แม่ไม่สนใจมัวแต่เล่นมือถือ ลูกสาวจึงเอ่ยปากพูดประโยคนึง…แม่ถึงกับไม่กล้าเล่นมือถืออีกเลย

เรื่องราวนี้เป็นเรื่องของครอบครัวหนึ่ง ซึ่งสาเหตุของเรื่องมาจากการเล่นมือถือนั้นเอง … คุณแม่คนนี้หลังจากเลิกงานเธอก็กลับบ้านตามปกติ แต่ในวันนั้นคุณแม่ได้รับโทรศัพท์จากคุณครูของลูกสาว คุณครูเล่าว่าวันนี้ลูกสาวของเธอมีพฤติกรรมแปลกๆ โดยที่ระหว่างที่คุณครูกำลังถามคำถามอยู่นั้น ลูกสาวของเธอก็ไม่ตอบ พอถามเหตุผลเธอก็เงียบ นิสัยปกติแล้วหนูน้อยจะเป็นเด็กที่เรียบร้อย คุณแม่ก็ไม่ทราบสาเหตุเช่นกัน ได้แต่ขอโทษคุณครู และคิดวิธีที่จะคุยกับลูกสาวของเธอ แต่คำตอบของลูกสาวทำให้คุณแม่รายนี้ถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว

มือถือเป็นลูกรักของพ่อแม่?

1

หลังจากที่คุณแม่ได้ว่างสายโทรศัพท์ไปแล้ว คุณแม่ก็ถามลูกสาวว่า : “ที่คุณครูพูดมา จริงๆแล้วเกิดอะไรขึ้น? ลูกไปทำผิดอะไรมาหรือเปล่า? แม่รู้ว่าหนูเป็นเด็กดี ไม่เคยดื้อ”

ลูกสาวมองแม่ แต่ก็ยังไม่ได้พูดอะไร เมื่อคุณแม่เห็นว่าลูกสาวยังไม่ตอบอะไร

คุณแม่เลยพูดขึ้นมาว่า : ม่าม๊าไม่ได้จะดุหนึ่งนะลูก แม่เพียงแต่อยากเข้าใจหนูเท่านั้น ลูกค่อยคิดและค่อยมาตอบแม่นะ”

ในเวลาอาหารค่ำ ลูกสาวของเธอก็ยังคงเงียบไม่ตอบอะไรจนทานข้าวเสร็จ ก็รีบวิ่งไปนั่งดูการ์ตูน คุณแม่เดินไปนั่งอยู่ข้างๆ รอจนลูกสาวดูการ์ตูนจบ

และถามลูกสาวว่า : “เรามานั่งคุยกันแป๊บหนึ่งได้ไหม” ลูกสาวก็พยักหน้ารับ แต่ตาก็ยังคงดูทีวีอยู่

“วันนี้เกิดอะไรขึ้นที่โรงเรียนหรือเปล่า คุณครูถึงได้โทรมา? หรือหนูมีเรื่องไม่สบายใจ” คุณแม่ถามด้วยความเป็นห่วงลูกสาว เธอตอบกลับคุณแม่ว่า “ค่ะ” แต่ตาก็ยังคงดูทีวีอยู่

แต่ทั้งพ่อและแม่ก็ยังคงเล่นมือถืออยู่

2

เด็กน้อยไม่สนใจกับสิ่งที่แม่พูด ทำให้คุณแม่ทั้งโกรธและเสียใจ เพราะเธอเป็นคนที่ดูแลลูกสาวมาตลอด และลูกสาวของเธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ดูเหมือนกับว่าลูกสาวของเธอไม่อยากคุยกับเธออีกต่อไป

เล่นเกมก็เล่นในมือถือ

3

ถึงตอนนี้คุณแม่เริ่มทนไม่ไหว จึงเดินไปหยิบรีโมทและปิดทีวี พร้อมถามลูกสาวว่า : “ตกลงว่าหนูเป็นอะไรก็แน่!”

ลูกสาวเห็นแม่เริ่มโกรธและพูดเสียงดัง เธอจึงน้ำตาซึม

เมื่อคุณแม่เห็นเช่นนั้น จึงพูดว่า : “กลับไปที่ห้อง แล้วคิดให้ดีๆว่าตัวเองเป็นอะไร!”

เมื่อคุณพ่อได้ยินเช่นนั้น ก็เดินมาพูดกับแม่ว่า : “ใจเย็นๆนะ แม่ คุณรู้จักลูกดีที่สุด และต้องเชื่อใจลูกนะ”

แม่คิดว่านี้คือการดูแลลูก

4

หลังจากที่คุณพ่อพูดจบ แม่ก็คิดอยู่ในใจว่าลูกต้องบอกเหตุผลที่เป็นแบบนี้ เธอจึงเขียนข้อความลงในกระดาษว่า : ลูกรัก ลูกไม่สนใจแม่แล้วใช่ไหม แม่เสียใจนะลูก! ที่เมื่อกี้ใส่อารมณ์กับหนู แม่ขอโทษ ยกโทษให้แม่นะ” และคุณแม่ก็ไม่เคาะประตูห้องลูกสาว พร้อมสอดกระดาษเข้าไปที่ประตู หลังจากนั้น 2 นาที ลูกสาวก็เปิดประตู หน้าเต็มไปด้วยน้ำตา และเข้ามากอดแม่ พร้อมอธิบายว่าทำไมวันนี้เธอจึงทำแบบนี้ เพราะลูกสาวต้องการทดสอบว่าถ้ามีใครมาคุยกับเธอ เธอก็จะไม่สนใจ 

อ่านต่อ >> เมื่อแม่ไม่สนใจลูกมั่วแต่เล่นมือถือ คลิกหน้า 2

ภาวะความดันเลือดในปอดสูง PPHN สังเกตอาการก่อนจะเสียลูกไป

จากประสบการณ์คุณแม่ ที่เล่าเรื่องราวแสนสะเทือนใจของลูกน้อย โดยคุณแม่เล่าว่าเมื่อคลอดน้องแล้ว ลูกแข็งแรงปกติดีทุกอย่าง แต่หลังจากออกจากโรงพยาบาลลูกน้อยเริ่มมีอาการหายใจเร็ว และแรง คุณแม่พาไปหาหมอหลังจากนั้น พบว่าลูกน้อยมี ภาวะความดันเลือดในปอดสูง

Continue reading “ภาวะความดันเลือดในปอดสูง PPHN สังเกตอาการก่อนจะเสียลูกไป”

พ่อแม่รังแกฉัน

พ่อแม่รังแกฉัน ผลสำรวจค่านิยมยอดฮิตของพ่อแม่ยุคดิจิตอล

Amarin Baby & Kids มีผลสำรวจของพ่อแม่ยุคใหม่ซึ่งกลายเป็น พ่อแม่รังแกฉัน มีเวลาอยู่กับลูกน้อยลง มีความเชื่อถือในหนังสือสูง แต่ก็ยังปล่อยให้ลูกอยู่กับหน้าจอนานที่สุด โดยผลสำรวจนี้ได้ทำการสำรวจตั้งแต่เดือนมกราคม – มีนาคม 2559 มีตั้งแต่ลูกอายุ 0-12 ขวบ จำนวน 1,041 คน

Continue reading “พ่อแม่รังแกฉัน ผลสำรวจค่านิยมยอดฮิตของพ่อแม่ยุคดิจิตอล”

ครัวซอง พุดดิ้ง ขนมเด็ก ช็อกโกแลต

ครัวซองพุดดิ้ง หอมนุ่มน่าลอง (2 ขวบ+)

ครัวซองพุดดิ้ง เมนูประยุกต์ทำง่ายๆ โรยด้วยช็อกโกแลตชิป ยิ่งเสิร์ฟร้อนๆ ยิ่งอร่อย หอมนุ่มเคี้ยวสนุก เด็กๆ ที่ไหนจะอดใจไหว

เมนูนี้เหมาะสำหรับเด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไป

เวลาปรุง เตรียม 10 นาที ปรุง 20 นาที

ส่วนผสมสำหรับ 4-6 ที่

  1. ขนมปังครัวซอง                                      2-3          ชิ้น
  2. ลูกเกด                                                    ½            ถ้วย
  3. ช็อกโกแลตชิป                                        ½            ถ้วย
  4. ไข่ไก่                                                        2              ฟอง
  5. นมสดจืด                                                 1              ถ้วย
  6. วิปปิ้งครีม                                               1              ถ้วย
  7. น้ำตาลทราย                                          2/3          ถ้วย
  8. วานิลลาสกัด                                         ½            ช้อนชา

วิธีทำ

  1. เปิดเตาอบอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เตรียมไว้
  2. หั่นครัวซองเป็นชิ้นพอคำ ผสมกับกับลูกเกดและช็อกโกแลตชิป แบ่งใส่ในพิมพ์อบ ใช้ได้ทั้งถ้วยเซรามิก ซิลิโคนหรือแก้วกาแฟ ใส่ให้เกือบเต็มพิมพ์
  3. ผสมไข่ไก่ นมสด วิปปิ้งครีม น้ำตาลและวานิลลาสกัดเข้ากัน เทใส่ให้เต็มพิมพ์
  4. นำเข้าอบในเตาประมาณ 20 นาที หรือจนหน้าสุกเหลือง จัดเสิร์ฟร้อนๆ กับวิปครีมหรือไอศกรีมวานิลลาจะยิ่งเข้ากัน

Cooking Tips

วิปปิ้งครีม แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ Dairy whipping cream ที่ทำจากนม และ Non-dairy whipping cream ครีมเทียมที่ทำจากไขมันพืช ส่วนมากหากในสูตรเขียนสั้นๆ ว่าวิปปิ้งครีม จะหมายถึงชนิด Dairy เพราะให้รสชาติที่ดีกว่า ส่วนชนิด Non-dairy เหมาะกับการแต่งหน้าเค้กเป็นหลัก

พัฒนาการลูกเสีย

เตือน! พัฒนาการลูกเสียจากมือถือของพ่อแม่

สัญญาณร้ายเตือนพ่อแม่ยุคใหม่หันมาใส่ใจลูก หลังพบตัวเลขเด็กปฐมวัยช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง และขาดทักษะทางการพูด โดยชี้ว่าปัญหามาจากพ่อแม่ และผู้ดูแลขาดการเอาใจใส่ที่ดีพอ เนื่องจากพ่อแม่ให้ความสนใจกับสมาร์ทโฟนมากกว่าลูกนั่นเอง Continue reading “เตือน! พัฒนาการลูกเสียจากมือถือของพ่อแม่”

รวมเรื่องที่พ่อแม่ชอบทำให้ลูกเสียใจโดยไม่รู้ตัว?

อยากให้ผู้ใหญ่อ่าน … ปัจจุบันปัญหาสังคมเกิดขึ้นมากมายในประเทศไทย หลายฝ่ายหลายภาคส่วนรณรงค์ช่วยกันแก้ไข แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าจากการสำรวจ สถาบันที่ควรมีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาสังคมมากที่สุด กับนิ่งเฉยมาก นั่นก็คือ สถาบันครอบครัว Continue reading “รวมเรื่องที่พ่อแม่ชอบทำให้ลูกเสียใจโดยไม่รู้ตัว?”

โรคติดต่ออันตราย

โรคติดต่ออันตราย 12 โรค ปี 2559 ที่พ่อแม่ต้องระวัง

เมื่อเดือนมิถุนายนที่่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า พบ โรคติดต่ออันตราย ในปี 2559 จำนวน 12 โรค เช่น กาฬโรค ไข้ทรพิษ ไข้เลือดออกไครเมียนคองโก ไข้เวสต์ไนล์ ไข้เหลือง โรคไข้ลาสซา โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ โรคติดเชื้อไวรัสมาร์บบวร์ก เป็นต้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

Continue reading “โรคติดต่ออันตราย 12 โรค ปี 2559 ที่พ่อแม่ต้องระวัง”

นิสัยลูกน้อย

นิสัยลูกน้อย 8 แบบ อยากให้เป็นคนแบบไหนขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู

คุณพ่อ คุณแม่ คือครูคนแรกของลูกน้อยที่จะสามารถสั่งสอนลูกให้เติบโตไปในแนวทางที่กำหนด เรามาดูการเลี้ยงดูลูกน้อย 8 แบบที่ทำให้ นิสัยลูกน้อย เติบโตมาแตกต่างกัน เช่น การตำหนิ การเมินเฉย การเลี้ยงให้มีความอับอาย การสอนลูกให้ขี้กลัว สอนมาด้วยกำลังใจ การยกย่องชื่นชม

Continue reading “นิสัยลูกน้อย 8 แบบ อยากให้เป็นคนแบบไหนขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู”

อุบัติเหตุบนรถไฟฟ้า

อุบัติเหตุบนรถไฟฟ้า ที่พ่อแม่ควรระวัง

รถไฟฟ้าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนเมือง ได้เดินทางอย่างรวดเร็ว หลีกเลี่ยงปัญหารถติด แต่อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แม้กระทั่งบนรถไฟฟ้าที่เรามั่นใจว่าปลอดภัย มาดูเหตุการณ์นี้ไม่พร้อมๆ กันเพื่อเป็นอุทาหรณ์ถึง อุบัติเหตุบนรถไฟฟ้า ที่อาจเกิดขึ้นได้กับลูกน้อย

Continue reading “อุบัติเหตุบนรถไฟฟ้า ที่พ่อแม่ควรระวัง”

เค้กบลูเบอร์รี่ กล้วย ไอศกรีม

เค้กบลูเบอร์รี่ & กล้วย & ไอศกรีม (1 ขวบ+)

ถึงคราวของหวานสำหรับเด็กน้อยผู้แพ้อาหารบ้าง นอกจากเค้กที่คุณพ่อคุณแม่ทำเองได้ง่ายๆ แล้ว ยังมีไอศกรีมด้วย น่าจะถูกใจลูกแน่นอน!

เมนูนี้สำหรับเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป

Top 8 Free!

เมนูนี้ปราศจากส่วนผสมจากแป้งสาลี ผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ ถั่วเหลือง ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วลิสง ปลาทะเล และสัตว์ทะเลเปลือกแข็ง เช่น กุ้ง หอย ปู ปลาหมึก เหมาะสำหรับเด็กที่แพ้อาหารดังกล่าว

เวลาปรุง เตรียม 10 นาที ปรุง 15 นาที

ส่วนผสมสำหรับ 4-6 ที่

  1. แป้งข้าวเจ้า                            50           กรัม
  2. แป้งข้าวโพด                           50           กรัม
  3. ผงฟู                                        1              ช้อนชา
  4. เบกกิ้งโซดา                            ½            ช้อนชา
  5. น้ำตาลทรายขาว                   80           กรัม
  6. เกลือป่นหยิบมือ
  7. กล้วยหอมบด                         2              ลูก
  8. น้ำมันรำข้าว                          70           กรัม
  9. นมที่น้องดื่มได้                       50           กรัม
  10. วานิลลาสกัด                         1              ช้อนชา
  11. บลูเบอร์รี่แช่แข็งที่ละลายแล้ว              ½            ถ้วย

วิธีทำ

  1. ใส่ส่วนผสมตั้งแต่แป้งข้าวเจ้าจนถึงเกลือป่นลงในชามผสม คนเข้ากันดี ใส่กล้วยหอมบดจนถึงวานิลลาสกัดลงผสม คนจนเนื้อเนียนเข้ากันดี ใส่บลูเบอร์รี่ คนพอเข้ากัน
  2. นำกระทะเทฟล่อนขึ้นตั้งไฟปานกลางค่อนข้างอ่อน ใช้น้ำมันทาบางๆ รอจนกระทะร้อน ตักส่วนผสมหยอดลงทอดประมาณครั้งละ ¼ ถ้วย ทอดจนเห็นฟองปุดๆ ทั่วแผ่นจึงกลับทอดอีกด้านประมาณ 1 นาที
  3. ตักขึ้นใส่จาน เสิร์ฟอุ่นๆ โรยไอซิ่งให้ทั่ว ราดหน้าด้วยซอสช็อกโกแลต และเสิร์ฟกับไอศกรีมวานิลลา

Cooking Tips

เนื้อเค้กสูตรนี้สามารถประยุกต์ทำเป็นคัพเค้ก โดยตักส่วนผสมใส่แก้วกาแฟ 2/3 ของแก้ว แล้วนำเข้าเตาไมโครเวฟ อบด้วยไฟแรงประมาณ 4-5 นาทีแล้วแต่ขนาดของแก้ว โดยเมื่อครบทุก 3 นาที ให้นำออกมาดูว่าเค้กสุกหรือยัง ถ้ายังให้อบเพิ่มครั้งละ 1 นาทีจนกว่าจะสุก เช็คว่าสุกหรือไม่โดยใช้ไม้แหลมจิ้มตรงกลางแก้ว ถ้าไม่มีเศษเค้กติดออกมาแสดงว่าสุกแล้ว

ท้องแล้วออกกำลังกายได้ไหม ตั้งครรภ์

“ท้อง” แล้วยังออกกำลังกายได้หรือไม่?

ท้องแล้วออกกำลังกายได้ไหม? หากคุณเป็นคนที่ก่อนท้องติดการออกกำลังกายมาก แต่พอท้องแล้วต้องหยุดไหม เรามีคำตอบจาก นาวาตรี พญ. ณัฐยา รัชตะวรรณ สูตินรีแพทย์มาฝากค่ะ

จากการทบทวนข้อมูลของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีการออกกำลังกายต่อเนื่อง พบว่าการออกกำลังกายช่วยในเรื่องเหล่านี้ได้ดีมากคือ

  1. ช่วยลดอาการปวดหลัง ที่พบบ่อยมากขณะตั้งครรภ์ได้ชัดเจน เพราะกล้ามเนื้อมีความฟิตและยืดหยุ่นมากกว่าคุณแม่ที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย
  2. ช่วยในการควบคุมน้ำหนักขณะตั้งครรภ์ ลดภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ อีกทั้งยังทำให้ลูกในท้องไม่มีภาวะตัวโตเกินขนาดจนกลายเป็นเด็กอ้วน ที่สำคัญการออกกำลังกายในคุณแม่ตั้งครรภ์ปกติ ไม่ได้ทำให้ลูกตัวเล็กหรือเกิดการคลอดก่อนกำหนดแต่อย่างใด

ถึงแม้ว่าการออกกำลังกายจะมีประโยชน์ แต่ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน นอกจากคุณแม่จะต้องระมัดระวังตัวขณะออกกำลังกายไม่ให้เกิดอุบัติเหตุหรือไม่ทำให้ท้องถูกกระแทกจนเกิดรกลอกตัวเป็นอันตรายกับชีวิตลูกได้แล้ว หากคุณแม่มีภาวะดังต่อไปนี้ ก็ห้ามออกกำลังกายโดยเด็ดขาด

1. ภาวะครรภ์เป็นพิษ

เพราะขณะออกกำลังกาย คุณแม่จะมีความดันโลหิตสูงขึ้นซึ่งทำให้ครรภ์เป็นพิษแย่ลง จนอาจเกิดอาการชักได้

2. เคยมีประวัติการคลอดบุตรก่อนกำหนดหรือตั้งครรภ์แฝด

โดยเฉพาะช่วงไตรมาสที่สองและสาม

3. คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีภาวะรกเกาะต่ำ

ซึ่งการออกกำลังกายอาจจะทำให้เกิดเลือดออกทางช่องคลอด หากเลือดออกมากอาจจะทำให้ต้องยุติการตั้งครรภ์จนทำให้เด็กมีอันตรายถึงชีวิตได้

4. คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ลูกในท้องมีการเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ

มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ ก็เข้าข่ายห้ามออกกำลังกาย เพราะขณะคุณแม่ออกกำลังกาย จะทำให้ออกซิเจนที่ส่งไปหาลูกลดลงชั่วขณะ จะยิ่งทำให้เด็กตัวเล็กลงไปอีก

ดังนั้นหากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์แล้วมีความประสงค์จะออกกำลังกายต่อเนื่อง เพราะก่อนตั้งครรภ์เคยออกกำลังกายอยู่แล้ว ควรปรึกษาสูติแพทย์ให้ทำการตรวจคัดกรองให้แน่ใจว่าคุณแม่แข็งแรงพอจะออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัย ด้วยการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ซักประวัติถึงชนิดของการออกกำลังกาย ระยะเวลาที่ใช้ ความถี่ความหนักของชนิดของการออกกำลังกาย ประวัติในครอบครัวว่าเคยมีสมาชิกที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบไหม ประวัติเกี่ยวกับกระดูกและกล้ามเนื้อว่าเคยมีการบาดเจ็บมาก่อนหรือไม่ ประวัติการใช้ยาชนิดต่างๆ  และประวัติด้านโรคปอดที่อาจจะทำให้เกิดการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ เป็นต้น

อ่านเรื่อง ท้องแล้วยังออกกำลังกายได้ไหม? คลิกหน้า 2

ใช้เทคโนโลยีอย่างไรให้ปลอดภัยกับแม่และลูกในท้อง

ปัจจุบันนี้เรามีเทคโนโลยีที่ไฮเทคอยู่ใกล้ตัวมากมาย แม้แต่ในยามที่คุณตั้งครรภ์ ก็ยังมีเทคโนโลยีเครื่องมือไฮเทคต่างๆ มาช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มความรวดเร็ว สะดวกสบายให้กับการทำงาน ในการดำเนินชีวิตประจำวัน และการเลี้ยงลูกไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ มือถือ เครื่องถ่ายเอกสาร ไมโครเวฟ และเครื่องเล่น MP3

Continue reading “ใช้เทคโนโลยีอย่างไรให้ปลอดภัยกับแม่และลูกในท้อง”

วิธีรับมือกับลูกช่างเถียง

คนเป็นพ่อแม่แทบทุกคนต้องเคยเผชิญปัญหา “ลูกเถียง” จะต่างกันก็ตรงที่เถียงน้อย เถียงมาก เถียงแหลก เถียงคำไม่ตกฟาก เถียงทันควัน ฯลฯ และมักจบเรื่องการเถียงด้วยอารมณ์เสีย โกรธ โมโห และทะเลาะกันในที่สุด

Continue reading “วิธีรับมือกับลูกช่างเถียง”

น้ำร้อนลวกลูกน้อย อุบัติเหตุที่พ่อแม่ควรระวัง

เรื่องราวของคุณแม่คนหนึ่งที่ฝากเตือนไว้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ เมื่อคุณแม่ต้มข้าวไว้บนเตาแก๊ส ในขณะที่ลูกน้อยกำลังนั่งรถหัดเดิน เข็นไปดึงสายแก๊ส ทำให้หม้อตกลงมาทำให้ น้ำร้อนลวกลูกน้อย หนูน้อยชักดิ้นชัดงอด้วยความเจ็บปวด คุณแม่พบเข้าแทบใจสลาย ลูกเจ็บ แม่เจ็บกว่า

Continue reading “น้ำร้อนลวกลูกน้อย อุบัติเหตุที่พ่อแม่ควรระวัง”

อาหารก่อภูมิแพ้

อาหารก่อภูมิแพ้ 8 ชนิดที่พ่อแม่ควรระวัง

ในแต่ละปีมีคนนับล้านที่มีอาการแพ้อาหารจาก อาหารก่อภูมิแพ้ แม้ว่าอาการแพ้ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะมีอาการไม่ค่อยรุนแรง แต่บางครั้งอาการแพ้อาหารก็สามารถทำให้เกิดปฏิกิริยารุนแรง และอาจทำให้เสียชีวิตได้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกาประมาณการว่าจะมีเด็กที่แพ้อาหารเพิ่มขึ้น 8%

Continue reading “อาหารก่อภูมิแพ้ 8 ชนิดที่พ่อแม่ควรระวัง”

แมลงก้นกระดก

อันตรายจาก ‘แมลงก้นกระดก’ และวิธีป้องกัน

จากข้อความทางโซเชียลมีเดียที่ส่งต่อๆ กันมาเป็นทอดๆ เกี่ยวกับพิษภัยของ “ แมลงก้นกระดก ” ที่เมื่อโดนกัดหรือต่อยแล้ว จะเกิดเป็นโรคผิวหนังอักเสบ จนอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตนั้น Continue reading “อันตรายจาก ‘แมลงก้นกระดก’ และวิธีป้องกัน”

ตรวจสุขภาพลูก

“ตรวจสุขภาพลูก” รู้ก่อน รู้ทัน ป้องกันโรค

การตรวจสุขภาพเด็ก มีความจำเป็นต่อเด็กไม่แพ้ผู้ใหญ่ “เด็กมักจะมีสมุดสุขภาพประจำตัว  และหมอจะนัดมาพบเพื่อตรวจสุขภาพเป็นประจำอยู่แล้ว  นับเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากและเด็กทุกคนทั่วโลกต้องมี” คุณหมอสินดี จำเริญนุสิต กุมารแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวเปิดประเด็น เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพลูกน้อย

เด็กตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน?

ลูกวัยทารกเป็นช่วงที่ยังไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยได้ด้วยตัวเอง  กระทั่งเด็กวัยเตาะแตะหรือเข้าเรียนแล้ว  การอธิบายว่ารู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบายที่ใดบ้างก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดี  และเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ใหญ่ที่จะเข้าใจได้ถูกต้องเช่นกัน คุณหมอจึงแนะนำให้พาเด็กมาพบคุณหมอทุกครั้งที่คุณแม่สังเกตเห็นความผิดปกติ  และถึงแม้จะยังไม่มีอาการแสดงอย่างชัดเจน  ก็ควรพามาตรวจสุขภาพเป็นประจำ  เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคร้ายต่างๆ  โดยพาลูกน้อยมาตรวจตามนัดหรือพาไปตรวจเมื่อลูกมีอายุครบตามกำหนดเวลา  ดังนี้

1 เดือน > 2 เดือน > 4 เดือน > 6 เดือน > 9 เดือน > 12 เดือน > 15 เดือน > 18 เดือน > 2 ขวบ

หลังจาก 2 ขวบขึ้นไป คุณหมอแนะนำให้ตรวจสุขภาพปีละครั้ง  เพื่อความมั่นใจ  และหากลูกน้อยเจ็บป่วย  จะสามารถรักษาได้ทันท่วงที

พาลูกไปตรวจสุขภาพ
พาลูกไปตรวจสุขภาพ

Checklist 9 ข้อควรตรวจ : เมื่อตรวจสุขภาพลูก ไม่ควรพลาด!

1.  ตรวจสุขภาพร่างกายทั่วไปและการเจริญเติบโต

เช่น สัญญาณชีพ  อุณหภูมิร่างกาย  ความดันโลหิต  ชีพจร  การหายใจ น้ำหนัก  ส่วนสูง  และรอบศีรษะของทารกในช่วง 2 ปีแรก  เนื่องจากเด็กมีการเจริญเติบโตและมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

2.  ประเมินภาวะโภชนาการ

สามารถตรวจได้ทั้งจากการเจริญเติบโต สัดส่วนร่างกาย  การประเมินผลจากอวัยวะส่วนต่างๆ  และการเจะเลือด  เพื่อพิจารณาว่าลูกน้อยได้รับสารอาหารครบถ้วนเพียงพอหรือไม่

ตรวจสุขภาพประจําปี
ตรวจสุขภาพลูก

3.  ประเมินพัฒนาการด้านพฤติกรรมและอารมณ์

เนื่องจากพฤติกรรมและอารมณ์ของเด็กจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัย  คุณพ่อคุณแม่จึงควรให้ลูกน้อยได้รับการประเมินจากคุณหมอ  หากลูกน้อยมีปัญหาพัฒนาการล่าช้า  หรือมีปัญหาในเรื่องของพัฒนาการทางสมอง  การได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเตาะแตะ (ก่อนเลยช่วงอายุ 3 ขวบ)  ซึ่งสมองกำลังพัฒนาเต็มที่  จะสามารถทำการรักษาและช่วยกระตุ้นพัฒนาการให้เทียบเท่าหรือใกล้เคียงเด็กปกติได้ดีกว่า

อ่านต่อเรื่อง “9 ข้อควรตรวจ : เมื่อตรวจสุขภาพลูก ข้อ 4-9” คลิกหน้า 2

การบ้านลูก

ถูกใจชาวเน็ตอย่างแรง! การบ้านลูก กับวิธีแก้ปัญหา”คุณแม่ติดโทรศัพท์” ตามฉบับอริยสัจ 4

การบ้านลูก มีการบ้านของเด็กนักเรียนโรงเรียนหนึ่ง  ซึ่งคุณครูให้วิเคราะห์ปัญหา “เมื่อคุณแม่ติดโทรศัพท์จนพาลูกมาโรงเรียนสาย” ตามหลักอริยสัจ 4 ทำเอาชาวเน็ตแชร์กันเยอะมาก 

Continue reading “ถูกใจชาวเน็ตอย่างแรง! การบ้านลูก กับวิธีแก้ปัญหา”คุณแม่ติดโทรศัพท์” ตามฉบับอริยสัจ 4″