ชมลูกอย่างไรให้ถูกวิธี?

วิธีชมลูก เป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่พ่อแม่ต้องเรียนรู้ ชมอย่างไรให้เหมาะสม ไม่ให้น้อยจนรู้สึกขาด ไม่ให้มากจนเกินพอดี ทั้งนี้การชมลูกมีข้อปฏิบัติที่แตกต่างสำหรับแต่ละช่วงวัยด้วย เพราะทุกคำพูดของพ่อแม่มีผลต่อความรู้สึกของลูก รวมถึงการไม่พูดไม่ชมก็มีผลด้วยกันทั้งนั้น

Amarin Baby & Kids จึงขอหยิบยกบทความ ที่เขียนโดย พ.ญ.สาริณี จุฬาลักษณ์ศิริบุญ เจ้าของเพจเฟสบุ๊คชื่อดัง Dad Mom and Kids มาให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ คุณหมอเขียนไว้ดีมากๆ

เพราะคนไทยสมัยโบราณไม่ชมเด็ก โดยเฉพาะคนไทยเชื้อสายจีน พวกเขาคิดว่าชมมาก เดี๋ยวเด็กเหลิง ทุกวันนี้คนจีนในประเทศจีนก็ยังยึดถือคตินี้กันอยู่

คนไทยปัจจุบันชมลูกมากขึ้นมาก เลียนแบบชาวตะวันตก พวกเขามีงานวิจัยออกมามากมายว่า “ชมดีกว่าไม่ชม”

งานวิจัยบอกว่าการชมทำให้เด็กรู้สึกดีกับตัวเอง มั่นใจในตัวเอง กล้าหาญ กล้าลองสิ่งใหม่ๆ

แต่ในชีวิตจริงกลับพบว่า เด็กที่ได้รับคำชมบางคนก็มีปัญหา

1. ถ้าไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครชม จะรู้สึกแย่ และไม่มั่นใจเลย

2. รู้สึกสงสัยในคำชมว่าตัวฉันดีอย่างนั้นจริงหรือ

3. คิดว่าที่คนอื่นชม เพราะต้องการอะไรบางอย่างจากตัวเขา ไม่ใช่คำชมที่จริงใจหรอก

ใครที่มีประสบการณ์ตรงว่าลูกเรามีปัญหาอย่างนี้ คงไม่ค่อยประทับใจกับการชมสักเท่าไหร่

วิธีชมลูก

หมออยากให้ความรู้ที่ถูกต้อง 2 เรื่องก่อน

1. ในเด็กเล็กถึงวัยอนุบาล ให้พ่อแม่ชมลูกให้มากที่สุด ไม่ต้องกลัวว่าจะเยอะเกิน ไม่ต้องกลัวอันตรายจากการชมลูกแต่อย่างใด

2. ในวัยประถมขึ้นไป คำชมที่ “มีคุณภาพ” สำคัญกว่า “ปริมาณ” คำชม

แล้วอย่างไรคือ วิธีชมลูก ที่ถูกต้อง เหมาะสม

1. ต้องเป็นคำชมที่ “จริงใจ” และ “เจาะจง”

เด็กที่รู้เรื่องพอสมควรแล้วจะเริ่มไม่แน่ใจว่าพ่อแม่ชมเขาอย่างจริงใจหรือเปล่า ถ้าพ่อแม่ชม “บ่อยไป” และชมเรื่อยเปื่อย ไม่ได้เฉพาะเจาะจงกับอะไรสักอย่าง รวมถึงคำชมที่ “เว่อร์เกิน”

ขอให้หลีกเลี่ยงการชมลักษณะนี้ ถ้าคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ไม่พูดอะไรเลยเสียยังจะดีกว่า

2. ชมสิ่งที่ “พยายามทำให้ดีขึ้นได้” ดีกว่าการชมสิ่งที่ติดตัวเด็กมา และ “เปลี่ยนแปลงไม่ได้”

เช่น ชมว่าลูก “ขยัน” ฝึกซ้อมร้องเพลง และมีความ “มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ” ทำให้ลูกร้องเพลงเก่งขึ้นอย่างมากจริงๆ ดีกว่าการชมลูกว่า เสียงของลูกไพเราะอย่างกับเสียงนางฟ้า เสียงสวรรค์

คำชมอย่างหลังไม่ทำให้ลูกรู้สึกดีได้เต็มที่ และกลับจะกลัวว่าถ้าวันหนึ่งเสียงของเขาเป็นอะไรไป คงไม่มีใครชื่นชมเขาอีกแล้ว

อ่านต่อ >> “วิธีชมลูกที่ถูกต้องเหมาะสม” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

มาร์ชเมลโลว์ช็อกโกแลตแอปเปิ้ล

ของว่างแสนสนุก ชวนคุณย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กน้อยนั่งรอบกองไฟ ย่างมาร์ชเมลโลว์ไปเมาท์ไป แค่นึกก็สนุกแล้วใช่ไหม มาลงมือทำกันเลยดีกว่า

ส่วนผสม (10 ชิ้น)

  1. มาร์ชเมลโลว์  10  ชิ้น
  2. แครกเกอร์รสผักหรือรสตามชอบ  20  ชิ้น
  3. ดาร์กช็อกโกแลต  50  กรัม
  4. แอปเปิ้ลหั่นบางๆ  1  ผล

วิธีทำ

  1. หั่นช็อกโกแลตเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปละลายในไมโครเวฟ ใช้ไฟอ่อนประมาณ 3 นาที จะได้ซอสช็อกโกแลต
  2. ทาซอสช็อกโกแลตบนแครกเกอร์ 1 ด้าน
  3. นำมาร์ชเมลโลว์เสียบไม้ แล้วเอาไปย่างไฟจนด้านนอกเป็นสีน้ำตาล
  4. นำมาร์ชเมลโลว์ที่ย่างเสร็จแล้ววางลงบนแครกเกอร์ที่ทาซอสช็อกโกแลต และวางทับด้วยแอปเปิ้ล
  5. ประกบด้วยแครกเกอร์อีกหนึ่งชิ้นบีบให้ติดกันเหมือนกับแซนด์วิช ซอสช็อกโกแลตเมื่อโดนความร้อนจากมาร์ชเมลโลว์จะละลายเข้าในเนื้อมาร์ชเมลโลว์
  6. อ้าปากกว้างๆ แล้วกินเลย!

Tip

หากไม่สะดวกย่างไฟสามารถนำมาร์ชเมลโลว์เข้าไมโครเวฟได้เช่นกัน โดยวางมาร์ชเมลโลว์ไว้บนแครกเกอร์และใส่ในไมโครเวฟ ตั้งเวลาไว้ 10-20 วินาที สังเกตว่ามาร์ชเมลโลว์พองเมื่อไรก็เอาออกมาได้เลย

 

บทความโดย : กองบรรณาธิการนิตยสารเรียลพาเรนติ้ง

วิธีจัดการเวลา “ลูกทะเลาะกัน”

ขอนำเสนอบทความที่ดีมาก เกี่ยวกับวิธีการจัดการเวลาที่ ลูกทะเลาะกัน เขียนโดย นายแพทย์ อิทธิฤทธิ์ จุฬาลักษณ์ศิริบุญ เจ้าของเพจชื่อดังในเฟซบุ้ค Dad Mom and Kids

การจัดการที่เหมาะสมและถูกต้องเมื่อพี่น้องทะเลาะกัน จะนำมาสู่สันติสุขและความเข้าใจอันดีภายในครอบครัว ทั้งนี้พ่อแม่คือบุคคลสำคัญที่ต้องรับบทบาทในการคลี่คลายสถานการณ์ ซึ่งนอกเหนือจากวิธีจัดการกับลูกแล้ว ทัศนคติและอารมณ์ของพ่อแม่ก็มีส่วนสำคัญในการจัดการปัญหา ดังเช่นข้อคิดที่คุณหมอได้ฝากไว้

เวลา ลูกทะเลาะกัน พ่อแม่ต้องมีศิลปะในการจัดการอย่างสูง
ซึ่งพ่อแม่ส่วนใหญ่ ทำในสิ่งที่ “ไม่ควรทำ” ซึ่งผมได้พูดไปบ้างแล้ว คือการยุ่งกับทุกกิจกรรมการใช้ชีวิต
ของลูก มีแต่เสียงสั่งให้ลูกคนนั้นทำอย่างโน้น คนโน้นทำอย่างนี้ . . . เรื่องราวเลยเละเทะบานปลาย
เด็กๆเต็มไปด้วยความอึดอัด ไม่มีความสุข มีแต่เสียงร้องไห้และวุ่นวายกันไปหมด >> แต่อีกหลายครั้ง
ผู้ใหญ่กลับไม่ทำในสิ่งที่ “ควรทำ”

สิ่งที่ “ควรทำ” เมื่อลูกๆทะเลาะกัน

1. หากมีการทำร้ายร่างกายกัน ต้องหยุดทันที

ส่วนหนึ่งที่พี่น้องทำร้ายร่างกายกัน มักเกิดในบ้านที่ “ผู้ใหญ่ตีเด็ก”
พ่อแม่ที่ลงโทษด้วยการตีลูก เป็นการสื่อให้ลูกว่า การทำร้ายร่างกาย เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ โดยเฉพาะเวลาโกรธ

ไม่แปลกใจที่เวลาพี่น้องทะเลาะกัน แล้วมีการลงมือทำร้ายกัน เพราะมีต้นแบบอยู่ในบ้านเป็นหลัก

เด็กๆเวลาไม่พอใจกัน แล้วเริ่มทำร้ายกัน ผู้ใหญ่ต้องรีบหยุดทันที เช่น จับมือคนที่กำลังเงื้อมือ หรือเอาคนที่กำลังโดนเตะโดนตีออกไปก่อน

หยุดลูก แล้วต้องระงับอารมณ์ตัวเราเองด้วย ไม่ใช่ไปดุว่าขึ้นเสียงให้บรรยากาศแย่ลง

บอกคนที่กำลังลงมือว่า การทำร้ายกันเป็นเรื่องที่บ้านนี้ไม่ทำกัน เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้

แต่บางครั้ง เด็กๆก็ใช้การตีโดยสัญชาตญาณเวลาที่ไม่พอใจ ยกตัวอย่างลูกคนเล็กของผม ตอนที่ยังเป็นวัยคลาน เวลาที่ไม่พอใจใครก็จะใช้วิธีการตี แน่นอนว่าในบ้านไม่ได้มีใครใช้การตี

ผมไม่ปล่อยให้ลูกตี ไม่ว่าจะตีผู้ใหญ่ หรือตีพี่ชายเค้า ผมจับมือทุกครั้งแล้วบอกว่า “ตีไม่ได้ ตอนนี้หงุดหงิดใช่ไหม”

ลูกสู้นะครับ ผมก็แค่จับอย่างมั่นคง และบอกซ้ำว่า ตีไม่ได้
กว่าคนเล็กจะเลิกตี กินเวลานานพอสมควร จนในที่สุดก็เข้าใจและไม่ตี

2. ต้องจับลูกแยกกัน เมื่อเริ่มมีการใช้วาจายั่วอารมณ์

ถ้าเริ่มเห็นแล้วว่า มีการโกรธกันมาก และเริ่มใช้คำพูดโต้กันไปมาแบบรุนแรงมากขึ้น อย่าปล่อยให้เกิดการทะเลาะกัน แล้วพ่อแม่ก็เอามาตีหมดเหมือนที่หลายๆคนทำ ไม่ถูกต้อง

ต้องจับแยก เอาใครสักคนมานั่ง แยกออกไป เอาลูกมากอดไว้ แล้วให้ลูกเล่าเหตุการณ์ หรือระบายอารมณ์ด้วยคำพูดออกมา โดยแค่แสดงความเห็นอกเห็นใจ อย่าเพิ่งรีบตัดสิน

ถ้าลูกต่างคนอยากแย่งกันเล่า ให้เล่ากันทีละคน โดยคนที่เล่าต้องไม่ถูกขัดจังหวะ

เด็กๆโกรธง่ายหายเร็วครับ แค่มีคนที่เข้าใจเค้า เดี๋ยวก็หายโกรธแล้ว บางทีลืมไปด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้ทะเลาะอะไรกัน

บางครั้งลูกๆอาจเหนื่อยเกินไป เริ่มง่วง อาจจะปะทะกันบ่อย ถ้าใกล้เวลานอน ก็แค่จับนอนเร็วหน่อยครับ

3. สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ต้องไม่ทำให้บรรยากาศแย่ลงไปอีก

บางครั้งเราเหนื่อย ทำให้หงุดหงิดง่ายไป ต้องระวังใจในเรื่องนี้
การดุว่า หรือบ่น ยิ่งทำให้อะไรๆแย่ลง

การตี เป็นสิ่งต้องห้าม เพราะไม่ได้แก้ปัญหา แค่เป็นการใช้กำลังหยุดลูกที่อ่อนแอกว่าแค่นั้น

*****

ตัวผมเองก็ยังต้องฝึกเรื่องนี้ทุกวัน

สิ่งที่สำคัญมากคือการมีความรู้ที่ถูกต้อง และเมตตาลูก รักลูกให้มากขึ้น ความรักจะช่วยลบล้างความผิดทั้งปวง


ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook Dad Mom and Kids

ภาพจาก www.theguardian.com

วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก

สำเร็จแล้ว! วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก

นพ.จรุง เมืองชนะ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า ประเทศฟิลิปปินส์ขึ้นทะเบียน วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกว่า…

3 ประเทศแรกที่ขึ้นทะเบียน วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก

ปัจจุบันมีประเทศที่ขึ้นทะเบียน วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก 3 ประเทศ คือ ฟิลิปปินส์ บราซิล เม็กซิโก โดยวัคซีนดังกล่าวเป็นของบริษัท ซาโนฟี่ ปาสเตอร์ ซึ่งมีการวิจัยพัฒนามานาน และประเทศไทยก็ร่วมศึกษาดังกล่าว โดยที่ผ่านมาทางบริษัทได้นำเอกสารวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก ซึ่งเป็นการป้องกันไวรัสเด็งกี่สี่สายพันธุ์ ทั้งเด็งกี่ 1-4 ไปขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ของแต่ละประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ซึ่งระยะเวลาอาจช้าเร็วไม่เหมือนกัน หากขึ้นทะเบียนแล้วก็จะสามารถประกาศใช้วงกว้างได้

สำหรับประเทศไทย วัคซีนไข้เลือดออก เป็นวัคซีนที่อยู่ในแผนวาระแห่งชาติด้านวัคซีน เป็นวัคซีนที่ได้รับการสนับสนุนการวิจัยตั้งแต่ต้นน้ำเพื่อให้สามารถนำไปผลิตในเชิงอุตสาหกรรม

สำหรับประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ประมาณร้อยละ 60 คือ หากมี 100 คน ก็จะมี 60 คนที่ป้องกันได้ ส่วนที่เหลืออีก 40 คนก็ไม่ต้องกังวล เนื่องจากยังมีประสิทธิภาพลดความรุนแรงของโรคได้อีกร้อยละ 80 ซึ่งการฉีดวัคซีนจะใช้ 3 เข็มในกลุ่มอายุ 9-45 ปี เพราะช่วงอายุต่ำกว่า 9 ปีประสิทธิภาพยังไม่ชัดมาก ขณะที่อายุมากกว่า 45ปี ไม่มี่ข้อมูลวิจัย อย่างไรก็ตาม ตนมองว่า เป็นทางเลือกที่ดี เพราะการป้องกันไข้เลือดออกจากยุงลายนั้น ต้องมีมาตรการหลายอย่างควบคู่กันไป ทั้งแนวทางการป้องกันยุง กำจัดลูกน้ำยุงลาย แนวทางการป้องกันด้วยวัคซีนก็เป็นอีกทางที่ต้องควบคู่กันด้วย

บทความแนะนำ วัคซีนไข้เลือดออกสำหรับทารก

แนวทางป้องกันโรคไข้เลือดออก

สำหรับแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เน้นการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ไปจนถึง 13 เมษายนนี้ เพื่อลดปริมาณยุงลายก่อนช่วงแพร่พันธุ์ โดยให้เจ้าหน้าที่และบุคลากรในกระทรวงฯ ดำเนินการ 5 ส. และ 3. เก็บ

 “5 ส.” คือ

1.สะสาง เก็บข้าวของให้ปลอดโปร่ง

2.สะดวก จัดวางหรือจัดเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบ

3.สะอาด การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานให้เรียบร้อย

4.สร้างมาตรฐาน คือ รักษามาตรฐาน 3ส.แรกให้ดี และ

5.สร้างวินัย ปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎระเบียบต่างๆ ที่ตั้งไว้อย่างสม่ำเสมอ

 

“3 เก็บ” คือ

1.เก็บบ้าน ให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก

2.เก็บขยะเศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย

3.เก็บน้ำ ปิดให้มิดชิดหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกสัปดาห์ไม่ให้ยุงลายวางไข่

 

บทความแนะนำ เปรียบเทียบสารสำคัญในสเปรย์กันยุงและแผ่นแปะกันยุง ซื้ออย่างไร แบบไหนดี?

วงจรชีวิตยุงลาย
วงจรชีวิตยุงลาย

ขณะที่ นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กล่าวว่า…

วัคซีนไข้เลือดออก นี้มีการขึ้นทะเบียนพร้อมกันไม่ต่ำกว่า 7ประเทศ ซึ่งไทยก็มีการยื่นเรื่องเช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญ 3 ด้าน ได้แก่ ด้านคุณภาพ ด้านความปลอดภัย และด้านการวิจัยทางคลินิก ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญจากทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ส่งความเห็นกลับมาให้แล้ว เหลือรอความคิดเห็นอื่นๆ หากครบก็จะมีการเสนอคณะอนุกรรมการด้านชีววัตถุพิจารณาต่อไป หากอนุมัติก็จะเสนอต่อคณะกรรมการ อย.ชุดใหญ่ เพื่ออนุมัติขึ้นทะเบียนได้ทันที โดยวัคซีนดังกล่าวน่าจะขึ้นทะเบียนได้ เพราะเป็นวัคซีนตัวแรก แม้ประสิทธิภาพอาจไม่ดีในบางสายพันธุ์ แต่ดีกว่าไม่มีเลย ส่วนจะพิจารณากระจายให้ประชาชนในวงกว้างหรือวงแคบ อยู่ที่กรมควบคุมโรค และสธ.พิจารณา

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก!

โรคไข้เลือดออก พบผู้ป่วยอีกแล้วกว่า 400 ราย แนะกำจัดลูกน้ำยุงลาย

วิธีกำจัดยุง ป้องกันไข้เลือดออก และไวรัสซิกา

 


ที่มา www.matichon.co.th

ภาพจาก www.sahavicha.com

ความรักของแม่ที่ชื่อว่า “โอปอล์” ชวนป้องกันโรคไอพีดี (IPD) เพื่อปกป้องลูกน้อยที่คุณรัก

ในตอนนั้นโอกาสรอดของลูกเธอแทบไม่มี เพราะเสี่ยงต่อการคลอดตั้งแต่อายุครรภ์ได้เพียง 23 สัปดาห์ ทำให้เธอต้องนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงเป็นเวลาถึง 2 เดือน และตัดสินใจว่าจะรับยาช่วยเพื่อระงับคลอด ทั้งๆที่ยานั้นจะส่งผลโดยตรงกับเธอคือ ทำให้น้ำท่วมปอดและหัวใจวายได้ วินาทีนั้นเธอไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอขอแค่เพียงว่าจะทำทุกอย่าง เพื่อปกป้องลูกน้อยของเธอให้ได้ ทำให้โอปอล์ ปาณิสรา รู้ซึ้งถึงคุณค่าที่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวินาทีที่ได้สัมผัส ได้อุ้ม และกอดลูกไว้กับอก เธอดีใจและอยากขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เธอมีโอกาสปกป้องเค้าไปได้ตลอดชีวิต

ในวันนั้นคุณโอปอล์จึงได้เรียนรู้ว่า การป้องกันสำคัญกว่าการแก้ไขมากมาย

s02-0709

การป้องกันลูกน้อยที่ดีที่สุด เริ้มต้นได้ที่แม่ทุกคน

เพราะคุณแม่ทุกคนมีสัญชาตญาณของการปกป้องลูกน้อยเช่นเดียวกับคุณโอปอล์ ซึ่งถ้าน้องยังเล็กมาก หลีกเลี่ยงการพาเข้าไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัดโดยจะดีกว่านะคะ และหากคุณแม่หรือคนใกล้ชิดเป็นหวัดก็ควรสวมหน้ากากอนามัย ปิดปากและจมูกเวลาไอ-จาม การล้างมือบ่อยๆ ก็ช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค อย่างเช่นนิวโมคอคคัสที่ก่อให้เกิดโรคไอพีดี(IPD) โดยปกติแล้วเชื้อนิวโมคอคคัส สามารถพบได้ในโพรงจมูกและลำคอของคนทั่วไปโดยเฉพาะในเด็กเล็ก ซึ่งนอกจากอาจจะก่อโรคแก่ตัวเองได้แล้วยังอาจจะแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้อีกด้วย

s01-0633

ควรสร้างเสริมภูมิคุ้มกันอย่างเหมาะสมโดยปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม

โรคไอพีดี(IPD) เป็นโรคที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรง ก่อให้เกิดโรคสำคัญสองโรคได้แก่ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และโรคติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจถึงขั้นทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตหรือมีความพิการทางสมองได้เลย บางครั้งอาจรวมถึงโรคปอดบวมที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย นอกจากนี้เชื้อนิวโมคอคคัสยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหูชั้นกลางอักเสบและโรคไซนัสอักเสบอีกด้วย

อุบัติการณ์การเกิดโรคไอพีดีพบได้บ่อยในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า5ปี สูงกว่าเด็กในช่วงวัยอื่นๆ และในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างสูงกว่าผู้ใหญ่ในช่วงวัยอื่นๆ

มาเริ่มต้นดูแลลูกน้อยจากโรคไอพีดี(IPD)กันดีกว่าค่ะ เพราะการป้องกันสำคัญกว่าการรักษามากมาย…

ร่วมส่งต่อพลังการปกป้องลูกรัก เพียงแชร์ภาพของคุณและลูก พิมพ์ #IwillProtectyouDear

pfizer

 

ข่าว รางวัล โบว์-ปอ

“โบว์ แวนดา” รับรางวัลบุคคลต้นแบบแทน “ปอ ทฤษฎี”

รว2          รว4

ได้มีงานจัดงานประกาศรางวัลบุคคลต้นแบบเทิดแผ่นดินขึ้น ที่ชั้น 3 แกรนด์ฮอลล์ ห้างฟอร์จูน รัชดา เมื่อวันที่ 16 กพ 2559 โดยสภาศิลปวัฒนธรรมจิตตานุภาพ ซึ่งในงานมีการมอบรางวัล ให้แก่เซเลบริตี้ ดารา ศิลปิน ข้าราชการ ทหารตำรวจ พระสงฆ์ รวมรางวัลทั้งหมด 10 สาขา ซึ่งปอ-ทฤษฎี สหวงษ์ ซึ่งได้รับรางวัลสาขาศิลปิน-ดารา บุคคลต้นแบบเทิดแผ่นดิน โดยโบว์-แวนดา สหวงษ์ ได้เดินทางมารับรางวัลแทน

 

โบว์ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความรู้สึกก่อนขึ้นเวทีว่า

“วันนี้ก็ดีใจนะคะที่ได้มาร่วมรับรางวัลแทนพี่ปอ ถ้าพี่ปอได้รับรู้เขาก็คงจะมีความภาคภูมิใจ และดีใจมากที่สุด”

 

ถามว่าวันนี้มารับรางวัลได้บอกพี่ปอไหม

“คือโบว์จะบอกพี่ปอทุกครั้งที่ออกจากบ้าน และพอกลับถึงบ้านโบว์ก็จะบอกเขาตลอดว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น โบว์ได้ทำอะไรไปบ้าง”

 

โดยส่วนตัวโบว์คิดว่าปอได้รับรางวัลนี้เพราะอะไร

“ที่เห็นได้ชัดมากที่สุด ก็คงจะเป็นเรื่องความพอเพียง พี่ปอดำเนินชีวิตตามพระราชดำริของในหลวงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเรื่องการกินการอยู่ การใช้ชีวิต เขาก็อยู่แบบเรียบง่ายและพอเพียงแก่ชีวิตมากๆ โบว์ได้อยู่กับเขา โบว์ก็ดีใจที่สุดแล้ว เพราะเขาจะพยายามดัดแปลงสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตัว ว่าสามารถใช้กับตัวเขาได้หรือเปล่า อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของไร่นาที่เขาทำ เขาจะไปดูจากตรงนู้นตรงนี้และเอามาดัดแปลงใช้ในที่ของเขา ซึ่งทุกอย่างมันใช้ได้จริง”

“ส่วนในเรื่องของครอบครัว เขาทำหน้าที่พ่อได้ดีมาก ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเวลาสั้นๆ ที่เขาจะได้อยู่กับมะลิ แต่ทุกครั้งที่เขากลับบ้าน เขาก็จะทำให้โบว์และมะลิรู้สึกว่าเขาอยากกลับบ้านเสมอ เขาจะมีการกอดการหอม เขาเป็นพ่อที่เสียสละทุกอย่าง ทำงานก็จะรับผิดชอบหน้าที่การงาน มีแต่ให้ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ของพี่ปอ เขาก็จะเป็นลูกที่ทำหน้าที่ลูกได้เต็มที่ และทำหน้าที่พ่อได้เต็มที่เหมือนกัน บอกได้เลยว่าชีวิตนี้โบว์ได้เจอผู้ชายที่เป็นลูกผู้ชายจริงๆ และเป็นลูกผู้ชายที่มีแต่ให้”

รางวัล โบว์-ปอ ข่าวเด่น

 

ที่มา www.khaosod.co.th, www.innnews.co.th

คริสปี้ ครีม ชวนคุณบอกรักกันในวันแห่งความรัก ด้วย วาเลนไทน์ โดนัท

Krispy Kreme Berry Hazelnut doughnut Krispy Kreme The Kiss doughnut

คริสปี้ ครีมชวนคุณบอกรักกันในวันแห่งความรัก ด้วย“วาเลนไทน์ โดนัท” แทนความรู้สึกหอมหวานจากใจคุณถึงคนที่คุณรักด้วย โดนัทรูปหัวใจ สูตรลิขสิทธิ์ ที่ครองใจคนทั่วโลกมายาวนาน กับ “เซ็นเตอร์ ออฟ มาย ฮาร์ต โดนัท”สอดไส้ดาร์ค ช็อกโกแลตจากเบลเยี่ยม พร้อมแต่งหน้าด้วยพิงค์ ช็อกโกแลต และดาร์ค ช็อกโกแลต ต่อกันด้วย “เดอะ คิส โดนัท”โดนัทอารมณ์ดีแทนความรู้สึกจากใจ สอดไส้คัสตาร์ดเนื้อเนียนหอมมัน ปิดท้ายความรู้สึกดีๆ กันด้วย “เบอร์รี่ เฮเซลนัท โดนัท”การผสมผสานอย่างลงตัวของ นูเทลล่า พีนัท บัทเทอร์ และ สตรอเบอร์รี่ แทนสีสันแห่งความรักที่ครบรสชาติ ในราคาเพียงชิ้นละ 35 บาทและแบบกล่อง 12 ชิ้น (ออริจินัล 6 ชิ้น วาเลนไทน์ โดนัท 6 ชิ้น) ราคา 296 บาทเท่านั้น (ราคาดังกล่าวยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง) พบกับความรักที่จะเบ่งบานรอบตัวคุณได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1-29 กุมภาพันธ์ 2559 ณ ร้านคริสปี้ ครีม ทั้ง 22 สาขา ใกล้บ้านคุณ

Valentine set 2016

ส่งต่อความสุข ความอร่อย พร้อมความรักจากใจคุณถึงคนที่คุณรัก ด้วย คริสปี้ ครีม วาเลนไทน์ โดนัท

ติดตามความเคลื่อนไหวคริสปี้ ครีม โดนัทสุดโปรดของคุณได้ที่ www.krispykreme.co.th หรือwww.facebook/krispykremethailandfanpage

ลูกดารา พี่น้อง ภาพน่ารัก

จะเกิดอะไรขึ้น! เมื่อพี่ณดาอยากจะหอมแก้มน้องณดล

เมื่อพี่ณดาอยากหอมแก้มน้องณดล!

ภาพน่ารักๆ ชอตต่อชอต ระหว่างสองพี่น้องลูกแม่กบสุวนันท์ ที่ใครเห็นก็ต้องยิ้มตามไปด้วย ยิ่งโตยิ่งน่ารักกันทั้งคู่เลย

พี่น้องรักกัน พี่น้องเล่นกัน พี่น้องหยอกล้อกัน เป็นภาพที่ไม่ว่าพ่อแม่บ้านไหนก็อยากเห็นลูกๆ เป็น เพราะนั่นหมายถึงสายใยของความผูกพันระหว่างพี่น้องที่มีให้แก่กัน ดังเช่นภาพของพี่ณดากับน้องณดล ที่ดูแล้วก็ทั้งสุดน่ารักและสุดฮาตามประสาเด็ก

 

ดาราเด็ก เด็กน่ารัก ลูกดารา nn4  nn2nn3

 

ขอบคุณภาพจาก IG kob_nada_nadol

ประกันสังคม เปลี่ยนวิธีเบิกค่าทำฟัน ปีละไม่เกิน 600 บาท

เป็นเรื่องล่าสุดที่คุณพ่อคุณแม่ผู้ใช้สิทธิ์เบิกค่าทำฟันกับประกันสังคมควรทราบ เนื่องจากในอดีตที่การเบิกค่าทำฟัน 600 บาทต่อปี แต่เป็นการเบิกได้แค่ครั้งละ 300 บาท 2 ครั้ง ล่าสุด พ.ต.ต.หญิงรมยง สุรกิจบรรหาร รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เห็นชอบตามที่คณะกรรมการการแพทย์ของ สปส. ที่เสนอว่าให้เบิกได้ 600 บาทในครั้งเดียวต่อปีก็ได้ หรือจะแยกเบิกเป็น 2 ครั้ง แต่ต้องไม่เกิน 300 บาทต่อปี

การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เพื่อให้ผู้ประกันตนเบิกจ่ายได้ยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะากแต่ก่อนมีผู้ร้องเรียนว่าไม่คุ้มกับเวลาและค่าเดินทาง ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมีนาคมนี้

 

มาดูสิทธิ์การเบิกค่าประกันสังคมจากเว็บไซต์ www.sso.go.th

กรณีทันตกรรม (ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ผ่าตัดฟันคุด และใส่ฟันเทียม)

หลักเกณฑ์และเงื่อนไข

  • การถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าตัดฟันคุด ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็นแต่ไม่เกิน 300 บาทต่อครั้ง  และไม่เกิน 600 บาทต่อปี
  • กรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอด ได้บางส่วนให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์และค่าฟันเทียม เท่าที่จ่ายจริง ตามความจำเป็นในวงเงินไม่เกิน 1,500  บาท  ภายในระยะเวลา  5  ปีนับแต่วันที่ใส่ฟันเทียมนั้น ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(ก)  1-5 ซี่   เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นในวงเงินไม่เกิน  1,300 บาท

(ข)  มากกว่า 5 ซึ่   เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นในวงเงินไม่เกิน 1,500 บาท

  • กรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอด ได้ทั้งปาก  ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์และค่าฟันเทียมเท่าที่จ่าย จริง ตามความจำเป็นในวงเงินไม่เกิน 4,400 บาท ภายในระยะเวลา  5  ปีนับตั้งแต่วันที่ใส่ฟันเทียมนั้น ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(ก)  ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปากบนหรือล่าง  เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นในวงเงินไม่เกิน  2,400  บาท

(ข)  ฟันเทียมชนิดถอดได้ทั้งปากบนและล่าง  เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นในวงเงินไม่เกิน  4,400 บาท

หลักฐานที่ต้องใช้ในการยื่นคำขอรับประโยชน์กรณีทันตกรรม

1.   แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีทันตกรรม (สปส.2-16)

2.   ใบรับรองแพทย์

3.   ใบเสร็จรับเงิน

4.   สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้

5.   เวชระเบียนของแพทย์ผู้รักษา(กรณีบิกฟันปลอมฐานอคริลิก)

6.   กรณีขอรับเงินทางธนาคาร ให้แนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ซึ่งมีชื่อและเลขที่บัญชี 11 ธนาคาร  ดังนี้

1) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

2) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)

3) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

4) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

5) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

6) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)

7) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)

8) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

9) ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน)

10) ธนาคารออมสิน (ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากอยู่ในระหว่างการปรับปรุงโปรแกรม)

11) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) (ไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากอยู่ในระหว่างการปรับปรุงโปรแกรม)
สถานที่ยื่นเรื่อง

ยื่นได้ที่สำนักงานประกัน สังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา ที่สะดวก (ยกเว้นสำนักงานใหญ่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข)

 

 

ข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2558

ที่มา : www.sso.go.th

แม่ท้อง แฟชั่น ดารา

แฟชั่นคุณแม่ดาราขณะตั้งครรภ์

แม่ท้องอย่าหยุดสวย!!

มาดูตัวอย่างแฟชั่นสวยๆ เลิศๆ จากคุณแม่ดาราที่กำลังตั้งท้องอยู่ในขณะนี้เพื่อเป็นแรงบันดาลใจกัน

เห็นแล้วอย่าลืมรีบไปเปิดตู้เสื้อผ้า รีบจับเสื้อตัวนั้น กางเกงตัวโน้น มา Mix and Match ให้สนุกกันไปเลย เพราะการที่แม่ท้องทำตัวเองให้สดใสก็ส่งผลต่ออารมณ์ของลูกในครรภ์ ทำให้ลูกอารมณ์ดีไปด้วย

ฟ1     ฟ4      ฟ2        ฟ5  ฟ6   แม่ท้อง แฟชั่น ดารา    ฟ7    ฟ9

ขอบคุณภาพจาก IG nannpiyada, iamkratae, ann_laisuthruklai, aey_pornthip, gggubgib36

วาเลนไทน์ เรื่องน่ารัก เด็กนักเรียน

เด็กนักเรียน 70 คนทำเซอร์ไพรส์คุณยายวัย 86 ปี

เรื่องน่ารักส่งท้ายวันวาเลนไทน์…

เมื่อเด็กนักเรียนจำนวน 70 คน นำดอกไม้ไปมอบให้กับคุณยายวัย 86 ปีท่านหนึ่ง ผู้ที่คอยนั่งโบกมือให้กับรถโรงเรียนในทุกๆ เช้าเมื่อรถโรงเรียนแล่นผ่านหน้าบ้านของเธอ

คุณยายท่านนี้มีชื่อว่า Tinney Davidson ซึ่งบ้านของคุณยายตั้งอยู่บนเส้นทางเดียวกับโรงเรียน Highland Secondary School ที่ Comax Valley, British Columbia.

เป็นภาพที่คุ้นตาของเด็กๆ ทุกคนที่จะต้องพบคุณยายนั่งโบกมือให้กับทุกคนในตอนเช้า ดังนั้นเมื่อวันวาเลนไทน์มาถึง เด็กๆ จึงช่วยกันทำเซอร์ไพรส์คุณยาย ด้วยการไปรวมตัวกันที่สนามหญ้าที่บ้านของคุณยายพร้อมกับกระดาษรูปหัวใจในมือ จากนั้นก็เข้าแถวให้คุณยายกอดทีละคน

“พวกหนูทำให้ยายจะร้องไห้นะ!”

คุณยายบอกกับเด็กๆ ด้วยความตื้นตันใจ แล้วคุณยายก็ยิ้มอย่างเต็มใบหน้า ขณะที่สนามหญ้าของคุณยายก็เต็มไปด้วยหัวใจที่เด็กๆ นำมามอบให้

 

ที่มา www.goodnewsnetwork.org

การใช้ยาในเด็ก

การใช้ยาในเด็ก ใช้อย่างไรให้ปลอดภัยตามวัย

ยาเป็นสิ่งที่ใช้ในการรักษาโรค ไม่ว่าจะในผู้ใหญ่ หรือเด็ก เมื่อมีอาการเจ็บป่วยก็ต้องใช้ยาในการรักษา หลัก การใช้ยาในเด็ก เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมียาหลายชนิดที่จำเป็นที่ต้องใช้ในเด็ก แต่ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนยาที่เหมาะสม บางครั้งทำให้ไม่ทราบถึงขนาดยา การใช้ยาที่เหมาะสมกับเด็ก

Continue reading “การใช้ยาในเด็ก ใช้อย่างไรให้ปลอดภัยตามวัย”

เด็กหญิงวัย 5 ขวบ จากสมุทรปราการคว้ารางวัลชนะเลิศออกแบบตุ๊กตาอีเกีย

ผลงาน The Red Monster ของเด็กหญิง ชุติรดา สุจารีรัตน์ วัย 5 ขวบ คว้ารางวัลชนะเลิศ 1 ใน 10 ประเทศ ทั่วโลก โดยจะได้ผลิตจริงและจัดจำหน่ายในเดือน พฤศจิกายน 2559 และมูลนิธิอีเกียจะมอบเงิน 1 ยูโร ต่อตุ๊กตาที่จำหน่ายได้ 1 ตัว เพื่อส่งเสริมด้านการเล่นและพัฒนาการของเด็กในชุมชนที่ขาดแคลนทั่วโลก

1

หลังจากปีที่แล้วที่ทางอีเกียได้ประกาศแคมเปญประกวดออกแบบตุ๊กตาผ้าไปพร้อมกันทั่วโลก ไม่น่าเชื่อว่ามีเด็กไทย ติด 1 ใน 10 ของผู้ชนะเลิศ ได้แก่ ไทย, ฝรั่งเศส, อียิปต์, ฟินแลนด์, แคนาดา, สาธารณรัฐเช็ก, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, ตุรกี และสเปน ซึ่งถือว่าตัวแทนจากประเทศไทยเป็นเจ้าของรางวัลที่อายุน้อยที่สุดในโลกด้วย

2

ทางด้านผู้ตัดสินได้พูดถึงการคัดเลือกทุกรางวัล รวมถึง The Red Monster จากเด็กหญิงชาวไทยว่า “ภาพนั้นจะต้องไม่เคยปรากฏที่ใดมาก่อน ต้องวาดขึ้นจากจินตนาการของเด็กล้วนๆ และต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งผลงานทุกชิ้นเปี่ยมด้วยความสนุกสนานและพลังแห่งจินตนาการ”

นางสาวศิรินทร์ อาศน์ศิลารัตน์ ผู้จัดการฝ่ายการพัฒนาอย่างยั่งยืน อิเกีย ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการประกวดวาดภาพตุ๊กตาผ้าอิเกีย เป็นส่วนหนึ่งของโครงการตุ๊กตาผ้าเพื่อการศึกษาเด็ก (Soft Toys for Education) เป็นโครงการที่ลูกค้าอิเกียได้มีส่วนมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็ก ๆ กว่า 12 ล้านคน ใน 46 ประเทศทั่วโลกผ่านองค์การยูนิเซฟ และมูลนิธิ Save the Children เพื่อสนับสนุนด้านการศึกษา ให้เด็ก ๆ ได้มีโรงเรียน บุคลากร และอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ดียิ่งขึ้น โดยมูลนิธิอิเกียได้มอบเงิน 1 ยูโร (39 บาท) ต่อตุ๊กตาผ้าทุก ๆ ตัว ที่ลูกค้าซื้อที่สโตร์ในช่วงเวลาที่กำหนด

4

อิเกีย ขอขอบคุณลูกค้าและพนักงานที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้เป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา เรารวบรวมเงินได้กว่า 88 ล้านยูโร หรือกว่า 3,400 ล้านบาท สำหรับประเทศไทย ได้ร่วมสมทบเงินกว่า 2.9 ล้านบาท และในปีนี้ อิเกียได้เตรียมจัดทำโครงการเพื่อสังคมรูปแบบใหม่ โดยมุ่งเน้นด้านสิทธิในการเล่นสนุกและการพัฒนาของเด็ก ๆ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เร็ว ๆ นี้”

 

ที่มาจากเว็บไซต์ ผู้จัดการออนไลน์

 

5 จังหวัด เตรียมพบกับสุริยคราสเหนือฟ้าเมืองไทย 9 มีนา 59

สุริยุปราคา คือ ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ที่เราจะเห็นดวงอาทิตย์เว้าแหว่งไม่เต็มดวง เกิดจาก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก โคจรมาเรียงตัวในแนวเดียวกัน โดยดวงจันทร์เข้ามาบังแสงอาทิตย์ในตอนกลางวัน ซึ่งคนบนโลกจะเห็นเป็นเงามืดเพียงชั่วขณะเพียงจุดเดียว ประเทศต่างๆ มีโอกาสเห็นสุริยุปราคาเต็มดวงได้ไม่กี่ครั้ง

เราไม่ควรสังเกตมองสุริยุปราคาด้วยตาเปล่าหรือสวมแว่นกันแดด ควรใช้อุปกรณ์ช่วยในการมอง เช่นกล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ ก็ยิ่งทำให้เป็นอันตรายมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะการดูดวงอาทิตย์จึงต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วยกรองรังสีบางชนิดที่จะเข้าสู่ดวงตา การสังเกตจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่ทำมาโดยเฉพาะ จึงจะสามารถมองดูดวงอาทิตย์ได้ตรง ๆ เช่น กล้องสองตา หรือกล้องโทรทรรศน์ แล้วใช้กระดาษสีขาวมารองรับแสงนั้น จากนั้นมองภาพจากกระดาษที่รับแสง แต่การทำเช่นนี้ต้องมั่นใจว่าไม่มีใครมองผ่านอุปกรณ์นั้นโดยตรง ไม่เช่นนั้นจะทำอันตรายต่อดวงตาของคนนั้นอย่างมาก โดยเฉพาะถ้ามีเด็กอยู่บริเวณนั้นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

ภาพบรรยากาศขณะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา ณ เมืองลองเยียร์เบียน ประเทศนอร์เวย์-004ภาพบรรยากาศขณะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา ณ เมืองลองเยียร์เบียน ประเทศนอร์เวย์

ภาพถ่ายสุริยุปราคาเต็มดวง เมื่อวันที่ 20มีนาคม 2558ณ เมืองลองเยียร์เบียน ประเทศนอร์เวย์
ภาพบรรยากาศขณะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา ณ เมืองลองเยียร์เบียน ประเทศนอร์เวย์

ภาพบรรยากาศขณะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา ณ เมืองลองเยียร์เบียน ประเทศนอร์เวย์-002  ภาพบรรยากาศขณะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา ณ เมืองลองเยียร์เบียน ประเทศนอร์เวย์

 

ปรากฏการณ์สุริยุปราคาในประเทศไทย สมัยยุครัตนโกสินทร์จากบันทึกในประวัติศาสตร์นั้น พบว่าเคยเกิดขึ้นแล้ว 5 ครั้ง ดังนี้

ครั้งที่ 1 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 ตรงตามเวลาที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงคำนวณไว้ ที่ตำบลหว้ากอจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของไทย

ครั้งที่ 2 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2418 โดยเป็นสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งแรกที่เห็นได้ในกรุงเทพมหานครนับตั้งแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา โดยกินหมดดวงเวลา 14:31:29 น. – 14:35:21 น. ตามเวลามาตรฐานประเทศไทยในปัจจุบัน แต่เส้นกึ่งกลางคราสไม่ผ่านกรุงเทพฯ[5]

ครั้งที่ 3 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวงวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 เห็นได้ที่จังหวัดสตูล สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จไปทอดพระเนตรที่จังหวัดปัตตานี โดยมีคณะนักดาราศาสตร์จากต่างประเทศขนอุปกรณ์มาศึกษาสุริยุปราคาด้วย

ครั้งที่ 4 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ในหลายจังหวัด เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2498 นับเป็นสุริยุปราคาเต็มดวงครั้งที่สองที่เห็นได้ในกรุงเทพ

ครั้งที่ 5 เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ในเขต 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดลพบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสระแก้ว จังหวัดพิจิตร และ จังหวัดชัยภูมิ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2538

 

บรรยาการการเฝ้ารอชมปรากฏการณ์
บรรยาการการเฝ้ารอชมปรากฏการณ์ สุริยุปราคา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2558 ที่ประเทศนอร์เวย์ ของคณะสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.)
เงาของดวงอาทิตย์บนฉากรับภาพ ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังเว้าแหว่ง บรรยากาศขณะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง
เงาของดวงอาทิตย์บนฉากรับภาพ ขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังเว้าแหว่ง บรรยากาศขณะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาตินำทีมนักวิชาการสดร. เดินทางไปศึกษาและเก็บภาพปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้
ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาตินำทีมนักวิชาการสดร. เดินทางไปศึกษาและเก็บภาพปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2558 ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้นำทีมเดินทางไปศึกษาและเก็บข้อมูลปรากฏการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง ณ เมืองลองเยียร์เบียน หมู่เกาะสฟาลบาร์ ประเทศนอร์เวย์ ใกล้กับขั้วโลกเหนือซึ่งเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการสังเกตสุริยุปราคาเต็มดวงในครั้งนี้ จากการสังเกตการณ์วันแรกที่ไปถึงพบว่าฟ้าไม่เปิด แต่เมื่อถึงวันที่ 20 มีนาคม 2558 ท้องฟ้าค่อนข้างแจ่มใส สามารถสังเกตเห็นได้ตลอดช่วงปรากฏการณ์ และได้เก็บภาพสุริยุปราคาเต็มดวงมาฝากคนไทย ท่ามกลางบรรยากาศรอบข้างที่เต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน และอากาศที่หนาวเย็นสุดขั้ว ต่ำกว่า -20 องศา เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน มีดวงจันทร์อยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับโลก เมื่อดวงจันทร์ค่อย ๆ เคลื่อนที่เข้ามาอยู่ในแนวเดียวกับดวงอาทิตย์และบังดวงอาทิตย์หมดทั้งดวง

ซึ่งในครั้งนี้แม้เราจะไม่เห็นปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบเต็มดวง แต่ก็จะคุณพ่อคุณแม่และบุตรหลานก็ไม่ควรพลาด เพราะจะมีโอกาสได้เห็นถึง 5 จังหวัด และหากจะรอดูครั้งต่อไปต้องรอถึงวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2613 จะเห็นแบบเต็มดวงที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ที่มาจากเว็บไซต์ วิกิพีเดีย)

อย่าพลาด 9 มีนา สุริยุปราคา

 

สถานที่ที่ดีสุดสำหรับการสังเกตการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงคือประเทศอินโดนีเซีย และ 5 จังหวัดในประเทศเราจะได้มีโอกาสเห็นปรากฏการณ์ครั้งนี้ ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา สงขลา ผู้ที่อยากสัมผัสปรากฏการณ์นี้อย่างใกล้ชิดโดยมีนักดาราศาสตร์จากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) ช่วยอธิบาย ท่านสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/NARITpage

 

ที่มาจาก :
1. เว็บไซต์วิกิพีเดีย คำค้น “สุริยุปราคา”
2 เว็บไซต์สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.)
3. เฟซบุ๊กสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.)

พาลูกเที่ยว วางแผนให้ดีก่อนเดินทาง ไม่ว่าจะใกล้ หรือ ไกล … ทริปนี้ไม่มีงอแง

พาลูกเที่ยว ทริปนี้  ไม่ยาก

หมอก็เป็นอีกคนหนึ่งค่ะ ที่ชอบการท่องเที่ยวโดยเฉพาะเที่ยวทะเล หาดไหนต่อหาดไหน หมอไปมาแทบจะครบทั้งประเทศแล้วแต่นั่นคือสมัยที่หมอยังไม่มีลูกนะคะเพราะหลังจากมีลูกปุ๊บ ความยุ่งก็บังเกิดขึ้นปั๊บทั้งยุ่งเรื่องลูก ทั้งยุ่งเรื่องงานจนหาโอกาสและวันว่างที่จะไปเที่ยวไหนแทบจะไม่ได้หรือต่อให้หาวันได้ การกระเตงลูกเล็กๆไปท่องโลกกับเราด้วย หากเตรียมตัวไว้ไม่ดีพอ ในคราวแรกๆก็อาจจะมีความทุลักทุเล จนแทบอยากจะเลี้ยวรถกลับบ้านได้เหมือนกัน

www timesofmalta com
ภาพโดย www.timesofmalta.com

ที่เขียนมาอย่างนี้ ไม่ได้ต้องการให้คุณพ่อคุณแม่รู้สึกหวาดกลัวกับการพาลูกออกไปเที่ยวนอกบ้านนะคะเพียงแค่อยากให้เตรียมตัวให้พร้อม และวางแผนให้ดีก่อนออกเดินทาง เพื่อที่ให้การท่องเที่ยวในแต่ละครั้งนั้นจบลงด้วยความประทับใจกันทั้งครอบครัวนั่นเองค่ะจากประสบการณ์ในการพาลูกขึ้นเหนือล่องใต้มาหลายที่ หมออยากแนะนำดังนี้ค่ะ

ภาพโดย www.ezyhealth.com
ภาพโดย www.ezyhealth.com

อ่านเรื่อง “พาลูกเที่ยว วางแผนให้ดีก่อนเดินทาง  ไม่ว่าจะใกล้ หรือ ไกล … ทริปนี้ไม่มีงอแง” คลิกหน้า 2

ข่าวลือแก๊งค์ลักเด็กจริงหรือไม่

ข่าวลือ แก๊งลักเด็ก ไม่เชื่อแค่อย่าประมาท

“รถตู้ดัดแปลงเป็นห้องแล็ปมีเตียง มีอุปกรณ์ผ่าตัด มีตู้แช่ ตระเวนล่าเหยื่อเด็กๆ เวลาเย็น จับขึ้นรถวางยาสลบ แล้วควักลูกตา คว้านเครื่องใน จากนั้นโยนศพทิ้งออกนอกรถ! รถตู้มหาภัยดังกล่าวมีนับสิบคัน ตระเวนออกล่าเหยื่อตามที่ต่างๆ!” ข้อความชวนช็อกที่แชร์กันในโลกโซเชียลเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันได้ระบาดมาอย่างต่อเนื่อง 7 – 8 ปีแล้วตั้งแต่ยังใช้ฟอร์เวิร์ดเมล์ แถมระบุอย่างชัดเจนว่า ทางตำรวจ สภ.บ้านหนองเหล็ก จ.สุรินทร์จับกุมตัวหนึ่งในคนร้ายได้ ซึ่งสารภาพว่าได้กระทำเรื่องโหดร้ายนี้จริง!

ทางตำรวจก็มิได้นิ่งนอนใจในข่าวลือนี้ ระดมตำรวจทั่วเมืองสุรินทร์ตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ในที่สุดก็พบว่านี่เป็นข่าวโคมลอย และที่สำคัญ “สถานีตำรวจ บ้านหนองเหล็ก” ในโพสนี้ …ไม่มีอยู่จริงในโลก…

ครับ..แม้ว่าข่าวลวงโลกยังคงแพร่กระจายกันไม่หยุด แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เหตุการลักพาเด็กๆ จากอ้อมอกพ่อแม่นั้น มันมีอยู่จริงๆ ในสังคมบ้านเรา

“สาวแสบฉกทารกขณะที่น้าชายวัย 12 เผลอหลับหน้าร้านเกม!” (21 พ.ค. 2558)

“จับหญิงขโมยเด็กแรกคลอดจากโรงพยาบาล หลังจากลักไป 4 ปี!” (5 พ.ย.2558)

“แก๊งลักเด็กอาละวาด จ้องตะครุบเด็กหญิงวัยประถมขึ้นรถตู้ ดีที่เพื่อนขว้างก้อนหินใส่ โจรขับรถหนีเตลิด!” (4 มิ.ย. 2557)

“หนุ่มใหญ่จับ 2 พี่น้อง บังคับขายไอศกรีม!” (11 มิ.ย. 2557)

ยิ่งโลกเข้าสู่ยุคออนไลน์ การสื่อสารที่ฉับไว ย่อมมีทั้งสิ่งดีงาม และมากทั้งสิ่งน่ากลัว วันนี้จึงมีข้อแนะนำดังต่อไปนี้ครับ

  1. ชวนลูกคุยข่าว ไม่ว่าจะเป็นข่าวในทีวี หนังสือพิมพ์ หรือในโซเชียลออนไลน์ หากเกี่ยวกับกรณีเด็กหาย หรือมนุษย์อันตรายต่อเด็ก ก็นำมาเล่าให้เด็กๆ ฟัง แล้วลองชวนคุยกันในปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ลูกได้รู้ว่าเรื่องที่ว่ามันมีอยู่และเป็นอันตรายอย่างไร (แต่ไม่ต้องดราม่าให้ลูกกลัว)
  2. พ่อแม่จะต้อง เข้าใจและเรียนรู้”โลกออนไลน์”ให้ได้ โลกยุคไอที เด็กเชียวชาญการใช้อินเตอร์เนต ในขณะที่พ่อแม่มากมายเปิดคอมพิวเตอร์ยังไม่เป็น! ทั้งที่ภัยแฝงเร้นในโลกไอทีน่ากลัวจนคาดไม่ถึง จึงถือเป็นหน้าที่ของพ่อแม่เลยทีเดียว ที่จะต้อง “อินเทรน”ให้ได้ เพื่อการสอดส่อง(อย่างเนียนๆ) และตักเตือนลูกทันทีที่มีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น
  3. ห้ามให้คนแปลกหน้าอุ้มลูก หากลูกยังแบเบาะและมีพี่เลี้ยง จะต้องกำชับพี่เลี้ยงอย่างจริงจังว่า ห้ามให้คนอื่นที่ไม่ใช่ญาติสนิทอุ้มอย่างเด็ดขาด เหตุเพราะมีข่าวน่าตกใจหลายครั้งแล้ว ที่พอเด็กน้อยถึงมืออีกฝ่าย ก็โดนอุ้มวิ่งหนีหายไปเลย
  4. สอนลูกไม่ให้ไปกับคนแปลกหน้า ซึ่งทรชนพวกนี้ก็มักมาในคราบผู้ใหญ่ใจดี ตลก ยิ้มแย้มแต่กลับมีพฤติกรรมไม่น่าไว้ใจ เช่น พยายามกันเด็กออกมาจากกลุ่มเพื่อน ให้มาอยู่กับเขาตามลำพัง ชวนให้ช่วยบีบนวด ชวนให้เล่นเกมที่มีการถูกเนื้อต้องตัว ชวนให้จับของลับของสงวน ถ้าเป็นเด็กโตหน่อยอาจถูกชวนดูหนังโป๊ วิดีโอลามก ชวนกินยากินเหล้า ต้องสอนให้เด็กรู้ว่านี่เป็นแผนล่อลวงเพื่อจะทำร้ายเด็กทั้งสิ้น ให้เด็กรีบปฏิเสธ (เช่น พูดดังๆ ว่า “ไม่”) และหนีไปให้ห่างโดยเร็วที่สุด
  5. สอนลูกถึงเล่ห์กลของคนร้าย กลวิธีของคนร้ายนั้นสารพัดเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าหมาจิ้งจอกในนิทาน เช่น แกล้งเข้ามาขอความช่วยเหลือให้ช่วยหาของ ให้ช่วยหาเงินที่หล่นหาย ช่วยตามหาหมา แมว สัตว์เลี้ยงอื่นที่เดินหลง หรือดึงกระเป๋า ของใช้ของเล่นของเด็กแล้ววิ่งไป เพื่อให้เด็กวิ่งตาม หรือเอาของไปเพื่อบังคับให้กระทำการบางอย่าง เพื่อแลกเปลี่ยนกับของชิ้นนั้น หรือโกหกให้เด็กตกใจจนตั้งสติไม่ทัน
  6. สอนลูกให้รู้จักร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ หากมีใครมาจับตัว มาฉุดลากดึงให้พยายามสะบัดหนีและตะโกนดังๆ ว่า “ช่วยด้วยๆๆ ผม (หนู) ถูกจับ” หรือ “ไฟไหม้ๆๆๆ” เพื่อหยุดยั้งคนร้าย เพราะผู้คนรอบข้างจะหันมาสนใจทันที หรือให้เดินหลบเข้าไปขอความช่วยเหลือในร้ายก๋วยเตี๋ยว ร้านมินิมาร์ท ป้อมตำรวจ ป้อมยาม

สิ่งสำคัญก็คือ จะต้องสอนลูกว่า โลกเรานี้นอกจากมีผู้ใหญ่ที่รู้สึกรัก หวังดี ต่อเด็กๆ อย่างจริงใจ ยังมีผู้ใหญ่อีกประเภทหนึ่ง ที่เห็นเด็กๆ เป็นเพียง “เหยื่อ” ที่คอยจ้องเอาเปรียบและทำร้ายเด็กๆ เช่น ทารุณกรรม ใช้แรงงานเด็ก ล่วงละเมิดทางเพศ หรือล่อลวงไปในทางมิชอบ

 

บทความโดย : นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ กุมารแพทย์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี

ภาพประกอบ : Beeclassic

เบอร์โทรศัพท์สำคัญที่ควรมีไว้ติดบ้าน

  • ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์  มูลนิธิกระจกเงา  โทรศัพท์  02-6427991-2  ต่อ 11
  • ร่วมด้วยช่วยกัน หมายเลขโทรศัพท์ 1677 หรือ 142  เรียกร่วมด้วยช่วยกัน
  • จส.100 ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1137 หรือ 142 เรียก จส.100
  • กองบังคับการปรามปราบการกระทำความผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี (ปตส.)  โทร. 0-2513-32180, 0-2511-4874
  • ศูนย์สวัสดิภาพเด็ก เยาวชน และสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศดส.)โทร. 0-2282-1815
พาลูกไปเที่ยว

พาลูกไปเที่ยว : ห้องเรียนใต้แผ่นฟ้า (ปะป๊าหม่าม๊าเป็นคุณครู)

เรา พาลูกไปเที่ยว ด้วยกันทุกที่ รู้ว่าห้องเรียนที่มีหลังคาเป็นผืนฟ้า และมีแผ่นฝ้าเป็นก้อนเมฆนั้น มันน่าสนุก เพราะนั่นคือ ห้องเรียนที่ไร้กำแพง (Classroom without Wall) จริงอยู่ที่เราให้ลูกเรียนรู้ได้จากที่บ้าน แต่บรรยากาศสนุกๆ ที่เราออกไปท่องเที่ยวด้วยกัน มันช่วยกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้น

ล่าสุด เราเพิ่งกลับมาจากการ พาลูกไปเที่ยว เขาใหญ่ สิ่งที่ปูนปั้นได้จากทริปนี้คือ ได้ทำความรู้จักกับแมลงหลากหลายชนิด แม้ว่าจะได้เรียนจากในห้องเรียนว่า ผีเสื้อ มีหน้าตาอย่างไร แต่พอไปเจอของจริงก็เกิดความสงสัยว่า “ทำไมมันไม่เหมือนในหนังสือ?” ดังนั้น วันแรกปูนปั้นก็เลยตกใจกลัวผีเสื้อ แต่พอเห็นบ่อยๆ เข้า 2-3 วันก็คุ้นเคยกับผีเสื้อแล้ว

นอกจากนั้น ปูนปั้นยังได้เจอ ตั๊กแตน ที่มากระโดดเกาะเก้าอี้ตอนกินข้าว เจอ กิ้งกือ ที่เดินเข้ามาในห้องน้ำตอนกำลังอาบน้ำ ทำให้ได้แปลกใจ และหันมาถามปะป๊าว่า “นั่นคือตัวอะไร ทำไมขาเยอะแยะแต่เดินช้าจัง?” ได้เห็นทุ่งดอกทานตะวันและ ผึ้ง ที่ทำให้ลูกเดินมุดหัวหนีเป็นพัลวัน แต่ก็ได้เรียนรู้ว่า ผึ้งมีประโยชน์อย่างไร และอีกสารพัดแมลงที่หลายๆ ชนิด ปะป๊าเองก็ไม่รู้จัก

ห้องเรียนที่บรรยากาศดีเช่นนี้ จะสนุกมากขึ้นไปอีกหากคุณพ่อคุณแม่ พร้อมที่จะพยายามหาคำอธิบายในทุกคำถามที่เขาสงสัย ในทุกสิ่งที่เขาได้ยิน เมื่อเจ้าตัวเล็กตั้งคำถามและได้รับคำตอบที่น่าสนุก ก็จะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เขาช่างสังเกต อยากรู้อยากถามอะไรมากมายไปหมด

ในส่วนของประสบการณ์และความทรงจำ เราถูกตั้งคำถามหนักๆ ตอนที่อุ้มปูนปั้นไปเที่ยวรัสเซียในวัยขวบครึ่ง ว่าจะพาไปทำไม เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกตั้งเยอะ และครอบครัวเราก็เป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนธรรมดา แต่อย่างที่ผมว่าไว้ข้างต้น “ผมต้องการให้เขามีความทรงจำว่าปะป๊าและหม่าม๊าอยู่เคียงข้างเขาในทุกแห่ง” และนั่นอาจจะไม่ใช่คำตอบที่จะเห็นผลในอนาคตอันใกล้ เพราะเรื่องราวเหล่านี้ เป็นเรื่องราวที่มีชีวิต และจะเดินทางผ่านการเวลาไปด้วยกัน

(อ่านเพิ่มเติม สอนลูกเก่งรอบด้าน ตัวอย่างจากประเทศฟินแลนด์)

Trick :

การเดินทางกับเจ้าตัวเล็ก คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมพร้อมกับการปรับเปลี่ยนแผน เพราะเราไม่สามารถขนอุปกรณ์ทุกอย่างไปได้ และเตรียมใจรับความเหนื่อยที่มากขึ้น แต่ทั้งหมดจะคุ้มค่ากับความสุขที่ได้มา การเรียนรู้จะสนุกก็ต่อเมื่อ คุณพ่อคุณแม่สนุกในการเรียนรู้ไปกับลูกด้วย จะต้องหามุมมองอธิบายที่เขาเข้าใจได้ง่าย และพร้อมที่จะอธิบายเรื่องที่ถูกถามซ้ำๆ

อ่านต่อบทความน่าสนใจ คลิก!

เรื่อง : พ่อเอก จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ Blogger เจ้าของนามปากกา บรรทัดที่สิบเอ็ด
คุณพ่อของน้องปูนปั้น ด.ช.ปัญญธัช สิริเฉลิมพงศ์วัย 3 ขวบ 3 เดือน

ภาพ Shutter Stock

เวลาคุณภาพ

เวลาคุณภาพ …สิ่งเล็กๆ ที่สร้างลูก

เพราะลูกสร้างจากพ่อแม่ ลูกที่มีคุณภาพจึงต้องสร้างจากการใช้ เวลาคุณภาพ ร่วมกับพ่อแม่เช่นกัน แล้วคุณพ่อคุณแม่จะสร้างเวลาคุณภาพกับลูกได้อย่างไร หากต้องออกไปทำงานนอกบ้าน? คำถามนี้ตอบไม่ยากเลย เพราะเวลาคุณภาพไม่ได้วัดที่ระยะเวลา การอยู่กับลูกทั้งวัน แต่อาจไม่สร้างเวลาคุณภาพเลยก็ได้ ในทางกลับกัน เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็เป็นเวลาคุณภาพได้ เช่นนี้แล้ว เวลาคุณภาพคืออะไร และพ่อแม่จะมีแนวทางในการสร้างเวลาคุณภาพกับลูกอย่างไร เราจะบอกคุณ Continue reading “เวลาคุณภาพ …สิ่งเล็กๆ ที่สร้างลูก”