รู้ไหม “แม่หลังคลอด” ต้องได้รับการคนดูแลเป็นพิเศษทั้งเรื่องร่างกายและอารมณ์

แม่หลังคลอด มีหลายสิ่งเกิดขึ้นกับมาก แต่น้อยรายนักที่จะสังเกตเห็น เพราะลำพังแค่เรื่องเจ้าตัวน้อยก็ยุ่งวุ่นวายจนหัวหมุนอยู่แล้ว จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลายๆคนถึงขอเว้นวรรคเรื่องของตัวเอง พอรู้ตัวอีกที ความเครียดก็เข้าจู่โจมแล้ว เมื่อบวกกับอาการอดนอน กินไม่เต็มที่ทุกมื้อ และฮอร์โมนที่ขึ้นแรงลงแรงยิ่งกว่าราคาทองคำเข้าไปด้วยแล้วล่ะก็ทำเอาแม่แทบทรุด ผิวก็เยิน ผมก็ร่วง อย่าปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปลึกขนาดนั้น ควรแบ่งเวลาให้กับตัวเองบ้าง ฉวยจังหวะช่วงที่ลูกนอนหลับนี่แหละ ดูแลเติมเต็มความสุขให้ตัวเองอย่างเต็มที่


แม่หลังคลอด สังเกตดูสิ อะไรที่เปลี่ยนแปลงไป

ดาวน์โหลด

ผิวหน้า+ผิวกาย งานนี้ต้องโทษเจ้าฮอร์โมนตัวดี ที่ทำให้ผิวเปลี่ยนแปลงมากมายขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็น ฝ้าตามโหนกแก้ม และหน้าผาก ผิวหน้า ผิวกายหมองคล้ำ เกิดสิว ผื่นคัน รวมถึงผิวแห้ง

วิธีแก้ ปัญหาแย่ๆ เหล่านี้

1.กินอาหารบำรุงผิวให้ครบ 5 หมู่

เพื่อซ่อมแซมผิวหนังส่วนที่สึกหรอในร่างกาย โดยเฉพาะวิตามินอีและวิตามินซี ช่วยผลัดเซลล์ผิวส่วนที่หมองคล้ำให้จางลงได้

กินอาหารไม่ครบหมู่ ลูกน้ำหนักน้อย ต่ำกว่าเกณฑ์

 

2. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัด

เพราะจะทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้นและเกิดการระคายเคือง

shutterstock_111766250

 

3. พักผ่อนให้เพียงพอ

ฟังดูยากแต่คงต้องพยายามทำกันสักนิด เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ และสร้างเซลล์ใหม่ ๆ ขึ้นมา

shutterstock_174157748

4. ออกกำลังกายเบา ๆ

เช่น เดินช้า ๆ หรือการเล่นโยคะท่าง่ายๆ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้อง และกล้ามเนื้อต้นขา กระชับขึ้น โดยคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติ ควรพักประมาณ 2-3 อาทิตย์ก่อนแล้วจึงเริ่มออกกำลังกาย ส่วนคุณแม่ที่ผ่าคลอดควรพักประมาณ 1 เดือน

shutterstock_223850779

่อ่านเรื่อง “รู้ไหม “แม่หลังคลอด” ต้องได้รับการคนดูแลเป็นพิเศษทั้งเรื่องร่างกายและอารมณ์” คลิกหน้า 2

สุขภาพดีกับกระเป๋าตุง

พ่อตุ๊ต๊ะ: เคยมีคนพูดว่า “สุขภาพดีกับกระเป๋าตุง” คือเรื่องเดียวกัน ได้อย่างไรกันครับ ผมเป็นคนสนใจเรื่องสุขภาพ พอมีครอบครัว สมาชิกเพิ่มขึ้น เลยสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ

อ.วรากรณ์ : การมีสุขภาพดีหมายถึงการไม่เจ็บออดๆ แอดๆ มีโรคนั่นมีโรคนี่โผล่ขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ การมีสุขภาพดีบางส่วนมาจากพันธุกรรม แต่ส่วนใหญ่น่าจะมาจากพฤติกรรม ลองจินตนาการดูว่า ถ้ากินหวานสุดๆ มาแต่ยังเด็กๆ แถมชอบอาหารประเภทแป้งและไขมัน เช่น ไอศกรีม ขนมเค้ก จั๊งค์ฟู้ด ข้าวขาหมู (ตรงมีมันมากเป็นพิเศษ) ฯลฯ แต่ไม่ชอบการออกกำลังกายทั้งปวง รวมไปถึงขาดความรู้เรื่องโภชนาการที่ดีอีกด้วย โตขึ้นจะเป็นภาระทางการเงินต่อครอบครัวอย่างไร

การมีสุขภาพดีทำให้ไม่เสียเงินทองเพื่อรักษาความเจ็บป่วยโดยไม่จำเป็น ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลหรือหาแพทย์บ่อยกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อความจริงมีอยู่ว่าเงินที่ไม่ต้องจ่ายออกไปหนึ่งบาทก็คือเงินที่ออมได้หนึ่งบาท ดังนั้นการไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อความป่วยไข้จึงเป็นเงินที่เหลือในมือ

 

พ่อตุ๊ต๊ะ: ถ้าเช่นนั้นคนมีสุขภาพดี ไม่ต้องจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล ประหยัดเงินได้ แล้วมันทำให้กระเป๋าตุงได้อย่างไร

อ.วรากรณ์: เมื่อมีสุขภาพดี…

อย่างแรก ก็ไม่เสียเงินรักษาพยาบาลดังกล่าวแล้ว

สอง ทำให้มีช่วงเวลาของการทำงานทำมาหากินยาวขึ้น ไม่ป่วยจนทำงานไม่ได้หรือเสียชีวิตก่อนเวลาอันควร การมีช่วงเวลาที่ยาวเช่นนี้ก็ช่วยทำให้ “กระเป๋าตุง” มากขึ้น

สาม ทำให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่สามวันดีสี่วันไข้ จนทำมาหากินไม่สะดวกและทำงานหนักก็ไม่ได้จนเสียโอกาสในการหารายได้

และสี่ การดูแลสุขภาพดีของพ่อแม่เป็นตัวอย่างที่สำคัญแก่ลูก

อันลูกนั้นโดยทั่วไปมักเลียนแบบพฤติกรรมของพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว การซึมซับรับตัวอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพจะทำให้ลูกมีคุณภาพร่างกายและคุณภาพชีวิตที่ดีและถือเป็นรากฐานที่ดีของลูกหลานในชั่วคนต่อๆ ไปด้วย

การสอนให้ลูกเรียนรู้มีค่านิยมรักษาสุขภาพจึงเท่ากับว่าพ่อแม่ได้มอบสมบัติที่มีค่าให้ลูกติดตัวตลอดไป สถานการณ์ทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้ครอบครัวมีสุขภาพดี “กระเป๋าตุง” เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีตรงกันข้าม

 

พ่อตุ๊ต๊ะ: ในฐานะหัวหน้าครอบครัว ผมควรทำอย่างไรบ้างเพื่อให้ลูกไม่เป็นภาระทางการเงินแก่คุณพ่อคุณแม่และช่วยให้ครอบครัว “กระเป๋าตุง” จากการมีสุขภาพดี โดยไม่แนะนำให้ผมซื้อประกันสุขภาพครับ  

อ.วรากรณ์: ต้องยอมรับว่าเด็กจะมีสุขภาพดีนั้นไม่ใช่เพราะความบังเอิญ หากเพราะ…

(1) พ่อแม่นำพาให้ลูกบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้มากเป็นพิเศษ พร้อมกับอาหารครบหมู่ ไม่ชี้นำให้ลูกกินอาหารหวานอุดมด้วยโปรตีนและไขมันมากเกินไป

(2) พ่อแม่สร้างวินัยในการบริโภคให้แก่ลูกโดยไม่ปล่อยให้กินตามใจปาก อย่าวางใจปล่อยให้ครูเป็นผู้สอนแต่เพียงฝ่ายเดียว

(3) พ่อแม่ควรอธิบายให้เห็นความเชื่อมต่อของการกินอาหารผิดโภชนาการและผลที่เกิดตามมา (“you are what you eat”)

ทั้งสามเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายในยุคปัจจุบัน แต่ถ้ามันเป็นเรื่องง่ายๆ ฟ้าดินเขาก็คงจะไม่ปล่อยให้ท่านสองคนเป็นผู้ร่วมนำเขาเข้ามาในโลกหรอก

Life Quote!

“สุขภาพดีทำให้มีช่วงชีวิตที่ยาวขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการทำมาหากิน ตลอดจนไม่เสียเงินเกินควรกับการรักษาพยาบาล ดังนั้น ‘สุขภาพดี’ และ ‘กระเป๋าตุง’ จึงเป็นเรื่องเดียวกัน”

Money Tip!

“ความจริงมีอยู่ว่าเงินที่ไม่ต้องจ่ายออกไปหนึ่งบาทก็คือเงินที่ออมได้หนึ่งบาท ดังนั้นการไม่ต้องจ่ายเงินเพื่อความป่วยไข้จึงเป็นเงินที่เหลือในมือ”

 

บทความโดย: รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ผู้เท่าทันเงินทองและคุณปู่ของหลานสาวคนเดียว

ภาพ: shutterstock

สีทาบ้านอันตราย

สีทาบ้านอันตราย มีสารตะกั่ว ส่งผลต่อสมองลูกน้อย

สีทาบ้านอันตราย เพราะมีสารตะกั่วที่เป็นพิษในสิ่งแวดล้อม ก่ออันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรงโดยเฉพาะเด็ก ซึ่งมีผลต่อทุกระบบของร่างกาย ถ้าได้รับสารตะกั่วในปริมาณมากจะมีผลโดยตรงต่อระดับสติปัญญา สมอง และระบบประสาทอย่างถาวร โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 6 ขวบ

Continue reading “สีทาบ้านอันตราย มีสารตะกั่ว ส่งผลต่อสมองลูกน้อย”

[Mom diary แม่โอ] ถูก-ผิด คิดไม่ยาก

ในโลกที่ “ความถูก ความผิด เริ่มละลายปนกัน จนแบ่งขอบเขตไม่ค่อยชัดเจนนอกจากศีลธรรมขั้นพื้นฐานแล้ว เราจะสอนให้ลูกรู้จักแยกแยะว่า อะไรถูก อะไรผิด ได้อย่างไร? อืม…ฟังแล้วเหมือนยาก แต่จริงๆ แล้ว พอไหวค่ะ!

มองโลกให้ครบ

ก่อนจะรู้ว่า “ถูกและผิด” ต่างกันอย่างไรนั้น เด็กๆ ต้องเรียนรู้ที่จะ “มองโลกให้ครบ 360 องศา” ซะก่อน วิธีสอนลูกก็คือ เมื่อลูกมีเรื่องมาร้องเรียน ดิฉันจะไม่ปักธงว่า ใครผิดใครถูก แต่จะใช้เวลาซักไซ้ไล่เรียง… การไต่ถามเรื่องราว ไม่ใช่ “การจับผิดลูก” แต่เป็นการ “ช่วย” ให้ลูกเรียนรู้ที่จะ “ลำดับเหตุการณ์และเรียบเรียงเนื้อความ” ให้ถูกต้อง จากที่เคยเล่าแต่ฉากดราม่าเคล้าน้ำตาของตัวเอง ก็จะกลายเป็นค่อยๆ เล่าว่า ตัวเองก็มีส่วนเล่นเป็นผู้ร้ายอยู่หลายฉากเหมือนกันแฮะ! อารมณ์ที่พลุ่งพล่านจึงสงบลง และมีดวงตาที่ “ยอมรับความจริง” และ “เห็นความถูกต้อง” ได้ด้วยตัวเองค่ะ… เราไม่จำเป็นต้อง “บังคับ” ให้ลูกเห็นความถูกต้อง แต่จง “ช่วย” ให้เขาเห็นความถูกต้องนั้นด้วย “ตัวเอง” ลูกจึงสามารถแยกแยะความถูกผิดในชีวิตได้

ผลถูก วิธีต้องถูก

ดิฉันย้ำเสมอว่า “ถ้ามั่นใจว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก ก็ต้องเลือกวิธีที่ถูกต้องด้วย จึงจะได้ผลลัพธ์เป็นความถูกต้อง” …. หากโดนแกล้งมา ต้องไม่แกล้งกลับ เพราะจากที่เคยเป็นฝ่ายถูก ก็จะกลายเป็นฝ่ายผิดเสมอกัน… หลังจากบ่มเพาะและฝึกกันมานาน ลูกๆ จึงซึ้งดีว่า การคิดเช่นนี้จะช่วยให้ “มีสติ และอดทนอดกลั้น” มากขึ้น จากที่เคยรู้สึกว่า ต้องเอาคืนในทันที ก็จะยับยั้งชั่งใจได้ว่า ถ้าต้องการพิสูจน์ความถูกต้องของตัวเองล่ะก็ คงต้องหาวิธีอื่นที่สร้างสรรค์แล้วล่ะ

แน่นอนว่าตอนกำลังโมโหอยู่ลูกจะหาออกที่ “ถูกต้อง” ไม่เจอหรอกค่ะ เราจึงต้องเริ่มจากการ “รับฟังความรู้สึก” ที่เขามี ต่อให้ดราม่าเข้าข้างตัวเองก็อย่าไปเพิ่งขัดจังหวะ… เมื่อลูกมั่นใจว่า เราเข้าใจเขาแล้ว จึงค่อยแลกเปลี่ยนความคิดกับลูกว่ามีทางออกที่ “สร้างสรรค์” อะไรให้เลือกบ้าง วันหนึ่งจึงลูกกลับมาเล่าว่า เขาเลือกไม่เอาคืนเพื่อน แต่ขอให้เพื่อนคนอื่นเป็นพยานกับสิ่งที่เกิดขึ้นแทน พอครูไต่สวน จึงได้รับความยุติธรรม ลูกรู้สึกเลยว่าคุ้มค่ามากที่ “เลือกวิธี” ถูกต้อง เพื่อ “รับผล” ถูกต้องค่ะ เย้!

ความถูกต้อง ไม่มีในคนพาล

ดิฉันเคยอ่านนิทานอีสปเรื่อง “หมาป่ากับลูกแกะ” ให้ลูกฟัง เรื่องมีอยู่ว่าหมาป่าหาเรื่องอยากกินลูกแกะ ส่วนลูกแกะก็ให้เหตุผลสารพัดว่า ทำไมจึงไม่ควรกินมัน แต่สุดท้ายหมาป่าก็จับลูกแกะกินอยู่ดี! อ่านจบปุ๊บ เด็กๆ สงสัยปั๊บว่า ทำไมจบแบบนี้ล่ะ! ก็ให้เหตุผลแล้วนี่! แต่ในที่สุดก็เข้าใจว่า จงอย่าเสียเวลาคุยกับคนพาล เพราะ “ความถูกต้อง” ไม่มีในคนพาลนั่นเอง… สิ่งที่นำมาสอนลูกก็คือ

หนึ่ง จงอย่าทำตัวเป็น “คนพาล” ที่อ้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง ทั้งที่รู้ว่ากำลังทำผิด

สอง หากตกอยู่ในสถานะของลูกแกะ ก็จงอย่าเสียเวลาคุยหรือให้เหตุผลกับคนพาล ทางออกที่ถูกต้องก็คือ จงเดินจากไปซะ… คนพาลเหมือนเหวมืด เราไม่จำเป็นต้องกระโดดลงไปเพื่อพิสูจน์ความกล้า แค่ก้าวข้ามผ่านก็พอ… นิทานเรื่องนี้จึงสอนให้ลูกแยกแยะได้อีกขั้นว่า การหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่ไร้เหตุผล ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นการ “ใช้สติ” ค่ะ

จริงวันนี้ จริงวันหน้า

ดาวพลูโตเคยอยู่ในระบบสุริยะของเราจากนั้นก็โดนไล่ออกไป และเพิ่งได้รับเชิญกลับมาอย่างสมเกียรติอีกครั้งไม่นานมานี้… วิทยาศาสตร์จึงสอนให้ลูกๆ เรียนรู้สัจธรรมข้อหนึ่งว่า “ทฤษฎี ความถูกต้อง ความจริง ในวันนี้ สามารถถูกล้มล้างด้วย ความถูกต้องและความจริงในวันหน้าได้” เราจึงต้องสอนลูกให้พร้อม “เปิดใจยอมรับ” ความเปลี่ยนแปลงของความรู้ และความถูกต้อง “ใหม่” ด้วยนะคะ… ถูกผิด คิดไม่ยากเลย จริงไหมคะ

 

บทความโดย : ชิดชนก ทองใหญ่ ณ อยุธยา

ภาพ : shutterstock

Moodz Restaurant & Wine Bar (มูดส์)

แม้จะอยู่ริมถนนทองหล่อ แต่บรรยากาศสบายๆ และธีมสีเขียวน้ำทะเลที่ใช้ ทำให้เรานึกถึงทะเลได้แทบจะในทันที เห็นร้านหรู ดูสวยสะอาดตา น่าเข้ามานั่งแบบนี้ ไม่ต้องกลัวออกไปแล้วกระเป๋าจะแบนนะคะ เพราะราคาอาหารเมื่อเทียบกับร้านอื่นๆในย่านทองหล่อด้วยกัน ถือว่าไม่ได้แพงมาก แถมพอชั่งน้ำหนักกับความอร่อยเข้าไปด้วยแล้ว ยอมพลีเลยค่ะ แต่ละจานอร่อยขั้นสุด ถึงจะเป็นอาหารสไตล์อิตาเลี่ยน-เฟรนช์ ก็ไม่รู้สึกเลี่ยนเลย โดยเฉพาะ Squid Carbonara ที่ใช้หนวดปลาหมึกทำแทนเส้นสปาเก็ตตี้ จานนี้ใครเห็นเป็นกรี๊ดทุกรายค่ะ 390 บาท ส่วนจานอื่นๆที่อยากแนะนำ Tuna Tartare 300 บาท จานนี้ใช้ทูน่าสด ใครไม่ชอบขอผ่านได้ Spiced Snow Fish ปลาหิมะย่าง เผ็ดนิดหน่อย ไม่มาก (สอบถามราคาได้ที่ร้าน) และ Club Sandwish ซึ่งขนาดใหญ่มาก แนะนำว่า ถ้าสั่งมาแล้ว ควรสั่งจานหลักอีกแค่ 2 ก็พอค่ะ นอกจากอาหารแล้ว เครื่องดื่มก็เป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่เช่นเดียวกัน อย่าลืมสั่ง Virgin Bellini 130 บาท มาเรียกความสดชื่นกันด้วยนะ

Moodz Restaurant & Wine Bar (มูดส์)
ปากซอยทอง หล่อ 10 เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ อังคาร – ศุกร์ เปิดบริการ 12.00 – 23.00 น. เสาร์ – อาทิตย์ 11.00-23.00 น. โทร. 0 2 170 8440 (ใส่โลโก้เฟสบุ๊ค) moodzthailand ใช้บริการ valet parking ได้ที่นี่

Moodz (1) Moodz (2) Moodz (3) Moodz (4) Moodz (5)

 

 

 

 

 

เรื่องจากคอลัมน์ : Eating Out นิตยสารเรียลพาเรนต์ส ฉบับเดือนสิงหาคม 2558
Photo : จักรพงษ์ นุตาลัย, กัญชนิกา เมืองวงษ์ ผู้ช่วยช่างภาพ : วัชราภรณ์ เกษรจันทร์

Tags

Osha Thai Restaurant & Bar (โอชา)

เห็นชื่อร้านธรรมดาแบบนี้ ดีกรีไม่ใช่เล่น เพราะเป็นร้านอาหารไทยต้นตำรับสุดหรูจากซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ภายในตกแต่งอลังการงานวิจิตร ทั้งที่นั่งลักษณะคล้ายบาตรใบใหญ่ ชฎาขนาดยักษ์ และภูเขาทองด้านหลังบาร์ ซึ่งบริเวณชั้นล่าง ในมื้อค่ำมีการใช้เทคนิค 3D Mapping โดยนำภาพบางส่วนบางตอน จากวรรณคดีไทยเรื่อง “รามเกียรติ์ “ มาจัดฉายเหนือเพดาน ความตื่นตาตื่นใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ให้สังเกตการพรีเซนต์ของอาหารแต่ละจานด้วย เพราะที่นี่ใช้สไตล์ โมเลคูล่า กาสโทรโนมี ที่นำหลักการทางวิทยาศาสตร์ เคมี และฟิสิกส์ มาใช้ในการทำอาหาร ความแปลกแหวกแนวจึงบังเกิด แม้ทุกอย่างฟังดูประหลาด แต่รสชาติที่ได้น่าทึ่ง ถึงเครื่อง ถึงรสชาติอาหารไทยแท้ๆเลยเชียวล่ะ ไม่ว่าจะเป็น ขนมจีนน้ำยาปูภูเก็ต เชียงใหม่ข้าวซอยเนื้อวากิว ข้าวมันไก่โอชา ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือหางยาว (ทั้งหมดนี้บรรจุในเซ็ทอาหารกลางวันจานละ 285 บาท + 100 บาท มีอาหารว่าง แนะนำ ไข่ซุวี +100 บาท มีขนม แนะนำโอเลี้ยงเครมบรูเล่ และ + 50 บาท กับน้ำสมุนไพร แนะนำ น้ำมะตูม) กุ้งแช่น้ำปลา 380 บาท

 

Osha Thai Restaurant & Bar (โอชา)
ถ.วิทยุ หัวมุมซอยร่วมฤดี เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.30 – 14.30 น. และ 18.00 -24.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือ สำรองที่นั่ง โทร. 0 2256 6555 สามารถจอดรถได้ที่ตึก Royal Residence Park

 

osha (1) osha (2) osha (3) osha (4) osha (5) osha (6)

เรื่องจากคอลัมน์ : Eating Out นิตยสารเรียลพาเรนต์ส ฉบับเดือนสิงหาคม 2558
Photo : จักรพงษ์ นุตาลัย, กัญชนิกา เมืองวงษ์ ผู้ช่วยช่างภาพ : วัชราภรณ์ เกษรจันทร์

Tags

ฝนมาครานี้ ดูแลผมยังไงดีเนี่ย!

ฝนมาครานี้ ดูแลผมยังไงดีเนี่ย!

เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากร้อนต่อเนื่องมานาน ในช่วงนี้เส้นผมเราคงเลี่ยงโดนฝนได้ยาก บางทีกางร่มแล้วก็ยังไม่รอด ทางที่ดีที่สุด เมื่อเราเจอฝนให้รีบสระผมทันที เพราะน้ำฝนชะล้างสิ่งสกปรกและเชื้อโรคในอากาศลงมาด้วย นอกจากทำให้ไม่สบายแล้ว ยังเกิดความชื้นที่เส้นผมและหนังศีรษะอีกต่างหาก

ล้อมกรอบ
S.O.S ฟื้นฟูผมชนิดเร่งด่วน
ถ้าใครไม่สะดวกสระผม ณ ขณะนั้น วิธีแก้อย่างเร่งด่วน คือ นำทิชชู่ หรือ ผ้าขนหนูซับบริเวณหนังศีรษะ และเส้นผมเบาๆ จากนั้นพยายามหาพัดลม หรือ ไดร์เป่าผม (ถ้ามี) เป่าให้ผมแห้ง เพื่อป้องกันการเกิดรังแคได้ในอนาคต จากนั้นใช้หวีซี่ห่างๆ หวีเบาๆ เพื่อไม่ให้ผมพันกัน และไม่เกิดอาการชี้ฟูหลังจากผมแห้ง แต่ถ้าห้ามไม่ทัน ผมฟูฟ่องไปแล้ว ให้นำครีมบำรุง หรือ ออยล์ที่มี ลูบเส้นผมบางๆ
วิธีดูแลผมช่วงฤดูฝน อย่างยั่งยืน
1.
ทุกครั้งที่เปียกฝน เมื่อกลับไปถึงบ้านต้องสระผมทันที แต่ถ้ากังวลว่าสระผมบ่อย ผมจะเสีย ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดอ่อนโยน ที่สระได้เกือบทุกวัน พอสระผมเสร็จแล้ว ซับด้วยผ้าขนหนูให้แห้งหมาดๆ ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ชนิดไม่ต้องล้างออกชโลมเส้นผม โดยเว้นบริเวณโคนไว้เพื่อป้องกันความมันบนหนังศีรษะ แล้วใช้ไดร์เป่าผมเน้นช่วงโคนผมให้แห้งสนิท เพื่อป้องกันความชื้น โดยเป่าจากบนลงล่างเพื่อให้เกล็ดผมไม่เปิดและเรียงตัวสวย จากนั้นใช้เซรั่มบำรุงหลังไดร์อีกครั้ง หากเราขี้เกียจเป่าผม เข้านอนทั้งผมยังชื้น อาจเกิดปัญหาตามมาสารพัด ทั้งเกิดเชื้อรา รังแค เส้นผมเปราะขาดง่าย ที่สำคัญ ผมมีกลิ่นเหม็นอับ
2. หมักผมสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง เพื่อบำรุง เส้นผม อย่างล้ำลึก ใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะในลักษณะวงกลมให้ทั่วเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และช่วยให้การผลิตน้ำมันจากรากผมไม่มีสะดุด
3. พยายามอย่าจัดแต่งทรงผมเยอะ เมื่อไหร่ที่ผมเปียก ทั้งหมดนี้จะไหลเยิ้มตามมาด้วย พยายามปล่อยเส้นผมให้โล่งๆ ระบายอากาศได้จะดีกว่า แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ สำหรับผมยาว แนะนำให้ถักเปีย รวบหางม้าตึง หรือมัดกลมๆเป็นก้อนซาลาเปา เพราะเวลาโดนฝน ผมก็จะยังคงอยู่ทรงและสวยได้ตลอดวัน ส่วนผมสั้น ทำเป็น wet look แนวเซอร์ไปเลยค่ะ
4. บำรุงเส้นผมจากภายใน ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักและผลไม้ที่มีวิตามินเอ บี ซี และอี เพราะวิตามินเหล่านี้มีประโยชน์ต่อเส้นผมและช่วยบำรุงผมให้แข็งแรงเงางามขึ้น

 

จากคอลัมน์ Beauty นิตยสารเรียลพาเรนต์ส ฉบับเดือนสิงหาคม 2558
ภาพจาก shutterstock

ลูกไม่ยอมดูดนมแม่

อยู่ๆ ทารกก็ไม่ยอมกินนมแม่

Q. ลูกชายกินนมแม่มาตลอดจนอายุ 6 เดือนแต่ช่วงนี้ ลูกไม่ยอมดูดนมแม่ กินแต่น้ำเยอะมาก จะเป็นอะไรไหม อยากให้ลูกกลับมากินนมเหมือนเดิมได้หรือไม่ ทำอย่างไรดีคะ

ลูกน้อยของคุณแม่อาจปกติหรือไม่ก็ได้ค่ะ เนื่องจากตามปกติแล้ว เด็กวัย 4-6 เดือนจะเริ่มกินนมลดลง เพราะห่วงเล่นมากขึ้น เริ่มปรับตัวกับโลกได้แล้วไม่เหมือนช่วง 3 เดือนแรกเพิ่งเกิดใหม่ๆ ทำอะไรไม่เป็นนอกจากกินนมอย่างเดียว ทำให้น้ำหนักขึ้นพรวดๆ แต่เมื่อลูกเริ่มโตขึ้น ลูกเริ่มฉลาด กลัวว่าถ้ากินอิ่มเกินไปจะเผลอหลับแล้วไม่ได้เล่นจึงกินนมเท่าที่จำเป็นจริงๆ น้ำหนักจะขึ้นแค่ 15-20 กรัม/วัน แต่สิ่งมีชีวิตถ้าไม่ป่วยก็จะไม่ปล่อยให้ตัวเองอดจนเป็นอันตรายแน่นอน

ลูกกินแต่น้ำ
ลูกไม่ยอมดูดนมแม่ ไม่กินนม กินแต่น้ำเปล่า

ดังนั้นถึงแม้ว่าลูกกินนมลดลงเมื่อเทียบกับ 3 เดือนแรกแต่น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ ปัสสาวะปกติก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ถ้าอยากให้ลูกกินนมเพิ่มขึ้น อาจใช้วิธีพาเข้ามุมสงบเงียบไม่มีเสียงดัง เสียงคนพูดคุย มาทำให้ลูกวอกแวก ก็อาจทำให้ลูกกินนมได้ดีเหมือนเดิมค่ะ

อ่านต่อ “เมื่อเริ่มอาหารเสริม ลูกต้องการนมและน้ำมากแค่ไหน?” หน้า 2

เมื่อลูกเริ่มโต คุณ (อาจ) จะรักลูกไม่เท่ากัน

Kid safety พ่อแม่หรือคุณครูสอนเพศศึกษาแก่เด็กอย่างไรจึงเหมาะสม?

เด็กเล็กสามารถเรียนรู้จากรูปภาพลายเส้นได้ว่า เด็กตัวเล็กๆนั้นมีอวัยวะภายนอกต่างๆอะไรบ้าง เช่นหัว แขน มือ นิ้ว ขา เท้า นม ก้น อวัยวะเพศ (ที่ใช้เรียกกันง่ายๆ ว่าจิ๋ม หรือ จุ๊ดจู๋) แล้วอธิบายต่อให้รู้ว่ามีหน้าที่อย่างไร เช่น จิ๋มมีไว้ฉี่ และ เวลาแม่ตั้งท้อง มีเด็กในท้อง เด็กโตเต็มที่แล้วจะออกมาทางจิ๋ม ถ้าออกยากหมอก็ช่วยผ่าตัดให้ออกมาทางหน้าท้อง คุณแม่อาจจะใช้รูปหญิงตั้งท้อง มีเด็กอยู่ข้างในมาช่วยอธิบายก็จะเพิ่มความสนุกเข้าไปอีก แต่ละขั้นตอนมีรูปภาพลายเส้นช่วย เล่าเรื่องประกอบน้ำเสียงให้สนุกสนานด้วยนะครับ ไม่ต้องวันเดียวจบก็ได้ ขึ้นกับสมาธิของเด็ก แต่โดยทั่วไปถ้าเล่าสนุกเด็กก็จะชอบติดตามเพราะเนื้อเรื่องเป็นเรื่องร่างกายของเขาเองที่เขาอยากรู้ครับ

ถึงตอนนี้ก็เริ่มอธิบายความแตกต่างของหญิงกับชาย ให้ดูภาพลายเส้นของเพศตรงข้าม โดยดูเปรียบเทียบกัน เริ่มตั้งแต่ผมสั้น ผมยาว จนถึงผู้ชายมีจู๋ ใช้ฉี่ได้ เหมือนของผู้หญิงที่มีจิ๋ม ลูกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย คุณพ่อ คุณแม่ใครเป็นหญิงใครเป็นชาย

ต่อจากนั้นก็อธิบายต่อเรื่องอวัยวะส่วนตัว เช่น ก้น นม จิ๋ม หรือจู๋ก็ตามแต่ เป็นอวัยวะส่วนตัว ก่อนสามขวบ คุณพ่อคุณแม่ต้องจัดให้เด็กแต่งตัวอย่างเหมาะสมกับเพศ และสภาพแวดล้อม ไม่ให้เด็กชายแต่งแบบหญิง หรือไม่ให้หญิงไปแต่งแบบชาย รวมทั้งไม่สนับสนุนการแต่งแบบโป๊ๆ แล้วชมเชยกันใหญ่ว่าสวย หรือเซ็กซี่ ซึ่งเป็นการปลูกฝังนิสัยแต่เด็ก เวลาดูแลอาบน้ำให้ก็อย่าลืมสอนให้เด็กหัดทำความสะอาดอวัยวะในร่มผ้าไปด้วย ผู้ดูแลเด็กต้องไม่แกล้งเด็กโดยการจับอวัยวะเพศ ถอดกางเกงให้เห็นก้นด้วยความสนุกสนาน

เด็กสามขวบขึ้นไปต้องถูกสอนให้ทำความสะอาดเองได้ รู้จักปกปิดอวัยวะส่วนตัว ไม่เล่นเปิดโชว์กัน เวลาอาบน้ำออกมารู้จักห่มผ้า ไม่วิ่งโทงโทง หากใครมาจับต้อง สัมผัสอวัยวะส่วนตัวต้องปัดมือออก อย่าให้จับ และต้องบอกพ่อแม่เสมอ ไม่สอนให้เด็กไปไล่กอดไล่ปล้ำ ไล่หอมแก้ม เปิดกระโปรง เปิดกางเกง เพื่อนทั้งเพศเดียวกันและเพศตรงข้าม เด็กต้องเรียนรู้ความรักนวลสงวนอวัยวะส่วนตัวแล้วต้องเรียนรู้การเคารพเพศตรงข้าม ไม่เห็นการรังแกทางเพศเป็นเรื่องสนุกสนานด้วย

วัยนี้ผู้ปกครองต้องไม่ปล่อยให้คนที่เด็กไม่คุ้นเคยมาสัมผัสเด็กอย่างใกล้ชิด เช่น หอมแก้ม เปลี่ยนเสื้อผ้า พาไปอาบน้ำ เป็นต้น ผู้ปกครองป้องกันไม่ให้เด็กร่วมรับรู้พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้ใหญ่หรือพฤติกรรมที่น่ากลัวสำหรับเด็ก เช่นการทะเลาะเบาะแว้ง การใช้ความรุนแรง พฤติกรรมทางเพศ เป็นต้น และผู้ปกครองต้องเป็นตัวอย่างที่เหมาะสมทางเพศ เช่น แต่งตัวเรียบร้อย ไม่แสดงความประพฤติทางเพศที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าเด็ก

เมื่อเข้าสู่ระดับประถมห้า ประถมหกก็คงต้องเริ่มสอนการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อารมณ์จากฮอร์โมนเพศ การสืบพันธ์ุ ผลเสียจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัย ความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างเพศหญิงเพศชาย การแสดงออกที่เหมาะสมกับเพื่อนเพศตรงข้าม ภัยที่มีอยู่จริงในสังคม และทักษะการหลีกเลี่ยงภัยเหล่านี้

ข่าวพบศพทารกในครรภ์ 2,002 ศพ ที่วัดไผ่เงิน ยังคงอยุ่ในความสุดสังเวชใจ คงสะท้อนถึงความบกพร่องหลายๆ อย่างในสังคมบ้านเรา และที่จะปฏิเสธมิได้ก็คือ ถึงเวลาแล้วที่จะต้องให้ความสำคัญเรื่องการให้ความรู้เพศศึกษา รู้เท่าทันเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่เหมาะสม คือมิได้ ยั่วยุหรือยุยงให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนแต่สร้างค่านิยมให้เด็ก (รวมถึงผู้ใหญ่) ให้มีความอดกลั้น ตระหนักถึงปัญหาที่จะตามมา มีความรับผิดชอบ และรู้จักป้องกันตัวเองหากมีเพศสัมพันธ์

 

เรื่อง : รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์

ภาพ : shutterstock

จากคอลัมน์ : Kid Safety ฉบับเดือนมิถุนายน 2554

อาหารเสริม

วิตามิน – อาหารเสริม ของดีที่เพิ่มอันตราย แก่ลูกน้อย

เมื่อลูกน้อยผ่านพ้นวัยขวบปีแรก จะมีพัฒนาการต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งในเรื่องอาหารการกินของลูกก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย เพื่อให้เหมาะกับร่างกายของเขา โดยอาหารหลักที่ลูกควรจะได้รับก็ต้องให้ครบทั้ง 3 มื้อ และครบทั้ง 5หมู่ ส่วนนมที่เคยคุ้นก็จะแปรสภาพเป็นเพียง อาหารเสริม 

ซึ่ง เด็กๆ บางคน ก็เจริญอาหาร กินได้กินดี ไม่มีปัญหา แต่ก้ยังมีพ่อแม่หลายคน ที่ยังคงกังวลใจกับพฤติกรรมการกินของลูกรักที่กินน้อยบ้าง ไม่กินบ้าง หรือเลือกกินบ้าง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมองหาตัวช่วยจำพวก ‘วิตามิน- อาหารเสริม’ ด้วยหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกรักเจริญอาหารมากขึ้น และทำให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นกับร่างกายอย่างครบถ้วน แต่คุณพ่อคุณแม่จะแน่ใจได้อย่างไรว่า วิตามิน หรืออาหารเสริมที่ป้อนให้ลูกนั้นคือ สิ่งที่ร่างกายเขาต้องการจริงๆ

วิตามิน – อาหารเสริม คืออะไร

ให้ลูกกินอาหารเสริม
ให้ลูกกินอาหารเสริม

ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ต้งรู้ก่อนว่า “วิตามิน – อาหารเสริม” ไม่ใช่ยา แต่ วิตามิน คือสารอาหารและสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย แม้ว่าจะทำหน้าที่ช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบการทำงานร่างกาย เพิ่มภูมิป้องกัน ลดไขมันความดันต่างๆ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญ ได้บอกถึง ความหมายของ วิตามิน กับเรื่องข้อ“จริง-เท็จ” ไว้ดังนี้

“วิตามิน จากธรรมชาติ คือ สารอาหารที่ได้จากอาหาร ผัก ผลไม้ ซึ่งจะไม่มีอันตรายใด ๆ ไม่มีคำว่าเกิน เพราะร่างกายสามารถขับออกได้ตามธรามชาติ แต่ถ้าเราได้รับวิตามินจากอาหารเสริม ไม่ว่าจะเข้าสู่ร่างกายทางใด กินหรือฉีด ถ้ามากเกินไป มันอาจจะอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งนั้น” สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ชี้แจงรายละเอียดในประเด็นนี้ ก่อนอธิบายถึงสาเหตุที่มาของข่าวในโลกออนไลน์ว่าถ้ากินวิตามินมากๆ อาจทำให้ตายเร็ว

“เหตุผลที่มีข่าวการเข้าใจผิดอย่างนี้ออกมา ก็เพราะคนปัจจุบันนี้ ไม่ได้รับวิตามินจากธรรมชาติ แต่ชอบนิยมซื้อวิตามินในรูปของอาหารเสริมมากิน พอกินแล้วก็กินในจำนวนที่มากจนเกินไป มันก็มีอันตราย”

“ทั้งนี้อยากให้เข้าใจว่าการรับประทานวิตามินที่ถูกต้อง คือต้องอยู่ภายใต้การสั่งการยินยอมจากแพทย์ คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการทานเอง หรือให้ลูกทาน นั้นไม่สามารถรู้เองได้ว่าต้องได้รับวิตามิน หรืออาหารเสริม อื่นๆ หรือไม่ จำเป็นต้องไปตรวจ ไม่ใช่ว่าเราสังเกตเห็นตัวเองเหนื่อยง่าย เพลียง่าย หรือหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกรักเจริญอาหารมากขึ้น จึงต้องเติมวิตามินเสริมให้ร่างกาย แต่ความจริงคือ ไม่ใช่ มันผิด คุณต้องให้หมอเจาะเลือดตรวจก่อนถึงจะทราบได้ว่าลูก หรือตัวคุณพ่อคุณแม่เองนั้น ขาดหรือไม่ขาดอะไรอย่างไรบ้าง

ซึ่งนักโภชนาการ ได้ส่งเสริมให้รับวิตามินจากอาหารธรรมชาติที่ได้จากผักและผลไม้ เพราะแค่เรารับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ใน 1 มื้อ ใน 1 วัน ทุกมื้ออาหารคุณต้องมีผัก แล้วอาหารว่างก็ต้องมีผลไม้ เพียงเท่านี้ลูกของคุณก็จะได้วิตามินครบถ้วนแน่นอน เพราะวิตามินมันจะอยู่ในผักและผลไม้มากที่สุด ลูกก็จะได้วิตามินอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว ดังนั้น ถ้ารับประทานอย่างนี้ต่อเนื่อง ก็ไม่จำเป็นเลยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องหา วิตามิน หรืออาหารเสริมให้กับลูกน้อย

ยกเว้นผู้ที่มีความบกพร่องในการรับสารอาหารหรือผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น

1.หญิงตั้งครรภ์ เพราะหญิงตั้งครรภ์ต้องการวิตามินบางตัว เช่น โฟเลท ไอโอดีน ธาตุเหล็ก สูงกว่าปกติ สูงกว่าคนธรรมดา ซึ่งแน่นอนว่าอาหารจากธรรมชาตินั้นไม่พอต่อร่างกาย ก็เลยต้องรับจากอาหารเสริมเข้าไป

2.ผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะขาดสารอาหารหรือรับประทานสารอาหารไม่เพียงพอ เพราะระบบการย่อยและดูดซึมไม่ดี

3.เด็กเล็ก ที่ไม่เจริญอาหาร หรือได้รีบน้ำนมคุณแม่ไม่เพียงพอพอ อันนี้คุณหมดเขาก็จะสั่งวิตามินเสริมให้ทาน ก็ต้องอยู่ในการควบคุมการดูแลของแพทย์ ไปซื้อมากินเองสุมสี่สุมห้า ไม่ได้

ทั้งนี้นอกจากวิตามินในรูปแบบอาหารเสริม หากรับประทานในปริมาณมากๆ ติดต่อกันจะเป็นอันตรายเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตแล้ว จากคำโฆษณาชวนเชื่อในเรื่องการรับประทานวิตามินแล้วจะสวยงามตามราคาที่สูงริบยังไม่เป็นความจริงอีกด้วย

อ่านต่อ >> “ความจำเป็นของวิตามินเสริมในเด็ก” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เสื้อผ้าเด็กแบรนด์ Janie&Jack, Gymboree, Pumpkin Patch, CK และอื่นๆ

Le Enfant จำหน่ายปลีก/ส่ง เสื้อผ้าเด็กแบรนด์ Janie&Jack, Gymboree, Pumpkin Patch, CK และอื่นๆ เสื้อผ้าเด็กส่งออกอเมริกาและยุโรป ตัดเย็บปราณีต คุณภาพส่งออก เนื้อผ้าดีเยี่ยม ดีไซน์เก๋ไก๋ ในราคาสบายกระเป๋าคุณแม่คะ ติดต่อสอบถามได้เลยคะ
Inbox: www.facebook.com/messages/leenfant
Line: LeEnfant

Tags

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 1 ตอน ลูกฉันเป็นทารกกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ด

เรียลพาเรนต์ส เดอะซีรีส์ 1 / เรื่องจริงของแม่ที่หมออยากแบ่งปัน

“ลูกฉันเป็นทารกกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ด!!”

 

ฉันชื่อรวีวรรณ (ชื่อสมมุติ) ตอนนี้อายุ 33 ปี มีลูกชายแล้วหนึ่งคน ฉันเคยแต่งงานมาก่อน สามีเป็นลูกชายคนเล็กในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 4 คน แต่แรกชีวิตครอบครัวก็มีความสุขดี สามีมีอาชีพเป็นเกษตรกร ขยันขันแข็งมาก สร้างฐานะให้พ่อแม่ จนซื้อที่นาเพิ่มได้เป็นร้อยไร่ เมื่อมีลูก สามีเริ่มเก็บเงินที่เคยแบ่งให้พ่อแม่พี่น้องไว้ให้ลูก เหตุการณ์มาเกิดขึ้นเมื่อพ่อแม่สามีแบ่งมรดกให้ลูกๆ และให้สามีของฉันมากกว่าใคร ต่อจากนั้นการยุแยงตะแคงรั่วก็เกิดขึ้น พี่น้องของสามีใส่ความว่าฉันเป็นคนขี้เกียจ ชอบแต่เรื่องสนุกสนาน บอกพ่อแม่สามีว่า ฉันยุยงสามี ไม่ให้ช่วยเหลือพ่อแม่และพี่ๆ เหมือนดังแต่ก่อน

น้ำหยดลงหินทีละหยดหินยังกร่อน นับประสาอะไรกับเสียงที่กรอกหูสามีทุกวัน สามีเริ่มเหินห่างจากฉัน เอาลูกไปนอนบ้านพ่อแม่ เมื่อสืบก็พบว่าพ่อแม่สามีหาแฟนใหม่ให้สามี เมื่อทะเลาะกัน สามีก็หอบลูกไปอยู่บ้านพ่อแม่สามี ไม่กลับมาอยู่กับฉันอีก ฉันทั้งเสียใจ ทั้งเหงา จึงไปอาศัยอยู่กับเพื่อนที่เปิดร้านคาราโอเกะ จึงได้รู้จักยุทธ (ชื่อสมมุติ) เขาอายุอ่อนกว่าฉัน 10 ปี เป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ที่เปิดฟาร์มเลี้ยงหมูขนาดใหญ่ รู้จักกันไม่นาน ฉันก็ย้ายไปอยู่บ้านของยุทธ พ่อแม่พี่น้องของเขาให้การต้อนรับฉันดีมาก ทุกคนอยากให้ฉันมีลูก เพราะไม่เคยมีเด็กในบ้านมาก่อน ยุทธมีเพื่อนฝูงมาก ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ แต่เขาก็รับผิดชอบงานในฟาร์มดี พอเลิกงาน เขาก็ตั้งวงกับเพื่อนๆ ฉันเองก็ไปนั่งเป็นเพื่อน ชีวิตเต็มไปด้วยความสนุกสนานเฮฮา จนลืมความทุกข์ที่เคยเกิดขึ้นโดยสิ้นเชิง

ฟาร์มของยุทธและพ่อแม่ ตั้งอยู่ที่เชิงเขา ลมเย็นพัดโกรกตลอด พอตกค่ำ ดวงดาวเริ่มโผล่ขึ้นประดับฟากฟ้าทีละดวง พริบเดียวก็ระยิบระยับงดงาม ฉันเพลิดเพลินกับชีวิตในฟาร์ม กว่าจะรู้ตัวอีกทีลูกก็ดิ้นอยู่ในท้องแล้ว เมื่อรู้ว่ามีลูก ยุทธและครอบครัวดีใจอย่างออกหน้าออกตา รีบพาฉันไปฝากท้องที่โรงพยาบาลที่ว่าดี เมื่อไปถึงหมอตรวจพบว่าฉันท้องได้ 30 สัปดาห์ หรือประมาณ 7 เดือนเศษแล้ว หมอบอกว่าลูกตัวเล็ก น้ำคร่ำน้อย อาจจะเป็นเพราะฉันตัวเล็ก อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจเลือดพบว่าสุขภาพของฉันแข็งแรง เลือดไม่จาง ไม่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ไม่มีเชื้อเอดส์ และเชื้อโรคเลือดบวกซิฟิลิส

เมื่อฉันถามเรื่องความพิการของเด็ก หมอบอกว่า โดยทั่วไป หมอจะคัดกรองหากลุ่มทารกเด็กดาวน์โดยการเจาะเลือดของแม่ หรือเจาะน้ำคร่ำของแม่ ตอนอายุครรภ์ 4 เดือน ตอนนี้อายุครรภ์ฉันเกินแล้ว คงไม่ได้ตรวจ การตรวจด้วยอัลตร้าซาวนด์ ไม่พบความพิการใหญ่ ๆ เช่น ไม่มีศีรษะ ไม่มีสมอง ทารกบวมน้ำ แต่ไม่สามารถประกันได้ว่าเด็กไม่พิการ ตอนนี้เด็กอายุครรภ์ถึง 7 เดือน อีกสองเดือนก็คลอด คงต้องมาลุ้นกันตอนคลอด หมอแนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ฉันเองกังวลมากว่าเด็กจะพิการ เพราะฉันไม่รู้ว่าท้อง ฉันทั้งดื่มจัด ทั้งสูบบุหรี่ กว่าจะนอนก็เกือบเช้า แต่ฉันไม่ได้บอกหมอ เพราะกลัวหมอจะว่าให้

สองสัปดาห์ต่อมา หมอพบว่าเด็กโตช้ามาก น้ำคร่ำมีน้อย หมอจึงปรึกษาหมอสูติเฉพาะทางครรภ์เสี่ยงสูง ที่เรียกว่าเอ็มเอฟเอ็ม (MFM : Maternal –fetal Medicine ) พบว่าทารกในครรภ์มีกระเพาะอาหารเล็กกว่าปกติ ส่วนความพิการอย่างอื่นๆ เห็นไม่ชัดเจน หมอมีความเห็นว่า ทารกอาจจะมีอะไรผิดปกติ การที่ทารกกระเพาะเล็ก กลืนกินน้ำคร่ำได้น้อย ทำให้ปัสสาวะออกน้อย ส่งผลให้น้ำคร่ำซึ่งปกติมีส่วนประกอบของปัสสาวะเด็กมีจำนวนน้อย ฉันรับฟังด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ กระวนกระวาย กลัวลูกพิการ แต่อย่างไรฉันไม่บอกให้สามีรู้ เพราะเขากำลังมีความสุข ฉันไม่อยากให้เขากังวล อีกสองสัปดาห์ต่อมา ฉันเจ็บครรภ์คลอด ในขณะที่อายุครรภ์ 34 สัปดาห์ เมื่อไปถึงโรงพยาบาล หมอตรวจภายใน พบว่าปากมดลูกยังไม่เปิด แต่ทารกหัวใจเต้นช้า แสดงว่าเด็กมีการขาดออกซิเจน หมอให้ฉันรับการผ่าตัดด่วน เมื่อฉันฟื้นจากยาสลบ ฉันถามสามีที่ยืนเฝ้าข้างๆ เตียงว่าลูกเป็นอย่างไรบ้าง สามีเบือนหน้าหนี น้ำใสๆ คลอตา ฉันคิดว่าลูกคงเป็นอะไรสักอย่าง เมื่อถามหมอที่มาเยี่ยม คุณหมอให้พยาบาลพาฉันไปดูลูกที่ห้องไอซียูเด็กอ่อน เมื่อฉันหายเจ็บแผลแล้ว

ลูกของฉันเป็นลูกสาว น้ำหนักน้อยแค่ 1,500 กรัม หายใจไม่ได้ ต้องใส่ท่อหายใจ ดูเผินๆ ก็เป็นเด็กปกติ เมื่อเข้าไปใกล้ จึงพบว่าลูกสาวไม่ลืมตา เมื่อเอามือเปิดเปลือกตา พบว่าดวงตาเล็ก ขุ่นและบอดสองข้าง เพดานโหว่จนไปถึงลิ้นไก่ นิ้วมือนิ้วเท้าเป็นพังผืดไม่แยกนิ้ว แขนขาโก่งบิด ฉันถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงด้วยความเสียใจ สงสารลูก หากลูกรอดชีวิต ในสภาพคนพิการนี้ ลูกจะทุกข์ทรมานแค่ไหน หมอบอกฉันว่าลูกของฉันเป็นทารกกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ด นอกจากอาการภายนอกที่มองเห็น ปอดลูกยังไม่สมบูรณ์ หัวใจรั่วอย่างรุนแรง ฉันถามหมอว่าลูกจะรอดชีวิตไหม?

 

บันทึกของหมอ

ทารกกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดมีโครโมโซมคู่ที่ 18 เกินมา 1 ข้าง (Trisomy 18) พบได้บ่อยรองจากกลุ่มทารกเด็กดาวน์ ไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แท้จริง ปัจจุบันยังไม่มีการคัดกรองภาวะนี้ในมารดาตั้งครรภ์ แต่หากเจาะน้ำคร่ำจะตรวจพบได้ พบมากในมารดาที่อายุมาก โดยพบ 1: 6,000-8,000 ของเด็กเกิดมีชีพ โดยร้อยละ 80 เป็นเพศหญิง เกิดความพิการได้ทุกอวัยวะ เช่น สมองพิการ ปัญญาอ่อน ตาบอด ไม่มีม่านตา หูหนวก หัวใจ ปอด ไตพิการ แขน ขา นิ้วพิการบิดงอ ปากแหว่งเพดานโหว่ ปากและกรามเล็ก ไม่มีใบหู ฯลฯ มักไม่รอดชีวิต อาจเสียชีวิตในครรภ์ หรืออายุไม่เกิน 1ขวบ ลักษณะที่ทำให้สงสัยว่าลูกจะเป็นภาวะนี้คือ แม่อายุมาก ลูกโตช้าในครรภ์ น้ำคร่ำมีมาก หรือน้ำคร่ำน้อย ลูกดิ้นน้อย ลูกขาดออกซิเจนในครรภ์

 

บทความโดย พญ.ชัญวลี ศรีสุโข
ภาพโดย : Shutter stock

เสื้อในให้นม พร้อมส่ง หลายแบบ หลายไซต์

เสื้อในให้นม พร้อมส่ง หลายแบบ หลายไซต์ ใส่สบาย ไม่อึดอัด ลายทันสมัยไม่แก่
สอบถามและสั่งซื้อได้ค่ะ
Line ID : lovefrommom
Tel : 081-804-5804
Inbox : https://www.facebook.com/messages/lovefrommomshop

Tags

เปลสวิง Bright Starts

– เปลสวิง InGenuity™ by Bright Starts™ Cozy Coo™ Sway Seat
– ราคา 3,500 บาท
– มือสองสภาพ 90%
-ใช้งานง่าย ช่วยเบาแรงคุณแม่มือใหม่ ด้วยการแกว่งไปแกว่งมาที่นุ่มนวล เบาะนั่งนุ่มละมุ่นเหมือนลูกน้อยอยู่ในอ้อมกอดคุณแม่ ที่นั่งสามารถปรับระดับได้ด้วย มีระบบไกวอัตโนมัติ 3 ระดับ
มีโมบายห้อยให้ลูกน้อยได้มอง พร้อมเสียงเพลงธรรมชาติกล่อมลูกน้อย และปลอดภัยด้วยเข็มขัดสำหรับไว้ป้องกันลูกน้อย
-088-5240670

Tags