จุดอำนวยความสะดวก

ลานจอดรถ  เรามีที่จอดรถรองรับคุณพ่อคุณแม่นักช็อป

  • ลานกลางแจ้ง P1 และ P2 รองรับรถยนต์ส่วนบุคคลได้กว่า 1,000 คัน
  • ลานจอดรถภายในอาคาร (มีค่าบริการ**) รองรับรถยนต์ส่วนบุคคลได้กว่า 1,600 คัน

(*ค่าบริการ 3 ชั่วโมงแรก 40 บาท  ชั่วโมงต่อไปคิดชั่วโมงละ 20 บาท (ให้บริการ 6.00 – 24.00 น. หลัง 24.00 น.

คิดชั่วโมงละ 100 บาท)

สะดวกยิ่งขึ้นด้วยรถบริการรับ – ส่ง

  • จากฮอลล์ 106 ไปยังลานจอดรถ P1 และ P2

_MG_6965

 

บริการรถตู้รับ – ส่ง จากรถไฟฟ้า BTS

  • รับจากหน้าทางเข้าไบเทคพาท่านมาที่งาน Amarin Baby & Kids Fair เอาใจคุณแม่นักช็อปที่ชอบเดินทางชิลๆ สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องกลัวรถติด

_MG_6971

จุดเรียกรถแท็กซี่ 

  • สะดวกสุดๆ ด้วยบริการรถแท็กซี่ ส่งคุณถึงบ้านอย่างสบายใจ

7-taxi

จุดบริการรถเข็น

  • อันนี้ก็อยากได้ อันนั้นก็อยากซื้อ แต่ถือของเต็มมือแล้วทำอย่างไรดี ไม่ต้องห่วง ทางเรามีบริการยืมรถเข็นภายในงาน ให้คุณช็อปได้อย่างจุใจ

 

จุดรับฝากของ

  • คุณแม่ไม่ต้องกังวลเรื่องการถือของหนัก เพราะเรามีบริการรับฝากของ ให้คุณแม่ได้ช็อปอย่างสบายใจ

จุดรับฝากของ

 

จุดบริการรับส่งสินค้าถึงบ้าน

  • หากคุณแม่ไม่สะดวกที่จะขนสินค้ากลับ เรามีบริการส่งสินค้าให้ถึงบ้าน โดยบริษัท Kerry Express จำกัด (ค่าบริการตามน้ำหนักและระยะทาง)

 

ห้องเปลี่ยนผ้าอ้อม และห้องให้นมบุตร 

  • ไม่ต้องคอยกังวลว่าหนูน้อยจะร้องไห้ หิวนม หรืองอแงจากความไม่สบายตัวอีกต่อไป ทาง Amairn Bay & Kids ใส่ใจคุณแม่ คุณลูก โดยจัดห้องให้นมบุตร และห้องเปลี่ยนผ้าอ้อม คอยให้บริการ พร้อมผ้าอ้อม และแผ่นซับน้ำนม ภายในห้องยังมีมุมอ่านหนังสือนิทานให้กับคุณพ่อที่มานั่งรอ เพลิดเพลินกับการช้อปได้ตลอดงาน

ห้องเปลี่ยนผ้าอ้อม2

Tags

โปรโมชั่นในงาน

ต่อที่ 1

  • ช็อปครบ 2,000 บ. ถ่ายรูปฟรี! กับทีมช่างภาพจากนิตยสาร Amarin Baby & Kids
  • ช็อปทุกๆ 2,000 บ. ลุ้นรับฟรี! คอกกั้นเด็ก Haenim รุ่น Playgame มูลค่า 4,500 บ., เป้อุ้มเด็ก Todbi (Hip Seat) มูลค่า 6,450 บ., บ้านเด็ก Haenim Kids House มูลค่า 9,900 บ., รถเข็น Reacaro รุ่น Easylife Limited Edition มูลค่า 17,500 บ.

ต่อที่ 2

  • ช็อปครบ 3,000 บ. ฟรี! ผลิตภัณฑ์ Babi Mild มูลค่า 35-72 บ. (1,184 ชิ้น)
  • ช็อปครบ 8,000 บ. ฟรี! Baby Wipes Pureen มูลค่า 129 บ. (800 ชิ้น)
  • ช็อปครบ 15,000 บ. ฟรี! บัตร Gift Voucher ทดลองเรียนว่ายน้ำฟรี จาก Swimming Kids มูลค่า 900 บ. (320 ใบ)

 

promotion

 

จุดลงทะเบียน

  • รับของที่ระลึกฟรี!

register

_MG_6975

 

อมรินทร์ เบบี้ แอนด์ คิดส์ สตูดิโอ (Amarin Baby & Kids Studio) 

  • ช็อป แล้วแชะ เป็นแม่ดันให้ลูกน้อย เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,000 บาท ขึ้นไป นำใบเสร็จจากร้านค้าไปร่วมกิจกรรมถ่ายรูปหนูน้อย (อายุแรกเกิด – 12 ปี) และหนูน้อยที่มีอายุ 3 เดือน – 3 ปี ยังมีโอกาสเข้าร่วม ลุ้นถ่ายขึ้นปกนิตยสาร Amarin Baby & Kids  ในกิจกรรม Cover Kids (* เงื่อนไขการถ่ายรูป หนูน้อย 1 คน จะได้รับสิทธิ์ถ่ายรูป 1 สิทธิ์ต่อวัน, ** ติดตามเงื่อนไขอื่นๆ ภายในงาน)

_MG_8250

_MG_6004

_MG_6065

 

ประกวดแม่ท้องสุขภาพดี

  • สำหรับคุณแม่ท้องที่มีอายุครรภ์ 12-28 สัปดาห์ เมื่อซื้อสินค้าครบ 2,000 บาท ขึ้นไป นำใบเสร็จจากร้านค้า ร่วมกิจกรรมประกวดแม่ท้องสุขภาพดี ลุ้นถ่าย Fashion Set ลงนิตยสาร Amarin Baby & Kids

Studio แม่ท้อง

แพรวเพื่อนเด็กเล่านิทาน

  • เหนื่อยจากการเดินช็อป เรามีมุมคุณหนูให้นั่งพักฟังนิทานสนุกๆ จากแพรวเพื่อนเด็ก

_MG_7372

IMG_6173

Tags

ตารางการจัดงาน AMARIN Baby & Kids Fair ครั้งที่ 7

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559

10.30 – 11.00 น. พิธีเปิด

11.00 – 11.30 น. มอบรางวัล “หนูน้อยขวัญใจมหาชน”

15.00 – 15.30 น. ลงทะเบียน (แข่งคลาน และ เตาะแตะ)

ดูรายละเอียดการแข่งขัน Baby Rally ทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 24-28 กุมภาพันธ์ 2559 คลิกเลยค่ะ

 

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559

10.30 – 11.00 น. ลงทะเบียน (แข่งคลาน และ เตาะแตะ)

 

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559

10.30 – 11.00 น. ลงทะเบียน (แข่งคลาน และ เตาะแตะ)

 

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559

11.00 – 12.20 น. Fashion Show น้องๆเข้ารอบ 40 คน

13.10 – 13.40 น. เล่านิทาน Smart Kids

13.40 – 13.50 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

14.00 – 14.10 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

14.00 – 14.10 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

14.20 – 14.30 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

14.40 – 14.50 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

15.00 – 15.10 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

15.20 – 15.30 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

15.40 – 15.50 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

16.20 – 16.30 น. กิจกรรมจากสำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็ก

17.00 – 17.10 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

17.20 – 17.30 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

17.30 – 18.00 น. เล่านิทาน Smart Kids

 

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559

11.00 – 11.40 น. เล่านิทาน Smart Kids

11.40 – 11.50 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

12.00 – 12.10 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

13.10 – 13.20 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

13.30 – 13.40 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

13.50 – 14.00 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

14.10 – 14.20 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

14.20 – 14.50 น. เล่านิทาน Smart Kids

14.50 – 15.00 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

15.10 – 15.20 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

15.30 – 16.30 น. แพรวเพื่อนเด็ก

16.30 – 16.40 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

16.50 – 17.00 น. กิจกรรมจาก Main Sponsor

17.30 – 17.50 น. Lucky Draw – ประกาศผลรางวัล

Tags

10 เด็กดัง ในชุดกี่เพ้ารับอั่งเปา

ในเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมานี้ หลายบ้านได้จัดหาชุดกี่เพ้า หรือเสื้อผ้าสีแดงที่เป็นสิริมงคลของชาวจีน มาให้ลูกหลานได้ใส่กัน แน่นอนว่าในปีนี้มีบ้านดาราดังที่ต้อนรับสมาชิกใหม่เพียบ มาดูกันค่ะ

เริ่มต้นด้วยครอบครัวของคุณแม่พลอย ชิดจันทร์ กับลูกๆ ทั้ง 4 ที่มาจาก IG : ploychidjun

10_dadadek (11)

คุณแม่นานา น้องบีน่า บรู้คลิน กับคุณเจนี่ ที่มาจาก IG : Janienieeleven

10_dadadek (7)

น้องโปรดสุดหล่อ หนูน้อยขวัญใจมหาชนของเราในปี 2015 ที่มาจาก IG : ppanward

10_dadadek (9)

น้องวันใหม่รอรับซองอั่งเปาจากเฮียบอย ที่มาจาก IG : momomama1234

10_dadadek (8)

น้องมายูในชุดกี่เพ้าสีชมพู มีคนกดไลค์กว่าหมื่นคน ที่มาจาก IG : mayfuang, kanchai

10_dadadek (10) 10_dadadek (3)

ภาพน้องมะลิจากแฟนคลับที่สร้างอินสตาแกรมมาให้พี่ๆ ติดตาม ที่มาจาก IG : malicandaporfamily_fc

10_dadadek (4)

น้องฮันเตอร์ ลูกชายของคุณแม่ฮาน่ากับคุณพ่อฮิวโก้ ที่ตอนนี้โกอินเตอร์แล้ว ที่มาจาก IG : hanahugo

10_dadadek (13)

น้องบีน่า เด็กน้อยน่ารักที่ลือกันว่าเป็นลูกสาวของเจี๊ยบ เลียบด่วน ที่มาจาก IG : somrak_k

10_dadadek (6)

น้องนาวา กับแม่อ้อม พิยดา ที่มาจาก IG : aomphiyada

10_dadadek (12)

น้องอลิน อลัน ลูกแฝดของคุณโอปอล์ และหมอโอ๊ค ชุดแดงรับตรุษจีนแรก ที่มาจาก IG : opalpanisara

10_dadadek (2)

ใครที่จับลูกแต่งตัวสวยๆ น่ารักแบบนี้คงจะสนุกน่าดู และเจอกันในเทศกาลต่อไปในตีม “วันวาเลนไทน์” จ้า^^

10 เมนูเด็ด ที่ทำจากอาหารไหว้เจ้าวันตรุษจีน

“ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้”
เชื่อว่าพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนทุกบ้านคงมีความสุขกันถ้วนหน้า และคงอิ่มหนำสำราญกับบรรดาของไหว้สารพันชนิด แต่ภายหลังจากวันไหว้แล้ว จะพบว่ามีของไหว้หลายอย่างยังเหลือค้างจนต้องเก็บแช่ตู้เย็นไว้ หลายคนก็เริ่มต้องมองหาวิธีดัดแปลงของไหว้ที่เหลืออยู่ให้เป็นอาหารต่างๆ ซึ่งวันนี้ Amarin Baby & Kids มีเมนูอาหารมาแนะนำกันค่ะ

1.ไก่รวนเกลือ/ไก่ทอดกระเทียมพริกไทย
เมนูยอดนิยมที่เก็บไว้อร่อยกันได้หลายวันเลยทีเดียว โดยสามารถเปลี่ยนเป็นหมูหรือเป็ดได้ตามแต่ของที่เหลือ
119_6_1.1.172_326X580_6_1.1.172_326X580

2.ต้มจืดฟักใส่ไก่/หมู
เมนูนี้เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี ใส่สาหร่ายด้วยก็ดีค่ะ
133_6_1.1.84_326X580_6_1.1.84_326X580

3.ไก่/หมูผัดขิง
สำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูก เมนูนี้เรียกน้ำนมได้ดีทีเดียว
210_6_1.1.244_326X581

4.แกงเผ็ดเป็ดย่าง
หากบ้านไหนไหว้ผลไม้เป็นสับปะรดหรือองุ่น ก็นำมาใส่ลงหม้อด้วยกันได้เลย
1.1.204_6_1.1.204_324X582

5.แกงเขียวหวานไก่/หมู
ทานกับข้าวสวยก็อร่อย ขนมจีนก็เข้ากัน หรือจะลองราดบนเส้นหมี่ซั่วก็อร่อยไปอีกแบบ
แกงเขียวหวานหมู_6_1.1.42_326X580

6.ปลาทอด/นึ่งลุยสวน
ไม่ว่าจะเป็นปลาอะไร ให้ลองนำมาทอดหรือนิ่ง แล้วทำน้ำยำราด รับรองว่าแซ่บถึงใจ
574_1.1.665_6_1.1.665_326X580

7.ลาบเป็ด
ทำเมนูนี้เสร็จ อาจต้องเรียกหาข้าวเหนียวด้วยทันที
1.1.413_6_1.1.413_333X586

8.ผัดกะเพรา
เมนูแสนง่าย ใช้ได้กับทุกวัตถุดิบที่เหลืออยู่ ทั้งหมู ไก่ เป็ด ปลาหมึก แต่อย่าลืมไข่ดาวสวยๆ โปะหน้า
เมนู ตรุษจีน

9.ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์
เมนูนี้ก็เช่นกัน จะเปลี่ยนเป็นหมูก็อร่อยไม่แพ้กัน
kaipudmedmamuanghimaphan_6_1.1.718_326X580

10.ต้มยำไก่
จะทำแบบน้ำข้นน้ำใสก็ตามแต่ชอบ
1.1.188_109_6_1.1.188_326X580

ภาพจาก www.knorr.co.th

Tags

สมูทตี้สตรอว์เบอร์รี่กล้วยโยเกิร์ต

เมนูน้ำปั่นสุดจี๊ด ที่ช่วยปลุกความสดชื่นยามเช้าให้กับคุณแม่ ทำง่ายๆ แถมวิตามินซีล้นแก้ว

ส่วนผสม (สำหรับ 2 แก้ว)

  1. สตอว์เบอร์รี่สด      5-10        ลูก
  2. กล้วยหอม              ½            ลูก
  3. โยเกิร์ต                   ½            ถ้วย
  4. น้ำส้มคั้น                ½            ถ้วย
  5. น้ำมะนาว               1              ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำแข็งบด               1              กำมือ

วิธีการทำ

หั่นสตรอว์เบอร์รี่และกล้วยหอมใส่เครื่องปั่น ตามด้วยโยเกิร์ต น้ำส้มคั้น น้ำมะนาว และน้ำแข็งบด ปั่นส่วนผสมให้เนียนเข้ากัน เทใส่แก้วและจัดเสิร์ฟ

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

เด็กนักเรียนจินตนาการเหลือล้ำ แต่งโคลงสี่สุภาพจนคุณครูต้องโอดครวญ “โอ้ยย ! ครูจะบ้าา”

เด็กประถมโรงเรียนสารวิทยาส่งการบ้านวิชาภาษาไทยให้กับคุณครูสุดสวย แต่เมื่อนำมาส่งแล้วคุณครูถึงขั้นอดประทับใจในความน่ารักนี้ไม่ได้ จึงได้เผยแพร่ลงเฟซบุ๊ก ชาวออนไลน์เห็นแล้วรู้สึกอมยิ้มด้วยความเอ็นดู เพราะมีภาพวาดมินเนี่ยนน้อยถือกล้วย ร้องเพลงบานาน่า

banana

“โอ้ยย ! ครูจะบ้าา
หนูคิดนานมั้ยลูกโคลงสี่สุภาพบทนี้ มินเนี่ยนร้องเพลงคืออะไร คือจะด่ามันก็ไม่ได้ เอก7โท4 ตรงเป๊ะ
ครูหละเพลียย 555555
**ครูลงขำๆนะคะ เรียกรอยยิ้มเสียงหัวเราะก็พอเนอะ จริงๆงานเด็กผิดเนื่องจากคำสัมผัส นอกซ้ำ บทประพันธ์ไม่มีความหมาย ครูให้กลับไปแก้ไขแล้วค่ะ ไม่ดราม่าเนอะครูขอ T^T ส่วนเรื่องลอกเนตไหม ครูถามแล้ว เด็กบอกว่าเค้าคิดออกเพราะกำลังฟังเพลงนี้พอดี อาจจะคิดได้เหมือนกันพอดีก็เป็นไปได้ค่ะ อยากให้อ่านขำๆพอนะคะ ขอบคุณค่ะ ^^” (ที่มาจากเฟซบุ๊ก Suvimon’ Noi)

สุดท้ายคุณครูให้นำกลับไปแก้ไข พร้อมชี้แจงว่า คำซ้ำในบทประพันธ์ไม่มีความหมาย เมื่อถามเด็กว่าล็อกมาจากอินเตอร์เน็ตหรือเปล่า หนูน้อยบอกว่าคิดเองเพราะกำลังอยากฟังเพลงนี้พอดี

คุณพ่อคุณแม่เห็นข่าวนี้แล้วก็อย่าลืมช่วยตรวจการบ้านลูกก่อนนำส่งคุณครูด้วยนะคะ^^

Tags

ไข้ซิกา

พบผู้ป่วย ไข้ซิกา ต้องแจ้งความ

ไข้ซิกา เป็นอันตรายกับหญิงตั้งครรภ์ช่วง 12 สัปดาห์ ถือว่าเป็นครรภ์อ่อนๆ ที่ระบบเซลล์กำลังพัฒนาไปเป็นกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ อย่างที่ทราบกันว่าไวรัสซิก้า ทำให้เด็กเกิดมามีศีรษะเล็ก ซึ่งจะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก

พบผู้ป่วย ไข้ซิกา ต้องแจ้งความ

 

ไข้ซิกา

องค์การอนามัยโรคประกาศให้โรคระบาดจากไวรัสซิก้านี้จัดเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะทำให้เด็กที่คลอดออกมามีลักษณะพิการ

images2

กระทรวงสาธารณสุขบราซิลเฝ้าระวังโรคระบาดจาก “ไวรัสซิก้า” ที่กำลังกระจายโรคออกไปหลายพื้นที่ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการออกผื่นและเป็นไข้ใน 2 – 3 วัน โดยไวรัสร้ายนี้มียุงเป็นพาหะเช่นเดียวกับโรคไข้เลือดออก และชิคุนกุนยา ส่วนรัฐบาลประกาศห้ามคนท้องงดเข้าชมกีฬาโอลิมปิกในช่วงเดือนสิงหาคมปี 2559 และมีการฉีดพ่นยากำจัดยุงลายในเขตบ้านเรือน เพราะมีผู้ติดเชื้อกว่า 1,000 คนแล้ว

images

การกำจัดยุงลาย จะสามารถควบคุมได้ 3 โรค
1. ไข้เลือดออก
2. ไข้ปวดข้อชิคุนกุนยา
3. ไข้ชิกา

ไวรัสซิก้า, ไข้ซิกา

ประเทศบราซิลพบผู้เสียชีวิตจากไวรัสซิกา 2 เคส คนแรกเป็นผู้ป่วยทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล ในเมืองเบเลง รัฐพารา ขณะที่ผู้ป่วยกำลังรักษาตัวในโรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน คนที่สองเป็นวัยรุ่นสาววัย 16 ปี ถูกนำมาส่งรักษาโดยคาดว่าเป็นโรคไข้เลือดออก แต่ตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตจากไวรัสซิก้า

ยุงลาย ต้นเหตุ ไข้ซิกา ในคุณแม่ตั้งครรภ์

ถือได้ว่าเป็นการพบผู้เสียชีวิตจากไวรัสซิก้า เป็นครั้งแรก โดยกระทรวงสาธารณสุขของบราซิลยังเตือนให้ผู้หญิงบราซิลที่กำลังวางแผนมีลูกให้ระวังและตรวจสอบการติดเชื้อจากไวรัสตัวนี้ด้วย เนื่องจากไวรัสจะส่งผลต่อเด็กในครรภ์ทำให้มีกระโหลกศีรษะเล็กผิดรูปตั้งแต่คลอด

ไวรัสซิก้า, ไข้ซิกา
ทารกไม่มีกะโหลก เนื่องจาก แม่ติดเชื้อ ไข้ซิกา ตอนท้อง

องค์การอนามัยโลกจะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบพื้นที่ในช่วงสัปดาห์หน้า ใครที่กำลังมีแพลนจะต้องเดินทางไปบราซิลก็ระวังเจ้ายุงร้ายเหล่านี้ด้วย

อ่านต่อ ไวรัสซิกาในประเทศไทย คลิกหน้า 2

ตรุษจีน

ตรุษจีน กับความหมายของซองอั่งเปาและแต๊ะเอีย

ใกล้เทศกาล ตรุษจีน เข้ามาทุกที คุณพ่อ คุณแม่ ที่มีเชื้อสายจีนหลายคนเตรียมซองสีแดงๆ ไว้ให้ลูกหลาน หลายคนอาจจะยังไม่แน่ใจว่าควรจะใส่เงินจำนวนเท่าไหร่ลงไปในซอง และยังมีอีกหลายคนที่ยังงงๆ อยู่ว่า อั่งเปา กับ แต๊ะเอีย ต่างกันอย่างไร? แม่น้องเล็กมีคำตอบมาฝากค่ะ

 

ตรุษจีน กับความหมายของซองอั่งเปาและแต๊ะเอีย

1.อั่งเปา หมายถึง ซองสีแดง

อั่งเปาหมายถึงซองสีแดง อันหมายถึงสัญลักษณ์แห่งเทศกาล ตรุษจีน (อั่ง แปลว่าสีแดง + เปา แปลว่าซองหรือกระเป๋า) ในปัจจุบันนี้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่เอาใจเด็กๆ ด้วยการนำตัวการ์ตูน อาทิ เอลซ่า มาใส่ชุดอาหมวย เพื่อดึงดูดความสดใจของเด็กๆ

2.แต๊ะเอีย หมายถึง เงินที่อยู่ในซอง

ในสมัยก่อนเงินของชาวจีนเป็นเหรียญที่ต้องใช้เชือกร้อยผูกไว้กับเอว แต่ปัจจุบันเป็นธนบัตรแล้ว (แต๊ะ แปลว่า ทับ หรือ กด, เอีย แปลว่า เอว) จึงไม่มีใครนิยมนำมาห้อยเอวกันแล้ว

ตรุษจีน
อั่งเปาคือซองสีแดง แต๊ะเอียคือเงินที่อยู่ในซอง

3.แต๊ะเอีย ใส่เป็นเลขคู่จึงจะโชคดี

หากถามว่าควรใส่แต๊ะเอียเท่าไหร่ คนจีนมักจะใส่กันเป็นเลขคู่ เพราะหมายถึงโชคทวีคูณ อาจจะใส่ 400 บาท, 600 บาท, 800 บาท และยิ่งเป็นเลข 8 ยิ่งเป็นที่นิยม เพราะในภาษาจีนออกเสียงคล้ายกับคำที่แปลว่า “ร่ำรวย”

4.ลูกหลานมีงานทำแล้วก็จะไม่ได้แต๊ะเอีย

แม้เราอาจจะเคยได้แต๊ะเอียกันทุกปี แต่เมื่อเราเติบโตมีการงานทำแล้ว ก็ต้องมอบซองสีแดงเป็นแต๊ะเอียให้กับเด็กๆ รุ่นหลังเราต่อไป

5.ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ อั่งเปาตั่วตั่วไก๊

เป็นคำอวยพรที่เรามักจะได้ยินกันในช่วงเทศกาล ตรุษจีน อันหมายถึงขอให้ปีนี้เป็นปีที่ร่ำรวยมีทรัพย์สมบัติเพิ่มพูน เฟื่องฟูขึ้น สมปรารถนา และขอให้ได้อั่งเปาเยอะๆ

 

16 ข้อห้าม วันตรุษจีน

ในวันเทศกาล ตรุษจีน จะมีข้อห้ามที่ห้ามทำกันในวันนั้น เพื่อความเป็นสิริมงคลของครอบครัว ซึ่งมีดังนี้

1.ห้ามพูดคำหยาบคาย ด่าทอ ทะเลาะเบาะแว้ง เพราะจะไม่เป็นมงคล และโชคร้ายตลอดทั้งปี เราจึงควรพูดจาทักทายกันด้วยคำพูดดีๆ อวยพรกันแต่สิ่งดีๆ เพื่อเป็นมงคล

2.ห้ามกวาดบ้าน เพราะถือเป็นการปัดโชคลาภ เงินทองออกไปจากบ้าน แต่จะไปทำความสะอาดกันหนึ่งวันก่อนวันตรุษจีน เพื่อให้บ้านสะอาดรับปีใหม่

3.ห้ามใช้ของมีคม ทั้งมีด และกรรไกร เพราะจะเป็นการตัดโชคดีออกไปด้วย

4.ห้ามสระผมหรือตัดผม คำว่า “ผม” เป็นคำพ้องกับคำว่า มั่งคั่ง ดังนั้น การสระหรือตัดผมในวันตรุษจีน ถือเป็นการล้าง หรือตัดความโชคดีออกไป

ตรุษจีน
การสระหรือตัดผมในวันตรุษจีน ถือเป็นการล้าง หรือตัดความโชคดีออกไป

5.ห้ามซักผ้า เทพเจ้าแห่งน้ำเกิดในวันตรุษจีน ดังนั้นการซักผ้าในวันนี้ จึงถือเป็นการลบหลู่ท่าน

6.ห้ามร้องไห้ เพราะจะทำให้พบกับเรื่องไม่ดีและเสียใจไปตลอดทั้งปี แม้แต่เด็กเล็ก ไม่ว่าจะซนแค่ไหน ผู้ปกครองก็จะไม่ตี เพื่อไม่ให้เด็กร้องไห้ในวันนี้

7.ห้ามซื้อรองเท้าใหม่ เพราะรองเท้าในภาษาจีน ออกเสียงว่า Hai คล้ายกับเสียงถอนหายใจ คนจีนจึงถือว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ดีของการเริ่มต้น

8.ห้ามกินโจ๊ก ชาวจีนมีความเชื่อว่า คนจนคือคนที่กินโจ๊กในยามเช้า ดังนั้น การกินโจ๊กในตอนเช้าของวันตรุษจีน เหมือนเป็นการขัดขวางไม่ให้ตัวเองร่ำรวย

9.ห้ามเข้าไปในห้องนอนของคนอื่น หากเข้าห้องนอนคนอื่นจะโชคร้าย ไม่ว่าเจ้าของบ้านจะเจ็บป่วยขนาดไหน ก็ไม่ควรให้แขกเข้ามาเยี่ยมในห้องนอน

10.ห้ามใส่ชุดขาวดำ ตามความเชื่อของชาวจีน เสื้อผ้าสีขาวดำ คือสีที่ไม่เป็นมงคล นิยมสวมใส่ในงานศพ เราจึงควรสวมใส่เสื้อผ้าสีแดง ซึ่งเป็นสีมงคลตามความเชื่อ

11.ห้ามทำของแตกหัก ชาวจีนมีความเชื่อว่า การทำสิ่งของแตก หมายถึง เป็นลางร้ายว่าคนในครอบครัวจะแตกแยก หรืออาจมีคนในครอบครัวเสียชีวิต

12.ห้ามให้ยืมเงิน หากให้ยืมเงินในวันตรุษจีน จะทำให้มีแต่คนมายืมเงินตลอด และหากใครติดเงินใคร ผู้นั้นจะมีหนี้สินตลอดทั้งปี ควรจะคืนให้เรียบร้อยก่อนถึงวันตรุษจีน

ตรุษจีน
ห้ามให้ยืมเงิน หากให้ยืมเงินในวันตรุษจีน จะทำให้มีแต่คนมายืมเงินตลอด

13.ห้ามทำงาน เชื่อกันว่า หากทำงานในวันปีใหม่ ก็จะทำให้เราต้องทำงานเหน็ดเหนื่อยตรากตรำตลอดทั้งวัน วันตรุษจีนจึงถือเป็นวันพักผ่อนที่ญาติๆ จะได้พบปะกัน

14.ห้ามกินเนื้อสัตว์ เชื่อกันว่าเทพเจ้าที่ลงมาในตอนเช้าของวันตรุษจีนเป็นมังสวิรัติ  ซึ่งการเลือกกินเจในตอนเช้านั้นคือมื้อแรกของวัน  และจะส่งผลให้ได้บุญตลอดทั้งปี

15.ห้ามให้คนอื่นล้วงกระเป๋า เพราะการทำเช่นนั้นไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าอะไรก็ตาม เช่น กระเป๋าเสื้อ กางเกง ต่างๆ เชื่อว่าจะโดนล้วงสิ่งดีๆ ออกไปจากชีวิต

16.ห้ามนอนกลางวัน เชื่อว่าการถ้าเรานั้นนอนกลางวันในวันตรุษจีน จะทำให้กลายเป็นคนขี้เกียจตลอดปี  ดังนั้น เราจึงไม่ควรที่จะนอนกลางวัน

ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีนที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เป็นการปฏิบัติตัวเพื่อความเป็นสิริมงคลของทุกคนในครอบครัว

อ่านเนื้อหาที่น่าสนใจเพิ่มเติม คลิก!!

อยากรวย อยากเฮง ไหว้ตรุษจีน แบบนี้รับทรัพย์แน่นอน!

10 เมนูเด็ด ที่ทำจากอาหารไหว้เจ้าวันตรุษจีน

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

ช่วยลูกรักเมื่อถูกแมลงกัดต่อย – easy baby & kids


เพราะแมลง เช่น ผึ้ง ต่อ แตน มีเหล็กใน ที่ต่อยแล้วจะทำให้ลูกน้อยหรือแม้แต่ผู้ใหญ่มีอาการปวด บวมแดง คัน และอาจทำให้แพ้จนเป็นอันตรายได้ ซึ่งหากลูกรักถูกแมลงเหล่านี้ต่อยเมื่อใด ควรรีบดูแลเบื้องต้นดังนี้ค่ะ

Tags

ปฐมพยาบาล

ช่วยลูกรักจากอาการชักเบื้องต้น – easy baby & kids

เมื่อลูกน้อยมีไข้สูงแล้วเกิดอาการชักขึ้น คุณแม่ไม่ควรตื่นตกใจเสียงดัง เขย่าตัวลูก หรือกอดรัดลูกแน่นๆ เด็ดขาด แต่ควรตั้งสติและ “ปฐมพยาบาล” เบื้องต้นให้ลูกตามขั้นตอนนี้ค่ะ

ปฐมพยาบาล

วอนผู้ใจบุญช่วย 2 พี่น้องถูกรถชน คนพี่เหลือแขนเดียวแต่ยังเล่นทรัมเป็ตได้

วอนช่วย ด.ช. 2 พี่น้อง ถูกรถบรรทุกชน คนพี่ 13 ปี แขนขาด คนน้อง 5 ขวบ ขาหัก คดีไม่คืบ แม่วอน ตร. ช่วยติดตาม ส่วนครูขอผู้ใหญ่ใจบุญช่วยต่อแขนเทียมให้ เพราะเด็กเป็นนักดนตรีโรงเรียน เหลือแขนเดียวแต่ยังเล่นทรัมเป็ตได้คล่องแคล่ว

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 59 นางประไพร รอดกสิกรรม ชาวบ้าน อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวของไทยรัฐว่า ว่า ลูกชายทั้งสอง ด.ช.คุณากร เติดสูงเนิน หรือ ต้าร์ อายุ 13 ปี และ ด.ช.ภูวนันท์ เติดสูงเนิน อายุ 5 ขวบ หรือน้องภู ถูกรถบรรทุกหกล้อชนจนได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2559 เป็นระยะเวลาเกือบเดือนแล้ว โดย ด.ช.คุณากร คนพี่ต้องตัดแขนซ้ายทิ้ง ส่วน ด.ช.ภูวนันท์ ขาซ้ายท่อนบนหัก แต่คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งคู่กรณียังไม่เคยเข้ามาช่วยเหลือดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลแต่อย่างใด จึงวอนผ่านสื่อเพื่อขอความเป็นธรรมด้วย

พี่น้องถูกรถชน-แขนขาด-ขาหัก

“ครอบครัวเราเช่านาเขาทำ ไม่มีเงินพอที่จะรักษาลูกชายทั้งสองคน โดยเฉพาะ ด.ช.คุณากร หรือน้องต้าร์ กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.1 และเป็นนักดนตรีประจำโรงเรียนพิไกรวิทยา อนาคตกำลังไปได้ดี แต่ต้องมามีสภาพเป็นคนพิการแขนขาด รู้สึกสงสารลูก แต่ไม่รู้จะช่วยลูกได้อย่างไร ตอนนี้อยากให้ลูกมีทุนการศึกษาและแขนเทียม เพื่อจะได้ใช้ชีวิตเหมือนคนอื่น และอยากให้คดีคืบหน้ามากไปกว่านี้” นางประไพร ผู้เป็นแม่ กล่าว

ด้านนายกัมพล อินเลี้ยง ครูสอนดนตรี โรงเรียนพิไกรวิทยา กล่าวว่า ด.ช.คุณากร เป็นนักดนตรีวงลูกทุ่งและวงดุริยางค์ของโรงเรียน เป็นเด็กที่ฉลาด ตั้งใจเรียน ตั้งใจฝึกซ้อม เรียนรู้ได้เร็ว เล่นดนตรีได้เก่งมาก โดยเฉพาะทรัมเป็ต แม้หลังประสบอุบัติเหตุแขนจะหายไปหนึ่งข้าง แต่ก็ยังพยายามมาเล่นดนตรีร่วมกับเพื่อนๆ เพราะเด็กมีใจรักในด้านดนตรีเป็นอย่างมาก ความจริงอยากให้เด็กคนนี้มีโอกาสเล่นเครื่องดนตรีชนิดอื่น หรือทำอะไรได้เหมือนกับคนอื่น หากมีผู้ที่ใจดีมอบแขนเทียมให้ คงจะดีไม่น้อย

“ทุกวันนี้ ด.ช.คุณากร ยังช่วยพ่อแม่ปัดกวาดเช็ดถูบ้าน ล้างถ้วยล้างจาน เลี้ยงน้องชายแทนพ่อกับแม่ เวลามาโรงเรียนก็เป็นเด็กฉลาดตั้งใจเรียน อีกทั้งยังเป็นนักดนตรีวงดุริยางค์และวงดนตรีลูกทุ่งประจำโรงเรียน เล่นเครื่องดนตรีทรัมเป็ตได้อย่างคล่องแคล่ว จึงอยากวอนผู้ใจบุญบริจาคแขนเทียมและทุนการศึกษา ได้ที่ หมายเลขบัญชี 04-2902-20-072592-1 ชื่อบัญชีนางสาวประไพร รอดกสิกรรม เพื่อ ด.ช.คุณากร เติดสูงเนิน ธนาคารออมสิน สาขาพรานกระต่าย ประเภทบัญชีเผื่อเรียก” ครูกัมพล กล่าว

 

ที่มาและภาพ : ไทยรัฐ

โรคคาวาซากิ

โรคคาวาซากิ ภัยร้ายเด็กเล็กที่ก่อโรคหัวใจในเด็ก

ช่วงนี้มีเด็กป่วยด้วย โรคคาวาซากิ ในไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และพบภาวะการต้านยามากขึ้น ภัยร้ายที่แท้จริงคือโรคนี้ส่งผลต่อหลอดเลือดหัวใจจนอาจทำให้พิการได้

คุณพ่อคุณแม่รู้จัก “โรคคาวาซากิ(Kawasaki Disease)” ไหมคะ?

เชื่อได้ว่าคนส่วนใหญ่อาจทำหน้างง พลางคิดไปว่าโรคอะไรเนี่ย ชื่อเหมือนจักรยานยนต์ยี่ห้อหนึ่ง สัญชาติญี่ปุ่นเลย อย่ากระนั้นเลย ไปถามผู้เชี่ยวชาญกันดีกว่า

พญ.มณินทร วรรณรัตน์ กุมารเวชศาสตร์โรคระบบหายใจ โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว 111 ระบุว่าโรคคาวาซากินั้น มีรายงานครั้งแรกตั้งแต่ปี 1967 โดยแพทย์ชาวญี่ปุ่นชื่อโทมิซากุ คาวาซากิ (Tomisaku Kawasaki) ตรวจพบในเด็กชายชาวญี่ปุ่นอายุ 4 ปี ที่ป่วยเป็นไข้ร่วมกับอาการอื่นๆ ซึ่งไม่เคยตรวจพบมาก่อน หลังจากนั้นจึงตรวจพบผู้ป่วยอาการแบบเดียวกันมาเรื่อยๆ และมีอุบัติการณ์ของโรคนี้กระจายไปทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอายุน้อยกว่า 5 ปี

โรคคาวาซากิคืออะไร
โรคคาวาซากิเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน

ในไทยพบผู้ป่วยโรคคาวาซากิมากแค่ไหน?

ในประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคนี้ประมาณ 5-10 รายในประชากร 100,000 คน แต่ในระยะหลังๆ นี้พบว่ามีอุบัติการณ์ของผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และพบภาวะการต้านยามากขึ้นด้วย เฉพาะในโรงพยาบาลเวชธานีก็พบว่ามีอุบัติการณ์ของโรคคาวาซากิเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีเช่นกัน เนื่องจากโรคนี้หากให้การรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นคือ ก่อน 10 วันแรกของโรค จะช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคแทรกซ้อนลงได้อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หลอดเลือดหัวใจ ผู้ปกครองของเด็กเล็กจึงควรทำความรู้จักกับโรคนี้ เพื่อรับมือและช่วยให้การรักษาสัมฤทธิ์ผลมากที่สุด

 

สาเหตุและอาการของโรคคาวาซากิ

โรคคาวาซากิเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่ทำให้มีการอักเสบของเส้นเลือดขนาดกลางทั่วร่างกาย ซึ่งมีผลต่ออวัยวะในร่างกายหลายระบบ เกณฑ์การวินิจฉัยโรคคาวาซากิ ประกอบด้วย ไข้สูงมากกว่า 5 วัน ร่วมกับมีอาการต่างๆ 4 ใน 5 ข้อนี้

  1. เยื่อบุตาอักเสบ 2 ข้าง
  2. มีอาการของลิ้นและริมฝีปาก ได้แก่ ลิ้นเป็นสตรอเบอร์รี่ ริมฝีปากบวมแดง แห้งแตก
  3. มีอาการของแขนและขา ได้แก่ แขนขาบวมแดง ผิวแห้งปลายเท้าลอก
  4. มีผื่นตามตัว อาจเป็นผื่นแดงคล้ายลมพิษหรือปื้นแดงตามตัว
  5. ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต โดยเฉพาะเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1.5 เซนติเมตร
อาการของโรคคาวาซากิ
สาเหตุและอาการของโรคคาวาซากิ

ทั้งนี้โรคดังกล่าวพบว่าเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจในเด็ก ดังนั้นผู้ปกครองควรสังเกตอาการและหากพบอาการผิดปกติควรรีบนำเด็กเข้าพบแพทย์ เพื่อตรวจให้แน่ชัดและให้การรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป เพราะหากปล่อยไปจะทำให้เกิดผลแทรกซ้อนและความพิการต่อหัวใจอย่างถาวร จนยากแก่การรักษาให้หายขาดได้


ข้อมูล : โรงพยาบาลเวชธานี

ภาพ : (ภาพหลัก) kdcanada.org, Shutterstock, drthindhomeopathy.com

Save

สุขใจ…มีใช้ตอนเกษียณ

ความสุขในชีวิตของคุณเป็นแบบไหนกันบ้างคะ บางคนขอแค่มีความสุขกับปัจจุบันจากการทำงานที่รัก การอยู่กับคนที่รัก หรือกิจกรรมที่ชอบก็เพียงพอแล้ว แต่จะดีสักแค่ไหนถ้าเรามายืดความสุขให้ยาวออกไปไกลถึงอนาคตในวัยเกษียณอีกคุณอาจคิดว่าวัยเกษียณเป็นเรื่องไกลตัว และดูเป็นเรื่องยาก ขอบอกเลยว่าอนาคตคุณจะง่ายเพียงเริ่มต้นด้วยการออมตั้งแต่วันนี้ค่ะ เรามี 3 ตัวช่วยในการออมเพื่อการเกษียณ โดยผู้เชี่ยวชาญ K-Expert ที่ปรึกษาการเงินจาก KBANK มาแนะนำค่ะ
ตัวช่วยที่ 1 กองทุน RMF เป็นกองทุนที่ช่วยออมเงินไว้ใช้ตอนเกษียณ มีนโยบายการลงทุนหลากหลาย ไม่ว่าจะชอบเสี่ยงสูงหรือเสี่ยงต่ำก็มีให้เลือกลงทุนกันได้ แถมยังนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ซึ่งกองทุน RMF นี้ลงทุนสบายๆ ด้วยยอดขั้นต่ำเพียง 3% ของรายได้ทั้งปี หรือ 5,000 บาท แล้วแต่ว่ายอดไหนต่ำกว่ากัน ในแต่ละปีจะลงทุนกี่ครั้งก็ได้ แต่ยอดรวมต้องไม่เกิน 15% ของรายได้ที่คิดภาษี และไม่เกิน 500,000 บาทเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและประกันบำนาญ แต่ก่อนจะไปลงทุนกัน ขอให้ท่องไว้ก่อนว่า RMF เป็นกองทุนเพื่อเกษียณ เมื่อเราเริ่มลงทุนแล้ว ก็ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปีหรืออย่างน้อยปีเว้นปี จนอายุครบ 55 ปี

shutterstock_342570470

ตัวช่วยที่ 2 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนที่ลูกจ้างและนายจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจ มีองค์ประกอบของเงินกองทุน 3 ส่วน คือ
เงินสะสม – ลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนจ่ายเข้ากองทุนเพื่อตนเอง โดยนายจ้างหักจากค่าจ้างของลูกจ้างทุกครั้งที่มีการจ่ายค่าจ้าง
เงินสมทบ – นายจ้างจ่ายเข้ากองทุนเพื่อลูกจ้างที่เป็นสมาชิกกองทุนเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน
ผลประโยชน์ของเงินสะสม และผลประโยชน์ของเงินสมทบ – ดอกผลที่เกิดจากการนำเงินสะสม และเงินสมทบไปลงทุน
ลูกจ้างสามารถเลือกหักได้ตั้งแต่ร้อยละ 2 ถึงร้อยละ 15 ของเงินได้ในแต่ละเดือน ลูกจ้างหักเท่าไร นายจ้างจะสมทบให้อีกส่วนหนึ่ง ดังนั้น หากที่ทำงานมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะนำให้เลือกหักในอัตราที่สูงที่สุดข้อดีของการออมวิธีนี้ คือ เงินสบทบจากนายจ้างเสมือนได้รับค่าจ้างเพิ่ม เพิ่มความมั่นใจและมั่นคงหากต้องออกจากงาน หรือ เกษียณอายเป็นโอกาสที่ดีในการออมเงินเพื่อตนเองและครอบครัวเพิ่มขึ้น และอยู่ภายใต้การบริหารของมืออาชีพแถมยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

shutterstock_244435609

ตัวช่วยที่ 3 ประกันชีวิต การเลือกประกันชีวิต โดยเลือกว่าในวัยหลังเกษียณคุณต้องการใช้เงินแบบไหน
– หากต้องการเงินก้อนหลังเกษียณ ควรเลือกทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่เป็นได้ทั้งการคุ้มครองและการออมทรัพย์ เมื่อครบกำหนดสัญญาจะได้รับเงินก้อนคืน
– หากต้องการเงินบำนาญสม่ำเสมอหลังเกษียณ ควรเลือกทำประกันบำนาญ ซึ่งเราจะได้รับเงินมาใช้จ่ายทุกปีหลังเกษียณ การออมเดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลากหลายเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพื่อที่อนาคตคุณสามารถไว้วางใจได้ เพราะอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไงไม่มีใครรู้ แต่…คุณ คือ ผู้กำหนดได้ค่ะ

shutterstock_210029929

เรื่องดีๆ จากสิทธิประกันสังคม

เชื่อว่ามนุษย์ทำงานอย่างเราๆ คงคุ้นเคยกับคำว่า “ประกันสังคม” ได้เป็นอย่างดีเลยใช่ไหมคะ เพราะเมื่อคุณเริ่มทำงานประจำ มีรายได้รายเดือนจากนายจ้าง เงินจำนวนหนึ่งจะถูกหักเข้ากองทุนประกันสังคม เรียกว่า “เงินสบทบ” ซึ่งเงินดังกล่าวนี้ K-Expert ที่ปรึกษาการเงินจาก KBank กระซิบดังๆ ว่าไม่ได้ถูกหักไปเปล่าๆ  แต่จะได้รับกลับมาในรูปแบบของสิทธิประโยชน์ต่างๆ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสิทธิประโยชน์ที่เราจะได้จากกองทุนประกันสังคมกันค่ะ

สิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เราจะได้รับจากกองทุนประกันสังคม มี 7 กรณีด้วยกัน ได้แก่

shutterstock_69102694

1. ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย
เมื่อเจ็บป่วย หรือประสบอุบัติเหตุ ค่ารักษาต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในโรงพยาบาลตามบัตรที่ผู้ประกันตนได้เลือกเข้ารับการรักษาตั้งแต่ต้นปีของทุกปี ไม่ว่าจะเป็น “ผู้ป่วยนอก” หรือ “ผู้ป่วยใน” ผู้ประกันตนไม่ต้องจ่าย ยกเว้น ขออยู่ห้องพิเศษหรือขอแพทย์พิเศษ
2. ทุพพลภาพ
ผู้ทุพพลภาพเข้ารักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่เลือกทั้งกรณีผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดชีวิต

shutterstock_177524828

3. เสียชีวิต
เมื่อเสียชีวิต ประกันสังคมจะจ่ายค่าทำศพ 40,000 บาท ให้แก่ผู้จัดการศพ และเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตให้กับบุคคลที่ผู้ประกันตนระบุไว้ หากไม่ได้ระบุไว้จะเฉลี่ยจ่ายให้พ่อ แม่ ลูก และสามีหรือภรรยา โดยถ้าผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 36-120 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์ร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบคูณด้วย 4 แต่ถ้าจ่ายสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไปจะคูณด้วย 12
4. คลอดบุตร
ได้รับค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายครั้งละ 13,000 บาท สามารถเบิกได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยถ้าคุณแม่เป็นผู้ใช้สิทธิจะได้รับ้งืนสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรเหมาจ่ายร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบเป็นเวลา 90 วันสำหรับบุตร 2 คนแรก ส่วนบุตรคนที่ 3 เป็นต้นไปจะไม่ได้รับเงินสงเคราะห์ในส่วนนี้

shutterstock_98870129

5. สงเคราะห์บุตร
ได้รับเงินเหมาจ่ายเดือนละ 400 บาทต่อบุตรหนึ่งคน ตั้งแต่แรกเกิด – 6 ขวบ สูงสุดไม่เกิน 3 คน โดยเป็นบุตรตามกฎหมาย ไม่รวมบุตรบุญธรรมหรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมแก่ผู้อื่น
6. ว่างงาน
ผู้ว่างงานที่ถูกเลิกจ้างอย่างถูกต้อง จะได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ ถ้าลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนดระยะเวลาจะได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน
ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย รวมถึงกรณีที่นายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวเพราะเหตุสุดวิสัยโดยไม่มีการเลิกจ้าง เช่น ร้านถูกน้ำท่วม เป็นต้น
7. ชราภาพ
สิทธิประโยชน์กรณีชราภาพนั้น จะได้รับในรูปของเงินบำเหน็จ หรือเงินบำนาญ ขึ้นอยู่กับจำนวนเดือนที่เราจ่ายเงินสมทบ ถ้าจ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป จะได้รับเป็นบำนาญรายเดือนขั้นต่ำเดือนละ 3,000 บาท แต่ถ้าจ่ายเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน จะได้รับเป็นบำเหน็จเงินก้อนเงินประกันสังคมที่ถูกหักไปไม่ได้หายไปไหน แต่ยังคุ้มครองเราได้ในหลายๆ ด้าน นอกจากนี้เงินที่เราจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคมยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึงปีละ 9,000 บาท อีกด้วยค่ะ นับว่ากองทุนประกันสังคมให้สิทธิประโยชน์แก่เรามากมายเลยทีเดียว ทั้งนี้ ผู้ว่างงานต้องไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐบาลภายใน 30 วันหลังจากที่ว่างงานเพื่อรับสิทธิ

shutterstock_291251993

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก : K-Expert ที่ปรึกษาการเงินจากธนาคารกสิกรไทย และสำนักงานประกันสังคม

 

ใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบชิลๆ

คนทำงานทั้งหลายไม่ว่าจะวัยไหนอาจมีหวั่นใจเบาๆ เมื่อพูดถึงคำว่า “วัยเกษียณ” วัยที่ทำให้คุณอาจต้องหยุดพักการทำงานแบบฟูลไทม์สักที รายได้ประจำที่เคยมีอาจหายหรือลดน้อยลงไปด้วย หากคุณยังสุขกับงาน สนุกกับรายได้ที่เข้ามา อย่าปล่อยให้ “วัยเกษียณ” เป็นอุปสรรคในชีวิตเลยค่ะ มาเพิ่มความคล่องตัว ความสุข ให้วัยนี้ของคุณโดย K-Expert ที่ปรึกษาการเงินจาก KBANK จะมาแนะนำ 3 แหล่งเงินได้ประจำแบบเสือนอนกินและเหมาะกับวัยเกษียณนี้ที่สุด รู้ก่อน! ได้เปรียบก่อน! เพื่อให้คุณได้เตรียมความพร้อมกันแต่เนิ่นๆ มีอะไรบ้างนั้นมาดูกัน !!

shutterstock_89640421

1. สร้างรายได้ประจำกับบ้านหรือคอนโดฯ ปล่อยเช่า
รายได้จากค่าเช่าเหมือนเสือนอนกิน อีกหนึ่งรายได้ที่ไปได้ดีกับวัยเกษียณหากชอบรายได้ประเภทนี้คุณต้องเตรียมพร้อมแต่เนิ่นๆ ตั้งแต่วัยทำงานโดยการเริ่มผ่อนบ้านและคอนโด ค่าเช่าที่ได้รับมีโอกาสได้เพิ่มสูงขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อที่สูง โดยเลือกลงทุนบ้านและคอนโดมิเนียมที่มีทำเลดี เพื่อให้ปล่อยเช่าได้ง่าย มีรายได้สม่ำเสมอ เช่น ทำเลใกล้รถไฟฟ้า ย่านธุรกิจ หรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เป็นต้น

shutterstock_134961227

2. ลงทุนในหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ
อีกหนึ่งการลงทุนที่ได้รับความนิยม คือการเลือกลงทุนในหุ้น โดยเลือกหุ้นที่จ่ายปันผลดี แต่คุณต้องมั่นใจว่าสามารถรับความเสี่ยงสูงได้ ยอมรับราคาที่เปลี่ยนไป ขึ้นๆลงๆได้ K-Expert แนะนำให้มีการกระจายการลงทุน ไม่นำเงินก้อนไปลงทุนในหุ้นปันผลทั้งหมด เพราะมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้

shutterstock_131765054

3. ลงทุนในพันธบัตร หุ้นกู้ เพื่อรับดอกเบี้ย
หากยังไม่อยากเสี่ยงมาก และไม่กล้าลงทุนในบ้าน คอนโดปล่อยเช่าหรือหุ้นที่จ่ายปันผลดี สามารถลงทุนในพันธบัตร/หุ้นกู้ เพื่อรับดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ลงทุน เช่น 3 เดือน 6 เดือน ได้รับผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอน มีความเสี่ยงต่ำกว่า ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกของการลงทุน

shutterstock_212751259

การลงทุนมีหลายรูปแบบ สามารถเลือกตามความต้องการ อาจดูความเสี่ยงในการลงทุนเพื่อประกอบการพิจารณา ความคล่องตัวในวัยเกษียณของคุณ เริ่มได้ตั้งแต่ตอนนี้นะคะ

ออมดี มีทุกเดือน

ช่วงต้นปีอย่างนี้ คุณแม่หลายๆท่าน กำลังคิดถึงรูปแบบการเก็บออมเงินที่พอเหมาะพอดีกับรายรับ-รายจ่ายของคุณอยู่หรือเปล่าคะ? ไม่ว่าออมเพื่ออนาคตของตัวเอง หรือคนที่คุณรัก การออมเพื่อการลงทุนระยะสั้น หรือระยะยาว วันนี้เรามีผู้เชี่ยวชาญอย่าง K-Expert ที่ปรึกษาการเงินจาก KBANK มาช่วยแนะนำรูปแบบการออมเงินรายเดือนเพื่อประโยชน์สูงสุดเพื่อคุณมาฝากค่ะ

shutterstock_115548781

ตัวช่วยการออมแบบที่ช่วยให้คุณได้เป็นอย่างดีก็คือบริการ “หักบัญชีรายเดือน” เพื่อนำเงินจำนวนนั้นๆ ไปเก็บออม หรือลงทุนในแบบต่างๆ ที่เหมาะสม โดยหลักการประกอบการพิจารณาการออมเงินรายเดือนก็คือ เป้าหมาย และระยะเวลาการออม บางคนชอบออมระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคต บางคนนึกถึงการเก็บออมระยะสั้นเพื่อเป้าหมายเล็กๆโดย K-Expert ที่ปรึกษาการเงินจากธนาคารกสิกรไทยมีคำแนะนำเรื่องการออมที่ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายมาฝาก มีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

shutterstock_302815460

1. เป้าหมาย : ออมเงินระยะสั้น ไม่เกิน 3 ปี

ความเสี่ยง : น้อย

เริ่มกันที่เป้าหมายระยะสั้นๆ ออมสบายสไตล์ชิลๆ ไม่เสี่ยงมาก ที่มีให้เลือกถึง 2 แบบได้แก่

• บัญชีเงินฝากปลอดภาษี 24 เดือน ก็คือการฝากเงินด้วยการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือกระแสรายวันจำนวนเท่ากันทุกเดือน และฝากติดต่อกันเป็นระยะเวลา 24 เดือน โดยมีขั้นต่ำอยู่ที่เดือนละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกินเดือนละ 25,000 บาท ข้อดีของรูปแบบนี้ก็คือได้รับดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีเงินฝากทั่วไป ที่สำคัญไม่ต้องเสียภาษีด้วยค่ะ
• กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น เป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ของภาครัฐและเอกชนที่มีอายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี จึงมีความเสี่ยงต่ำ เพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินธรรมดา และหากต้องการใช้เงินเร่งด่วนสามารถขายกองทุนแล้วรับเงินในวันทำการรุ่งขึ้นไปได้เลย ง่ายและชิลมากเช่นกันค่ะ

shutterstock_120066427

2. เป้าหมาย : ออมเงินระยะกลาง เวลาไม่เกิน 7 ปี

ความเสี่ยง : เสี่ยงปานกลาง

K-Expert ขอแนะนำกองทุนรวมผสม หรือกองทุนที่จะนำเงินของคุณไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินประเภทต่างๆ ทั้งในตราสารหนี้ และตราสารทุน เพื่อเพิ่มผลตอบแทน

shutterstock_162426023

3. เป้าหมาย : ระยะยาว ตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป

ความเสี่ยง : เสี่ยง

กองทุนรวมประหยัดภาษี มี 2 แบบ ที่เรารู้จักกันในชื่อ LTF และ RMF

• LTF กองทุนรวมหุ้นระยะยาว ลงทุนในตราสารทุน มีข้อดีคือ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่ลงทุนจริงไม่เกิน 15% ของรายได้ และสูงสุดไม่เกิน 500,000 ต่อปี และได้รับเงินปันผลตามเงื่อนไขที่กำหนด
• RMF กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ผู้ลงทุนต้องลงทุนขั้นต่ำ 3% ของเงินได้ หรือ 5,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 15% เป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง เว้นได้ไม่เกิน 1 ปี

กองทุนรวมหุ้น เป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นโดยปัจจุบันมีทั้งหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ

การออมเงินเป็นประจำทุกเดือนแบบนี้ นอกจากจะช่วยให้เรามีวินัย เก็บเงินได้สม่ำเสมอแล้วยังถือเป็นการลงทุนแบบพอเพียง ที่ช่วยให้เงินออมสามารถหล่อเลี้ยง เพิ่มมูลค่าในอนาคตได้อีกด้วยค่ะ ติดตามความรู้ดีๆเกี่ยวกับการออมเงิน การลงทุน จากผู้เชียวชาญอย่าง K-Expert ได้ที่เว็บไซต์บ้านและสวนแบบต่อเนื่องนะคะ เราอยากเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่แนะนำข้อมูลดีๆให้กับทุกท่านค่ะ

ชมรายละเอียดการออมเงินแบบ “ออมดีมีทุกเดือน” ได้ที่คลิปด้านล่างนี้

บทเรียน สะเทือนใจคนรักสัตว์ จากคดีสุนัขชิวาวาตกตึก

บทเรียน สะเทือนใจคนรักสัตว์ จากคดีสุนัขชิวาวาตกตึก

 

สุนัข  เป็นสัตว์เลี้ยงที่คลุกคลีกับทุกครอบครัว  แม้ว่าเราอาจจะชอบหรือไม่ชอบสัตว์เลี้ยงบางประเภทก็ตาม  แต่เราก็สามารถอยู่อย่างเกื้อกูลกันได้  เราอาจเคยเห็นคลิปน่ารักสุนัขดูแลเด็กในฐานะพี่เลี้ยง  หรือเด็กเล่นกับสุนัขในสถานะเพื่อนรักร่วมโลก  หรือเมื่อเราโตขึ้นก็ให้สุนัขเป็นสัตว์เฝ้าบ้าน พอเราแก่ตัวก็มีสุนัขเป็นเพื่อนเล่น  เห็นได้ว่าทุกช่วงจังหวะชีวิตเราได้เกี่ยวข้องกับเจ้าสุนัข  แต่ก็ไม่ใช่กับทุกคนที่จะชอบ  เพราะขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ได้สัมผัสกับมันมาดังเช่นคดีสุนัขชิวาวาที่ถูกโยนลงมาจากตึก  เราอยากเห็นคดีสะเทือนใจคนรักสัตว์เช่นนี้เป็นคดีสุดท้าย

Manager

จากกรณีคดีของนายยลดา จำปาศรี อายุ 23 ปี ที่บันดาลโทสะโยนสุนัขพันธุ์ชิวาวา ชื่อ “เดหลี” วัย 4 ปี ตกลงมาจากห้องพักชั้น 5 อพาร์ตเมนท์แห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว ล่าสุดออกมาให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่ายอมรับผิดจากเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด หากย้อนกลับไปได้จะไม่กระทำเรื่องดังกล่าว

 

เหตุผลที่ทำให้นายยลดา ได้กระทำเหตุการณ์สะเทือนใจนี้ขึ้นเนื่องมาจาก รูมเมทคือ น.ส.เมยานี สิทธิสุข อายุ 23 ปี ไเจ้าของสุนัข ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ด้วย 9 – 10 วัน ได้ขอนำสุนัขมาเลี้ยงด้วย ทั้งที่ตนแจ้งแล้วว่าทางหอพักไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้ามาอาศัย และตนเองไม่ชอบสัตว์ และในวันที่เกิดเหตุ เมื่อนายยลดากลับมาถึงห้องพัก พบว่าห้องข้าวของเครื่องใช้กระจัดกระจายและสุนัขได้ขับถ่ายไม่เป็นที่ ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนทั่วห้อง จึงเกิดบันดาลโทสะโยนข้าวของของ น.ส. เมยานี ทิ้งไว้นอกห้อง และโยนสุนัขออกทางหน้าต่าง

 

เจ้าของสุนัข ได้เล่าว่า วันเกิดเหตุ ตนเองกับเพื่อนได้ไปดูคอนเสิร์ตที่ตะวันนาคอนเทนเนอร์ย่านบางกะปิ แต่นายยลดาขอตัวกลับก่อนไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ตด้วยโดยไม่มีท่าทีผิดปกติใดๆ พอกลับมาถึงที่พักขึ้นบันไดถึงชั้น 4 เห็นสุนัขคล้ายของตนนอนอยู่บนหลังคาบ้านหลังติดกับอพาร์ตเมนต์จึงรีบขึ้นไปเคาะห้องของนายยลดา พบว่าข้าวของของตัวเองมาอยู่หน้าห้อง ไม่ยอมออกมาพูดคุยด้วยจนถึงเช้า เธอจึงไปแจ้งความ

ล่าสุดศาลตัดสินการกระทำของนายยลดา มีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ และสวัสดิภาพสัตว์ ลงโทษจำคุก 4 เดือน แต่จำเลยรับสารภาพจึงมีเหตุให้ลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 2 เดือน และไม่รอลงอาญา

เนื่องจากที่อยู่อาศัยเป็นแหล่งพักผ่อน  ในส่วนของอพาร์ตเมนท์หรือคอนโดต่างๆ หากทางเจ้าของหรือส่วนกลางไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์แล้ว ผู้อาศัยก็ควรจะเคารพกฎการอยู่ร่วมกันด้วย

 

หากลูกอยากเลี้ยงสัตว์

จากเหตุนี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปใช้เล่าเป็นกรณีศึกษาให้กับลูกๆ ได้เก็บไปคิดว่า  สัตว์เลี้ยงแต่ละประเภทมีลักษณะนิสัยอย่างไร กินอะไรเป็นอาหาร  มีถิ่นที่อยู่แบบใด  เพื่อที่ว่าหากเราอยากให้มันอยู่ด้วยกันกับเรา  เราต้องเตรียมความพร้อมด้านพื้นที่และการเลี้ยงดูอย่างไรบ้าง  และหากสัตว์เลี้ยงเจ็บป่วยต้องดูแลอย่างไร
หากลูกไม่ชอบสัตว์ หรือใช้กำลังกับสัตว์

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดใจดังกล่าวขึ้นอีก คุณพ่อคุณแม่ควรปลูกฝังเรื่องนี้ให้กับลูก แม้ว่าเด็กจะชอบสัตว์หรือไม่ก็ตาม ก็ไม่ควรให้แสดงออกอย่างทารุณ  รศ.ดร.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและ ป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสารเรียลพาเรนติ้งในคอลัมน์ Kid safety เรื่อง “สอนเด็กอย่าเล่นผิดวิธี” โดยแนะนำให้ระวังเด็กๆ เล่นแรงกับสัตว์เลี้ยง เพราะพวกเขายังไม่สามารถควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อตัวเองได้ดี เพราะฉะนั้นเมื่อเด็กอยู่กับสัตว์เลี้ยง ผู้ใหญ่ก็ควรจะอยู่ดูแลไม่ให้คลาดสายตาด้วย

 

สุดท้ายนี้คุณหมออดิศักดิ์ฝาก  5  ข้อนี้ สำหรับปลูกฝังให้เด็กเล่นกับสุนัขอย่างถูกวิธี

หมาหลับอย่าแหย่ เด็กอาจคิดว่าจะปลุกมันให้ตื่นมาเล่นกัน โดยไม่รู้ว่าจะทำให้มันตกใจ

หมาหิวอย่ายั่ว เด็กบางคนอาจเห็นเป็นเรื่องสนุกที่จะดึงหางมันหรือดึงจานข้าวในขณะที่มันกำลังหิว

หมากัดกันอย่ายุ่ง อาจเพราะต้องการให้พวกมันเลิกทะเลาะกัน หรือเข้าช่วยเจ้าหมาของตนที่กำลังโดนเล่นงาน เลยเข้าไปแทรกกลางวง ผลก็คือโดนลูกหลงโดนพวกมันฟัดไปด้วย

หมาให้นมลูกอย่ากวน ต้องห้ามโดยเด็ดขาดเลยนะครับ เพราะพวกมันจะจะนึกว่าจะไปแย่งลูกทำร้ายลูก เลยต้องสู้เพื่อปกป้องลูกของมัน

หมาเห่าอย่าวิ่ง ข้อนี้สำหรับไปเจอเจ้าหมาที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเรา แล้วโดยมันเห่าใส่ หรือทำท่าน่ากลัวเหมือนจะเข้ามากัด เราต้องอย่าวิ่งหนีเพราะไม่มีทางวิ่งทันพวกมันแน่ วิธีแก้ไขสถานการณ์ก็คือ ให้ยืนนิ่งๆ เก็บแขนแนบลำตัว แล้วก็อย่าไปจ้องตาสู้ แล้วครู่เดียวเจ้าหมามันก็เลิกใส่ใจและล่าถอยไปเอง

 

ไม่เพียงแต่กับสุนัข  ในสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นเราก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุขเช่นเดียวกันค่ะ^^

 

ภาพและที่มาข่าวจากเว็บไซต์ : manager.co.th

 

Tags