบที่แผล การประคบน้ำอุ่น จะช่วยละลายลิ่มเลือด ลดอาการบวม
  4. แต่หากคุณหนูๆ หกล้มภายใน 24 ชั่วโมงแล้วมีอาการซึม เวียนหัว คลื่นไส้อาเจียน ตาพร่า ชัก หรือ
    หมดสติ คุณแม่ต้องพาไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

 

 

02

03

 

รู้จักวิธีพับและสวมผ้าอ้อมให้ลูกน้อย

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผ้าอ้อม

ผ้าอ้อมผ้าผืนสี่เหลี่ยมจะมีอยู่ด้วยกัน 4 เนื้อผ้าหลัก ๆ คือ เนื้อผ้าสาลู ผ้าสำลี ผ้าฝ้าย ผ้าหนังไก่

คุณสมบัติของผ้าอ้อมแต่ล่ะเนื้อผ้า

  • ผ้าอ้อมผ้าฝ้าย ความหนามีตั้งแต่ปานกลางถึงหนามาก ยิ่งหนาก็ยิ่งซึมซับได้ดี ความนุ่มมีตั้งแต่ปานกลาง-นุ่มมากขึ้นกับเกรดของเนื้อผ้าและลักษณะการทอ แห้งช้า ซับน้ำปานกลาง-ดี ระบายอากาศปานกลาง ทำความสะอาดง่าย
  • ผ้าอ้อมสาลู เนื้อผ้านุ่มปานกลางใช้ไปนาน ๆ ผ้าจะนุ่มมาก แห้งไว คุณลักษณะพิเศษคือเนื้อผ้ามีความโปร่งบาง ระบายอากาศได้ดี  ทำความสะอาดง่าย การตัดเย็บจะมีแบบ ชั้นเดียว และแบบ 2 ชั้นเพื่อช่วยในการดูดซับ
  • ผ้าอ้อมสำลี เนื้อผ้าหนานุ่ม ซับน้ำได้ดี  ใช้ไปนาน ๆ จะแข๊งกระด้างขึ้น เกรดไม่ดีเมื่อซักจะขึ้นขุย ระบายอากาศได้ไม่ดี ทำความสะอาดยาก แห้งช้า
  • ผ้าอ้อมหนังไก่ เนื้อผ้านุ่มคล้ายผ้าสำลี ระบายอากาศได้ดี ใช้ทน  แห้งเร็ว เนื้อผ้าบางกว่าผ้าสำลีแต่หนากว่าผ้าสาลู ทำความสะอาดง่าย

การพิจารณาเลือกซื้อผ้าอ้อม

ขนาดของผ้าอ้อมทั่วไปตามท้องตลาดจะมี 3 ขนาด ดังนี้How to Fold Diaper-2

ส่วนไซส์ที่ใหญ่กว่า 27″ X 27″สามารถซื้อผ้าอ้อมที่ขายเป็นผืนใหญ่แล้วมาจ้างตัดได้ตามขนาดที่ต้องการ

ข้อแนะนำ

– ควรซักผ้าอ้อมอย่างน้อย  2-3 ครั้งเพื่อให้ผ้าอ้อมมีความนุ่มและลดการระคายเคืองผิวเด็กก่อนนำไปใช้
– การใส่ผ้าอ้อมให้ลูกน้อยควรพับให้มีขนาดที่สามารถใส่ได้กระชับไม่แน่นหรือหลวมเกินไป ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพับผ้าอ้อม
– ควรพับผ้าอ้อมเตรียมไว้พร้อมสำหรับเปลี่ยนให้ลูกน้อยทันทีเมื่อเด็กฉี่หรืออึ

ชมคลิป >> “วิธีพับและสวมผ้าอ้อมให้ลูกน้อย” คลิกหน้า 2

Tags

เช็ดดวงตา และใบหูลูกน้อยทารก

วิธีเช็ดดวงตา และใบหูลูกน้อยทารก
1 ล้างมือและฟอกสบู่ให้สะอาด จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วหยิบมาสองก้อน

2 บีบน้ำส่วนเกินออก พยายามจับด้านนอกของสำลี เพื่อไม่ให้มือไปโดนด้านใน ป้องกันเชื้อโรคจากมือไปสู่ดวงตาลูก แล้วใช้สี่นิ้วของคุณแม่ประคองที่หน้าลูก แล้วใช้สำลีเช็ดจากหัวตาไปหางตาโดยไม่ย้อนกลับค่ะ

3 การเช็ดใบหู เพื่อเอาคราบสกปรกที่อยู่บริเวณใบหูลูกออกค่ะ  โดยใช้สำลีก้อนกลมชุบน้ำสะอาด  เช็ดบริเวณใบหูและรอบๆ ด้านนอกของหูลูกน้อย

Tip: คุณแม่ไม่ต้องเช็ดเข้าไปในรูหู และอาจไม่จำเป็นต้องใช้ไม้พันสำลีหรือคอตตอนบัดเช็ด เพราะจะทำให้เกิดอันตรายต่อเยื่อแก้วหูของลูกน้อยได้ค่ะ

01 02 03

 

Tags

ห่อตัวลูก อบอุ่นปลอดภัย

วิธีห่อตัวลูก อบอุ่นปลอดภัย

1 เริ่มจากปูผ้าห่อตัวไว้แล้วพับปลายเข้ามา เมื่อลูกน้อยนอนลงบนผ้าให้จับผ้าบริเวณศีรษะเข้ามาห่อหน้าลูกทั้งสองด้าน จากนั้นใช้มือพยายามจับมือลูกไม่ให้พับหรือกางเกินไปให้อยู่ในผ้าแนบลำตัว

2 พับผ้าทบด้านใดด้านหนึ่งเข้ามาหาตัวลูก แล้วใช้มือข้างหนึ่งจับผ้าที่ทบไว้ แล้วมืออีกข้างจับผ้าอีกด้านทบตามเข้ามาจนปิดตัวลูกมิดชิด

3 พยายามพับเก็บชายผ้าด้านข้างให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เป็นปมด้านในเพราะจะกดทับลูก โดยพับผ้าซ้าย-ขวาให้ปิดมิดชิด  สุดท้ายคือเก็บปลายผ้าที่เหลือไว้ด้านล่างให้เรียบร้อยก็เสร็จค่ะ

02 03 04

Tags

อุ้มลูก

พยาบาลแนะ! อุ้มลูก ถูกท่าช่วยลูกน้อยมีพัฒนาการดี!!

เพราะทารกแรกเกิดยังบอบบาง คอ และกระดูกยังไม่แข็งแรง การ อุ้มลูก จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ มาดูคำแนะนำจากพยาบาลให้พ่อแม่ได้อุ้มทารก เพื่อกระตุ้นพัฒนาการกันค่ะ

พยาบาลแนะ! อุ้มลูก ถูกท่าช่วยลูกน้อยมีพัฒนาการดี!!

การ อุ้มลูก เป็นสิ่งที่ช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ทั้งทางใจและทางกาย ให้กับทั้งพ่อแม่และทารก สัมผัสจากผิวกายและความใกล้ชิดจะช่วยให้ทารกรู้สึกอบอุ่น ผูกพัน และผ่อนคลาย สำหรับพ่อแม่ก็เช่นกัน เมื่อพ่อแม่ได้อุ้มลูก ความรู้สึกที่ยากจะบรรยายจะถาโถมเข้ามา ทั้งตื้นตัน ผูกพัน และความรู้สึกอยากจะปกป้องชีวิตน้อย ๆ นี้ตลอดไป

เพราะทารกเป็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่แสนจะเปราะบาง ทั้งคอ และกระดูกก็ยังไม่แข็งแรง ทำให้พ่อแม่มือใหม่ กลัวและไม่กล้าที่จะอุ้มทารก ทีมแม่ ABK ขอสอนวิธีการอุ้มทารก ให้พ่อแม่มือใหม่ได้ลองฝึกกันค่ะ

วิธีการอุ้มทารก

  1. ใจเย็นและมั่นใจ ก่อนที่จะอุ้มเจ้าตัวน้อย ทารกสามารถรับรู้ความรู้สึกของคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างดี ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ต้องทำใจให้สงบก่อน หากรู้สึกไม่ดี โกรธ หรือโมโห อยู่ อย่ารีบเข้าไปอุ้มลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องเชื่อมั่นว่าตัวเองทำได้ คลายกังวล แต่ต้องระวังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  2. พูดคุยกับลูก ก่อนจะอุ้มตัวลูกขึ้นมา ให้พูดคุยกับลูกก่อน แม้ลูกจะหลับอยู่ก็ตาม เพราะหากอุ้มโดยไม่ส่งเสียงอะไรเลย อาจทำให้ลูกตกใจได้ ไม่ต้องกลัวว่าลูกจะตื่น หากคุณพ่อคุณแม่กลัวว่าลูกอาจตกใจเสียงที่คุณพ่อคุณแม่พูด ลองใช้มือแตะที่หน้าอกของลูกอย่างเบามือ แล้วค่อยพูดว่า “แม่ขออุ้มหนูหน่อยนะ”
  3. คอเป็นส่วนสำคัญ สำหรับทารกแรกเกิด ทุกครั้งและทุกเวลาที่คุณพ่อคุณแม่อุ้มลูก จะต้องใช้มือข้างหนึ่งประคองคอลูกน้อยไว้ทุกครั้ง เพราะทารกแรกเกิด กระดูกคอจะยังไม่แข็งแรง ทารกจะยังไม่สามารถประคองคอตนเองได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องช่วยประคองไว้ตลอดเวลาที่อุ้มลูก
  4. ให้ลูกอยู่ใกล้หัวใจแม่ ท่าอุ้มลูกทุกท่าส่วนมากจะอุ้มโดยการประคองลูกไว้แนบอก เพราะการที่ลูกอยู่แนบอก จะทำให้ลูกได้ยินเสียงหัวใจแม่ เหมือนกับที่ลูกยังอยู่ในท้องแม่ ลูกจะรู้สึกอบอุ่น และอุ่นใจ
  5. เพลิดเพลินไปกับการอุ้มลูก ระหว่างที่ อุ้มลูก ให้คุณพ่อคุณแม่ลองร้องเพลง อ่านหนังสือ และเล่นสนุกกับเจ้าตัวน้อย เพื่อให้ลูกเพลิดเพลินและมีความสุขจนเคลิ้มหลับไป

ท่าอุ้มสำหรับทารกแรกเกิด (คลิป)

สำหรับทารกแรกเกิด ที่มักจะตื่นมาทานนมและนอนเป็นส่วนมาก ท่าอุ้มลูกในวัยนี้ จึงเน้นที่ท่าอุ้มที่เหมาะสำหรับการให้นมแม่ มาดูกันค่ะว่ามีท่าไหนบ้าง?

1. ท่าอุ้มแนบตัว

ให้ลำตัวลูกอยู่บนแขน ใช้มือประคองที่ศีรษะ ใช้มืออีกข้างช้อนที่ก้นของลูกน้อยเพื่อช่วยรองรับน้ำหนักของทารก ท่านี้ใช้สำหรับให้นม คุณแม่สามารถอุ้มทารกไว้ใกล้กับอกของคุณ ทารกจะสามารถวางศีรษะไว้บนหน้าอกของคุณได้ทารกจะรู้สึกสบายเวลาได้ยินเสียงหัวใจคุณเต้น ท่านี้เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอดลูกน้อย เพื่อจะได้อุ้มลูกห่างจากแผลผ่าตัด

2. ท่าไกวเปล

ท่านี้เป็นท่าที่ธรรมชาติที่สุด และง่ายที่สุดสำหรับการอุ้มลูก นอกจากนี้ ท่านี้ยังเป็นท่าที่คุณพ่อคุณแม่สามารถมองตาทารกในขณะอุ้มได้ด้วย วิธีการอุ้มมีดังนี้

    • ใช้มือประคองที่คอของทารก มืออีกข้างอยู่ใต้ก้นและสะโพก อุ้มทารกขึ้นมาไว้แนบอก
    • ใช้มือข้างที่ประคองคอของทารก เลื่อนมาวางที่ข้อศอกของแขนอีกข้างหนึ่ง ใช้ข้อพับและท้องแขนประคองคอลูกน้อย
    • ค่อย ๆ เลื่อนมือจากศีรษะและคอไปยังหลังของลูกน้อยอย่างอ่อนโยนศีรษะของทารกจะอยู่ที่แขน ให้งอแขนและข้อศอกเล็กน้อย
    • มืออีกข้างประคองช่วงก้นและสะโพกของทารก
    • อุ้มทารกไว้ใกล้ ๆ ตัวของคุณ และสามารถโยกทารกไปมาได้เล็กน้อย

3. ท่าอุ้มพาดบ่า

วิธีการอุ้ม จะคล้ายกับท่าอุ้มแนบตัว โดยอุ้มลูกน้อยขึ้นบนบ่า แขนคุณแม่ข้างหนึ่งประคองคอ ใช้แขนอีกข้างหนึ่งประคองลำตัวและก้นของลูกไว้ และจับลูกให้กระชับมือ นำศีรษะของลูกมาไว้บนบ่า ใช้บ่า คอ และหัวของคุณแม่ช่วยประคองหน้าของลูกน้อยไว้ แต่มือของคุณแม่ยังต้องประคองอยู่ที่คอของลูกตลอดเวลานะคะ ลูกน้อยวัยทารกก็จะรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยที่สุดค่ะ นอกจากนี้ ท่านี้ยังช่วยให้ลูกเรอหลังมื้อนมได้ง่ายอีกด้วย

ท่าอุ้มทารก
ท่าอุ้มทารก

ท่าอุ้มกระตุ้นพัฒนาการ

การ อุ้มลูก นอกจากจะเป็นการปลอบประโลม เมื่อลูกร้องไห้ เป็นการตอบสนองอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้เด็กรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย การอุ้มทำให้ลูกเกิดความไว้วางใจว่ามีคนคอยดู การร้องไห้จะค่อย ๆ น้อยลงเรื่อย ๆ เติบโตเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย การอุ้มลูก ยังสามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูกได้อีกทางหนึ่งด้วย มาดูกันว่ามีท่าอุ้มท่าไหนบ้างที่จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่ดี

  1. ท่าอุ้มสบตา

ท่านี้จะทำให้คุณพ่อคุณแม่สามารถมองตา สื่อสารกับลูกน้อยได้ดีที่สุด ท่านี้จะช่วยกระตุ้นให้ลูกมีพัฒนาการภาษาและสังคม เพราะทารกจะสามารถพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ได้ถนัดและใกล้ชิดจากการอุ้มลูกท่านี้ วิธีการอุ้มมีดังนี้

    • การวางมือจะคล้ายกับท่าอุ้มแนบตัว คือ มือข้างหนึ่งประคองคอและศีรษะของลูก
    • มืออีกข้างประคองที่ก้นและสะโพก
    • อุ้มทารกไว้ด้านหน้าของคุณพ่อคุณแม่ในระดับต่ำกว่าหน้าอก
    • ยิ้มและหยอกล้อกับลูกน้อย เก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่มีค่านี้ไว้
  1. ท่า ”เปิดโลกกว้าง”

ท่านี้เหมาะสำหรับทารกที่มีคอแข็งแล้ว (ประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไป) ท่านี้จะช่วยให้ลูกน้อยมองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยพัฒนาการด้านการเรียนรู้และช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อหลังและคอให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ท่านี้จะคล้าย ๆ กับการอุ้มลูกให้นั่งหันหน้าออก แต่เพราะลูกยังนั่งเองไม่ได้ กล้ามเนื้อหลังยังไม่แข็งแรงพอ จึงยังต้องอาศัยการประคองจากคุณพ่อคุณแม่ ดังนี้

    • ให้หลังของทารกแนบกับหน้าอกของคุณพ่อคุณแม่ และอย่าลืมต้องมั่นใจว่าหัวของทารกได้รับการดูแลที่ปลอดภัย
    • ให้มือข้างหนึ่งประคองก้นของทารก
    • นำมืออีกข้างประคองอกของทารกไว้ โดยพาดมาด้านหน้าของทารก
    • ดูให้ดีว่าศีรษะของทารกได้รับการประคองอย่างปลอดภัยจากหน้าอกของคุณพ่อคุณแม่
    • หากคุณนั่งอยู่ สามารถวางทารกไว้บนตักของคุณได้เลยโดยไม่ต้องเอามือประคองก้นของทารกก็ได้

3. ท่าเหน็บเอว

เป็นท่าอุ้มที่นิยมใช้ เพราะสามารถอุ้มลูกไปด้วยและใช้มืออีกข้างทำอย่างอื่นไปด้วยได้ ท่านี้จึงเหมาะสำหรับทารกวัย 7 เดือนขึ้นไป ที่สามารถประคองศีรษะและหลังของตนเองได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถอุ้มลูกมาไว้ข้างลำตัวหรือไว้บนสะโพกได้เลย วิธีการอุ้มมีดังนี้

    • อุ้มลูกมาไว้ข้างลำตัวของคุณพ่อคุณแม่ ให้ก้นของทารกอยู่บนสะโพกของคุณ (คุณพ่อคุณแม่สามารถใช้ตัวช่วยโดยคาดเป้อุ้ม เพื่อรองรับน้ำหนักตัวของลูกแทนได้ค่ะ) โดยขาของลูกจะต้องคร่อมด้านข้างลำตัวของคุณพ่อคุณแม่ไว้
    • ใช้แขนและมือข้างเดียวกันสอดไปที่รักแร้ของลูก เอื้อมแขนไปประคองไว้ที่หลัง ส่วนมือเอื้อมไปรองที่ก้นและสะโพกของลูก

การอุ้มด้วยท่านี้ จะช่วยให้ลูกหันไปมาได้อย่างสะดวก แต่เพราะการอุ้มด้วยท่านี้ เป็นท่าที่อุ้มด้วยมือเดียว จึงต้องใช้ความชำนาญและระมัดระวังเป็นอย่างมากค่ะ

อุ้มทารก
อุ้มทารก

เคล็ด (ไม่) ลับอุ้มทารกอย่างไรให้ง่ายและปลอดภัย

  • ให้นั่งในที่ ๆ มั่นคง เมื่ออุ้มทารกครั้งแรกเพราะเป็นการเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด
  • ดูจากคนที่มีประสบการณ์ในการอุ้มทารกบ่อย ๆ ก่อนเริ่มอุ้ม
  • พยายามเล่นและสื่อสารกับลูกก่อนอุ้ม เพราะจะทำให้ลูกคุ้นเคยกับคุณ เขาจะจดจำเสียง กลิ่น และหน้าตาของคุณได้
  • การอุ้มทารก ให้เน้นที่การประคองศีรษะให้ปลอดภัยที่สุด
  • เด็กทารกชอบถูกอุ้ม ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าลูกจะติดมือ ยิ่งอุ้มลูกบ่อย ยิ่งทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้น
  • เป้สำหรับอุ้มทารกสามารถช่วยคุณได้ ทำให้คุณทำงานต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

อ่านต่อบทความดี ๆ คลิก

ลูกติดมือ ไม่มีจริง! ยิ่งอุ้มลูกบ่อย ลูกยิ่งเลี้ยงง่าย อารมณ์ดี

ลูกร้องไห้งอแง ทารกร้องแบบไหนเรียกว่าผิดปกติ?

7 ภาพการ์ตูนที่ต้องดู! ก่อนมี “ลูกคนแรก” ทั้งซึ้งและน่ารัก

6 สัญญาณ ลูกความจำดี พร้อมเคล็ดลับฝึกให้ลูกจำได้แม่น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.parenting.com, www.babycenter.com, th.wikihow.com

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

เช็ดจมูกให้ลูกเบบี๋

วิธีเช็ดจมูกให้ลูกเบบี๋
1 ค่อยๆ ใช้ปลายคอตตอนบัดเช็ดเข้าในตรงปลายจมูกของลูก โดยหมุนเบาๆ ในรูจมูกของลูก เปลี่ยนคอตตอนบัด แล้วเช็ดรูจมูกของลูกอีกข้าง
2 หากลูกน้อยมีเศษน้ำมูกแข็ง  ให้คุณแม่ใช้น้ำเกลือหยดลงบนคอนตอนบัดเล็กน้อย แล้วเช็ดที่รูจมูกลูก น้ำเกลือจะช่วยให้น้ำมูกของลูกอ่อนนิ่มขึ้น ทำให้เช็ดออกมาได้ง่าย
3 อีกวิธีคุณแม่อาจหยดน้ำเกลือลงในจมูกลูก เพราะเมื่อน้ำมูกที่แข็งโดนน้ำเกลือจะอ่อนนิ่ม ทำให้เวลาเช็ดจะมีเศษน้ำมูกติดคอตตอนออกมาได้ง่าย ช่วยให้จมูกลูกสะอาด และหายใจสะดวกมากยิ่งขึ้นค่ะ

02
03

Tags

เช็ดตัวลดไข้ให้ลูกทารก

ขั้นตอนการ เช็ดตัวลดไข้ให้ลูกทารก อย่างถูกวิธี 

อุปกรณ์
1 ผ้าเช็ดตัว และน้ำอุ่น หรือน้ำธรรมดา
02
วิธีเช็ดตัวลดไข้ให้ลูกทารก
1 เตรียมผ้าเช็ดตัวและน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดาให้พร้อม ไม่ควรใช้น้ำเย็นเช็ดตัว เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว และระบายความร้อนออกได้ยาก และยังทำให้ลูกหนาวสั่น จนเกิดไข้ขึ้นสูง
2 ปิดพัดลม ปิดแอร์ เพื่อไม่ให้ลูกหนาวขณะเช็ดตัว ถอดเสื้อผ้าลูกออกให้หมดใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำให้ชุ่ม
เช็ดบริเวณหน้าก่อน แล้วตามด้วยลำตัว ซอกคอ แขน ขา เช็ดพักผ้าไว้ที่ซอกแขน ขาหนีบ เพื่อระบายความร้อน เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นที่รวมของเส้นเลือด ทำให้ช่วยระบายความร้อนได้ดี
3 เช็ดย้อนขึ้นจากปลายมือ ปลายเท้าเข้าสู่ลำตัวหรือหัวใจ เพื่อเปิดรูขุมขนและ
ระบายความร้อน อาจออกแรงเหมือนถูตัวเล็กน้อย เพื่อช่วยทำให้เส้นเลือด และ รูขุมขนขยายตัว หมั่นเปลี่ยนผ้าชุบน้ำบ่อยๆ ทุก 2-3 นาที และใช้เวลาเช็ดตัวประมาณ 10 – 15 นาที
Tip: หลังเช็ดตัว ควรซับตัวลูกให้ แห้ง สวมเสื้อผ้าเบาสบาย เพื่อระบายความร้อน และหมั่นวัดไข้ซ้ำทุกๆ
15 – 30 นาที หากไข้ยังไม่ลดลง ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์
01

03

04

อุ้มไล่ลมลูก หยุด! ไม่สบายท้อง

วิธีอุ้มไล่ลมลูก หยุด! ไม่สบายท้อง
ท่าที่ 1 อุ้มพาดบ่า จับประคองลูกน้อยอุ้มพาดบ่า โดยให้หน้าท้องของลูกน้อยกดบริเวณช่วงอกคุณแม่ ศีรษะของลูกจะเลยหัวไหล่ของคุณแม่ไป จากนั้นลูบหลังลูกน้องขึ้น-ลง หรือลูบวนๆ เบาๆ เพื่อไล่ลมให้ลูกเรอลมในท้องออกมาหลังจากที่กินนม
03

ท่าที่ 2 ท่านั่งบนตัก จับลูกน้อยนั่งบนตักที่ขาด้านหนึ่งด้านใดของคุณแม่ แล้วหันหน้าออก โดยมือข้างหนึ่งจับประคองคอและใบหน้า นิ้วชี้นิ้วโป้งประคองบริเวณลำคอ และอีก 3 นิ้วประคองลำตัว ใต้รักแร้ลูก และให้ตัวลูกโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อให้หน้าท้องของลูกถูกกดและไล่ลมในท้องออกค่ะ ใช้มืออีกข้างหนึ่งของคุณแม่ลูบหลังลูกขึ้น-ลง หรือลูบวนไป-มาที่หลังของลูกน้อยก็ได้ รวมถึงอาจช่วยเคาะเบาๆ ที่หลัง เพื่อให้ลูกเรอออกมาได้สะดวกค่ะ
04

05

 

 

Tags

มาอาบน้ำลูกรักเบบี๋กันเถอะ

วิธีอาบน้ำลูกรักเบบี๋
1 ทดสอบอุณหภูมิน้ำไม่ให้เย็นหรือร้อนเกินไป ถอดเสื้อผ้าลูก นำตัวลงอ่างน้ำ โดยใช้มือจับ
ที่รักแร้เด็ก ไหล่เด็กพาดบนแขนของแม่ จากนั้นลูบตัวลูกให้เปียกด้วยฟองน้ำหรือผ้าขนหนู
2 กดสบู่แล้วลูบตัวลูกทีละส่วน ตั้งแต่แขน ซอกคอ ลำตัว ขา แล้วล้างฟองสบู่ออกให้หมดจากด้านหลัง
เสร็จจากด้านหลังแล้วใช้มืออีกข้างค่อยๆ จับลูกให้อยู่ในท่าคว่ำลง ให้อกพาดที่แขนแม่ แล้วลูบสบู่ให้ทั่วหลัง ก้นและขา
3 เมื่อถูสบู่ทั่วตัวลูกแล้ว ให้ใช้ผ้าขนหนูหรือฟองน้ำ ล้างสบู่ออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด แล้วอุ้มลูกน้อย
ขึ้นจากอ่าง เช็ดตัวลูก ซับน้ำให้แห้ง โดยเฉพาะตามซอกคอ ซอกรักแร้ ข้อพับและตามลำตัวส่วนทุกส่วน
4 เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วให้ใส่ผ้าอ้อม และใส่เสื้อผ้าใหม่ แต่งตัวให้ลูกรู้สึกสดชื่นและอบอุ่นปลอดภัย
เท่านี้ลูกน้อยเบบี๋ของคุณแม่ก็สะอาดหมดจดแล้วค่ะ

01

02

03

04

Tags

สระผมลูกน้อยทารกถูกวิธี

วิธีสระผมลูกน้อยทารกถูกวิธี

  1. อุ้มลูกนอนบนผ้าขนหนูที่ปูรองไว้ ถอดเสื้อผ้าออก ห่อตัวลูกด้วยผ้าขนหนูให้กระชับ แล้วใช้สำลีชุบน้ำสุกอุ่นเช็ดใบหน้า ดวงตาลูกให้สะอาด
  2. ประคองศีรษะลูกในอุ้งฝ่ามือ หนีบลำตัวลูกไว้ข้างเอว ใช้นิ้วมือพับใบหูลูกไว้ 2 ข้าง ป้องกันน้ำเข้าหู แล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำบีบให้หมาด หรือจะวักน้ำล้าง อาจจะเช็ดหน้าน้องก่อนเพื่อให้สดชื่น ปรับตัวก่อนสระผมจากนั้นจึงลูบน้ำให้ทั่วศีรษะลูก โดยใช้ปลายนิ้วนวดศีรษะเบาๆ
  3. บีบหรือกดแชมพูพอประมาณ ใช้ปลายนิ้วลูบและนวด ให้ทั่วศีรษะลูกน้อยเบาๆ จากนั้นวักน้ำล้างหรือจะใช้ฟองน้ำชุบและบีบน้ำสะอาดล้างแชมพูออกให้สะอาดทั้งศีรษะ แล้วเช็ดศีรษะลูกน้อยให้แห้ง เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ

02

03

04

05

Tags

ดูแลแผลถลอกคุณหนู แบบ Easy Step

 

อุปกรณ์
1. ชุดปฐมพยาบาล เบตาดีน น้ำเกลือ สำลี ผ้าก๊อซ พลาสเตอร์ปิดแผล
02

 

วิธีดูแลแผลถลอกคุณหนู แบบ Easy Step

  1. วิธีปฐมพยาบาลขั้นแรกที่สำคัญมาก คือการล้างเศษดิน หรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ออกจากบาดแผล ด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือล้างที่แผล หรือหากแผลสกปรกมาก อาจเปิดน้ำไหลผ่านแผลเพื่อล้างสิ่งสกปรกให้หมด
  2. จากนั้นนำสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อ เช็ดบริเวณรอบๆ บาดแผล พยายามไม่ให้ยาฆ่าเชื้อโดนแผลโดยตรง เพราะตัวยาจะไปทำลายเนื้อเยื่อทำให้หายช้า
  3. ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ หรือพลาสเตอร์ยา ที่มีขนาดพอเหมาะกับแผลของลูก  เพื่อความสะอาดควรเลี่ยงแบบแผ่นใหญ่แล้วตัดแบ่งใช้

 

♥ Tip ♥

แม้แผลถลอกจะไม่ใช่แผลอันตราย แต่จะลุกลามเป็นแผลติดเชื้อได้ ถ้าทำความสะอาดไม่ดีค่ะ

03 04

 

วิธีติดตั้งคาร์ซีท

วิธีติดตั้งคาร์ซีท ให้ปลอดภัย

คาร์ซีท อุปกรณ์จำเป็นสำหรับลูกรัก เพื่อการเดินทางโดยสารรถยนต์อย่างปลอดภัย ควรติดตั้งคาร์ซีทอย่างถูกวิธี โดยเด็กทารกอายุต่ำกว่า  2 ขวบ ควรติดตั้งคาร์ซีทโดยหันไปทางด้านหลังรถยนต์ สำหรับคุณหนูวัยซน สามารถติดตั้งแบบหันหน้าออกมาทางด้านหน้ารถได้แล้ว Amarin Baby & Kids มีคลิป วิธีติดตั้งคาร์ซีท คุณหนูวัยซนให้ปลอดภัยมาฝาก

 

วิธีติดตั้งคาร์ซีท คุณหนูวัยซน

  1. คาร์ซีทสำหรับเด็กโต ไม่ใช่วัยทารก ควรติดตั้งหันหน้าออกไปด้านหน้ารถ ก่อนติดตั้งให้อ่านคู่มือการติดตั้ง และตรวจสอบจุดยึดและปุ่มปลดล็อกต่างๆ  จากนั้นติดตั้งโดยดึงสายเข็มขัดนิรภัยด้านล่าง มาเกี่ยวยึดในส่วนล่างของคาร์ซีท แล้วดึงสายเข็มขัดนิรภัยส่วนบนมาเกี่ยวกับช่องที่คาร์ซีทเตรียมไว้
  2. เมื่อเกี่ยวสายเข็มขัดนิรภัยทุกจุดแล้ว จึงเสียบปุ่มล็อกเข็มขัดนิรภัยในตัวรถให้เรียบร้อย จากนั้นให้ติดปุ่มล็อก ใส่อุปกรณ์ติดยึดต่างๆ ให้แน่น
  3. ตรวจสอบและลองโยกคาร์ซีท ว่าติดตั้งแน่นหนาหรือไม่

01

♥ Tip ♥

อุ้มลูกรักนั่งในคาร์ซีท คาดเข็มขัดที่คาร์ซีทและล็อกให้แน่น  เสร็จแล้วก็มั่นใจว่าคุณหนูๆ จะมีความสุขและปลอดภัยได้ตลอดการเดินทาง

02 03

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก

ไม่ติดคาร์ซีท! รถเสียหลักชนที่กั้นขอบทาง ทารกวัย 8 เดือน กระเด็นตกเสียชีวิต

เด็กทารกจำเป็นต้องใช้คาร์ซีท จริงหรือ?

ติดตั้งคาร์ซีทให้เบบี๋อย่างถูกต้อง

อุปกรณ์
1. คาร์ซีท
01

 

วิธีติดตั้งคาร์ซีทให้เบบี๋อย่างถูกต้อง

  1. สำหรับลูกน้อยวัยไม่เกิน 1 ปี ควรติดตั้งคาร์ซีทที่เบาะหลังคนขับ และให้ลูกหันหน้าไปด้านหลังรถ เพราะหากเกิดการเบรกรุนแรง จะช่วยปกป้องคอ ศีรษะและกระดูกสันหลังของลูก ได้ดีกว่าการนั่งแบบหันหน้าค่ะ
  2. ศึกษาคู่มือการติดตั้งและการใช้คาร์ซีทอย่างละเอียด ว่ามีจุดยึดที่ตัวคาร์ซีทกับเข็มขัดนิรภัยอย่างไร จากนั้นดึงเข็มขัดนิรภัยให้สุด สอดสายคาดเอวเข็มขัดยึดไว้กับตัวล็อกคาร์ซีทด้านล่างเบาะรถ
  3. ดึงสายคาดเข็มขัดนิรภัยด้านบนให้อ้อมตัวคาร์ซีทมาด้านหลัง โดยต้องยึดกับตัวล็อกหรือจุดยึดของคาร์ซีทให้มั่นคงแข็งแรง ทดสอบดูด้วยการลองโยกหรือขยับดูว่าติดตั้งได้แน่นหรือไม่

 

♥ Tip ♥

เมื่อต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีทในรถ ควรรัดเข็มขัดไม่ให้สายคาดหลวมและจัดท่าทางให้ลูกน้อยนั่งได้มั่นคงปลอดภัย และสบายที่สุดค่ะ

02 03 04

ทำความสะอาดช่องปาก และฟันน้ำนมลูกน้อย

[vc_row inner_container=”yes” section_type=”main” bg_position=”top” bg_position_horizontal=”left” bg_repeat=”no-repeat” bg_cover=”true” bg_attachment=”false” enable_parallax=”” parallax_speed=”0.1″ padding_top=”40″ padding_bottom=”40″ min_height=”0″ border=”bottom” overflow=”” css_animation=”right-to-left” visibility=””][vc_column][vc_column_text]

อุปกรณ์
1. ปลอกนวดเหงือก หรือแปรงสีฟันเด็กเล็ก
01

2. อ่างเล็ก สำหรับนำผ้ามาชุบน้ำต้มสุกอุ่น
02

 

วิธีทำความสะอาดช่องปาก และฟันน้ำนมลูกน้อย

  1. เริ่มจากให้ลูกน้อยนอนเงยหน้าและเห็นช่องปากลูกชัดเจน นำผ้าอ้อมที่มีเนื้อบางนุ่มและสะอาดชุบน้ำต้มสุกอุ่น พันนิ้วชี้ของคุณแม่ไว้
  2. ค่อยๆ เช็ดคราบนมและคราบอาหารในช่องปากลูกน้อยอย่างช้าๆ และเบามือ เช็ดที่ฟันเหงือก ตามด้วยเพดานปาก กระพุ้งแก้ม และเช็ดที่ลิ้น
  3. หากลูกมีฟันขึ้นแล้ว อาจใช้ปลอกนิ้วหรือแปรงฟันเด็กเล็ก แปรงเหงือกและฟันให้ลูกได้ เพื่อช่วยนวดเหงือก และเริ่มให้ลูกคุ้นเคยกับการแปรงฟันค่ะ

 

♥ Tip ♥

สุดท้ายนี้คุณแม่ควรทำความสะอาดช่องปากให้ลูกน้อยทุกวัน โดยไม่ใช้เวลาเช็ดช่องปากให้ลูกนานเกินไป เพราะลูกจะรู้สึกหงุดหงิดได้ และควรเลือกทำความสะอาดช่องปากในช่วงที่ลูกกำลังอารมณ์ดีด้วยค่ะ

03

04[/vc_column_text][/vc_column][/vc_row]

พักสบายในกรุงที่ Millennium Hilton Bangkok

โรงแรมนี้ เด่น & ดีที่ตรงไหน

– ห้องพักทุกห้องมองเห็นวิวแม่น้ำ และวิวกรุงเทพฯ ในมุมสูง

– แนะนำให้พักชั้น Executive นอกจากจะได้เช็คอินส่วนตัวบนชั้น 31 แล้ว ยังมีเครื่องดื่มทั้งแอลกอฮอล์และไม่แอลกอฮอล์ รวมถึงขนมบริการฟรีตลอดทั้งวัน

 

IMG_6708

– สระว่ายน้ำ ชั้น 4 เรียกว่า เดอะ บีช เป็นลานสนุกสำหรับเด็กๆ ที่พักใจ และกายของคุณพ่อคุณแม่

– Three Sixty บาร์ชั้นบนสุดของโรงแรมที่สามารถชมวิวได้ 360 องศา ซึ่งแน่นอน สามารถพาเด็กเข้าไปนั่งชมวิวได้โดยไม่ต้องกลัวตก เพราะปิดมิดชิดอย่างดีไม่เปิดโล่งเหมือนที่อื่น

 

IMG_6209
สิ่งนี้ที่ “ครอบครัว” เลิฟ

– บริเวณเดอะ บีช มีจากุซซี่ส่วนตัว 4 แห่ง บ่อน้ำขนาดเท่าตาตุ่ม ประดับไปด้วยหิน เพื่อไว้ให้เราเดินนวดเท้า เปลญวนใต้ต้นไม้ หาดทรายจำลอง ที่อิมพอร์ตทรายมาจากออสเตรเลีย (ทรายที่นี่เดินแล้วไม่ติดเท้า) สระว่ายน้ำลึก 1.3 เมตร ยาว 20 เมตร พร้อมส่วนตื้นโดยรอบที่เด็กเล็กๆวัยคลานสามารถอยู่ในน้ำได้อย่างปลอดภัย

– สปาออนเดอะ บีช ถ้าชอบสปาหรือนวด ริมสระว่ายน้ำก็สามารถทำได้ เพราะมีเตียงแยกเป็นสัดส่วนแค่โทรกริ๊งเดียว

– ไปช็อปปิ้งตลาดนัดคลองสานซึ่งอยู่ติดกับโรงแรม

 

IMG_6258
อร่อยขนาดนี้ พลาดได้ไง

– ติ่มซำบุฟเฟ่ต์ที่ห้องอาหารหยวน มีทั้งมื้อกลางวัน และมื้อค่ำ

– ซันเดย์ บรั๊นช์ ที่ห้องอาหารโฟลว์

– จิบน้ำชายามบ่าย พร้อมขนม และสโคนแสนอร่อยจาก เซ็ท Afternoon tea  บริเวณเดอะเล้าจน์ ใกล้ๆกับล็อบบี้ชั้นล่าง

 

IMG_6836

Millennium Hilton Bangkok ถ.เจริญนคร คลองสาน โทร. 0 2442 2000 bangkok.hilton.com

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

 

Tags