เลือกผ้าอ้อมอย่างไรให้ลูกไม่เครียด กับพี่ Muumi

Chinese woman changing her daughter’s diaper while she is showing something on the phone

1. รอบรู้เรื่องผ้าอ้อมสำเร็จรูป

1.1 เด็กควรใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปตั้งแต่อายุเท่าไร

เด็กสามารถเริ่มใส่ผ้าอ้อมได้ตั้งแต่แรกเกิด เพราะในวัยแรกเกิดหรือวัยทารกยังไม่สามารถที่จะควบคุมการขับถ่ายได้ดี สำหรับเด็กวัย 1 เดือนแรกจะมีการขับถ่ายอุจจาระบ่อยคุณพ่อคุณแม่อาจเลือกใช้ผ้าอ้อมผ้าในตอนกลางวันและผ้าอ้อมสำเร็จรูปในตอนกลางคืน และใช้สำลีชุบน้ำเปล่าต้มสุกเช็ดทำความสะอาด โดยให้เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แล้วซับให้แห้ง สำหรับการเลิกใช้ผ้าอ้อมสำหรับรูปนั้นโดยเฉลี่ยแล้วอายุที่ควรให้เลิกใช้ผ้าอ้อมคือ 2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ทัศนคติของแต่ละบ้าน และความพร้อมของลูกน้อยเป็นสำคัญ ควรจะเริ่มให้ลูกน้อยเลิกผ้าอ้อมก็ต่อเมื่อลูกน้อยสามารถแยกความเปียกความแห้ง โดยที่เขาจะเป็นคนบอกคุณเองเมื่อเขารู้สึกไม่สบายตัวหลังจากขับถ่ายลงบนผ้าอ้อม จากนั้นจะเริ่มให้เขาเข้าห้องน้ำเองโดยยังมีการใส่ผ้าอ้อมอยู่ และชมเขาทุกครั้งที่เขาสามารถเข้าห้องน้ำเองได้

โดยทั่วไปเด็กจะเลิกใส่ผ้าอ้อมในช่วงกลางคืนได้ช้ากว่าช่วงกลางวัน โดยเฉพาะเด็กที่ดื่มนมมื้อดึก ดังนั้นการเลิกผ้าอ้อมช่วงกลางคืนของเด็กควรจะงดนมมื้อดึกไปด้วย ร่วมกับการสังเกตว่าผ้าอ้อมแห้งสนิทหลังจากตื่นนอนตอนเช้าเป็นเวลาหลายๆวันติดกัน การเลิกผ้าอ้อมในช่วงกลางคืนเริ่มจากการที่คุณพ่อคุณแม่เริ่มพาเขาเข้าห้องน้ำก่อนเข้านอน ในช่วงแรกอาจใส่ผ้าอ้อมช่วยไปก่อน หรืออาจตั้งเวลาในช่วงกลางดึกเพื่อปลุกให้เขาลุกมาเข้าห้องน้ำ 1-2 ครั้ง ทำเช่นนี้ติดต่อกันเรื่อยๆ เมื่อทำได้ดีแล้ว ลูกน้อยจะปฏิเสธการใส่ผ้าอ้อมในช่วงกลางคืน เพราะจะรู้สึกสบายตัวมากกว่าค่ะ

1.2 การใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปจำเป็นและมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน

ปัจจุบันผ้าอ้อมสำเร็จรูปกลายเป็นความจำเป็นสำหรับคุณพ่อคุณแม่เกือบทุกบ้านเนื่องจากข้อดีของผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่เด่นชัดที่สุดคือความสะดวกสบายใช้แล้วทิ้ง ไม่ต้องซัก รักษาความสะอาดได้ง่ายกว่าผ้าอ้อมแบบผ้า ที่สำคัญคือใช้งานง่ายกว่าแบบผ้าอ้อมผ้าที่ต้องมาคอยผูกปมหรือติดเข็มกลัด รวมทั้งสามารถพกพาไปไหนมาไหนสะดวกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาต้องเดินทาง นอกจากนี้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปช่วยดูดซับความชื้นทำให้ลูกน้อยหลับสบาย ไม่รบกวนการนอนเวลาที่เปลี่ยนผ้าอ้อมผ้าซึ่งต้องเปลี่ยนบ่อยๆหรือทุกครั้งที่ลูกน้อยขับถ่าย

0-2

1.3 วิธีการเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ดี

หลักการง่ายๆของผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการคือการมีผิวสัมผัสด้านในที่อ่อนโยนอ่อนนุ่มต่อผิวของลูกน้อย นั่นคือมีความยืดหยุ่นที่ดีเยี่ยม ( higher elasticity) และให้ความชุ่มชื้นกับผิวของลูกน้อยรวมทั้งสามารถระบายอากาศได้ดีเหมือนผ้า มีความสามารถในการดูดซับได้ดีได้เร็ว และแห้งสนิท ( excellent hydrophobic properties) เพราะทุกๆหยดของปัสสาวะอุจจาระเป็นสารระคายเคืองและส่งผลให้เกิดผดผื่นรวมทั้งง่ายต่อการติดเชื้อได้ และเนื้อสารตัวซึมซับของผ้าอ้อมสำเร็จรูปนั้นต้องจับตัวเป็นก้อนหลังผ่านการดูดซับ ต้องไม่แตกแยกออกจากกันเพื่อการซึมซับทั่วทั้งแผ่น   ขนาดของผ้าอ้อมโดยเฉพาะขอบขาของผ้าอ้อมควรกระชับเข้ากับวงขา และมีขอบปกป้องชั้นในป้องกันการรั่วซึม เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอุจจาระหรือปัสสาวะซึมเปื้อนออกมา เมื่อลูกน้อยเดินหรือคลานผ้าอ้อมจะต้องไม่ขยับเขยื้อนและทำให้เกิดการเสียดสีซึ่งเป็นสาเหตุของการระคายเคือง ทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัว ผ้าอ้อมสำร็จรูปที่ดีควรประกอบด้วยสารที่ไม่ระคายเคือง ( Nontoxic and non – stimulated) เช่น ไม่มีสารคลอรีน ( Chlorine- free) ไม่มี สารลาเท็กซ์ ไม่มีสีไม่มีน้ำหอมหรือสารโลหะหนัก ไม่มีformaldehyde รวมทั้งสารเรืองแสงต่างๆเป็นต้น และยิ่งจะดีขึ้นไปอีกถ้าเรามีผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่นผ้าอ้อมที่ทำจากวัสดุที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ

0-3

2. ปัญหาการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปในเด็ก

2.1   เด็กใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปนานๆทำให้ขาโก่งจริงหรือไม่

เรามักจะได้ยินเสมอว่าถ้าให้ลูกน้อยใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้ลูกน้อยขาโก่ง ซึ่งความจริงแล้วการใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปหรือผ้าอ้อมเด็ก ไม่ใช่สาเหตุและไม่ทำให้ลูกขาโก่งแน่นอน เพราะความจริงแล้วเด็กแรกเกิดดูเหมือนขาโก่งนั่นเป็นเพราะในช่วงที่อยู่ในท้องแม่ซึ่งมีพื้นที่จำกัด ทำให้ทารกในครรภ์ต้องอยู่ในท่าที่ทำให้ขาทับกันหลายลักษณะ เช่น ท่าขัดสมาธิ ท่าไขว้ขา หรือท่าคู้เข่าคล้ายนั่งกอดเขา และโค้งไปตามรูปท้องของแม่ เมื่อคลอดออกมาแล้วขาก็ยังอยู่ในรูปทรงโก่งงอตามท่าทางที่อยู่ในครรภ์นั่นเอง แต่ขาที่ดูโก่งจะค่อยๆ เหยียดตรงได้เองเมื่อลูกโตขึ้น เพราะร่างกายและกระดูกจะยืดออกตามการเจริญเติบโต เด็กที่โตขึ้นขาโก่งมักจะเกิดจาก 2 สาเหตุหลักคือ พันธุกรรม และความผิดปกติของกระดูกซึ่งเกิดจากโรคที่เป็นมาตั้งแต่เกิด นอกจากนี้ถ้าผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่คุณพ่อคุณแม่เลือกให้ลูกน้อยมีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นสูงผ้าอ้อมก็จะหดตัวและคลายตัวตามสรีระและการเคลื่อนไหวของลูกน้อยได้จะยิ่งไม่มีผลต่อกระดูกและกล้ามเนื้อของลูกน้อยแน่นอน

2.2 เด็กงอแงทุกครั้งที่ใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเป็นเพราะอะไรและควรแก้ไขอย่างไรให้เด็กยอมรับการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ปัญหาการปฏิเสธการใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปหลัก ๆ น่าจะเกิดจากการที่คุณพ่อคุณแม่เลือกใช้ผ้าอ้อมที่ไม่มีการระบายความชื้นที่ดีพอทำให้ลูกน้อยรู้สึกไม่สบายตัว ร้อน อึดอัด หรือมีขนาดที่ไม่เหมาะสมกับขนาดของร่างกายลูกน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขนาดรอบขาและเอว ส่งผลให้ลูกน้อยไม่ชอบที่จะใส่ผ้าอ้อม ซึ่งก็คงจะเป็นลักษณะเดียวกับผู้ใหญ่ที่เลือกเสื้อผ้าที่คับและหนามากเกินไป

ดังนั้นการที่จะทำให้ลูกน้อยมีทัศนคติต่อการใส่ผ้าอ้อมที่ดีเราควรเลือกผ้าอ้อมที่มีขนาดพอเหมาะกับขนาดตัวลูกน้อยไม่ใช่ดูเพียงอายุที่พอดี ควรดูเรื่องขนาดรอบเอวและรอบต้นขาไปพร้อมๆกันด้วยเพราะเด็กแต่ละคนมีรูปร่างที่แตกต่างกันไป และผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ดีควรดูดซับความชื้นได้ดี ในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถระบายความร้อน ที่สำคัญต้องไม่มีสารระคายเคือง ที่ทำให้เกิดอาการแพ้และไม่สบายตัว นอกจากนี้เราควรเปลี่ยนผ้าอ้อมลูกน้อยบ่อยๆ ทุก 4-6 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นต้องหมั่นคอยสังเกตว่าผ้าอ้อมของลูกน้อยมีปัสสาวะล้นเกินหรือมีอุจจาระออกมา เพราะลูกน้อยไม่สามารถบอกเราได้เมื่อไม่สบายตัว แต่จะแสดงออกผ่านอาการงอแง และเราควรเปลี่ยนผ้าอ้อมหลังจากลูกน้อยถ่ายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หรืออย่างน้อยไม่ควรเกิน 10-15 นาทีหลังถ่ายอุจจาระเพราะการทิ้งอุจจาระในผ้าอ้อมจะทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัว แถมยังเป็นการสะสมของเชื้อโรคได้อีกด้วย

Newborn baby is crying - selective focus

3. ปัญหาสุขอนามัยและการแพ้ผ้าอ้อมในเด็ก

3.1 วิธีสังเกตอาการแพ้ผ้าอ้อมในเด็ก

ก่อนอื่นเราควรจะทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่าอาการผื่นที่บริเวณผ้าอ้อมสาเหตุหลักจริงๆไม่ได้เกิดจากการที่ลูกน้อยแพ้ผ้าอ้อมหรือสารที่มีอยู่ในผ้าอ้อม โดยผื่นผ้าอ้อมนี้พบได้บ่อยในเด็กทารกโดยเฉพาะช่วงอายุ 3- 18 เดือนโดยพบถึงร้อยละ 20 ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปี

ลักษณะของผื่น ในระยะแรกผื่นจะมีสีแดงตามส่วนนูนที่สัมผัสกับผ้าอ้อมที่เปียกชื้น คือบริเวณต้นขาด้านใน ก้น ท้องน้อยช่วงล่างและบริเวณอวัยวะเพศ โดยผิวหนังในซอกลึก หรือตามรอยพับ จะไม่มีผื่นแต่ถ้าผื่นเป็นมากขึ้น จะมีอาการถลอกของผิวหนัง ถ้าเป็นมากผิวหนังจะหลุดลอกคล้ายโดนน้ำร้อนลวกและผื่นจะขยายขนาดกว้างขึ้น สาเหตุเกิดจากหลายๆปัจจัยร่วมกันโดยสาเหตุหลักที่พบบ่อยๆ คือการที่ผิวหนังสัมผัสสารระคายเคืองโดยเฉพาะ การที่ผิวสัมผัสกับปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเวลานานๆร่วมกับมีภาวะเปียกชื้น ทำให้ผิวหนังถูกทำลายได้ง่ายเมื่อมีการเสียดสีจากการใส่ผ้าอ้อม

วิธีการที่พ่อแม่จะสามารถสังเกตได้ง่ายๆคือทารกหรือลูกน้อยอาจเริ่มมีการร้องกวนเช่นเวลากลางคืนนอนหลับอยู่อาจมีการร้องงอแงเวลาที่ลูกน้อยขับถ่ายเพราะมีอาการแสบผิวหนังโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะร้องงอแงเวลาที่เราเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือเวลาเช็ดทำความสะอาดและมีการสัมผัสบริเวณที่สวมใส่ผ้าอ้อม

0-5

3.2 การใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปมีอันตรายหรือไม่ และมีสารอะไรบ้างในผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่ทำให้เด็กเกิดอาการแพ้

ส่วนมากแล้วโดยตัวผ้าอ้อมหรือส่วนประกอบของผ้าอ้อมหลักๆจะมีองค์ประกอบอยู่สามชั้น นั่นคือชั้นที่อยู่ด้านในสุดที่สัมผัสกับผิวของลูกน้อยส่วนมากจะเป็นสารที่ดูดซับน้ำได้ดีเยี่ยม และคงความแห้ง อ่อนนุ่มโดยการผลักน้ำไปสู่ชั้นกลาง ( absorbent core ) ซึ่งจะดึงน้ำมากักเก็บไว้และเก็บไว้ในชั้นนี้ส่วนมากจะเป็นลักษณะเจลเม็ดใสๆ และชั้นนอกสุดจะเป็นส่วนที่กันน้ำ ( waterproof) เพื่อกันไม่ให้น้ำออกมาเปื้อนเสื้อผ้าด้านนอก ดังนั้นส่วนประกอบหลักๆมักจะไม่ส่งผลโดยตรงให้ลูกน้อยเกิดอาการแพ้ โดยมากมักจะเป็นสารเคมีต่างๆที่ใส่เพื่อเพิ่มการซึมซับมากกว่าที่ดีที่สุดควรเป็นสารจากธรรมชาติเช่นจากเยื่อไผ่ ( Bamboo ) และไม่ควรมีโลหะหนัก สี สารคลอรีนซึ่งเป็นตัวสำคัญทำให้เกิดอาการแพ้ เป็นต้น นอกจากนี้สาเหตุอื่นๆที่เป็น สาเหตุหลักๆที่ลุกน้อยเกิดผดผื่นบริเวณผ้าอ้อมมักเกิดจาก

  • การระคายเคืองจากปัสสาวะ อุจจาระ เพราะเอนไซม์ต่างๆในอุจจาระส่งผลให้ค่าความเป็นกรดด่างของผิวลูกน้อยสูงขึ้น รวมทั้งสบู่ โลชั่นที่ใช้ทาตัว เป็นต้น เนื่องจากผิวของลูกน้อยค่อนข้างบอบบางไวต่อสารต่างๆส่งผลให้เกิดการแพ้ระคายเคืองได้ง่ายโดยเฉพาะเด็กวัยแรกเกิด เพราะเด็กวัยนี้จะมีการขับถ่ายบ่อย ทำให้ง่ายต่อการเกิดผดผื่น
  • การเสียดสีและการเช็ดขัดถู จากตัวผ้าอ้อมที่ขนาดไม่พอดีกับสรีระของลูกน้อย ซึ่งผ้าอ้อมที่ดีควรมียางรัดบริเวณโคนขาแยกเป็นสองชั้นด้านนอกและด้านในซึ่งควรจะอ่อนนุ่มและสอดรับกับร่างกายหรือสรีระของลูกน้อยเพื่อลดช่องว่างระหว่างผิวของลูกน้อยกับผ้าอ้อมซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเสียดสี รวมทั้งเสื้อผ้าที่ลูกน้อยใส่ควรเป็นผ้าโปร่งบางเบาสบายมากกว่าเป็นผ้าหนาเช่นยีนส์เป็นต้น
  • การระคายเคืองจากสารที่เราใช้กับผิวของลูกน้อยเช่น ผ้าเช็ดทำความสะอาด ( baby wipes ) ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม.
  • การติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา โดยเฉพาะพื้นที่ที่ง่ายต่อการติดเชื้อเพราะมีความชื้นสูงคือ ก้น ต้นขาและบริเวณอวัยวะเพศ และการติดเชื้อรามีโอกาสสูงเพิ่มขึ้นถ้าลูกน้อยได้รับยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ
  • การเริ่มต้นให้อาหารเสริมและอาหารที่มารดาทานกรณีที่ลูกน้อยทานนมมารดาก็มีส่วนเพราะอาจทำให้อุจจาระมีองค์ประกอบที่เปลี่ยนไป หรือทำให้ลูกน้อยอุจจาระเหลวมากขึ้น

ความใส่ใจในการเลือกผ้าอ้อมให้ลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่ยังเปี่ยมล้นอยู่เสมอในทุกๆรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่ต้องเหมาะสมกับตัวลูกน้อย การซึมซับที่ดีเยี่ยม ผิวสัมผัสที่นุ่มพิเศษ ระบบระบายอากาศเพื่อลดความอับชื่นของผ้าอ้อม และที่สำคัญที่สุดคือต้องปราศจากสารคลอรีน 100% ซึ่งสารคลอรีนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลูกน้อยเกิดอาการแพ้ ระคายเคือง ให้เราดูแลลูกน้อยของคุณอย่างเต็มประสิทธิภาพ กับ Muumi baby Diaper

 

เครดิตบทความ
พญ.นวลรัตน์ หาญศิริพันธุ์

เท้าปุก เท้าแป

ลูกเท้าบิดผิดรูปเรียก “เท้าปุก เท้าแป” คืออะไร รักษาได้หรือไม่

โรค เท้าปุก เท้าแป เป็นความผิดปกติของเท้าที่เป็นตั้งแต่กำเนิดประเภทหนึ่ง ที่หากไม่ได้รับการแก้ไขอาจทำให้เด็กได้รับความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน และนำมาซึ่งความพิการที่ทุกข์ทรมานได้

ลูกเท้าบิดผิดรูปเรียก “เท้าปุก เท้าแป” คืออะไร รักษาได้หรือไม่

เท้าปุก เท้าแป มีลักษณะอย่างไร?

โรคเท้าปุก ทารกจะมีลักษณะที่ข้อเท้าจิกลงข้างล่าง บิดเข้าข้างใน หรือฝ่าเท้าหงายขึ้น ทำให้มีรูปร่างเหมือนไม้กอล์ฟ อาจจะเป็นข้างเดียว หรือ 2 ข้างก็ได้

โรคเท้าแป เป็นภาวะผิดปกติที่ลักษณะของเท้าที่ไม่มีส่วนโค้งเว้าตรงกลางเท้า เมื่อลุกขึ้นยืน ฝ่าเท้าจะราบแนบไปกับพื้นทั้งหมด ตรงกลางฝ่าเท้าที่โค้งขึ้นมานั้นคืออุ้งเท้า (Arch) ซึ่งทอดไปตามแนวยาวและแนวขวางของฝ่าเท้า อุ้งเท้าเกิดจากการยึดกันระหว่างเส้นเอ็น กล้ามเนื้อ และกระดูกเท้า โดยเส้นเอ็นที่เท้าเองและเส้นเอ็นส่วนที่ต่อจากขาส่วนล่างจะยึดกระดูกตรงกลางเท้าเข้ากับส้นเท้า ทำให้กลางฝ่าเท้าโค้งเข้ามาและไม่ราบไปกับพื้น หรือเรียกอีกอย่างว่า เท้าแบน นั่นเอง  แต่เด็กที่เป็นเท้าแปจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเด็กปกติ สามารถวิ่งเล่น ทำกิจกรรม ได้ตามปกติ แต่ก็มีข้อด้อยคือ เมื่อเล่นกีฬาหรือเดินเป็นระยะเวลานาน อาจจะเกิดอาการเมื่อยบริเวณข้อเท้าและหน้าแข้งง่ายกว่าเด็กทั่วไป

Continue reading “ลูกเท้าบิดผิดรูปเรียก “เท้าปุก เท้าแป” คืออะไร รักษาได้หรือไม่”

สัตว์ร้ายในผัก

สัตว์ร้ายในผัก อาหารที่ซื้อให้ลูก พ่อแม่ควรระวัง!

จากเฟสบุ๊คของคุณแม่ที่โพสต์ไว้ในกลุ่ม เมนูคุณแม่มือใหม่-เจ้าตัวน้อย ที่ตั้งใจจะซื้อดอกกะหล่ำ เพื่อนำมาประกอบอาหารให้ลูกน้อยรับประทาน แต่สิ่งที่คุณแม่พบในผักแทบทำให้คุณแม่ช็อค คุณแม่พบ สัตว์ร้ายในผัก ซึ่งเป็นงูอยู่ในดอกกะหล่ำ โชคดีที่งูตัวนั้นตายไปแล้ว ไม่เช่นนั้นอาจจะทำร้ายลูกน้อยได้

Continue reading “สัตว์ร้ายในผัก อาหารที่ซื้อให้ลูก พ่อแม่ควรระวัง!”

เสื้อผ้าเด็ก

เสื้อผ้าเด็ก ตัดเย็บได้ง่ายๆ จากเสื้อผ้าพ่อแม่

สำหรับบทความนี้ Amarin Baby & Kids ขอเสนอไอเดียดีๆ ในการตัด เสื้อผ้าเด็ก ที่สามารถทำได้ง่ายๆ จากเสื้อผ้าของคุณพ่อ คุณแม่เอง ถ้าที่บ้านมีเสื้อผ้าอยู่เยอะแยะ แต่ไม่ค่อยได้ใส่ ลองเอามาดัดแปลงให้กลายเป็นเสื้อผ้าสุดน่ารัก ให้ลูกน้อยได้สวมใส่ เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยค่ะ

Continue reading “เสื้อผ้าเด็ก ตัดเย็บได้ง่ายๆ จากเสื้อผ้าพ่อแม่”

ป้อนอาหาร

ป้อนอาหาร ด้วยการเคี้ยวให้ มีสิทธิ์ติดโรคเอดส์!!

นักวิทยาศาสตร์ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) เปิดเผยว่า ไวรัสเอชไอวีที่เป็นสาเหตุของโรคเอดส์สามารถติดต่อได้โดยการที่เคี้ยวให้ละเอียดก่อนที่จะ ป้อนอาหาร ให้เด็กทารกกิน ซึ่งเป็นวิธีการที่พบบ่อยในประเทศยากจน และประเทศที่กำลังพัฒนาหลายแห่ง

Continue reading “ป้อนอาหาร ด้วยการเคี้ยวให้ มีสิทธิ์ติดโรคเอดส์!!”

พี่เลี้ยงใจร้าย

พ่อแม่ระวัง! อย่าปล่อยลูกให้อยู่ลำพังกับพี่เลี้ยง

คุณพ่อ คุณแม่หลายบ้าน ไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูก เพราะต่างคนต่างก็ต้องทำงาน จึงใช้วิธีการจ้างพี่เลี้ยงเด็กคอยดูแลลูกในเวลาที่พ่อแม่ไม่อยู่บ้าน แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไร ว่าลูกน้อยมีความปลอดภัยเมื่อต้องอยู่กับพี่เลี้ยงเด็กตามลำพัง เราจะไว้ใจพี่เลี้ยงเด็กคนนั้นได้มากน้อยแค่ไหน และจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เจอ พี่เลี้ยงใจร้าย

Continue reading “พ่อแม่ระวัง! อย่าปล่อยลูกให้อยู่ลำพังกับพี่เลี้ยง”

ยาเพิ่มน้ำนม

ยาเพิ่มน้ำนม ตัวช่วยของคุณแม่น้ำนมน้อย

คำถามยอดฮิตของคุณแม่ที่ให้นมลูกทุกคน คือ “ยาเพิ่มน้ำนม” หาซื้อจากที่ไหนได้บ้าง แม้จะแนะนำว่าควรแก้ปัญหาด้วยวิธีธรรมชาติก่อนดีกว่า โดยการให้ลูกดูดนมให้ถูกวิธี ดูดบ่อยๆ แล้วน้ำนมจะเพิ่มขึ้นเอง แต่ดูเหมือนว่าคุณแม่หลายท่านไม่มีความมั่นใจ และอยากจะมีตัวช่วยทำให้ได้ผลเร็ว

Continue reading “ยาเพิ่มน้ำนม ตัวช่วยของคุณแม่น้ำนมน้อย”

อุบัติเหตุฉุกเฉิน 72 ชม.รักษาฟรี! ทุกโรงพยาบาล

รักษาฟรี ผู้ป่วยฉุกเฉิน …ตามนโยบายรัฐบาล “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิ์ทุกที่” กำหนดให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ได้ทุกแห่ง เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเงินในระยะ 72 ชั่วโมงแรก

รักษาฟรี ผู้ป่วยฉุกเฉิน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2560

โดยกรม สบส.ได้ทำหนังสือแจ้งเวียนไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป หน่วยงานภาครัฐ /รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง และโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศซึ่งขณะนี้ขึ้นทะเบียนกับกรม สบส.จำนวน 347 แห่ง เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับ ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ประชาชนทุกคนที่เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ จะได้รับการดูแลช่วยชีวิตอย่างทันท่วงที และเท่าเทียมกัน มีมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีทั้งการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติจากอุบัติเหตุและจากโรคประจำตัวกำเริบ มีโอกาสรอดชีวิตและได้รับการดูแลจนปลอดภัยใน 72 ชั่วโมงแรก ซึ่งตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2559 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 ขณะนี้กฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับ ประกอบด้วย

1.ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย การกำหนดผู้ป่วยฉุกเฉิน

2.ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉินและการระดมทรัพยากรและการมีส่วนร่วมการช่วยเหลือเยียวยาและจัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น

3.หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2560 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2560 เป็นต้นไป

โดยเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว (1 เมษายน 2560) ระบุใจความว่า

รักษาฟรี ผู้ป่วยฉุกเฉิน
รักษาฟรี ผู้ป่วยฉุกเฉิน รักษาฟรี ผู้ป่วยฉุกเฉิน รักษาฟรี ผู้ป่วยฉุกเฉิน รักษาฟรี ผู้ป่วยฉุกเฉิน รักษาฟรี ผู้ป่วยฉุกเฉิน

อ่านต่อ >> “ข้อรู้ก่อนใช้สิทธิ ป่วยวิกฤตรักษาฟรี 72 ชม.” คลิกหน้า 2

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

เปิดพัดลมจ่อลูก ทำปอดอักเสบ

เปิดพัดลมจ่อ ลูกเสี่ยงปอดอักเสบ

ประสบการณ์จริงจากคุณแม่ที่ เปิดพัดลมจ่อ ลูกน้อย ช่วงกลางวันร้อนๆ คุณพ่อ คุณแม่หลายท่าน อาจจะเปิดพัดลม หรือเปิดแอร์เอาไว้ให้ลูก เพื่อให้ลูกรู้สึกสบายตัว แต่รู้หรือไม่การเปิดพัดลมแรงๆ ใกล้ตัวลูกน้อย หรือเปิดแอร์ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม ก็อาจจะเป็นการทำร้ายลูกได้

คุณแม่ตูนได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ในคลับ “HerKid รวมพลคนเห่อลูก” ว่า น้องอะตอมเป็นปอดอักเสบและมีอาการหอบ เพราะคุณแม่กลัวน้องร้อน เลยเปิดพัดลมจ่อจนต้องแอดมิทที่โรงพยาบาล ลองไปฟังคุณแม่ตูนแชร์ประสบการณ์กันเลยค่ะ

คุณแม่ตูนเล่าว่า “เอาประสบการณ์มาแชร์กันต่อน้า น้องอะตอม ตอนนี้8เดือน25วัน ตอนน้องป่วยอายุ 4เดือนกว่าค่ะ น้องเข้าโรงพยาบาลมา2ครั้ง เป็นหนักจนต้องใช้อ๊อกซิเจน เพราะน้องเป็นปอดอักเสบและหอบค่ะ ต้นเหตุมาจาก เราชอบเปิดพัดลมแรงๆ เพราะเราขี้ร้อนจนลูกเป็นแบบนี้ถึงจะคิดได้ ไม่เปิดพัดลมใส่ลูกอีกเลยค่ะ ไม่ว่าจะร้อนแค่ไหน

อยากมาเตือน! คุณแม่นะคะว่า อย่าเปิดพัดลมจ่อหน้าลูกน้า เดี๋ยวน้องจะเป็นหอบและปอดอักเสบ ปอดติดเชื้อได้ค่ะ ดูอาการจากน้องหายใจเร็ว แล้วหน้าอกบุ๋ม แต่เรากะผ่านจุดๆนั้นมาได้ จุดที่เหนื่อยที่สุดดดด น้องไม่ป่วยอีกเลยค่ะ แถมดื้อมากด้วยยย”

เปิดพัดลมจ่อ

ด้วยบ้านเราเป็นเมืองร้อน  คุณพ่อ คุณแม่ อาจจะรู้สึกสงสารลูกน้อย กลัวว่าลูกจะร้อน จึงเปิดพัดลมจ่อ จนทำให้เด็กๆ เสี่ยงเป็นโรคปอดอักเสบ โรคหอบหืด โรคปอดบวม โรคหวัด และเป็นไข้ เพราะเมื่ออากาศร้อน ร่างกายของคนเราจะขับเหงื่อออกมาสร้างความชื้นเพื่อระบายความร้อนให้กับร่างกายโดยธรรมชาติ เมื่อเราเปิดพัดลมให้ลูกน้อย ลูกจะสูดหายใจเอาความชื้นของเหงื่อที่ขับออกมาทางผิวหนังกลับเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ ทำให้ลูกน้อยเจ็บป่วยได้ง่าย

หากอากาศร้อน คุณพ่อ คุณแม่สามารถเปิดพัดลมให้ลูกน้อยคลายร้อนได้ แต่ไม่ควรสัมผัสโดยตรง อาจจะเปิดส่าย ใช้ความแรงพัดลมเบาๆ ก็เพียงพอ คำเตือนในคู่มือการใช้พัดลมยังมีการระบุว่าอย่าเปิดพัดลมจ่อตรงตัว เพราะจะทำให้ไม่สบายได้

บทความแนะนำ รวม 20 อาการต้องสงสัย ลูกไม่สบาย แบบนี้..! กำลังป่วยเป็นโรคอะไร?

คุณพ่อ คุณแม่บ้านไหนที่มีแอร์ ก็ควรเปิดแอร์ให้เหมาะสม โดยอุณหภูมิในห้องเด็กควรอยู่ที่ 25-27 องศาเซลเซียส

ฉะนั้น คุณพ่อ คุณแม่ควรระวังไม่ “เปิดพัดลมจ่อ” ลูกน้อย เพราะลูกน้อยอาจจะไม่สบายหรือเจ็บป่วยได้ง่ายๆ ทีมแม่ABK อยากเตือนด้วยความเป็นห่วงค่ะ

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 


เครดิต: herkid.com, รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างความปลอดภัย และป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, หมอชาวบ้าน

ทางด้านอ.นพ.นพพร อภิวัฒนากุล ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ออกมาอธิบายในรายการพบหมอรามาว่า การเปิดพัดลมจ่อลูกอาจไม่ใช่ปัจจัยหลักทำให้เกิดปอดอักเสบ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เสียทีเดียวว่าไม่เกี่ยวข้องกัน ดังนั้นมาดูกันว่า มีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เกิดโรคปอดอักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคปอดอักเสบ ปอดบวมในเด็ก

1. ตัวเด็กเอง

  • อายุน้อย ตั้งแต่แรกคลอด-5 ปี
  • มีความผิดปกติทางเดินหายใจ
  • มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ
  • ไม่ได้กินนมแม่
  • ไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือฉีดไม่ครบ

2. สิ่งแวดล้อม

  • อยู่อย่างแออัด (อากาศถ่ายเทไม่ดี)
  • ฝุ่นละอองและควันบุหรีภายในบ้าน

3. เชื้อโรค

  • มีการระบาดของเชื้อโรค
  • เชื้อโรคดื้อยา

โรคปอดอักเสบ

อาการจากโรคปอดอักเสบ ปอดบวมในเด็ก

อาการเริ่มต้น ปอดอักเสบ – เป็นไข้ มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ไอ

อาการระยะปอดอักเสบ – ไข้สูง ไอมากขึ้น เริ่มหอบเหนื่อย เพลีย ซึม ไม่ค่อยทานอาหารและน้ำ

เมื่อไปพบแพทย์ ทำการเอ็กซเรย์ปอดจะพบจุดขาวๆ หรือฝ้าขาวๆ อยู่ในปอด แสดงว่าปอดอักเสบ

 

การรักษาโรคปอดอักเสบ ปอดบวมในเด็ก

  1. รักษาตามอาการและประคับประคอง ให้ยาลดไข้ ยาแก้ไอ ถ้ามีอาการหอบมาก คุณหมออาจให้ออกซิเจน
  2. การรักษาจำเพาะต่อเชื้อโรค คุณหมอต้องรู้ก่อนว่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดปอดอักเสบ คือเชื้ออะไร ก็จะให้ยาตามนั้น
โรคปอดอักเสบในเด็ก
โรคปอดอักเสบในเด็ก ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

วิธีป้องกันโรคปอดอักเสบ ปอดบวมในเด็ก

  1. กินนมแม่ให้นานที่สุด
  2. หลีกเลี่ยงการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีฝุ่นละออง ควันบุหรี่ ควันไฟ ควันธูป
  3. ฉีดวัคซีนป้องกันโรค
  4. หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีคนอยู่อย่างแออัด

จากปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดปอดอักเสบในเด็ก คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันลูกได้โดยหลีกเลี่ยงการพาออกไปที่แออัด โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโรคต่างๆ รวมถึงหากไปข้างนอกกลับมาควรล้างมือก่อนจับหรือห้อมแก้มลูกน้อย คุณหมอยังย้ำอีกว่า ในกรณีเด็กเล็ก หากคุณแม่ยังมีน้ำนม การให้นมแม่เป็นการป้องกันได้ดีที่สุดอีกด้วย

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

ปอดอักเสบ ในเด็ก (ปอดบวม) ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

แม่แชร์! ลูกชายเสียชีวิตเพราะ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

 

เลี้ยงลูกให้ เก่ง ดี มีสุข ไปกับเรา คลิกติดตามที่

 

พัฒนาการช้า

พัฒนาการช้า เรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องสังเกตลูก

หลากหลายคำถามที่พ่อแม่กังวลใจ เมื่อลูกทำอะไรไม่ได้เหมือนลูกคนอื่น เช่น ลูกหัดเดินช้าไปหรือเปล่า? หัดพูดช้าเกินไปหรือไม่? สำหรับคุณหมอแล้ว พัฒนาการช้า อาจจะไม่ได้หมายถึงการเริ่มเดินหรือพูดช้า แต่จะรวมไปถึงความสามารถในการรับรู้ของประสาททั้ง 5 ของเด็กอีกด้วย

Continue reading “พัฒนาการช้า เรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องสังเกตลูก”

แม่ท้องงีบหลับ

แม่ท้องงีบหลับ …ชาร์ตพลังแม่สู่สมองลูก

เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของคุณแม่ท้อง ที่มักจะมีความรู้สึกอ่อนเพลีย หรืออยากนอนหลับอยู่ตลอดเวลา เพราะร่างกายมีการหลั่งสารเคมีที่สร้างจากเนื้อรก ซึ่งมีผลต่อการนอนหลับ จึงทำคุณแม่ส่วนใหญ่รู้สึกอ่อนเพลีย หรืออยากหลับทั้งวัน ลองให้ แม่ท้องงีบหลับ สักพัก จะช่วยให้ร่างกายสดชื่น

Continue reading “แม่ท้องงีบหลับ …ชาร์ตพลังแม่สู่สมองลูก”

มายู

มายู น่ารักขนาดนี้ แม่เมย์อัพรูปรัวๆ

แม่เมย์ เฟื่องอารมณ์ อัพรูปรัวๆ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว หนูน้อย มายู สดใสในชุดรับลมหนาว ทำเอาแฟนๆ ที่กรุงเทพตาร้อนผ่าว แฟชั่นครั้งนี้แม่เมย์คุมโทน สีชมพูหวานแหววทั้งแม่ลูก ใครที่มีลูกสาวก็คงเข้าใจว่าการจับลูกแต่งตัวนั้นสนุกแค่ไหน

image

มายู อิน เจแปน

 

imageimageimageimageimage

image

image

image

 

image

 

 

 

 

 

 

imageimage

 

imageimageที่มาจาก ig : mayfaung

สถานที่ขอพร

8 สถานที่ขอพร ผู้มีบุตรยาก และขอให้ลูกแข็งแรง

คุณพ่อ คุณแม่หลายท่าน อาจจะมีความปรารถนาที่อยากจะมีลูก โซ่ทองคล้องใจของพ่อแม่ แต่ทำอย่างไรก็ไม่มีลูกน้อยสักที เรามาดู สถานที่ขอพร ศักดิ์สิทธิ์ขอลูกน้อย สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ที่มีลูกยาก และขอพรให้ลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงกันค่ะ

Continue reading “8 สถานที่ขอพร ผู้มีบุตรยาก และขอให้ลูกแข็งแรง”

กล่อง สามีภรรยา ความรัก

กล่องแห่งความลับ…กล่องแห่งความรัก

เรื่องราวน่ารักที่แสนหวานยิ่งกว่านิยายเรื่องนี้ เป็นของ Bill Brennan และ Kris Brennan สามีภรรยาที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเป็นเวลา 40 ปี พร้อมกับกล่องแห่งความลับเหล่านี้!

ในปี 1975 ที่สามีภรรยาคู่นี้เงินทางไปท่องเที่ยวด้วยกันที่ Hamptons ขณะที่ทั้งสองอยู่บนรถไฟ Bill ผู้เป็นสามีได้เขียนจดหมายสั้นๆ ถึง Kris ผู้เป็นภรรยาว่า “คุณคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของผม ผมรักคุณ…ที่รัก”

ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของกล่องแห่งความลับเหล่านี้ เพราะหลังจากนั้น Bill ก็เขียนจดหมายให้ Kris ทุกวัน สั้นบ้างยาวบ้าง ซึ่ง Kris ได้เก็บรวบรวมจดหมายเหล่านั้นไว้เป็นอย่างดีในกล่องเหล่านี้ และเก็บมาจนกระทั่งทุกวันนี้

เธอนำกล่องเหล่านี้ไปเก็บไว้ที่ห้องใต้หลังคา นั่นจึงทำให้เขาไม่เคยมีโอกาสได้เห็นกล่องเหล่านี้เลยตลอดระยะเวลา 40 ปีที่อยู่ร่วมกันมา

สามีภรรยา ความรัก กล่อง

จนกระทั่งถึงวันครบรอบแต่งงานปีที่ 40  Kris จึงได้นำกล่องเหล่านี้ออกมาให้ ฺBill ดู ซึ่งเมื่อฺ Bill เห็นจดหมายที่บรรจุอยู่ภายในทั้งหมด เขาก็ถึงกับร้องไห้ออกมา จากนั้นทั้งคู่ก็ให้เวลาช่วงเย็นในแต่ละวันในการนั่งอ่านจดหมายเหล่านี้ด้วยกัน

Kris กล่าวว่า “จดหมายเหล่านี้เปรียบเหมือนไดอารี่แห่งความรักของเราสองคน ฉันสามารถนึกได้ทันทีที่อ่านจดหมายของแต่ละวันว่า ช่วงเวลาของวันนั้นๆ ในอดีต ได้เกิดอะไรขึ้นบ้าง”

ขณะที่ Bill กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่เขากลัวที่สุดในตอนนี้ก็คือ กลัวว่าเมื่อเขาแก่ตัวลงมากๆ แล้ว เขาจะลืมที่จะเขียนจดหมายให้ Kris

 

ที่มา http://www.mommypage.com/

เลือดกำเดา

[First AID] 4 สเต็ปหยุด เลือดกำเดา “บีบจมูก หลังตรง ก้มหน้า อ้าปาก”

คุณแม่หลายท่านอาจจะยังใช้วิธีหยุด เลือดกำเดา แบบผิดๆ ด้วยการจับลูกเงยหน้าซึ่งอาจทำให้เด็กสำลัก เลือดกำเดา ลงคอได้ โดยคุณหมอวิรัช จิตสุทธิภากร แพทย์โรคจมูก รพ. สวรรค์ประชารักษ์ ได้เผยแพร่วิธีหยุดเลือดกำเดาที่ใช้ได้กับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ 4 ขั้นตอน ดังนี้

เลือดกำเดา

เลือดกำเดา

บีบจมูก

การบีบจมูกจะช่วยหยุดเส้นเลือดขนาดเล็กที่รวมกันอยู่ตรงผนังกั้นจมูกด้านหน้า

หลังตรง

ในขณะที่นั่งหลังตรง ยืดตัว ศีรษะจะอยู่สูงกว่าส่วนอื่นของร่างกาย ทำให้ความดันโลหิตที่สูบฉีดเลือดอยู่นั้นลดลง

ก้มหน้า

เพื่อป้องกันเลือดไหลตกลงคอจนอาจทำให้สำลัก เข้าคอ จะทำให้เกิดการระคายเคือง

อ้าปากหายใจ

การอ้าปากจะช่วยรับอากาศเข้าสู่ร่างกายโดยไม่ผ่านทางโพรงจมูกที่มีเลือดไหลอยู่ อีกทั้งต้องระวังการไอ จาม เพื่อไม่ให่เส้นเลือดฝอยแตกอีก

image
ขอบคุณข้อมูลจาก นพ. วิรัช จิตสุทธิภากร แพทย์โรคจมูก รพ. สวรรค์ประชารักษ์

ยาสามัญ

รวม 6 กลุ่มยาสามัญประจำทริปที่ควรเตรียมก่อนไปเที่ยวต่างประเทศ

ใกล้ถึงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ มีหลายบ้าน เตรียมจัดทริปพาครอบครัวไปเที่ยว ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม  ถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ลูกน้อยก็อ้อนขอไปเที่ยวทุกที แต่ไปเที่ยวทีไรต้องมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดให้คุณพ่อคุณแม่ปวดหัวได้ไม่เว้น ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างวินัยเชิงบวกเพื่อพัฒนาเด็กในทุกด้าน จึงมีเทคนิคเตรียมความพร้อมก่อนไปเที่ยวและเทคนิครับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าระหว่างท่องเที่ยวมาแนะนำให้ค่ะ

วางแผนร่วมกัน ยิ่งละเอียดยิ่งลดปัญหา

ก่อนวันท่องเที่ยวของครอบครัวประมาณ 1 สัปดาห์ คุณพ่อคุณแม่ควรวางแผนและทำข้อตกลงกับลูกน้อยให้มากที่สุด เพื่อให้ลูกน้อยเตรียมความพร้อม สร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย และลดความตื่นเต้นที่อาจทำให้ลูกน้อยเกิดพฤติกรรมล้นๆ ได้ค่ะ

Checklist วางแผนกับลูกเรื่องอะไรบ้างนะ

  • วางแผนสถานที่ท่องเที่ยว จุดแวะพักต่างๆ และวิธีการเดินทางให้ละเอียด
  • บอกเล่าลักษณะของสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมที่ลูกสามารถทำได้เมื่อไปถึง
  • ระบุระยะเวลาที่ครอบครัวจะใช้ในสถานที่หรือใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ให้ชัดเจน
  • บอกกฎกติกาของแต่ละสถานที่หรือกติกาที่เป็นข้อตกลงกันในครอบครัวให้ครบถ้วน
  • อธิบายผลที่จะตามมาหรือโอกาสดีๆ ที่เขาจะพลาดไปหากไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
  • เตือนอันตรายหรือสิ่งที่ควรระมัดระวัง
  • สอนวิธีขอความช่วยเหลือและเตรียมความพร้อมให้เขารู้วิธีแก้ไขปัญหาหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ทบทวนแผนสม่ำเสมอ ยิ่งบ่อยยิ่งเที่ยวสนุก

แม้จะวางแผนกันไว้แล้ว แต่เวลาที่ลูกน้อยกำลังตื่นตาตื่นใจ เขาอาจลืมกฎกติกาที่ตกลงกันไว้ เพราะฉะนั้นการทบทวนแผนและกฎกติกาก่อนเที่ยวทุกวันจนนาทีสุดท้าย จะช่วยให้ลูกน้อยมีสติและควบคุมตัวเองได้มากขึ้นค่ะ

กระเป๋าและเงินของลูก ให้ลูกจัดการเอง

ไม่ว่าจะไปเที่ยวใกล้หรือไกล คุณพ่อคุณแม่ควรมีกระเป๋าส่วนตัวและให้เงินส่วนตัวไว้กับลูกน้อย แม้สิ่งของที่ลูกน้อยอยากพกไปด้วยจะชวนให้ตั้งคำถามว่า “เอาไปทำไม” แต่นั่นคือความมั่นคงทางอารมณ์ของเขาค่ะ และเงินส่วนตัวยังทำให้เขามีเงินสำหรับซื้อของที่อยากได้ โดยไม่จำเป็นต้องยุ่งเกี่ยวกับเงินของคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งจะช่วยให้เขาเรียนรู้วิธีบริหารจัดการเงินของตัวเองให้อยู่ในวงเงินที่จำกัดด้วยค่ะ

หยิบจับลดความตื่นเต้น

อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการเที่ยวสนุก เช่น ชุดว่ายน้ำ หมวกใบใหม่ แว่นตากันแดด ฯลฯ ไม่จำเป็นต้องรอถึงวันไปเที่ยวก็เอาออกมาเล่นหรือหยิบจับสำรวจก่อนได้นะคะ เพื่อลดความตื่นเต้นให้กับลูกน้อยก่อนลงสนามจริง!

◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊◊

ไม่สนุกแน่หากทริปนี้ แม่เป็นหวัด ลูกเป็นไข้ ยายปวดหลัง พ่อท้องเสีย มาเตรียม ยาสามัญ ประจำบ้าน ปรับใช้กับทริปเที่ยวให้ราบรื่นและสนุกกันดีกว่า

เมื่อร่างกายเจออากาศเปลี่ยน มีโอกาสสูงที่ลูกน้อยรวมทั้งคุณพ่อคุณแม่ อาจจะระคายเคืองโพรงจมูก มีอาการน้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอกันเป็นธรรมดา โรคหวัดนั้นเป็นกันง่ายและทำให้เสียบรรยากาศการเที่ยว ถ้าไม่อยากเสียค่ายาแพงๆ ในต่างประเทศก็ควรพกยาสามัญง่ายๆ ที่ถูกโรคกับคุณติดกระเป๋าไว้ มาดูกันว่าควรเตรียมอะไรไปบ้างจากคำแนะนำของสมาชิกเว็บไซต์พันทิป ชื่อคุณ redcarpetkorn

อ่านต่อ >> “รวมยาสามัญที่ควรเตรียมไปเมื่อออกทริป” คลิกหน้า 2

ช่วยลูกสำลัก อาหารติดคอกรณีหมดสติ – easy baby & kids

เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกขณะ  หากลูกรักเล่นระหว่างกินอาหาร หรือนำสิ่งของชิ้นเล็กเข้าปาก อาจทำให้ลูกสำลักและมีสิ่งของแปลกปลอมติดคอได้ค่ะ

Tags

ห้ามเลือดให้ลูก

ห้ามเลือดให้ลูก เมื่อถูกของมีคมบาด

คุณพ่อ คุณแม่คงจะทราบกันดีว่าเด็กๆ มักจะซุกซน และอยากเรียนรู้ บางครั้งอาจทำให้บาดเจ็บ ถูกของมีคมบาด คุณพ่อ คุณแม่จึงต้องพกอุปกรณ์ ห้ามเลือดให้ลูก ติดตัวเอาไว้เสมอๆ สำหรับบทความนี้ แม่น้องเล็กมีวิธีปฐมพยาบาลเมื่อลูกน้อยถูกของมีคมบาดมาฝากค่ะ

Continue reading “ห้ามเลือดให้ลูก เมื่อถูกของมีคมบาด”