คำพูดซึ้งๆ จากใจคุณพ่อและลูกชายตัวน้อย หลังเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ฝรั่งเศส (มีคลิป)

สถานีโทรทัศน์ เลอ เปอติ เจอร์นัล (Le Petit Journal) ของประเทศฝรั่งเศส สัมภาษณ์พ่อลูกคู่หนึ่ง ภายหลังจากเหตุก่อการร้ายที่เกิดขึ้น เจ้าหนูน้อยบอกกับพ่อว่าอยากย้ายบ้าน เพราะมี “คนใจร้าย” มาที่นี่ เด็กน้อยบอกว่ากลัวเพราะ “พวกเค้ามีปืน และจะยิงเรา เพราะพวกเค้าเป็นคนใจร้าย” ส่วนคุณพ่อก็รีบตอบหนูน้อยกลับด้วยถ้อยคำปลอบใจที่แฝงความอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความหวัง หนูน้อยจึงค่อยๆ รู้สึกดีขึ้น เราแปลคำพูดของสองพ่อลูกมาให้อ่านกันที่นี่แล้วค่ะ ท่ามกลางความโหดร้ายของสงครามและการก่อการร้าย คำพูดธรรมดาๆ แต่ออกมาจากความรู้สึกของสองพ่อลูกก็ช่วยให้ข้อคิดดีๆ ได้นะ

https://youtu.be/4YmiHm86tGY

นักข่าว (ถามเด็กน้อย): หนูรู้รึเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ไหมว่าทำไมพวกเค้าถึงทำอะไรแบบนั้น

เด็กชาย: รู้ครับ เพราะพวกเค้าเป็นคนใจร้ายมากๆ คนใจร้ายจะทำสิ่งที่ไม่ดี และ… เราต้องป้องกันตัว เราต้องย้ายบ้านครับ

คุณพ่อ: โธ่ ลูก ไม่เป็นไร… เราไม่ต้องย้ายบ้านหรอก ฝรั่งเศสคือบ้านของเรา

เด็กชาย: แต่ที่นี่มีคนใจร้ายนะครับ…

คุณพ่อ: ใช่ลูก แต่คนใจร้ายมีทุกที่แหละ

เด็กชาย: พวกเค้ามีปืน พวกเค้าจะยิงเรา พวกเค้าใจร้ายมากๆ นะครับ

คุณพ่อ: ไม่เป็นไรลูก พวกเค้ามีปืน แต่พวกเรามีดอกไม้นะ

เด็กชาย: แต่ดอกไม้ใช้ทำอะไรไม่ได้ มันมีไว้ มันมีไว้…

คุณพ่อ: ทำได้สิ ดูสิลูก ทุกคนเอาดอกไม้มาวางไว้เต็มเลย เอาไว้สู้กับปืนไง

เด็กชาย: ดอกไม้มันป้องกันปืนได้เหรอครับ

คุณพ่อ: ได้สิลูก

เด็กชาย: เทียนด้วยเหรอครับ

คุณพ่อ: ใช่ครับ เทียนเอาไว้ระลึกถึงคนที่จากไปเมื่อวาน

เด็กชาย: ดอกไม้กับเทียนทั้งหมดนี่มาปกป้องพวกเราใช่ไหมครับ

คุณพ่อ: ใช่แล้วลูก

นักข่าว (ถามเด็กน้อย): ผมรู้สึกดีขึ้นรึยังครับ

เด็กชาย: ครับ ผมรู้สึกดีขึ้นแล้ว

 

แปลและเรียบเรียงโดย: กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

ข้อมูลจาก: http://magazine.good.is/articles/french-roses-versus-guns

คลิปวีดีโอจาก: Pigal Yod Channel

Tags

มิวเซียมสยาม เตรียมเปิดให้เที่ยวพิพิธภัณฑ์ตอนกลางคืน ส่งท้ายปี

มิวเซียมสยาม เตรียมเปิดให้เที่ยวพิพิธภัณฑ์ตอนกลางคืน ส่งท้ายปี

มิวเซียมสยาม เตรียมเปิดให้เที่ยวพิพิธภัณฑ์ตอนกลางคืนฟรีส่งท้ายปี! เรียนรู้เรื่องราว ทางสังคม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน ผ่านนิทรรศการต่างๆ อาทิ นิทรรศการถาวรชุด “เรียงความประเทศไทย” นิทรรศการหมุนเวียนชุด “ประสบการณ์หู สู่อาเซียน” พร้อมเตรียม จัดงาน “ไนท์ แอท เดอะ มิวเซียม” ครั้งที่ 6 โดยมิวเซียมสยาม กำหนดเปิดนิทรรศการให้ชมตอนกลางคืน พร้อมจัดงาน “ไนท์ แอท เดอะ มิวเซียม” ในเดือนธันวาคม

ในเดือนธันวาคมที่กำลังจะถึงนี้ มิวเซียมสยามจะให้เข้าชมฟรี 3 วัน ตอนนี้นิทรรศการที่จัดแสดง ณ มิวเซียมสยาม (ท่าเตียน) มีอยู่ 2 ชุด คือ นิทรรศการ “เรียงความประเทศไทย” กับ นิทรรศการ “ประสบการณ์หู สู่อาเซียน”

“เรียงความประเทศไทย” เป็นนิทรรศการถาวรของมิวเซียมสยาม ซึ่งจัดแสดงมาแล้วกว่า 7 ปี บอกเล่าพัฒนาการด้านต่างๆ ของภูมิภาคอุษาคเนย์ นับตั้งแต่สมัยแผ่นดิน “สุวรรณภูมิ” (3,000 ปีก่อน) เรื่อยมาจนถึงประเทศไทยในปัจจุบัน แบ่งเนื้อหาออกเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่ ช่วงที่ 1 “สุวรรณภูมิ” ช่วงที่ 2 “สยามประเทศ” และ ช่วงที่ 3 “ประเทศไทย”

“ประสบการณ์หู สู่อาเซียน” เป็นนิทรรศการหมุนเวียนที่จัดแสดงจนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2558 รวบรวมเสียงในหลายมิติจากทั่วอาเซียน อาทิ ดนตรี วิถีชีวิต ธรรมชาติ ศาสนา ฯลฯ มาร้อยเรียงไว้เป็นนิทรรศการ ที่มุ่งนำเสนอให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสิบชาติอาเซียนผ่านการฟัง แบ่งออกเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนแรก “นิทรรศการเสียง” นำเสนอผ่านจอวีดิทัศน์ พร้อมหูฟังคุณภาพสูง โซนที่สอง “นิทรรศการสื่อผสม 360 องศา” ใช้เทคโนโลยีทัชสกรีน ประกอบสื่อมัลติมีเดียมาแสดงภาพพร้อมเสียงรอบทิศให้ผู้ชมสามารถหมุนได้รอบตัวเพื่อชมนิทรรศการอันน่าตื่นตาตื่นใจ

นอกจากเราจะได้ชมพิพิธภัณฑ์ตอนกลางคืนแล้ว มิวเซียมสยามยังกำหนดจัดงาน “ไนท์ แอท เดอะ มิวเซียม” ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งจะมีคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละปี โดยจะมีการจัดนิทรรศการกลางแจ้ง เวทีการแสดงสุดประทับใจ รวมไปถึงมีกิจกรรมหลากหลายที่ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถมาร่วมสนุกปนสาระกันได้

Night at the Museum 2

สำหรับงาน “ไนท์ แอท เดอะ มิวเซียม” ที่กำลังจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ในเดือนธันวาคมนี้จะมีคอนเซ็ปต์อย่างไร ติดตามข้อมูลได้ที่ www.facebook.com/museumsiamfan สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-225-2777 หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ทีมงานเรียลพาเรนติ้งจะนำมาอัพเดทให้แฟนๆ ได้ติดตามกันแน่นอนค่ะ!

โครโมโซมผิดปกติ จะมีโอกาสมีลูกมากแค่ไหน

โครโมโซมผิดปกติ จะมีโอกาสมีลูกมากแค่ไหน?

Q: มีลูกยากมากค่ะ แท้งติดกัน 3 ครั้ง อายุครรภ์ราวๆ 2 เดือน คุณหมอวินิจฉัยโครโมโซมผิดปกติ ให้เจาะเลือดหาสาเหตุ ไม่ทราบว่าจะมีโอกาสมีลูกได้ไหมคะ

คุณแม่ที่ภาวะแท้งซ้ำซ้อน สาเหตุที่พบบ่อยเป็นอันดับแรก คือ อาจจะมีโครโมโซมผิดปกติในแง่ของการหักหรือชำรุดของโครโมโซมในตัวของพ่อหรือแม่ หรือทั้งคู่ก็ได้ค่ะ ถ้าเป็นจากโครโมโซม อาจจะไม่มีทางรักษาหรือแก้ไข แต่คุณแม่อาจจะมีลูกได้ ด้วยการตั้งครรภ์ใหม่ และสุ่มว่าเมื่อไรที่การปฏิสนธิได้ตัวอ่อนที่ไม่ติดตำแหน่งของโครโมโซมที่ผิดปกติจากคุณพ่อคุณแม่มา การตั้งครรภ์ครั้งนั้นก็จะไม่มีการแท้งเกิดขึ้น เคยมีคุณแม่ที่เกิดการแท้งซ้ำซ้อนจากโครโมโซมผิดปกติ อาจจะต้องใช้เวลาตั้งครรภ์ 5-6 ครั้งถึงจะได้ลูกปกติค่ะ

 

จากคอลัมน์ Pregnancy Q&A นิตยสารเรียลพาเรนติ้ง ฉบับเดือนกันยายน 2558

บทความโดย : นาวาตรี พญ. ณัฐยา รัชตะวรรณ สูตินรีแพทย์ประจำศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์

ภาพ : Shutterstock

โครงการ “ตุ๊กตาผ้าเพื่อการศึกษา” แบ่งปันความสุขให้กับเด็กๆ ทั่วโลก โดย IKEA

“ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ มูลนิธิอิเกีย (IKEA Foundation) ขอเชิญชวนลูกค้ามาร่วมแบ่งปันความสุข ทั้งสร้างรอยยิ้มให้ผู้รับและผู้ให้ ผ่านโครงการ “ตุ๊กตาผ้าเพื่อการศึกษา” เปิดตัวตุ๊กตาผ้า 10 แบบจากคอลเล็คชั่น SAGOSKATT/ซอกูสแคท ซึ่งเป็นผลงานของของเด็กๆ จากทั่วโลกที่ชนะการประกวดวาดภาพตุ๊กตาผ้าอิเกีย ทั้งนี้ มูลนิธิอิเกียจะบริจาคเงิน 1 ยูโร (39 บาท) ต่อตุ๊กตาผ้าแต่ละตัวที่ลูกค้าซื้อตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 10 มกราคม 2558 ให้แก่องค์การยูนิเซฟ และมูลนิธิ Save the Children โดยตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิอิเกียระดมเงินบริจาคได้มากกว่า 77 ล้านยูโร หรือกว่า 3 พันล้านบาท และได้ช่วยเหลือเด็กๆ กว่า 11 ล้านคนทั่วโลก สโตร์อิเกีย บางนา ได้เข้าร่วมโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2554 และได้บริจาคเงินกว่า 300,000 ยูโร หรือ 11.7 ล้านบาท และในปีที่ 13 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของโครงการนี้ เราจะจัดกิจกรรมส่งท้ายและเชิญชวนเด็กๆ มาร่วมออกแบบตุ๊กตาในฝัน โดยอิเกียจะนำผลงานของผู้ชนะ 10 ผลงานไปผลิตเป็นตุ๊กตาผ้าต่อไป”

IKEA (1) IKEA (3) IKEA (4)

พร้อมกันนี้ อิเกียได้เปิดโครงการประกวดการออกแบบ “ตุ๊กตาผ้าเพื่อการศึกษา” ครั้งที่ 13 หรือครั้งที่ 2 ในประเทศไทย ขอเชิญชวนคุณหนู ๆ ที่เป็นบุตรหลานสมาชิก IKEA FAMILY หรือชาวสมอลส์ ให้มาช่วยกันออกแบบตุ๊กตาผ้า โดยมาร่วมวาดภาพระบายสีที่โซนสมอลแลนด์ ชั้น G อิเกีย บางนา ตั้งแต่วันที่ 7 – 22 พฤศจิกายน 2558 รายชื่อผู้เข้ารอบแรก 50 คนจะประกาศในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558 พร้อมโชว์ผลงานเพื่อคัดเลือกผู้ชนะใน www.IKEA.co.th/FAMILY จากนั้นวันที่ 9 ธันวาคม 2558 จะประกาศชื่อผู้เข้ารอบ 20 คน ทางโทรศัพท์ และ www.IKEA.co.th/FAMILY และประกาศประกาศผู้ชนะ 10 ผลงานจากทั่วโลกในวันที่ 10 มกราคม 2559

Tags

วิธีช่วยให้มีลูกง่าย

วิธีช่วยให้มีลูกง่าย ด้วยเทคโนโลยี เสี่ยงแค่ไหน?

คุณพ่อ คุณแม่หลายครอบครัวอาจมีคำถามว่า เมื่อมีลูกยากแล้วหา วิธีช่วยให้มีลูกง่าย โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วย จะมีความเสี่ยงอะไรหรือไม่? จะทำให้แท้งไหม? รวมถึง ทั้งคุณแม่ และลูกน้อย จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? เรามีคำตอบที่ถูกต้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีมาฝากกันค่ะ

Continue reading “วิธีช่วยให้มีลูกง่าย ด้วยเทคโนโลยี เสี่ยงแค่ไหน?”

มาดูความน่ารักของแฝดสาม “มินกุก มันเซ แทฮัน” เอ๊ะ! ลงเล่นละครแล้วหรอ?

เกาหลีขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่เน้นอุตสาหกรรมละครซึ่งโด่งดังจนถึงขั้นมีทัวร์ตามรอยซีรี่ส์กันอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นละครหรือรายการโทรทัศน์ก็มีผู้คนให้ความสนใจมากมาย ล่าสุดมีภาพน่ารักในชุดพีเรียตเกาหลีของแฝดสามจากรายการ The Return of Superman ลูกชายสุดน่ารักของ ซองอิลกุก พระเอกสุดหล่อจากละครเรื่อง จูมง หรือว่าจะมีฉากที่ลูกๆ ของเขาได้ร่วมแสดงด้วยหรือเปล่า?

 
ถ้าเป็นฉากดราม่านี่พวกผมถนัด ..ร้องจริง งอแงจริง ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน

12240045_896384130429940_5137835047245624035_n 12219403_896383823763304_2644252807131195678_n 12278702_896384217096598_4105786556353378979_n 12278852_896384167096603_6006742022926966768_n

คุณพ่อ ซองอิลกุก ต้องตามปลอบ ตามป้อนตลอด

12235100_896383850429968_4637042014225820295_n12265946_896384000429953_9193161488976001595_o

12239468_896383753763311_779816900093537885_n

 
ขอเสียงแฟนคลับตัวจริงมาช่วยยืนยันข่าวหน่อยค่ะ ว่าตกลงเราจะได้เห็นสามหนูน้อยนี้ในละครจริงๆ หรือจะเผยแพร่เป็นช่วงสั้นๆ ในรายการโทรทัศน์ช่องใด แฟนคลับคนไทยจะได้ติดตามกันถูกจ้า..

905642_896383703763316_9116898607265718271_o 12240343_896384097096610_1071910658726559545_o 12243567_896383783763308_7327217038934939782_n

ที่มาภาพจากเพจ : Daehan Minguk Manse Thailand

Tags

รังแกไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย พ่อแม่ต้องฝึกลูกรับมือให้เป็น

[Blogger พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย] “รังแก” ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย พ่อแม่ต้องฝึกลูกรับมือให้เป็น!

ปัญหาเด็กรังแกกันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย

พ่อแม่ต้องฝึกทักษะลูกรับมือให้เป็น!

ปัญหาเรื่องการรังแกกันในโรงเรียนมักจะถูกผู้ใหญ่มองเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เรื่องเล็ก ๆ ในสายตาเราอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลร้ายกับจิตใจของเด็ก ๆ ได้มากกว่าที่เราคิดค่ะ

เด็กหลายคนไม่รู้วิธีรับมือเมื่อถูกเพื่อนรังแก เมื่อต้องไปโรงเรียนก็จะตึงเครียด หวาดกลัว ขาดความมั่นใจ ไม่กล้าเข้าสังคม บางคนที่หมอเคยพบก็ถึงขั้นไม่อยากไปโรงเรียน หรือถึงขนาดไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ก็มีค่ะ

ดังนั้น หมอจึงอยากเชิญชวนให้คุณพ่อคุณแม่สอนทักษะในการรับมือการรังแกให้เด็ก ๆ ของเรากันนะคะ เพื่อให้เด็กทุกคนรู้ว่าปัญหาของเขาไม่ได้ถูกละเลย และมีคนพร้อมให้ความช่วยเหลือค่ะ

ทักษะที่ควรฝึกให้เด็กมี เพื่อรับมือและป้องกันปัญหานี้มีดังนี้ค่ะ

1. วิธีการแสดงออกเมื่อถูกรังแก

ข้อนี้เราสามารถช่วย ซักซ้อมวิธีรับมือ ได้โดยการแสดงบทบาทสมมติค่ะ

  • ฝึกให้เด็กบอกเพื่อนที่รังแกให้หยุดด้วยท่าทีสงบแต่จริงจัง

เช่น “หยุดนะ” “ไม่ชอบ” เพื่อบอกให้เพื่อนรู้ว่าเด็กไม่พอใจกับพฤติกรรมของเพื่อน แต่จะต้องทำด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม ไม่โวยวายเสียงดัง เพื่อไม่ให้เพื่อนรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งนะคะ

  • สอนให้เด็กเลี่ยงออกจากเหตุการณ์นั้นด้วยท่าทีสงบที่สุด

ไม่อยู่เฉยให้การรังแกดำเนินต่อไป ซึ่งเราอาจเตรียมกับเด็กให้ไปในที่ที่ปลอดภัยเช่น ห้องสมุด หรือห้องพักครู ค่ะ

  • สอนให้เด็กป้องกันตนเองได้บ้าง

เพื่อพาตัวเองออกจากสถานการณ์ แต่ไม่ตอบโต้ หรือใช้ความรุนแรงกลับ เพราะอาจทำให้การรังแกยิ่งรุนแรงมากขึ้นค่ะ

2. ฝึกทักษะในการพูดและขอความช่วยเหลือผู้ใหญ่

เพราะเด็กบางคนอาจไม่กล้าเข้าหาผู้ใหญ่ เราจึงควรซักซ้อมจุดนี้ด้วยค่ะ

3. ฝึกทักษะการผูกมิตรกับเพื่อน

ควรฝึกให้เด็กมองหาเพื่อนใหม่ๆ ทำกิจกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างกลุ่มเพื่อนที่ดีต่อกันเพื่อสร้างเครือข่ายป้องกันตนเองให้กับเด็กค่ะ

 

ในปัญหาการรังแกกันนี้ เบื้องต้นเราควรให้เด็กจัดการปัญหาของตนเองก่อน แต่ถ้าหากมองว่าปัญหามีความรุนแรงมาก ผู้ปกครองก็สามารถเข้าไปพูดคุย ขอความช่วยเหลือเพื่อให้ทางโรงเรียนติดตามปัญหานี้ได้ค่ะ

 

บทความโดย : พญ.พิชญา ตันธนวิกรัย จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา

ภาพจาก : Shutterstock

ปัญหาแม่ท้อง

ปัญหาแม่ท้อง รวม 20 ที่ต้องเจอทุกวัน ใครไม่ท้องไม่รู้หรอก!

สำหรับใครเคยเป็นคุณแม่มาก่อนคงจะเข้าใจ 20 ปัญหาแม่ท้อง ที่ต้องเจอทุกวัน เพราะมันคือปัญหาระดับสากลที่คนท้องทุกคนต้องเป็น ส่วนคนที่ไม่เคยตั้งท้องก็มาดูกันเลยว่าคนท้องเขาต้องลำบากกันแค่ไหน!!

ภาพการ์ตูน 20 ปัญหาแม่ท้องที่ต้องเจอทุกวันชุดนี้เป็นผลงานของ ไลน์ เซเวอร์รินเซน (Line Severinsen) หญิงผู้เคยผ่านประสบการณ์เป็นคุณแม่มาแล้ว เธอสร้างภาพชุดนี้ให้ออกมาดูน่ารัก ทำให้รู้เลยว่าจะเป็นแม่คนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะฉะนั้นเราควรรักคุณแม่ให้มากนะคะ ^_^

นี่แหละ! ปัญหาแม่ท้อง ที่ต้องเจอทุกวัน!

1. มองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ด้านล่างของท้อง

ปัญหาแม่ท้อง ◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊
2. นอนแต่ละทีต้องใช้หมอนหนุนเยอะๆ
ปัญหาคนท้อง
 ◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊
3. ใส่รองเท้าเองลำบากปัญหาของคนท้อง◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊
4. โดนลูกถีบปัญหาของแม่ท้อง
Must read : ลูกดิ้น หรือทำอะไรบ้าง ตอนอยู่ในท้องแม่? (มีคลิป)
◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊
5. ท้องลายเป็นคนท้องมันไม่ง่าย!! 20 ปัญหาที่คนท้องต้องเจอทุกวัน!!
Must read : วิธีป้องกันและดูแลรักษาปัญหา”ท้องลาย”ทั้งก่อนคลอดและหลังคลอด

◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊

6. มีความอยากในสิ่งที่คนตั้งครรภ์เขาเป็นกัน

เป็นคนท้องมันไม่ง่าย!! 20 ปัญหาที่คนท้องต้องเจอทุกวัน!!

◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊

7. เก้าเดือนที่ต้องงดแอลกอฮอลล์เป็นคนท้องมันไม่ง่าย!! 20 ปัญหาที่คนท้องต้องเจอทุกวัน!!

Must read : 5 เครื่องดื่มบำรุงครรภ์และเครื่องดื่มต้องห้ามสำหรับคนท้อง

◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊

8. พ่อแม่มือใหม่ต่างกลัว “ผมไปโดนลูกหรอเปล่า!!”เป็นคนท้องมันไม่ง่าย!! 20 ปัญหาที่คนท้องต้องเจอทุกวัน!!

◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊

9. ดูวิดีโอการให้กำเนิดทั้งวันและร้องไห้เป็นคนท้องมันไม่ง่าย!! 20 ปัญหาที่คนท้องต้องเจอทุกวัน!!

◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊ 
10. หยุดสัมผัสท้องฉันได้แล้ว
เป็นคนท้องมันไม่ง่าย!! 20 ปัญหาที่คนท้องต้องเจอทุกวัน!!

อ่านต่อ >>> ปัญหาแม่ท้องที่ต้องเจอทุกวัน ข้อ 11-20 คลิกหน้า 2

ส่งเสริมการเรียนรู้

การส่งเสริมการเรียนรู้
ดิฉันจะพยายามอ่านหนังสือและเล่านิทานให้ลูกฟัง รวมทั้งพูดคุยกับเขา ดิฉันคิดว่าวิธีดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้มากขึ้น บางทีก็จะพาลูกไปเดินเล่น ไปเที่ยวสวนสาธารณะ สวนสัตว์ หรือสถานที่อื่นๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ลูกได้เรียนรู้ว่าสถานที่ต่างๆนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และการพาลูกออกไปเที่ยวนอกบ้านยังเป็นการฝึกให้ลูกรู้จักการเข้าสังคมด้วยค่ะ
แม่พัช แม่ของน้องอิ๋ง

ดูโทรทัศน์ร่วมกันกับลูก
ดิฉันและสามีจะนั่งดูทีวีกับลูกเสมอค่ะ ในขณะที่นั่งดูทีวีด้วยกันดิฉันจะยกเรื่องราวจากในจอมาพูดคุยกับลูก บางทีก็แนะนำหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ดิฉันคิดว่าการนั่งดูและพูดคุยกับลูกขณะดูทีวีจะเป็นการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับลูก ช่วยให้ลูกรู้จักติดตามขณะดูโทรทัศน์ และยังเป็นการสอนให้ลูกรู้จักเลือกดูรายการโทรทัศน์ที่มีคุณภาพด้วยนะคะ
ปริญญา กิติพันธุ์กุล

พาเด็กๆเรียนรู้นอกบ้านอย่างปลอดภัย

เป็นแม่ลูกสามแล้วค่ะ มีความสุขกับการเลี้ยงลูกค่ะ แต่ขณะเดียวกันก็มีความเครียดซ่อนอยู่เสมอเมื่อพาเด็กๆไปเรียนรู้นอกบ้าน เช่น สนามเด็กเล่น ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น เด็กๆซุกซนมากค่ะ ทำให้ต้องใช้สมาธิมากในการดูแล เพราะเด็กๆต้องอยู่ในสายตาตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย ดังนั้นสติต้องมี หลีกเลี่ยงการคุยโทรศัพท์ ไม่เล่นเกมส์ ไม่ทำกิจกรรมอื่นที่ทำให้เราสนใจเด็กๆน้อยลง แต่ต้องร่วมเล่นสนุกๆกับเด็กๆค่ะ แค่นี้ก็ทำให้การเรียนรู้ของเด็กๆสนุกและปลอดภัยแล้วค่ะ
รุ่งรัตน์ วีระกุล

Tags

การเรียนรู้เริ่มต้นที่….

Q สวัสดีค่ะ คุณหมอ คุณแม่เห็นข่าวสารยุคนี้ที่พูดถึงปัญหาการศึกษาของเด็กไทย เลยกังวลว่าลูกน้อยวัย 4 เดือนจะประสบกับปัญหาเรื่องนี้ไหม แล้วคุณพ่อคุณแม่ต้องรับมือลูกน้อยอย่างไร นอกจากนี้ คุณแม่ตั้งข้อสังเกตว่าเด็กๆ กว่าเขาจะไปโรงเรียนก็ต้องรอให้โตก่อน ถ้าอย่างนั้นระหว่างที่เขายังเล็กคุณพ่อคุณแม่ควรทำอย่างไรเกี่ยวกับการเรียนรู้ของเขาดีคะ

            เคยตั้งข้อสงสัยกันไหมคะว่า ในอดีตเด็กๆ ถูกเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอนที่บ้านมากกว่าที่โรงเรียน แต่ยุคนี้กลับพบเด็กหลายคนไปโรงเรียนตั้งแต่อายุยังน้อย และหากมาทำความเข้าใจเรื่องพัฒนาการของเด็ก จะเห็นว่าสมองของเด็กมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รอว่ามาโรงเรียนจึงค่อยพัฒนา ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่สามารถอบรมเลี้ยงดูเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกได้ตั้งแต่ที่บ้านค่ะ โดยการพัฒนาเครื่องมือสำหรับเรียนรู้ของเด็กซึ่งก็คือสมอง ให้เหมือนที่เราสร้างบ้าน คือ ต้องวางรากฐานที่มั่นคงก่อน ด้วยการ

  • วางระบบสมอง สมองของเด็กมีการแตกกิ่งก้านสาขาและเชื่อมต่อเป็นโครงข่ายสายใยประสาทด้วยการรับข้อมูลจากสิ่งแวดล้อม เราจึงควรบำรุงสมองด้วยอาหารที่จำเป็นต่อการสร้างเครือข่ายสายใยประสาทและให้เด็กได้สำรวจโลกอย่างเหมาะสมตามวัย เพื่อให้สมองของเด็กได้รับข้อมูลเข้าไป
  • เข้าใจการพัฒนาสมอง เนื่องจากสมองทำงานด้วยการส่งผ่านกระแสประสาทขณะรับข้อมูล ดังนั้นยิ่งมีข้อมูลมากสมองก็จะยิ่งทำงานและเรียนรู้มาก ข้อมูลดังกล่าวมาจากประสบการณ์ตรงที่เด็กได้สำรวจโลกผ่านประสาทสัมผัสและการลงมือทำ
  • เรียนรู้ผ่านการเล่น เพราะสมองของเด็กเล็กเรียนรู้โลกผ่านประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว ขณะที่เขาจ้องมองใบหน้าของคุณพ่อคุณแม่ จ้องมองของเล่น หรือนกที่บินผ่าน (ตา) เขายังได้ยินเสียงพูดคุยกับเขา เสียงร้องเพลงให้เขาฟัง หรือเสียงนกร้องลมพัด(หู) ได้กลิ่นอาหารในบ้าน หรือกลิ่นดอกไม้ในสวน (จมูก) ได้สัมผัสใบหน้า หรือเงยหน้าและเอื้อมมือเพื่อจะคว้านก (สัมผัสที่ผิว การรับรู้กล้ามเนื้อข้อต่อ และการใช้กล้ามเนื้อ) รวมถึงเขายังอาจต้องนั่งทรงตัวบนตักคุณแม่ (Vestibular) ยิ่งลูกน้อยได้เล่น (ตามวัย) มากเท่าไหร่ เครือข่ายสายใยประสาทของลูกยิ่งแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น
  • เรียนรู้ผ่านภาษาและการพูดคุย ช่วงอายุระหว่าง 2 – 7 ขวบหรือตั้งแต่ลูกน้อยเริ่มพูดได้ เขาจะพัฒนาความเข้าใจภาษาและการพูดคุยอย่างรวดเร็วขณะเล่น หรือพูดคุยกับผู้ใหญ่ จากเด็กน้อยที่พูดเป็นคำเดี่ยวๆ จนสามารถพูดเป็นวลี เป็นประโยคง่ายๆ และซับซ้อนมากขึ้น เขาต้องเติบโตในสิ่งแวดล้อมที่มีผู้ใหญ่พูดคุยและรับฟังเขา รวมถึงการร้องเพลงและการเล่านิทาน
  • เรียนรู้ผ่านกิจวัตรประจำวัน เพราะการเรียนรู้และการพัฒนาสมอง คือ เด็กได้ฝึกฝนทักษะการช่วยเหลือตนเองตามวัย ถึงวัยที่ต้องหยิบของป้อนตัวเอง (ประมาณ 7 เดือนขึ้นไป) ก็ได้ทำ เมื่อมีพัฒนาการที่ดีขึ้นที่เขาสามารถดื่มน้ำจากแก้วได้โดยไม่หก ( ประมาณ1 ขวบครึ่ง) ใช้ช้อนป้อนตัวเองได้ (1.5 – 2 ขวบ) ถอดและใส่เสื้อผ้าได้เอง และอื่นๆ อีกมากมาย โดยขณะที่เด็กได้ช่วยเหลือตัวเอง ก็มีผู้ใหญ่คอยดูแลและพูดคุยกับเขาบ้าง นอกจากเด็กจะมีพัฒนาการกล้ามเนื้อและทักษะสังคม-การช่วยเหลือตัวเองดีขึ้นแล้ว พัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจก็ยังได้พัฒนาและสร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างลูกน้อยกับคุณพ่อคุณแม่อีกด้วยค่ะ
  • เรียนรู้ผ่านความจริง และประสบการณ์ตรง เด็กจะสามารถเชื่อมโยงเหตุและผลได้ เขาต้องได้รับประสบการณ์ตรงที่หลากหลาย เช่น สำรวจพื้นที่นอกบ้าน เรียนรู้ห้องต่างๆ ในบ้าน หน้าที่ของแต่ละอาชีพ ฝึกเปรียบเทียบความเหมือน-แตกต่างของสิ่งต่างๆ (เช่น รถไฟธรรมดา กับ รถไฟฟ้า) สิ่งสำคัญตรงนี้ คือ ผู้ใหญ่ที่พูดคุย ถกเถียงและกระตุ้นให้เขาคิด

 

ดังนั้นถ้าจะให้คุณหมอตอบคำถามคุณแม่ว่าการเรียนรู้ควรเริ่มที่ไหนดี คำตอบ คือ ที่บ้าน ที่ครอบครัว ที่คุณพ่อคุณแม่ สิ่งต่างๆ รอบตัว ที่สมอง และหัวใจของลูกค่ะ

 

 

เรื่องโดย : พญ.นลินี เชื้อวณิชชากร
ภาพ : Shutterstock

 

Tags

อาการขาดความรัก ของ “พี่” เมื่อมี “น้อง”

หลังจากที่ลูกสาวคนน้องเกิดมา คนพี่ก็เริ่มมีพฤติกรรมการอ้อนมากขึ้น นั่นคือ อาการขาดความรัก ของ “พี่” เมื่อมี “น้อง”

Continue reading “อาการขาดความรัก ของ “พี่” เมื่อมี “น้อง””

บทเรียนจากลูก (ตัวแสบ!)

สำหรับลูก การเรียนรู้เริ่มต้นที่บ้าน สำหรับคุณ การเรียนรู้เริ่มต้นที่ความเป็น “พ่อแม่” และนี่ก็คือเสี้ยวหนึ่งของบทเรียนจากลูกต่างวัย

 

วัยทารก

ตอนแรกเกิดและยังอยู่ที่โรงพยาบาล กลางวันเลี้ยงง่าย กลางคืนไม่ร้องกวน = ตอนออกจากโรงพยาบาลและกลับมาอยู่ที่บ้าน กลางวันเลี้ยงง่าย (เพราะหลับลูกเดียว) แต่ร้องกวนทั้งคืน

กินนมเก่ง ร้องหิวนมบ่อยกว่าปกติ = งอแงตลอดช่วงเย็น (เพราะท้องอืด)

ติดแม่สุดๆ แม่เท่านั้นที่ต้องการ = คำแรกที่พูดคือ “ปะป๊า”

 

วัยอนุบาล

ตื่นเต้น เห่อโรงเรียน ตั้งหน้าตั้งตารอวันเปิดเทอม = ร้องไห้หน้าโรงเรียนทุกเช้า บางเช้าแถมอาเจียนรดคุณครูด้วย

วันนี้ถูกใจเมนูที่เตรียมให้ ฟาดเรียบโดยไม่ต้องตามป้อน = พรุ่งนี้เปลี่ยนใจ ไม่ชอบแล้วเมนูนี้ ทำเมนูอื่นให้หน่อยนะ

เริ่มปรับตัวได้ ไม่ร้องไห้หน้าโรงเรียนแล้ว = ติดหวัดเพื่อนจนป่วยงอมแงม ต้องลาหยุดหลายวัน กลับมาเริ่มงอแงใหม่

 

วัยเรียน

การบ้านลูก = การบ้านพ่อแม่

ลูกใกล้สอบ = พ่อแม่เร่งทบทวนความรู้เพื่อช่วยติว

ลูกเข้าค่าย = พ่อแม่มีเสื้อผ้าเน่ากระเป๋าใหญ่ให้จัดการ

 

วัยทวีน

“แป๊ปนึง” = ไม่ต้องรอ (เพราะนานมาก)

พ่อแม่สมัยก่อนต้องมีเวลานั่งคุยกับลูก = พ่อแม่สมัยนี้ต้องมีเวลานั่งแชทกับลูก

ลูกอยากไปเดินเที่ยว/ดูหนัง = พ่อแม่ไม่ต้องพาไป แค่อนุญาตให้ไปกับเพื่อนก็พอ

 

เรื่อง: จิรประภา

ภาพประกอบ: ข้าวตู

Tags

รักแฟนคลับทุกคนเลยจ้า..าา

เคยเจอปัญหา “แฟนคลับงอน” ไหมคะ? เหตุการณ์ที่ว่านี้มักเกิดขึ้นกับบ้านที่มีลูกมากกว่าสองคน โดยมี “พ่อ” หรือ “แม่” เป็นดาวเด่นประจำบ้าน… แม้จะภูมิใจเล็กๆที่ได้รับตำแหน่ง “ดาวเด่นประจำบ้านสิบปีซ้อน” แต่ดิฉันก็ยอมรับว่า ฉากแฟนคลับทะเลาะกันในที่สาธารณะเพราะ “อยากอยู่ใกล้แม่”มันช่างทรมานใจดาวมั่กมาก..กกก

แต่ดาวคนนี้ไม่ขอพ่ายแพ้ต่อพลังรักของแฟนคลับในเมื่อลูกๆเทใจให้ขนาดนี้ การจัดสรรเวลาและเทคิวให้แฟนคลับแต่ละคนอย่างลงตัว จึงเป็นเรื่องที่ดิฉันให้ความสำคัญ เพื่อความสุขของครอบครัวและสันติสุขของดาว..วว (ฮ่าๆๆ)

            เริ่มต้นด้วยฉากเบสิกอย่าง “ศึกชิงเก้าอี้ดนตรี” ก่อนเลยค่ะ…เชื่อว่าหลายคนคงเผชิญกันมาแล้วไม่มากก็น้อย เมื่อลูกๆแย่งนั่งเก้าอี้ติดกับดาวเด่นประจำบ้าน! ฉากนี้อาจกินเวลาแค่ห้านาที หรือ ลากยาวกลายเป็นซีนต่อเนื่องจนจบมื้อก็ได้ เรียกว่า กินไม่อร่อย กร่อยไปทั้งมื้อเลยทีเดียว…

เมื่อเจอฉากนี้บ่อยเข้า แทนที่จะปล่อยให้แฟนคลับเอาแต่ทะเลาะกันออกสื่อ ดิฉันจึงเปลี่ยนมา “สร้างกติกาง่ายๆ” แต่ได้ผลอย่างสุดซึ้ง นั่นคือ “สลับกันนั่งติดกับแม่คนละมื้อ” โดยมีหมายเหตุว่า“ แม่จะไม่จำว่าครั้งที่แล้วใครได้นั่งติดกับดาราคิวทองอย่างแม่ เพราะแฟนคลับต้องจำกันเอง นะจ๊ะๆ” นี่คือกลเม็ดเล็กๆที่ดิฉันตั้งใจฝึกให้แฟนคลับตัวน้อยรู้จักแก้ปัญหาด้วยการ “เคารพกติกา” แทนที่จะใช้อารมณ์ และเรียนรู้ว่า หากเขามีความซื่อสัตย์ต่อผู้อื่น เขาก็จะได้รับความซื่อสัตย์ตอบแทนกลับมาเหมือนกัน…ทุกวันนี้กิจกรรมกินข้าวนอกบ้านจึงพบกับความอร่อยหรรษามากขึ้น เพราะเปรมกับปริมจะเป็นฝ่ายพูดคุยและเคลียร์กันเองว่า “ครั้งที่แล้วปริมได้นั่ง ครั้งนี้ถึงตาเปรมแล้ว” ไม่ต้องให้ดารากล้ำกลืนลงไปไกล่เกลี่ยเหมือนเก่า เย้ๆๆ

กรณีต่อมาก็คือ “การเทคิวดารา” ให้ลงตัว… แม้จะทำกิจกรรมพร้อมกันทั้งครอบครัว แต่หากลูกคนใดคนหนึ่ง มีความโดดเด่นในเชิงเรียกซีน ชนิดที่อีกคนแทบไม่มีตัวตนล่ะก็คงไม่ดีแน่… พูดให้เห็นภาพก็คือ บางครั้งลูกคนหนึ่งอาจจะดื้อมาก ซนมาก จนพ่อแม่ต้องหันไปคอยห่วง คอยดุ คอยดูแล หรือ ในทางตรงกันข้าม อาจเป็นคนคุยเก่ง เล่าเรื่องตลอดเวลา จนอีกคนไม่มีโอกาสพูดอะไรสักแอะ แบบนี้คงต้องหันมาใส่ใจแฟนคลับที่แอบน้อยใจอยู่เงียบๆบ้างแล้วล่ะค่ะ

แม้เราจะบอกลูกว่า “รักลูกเท่ากัน” แต่ลูกทุกคนก็ยังอยากมี “เวลาส่วนตัว” กับพ่อแม่ เพื่อได้รับ “ความรักแบบเต็มๆ” บ้างเหมือนกัน… การจัดเวลาให้ลูกแต่ละคน ไม่ได้แปลว่า ต้องทอดทิ้งให้อีกคนจ๋อยเศร้านะคะ เทคนิคของดิฉันก็คือ หากวันไหนต้องการพาใครไปออกเดตกับแม่ อีกคนจะได้ไปทำกิจกรรมสุดหรรษากับคุณพ่อ… ครั้งหนึ่งเปรมได้ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนของเขาโดยมีคุณพ่อเป็นคนพาไป โปรโมชั่นนี้ทำให้เปรมไม่ลังเลเลยที่จะแยกกับแม่ในวันนั้น ส่วนปริมเองก็ได้ไปออกเดตกับแม่อย่างมีความสุข…

ในวันออกเดตกับลูกแต่ละคน ดิฉันจะทำให้ลูกรู้สึกว่า วันนี้เป็น “วันของเรา” เริ่มจากให้ลูกเลือกร้านอาหารที่ชอบ ทำกิจกรรมที่ลูกสนใจ เดินจับมือกระหนุงกระหนิงด้วยกัน… ดิฉันสัมผัสได้ถึงความสุขที่ลูกมี “อิสระ” จากการเป็น “ภาพรวม” ของครอบครัว มาเป็น “ภาพโซโล่” ที่ฉายฉานอย่างสุขใจ… ลูกจะเล่าโน่นนี่นั่นอย่างไม่รู้เบื่อ (เพราะไม่มีอีกคนคอยมาขัดคอทุกห้านาที!) กินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย และคอยเอาใจแม่อย่างไม่ต้องเขิน (เพราะไม่มีอีกคนมาคอยแซว!)เมื่อลูกได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ เราจะได้รู้จักลูกในมุมอื่นที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแล้วจะพบว่าลูกมีมุมน่ารักๆซ่อนอยู่อีกมากทีเดียวค่ะ… หลังจากใช้เวลาด้วยกันอย่างเต็มที่แล้ว ลูกมักจะมากอดแล้วบอกว่า “วันนี้มีความสุขที่สุด” แค่นี้ดาราคิวทองก็สุขใจจนแทบจะกลายเป็นดาราเจ้าน้ำตาแล้วค่ะ…

แฟนคลับ “งอน”ก็เพราะแฟนคลับ “รัก” … จัดเวลาให้แฟนคลับแสนรักสักนิด ซีนแห่งความสุขก็อยู่แค่เอื้อมค่ะ

 

เรื่อง : คุณโอ ชิดชนก ทองใหญ่ ณ อยุธยา
ภาพ : Shutterstock

Tags

พระราชินีเจตซุน แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ทรงพระครรภ์แล้ว

สมเด็จพระราชินีเจตซุน พระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ได้ทรงพระครรภ์แล้ว และคาดว่าจะมีพระประสูติกาลในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ปีหน้า

สมเด็จพระราชินีเจตซุน เปมา เดิมเป็นหญิงสาวสามัญชน ทรงเป็นพระธิดาคนที่สองจากจำนวนพี่น้อง 5 คน ของนายธอนทุบ กยอลเซน กัปตันสายการบินดรุกแอร์ กับนางโซนัม ซูกิ โดยเรื่องราวความรักของพระองค์กับสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีฯ นี้ เทียบได้กับนวนิยายรักโรแมนติกดีๆ สักเรื่อง

กษัตริย์จิกมีทรงเคยขอนางสาวเจตซุนแต่งงานตั้งแต่เธออายุเพียง 7 ขวบ ตอนนั้นพระองค์มีพระชนมายุ 17 พรรษา เป็นการพบกันครั้งแรกของทั้งสองระหว่างเสด็จไปทรงพักผ่อนเป็นการส่วนพระองค์กับพระราชวงศ์ในเมืองทิมพู

เจ้าชายจิกมีในขณะนั้นทรงคุกเข่าลงและตรัสกับเด็กหญิงเจตซุนว่า “เมื่อเธอโตขึ้น ถ้าฉันยังโสดและไม่แต่งงาน และเธอยังโสดและไม่แต่งงาน ฉันอยากให้เธอเป็นภรรยาของฉัน หากว่าความรู้สึกของเรายังเหมือนเดิม”

02

หลังจากวันนั้นมา 14 ปี เด็กหญิงเจตซุนเติบโตมาเป็นหญิงสาวผู้เพียบพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตา การศึกษา และชาติตระกูล เธอได้กลายเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏานด้วยวัย 21 ปี และเอาชนะใจประชาชนชาวภูฏานด้วยใบหน้าที่งดงามในแบบของหญิงสาวชาวภูฏานและบุคลิกเขร่งขรึมสงบเสงี่ยม ประชาชนชาวภูฏานล้วนลงความเห็นว่ากษัตริย์ของตนได้เลือกคู่ครองที่เหมาะสมแล้ว

พิธีอภิเษกสมรสได้มีขึ้น ณ เดือนตุลาคม 2554 ณ ลานพระราชพิธีซึ่งจัดในป้อมปราการเมืองพูนาคา เมืองหลวงเก่าของประเทศ เป็นพิธีเรียบง่าย แต่ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี โดยไม่มีการเชิญสมาชิกราชวงศ์จากต่างประเทศ หรือเหล่าคนดังเข้าร่วมเลย มีเพียงพระบรมวงศานุวงศ์อีกทั้งข้าราชการระดับสูง ร่วมเป็นสักขีพยานโดยพร้อมเพียง

ไม่นานเกินรอ ต้นปีหน้า ทั้งชาวไทยและชาวภูฏาน คงได้ยลพระโฉมขององค์เจ้าหญิง หรือ เจ้าชายพระองค์น้อยแน่ๆ

04 05 06

เรียบเรียงจาก : นิตยสาร แพรว ปีที่ 33 ฉบับที่ 773 (10 พ.ย. 54) หน้า 204-228 (ปี 2554)

 

Tags

งานศิลปะสุดแนวที่สร้างสรรค์จากภาพวาดสัตว์ประหลาดของเด็กๆ

มลรัฐเท็กซัสร่วมกับโรงเรียนประถมหลายแห่ง นำศิลปินกว่าร้อยชีวิตจับคู่กับเด็กๆ เพื่อนำภาพวาดสัตว์ประหลาดของเด็กๆ มาทำเป็นผลงานศิลปะ สำหรับโครงการสัตว์ประหลาด “Monster Project”

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นให้โรงเรียนประถมเห็นความสำคัญของวิชาศิลปะและเพิ่มเวลาเรียนวิชานี้ให้มากขึ้น โดยให้เด็กๆ วาดรูปสัตว์ประหลาดตามจินตนาการของตัวเอง และมีศิลปินดังนำภาพวาดของเด็กๆ ไปสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะหลากหลายรูปแบบต่ออีกครั้ง

นอกจากนี้โครงการนี้ยังช่วยให้เด็กๆ ได้มีโอกาสพบและพูดคุยกับศิลปินตัวจริง ทำให้เป็นการสร้างแรงบันดาลใจและเห็นการทำงานจริงของศิลปิน เด็กๆ จะได้เรียนรู้ว่ามีสาขาอาชีพอะไรบ้างที่เกี่ยวกับศิลปะ และหากพวกเขามีใจรักทางด้านนี้ พวกเขาจะสามารถทำเป็นอาชีพต่อไปได้อย่างไรบ้าง

นับเป็นโครงการที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์กับเด็กๆ จริงๆ ค่ะ ลองไปชมภาพส่วนหนึ่งของผลงานกันเลย

go-monster-project-kids-drawings-inspire-artists-43__880

go-monster-project-kids-drawings-inspire-artists-44__880

go-monster-project-kids-drawings-inspire-artists-81__880

go-monster-project-kids-drawings-inspire-artists-79__880

go-monster-project-kids-drawings-inspire-artists-46__880

go-monster-project-kids-drawings-inspire-artists-80__880

Monster Project

go-monster-project-kids-drawings-inspire-artists-50__880

go-monster-project-kids-drawings-inspire-artists-60__880

 

ที่มา: http://www.boredpanda.com/go-monster-project-kids-drawings-inspire-artists/?page_numb=3

คลิปน่ารัก เมื่อลูกสุนัขเจอกับเบบี๋เป็นครั้งแรก…

ดีใจกันสุดๆ ไปเลย เมื่อลูกสุนัขกับเบบี๋เจอกันเป็นครั้งแรก สังเกตดูหน้าของเบบี๋น้อยสิคะ ยิ้มแก้มปริเลยทีเดียว

ที่มา: pugsnkisses84 Channel

Facebook เตรียมแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อพ่อแม่เผลอโพสต์รูปที่มีลูกน้อยแบบสาธารณะ

เมื่อคุณพ่อคุณแม่จะโพสต์สเตตัสหรือสิ่งอื่นแบบ “สาธารณะ” เฟสบุ๊คมีแผนว่าจะแจ้งเตือนคุณทันทีก่อนที่คุณจะแชร์ภาพหรือสิ่งต่างๆ ที่มีลูกน้อยของคุณ หรือสมาชิกคนอื่นในครอบครัว

มีรูปภาพอัพโหลดขึ้นเฟสบุ๊คกว่าสองพันล้านภาพทุกวัน และภาพเหล่านั้นจำนวนไม่น้อยก็มีเพื่อนๆ ลูกน้อย รวมถึงสมาชิกครอบครัวของคุณพ่อคุณแม่ด้วย

Jay Parikh รองผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของเฟสบุ๊ค พูดถึงระบบนี้ในงานที่บลูมส์บูรี ประเทศอังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาว่า “ถ้าผมจะอัพโหลดภาพลูกผมเล่นในสวนสาธารณะโดยที่ผมเผลอตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ (Public) ระบบนี้จะเตือนได้ว่า “รอสักเดี๋ยวนะ รูปนี้เป็นรูปลูกคุณนะ ปกติคุณจะโพสต์ให้สมาชิกในครอบครัวเห็นเท่านั้นนะ จะแชร์แบบนี้จริงๆ หรือ?”

แม้ยังไม่มีการระบุแน่ชัดว่าระบบนี้จะเริ่มใช้เมื่อไหร่ แต่เป็นระบบที่ดีมากสำหรับพ่อแม่ค่ะ ในระหว่างนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็ควรระมัดระวัง ไม่ควรแชร์รูปลูกโดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ โดยเฉพาะรูปที่ระบุชัดเจนว่าลูกอยู่ที่ไหน เพราะอาจเป็นข้อมูลให้มิจฉาชีพรอบตัวเราได้โดยไม่ตั้งใจค่ะ

 

ที่มาและภาพ : thenextweb.com

สุดเจ๋ง! หนูน้อยนักสเก็ตบอร์ดวัย 6 ขวบ

คลิปหนูน้อยนักสเก็ตบอร์ด อายุเพียงแค่ 6 ขวบก็เล่นสเก็ตบอร์ดได้เก่งขนาดนี้แล้ว เพราะหนูรู้จักฝึกฝนและมุ่งมั่น ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลแน่นอนค่ะ

ที่มา: People are Awesome Channel

Tags