วิตามิน – อาหารเสริม ของดีที่เพิ่มอันตราย แก่ลูกน้อย

เมื่อลูกน้อยผ่านพ้นวัยขวบปีแรก จะมีพัฒนาการต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งในเรื่องอาหารการกินของลูกก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย เพื่อให้เหมาะกับร่างกายของเขา โดยอาหารหลักที่ลูกควรจะได้รับก็ต้องให้ครบทั้ง 3 มื้อ และครบทั้ง 5หมู่ ส่วนนมที่เคยคุ้นก็จะแปรสภาพเป็นเพียง อาหารเสริม 

ซึ่ง เด็กๆ บางคน ก็เจริญอาหาร กินได้กินดี ไม่มีปัญหา แต่ก้ยังมีพ่อแม่หลายคน ที่ยังคงกังวลใจกับพฤติกรรมการกินของลูกรักที่กินน้อยบ้าง ไม่กินบ้าง หรือเลือกกินบ้าง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมองหาตัวช่วยจำพวก ‘วิตามิน- อาหารเสริม’ ด้วยหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกรักเจริญอาหารมากขึ้น และทำให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นกับร่างกายอย่างครบถ้วน แต่คุณพ่อคุณแม่จะแน่ใจได้อย่างไรว่า วิตามิน หรืออาหารเสริมที่ป้อนให้ลูกนั้นคือ สิ่งที่ร่างกายเขาต้องการจริงๆ

วิตามิน – อาหารเสริม คืออะไร

อาหารเสริม

ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ต้งรู้ก่อนว่า “วิตามิน – อาหารเสริม” ไม่ใช่ยา แต่ วิตามิน คือสารอาหารและสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย แม้ว่าจะทำหน้าที่ช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบการทำงานร่างกาย เพิ่มภูมิป้องกัน ลดไขมันความดันต่างๆ ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญ ได้บอกถึง ความหมายของ วิตามิน กับเรื่องข้อ“จริง-เท็จ” ไว้ดังนี้

“วิตามิน จากธรรมชาติ คือ สารอาหารที่ได้จากอาหาร ผัก ผลไม้ ซึ่งจะไม่มีอันตรายใด ๆ ไม่มีคำว่าเกิน เพราะร่างกายสามารถขับออกได้ตามธรามชาติ แต่ถ้าเราได้รับวิตามินจากอาหารเสริม ไม่ว่าจะเข้าสู่ร่างกายทางใด กินหรือฉีด ถ้ามากเกินไป มันอาจจะอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งนั้นสง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ชี้แจงรายละเอียดในประเด็นนี้ ก่อนอธิบายถึงสาเหตุที่มาของข่าวในโลกออนไลน์ว่าถ้ากินวิตามินมากๆ อาจทำให้ตายเร็ว

“เหตุผลที่มีข่าวการเข้าใจผิดอย่างนี้ออกมา ก็เพราะคนปัจจุบันนี้ ไม่ได้รับวิตามินจากธรรมชาติ แต่ชอบนิยมซื้อวิตามินในรูปของอาหารเสริมมากิน พอกินแล้วก็กินในจำนวนที่มากจนเกินไป มันก็มีอันตราย”

“ทั้งนี้อยากให้เข้าใจว่าการรับประทานวิตามินที่ถูกต้อง คือต้องอยู่ภายใต้การสั่งการยินยอมจากแพทย์ คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการทานเอง หรือให้ลูกทาน นั้นไม่สามารถรู้เองได้ว่าต้องได้รับวิตามิน หรืออาหารเสริม อื่นๆ หรือไม่ จำเป็นต้องไปตรวจ ไม่ใช่ว่าเราสังเกตเห็นตัวเองเหนื่อยง่าย เพลียง่าย หรือหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกรักเจริญอาหารมากขึ้น จึงต้องเติมวิตามินเสริมให้ร่างกาย แต่ความจริงคือ ไม่ใช่ มันผิด คุณต้องให้หมอเจาะเลือดตรวจก่อนถึงจะทราบได้ว่าลูก หรือตัวคุณพ่อคุณแม่เองนั้น ขาดหรือไม่ขาดอะไรอย่างไรบ้าง

ซึ่งนักโภชนาการ ได้ส่งเสริมให้รับวิตามินจากอาหารธรรมชาติที่ได้จากผักและผลไม้ เพราะแค่เรารับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ใน 1 มื้อ ใน 1 วัน ทุกมื้ออาหารคุณต้องมีผัก แล้วอาหารว่างก็ต้องมีผลไม้ เพียงเท่านี้ลูกของคุณก็จะได้วิตามินครบถ้วนแน่นอน เพราะวิตามินมันจะอยู่ในผักและผลไม้มากที่สุด ลูกก็จะได้วิตามินอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว ดังนั้น ถ้ารับประทานอย่างนี้ต่อเนื่อง ก็ไม่จำเป็นเลยที่คุณพ่อคุณแม่ต้องหา วิตามิน หรืออาหารเสริมให้กับลูกน้อย

ยกเว้นผู้ที่มีความบกพร่องในการรับสารอาหารหรือผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น

1.หญิงตั้งครรภ์ เพราะหญิงตั้งครรภ์ต้องการวิตามินบางตัว เช่น โฟเลท ไอโอดีน ธาตุเหล็ก สูงกว่าปกติ สูงกว่าคนธรรมดา ซึ่งแน่นอนว่าอาหารจากธรรมชาตินั้นไม่พอต่อร่างกาย ก็เลยต้องรับจากอาหารเสริมเข้าไป

2.ผู้สูงอายุ ผู้มีภาวะขาดสารอาหารหรือรับประทานสารอาหารไม่เพียงพอ เพราะระบบการย่อยและดูดซึมไม่ดี

3.เด็กเล็ก ที่ไม่เจริญอาหาร หรือได้รีบน้ำนมคุณแม่ไม่เพียงพอพอ อันนี้คุณหมดเขาก็จะสั่งวิตามินเสริมให้ทาน ก็ต้องอยู่ในการควบคุมการดูแลของแพทย์ ไปซื้อมากินเองสุมสี่สุมห้า ไม่ได้

ทั้งนี้นอกจากวิตามินในรูปแบบอาหารเสริม หากรับประทานในปริมาณมากๆ ติดต่อกันจะเป็นอันตรายเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตแล้ว จากคำโฆษณาชวนเชื่อในเรื่องการรับประทานวิตามินแล้วจะสวยงามตามราคาที่สูงริบยังไม่เป็นความจริงอีกด้วย

อ่านต่อ >> “ความจำเป็นของวิตามินเสริมในเด็ก” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

keyboard_arrow_up